adolescence

“ฉันจะอยู่คนเดียว ไม่ต้องการให้ใครมาข้องเกี่ยวไม่ต้องพึ่งใคร อย่าแคร์ใครเพราะไม่มีใครที่จริงใจกับฉัน เพราะงั้นฉันจะอยู่คนเดียว แต่….เพราะอะไรกันนะ ทั้ง ๆ ที่คิดว่าก็ดีแล้ว แต่ทำไม? ช่างเหงาเหลือเกิน”

“อยู่คนเดียวไม่ได้นะ มันน่ากลัว… ต้องออกไป ออกไปข้างนอกให้ได้ ไปสู่ที่ ๆ มีผู้คนมากมายไม่งั้นฉันจะแหลกสลาย อยากหลุดพ้น… แต่ฉันจะสามารถทำได้อย่างนั้นหรือ?”

….อยากได้ใครสักคน…..

….อยากพบใครสักคน…..

เพราะ …พวกเรา ยังเป็นเด็ก (ADOLESCENCE) อยู่นั่นเอง

THEME STORY
BY ICZER-1

ตอนที่ 4

“บรืน” เสียงรถยนต์คันงามเลี้ยวเข้าประตูบ้านหรูหรา ทันทีที่เด็กหนุ่มเจ้าของบ้าน (ในอนาคต) ก้าวลงจากรถ ก็มีเหล่าบรรดาพนักงานในบ้านมาคอยต้อนรับอยู่พร้อมกล่าวทักทาย

“ยินดีต้อนรับกลับครับ/ค่ะ!!!” ด้วยเสียงอันดัง แต่ก็หาได้ดึงความรู้สึกใด ๆ ออกจากสีหน้าเด็กหนุ่มออกมา เขายังคงเฉยเมยเช่นเคย เขาสาวเท้าเขาไปในบ้านอย่างไม่สนใจมองห้องที่แสนหรูหรา เครื่องใช้ไฟฟ้าอุปกรณ์อำนวยความสะดวกเพียบพร้อม น้ำชาบนโต๊ะที่ถูกเตรียมเอาไว้ส่งควันลอยอ้อยอิ่งจากแก้ว อาซาโตะนั่งลงที่เก้าอี้ เขาไม่ชอบให้ใครเข้ามาในห้องของเขานัก ขณะที่อาซาโตะกำลังนั่งทอดความคิดไปเรื่อย ๆ ที่โซฟาตัวงาม ความเจ็บที่ไหล่ก็พุ่งขึ้นมา

“หมอนั่นทุบแรงเป็นบ้า” เขาบ่น พลางถอดเสื้อส่องกระจกดูรอยช้ำซึ่งมีอยู่ไม่น้อย เพราะตอนนั้นคาโอรุลืมตัวทุกเต็มแรงจริง ๆ อาซาโตะทบทวนเหตุการณ์ที่ผ่านมา

“ร้องไห้ขนาดนั้น….พ่องั้นเหรอ?….”

“ก๊อก…ก๊อก”

ความคิดของอาซาโตะถูกขัดจังหวะด้วยเสียงเคาะประตูห้อง

“มีอะไร?” เขาพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจเล็กน้อย

“คุณหนูคะ…คุณท่านให้ไปพบที่ห้องทำงานค่ะ” เสียงของสาวใช้ที่ถูกอบรมมาอย่างดีแสดงถึงความเคารพนบนอบแม้อาซาโตะจะอายุน้อยกว่าเธอ

“ธุระล่ะ?”

“เอ๊ะ?”

“เขามีธุระอะไรกับฉัน ทำไมต้องให้ฉันไปหาด้วย” (นิสัยไม่ดีนี่อาซาโตะ: ผู้เขียน)

“เอ่อ…คือ ดิฉันไม่ทราบค่ะ”

“ฉันไม่ไป…เธอกลับไปบอกเขานะ”

“เอ๋…แต่ว่า…คุณหนู..”

“ฝ่ายที่มีธุระคือเขาไม่ใช่เหรอ? ฉันไม่มีอะไรจะคุยกับเขาถ้าสำคัญนักทำไมไม่มาเองล่ะ” (เป็นเด็กไม่ดีจริง ๆ ด้วย : ผู้เขียน)

“อาซาโตะ”

เสียงคุ้นเคยที่ไม่ได้ยินเสียนานของชายที่เป็นผู้ให้กำเนิดดังเข้ามาจากประตู อาซาโตะเดินไปเปิดประตู ชายที่อยู่หลังประตูนั้น รูปร่างสูงใหญ่ สวมสูทเหมือนเพิ่งกลับจากทำงานมาหมาด ๆ ใบหน้าบ่งบอกว่ามีอายุเข้าวัยกลางคนแล้ว เค้าหน้าคล้ายเด็กหนุ่ม แต่ดูภูมิฐานน่าเกรงขามยิ่งนัก หลังจากเปิดประตูให้ผู้มาเยือนแล้ว อาซาโตะก็เดินไปที่ตู้เสื้อผ้าเพื่อหยิบเสื้อออกมาเปลี่ยนอย่างไม่ใยดี ไม่มีแม้คำกล่าวทักทาย ชายผู้เป็นพ่อถอนหายใจนี่เป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วนะที่ไม่เคยได้พูดคุยกันซึ่งๆ หน้า เขาเดินไปที่เก้าอี้มือก็โบกให้สาวใช้ออกไป ซึ่งเธอก็รับคำและปิดประตูให้เสียเรียบร้อย

“อาซาโตะ ปีนี้อยู่ม.ปลายแล้วใช่มั๊ย?” ผู้เป็นพ่อเริ่มเปิดการสนทนาก่อน ทว่าไม่มีเสียงตอบแม้แต่น้อยจากผู้เป็นลูก

“อาซาโตะ..พ่อมีเรื่องจะคุยด้วยนั่งลงฟังหน่อยได้มั๊ย?”

ฝ่ายพ่อเริ่มเค้นเสียงหนัก อาซาโตะยอมนั่งก็จริงแต่ก็ยังไม่ยอมเปิดปากพูด

“ปีนี้แกอยู่ ม.ปลายแล้ว ส่วนกิจการของพ่อก็ขยายออกไปกว้างขวางขึ้นเรื่อย ๆ อายุของพ่อก็ไม่ใช่น้อยแล้วพ่อคิดว่าแกน่าจะเข้ามาช่วยควบคุมบริหารงานของพ่อบ้าง”

สายตาของอาซาโตะเปลี่ยนไปตาสีน้ำตาลอมทองที่ได้จากแม่จ้องมองคนตรงหน้าอย่างคมกริบ

“ตั้งแต่พรุ่งนี้ไป เลิกเรียนแล้วจะให้พวกทาคาดะไปรับแล้วก็มาที่บริษัทเพื่อเรียนรู้งาน”

“ไม่” อาซาโตะพูดเป็นคำแรก แต่ก็เป็นคำที่ทำให้ผู้ฟังขัดหูยิ่งนัก

“ผมไม่ต้องการสืบทอดกิจการอะไรของคุณทั้งนั้น คุณยากุซ่า!!”

“อาซาโตะ!?”

“ไงล่ะ? ผมน่ะไม่ได้ดั่งใจคุณนะ..เมื่อไหร่จะทิ้งผมซะที…อ๋อ จริงสินะคุณน่ะต้องการผู้สืบทอดกิจการสกปรกของคุณนี่

แต่ไม่เห็นเป็นไรไม่จำเป็นต้องเป็นผมก็ได้นี่คุณเลือกเอาสิ พวกลูกน้องที่แสนสัตย์ซื่อของคุณทั้งหลายน่ะ พวกนั้นจ้องเก้าอี้ประธานนั่นมาตั้งนานแล้ว..” อาซาโตะเปิดสงครามก่อน

“อาซาโตะ!! แกเป็นลูกของฉัน ก็ต้องมีหน้าที่ที่จะต้องสืบทอดต่อไป จะให้คนอื่นที่ไม่ใช่สายเลือดทำได้ยังไงกันล่ะ?”

“ก็เพราะสายเลือดนี่แหละที่ทำให้ผมเป็นอย่างนี้!!!” อาซาโตะตะโกนสุดเสียง แทบจะได้ยินกันทั้งบ้าน

“อาซาโตะ…พ่อรู้ว่าแกเกลียดพ่อ…พ่อรู้ดี แต่ทุกอย่างที่พ่อสร้างมาพ่อแค่อยากให้แกได้เป็นผู้รับไป”

ผู้เป็นพ่อสงบสติอารมณ์พูดด้วยถ้อยคำเรียบง่ายเพราะถ้าตอนนี้อารมณ์ร้อนใส่กันก็ยิ่งไม่ได้ประโยชน์ แต่ไม่ได้ทำอะไรให้ดีขึ้นเลยอารมณ์ของเด็กหนุ่มอายุเพียง15 นั้นไม่สามารถควบคุมได้เสียแล้ว

“ก็แล้วไม่เพราะกิจการเหรอ? ที่ทำให้แม่ต้องตาย?!!” อาซาโตะโพล่งออกมา

“ไม่ใช่เพราะคุณมีอาชีพแบบนี้เหรอ! ทำให้ผมต้องเสียแม่ไป!! คุณจะบอกว่าไม่ใช่หรือไงกัน!!!!?”

“รู้ไว้..ผมจะไม่มีวันทำอะไรตามใจคุณเป็นอันขาด คุณจะให้ผมสืบทอดกิจการผมไม่มีวันทำให้คุณหรอกกับคุณที่เพิกเฉยปล่อยให้แม่ต้องตายไปแบบนั้น ไม่มีสิทธิมาบงการอะไรทั้งสิ้น!!!”

“อาซาโตะ!!!”

“ออกไป!!! ผมไม่ต้องการเห็นหน้าคุณ!!! ออกไปซะ!!!”

ผู้เป็นพ่อแม้จะหัวเสียแต่ก็รู้ว่าพูดอะไรไปตอนนี้ก็ไม่มีประโยชน์จึงออกไปจากห้องของลูกชายแต่โดยดี

“คุณท่านครับ” เลขาฯหนุ่มคนสนิทซึ่งรออยู่นอกห้องเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าเป็นห่วง

“ฉันไม่เป็นไร คาคุ เออ..เดี๋ยวมีโปรแกรมอีกรึเปล่า?” พูดและพยายามสงบอารมณ์

“นายท่านพักผ่อนก่อนดีกว่ามั๊ยครับ…วันนี้ก็ไปมาตั้งหลายที่แล้ว”

“ไม่ล่ะ…ทำให้มันเสร็จ ๆ ไปดีกว่า”

“แต่ว่า…”

“คาคุ” เมื่อเจ้านายสั่ง หน้าที่ของลูกน้องก็มีเพียงต้องทำตามเท่านั้น

“ครับ…เหลือร้านเหล้าที่ฝั่งตะวันออกอีก 3 ที่น่ะครับ”

“งั้นเหรอ?”

นายท่านของคาคุก็เดินออกไปที่ประตูหน้าเพื่อทำภารกิจที่ว่า ขณะที่รถกำลังแล่นอยู่เพื่อไปให้ถึงจุดหมายนั้น

“คาคุ…ถ้าหากฉันเป็นอะไรไป ฝากดูแลลูกชายของฉันด้วยนะ”

นายท่านเปรยออกมาอย่างนั้นทำให้ลูกน้องคนสนิทมีสีหน้าไม่สบายใจ

“นายท่าน”

“เด็กคนนั้นไม่ยอมให้อภัยฉัน เป็นธรรมดานะมันเป็นความผิดของฉันนี่….”

************

ดวงตาคู่สวยกระพริบถี่ ๆ เพื่อปรับภาพ มองเห็นสีขาวของชุดนางพยาบาลซึ่งหันหลังกลับมาพอดี

“ฟื้นแล้วเหรอคะ? เป็นยังไงบ้าง?” เธอเอ่ยทักด้วยเสียงนุ่มนวลซึ่งเป็นธรรมดาของผู้ทำอาชีพนี้

“ที่นี่….ผม….อูย!” คาโอรุกุมหน้าท้อง ความเจ็บทำให้ในสมองของคาโอรุลำดับเหตุการณ์ทั้งหมดได้ไม่ยาก

“ปวดท้องเหรอคะ…เดี๋ยวเรียกคุณหมอมาดู รอสักครู่นะคะ”

ว่าแล้วเธอก็ออกไปทันที แม้จะยังงง ๆ แต่คาโอรุก็กวาดสายตามองไปรอบ ๆ ห้องที่เขาอยู่ ภายในห้องสะอาดสะอ้าน แถมมีเครื่องใช้ไฟฟ้า เช่น ทีวี ตู้เย็น ฯลฯ อยู่เพียบเกือบจะเรียกได้ว่าเป็นห้องในโรงแรมซะมากกว่าโรงพยาบาล ใช่แล้ว อาซาโตะเป็นคนจัดการให้อยู่ห้องเดี่ยวแบบนี้ตอนที่เขาสลบอยู่แน่ๆ ขณะกำลังครุ่นคิดอยู่หมอก็เข้ามาตรวจอาการของคาโอรุพอดี

“ผมกลับได้รึยังครับคุณหมอ?” คาโอรุเอ่ยถาม เขาไม่อยากอยู่โรงพยาบาลนานไปกว่านี้อีกแล้ว

“เอ๋..จะรีบกลับเลยเหรอครับ…ยังไม่ได้เอ็กซเรย์สมองเลยนะ ในใบแจ้งบอกว่าให้เช็คด้วยไม่ใช่เหรอ?”

คาโอรุนึกฉุนอาซาโตะนิด ๆ

“ไม่ต้องก็ได้ครับ..ผมอยากกลับแล้ว” คาโอรุคะยั้นคะยอทำสีหน้าขอร้อง (นี่ก็เด็กดื้ออีกคนละ :ผู้เขียน)

“หมอคงให้กลับไม่ได้หรอกครับ เพราะสภาพร่างกายไม่ค่อยดีเลยนะ ขาดสารอาหาร ทานข้าวทุกมื้อรึเปล่าครับเนี่ย ยังไงก็ต้องให้น้ำเกลือหมดขวดก่อน แล้วก็เอ็กซเรย์สมองด้วย”

คุณหมออธิบายยาวยืดคาโอรุเลยหมดทางเถียงกลับ

“พรุ่งนี้หมอจะมาดูใหม่นะครับ พักผ่อนให้เพียงพอก็แล้วกัน คุณเอกาว่าฝากดูด้วยนะครับ” พูดจบหมอก็ออกจากห้องไปเลย คาโอรุถอนหายใจเฮือกใหญ่

“เป็นอะไรไปคะ? ไม่ชอบโรงพยาบาลเหรอ?” คุณเอกาว่าก้มลงถาม

“….ไม่รู้สิครับ….” คาโอรุตอบสีหน้าไม่สู้ดีนัก

“ยังไงพรุ่งนี้ถ้าเช็คสมองแล้วคิดว่าน่าจะกลับบ้านได้เลยนะคะ…แค่คืนเดียวเองค่ะ”

เธอยิ้มปลอบใจคาโอรุ ทำให้คาโอรุคิดว่า ‘นางพยาบาลนี่ดีจังนะ’ ขึ้นมาทันที แต่ถึงจะเป็นคำปลอบใจที่ดีซักแค่ไหน ก็ไม่ทำให้คาโอรุสามารถข่มตาหลับลงในคืนนี้ได้เลย กว่าจะเช็คสมองและสิ่งอื่น ๆ อีกเล็กน้อยเสร็จก็ปาเข้าไปครึ่งวันของวันใหม่แล้ว ซึ่งผลก็ออกมาว่าไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง และหมอเองก็อนุญาตให้คาโอรุกลับบ้านได้แล้ว พร้อมสั่งยาให้อีก 2-3 อย่างเท่านั้น ซึ่งคาโอรุก็ลาคุณหมอกลับอย่างเรียบร้อย ขณะที่กำลังเดินกะเผลก ๆ พร้อมไม้ค้ำยันเพื่อออกจากห้องชำระเงินก็มาเจอกับคุณเอกาว่า นางพยาบาลที่ดูแลเมื่อวาน เธออยู่ในชุดไปรเวท(เสื้อยืดกางเกงยีนส์นั่นแหละ) แสดงว่ากำลังออกเวรพอดี เธอเอ่ยทักคาโอรุด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

“ทาเทวากิซัง…กลับแล้วเหรอคะ”

คาโอรุหันไปตามเสียงเรียกนั้น

“อ๊ะ…ครับ เอ่อ…เอกาว่าซังครับไม่ต้องเรียกแบบนั้นก็ได้ครับ…เกรงใจ” คาโอรุนั่งลงที่เก้าอี้ข้าง ๆ

“อะไรคะ? การเรียกนามสกุลกับเติมซังต่อท้ายน่ะ สุภาพแล้วก็เป็นการให้เกียรตินะคะ”

“มันเขิน ๆ น่ะครับ ผมอายุน้อยกว่าด้วย”

“งั้นจะให้เรียกว่าอะไรล่ะคะ?” เธอย้อนถาม

คาโอรุอึ้งไปชั่วครู่

“….เหมือนเดิมก็ได้ครับ….” ในที่สุดก็ต้องยอมแพ้คุณเธอจนได้

“อย่าคิดมากสิคะเรื่องแค่นี้ อ้อ…วันนี้กลับได้แล้ว แล้วใครมารับล่ะคะ”

“….ไม่มีครับ…ผมกลับเอง”

“เอ๋?” ในที่สุดทั้งสองก็เดินถึงประตูออกหน้าโรงพยาบาล

“แท๊กซี่มาพอดี…ผมกลับก่อนนะครับ ขอบคุณมาก”

คาโอรุโค้งตัวเล็กน้อย แล้วก็ค่อย ๆ ก้าวขึ้นรถไป พอดีมีหญิงสาวคนหนึ่งกำลังหิ้วของพะรุงพะรังเดินมาที่ประตูพอเห็นเอกาว่าเธอก็เข้ามาทักทายเพื่อนร่วมงาน

“เอกาว่าซัง สวัสดีค่ะยังไม่กลับอีกเหรอคะ?”

“อ๊ะ…อ๋อ…กำลังจะกลับพอดีค่ะ แล้วนี่ฮายาชิซังก็ออกเวรเหมือนกันสินะคะ อะไรคะเนี่ย? ของเยอะจังเลยช่วยถือนะคะ”

เอกาว่าช่วยเธอหิ้วของสองสามชิ้น พร้อมกับเดินไปด้วยกันที่ลานจอดรถชั้นใต้ดิน

“แหม..ขอบคุณมาก ๆ เลยค่ะ…ว่าแต่เมื่อกี้ใช่เด็กที่อยู่ห้อง 405 รึเปล่าคะ?”

“ใช่ค่ะ…เอ๊ะ..เคยเจอด้วยเหรอคะ”

“อ๋อ..ค่ะก็วันนี้ดิฉันอยู่เวรห้องเอ๊กซเรย์พอดีก็เลยได้เจอ หน้าตาดีมากเลยนะคะ ตางี้ใสแจ๋วเลย”

“ค่ะ หน้าตาดีมากจริง ๆ …แต่ว่าไม่มีใครมารับแกนะคะ” เอกาว่าตอบสีหน้าเป็นกังวล

"เอ๋? งั้นเหรอคะ"

"ค่ะ...อยู่โรงพยาบาลไม่เกิน 2 วันก็จริง แต่ไม่มีใครมาเยี่ยมเรื่องเพื่อนฝูงยังพอว่าเพราะถูกพามากะทันหันแต่ว่าแม้แต่พ่อหรือแม่ก็ไม่มาเลยซักคน แล้วดิฉันก็เคยพูดคุยกับเขาเห็นว่าอยู่ ม.ปลายอยู่เลยแล้วแกเอาเงินค่ารักษา ค่าเอ๊กซเรย์จากไหนมาจ่ายกัน?"

"ก็คงเป็นเงินที่พ่อกับแม่ให้ไว้แหละค่ะ ส่วนที่ไม่มาเยี่ยมก็อาจอยู่ต่างจังหวัดก็ได้นี่คะ...งั้นดิฉันขอตัวนะคะขอบคุณมากค่ะอุตส่าห์ช่วยถือมา"

ฮายาชิรับของจากเอกาว่าแล้วก็เปิดประตูก้าวขึ้นรถไป ส่วนเอกาว่าก็เดินไปที่รถของตัวเอง

"ก็ใช่อยู่หรอก และอาจเป็นไปได้มากอย่างที่ฮายาชิซังว่า แต่...ใบหน้าของเขาตอนที่บอกกับเราว่า 'ไม่มีครับ...ผมกลับเอง' ดูเศร้า ๆ บอกไม่ถูก"

เอกาว่าเสียบกุญแจรถ สตาร์ทเครื่องและขับออกไป ในขณะที่ยังมีภาพเด็กหนุ่มคนนั้นอยู่ในความทรงจำ

*******************************************************************************

คาโอรุมาถึงบ้านเกือบค่ำ เมื่อจัดแจงจ่ายเงินให้กับโชเฟอร์และลงจากรถอย่างค่อนข้างทุลักทุเลนิดหน่อย สายตาก็ไปเจอกับเด็กสาวที่ยืนอยู่หน้าประตูบ้านของเขาพอดี

"ซาซากิ?"

"ทาเทวากิคุง...เอ่อ อาการเป็นยังไงบ้าง?" เธอก้มหน้าก้มตาถาม

"ผมไม่เป็นไร ...ขอบคุณที่เป็นห่วง ว่าแต่ว่าทำไมมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ?"

"อ๋อ...เอ่อ...ถามที่อยู่จากอาจารย์น่ะจ๊ะ แล้วก็ไม่ไกลจากบ้านฉันนักด้วย"

"เหรอ?... เข้ามาก่อนสิ"

คาโอรุหยิบกุญแจจากกระเป๋าเสื้อมาไขประตู พร้อมทั้งเชื้อเชิญเพื่อนสาวเข้าไป คาโอรุตรงไปที่ครัวทันทีเพื่อหาน้ำท่าให้กับแขกผู้มาเยือน แต่ดูยังไงก็ท่าจะไม่รอด ซาซากิเลยอาสาไปจัดการเสียเอง ส่วนคาโอรุก็ต้องมานั่งจ๋องกลายเป็นแขกแทน

"น่าอายจังนะ เป็นเจ้าของบ้านกลับให้แขกต้องเสริฟ์น้ำกินเอง" คาโอรุพูดเขิน ๆ

"ทาเทวากิคุงไม่สะดวกไม่ใช่เหรอจ๊ะ ไม่เป็นไรหรอกเห็นอย่างนี้ฉันชอบเข้าครัวทำอาหารนะ เรื่องแค่นี้สบาย" ซาซากิหันมาตอบ พอดีกับที่คาโอรุยิ้มให้กับเธอ ทำให้เธอหน้าแดงรีบหันกลับไปทันที หลังจากนั้นก็กลับมานั่งโต๊ะพร้อมค้นเอกสารในกระเป๋ายื่นให้คาโอรุ

"นี่โน้ตย่อของทุกวิชา ฉันคิดว่าทาเทวากิคุงคงจะอยากได้ไว้ใช้"

คาโอรุรับมาด้วยสีหน้าดีใจ

"โอ้โห! ทุกวิชาเลยเหรอ ขอบใจมากนะซาซากิ"

"จริง ๆ ไม่ใช่ฉันคนเดียวหรอกนะ นี่วิชาสังคมของอุเอฮาระ วิชาฟิสิกส์ของเอโนกิ วิชาภาษาอังกฤษของคิโนะ..." เธอเริ่มร่ายรายชื่อของเพื่อน ๆ

"ภาษาญี่ปุ่นของซาซากิ..." คาโอรุพูดแทรก ซาซากิตกใจ

"ทำไมรู้ล่ะ?"

"ซาซากิลายมือสวย ผมจำได้"

ยิ่งทำให้ใบหน้าของเธอแดงขึ้นไปอีก (เฮ่ เฮ่นี่ตกลงจะจีบกันเรอะ : ผู้เขียน)

"ฝากบอกทุกคนด้วยนะว่าขอบคุณมาก ๆ ทุกคนใจดีมาก ๆ เลย" คาโอรุพูดด้วยรอยยิ้ม

"เอ่อ...แล้ว ทาเทวากิคุงจะไปเรียนได้เมื่อไหร่เหรอ?"

"อาทิตย์หน้าผมจะไปแล้วล่ะ"

"เหรอจ๊ะ?" สีหน้าของเด็กสาวเต็มตื้นไปด้วยความสุข

หลังจากคุยกันได้ซักพัก ซาซากิก็ชักสงสัยอะไรขึ้นมาจึงถามคาโอรุ

"เอ่อ....ทาเทวากิคุง คุณพ่อกับคุณแม่ยังไม่กลับอีกเหรอ?"

"เปล่า...ไม่ใช่อย่างนั้นหรอก ผมอยู่คนเดียว" คาโอรุตอบสีหน้าไม่เปลี่ยนราวกับเป็นเรื่องที่คุ้นเคยมานาน

"เอ๊ะ?!"

"พ่อของผมเสียแล้ว ส่วนแม่อยู่กับคุณย่าที่ต่างจังหวัดน่ะ"

"...เหรอ..."

เธอไม่ถามต่อเกรงว่าจะเป็นการละลาบละล้วงเกินไป คาโอรุก้มดูนาฬิกาข้อมือ

"ซาซากิ ค่ำแล้วกลับดีกว่านะเดี๋ยวคนที่บ้านจะเป็นห่วง"

"อ๊ะ...จ๊ะ..." ซาซากิรีบเก็บกระเป๋า ส่วนคาโอรุก็ใช้ไม้ค้ำเขยกไปส่งที่ประตูหน้าบ้าน

"กลับนะ"

"ระวังตัวด้วย" คาโอรุยืนมองซาซากิ จนกว่าจะแน่ใจว่าเธอออกจากซอยเข้าบ้านเขาไปที่ถนนใหญ่อย่างปลอดภัย

ซาซากิรวบรวมความกล้าหันกลับมา

"ทาเทวากิคุง! ตั้งแต่พรุ่งนี้ฉันจะมาเยี่ยมทุกวันได้มั๊ย?!" เธอตะโกนถาม

ได้ฟังดังนั้นทำให้คาโอรุอดยิ้มไม่ได้กับความอารีของเพื่อนสาวคนนี้

"ได้เลย! พาทุกคนมาด้วยนะ!"

"จ้า! ไปล่ะ!" เธอวิ่งออกไป ขณะนี้ในใจของเด็กสาวได้มีความรู้สึกบางสิ่งก่อตัวขึ้นเสียแล้ว

catndog.gif (3077 bytes)

โปรดติดตามตอนต่อไป

มาแล้วค่า มาแล้ว ขออภัยที่ล่าช้าเหลือเกินว่าแต่ว่าทำไมตอนนี้พระเอกกะนายเอกของเราทำไมไม่ได้เจอกันเลยอ่ะเนี่ย แนะนำ ติชม ดุด่าได้ที่ [email protected] ค่ะ

Hosted by www.Geocities.ws

1