
ฉันจะอยู่คนเดียว ไม่ต้องการให้ใครมาข้องเกี่ยวไม่ต้องพึ่งใคร อย่าแคร์ใครเพราะไม่มีใครที่จริงใจกับฉัน เพราะงั้นฉันจะอยู่คนเดียว แต่ .เพราะอะไรกันนะ ทั้ง ๆ ที่คิดว่าก็ดีแล้ว แต่ทำไม? ช่างเหงาเหลือเกิน
อยู่คนเดียวไม่ได้นะ มันน่ากลัว ต้องออกไป ออกไปข้างนอกให้ได้ ไปสู่ที่ ๆ มีผู้คนมากมายไม่งั้นฉันจะแหลกสลาย อยากหลุดพ้น แต่ฉันจะสามารถทำได้อย่างนั้นหรือ?
.อยากได้ใครสักคน ..
.อยากพบใครสักคน ..
เพราะ พวกเรา ยังเป็นเด็ก (ADOLESCENCE) อยู่นั่นเอง
THEME STORY
BY ICZER-1
ตอนที่ 4
บรืน เสียงรถยนต์คันงามเลี้ยวเข้าประตูบ้านหรูหรา ทันทีที่เด็กหนุ่มเจ้าของบ้าน (ในอนาคต) ก้าวลงจากรถ ก็มีเหล่าบรรดาพนักงานในบ้านมาคอยต้อนรับอยู่พร้อมกล่าวทักทาย
ยินดีต้อนรับกลับครับ/ค่ะ!!! ด้วยเสียงอันดัง แต่ก็หาได้ดึงความรู้สึกใด ๆ ออกจากสีหน้าเด็กหนุ่มออกมา เขายังคงเฉยเมยเช่นเคย เขาสาวเท้าเขาไปในบ้านอย่างไม่สนใจมองห้องที่แสนหรูหรา เครื่องใช้ไฟฟ้าอุปกรณ์อำนวยความสะดวกเพียบพร้อม น้ำชาบนโต๊ะที่ถูกเตรียมเอาไว้ส่งควันลอยอ้อยอิ่งจากแก้ว อาซาโตะนั่งลงที่เก้าอี้ เขาไม่ชอบให้ใครเข้ามาในห้องของเขานัก ขณะที่อาซาโตะกำลังนั่งทอดความคิดไปเรื่อย ๆ ที่โซฟาตัวงาม ความเจ็บที่ไหล่ก็พุ่งขึ้นมา
หมอนั่นทุบแรงเป็นบ้า เขาบ่น พลางถอดเสื้อส่องกระจกดูรอยช้ำซึ่งมีอยู่ไม่น้อย เพราะตอนนั้นคาโอรุลืมตัวทุกเต็มแรงจริง ๆ อาซาโตะทบทวนเหตุการณ์ที่ผ่านมา
ร้องไห้ขนาดนั้น .พ่องั้นเหรอ? .
ก๊อก ก๊อก
ความคิดของอาซาโตะถูกขัดจังหวะด้วยเสียงเคาะประตูห้อง
มีอะไร? เขาพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจเล็กน้อย
คุณหนูคะ คุณท่านให้ไปพบที่ห้องทำงานค่ะ เสียงของสาวใช้ที่ถูกอบรมมาอย่างดีแสดงถึงความเคารพนบนอบแม้อาซาโตะจะอายุน้อยกว่าเธอ
ธุระล่ะ?
เอ๊ะ?
เขามีธุระอะไรกับฉัน ทำไมต้องให้ฉันไปหาด้วย (นิสัยไม่ดีนี่อาซาโตะ: ผู้เขียน)
เอ่อ คือ ดิฉันไม่ทราบค่ะ
ฉันไม่ไป เธอกลับไปบอกเขานะ
เอ๋ แต่ว่า คุณหนู..
ฝ่ายที่มีธุระคือเขาไม่ใช่เหรอ? ฉันไม่มีอะไรจะคุยกับเขาถ้าสำคัญนักทำไมไม่มาเองล่ะ (เป็นเด็กไม่ดีจริง ๆ ด้วย : ผู้เขียน)
อาซาโตะ
เสียงคุ้นเคยที่ไม่ได้ยินเสียนานของชายที่เป็นผู้ให้กำเนิดดังเข้ามาจากประตู อาซาโตะเดินไปเปิดประตู ชายที่อยู่หลังประตูนั้น รูปร่างสูงใหญ่ สวมสูทเหมือนเพิ่งกลับจากทำงานมาหมาด ๆ ใบหน้าบ่งบอกว่ามีอายุเข้าวัยกลางคนแล้ว เค้าหน้าคล้ายเด็กหนุ่ม แต่ดูภูมิฐานน่าเกรงขามยิ่งนัก หลังจากเปิดประตูให้ผู้มาเยือนแล้ว อาซาโตะก็เดินไปที่ตู้เสื้อผ้าเพื่อหยิบเสื้อออกมาเปลี่ยนอย่างไม่ใยดี ไม่มีแม้คำกล่าวทักทาย ชายผู้เป็นพ่อถอนหายใจนี่เป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วนะที่ไม่เคยได้พูดคุยกันซึ่งๆ หน้า เขาเดินไปที่เก้าอี้มือก็โบกให้สาวใช้ออกไป ซึ่งเธอก็รับคำและปิดประตูให้เสียเรียบร้อย
อาซาโตะ ปีนี้อยู่ม.ปลายแล้วใช่มั๊ย? ผู้เป็นพ่อเริ่มเปิดการสนทนาก่อน ทว่าไม่มีเสียงตอบแม้แต่น้อยจากผู้เป็นลูก
อาซาโตะ..พ่อมีเรื่องจะคุยด้วยนั่งลงฟังหน่อยได้มั๊ย?
ฝ่ายพ่อเริ่มเค้นเสียงหนัก อาซาโตะยอมนั่งก็จริงแต่ก็ยังไม่ยอมเปิดปากพูด
ปีนี้แกอยู่ ม.ปลายแล้ว ส่วนกิจการของพ่อก็ขยายออกไปกว้างขวางขึ้นเรื่อย ๆ อายุของพ่อก็ไม่ใช่น้อยแล้วพ่อคิดว่าแกน่าจะเข้ามาช่วยควบคุมบริหารงานของพ่อบ้าง
สายตาของอาซาโตะเปลี่ยนไปตาสีน้ำตาลอมทองที่ได้จากแม่จ้องมองคนตรงหน้าอย่างคมกริบ
ตั้งแต่พรุ่งนี้ไป เลิกเรียนแล้วจะให้พวกทาคาดะไปรับแล้วก็มาที่บริษัทเพื่อเรียนรู้งาน
ไม่ อาซาโตะพูดเป็นคำแรก แต่ก็เป็นคำที่ทำให้ผู้ฟังขัดหูยิ่งนัก
ผมไม่ต้องการสืบทอดกิจการอะไรของคุณทั้งนั้น คุณยากุซ่า!!
อาซาโตะ!?
ไงล่ะ? ผมน่ะไม่ได้ดั่งใจคุณนะ..เมื่อไหร่จะทิ้งผมซะที อ๋อ จริงสินะคุณน่ะต้องการผู้สืบทอดกิจการสกปรกของคุณนี่
แต่ไม่เห็นเป็นไรไม่จำเป็นต้องเป็นผมก็ได้นี่คุณเลือกเอาสิ พวกลูกน้องที่แสนสัตย์ซื่อของคุณทั้งหลายน่ะ พวกนั้นจ้องเก้าอี้ประธานนั่นมาตั้งนานแล้ว.. อาซาโตะเปิดสงครามก่อน
อาซาโตะ!! แกเป็นลูกของฉัน ก็ต้องมีหน้าที่ที่จะต้องสืบทอดต่อไป จะให้คนอื่นที่ไม่ใช่สายเลือดทำได้ยังไงกันล่ะ?
ก็เพราะสายเลือดนี่แหละที่ทำให้ผมเป็นอย่างนี้!!! อาซาโตะตะโกนสุดเสียง แทบจะได้ยินกันทั้งบ้าน
อาซาโตะ พ่อรู้ว่าแกเกลียดพ่อ พ่อรู้ดี แต่ทุกอย่างที่พ่อสร้างมาพ่อแค่อยากให้แกได้เป็นผู้รับไป
ผู้เป็นพ่อสงบสติอารมณ์พูดด้วยถ้อยคำเรียบง่ายเพราะถ้าตอนนี้อารมณ์ร้อนใส่กันก็ยิ่งไม่ได้ประโยชน์ แต่ไม่ได้ทำอะไรให้ดีขึ้นเลยอารมณ์ของเด็กหนุ่มอายุเพียง15 นั้นไม่สามารถควบคุมได้เสียแล้ว
ก็แล้วไม่เพราะกิจการเหรอ? ที่ทำให้แม่ต้องตาย?!! อาซาโตะโพล่งออกมา
ไม่ใช่เพราะคุณมีอาชีพแบบนี้เหรอ! ทำให้ผมต้องเสียแม่ไป!! คุณจะบอกว่าไม่ใช่หรือไงกัน!!!!?
รู้ไว้..ผมจะไม่มีวันทำอะไรตามใจคุณเป็นอันขาด คุณจะให้ผมสืบทอดกิจการผมไม่มีวันทำให้คุณหรอกกับคุณที่เพิกเฉยปล่อยให้แม่ต้องตายไปแบบนั้น ไม่มีสิทธิมาบงการอะไรทั้งสิ้น!!!
อาซาโตะ!!!
ออกไป!!! ผมไม่ต้องการเห็นหน้าคุณ!!! ออกไปซะ!!!
ผู้เป็นพ่อแม้จะหัวเสียแต่ก็รู้ว่าพูดอะไรไปตอนนี้ก็ไม่มีประโยชน์จึงออกไปจากห้องของลูกชายแต่โดยดี
คุณท่านครับ เลขาฯหนุ่มคนสนิทซึ่งรออยู่นอกห้องเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าเป็นห่วง
ฉันไม่เป็นไร คาคุ เออ..เดี๋ยวมีโปรแกรมอีกรึเปล่า? พูดและพยายามสงบอารมณ์
นายท่านพักผ่อนก่อนดีกว่ามั๊ยครับ วันนี้ก็ไปมาตั้งหลายที่แล้ว
ไม่ล่ะ ทำให้มันเสร็จ ๆ ไปดีกว่า
แต่ว่า
คาคุ เมื่อเจ้านายสั่ง หน้าที่ของลูกน้องก็มีเพียงต้องทำตามเท่านั้น
ครับ เหลือร้านเหล้าที่ฝั่งตะวันออกอีก 3 ที่น่ะครับ
งั้นเหรอ?
นายท่านของคาคุก็เดินออกไปที่ประตูหน้าเพื่อทำภารกิจที่ว่า ขณะที่รถกำลังแล่นอยู่เพื่อไปให้ถึงจุดหมายนั้น
คาคุ ถ้าหากฉันเป็นอะไรไป ฝากดูแลลูกชายของฉันด้วยนะ
นายท่านเปรยออกมาอย่างนั้นทำให้ลูกน้องคนสนิทมีสีหน้าไม่สบายใจ
นายท่าน
เด็กคนนั้นไม่ยอมให้อภัยฉัน เป็นธรรมดานะมันเป็นความผิดของฉันนี่ .
************
ดวงตาคู่สวยกระพริบถี่ ๆ เพื่อปรับภาพ มองเห็นสีขาวของชุดนางพยาบาลซึ่งหันหลังกลับมาพอดี
ฟื้นแล้วเหรอคะ? เป็นยังไงบ้าง? เธอเอ่ยทักด้วยเสียงนุ่มนวลซึ่งเป็นธรรมดาของผู้ทำอาชีพนี้
ที่นี่ .ผม .อูย! คาโอรุกุมหน้าท้อง ความเจ็บทำให้ในสมองของคาโอรุลำดับเหตุการณ์ทั้งหมดได้ไม่ยาก
ปวดท้องเหรอคะ เดี๋ยวเรียกคุณหมอมาดู รอสักครู่นะคะ
ว่าแล้วเธอก็ออกไปทันที แม้จะยังงง ๆ แต่คาโอรุก็กวาดสายตามองไปรอบ ๆ ห้องที่เขาอยู่ ภายในห้องสะอาดสะอ้าน แถมมีเครื่องใช้ไฟฟ้า เช่น ทีวี ตู้เย็น ฯลฯ อยู่เพียบเกือบจะเรียกได้ว่าเป็นห้องในโรงแรมซะมากกว่าโรงพยาบาล ใช่แล้ว อาซาโตะเป็นคนจัดการให้อยู่ห้องเดี่ยวแบบนี้ตอนที่เขาสลบอยู่แน่ๆ ขณะกำลังครุ่นคิดอยู่หมอก็เข้ามาตรวจอาการของคาโอรุพอดี
ผมกลับได้รึยังครับคุณหมอ? คาโอรุเอ่ยถาม เขาไม่อยากอยู่โรงพยาบาลนานไปกว่านี้อีกแล้ว
เอ๋..จะรีบกลับเลยเหรอครับ ยังไม่ได้เอ็กซเรย์สมองเลยนะ ในใบแจ้งบอกว่าให้เช็คด้วยไม่ใช่เหรอ?
คาโอรุนึกฉุนอาซาโตะนิด ๆ
ไม่ต้องก็ได้ครับ..ผมอยากกลับแล้ว คาโอรุคะยั้นคะยอทำสีหน้าขอร้อง (นี่ก็เด็กดื้ออีกคนละ :ผู้เขียน)
หมอคงให้กลับไม่ได้หรอกครับ เพราะสภาพร่างกายไม่ค่อยดีเลยนะ ขาดสารอาหาร ทานข้าวทุกมื้อรึเปล่าครับเนี่ย ยังไงก็ต้องให้น้ำเกลือหมดขวดก่อน แล้วก็เอ็กซเรย์สมองด้วย
คุณหมออธิบายยาวยืดคาโอรุเลยหมดทางเถียงกลับ
พรุ่งนี้หมอจะมาดูใหม่นะครับ พักผ่อนให้เพียงพอก็แล้วกัน คุณเอกาว่าฝากดูด้วยนะครับ พูดจบหมอก็ออกจากห้องไปเลย คาโอรุถอนหายใจเฮือกใหญ่
เป็นอะไรไปคะ? ไม่ชอบโรงพยาบาลเหรอ? คุณเอกาว่าก้มลงถาม
.ไม่รู้สิครับ . คาโอรุตอบสีหน้าไม่สู้ดีนัก
ยังไงพรุ่งนี้ถ้าเช็คสมองแล้วคิดว่าน่าจะกลับบ้านได้เลยนะคะ แค่คืนเดียวเองค่ะ
เธอยิ้มปลอบใจคาโอรุ ทำให้คาโอรุคิดว่า นางพยาบาลนี่ดีจังนะ ขึ้นมาทันที แต่ถึงจะเป็นคำปลอบใจที่ดีซักแค่ไหน ก็ไม่ทำให้คาโอรุสามารถข่มตาหลับลงในคืนนี้ได้เลย กว่าจะเช็คสมองและสิ่งอื่น ๆ อีกเล็กน้อยเสร็จก็ปาเข้าไปครึ่งวันของวันใหม่แล้ว ซึ่งผลก็ออกมาว่าไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง และหมอเองก็อนุญาตให้คาโอรุกลับบ้านได้แล้ว พร้อมสั่งยาให้อีก 2-3 อย่างเท่านั้น ซึ่งคาโอรุก็ลาคุณหมอกลับอย่างเรียบร้อย ขณะที่กำลังเดินกะเผลก ๆ พร้อมไม้ค้ำยันเพื่อออกจากห้องชำระเงินก็มาเจอกับคุณเอกาว่า นางพยาบาลที่ดูแลเมื่อวาน เธออยู่ในชุดไปรเวท(เสื้อยืดกางเกงยีนส์นั่นแหละ) แสดงว่ากำลังออกเวรพอดี เธอเอ่ยทักคาโอรุด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
ทาเทวากิซัง กลับแล้วเหรอคะ
คาโอรุหันไปตามเสียงเรียกนั้น
อ๊ะ ครับ เอ่อ เอกาว่าซังครับไม่ต้องเรียกแบบนั้นก็ได้ครับ เกรงใจ คาโอรุนั่งลงที่เก้าอี้ข้าง ๆ
อะไรคะ? การเรียกนามสกุลกับเติมซังต่อท้ายน่ะ สุภาพแล้วก็เป็นการให้เกียรตินะคะ
มันเขิน ๆ น่ะครับ ผมอายุน้อยกว่าด้วย
งั้นจะให้เรียกว่าอะไรล่ะคะ? เธอย้อนถาม
คาโอรุอึ้งไปชั่วครู่
.เหมือนเดิมก็ได้ครับ . ในที่สุดก็ต้องยอมแพ้คุณเธอจนได้
อย่าคิดมากสิคะเรื่องแค่นี้ อ้อ วันนี้กลับได้แล้ว แล้วใครมารับล่ะคะ
.ไม่มีครับ ผมกลับเอง
เอ๋? ในที่สุดทั้งสองก็เดินถึงประตูออกหน้าโรงพยาบาล
แท๊กซี่มาพอดี ผมกลับก่อนนะครับ ขอบคุณมาก
คาโอรุโค้งตัวเล็กน้อย แล้วก็ค่อย ๆ ก้าวขึ้นรถไป พอดีมีหญิงสาวคนหนึ่งกำลังหิ้วของพะรุงพะรังเดินมาที่ประตูพอเห็นเอกาว่าเธอก็เข้ามาทักทายเพื่อนร่วมงาน
เอกาว่าซัง สวัสดีค่ะยังไม่กลับอีกเหรอคะ?
อ๊ะ อ๋อ กำลังจะกลับพอดีค่ะ แล้วนี่ฮายาชิซังก็ออกเวรเหมือนกันสินะคะ อะไรคะเนี่ย? ของเยอะจังเลยช่วยถือนะคะ
เอกาว่าช่วยเธอหิ้วของสองสามชิ้น พร้อมกับเดินไปด้วยกันที่ลานจอดรถชั้นใต้ดิน
แหม..ขอบคุณมาก ๆ เลยค่ะ ว่าแต่เมื่อกี้ใช่เด็กที่อยู่ห้อง 405 รึเปล่าคะ?
ใช่ค่ะ เอ๊ะ..เคยเจอด้วยเหรอคะ
อ๋อ..ค่ะก็วันนี้ดิฉันอยู่เวรห้องเอ๊กซเรย์พอดีก็เลยได้เจอ หน้าตาดีมากเลยนะคะ ตางี้ใสแจ๋วเลย
ค่ะ หน้าตาดีมากจริง ๆ แต่ว่าไม่มีใครมารับแกนะคะ เอกาว่าตอบสีหน้าเป็นกังวล
"เอ๋? งั้นเหรอคะ"
"ค่ะ...อยู่โรงพยาบาลไม่เกิน 2 วันก็จริง แต่ไม่มีใครมาเยี่ยมเรื่องเพื่อนฝูงยังพอว่าเพราะถูกพามากะทันหันแต่ว่าแม้แต่พ่อหรือแม่ก็ไม่มาเลยซักคน แล้วดิฉันก็เคยพูดคุยกับเขาเห็นว่าอยู่ ม.ปลายอยู่เลยแล้วแกเอาเงินค่ารักษา ค่าเอ๊กซเรย์จากไหนมาจ่ายกัน?"
"ก็คงเป็นเงินที่พ่อกับแม่ให้ไว้แหละค่ะ ส่วนที่ไม่มาเยี่ยมก็อาจอยู่ต่างจังหวัดก็ได้นี่คะ...งั้นดิฉันขอตัวนะคะขอบคุณมากค่ะอุตส่าห์ช่วยถือมา"
ฮายาชิรับของจากเอกาว่าแล้วก็เปิดประตูก้าวขึ้นรถไป ส่วนเอกาว่าก็เดินไปที่รถของตัวเอง
"ก็ใช่อยู่หรอก และอาจเป็นไปได้มากอย่างที่ฮายาชิซังว่า แต่...ใบหน้าของเขาตอนที่บอกกับเราว่า 'ไม่มีครับ...ผมกลับเอง' ดูเศร้า ๆ บอกไม่ถูก"
เอกาว่าเสียบกุญแจรถ สตาร์ทเครื่องและขับออกไป ในขณะที่ยังมีภาพเด็กหนุ่มคนนั้นอยู่ในความทรงจำ
*******************************************************************************
คาโอรุมาถึงบ้านเกือบค่ำ เมื่อจัดแจงจ่ายเงินให้กับโชเฟอร์และลงจากรถอย่างค่อนข้างทุลักทุเลนิดหน่อย สายตาก็ไปเจอกับเด็กสาวที่ยืนอยู่หน้าประตูบ้านของเขาพอดี
"ซาซากิ?"
"ทาเทวากิคุง...เอ่อ อาการเป็นยังไงบ้าง?" เธอก้มหน้าก้มตาถาม
"ผมไม่เป็นไร ...ขอบคุณที่เป็นห่วง ว่าแต่ว่าทำไมมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ?"
"อ๋อ...เอ่อ...ถามที่อยู่จากอาจารย์น่ะจ๊ะ แล้วก็ไม่ไกลจากบ้านฉันนักด้วย"
"เหรอ?... เข้ามาก่อนสิ"
คาโอรุหยิบกุญแจจากกระเป๋าเสื้อมาไขประตู พร้อมทั้งเชื้อเชิญเพื่อนสาวเข้าไป คาโอรุตรงไปที่ครัวทันทีเพื่อหาน้ำท่าให้กับแขกผู้มาเยือน แต่ดูยังไงก็ท่าจะไม่รอด ซาซากิเลยอาสาไปจัดการเสียเอง ส่วนคาโอรุก็ต้องมานั่งจ๋องกลายเป็นแขกแทน
"น่าอายจังนะ เป็นเจ้าของบ้านกลับให้แขกต้องเสริฟ์น้ำกินเอง" คาโอรุพูดเขิน ๆ
"ทาเทวากิคุงไม่สะดวกไม่ใช่เหรอจ๊ะ ไม่เป็นไรหรอกเห็นอย่างนี้ฉันชอบเข้าครัวทำอาหารนะ เรื่องแค่นี้สบาย" ซาซากิหันมาตอบ พอดีกับที่คาโอรุยิ้มให้กับเธอ ทำให้เธอหน้าแดงรีบหันกลับไปทันที หลังจากนั้นก็กลับมานั่งโต๊ะพร้อมค้นเอกสารในกระเป๋ายื่นให้คาโอรุ
"นี่โน้ตย่อของทุกวิชา ฉันคิดว่าทาเทวากิคุงคงจะอยากได้ไว้ใช้"
คาโอรุรับมาด้วยสีหน้าดีใจ
"โอ้โห! ทุกวิชาเลยเหรอ ขอบใจมากนะซาซากิ"
"จริง ๆ ไม่ใช่ฉันคนเดียวหรอกนะ นี่วิชาสังคมของอุเอฮาระ วิชาฟิสิกส์ของเอโนกิ วิชาภาษาอังกฤษของคิโนะ..." เธอเริ่มร่ายรายชื่อของเพื่อน ๆ
"ภาษาญี่ปุ่นของซาซากิ..." คาโอรุพูดแทรก ซาซากิตกใจ
"ทำไมรู้ล่ะ?"
"ซาซากิลายมือสวย ผมจำได้"
ยิ่งทำให้ใบหน้าของเธอแดงขึ้นไปอีก (เฮ่ เฮ่นี่ตกลงจะจีบกันเรอะ : ผู้เขียน)
"ฝากบอกทุกคนด้วยนะว่าขอบคุณมาก ๆ ทุกคนใจดีมาก ๆ เลย" คาโอรุพูดด้วยรอยยิ้ม
"เอ่อ...แล้ว ทาเทวากิคุงจะไปเรียนได้เมื่อไหร่เหรอ?"
"อาทิตย์หน้าผมจะไปแล้วล่ะ"
"เหรอจ๊ะ?" สีหน้าของเด็กสาวเต็มตื้นไปด้วยความสุข
หลังจากคุยกันได้ซักพัก ซาซากิก็ชักสงสัยอะไรขึ้นมาจึงถามคาโอรุ
"เอ่อ....ทาเทวากิคุง คุณพ่อกับคุณแม่ยังไม่กลับอีกเหรอ?"
"เปล่า...ไม่ใช่อย่างนั้นหรอก ผมอยู่คนเดียว" คาโอรุตอบสีหน้าไม่เปลี่ยนราวกับเป็นเรื่องที่คุ้นเคยมานาน
"เอ๊ะ?!"
"พ่อของผมเสียแล้ว ส่วนแม่อยู่กับคุณย่าที่ต่างจังหวัดน่ะ"
"...เหรอ..."
เธอไม่ถามต่อเกรงว่าจะเป็นการละลาบละล้วงเกินไป คาโอรุก้มดูนาฬิกาข้อมือ
"ซาซากิ ค่ำแล้วกลับดีกว่านะเดี๋ยวคนที่บ้านจะเป็นห่วง"
"อ๊ะ...จ๊ะ..." ซาซากิรีบเก็บกระเป๋า ส่วนคาโอรุก็ใช้ไม้ค้ำเขยกไปส่งที่ประตูหน้าบ้าน
"กลับนะ"
"ระวังตัวด้วย" คาโอรุยืนมองซาซากิ จนกว่าจะแน่ใจว่าเธอออกจากซอยเข้าบ้านเขาไปที่ถนนใหญ่อย่างปลอดภัย
ซาซากิรวบรวมความกล้าหันกลับมา
"ทาเทวากิคุง! ตั้งแต่พรุ่งนี้ฉันจะมาเยี่ยมทุกวันได้มั๊ย?!" เธอตะโกนถาม
ได้ฟังดังนั้นทำให้คาโอรุอดยิ้มไม่ได้กับความอารีของเพื่อนสาวคนนี้
"ได้เลย! พาทุกคนมาด้วยนะ!"
"จ้า! ไปล่ะ!" เธอวิ่งออกไป ขณะนี้ในใจของเด็กสาวได้มีความรู้สึกบางสิ่งก่อตัวขึ้นเสียแล้ว
![]()
โปรดติดตามตอนต่อไป
มาแล้วค่า มาแล้ว ขออภัยที่ล่าช้าเหลือเกินว่าแต่ว่าทำไมตอนนี้พระเอกกะนายเอกของเราทำไมไม่ได้เจอกันเลยอ่ะเนี่ย แนะนำ ติชม ดุด่าได้ที่ [email protected] ค่ะ