myth

ฮามิลใช้เวลาเกือบตลอดทั้งวันที่เหลืออยู่ในการควานหาคนที่รอดชีวิต และมีโอกาสหลบหนีออกมาจากการต่อสู้กับพวกทหารเมื่อคืนก่อนอย่างสุดความสามารถ เพื่อที่จะสืบว่ากองกำลังทหารลึกลับที่มีจำนวนมากมายเหล่านั้นมาจากไหน และ…เป็นของใคร แต่ที่แน่ๆก็คือว่าทหารพวกนั้นจะต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของผู้ชายท่าทางน่ากลัวคนนั้นและไคล์แน่ๆ

เพราะว่ามันเป็นไปแทบจะไม่ได้กับการที่จะหนีออกจากวงล้อมของคนจำนวนมากมายขนาดนั้นภายในเวลาเพียงครู่เดียว ขนาดคู่ต่อสู้ของเขาเมื่อคืนตั้งหลายสิบคน ยังกลายเป็นศพภายในเวลาไม่กี่นาที และกับการที่คนๆเดียวจะแบกร่างของไคล์พร้อมกับตีฝ่าออกไป ยิ่งเป็นไม่ได้เข้าไปอีก ..นอกเสียจากว่า.. ทหารพวกนั้นจะเต็มใจเปิดทางให้เดินออกไปเอง

ที่น่าสังเกตก็คือ ลักษณะท่วงท่าและการพูดของชายคนนั้นที่แสดงให้เห็นถึงความแตกต่างจากคนธรรมดาทั่วไปอย่างชัดเจน …ใครกัน…

**************************

ฮามิลแวะไปตามที่ต่างๆเรื่อยๆจนกระทั่งดวงอาทิตย์เลื่อนลับไปจากขอบฟ้า และเปลี่ยนเป็นแสงจากคบไฟที่เข้ามาให้ความสว่างแทนที่ เขาจึงยอมหยุดแวะเข้าไปยังร้านเหล้าเก่าๆซอมซ่อข้างทางที่อยู่ใกล้บริเวณที่เกิดเหตุนั้น

"ขออภัยครับ วันนี้ร้านเราปิดครับ" ทันทีที่ฮามิลเปิดประตูเข้าไปก็พบเจ้าของร้านวิ่งออกมาขวางไว้ด้วยท่าทางกระหืดกระหอบจนผิดสังเกต ฮามิลจึงถือโอกาสใช้สายตาสำรวจไปรอบๆห้องอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งไปสะดุดอยู่กับเงาตะคุ่มๆเงาหนึ่งที่พยายามหลบตัวเองไว้ภายในมุมมืดของห้องให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เมื่อเห็นดังนั้นชายหนุ่มจึงค่อยๆหันกลับมาสบสายตากับเจ้าของร้านที่ยืนหน้าซีดเผือด พร้อมกับยิ้มให้กับแหล่งข้อมูลชั้นดีที่บังเอิญมาพบเข้า ..อย่างน้อยเขาก็ต้องได้เบาะแสอะไรจากผู้ชายที่หลบอยู่หลังร้านนั่นบ้างล่ะน่า

"ไม่ต้องปิดบังอะไรหรอก ข้าไม่ได้มาทำร้ายหรือจับกุมพวกเจ้า แต่..ข้าอยากได้ความช่วยเหลือนิดๆหน่อยๆจากคนที่นั่งหลบมุมอยู่ตรงโน้น เท่านั้น" ฮามิลพยักเพยิดไปทางด้านหลังของเจ้าของร้าน ทำให้ร่างในเงามืดนั้นยิ่งเบียดตัวหลบเข้าไปอีก

"ไม่มีใครอยู่ที่นี่ทั้งนั้นแหละท่าน คงเข้าใจอะไรผิดแล้ว" ชายเจ้าของร้านพยายามยืนกรานปฏิเสธเสียงแข็งทั้งๆที่สีหน้าซีดเผือด "ท่านอาจมองเห็นหนูหรือตัวอะไรผิดไปแล้วตาฝาดก็ได้" เขาอึกอัก

แต่ฮามิลกลับผลักร่างของเขาหลบไปอีกทางหนึ่งแล้วเดินตรงไปยังตำแหน่งที่เขาแน่ใจว่ามีคนหลบซ่อนอยู่ ทำให้เจ้าของร้านตะโกนโวยวายขึ้น

"นี่ท่านกล้าดียังไงมาบุกรุกร้านข้า!!"

แต่ฮามิลหันกลับมาจ้องเขม็งแล้วพูดขึ้นอย่างหงุดหงิดว่า

"หุบปากซะ หรือเจ้าอยากให้คนอื่นๆบุกเข้ามาในที่นี้ ..ถ้าเป็นอย่างนั้น คนที่เดือดร้อนก็คือเจ้า กับคนที่ซ่อนตัวอยู่ในนี้ ..ไม่ใช่ข้า.."

เมื่อเจ้าของร้านยอมหยุดเงียบเสียงแต่โดยดีแล้วฮามิลจึงเดินลึกเข้าไปอีก จนเกือบจะเข้าไปถึงตัวของคนที่กำลังหลบอยู่นั่นอยู่แล้ว แต่ก่อนที่เขาจะทันได้มองเห็นว่าเป็นใคร ก็มีร่างๆหนึ่งพุ่งออกมาจากเงามืดอีกด้านอย่างรวดเร็วพร้อมกับเงื้อดาบขึ้นหมายจะปลิดชีวิตเขา หากแต่จังหวะสุดท้ายที่ฮามิลชะงักเท้าเอาไว้ได้ทันทำให้คมดาบนั้นพลาดจากลำคอและเฉียดใบหน้าไปเพียงแค่นิดเดียว

ทันทีที่คนๆนั้นพลาดท่า ฮามิลก็รีบคว้าข้อมือข้างที่ถือดาบเอาไว้พร้อมกับใช้ศอกกระแทกกลับไปที่ท้องของอีกฝ่ายอย่างรุนแรง ทำให้ร่างของคนร้ายร่วงพับลงไปกองกับพื้นห้องอย่างสิ้นฤทธิ์ทันที

"ข้าจะบอกอีกครั้งว่าข้ามาดี และจะไม่ทำร้ายใคร" เขาหยุดพูดนิดหนึ่งพร้อมกับเหลือบสายตาลงไปยังร่างที่นอนคว่ำแน่นิ่งอยู่กับพื้น "นอกเสียจากว่า จะมีคนลงมือกับข้าก่อน" ฮามิลก้มลงไปพยุงร่างนั้นให้ลุกขึ้นยืน "เอาล่ะ เจ้าหนู อย่าทำเป็นออเซาะ ลุกขึ้นมายืนดีๆ ข้าไม่ได้รุนแรงกับเจ้ามากมายนักหรอก"

แต่ฮามิลก็ต้องแปลกใจเมื่อเด็กคนนั้นหันมา และเขาพบว่านั่นเป็นใบหน้าของผู้หญิงคนหนึ่ง ที่จับจ้องเขาอย่างจะกินเลือดกินเนื้อ ทั้งๆที่ริมฝีปากยังขาวซีดจากความเจ็บ เมื่อเป็นดังนั้น เขาจึงรีบพยุงร่างของเด็กคนนั้นให้ทรงตัวได้และปล่อยมือออกโดยเร็ว "ขออภัย คุณผู้หญิง ข้าไม่ได้ตั้งใจที่จะลงมือกับเจ้า" เขาก้มหัวลงขอโทษอย่างไม่ลังเล พร้อมกับรู้สึกกระอักกระอ่วนเล็กน้อยที่ทำรุนแรงกับผู้หญิงตรงหน้า ทำให้กรงเล็บของผู้หญิงคนนั้นที่เงื้อขึ้นหมายจะตะกุยนั้นชะงักไป

"พอได้แล้ว ฟาติมา หยุดซะที"

เสียงแหบๆจากชายที่ซ่อนตัวอยู่ในมุมมืดดังขึ้น พร้อมกับค่อยๆปรากฏตัวออกมา ฮามิลจึงเงยหน้าขึ้นมองโดยไม่ใส่ใจกับท่าทีฮึดฮัดของผู้หญิงที่แต่งตัวในชุดของเด็กผู้ชายมอมแมมอีกต่อไป ชายหนุ่มสังเกตเห็นว่าชายคนนั้นมีท่าทางภูมิฐานและแต่งตัวดี หากแต่กลับมีใบหน้าที่อิดโรยและซีดเซียวจนผิดปกติ จนกระทั่งชายแก่คนนั้นเดินออกมาให้เห็นเต็มตัวนั่นแหละฮามิลถึงสังเกตเห็นว่าที่ขาของคนๆนั้นมีแผลขนาดใหญ่ ที่มีเลือดสดๆไหลซึมออกมาเกรอะกรังเต็มไปหมด

"พ่อ ระวังนะคะ" ผู้หญิงคนนั้นรีบผละจากฮามิลตรงไปพยุงร่างของชายที่บาดเจ็บทันที

"เอาล่ะ บอกมาว่าเจ้าต้องการอะไร" เขาเค้นเสียงถามฮามิล

"ข้าอยากรู้ว่า การบาดเจ็บที่ขาของท่านมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องเมื่อคืนก่อนหรือเปล่า?" ชายหนุ่มถามเรียบๆ โดยที่ไม่ขยับเขยื้อนจากจุดเดิม

"แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเจ้า!!" หญิงสาวย้อนถาม แต่กลับถูกชายแก่ยกมือห้ามไว้

ฮามิลไม่ตอบคำถามนั้น แต่กลับเอื้อมมือไปดึงดาบที่เหน็บอยู่ที่เอวออกมา พร้อมกับโยนมันลงไปบนพื้นที่ห่างจากตัวเองและยกมือขึ้นทั้ง 2 ข้าง

"เอาล่ะ ข้าไม่มีอาวุธอะไรอีกแล้ว ข้าจะไม่ทำร้ายใครๆในที่นี้ทั้งนั้น เพียงแต่ข้าต้องการข้อมูลเล็กๆน้อยๆจากท่าน หากว่า..แผลที่ขาของท่านเกี่ยวข้องกับเรื่องเมื่อคืนวาน" เขาลดสายตาลงไปยังแผลนั้นอย่างจงใจ "แล้วเราจะตกลงกันได้หรือยัง"

ชายแก่มองฮามิลอย่างชั่งใจพร้อมกับพยักหน้าช้าๆ "เชิญนั่ง" เขาพูดและหันไปสั่งให้เจ้าของร้านออกไปรอด้านนอกก่อน

" ข้ายอมรับว่าแผลนี้ เกิดจากการต่อสู้ในงานคืนนั้น ว่าแต่ เจ้าอยากรู้อะไร" เขาถามฮามิล ขณะที่ตนเองค่อยๆผ่อนกายลงนั่งช้าๆ โดยที่มีหญิงสาวที่ชื่อฟาติมาคอยประคองไว้อย่างเป็นห่วง ฮามิลรอจนกระทั่งชายแก่นั่งลงก่อน จึงค่อยๆทรุดตัวลงนั่งที่เก้าอี้ใกล้ๆกัน

"ข้าอยากรู้ว่า ท่านเป็นพวกเดียวกับกลุ่มทหารเมื่อคืนก่อนรึเปล่า?" ฮามิลเริ่มต้นตั้งคำถามแรก และจ้องมองชายแก่ตรงหน้าไม่วางตา เพื่อเป็นการคุมเชิงไม่ให้อีกฝ่ายโกหกอีกด้วย เพราะมันจะไม่มีวันรอดพ้นจากสายตาของเขาไปได้

"ไม่ใช่.." ชายแก่ตอบโดยที่ไม่มีอาการผิดปกติใดใดหลุดลอดออกมาเลย

"ถ้าเป็นเช่นนั้น…" ฮามิลเคาะนิ้วกับพนักเก้าอี้อย่างครุ่นคิด "ท่านหนีออกมาได้อย่างไร"

ชายแก่ตรงหน้าเหลือบสายตาลงไปยังแผลที่ขา แล้วถอนใจ "ก็ใช้กำลัง.. เลยได้แผลติดตัวมา..แต่คนของข้าถูกจับไปเกือบหมด เหลือแค่ข้า ลูกสาว และเงินติดตัวมานิดหน่อย.. โชคยังดี ที่มีอยู่ช่วงหนึ่ง กองกำลังของทหารที่ประตูหน้าลดลง ข้าเลยฉวยโอกาสออกมาได้"

ฮามิลเสริมขึ้นอย่างเข้าใจ "ท่านก็เลยหนีมาซ่อนตัวที่นี่ โดยให้เงินค่าปิดปากกับเจ้าของร้าน" ชายแก่พยักหน้า "แล้วท่านไม่กลัวรึ ว่าเจ้าของร้านจะเอาเรื่องของท่านไปบอกพวกทหาร"

เขาถอนหายใจก่อนจะตอบว่า "เรื่องอย่างนี้ก็ต้องเสี่ยงดู.. สำหรับข้าน่ะไม่เป็นไรหรอก แต่ลูกสาวข้านี่น่ะสิที่สำคัญ"ฮามิลหันไปมองหญิงสาวที่จ้องหน้าเขาอย่างเกลียดชังเพียงครู่หนึ่ง ก่อนที่จะกลับมาเข้าสู่เรื่องปกติอย่างไม่ใส่ใจเท่าไหร่นัก

แต่ทันใดนั้นเองก็มีเสียงเอะอะดังมาจากทางหน้าร้าน ฮามิลจึงรีบลุกขึ้นยืนพร้อมกับหันกลับไปทางต้นเสียงทันที ก็พบว่าเจ้าของร้านวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาข้างในอย่างรวดเร็ว

"เกิดอะไรขึ้น" ชายแก่ถาม แต่ก่อนที่ทันจะได้รับคำตอบอะไร ฮามิลก็ยกมือขึ้นเป็นสัญญาณให้เงียบ พร้อมกับเข้าไปประคองชายตรงหน้าและพาไปยังตู้ด้านหลัง

"ท่านซ่อนอยู่ที่นี่ก่อน แล้วใช้ไอ้นี่คลุมตัวไว้ให้ดีๆล่ะ" เขาเปิดตู้พร้อมกับดันร่างของชายแก่เข้าไปข้างใน โดยที่พยายามให้กระทบกระเทือนแผลที่ต้นขาน้อยที่สุด แล้วจึงโยนผ้าปูโต๊ะเก่าครำคร่าให้

"ส่วนเจ้า" ฮามิลหันไปทางฟาติมา "ทำตัวให้เป็นปกติที่สุด อย่ากระโตกกระตากไปโดยไม่จำเป็น ชีวิตพ่อของเจ้าอยู่ในมือเจ้าแล้วนะ"

ทันทีที่สิ้นเสียงของฮามิลประตูด้านหน้าก็ถูกกระแทกเปิดออกอย่างรวดเร็ว พร้อมๆกับร่างของเจ้าของร้านกระเด็นเข้ามากองอยู่ที่พื้น บนใบหน้ามีรอยฟกช้ำ และเลือดเป็นลิ่มๆไหลออกมาทางรูจมูก ฟาติมาอุทานอย่างตกใจพร้อมกับวิ่งไปประคองคนเจ็บทันที

ที่ประตูด้านหน้านั้น มีชาย4-5คนก้าวตามเข้ามาด้วยทีท่ามุ่งร้าย และตรงเข้ามาหาฟาติมาในชุดของเด็กหนุ่มที่กำลังนั่งอยู่กลางห้อง ทำให้ฮามิลต้องเดินเข้าไปขวางกลางระหว่างชายแปลกหน้าพวกนั้นกับฟาติมาไว้อย่างรวดเร็ว

ท่าทางและสีหน้าของฮามิลทำให้คนพวกนั้นชะงักไปเล็กน้อย "พวกเจ้าเป็นใคร" เขาถามขึ้น

ชายกลุ่มนั้นเริ่มมองหน้ากันเองอย่างลังเลเมื่อเห็นท่าทางของฮามิล แต่แล้วคนที่ดูเหมือนจะเป็นหัวหน้าของพวกคนกลุ่มนั้นก็ก้าวออกมาและพูดออกมาด้วยน้ำเสียงข่มขู่ว่า "นั่นมันไม่ใช่ธุระกงการอะไรของเจ้า อย่าเข้ามายุ่งดีกว่า ถอยไป.." เขาพูดแล้วขยับเดินเข้ามาอีกก้าวหนึ่ง แต่ฮามิลก็ก้าวตามไปขวางไว้ "พวกเจ้ามีสิทธิอะไรงั้นหรือ ถึงคิดว่าจะเข้าออกที่นี่ได้ตามใจชอบ?" ฮามิลเหลือบสายตาไปที่ร่างของเจ้าของร้านที่บัดนี้เอามือกุมจมูกและปากตนเองอยู่เพื่อห้ามเลือด "เขาไม่ได้บอกเจ้าหรือไง ว่าวันนี้ร้านปิด"

ชายคนนั้นจึงพูดว่า"บอก.. แต่นั่นมันก็ไม่ได้ทำให้มีผลอะไรต่างไปไม่ใช่หรือ เอาล่ะ ข้าจะบอกอะไรให้ฟังนะ ไอ้หนู แล้วก็รีบหลบไปให้พ้นทางซะ ถ้าไม่อยากจะเจ็บตัว" และพอเขาพูดจบ กลุ่มคนอื่นๆที่ยืนอยู่ทางด้านหลังก็หัวเราะครืน เหมือนจะเยาะเย้ยสรรพนามใหม่ของฮามิล

คำดูถูกที่ชายตรงหน้าพูดนั้นทำให้ฮามิลแทบอยากจะคว้าดาบที่วางอยู่บนพื้นใกล้ๆตัวนั้นขึ้นมาและเรียกเลือดออกมาจากตัวพวกมันซัก 3-4 แผล เพื่อแสดงให้เห็นว่า 'ไอ้หนู' ที่พวกมันเรียก สามารถจัดการทำให้พวกมันกลายเป็นผีเฝ้าร้านนี้ได้เร็วแค่ไหน.. แต่เขาก็ต้องข่มอารมณ์ของตนเองไว้ก่อนเพื่อไม่ให้เสียงานใหญ่

"ข้าเป็นทหาร ได้ยินไหมเจ้าหนู เพราะฉะนั้นข้ามีสิทธิที่จะเข้ามาตรวจค้นร้านนี้ได้เต็มที่ ว่ามีสิ่งใดผิดปกติ หรือ..เป็นที่ซุกซ่อนของพวกโจรหรือเปล่า" เขาเดินไปที่ประตูที่เพิ่งถูกพังเข้ามาเมื่อกี้ และเอื้อมมือไปยังแจกันที่ดูเหมือว่ามีราคาสูงอยู่พอสมควร "หรือมีสิทธิแม้จะทำเช่นนี้" เขาพูดพร้อมกับใช้มือปัดแจกันใบนั้นตกลงแตกกระจายบนพื้น "พอใจเจ้าหรือยัง เอาล่ะ เพราะฉะนั้นก็หลบออกไปได้แล้ว"

ฮามิลยืนนิ่ง ไม่ได้พูดอะไรแต่กลับส่งสัญญาณให้ฟาติมาหาทางหลบไปที่อื่นก่อนโดยเร็ว ส่วนเหล่าทหารพวกนั้นเมื่อเห็นฮามิลไม่ตอบโต้ก็ค่อยๆก้าวบีบเข้ามาเรื่อยๆ

ชายคนที่ยืนอยู่ใกล้กับฟาติมาที่สุดเมื่อเห็นเด็กชายข้างหลังฮามิลทำท่าจะพยุงเจ้าของร้านลุกหนี ก็รีบเอื้อมมือเข้าไปจะดึงกลับมา แต่กลับถูกฮามิลคว้าข้อมือเอาไว้เสียก่อนที่จะทันได้แม้แต่จับชายผ้าของเด็กหนุ่มคนนั้น

"ข้ายังไม่ได้อนุญาตให้พวกเจ้าค้นที่นี่.." ฮามิลเตือน พร้อมกับกระชากข้อมือของชายคนนั้นกลับไปกระแทกกับกำแพงอีกฝั่งหนึ่ง ทำให้ชายร่างใหญ่ที่คุยกับฮามิลเมื่อสักครู่โกรธแค้นและเงื้อหมัดขึ้นหมายจะต่อยฮามิลให้คว่ำ

"ไอ้หนู! แกกล้าดียังไงมาทำร้ายเพื่อนข้า" เขาตะคอก

แต่ชายหนุ่มรีบเบี่ยงตัวหลบแล้วเตะสวนกลับไปที่ท้องของฝ่ายตรงข้ามอย่างรุนแรง เข่าของฮามิลที่กระแทกเข้ามาเต็มที่ทำให้ชายคนนั้นทรุดลงไปคุกเข่ากับพื้นพร้อมกับอาเจียนออกมา

ส่วนคนอื่นๆเมื่อเห็นเพื่อนของตัวเองถูกทำร้ายก็รีบกรูกันเข้ามารุมฮามิลทันที หนึ่งในนั้นคว้าท่อนไม้ที่วางอยู่ใกล้ๆตัวมาเป็นอาวุธด้วย การต่อสู้ที่เขาเสียเปรียบเช่นนี้ ทำให้ฮามิลต้องระวังตัวมากยิ่งขึ้นกว่าปกติ เขาต้องพยายามมองหาดาบของตนเองที่วางอยู่บนพื้นเมื่อครู่พร้อมกับต้องรับการโจมตีจากฝ่ายตรงข้ามไปด้วย ซึ่งเป็นการบั่นทอนทั้งสมาธิและกำลังของเขาอย่างมาก หลายต่อหลายครั้งที่เขาสามารถหลบผ่านท่อนไม้และหมัดของคู่ต่อสู้ไปได้ แต่ฮามิลก็รู้ตัวดีว่าจะไม่สามารถทานอยู่ได้นานนัก เพราะฉะนั้นเขาจะต้องค้นหาอาวุธให้เจอโดยเร็วที่สุด

แต่ระหว่างที่สายตาของเขาละไปจากการต่อสู้เพียงครู่หนึ่งเพื่อมองหาดาบเท่านั้นเอง หมัดของฝ่ายตรงข้ามก็อัดเข้ามาที่ใบหน้าของฮามิลเต็มแรงจนทำให้การเคลื่อนไหวของเขาหยุดชะงักไปครู่หนึ่ง และนั่นเป็นการเปิดโอกาสให้ชายที่ถืออาวุธนั้นซัดท่อนไม้ซ้ำเข้าไปที่ท้องของฮามิลเต็มๆ ความเจ็บปวดและจุกที่หน้าท้องอัดแน่นขึ้นมาจนถึงลำคอ ทำให้เขาแทบจะทรุดลงไปกองกับพื้น แต่ฮามิลก็ยังพยายามฝืนกายตนเองเอาไว้ไม่ให้ล้มลง

พวกทหาร4-5คนนั้น เมี่อเห็นว่าฮามิลพลาดท่าก็ยิ่งพยายามลงมือหนักยิ่งขึ้นอีกเพื่อไม่ให้เขาตอบโต้ได้ หมัดหลายหมัดถูกกระแทกเข้าไปที่ใบหน้าของชายหนุ่มซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนเลือดสดๆไหลออกมาจากรอยแตกที่หน้าผากและริมฝีปาก แต่ฮามิลก็ยังพยายามที่จะยกแขนขึ้นป้องกันตนเองอย่างยากลำบาก จนกระทั่งทหารคนหนึ่งคว้าท่อนไม้ขึ้นมาฟาดลงไปที่หลังของชายหนุ่มอีกครั้งนั่นเองเขาจึงทรุดร่างลงไปนอนบนพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง

เลือดของฮามิลหยดลงบนพื้นเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆเช่นเดียวกับที่ร่างกายของเขาเริ่มปฏิเสธการรับรู้อื่นๆนอกจากความเจ็บปวดตรงบาดแผล จนเขารู้ตัวเองว่าจะต้องหมดสติไปในไม่กี่นาทีข้างหน้าแน่นอน และหากว่าพวกนั้นยังคงรุมทำร้ายเขาต่อไป ..ฮามิลพยายามยื้อยุดสติสัมปชัญญะเอาไว้อย่างเจ็บปวด ..เขาคงจะไม่มีโอกาสรอดพ้นคืนนี้ไปอย่างแน่นอน..

ในชั่ววินาทีที่สติของฮามิลกำลังจะหลุดลอยไปนั่นเอง สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นด้ามดาบของเขาวางอยู่ไม่ไกลออกไปนัก ..แต่.. ฮามิลพยายามที่จะฝืนตัวลุกขึ้น และก็ต้องทรุดกลับลงมาอีกครั้งหนึ่ง เพราะขาของชายคนหนึ่งเตะเข้ามาที่ชายโครงของฮามิลเต็มแรง ชายหนุ่มมองไปที่ดาบนั้นอีกครั้งอย่างเหนื่อยล้า..ร่างกายของเขาอาจจะไม่มีแรงมากพอที่จะเอื้อมไปหยิบก็ได้…

ทันใดนั้นเองก็มีเสียงๆหนึ่งดังขึ้นจากทางด้านหลังของกลุ่มทหารพวกนั้น ทำให้พวกมันละความสนใจจากฮามิลไปพักหนึ่งเพื่อมองดูว่าเกิดอะไรขึ้น เช่นเดียวกับเขาที่หันไปตามต้นเสียงนั้นเช่นกัน และพบว่ามีร่างของเด็กคนหนึ่งใช้แจกันฟาดหัวของเจ้าคนถือไม้จนลงไปทรุดกับพื้น

ฮามิลกระพริบตาที่กลบไปด้วยหยดเลือด เพื่อให้มองเห็นภาพนั้นชัดขึ้น ..ฟาติมา.

พวกทหารเหล่านั้นเริ่มเปลี่ยนเป้าหมายจากฮามิลไปเป็นร่างของเด็กคนนั้นแทน ชายหนุ่มพยายามจะตะโกนบอกให้ฟาติมาหนีไป แต่มันกลับสร้างความเจ็บปวดให้กับลำคอและชายโครงของเขาอย่างเหลือแสน และยังทำให้เลือดทะลักออกมาจากปากเขามากยิ่งขึ้นด้วย

และยิ่งฮามิลมองเห็นเด็กคนนั้นต่อสู้อย่างดุร้ายทั้งๆที่ตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบอย่างเห็นได้ชัด ยิ่งทำให้เขารู้สึกโกรธแค้นมากขึ้น จนในที่สุดฮามิลก็นึกถึงดาบของตนเองขึ้นมาได้ จึงพยายามฝืนร่างให้รีบลุกยืนขึ้น แม้ว่ามันจะทำให้ร่างกายที่บอบช้ำของเขานั้นเจ็บปวดอย่างมหาศาลก็ตามที ฮามิลใช้มือข้างหนึ่งกุมไว้ที่ชายโครงของตนเองเพื่อพยุงตัว และค่อยๆพาร่างของตนเองเดินโซเซตรงไปยังตำแหน่งที่ดาบเล่มนั้นวางอยู่ แล้วหยิบมันขึ้นมากระชับไว้ในฝ่ามืออย่างมั่นคง..

*****************************

ฟาติมาพยายามที่จะใช้ดาบเล่มยาวของตนเองเพื่อป้องกันตนเองจากการโจมตีของฝ่ายตรงข้ามอย่างเต็มที่ ถึงแม้ว่าเธอจะรู้อยู่เต็มอกก็ตามว่าเป็นผ่ายเสียเปรียบในทุกๆด้าน ทั้งฝีมือที่ยังเป็นแค่มือสมัครเล่นและยังทางด้านพละกำลังที่ด้อยกว่า ก็ในเมื่อเธอเป็นแค่ผู้หญิงธรรมดาๆคนหนึ่ง จะเอาอะไรไปเทียบกับพวกทหารที่ผ่านการต่อสู้มาอย่างโชกโชนพวกนี้ได้

แต่อย่างไรก็ตาม ฟาติมาไม่สามารถที่จะทนให้ชายหนุ่มคนนั้นตายไปต่อหน้าเธอได้ ..อย่างน้อย.. ก็เพราะว่าการที่เขาต้องตกอยู่ในสภาพบาดเจ็บแบบนี้ก็เพราะปกป้องเธอเอาไว้ ดังนั้นฟาติมาจึงไม่ยอมนั่งดูเฉยๆและปล่อยให้ผู้ชายที่ชื่อว่าฮามิลถูกซ้อมจนตายเช่นนี้ และนอกเหนือไปจากนั้น… หากว่าชายคนนี้เป็นอะไรไป ทั้งเธอและพ่อก็คงจะไม่รอดไปด้วยเช่นกัน

"เล่นงานไอ้หนูนี่ให้ตายไปเลย!!" ฟาติมาได้ยินเสียงคนๆหนึ่งตะโกนอยู่ใกล้ๆตัว และนั่นทำให้ความตื่นกลัวประดังเข้ามาในสมองของเธอมากยิ่งขึ้น แต่กระนั้นฟาติมาก็ยังพยายามควบคุมสติให้มั่นคงและใช้ดาบในมือคุมเชิงให้เจ้าพวกนั้นไม่กล้าเข้ามาใกล้เธอได้มากนัก

แต่วงล้อมรอบตัวก็ยังคงถูกบีบเข้ามาเรื่อยๆ เธอจึงพยายามหันหลังให้กับกำแพงและกวาดสายตาตามจังหวะการเคลื่อนไหวของศัตรูทั้ง 4 คนตรงหน้าให้มากที่สุด โดยที่ไม่ทันได้สังเกตว่า ชายที่ถูกเธอเอาแจกันทุ่มใส่หัวนั้นฟื้นขึ้นมาแล้ว และกำลังย่องเข้ามาหาเธอจากทางด้านหลัง

และก่อนที่ฟาติมาจะทันได้มีโอกาสรู้ตัวและหันไปป้องกันนั้น ชายคนนั้นก็พุ่งเข้ามารวบตัวเธอเอาไว้และบิดดาบออกไปจากมือได้อย่างง่ายดาย ทำให้ฟาติมาตกอยู่ในสภาพไร้อาวุธที่จะป้องกันตัวเองได้ ชายทั้งหมดจึงเดินตรงเข้ามาหมายจะรุมเธอเพื่อแก้แค้นให้กับเพื่อนที่ถูกทำร้ายไปเมื่อสักครู่ หญิงสาวหน้าซีดเผือดและพยายามดิ้นรนเพื่อเอาชีวิตรอดอย่างสุดแรงเกิด "มันไม่มีอาวุธแล้ว จัดการมันได้เลย!!" เสียงตะโกนดังขึ้นจากคนที่แย่งอาวุธเธอไป และความจริงที่ได้ยินนั่นยิ่งทำให้ฟาติมาแทบจะหมดหวังอยู่รอมร่อ.. เธอพยายามดิ้นรนและต่อสู้อย่างดุร้าย แม้จะรู้ว่ามันไร้ความหมายและยิ่งทำให้ตนเองตกอยู่ในสภาพลำบากกว่านี้ก็ตาม

ในขณะที่ฟาติมากำลังจนตรอกอยู่ในวงล้อมของเหล่าชายฉกรรจ์นั้นเอง มือหยาบกร้านของคนๆหนึ่งก็รวบแขนเธอเอาไว้ด้วยกันและกระชากให้เธอหันกลับไปหาอย่างรุนแรง..

แต่ก่อนที่ฟาติมาจะทันได้เห็นหน้าของชายคนนั้น คมดาบสีขาววาววับเล่มหนึ่งก็ตวัดลงมาที่ลำคอของชายตรงหน้าจนขาดกระเด็น ทำให้ร่างที่ไร้หัวนั้นคลายมือจากตัวเธอพร้อมกับล้มลงสิ้นใจตรงแทบเท้านั่นเอง ภาพสยดสยองตรงหน้าทำให้ฟาติมากรีดร้องออกมาราวกับเสียสติ และบุคคลที่ยืนถือดาบที่อาบไปด้วยเลือดอยู่เบื้องหลังร่างไร้วิญญาณนั้นคือ ..ฮามิล..

****************************************

เขาใช้จังหวะที่ชายคนนั้นล้มลงตายดึงร่างของฟาติมาออกมาจากวงล้อมนั้น แต่ว่าอาการขัดขืน และเสียงกรีดร้องของหญิงสาวทำให้ฮามิลเสียสมาธิ ซึ่งนั่นเป็นจังหวะที่ศัตรูของเขาคนหนึ่งมองเห็นดาบของฟาติมาที่ตกลงบนพื้นและหยิบมันขึ้นมาเพื่อจะใช้ต่อสู้ ทำให้ฮามิลไม่มีเวลาเหลือไว้สำหรับพะวักพะวงกับเธออีกต่อไป เพราะร่างกายที่บอบช้ำของเขาทำให้ฮามิลต้องรีบจัดการกับพวกมันให้เร็วที่สุดเท่าที่ร่างกายเขาจะยังทรงตัวไหว

แต่จากตำแหน่งที่ฟาติมายืนอยู่นั้น ฮามิลแน่ใจว่าพวกทหารสามารถทำร้ายเธอได้ไม่ยาก และหากว่าจะให้ไปหลบข้างหลัง.. คนอื่นๆก็อาจจับตัวเธอไว้ได้ จึงตัดสินใจดึงตัวฟาติมาเข้ามาหาซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่เจ้านั่นฟันดาบลงมาพอดี ทำให้คมดาบเฉียดหัวของฟาติมาไปเพียงแค่นิดเดียว

ฮามิลใช้จังหวะนั้นเงื้อดาบฟันลงไปที่ต้นคอของชายคนนั้นเต็มแรง เลือดสีแดงฉานพุ่งกระฉูดออกมาตามรอยตัดของลำคอ เขากระอักไอและล้มลงสิ้นใจไม่ห่างไปจากศพแรกนัก ร่างไร้วิญญาณของทหาร 2 คนที่กองอยู่แทบเท้าของฮามิลนั้นทำให้พวกคนที่เหลือลังเลที่จะจู่โจมเข้ามา

แต่ลมหายใจของฮามิลที่หอบเป็นห้วงๆ และอาการบาดเจ็บที่สาหัสของเขา ทำให้พวกมันตัดสินใจสู้ เพราะมั่นใจคงเอาชนะได้ไม่ยาก และหนึ่งในจำนวนนั้น ก็เป็นชายที่เคยดูถูกฮามิลเอาไว้อีกด้วย

ชายหนุ่มเห็นพวกมันคว้ามีดสั้นและดาบของตนเองออกมาถือไว้ในมือ และทำท่าจะรุมเข้ามาพร้อมๆกัน ฮามิลจึงดันร่างของฟาติมาไปไว้ข้างหลังและรวบรวมแรงที่เหลืออยู่พุ่งเข้าหาคนที่อยู่ใกล้ที่สุด ความที่ชายคนนั้นไม่ทันระวังตัวและไม่คิดว่าฮามิลจะหลงเหลือเรี่ยวแรงไว้ต่อสู้ได้ทำให้เขาไม่มีโอกาสได้ป้องกันตัว จึงถูกฮามิลแทงทะลุท้องเข้าไปจนถึงกลางหลัง เลือดเป็นลิ่มๆทะลักออกมาตามรอยดาบที่ทะลุเข้าไป ในขณะที่ฮามิลกำลังดึงดาบออกมาจากซากศพของชายคนเมื่อครู่นั่นเอง ทหารอีกคนหนึ่งก็พุ่งเข้ามาหาฮามิลจากทางด้านหลังทำให้เขาต้องหันศพของคนที่ตายล่าสุดเข้ารับคมดาบแทนเพื่อป้องกันตนเอง

การพลาดของชายคนนั้นเปิดโอกาสให้ฮามิลฟันแขนของชายคนนั้นจนขาดออกจากลำตัว เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดดังลั่นไปทั่วห้อง ทำให้ชายคนสุดท้ายที่เหลืออยู่เห็นท่าไม่ดี จึงรีบทิ้งอาวุธแล้ววิ่งหนีออกไปทันที โดยทิ้งให้เพื่อนที่บาดเจ็บของตนเองนอนร้องครวญครางอยู่กับพื้น

ฮามิลก้าวเข้าไปหาร่างที่นอนเจ็บอยู่ที่พื้นนั่นช้าๆ เงาของคมดาบที่เปื้อนเลือดนั้นสะท้อนเข้ามาในดวงตาของชายคนนั้น ทำให้เขากลัวจนตัวสั่น และพยายามถดถอยออกไปให้ห่างจากรัศมีดาบให้มากที่สุด

"ได้โปรดเถอะ.. ไว้.. ไว้ชีวิตข้าด้วย" เขาอ้อนวอนอย่างน่าสงสาร พยายามใช้มือข้างที่ยังเหลืออยู่เพื่อห้ามเลือดที่ทะลักออกมาเรื่อยๆจากแขนข้างที่ถูกตัดไป "ได้โปรดเถิดท่าน จะให้ข้าทำอะไรก็ยอม ไว้ชีวิตข้าเถอะ..." เขาพยายามเงยหน้าขึ้นมองฮามิล แต่แสงไฟที่ส่องเข้ามาจากทางด้านหลังนั้น ทำให้เขามองสีหน้าของฮามิลไม่เห็น

ชายหนุ่มจ่อดาบเข้าไว้กับต้นคอของคนๆนั้น "เจ้าเป็นทหารของใคร? ใช่พวกเดียวกับในงานประมูลทาสเมื่อคืนก่อนหรือเปล่า?" ฮามิลถามอย่างแผ่วเบา เพราะความเจ็บปวดและเหนื่อยล้าจากบาดแผลที่มีอยู่ทั่วตัว

"ใช่ ใช่ครับ ข้าเป็นทหารในงานเมื่อก่อน.. เอ่อ.. ข้าได้รับคำสั่งให้มาลาดตระเวนตรวจความเรียบร้อยแถวนี้ และค้นหาพวกคนที่มาประมูลทาสที่อาจจะหลบหนีอยู่น่ะครับ.." เขารีบละล่ำละลักตอบ

"แล้วเจ้าเป็นทหารของใคร?" ฮามิลถามพร้อมกับกดดาบลงไปแรงขึ้นอีก ชายตรงหน้าจึงรีบตอบด้วยน้ำเสียงสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัวว่า "ข้าอยู่ในสังกัดของชี้คครับ ชี้คคามาล เอล ซาเลม"

ฮามิลเลิกคิ้วขึ้นอย่างพิศวง "ชี้ครึ? เขาเกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้ด้วยล่ะ?" ชายหนุ่มถามด้วยความแปลกใจ "ทะ..ท่านวางแผนไว้เพื่อจะจับพวกซื้อทาสน่ะขอรับ เพราะ.. เพราะฉะนั้น.. ทะ.. ทหารที่มาทั้งหมดจึงเป็นทหารของชี้คขอรับ" เขาตอบพร้อมกับพยายามดันตัวออกห่างจากคมดาบไปอีก "จะ..จะปล่อยข้าไปได้หรือยังขอรับ"

ฮามิลลดปลายดาบลง พร้อมกับบอกอย่างแผ่วเบาว่า "ไปซะ.. แล้วอย่ากลับมาที่นี่อีก" ทำให้ชายคนนั้นรีบลุกขึ้นแล้ววิ่งออกไปทันที ฮามิลจึงพยุงร่างของตนเองกลับมายังฟาติมา ที่ยังคงยืนตกตะลึงอยู่

อาการบาดเจ็บของเขาสาหัสมากจนฮามิลต้องใช้ปลายดาบกดลงบนพื้นเพื่อยันตนเองให้ก้าวเดินต่อไปได้.. แต่ก่อนที่จะเดินไปถึงตัวของฟาติมานั่นเอง มีดสั้นเล่มหนึ่งก็ถูกแทงลงมาที่กลางหลังของเขาจนมิดด้าม ความเจ็บปวดจากพิษบาดแผลที่คมมีดกรีดลงมาทำให้ฮามิลล้มลงไปทันที เลือดสดๆไหลนองไปบนพื้นห้อง จนเสื้อสีขาวของเขากลายเป็นสีแดงฉานและชุ่มโชกไปด้วยเลือด…

"สมน้ำหน้า ไอ้หนู… แกยังอ่อนหัดนักที่ปล่อยให้ศัตรูหนีไป.. ข้าขอเอาชีวิตของแกแลกกับแขนของข้าแทนก็แล้วกัน…" เสียงของชายที่เขาปล่อยให้หนีไปเมื่อกี้ดังสะท้อนอยู่ในโสตประสาทของฮามิล เขาค่อยๆลืมตาขึ้นเพื่อมองใบหน้าของชายคนนั้นอีกครั้ง แต่มันกลับเลือนลางเสียจนเขามองเห็นเพียงเงามืดๆที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่เท่านั้น

ชายหนุ่มคลายมือออกจากด้ามดาบอย่างเชื่องช้า สติสัมปชัญญะค่อยๆหลุดลอยไกลออกไป เช่นเดียวกับลมหายใจของเขาที่ขาดห้วงลงไปเรื่อยๆ ดวงตาทั้งคู่ของเขาไม่สามารถมองเห็นอะไรได้อีกต่อไปแล้ว…

หาก..สิ่งที่ยังคงแจ่มชัดอยู่ในความทรงจำของเขาตลอดเวลา คือ …ไคล์…

 colorfulheart.gif (1721 bytes)

โปรดติดตามตอนต่อไป

**หมายเหตุ:

คือว่าเรามีข่าวอยากจะแจ้งเพื่อนๆทุกคนไว้นะคับ คือว่า เราจะเปิด Web ใหม่ของเราในวันที่ 14 ต.ค. นี้อ่ะคับ ก็เลยอยากจะบอกเพื่อนๆทุกคนว่า เราจะเอา Myth ไปลงไว้ที่เว็บเราด้วยนะคับ แต่เราก็ยังจะส่งมาลงที่ LB เสมอๆ แต่อาจจะช้ากว่าที่ลงใน Web ของตัวเองนิดหน่อย ถ้ายังไงเพื่อนๆว่างกันล่ะก็ เข้าไปเยี่ยมเยียนกันหน่อยนะคับ ขอบคุณมากคับ สำหรับ URL ก็ http://go.to/narcissus <<- อย่าลืมนะคับ เปิดวันที่ 14 ^__^ บะบายๆ

แนะนำติขมได้ที่ [email protected]

Hosted by www.Geocities.ws

1