adolescence

ตอนที่ 2

"มิเนคุระ มิเนคุระ นี่! รอด้วยสิ" เสียงใส ๆ ของคาโอรุเพื่อเรียกอาซาโตะให้เข้าห้องทันชั่วโมงโฮมรูมดังขึ้นทุกเช้าทำให้กลายเป็นที่คุ้นเคยของนักเรียนปี1 ทั้งชั้นปีไปเสียแล้ว

"อุ๊บ!!!" คาโอรุเดินชนหลังของอาซาโตะที่หยุดเดินกะทันหัน

"นี่...นายหยุดตามฉันซะทีจะได้มั๊ย?" อาซาโตะพูดอย่างเหนื่อยหน่ายเต็มทน

"ก็นายจะโดดโฮมรูมไม่ใช่เหรอ? กลับเข้าห้องเถอะเดี๋ยวอาจารย์จะเช็คชื่อแล้วนะ อย่าขาดเรียนโดยไม่มีเหตุผลเลยน่ะ" คาโอรุตอบเป็นชุด

อาซาโตะถอนหายใจแล้วหันหลังกลับจะเดินต่อคาโอรุคว้าข้อมือของอาซาโตะไว้ได้ทันพร้อมฉุดเข้าห้อง!!! (เรียน)

"เฮ้! นี่อย่ายุ่งกับฉันน่า" อาซาโตะชักโวยวาย

"ไม่ได้! มันจะมีผลกับการเรียนนะถ้าไม่เข้าโฮมรูม"

คาโอรุดึงแขนอาซาโตะเต็มแรง แต่อาซาโตะไม่เขยื้อนซักนิดเขาดึงแขนของตัวเองกลับทำให้คาโอรุเซถลาไปซบอกพอดี

"อย่ามายุ่งกับฉัน…อยากเจออย่างที่ผู้หญิงพวกนั้นพูดรึไง?!" อาซาโตะกระซิบข้างหูของคาโอรุนัยน์ตาวาวแสดงดึงอารมณ์ที่ไม่ค่อยจะดีแล้ว

"นี่เขาได้ยินด้วยเหรอ?" คาโอรุคิดในใจ

"ก็เพราะนายทำตัวอย่างนี้น่ะสิ คนอื่น ๆ เขาถึงได้กลัว"

ประโยคนี้ของคาโอรุทำให้ทำนบอารมณ์ของอาซาโตะขาดผึง อาซาโตะอารมณ์เสียจริง ๆ แล้ว เขาจ้องตาคาโอรุเขม็งสีตาเปลี่ยนจากสีน้ำตาลอ่อนเป็นสีทองพร้อมกับบีบไหล่ของคาโอรุแน่นจนคาโอรุต้องนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ

"ทำตัวยังไง!? กลัวอะไร!? จะทำอะไรหรือไม่ทำอะไรก็ไม่มีใครอยากคบกับฉันอยู่แล้ว และฉันก็ไม่ได้อยากจะคบกับพวกนั้นหรอกประเภทปากอย่างใจอย่าง อย่างนาย! หัวหน้าห้อง! นายก็เหมือนกับพวกนั้นนั่นแหละ ถ้าไม่มีตำแหน่ง 'หัวหน้าห้อง' ค้ำคออยู่ก็คงจะไม่มายุ่งกับฉันอย่างนี้สินะ!!" พูดเสร็จก็ผลักคาโอรุออกแล้วเดินออกไป

คาโอรุยืนตะลึงอยู่กับที่ นักเรียนคนอื่น ๆ ที่ยืนอยู่บริเวณนั้นก็มองเหตุการณ์ตั้งแต่ต้นจนจบเป็นตาเดียว

"กิ๊ง ก่อง" เสียงสัญญาณเข้าเรียนดังขึ้นนักเรียนทั้งหมดเริ่มทยอยเข้าห้องกันแต่คาโอรุยังยืนเฉยอยู่

"ทาเทวากิ" เสียงอาจารย์ประจำชั้นคนสวยเรียก คาโอรุสะดุ้งตามเสียงเรียก

"ยังไม่เข้าห้องเรียนอีกเหรอ? สัญญาณเข้าเรียนดังแล้วนะ"

"อ๊ะ.. ครับ" คาโอรุรีบหันหลังกลับเดินเข้าห้อง

"มิเนคุระ..... เหมือนเดิมสินะ" อาจารย์ถอนหายใจ

"อาจารย์ครับ..... เขา 'เหมือน' ผมนะครับ"

"หือ? อะไรนะจ๊ะ?" อาจารย์คนสวยฟังไม่ชัดนัก

".......เปล่า...ครับไม่มีอะไร"

"เหนื่อยหน่อยนะ ก็เป็นหัวหน้าห้องนี่จ๊ะ"

"ขอบคุณครับอาจารย์" คาโอรุยิ้มพร้อมกับรีบเข้าไปนั่งที่โต๊ะของตัวเอง

"ทาเทวากิคุง เจ็บรึเปล่า?" เสียงเด็กผู้หญิงที่นั่งข้าง ๆ คาโอรุกระซิบถาม

"ขอบคุณนะซาซากิ ผมไม่เป็นไรอย่าห่วงเลย" คาโอรุยิ้มให้กับความอารีของเพื่อนสาวร่วมห้อง หล่อนหน้าแดงแล้วยิ้มตอบคาโอรุ

"เอ้า..เอ้า..ช่วยเงียบหน่อยถึงเวลาโฮมรูมแล้ว" เสียงหวาน ๆ ของอาจารย์สาวเป็นสัญญาณให้นักเรียนทุกคนอยู่ในความสงบ

ในมือของเธอถือแฟ้มเล่มใหญ่ หลังจากที่วางบนโต๊ะเรียบร้อยแล้ว เธอก็เริ่มเอ่ยถึงสาระสำคัญในชั่วโมงโฮมรูมนี้

"เดือนหน้าเราจะมีการแข่งขันกีฬาสีประจำโรงเรียนขึ้นทางโรงเรียนอยากให้ทุกคนเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียงกันโดยจะแบ่งเป็นฝ่ายกีฬา ฝ่ายกองเชียร์และฝ่ายจัดการ....ทาเทวากิมารับแฟ้มหน่อยจ๊ะ" คาโอรุลุกไปรับแฟ้มจากอาจารย์

"ใครต้องการจะอยู่ฝ่ายไหนให้มาลงชื่อเอาไว้ที่หัวหน้าห้องนะ"

หลังจากรับแฟ้มเสร็จแล้วคาโอรุก็เข้าไปนั่งที่เดิม อาจารย์คนสวยเริ่มพูดต่อ

"และวันนี้ทางหน่วยอำนวยการของโรงเรียน แจ้งมาว่า...."

*****************************************

เสียงอึกทึกของนักเรียนและอาจารย์ทั้งโรงเรียนในวันก่อนวันงานกีฬาสีประจำปีแค่วันเดียว ปลุกบรรยากาศสนุกสนานให้ปกคลุมทั่วโรงเรียนมัธยมซากะแห่งนี้ ทุกคนต่างกระตือรือล้นและสนุกสนานแต่ที่เหนื่อยหน่อยน่าจะเป็นกรรมการและสมาชิกของฝ่ายจัดการของแต่ละชั้นแต่ละห้อง เพราะต้องเตรียมการเอาไว้ให้ทุกอย่างก่อนถึงวันพรุ่งนี้ ส่วนฝ่ายกีฬาเองก็ขยันขันแข็งฝึกซ้อมอย่างเต็มที่ การแข่งขันกีฬาปีนี้นั้นแบ่งประเภทกีฬาออกเป็น 4 ชนิดคือ บาสเกตบอล วอลเล่ย์บอล กรีฑา และฟุตบอล ส่วนรางวัลของผู้ชนะเลิศรวมถึงห้องที่ชนะเลิศคือ ตั๋วฟรีของโรงอาหาร 1 ปีเต็ม คิดดูแล้วก็คุ้มไม่น้อย ดังนั้นทุกคนจึงค่อนข้างพยายามเต็มที่

“มิเนคุระ” วันนี้ก็เป็นอีกวันที่เสียงใส ๆ นี้ร้องเรียกเพื่อนร่วมห้องแสนดื้อ

คาโอรุที่เป็นหัวหน้าห้องและปัจจุบันควบตำแหน่งกรรมการฝ่ายจัดการถือแฟ้มใบโตที่อาจารย์ประจำชั้นให้ไว้วิ่งตามอาซาโตะอย่างกระหืดกระหอบ และก็อีกเช่นกันที่อาซาโตะเดินหนี อุตส่าห์เดินหนีมาตั้งเดือนกว่าคาโอรุก็ยังตามอยู่นั่นเอง ในที่สุดก็ถึงดาดฟ้าของตึกอำนวยการจนได้

“นายยังไม่ได้ลงชื่อนะพรุ่งนี้จะเป็นงานกีฬาแล้วตัดสินใจซะทีเถอะ” คาโอรุหอบแฮ่ก แต่ก็ยังกัดฟันพูดอยู่

“ฉันจะทำยังไงกับนายดีนะ” อาซาโตะถอนหายใจพูดอย่างเหนื่อยหน่าย (อีกแล้ว)

“ก็แค่ลงชื่อซะกับคบคนอื่น ๆ และหัดยิ้มซะบ้างไงล่ะ” คาโอรุพูดแล้วยิ้มแต่ก็ยังหอบอยู่เพราะคาโอรุตัวเล็กทำให้ก้าวขาไม่ค่อยจะทัน ทั้งที่อาซาโตะเดินแต่คาโอรุต้องวิ่งเลยเชียวแหละ

“ฉันไม่อยากเข้า!”

“แต่....ถ้านายไม่ทำกิจกรรมร่วมกับคนอื่น ๆ ซะบ้างนายก็จะไม่สามารถลบภาพพจน์ที่ไม่ดีในสายตาคนอื่นแล้วก็จะไม่มีเพื่อนไปตลอดเลยนะ” คาโอรุแย้ง

“ฉันไม่แคร์!”

“ไม่ได้นะ!!! ก็...ก็อยู่คนเดียวมันเหงาออกจะตายไป....” คาโอรุพูดและสบตาของอาซาโตะพร้อมกับจ้องนิ่งราวกับจะมองทะลุดวงตาสีน้ำตาลออกทองนั่นให้ชัดเจน พอได้ฟังคำพูดและปฏิกิริยาของคาโอรุทำเอาอาซาโตะนิ่งไปครู่หนึ่ง แต่แล้วก็เหมือนมีการตัดสินใจอะไรบางอย่างขึ้นมา

“นายนี่มันไม่รู้อะไรเอาซะเลยนะจะบอกให้นะว่าอยู่คนเดียวน่ะยังรู้สึกโดดเดี่ยวน้อยยิ่งกว่าอยู่ท่ามกลางผู้คนมากมายซะอีก” อาซาโตะพูดด้วยสีหน้าที่คาโอรุเห็นแล้วแทบไม่เชื่อสายตาพูดเสร็จก็เดินหนีคาโอรุไปเหมือนเคย คาโอรุตัดสินใจได้วิ่งตาม (อีกแล้ว)

“ระ...รอก่อน มิเนคุระ.... หวา!!!”

คาโอรุซึ่งเหนื่อยหอบอยู่แล้วกลับต้องมาวิ่งตามอาซาโตะเป็นรอบสองของวันนี้ทำให้ยิ่งเหนื่อยเข้าไปใหญ่ และเพราะความรีบร้อยที่จะตามอาซาโตะ (ที่เดินเร็วเป็นบ้า) ให้ทันพอมาถึงบันไดทำให้เหยียบพลาด คาโอรุสะดุดเซถลาลงไปตามขั้นบันไดเสียงดังสนั่นแฟ้มกระจัดกระจาย อาซาโตะได้ยินก็รีบวิ่งขึ้นไปดูเจอคาโอรุนอนสลบอยู่ขั้นสุดท้ายของบันไดพอดี นักเรียนที่อยู่ในชั้นนั้นต่างก็รีบวิ่งมาดูกันใหญ่

“ทาเทวากิคุง!!” ซาซากิ เอริ รองหัวหน้าห้องที่นั่งข้าง ๆ คาโอรุตกใจมากรีบวิ่งเข้าไปหา ส่วนอาซาโตะกำลังดูอาการอยู่

“อย่าเคลื่อนไหวเขานะ! ไปตามอาจารย์ห้องพยาบาลมาที”

“เอ๋...!?” ด้วยความตกใจ ทำให้ซาซากิทำอะไรไม่ถูก

“ไปตามอาจารย์มา!! เร็วเข้า!!!” อาซาโตะตวาดจนเธอสะดุ้ง (พวกที่กลายสภาพจากนักเรียนเป็นญี่ปุ่นมุงก็สะดุ้งเหมือนกัน)

“คะ...ค่ะ” ซาซากิรีบวิ่งไปตามอาจารย์ที่ห้องพยาบาลมาดูอาการ

“ไม่เป็นไรไม่ได้เอาหัวลงกระแทกยังไงก็พาไปที่ห้องพยาบาลก่อนก็แล้วกัน” อาจารย์ห้องพยาบาลพูด

พวกญี่ปุ่นมุงก็ยังมุงกันไม่มีทีท่าว่าจะสลายตัว

“เอ่อ....ถ้าอย่างนั้น” ซาซากิกำลังจะเอ่ยขอยืมแรงจากญี่ปุ่นมุงเหล่านั้นให้ช่วยพาคาโอรุไปห้องพยาบาล

“ฉันเอง” อาซาโตะอุ้มคาโอรุขึ้นอย่างไม่ต้องให้ใครขอแล้วเดินลงบันไดตามอาจารย์พยาบาลไป

“เฮ้ย! เอาแล้วว่ะ” พออาจารย์กับอาซาโตะลับตาไปก็เริ่มมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ทันที

“เออ ใช่”

“นายคิดอย่างที่ฉันคิดมะ ฉันว่าโดนผลักลงมาแหง...”

“จริงด้วย...เจ้าตัวเล็กนั่นน่ะคอยตอแยมาตั้งนานแล้วนี่”

“นี่..อย่าพูดอย่างนั้นสิ!” ซาซากิจแทรกคำซุบซิบของญี่ปุ่นมุง

“เอริ... เธอก็คิดอย่างนั้นอยู่ไม่ใช่เหรอ?” เพื่อนสาวอีกคนพูด

“อะ...ก็...ถ้ามิเนคุระคุงทำจริง ๆ เขาก็ไม่น่าจะช่วยพาไปห้องพยาบาลเลยนะ” ซาซากิแย้งอีกแต่ความจริงเธอก็คิดอย่างที่คนอื่น ๆ พูดกันอยู่บ้างเหมือนกัน

“ก็ไปขู่อีกรอบตอนหมอนั่นฟื้นน่ะสิ” เด็กผู้ชายคนหนึ่งพูดอีก

“ใช่..ใช่ แบบประมาณว่าถ้าไม่อยากเจ็บตัวมากกว่านี้ก็อย่ามายุ่งอะไรทำนองเนี้ย”

“น่ากลัวชะมัดผลักตกบันไดเนี่ยถ้าลงไม่ดีหัวกระแทกพื้นก็....ไม่เอาแล้วฉันไม่อยากคิดต่อแล้วล่ะ!!” เด็กผู้หญิงอีกคนแสดงสีหน้ากลัวอย่างเห็นได้ชัด

“นี่...ไม่เอาน่า...เลิกพูดได้แล้ว!!!” ซาซากิพยายามระงับการจินตนาการตามเด็กผู้หญิงคนนั้น

“เอ้า!! นี่..พวกเธอมาทำอะไรข้างบนนี่ล่ะ!? ข้างล่างเขายุ่งจะแย่อยู่แล้วรีบลงไปซิ!!!” เสียงอาจารย์หญิงฝ่ายปกครองที่เดินผ่านมาพอดี ทำให้เหล่านักเรียนจอมมุงที่ท่าทางกะลังซุบซิบ (นินทา) กันอย่างเมามันส์สลายตัวไปในทันที ใครจะกล้าต่อกรกับเธอเล่า อาจารย์คุราบาชิจอมเฮี๊ยบ!!! ผู้ครอบครองพื้นที่ตึกอำนวยการทั้งหมดที่น่ากลัวเกรง (บรื๋อ!!!!) เฮ้ เฮ้ อาจารย์นะไม่ใช่ผี!!!! : ผู้เขียน

“ก็ตอนนั้น สีหน้าของมิเนคุระคุง.....อย่างนั้นนี่นาไม่น่าเป็นคนผลักทาเทวากิคุงลงมาเลยนี่” ซาซากิคิดขณะกำลังลงจากตึกพร้อมกับคนอื่น ๆ

catndog.gif (3077 bytes)

โปรดติดตามตอนต่อไป

มาแล้วค่า ตอนต่อทำไมทุกคนคิดกันเร็วจังน้า เขียนตอนต่อกันได้อย่างรวดเร็วจัง (เก่ง ๆ กันทุกคนเลยนะเนี่ยนะ) ติชม ดุด่า และแนะนำนะคะที่ [email protected] ค่า

Hosted by www.Geocities.ws

1