myth

เฮดีนเดินเข้ามาภายในห้องโถงใหญ่ พร้อมทั้งกวาดตามองหาร่างของคามาล ไปรอบๆ เพื่อที่จะพบว่ามันว่างเปล่า บนยกพื้นตรงกลางห้องที่ชายหนุ่มชอบมานั่งอยู่บ่อยๆ ก็เหลือเพียงแค่สำรับอาหารชุดใหญ่วางอยู่โดยไม่ได้รับการแตะต้องเลยแม้แต่นิดเดียว เฮดีนเลิกคิ้วขึ้นด้วยแปลกใจเล็กน้อยแต่ก็เดินออกไปที่ประตูบานใหญ่อีกบานที่เชี่อมต่อกับสวน และก็เป็นอย่างที่เขาคิด ร่างของคามาลยืนพิงอยู่กับกำแพงด้านนอกประตูนั้น ชุดคาฟตานสีดำที่ใส่คลุมทับเสื้อตัวยาว กลืนเป็นสีเดียวกับเส้นผมที่ถูกปล่อยยาวไว้โดยที่ไม่มีอะไรปกปิด และนั่นเป็นภาพที่แปลกตาเฮดีนอย่างมาก เพราะว่าเขาเคยเห็นแต่คามาลที่อยู่ในชุดที่รัดกุมและวางตัวสง่างามมาตลอด จนเฮดีนแทบจะลืมไปแล้วว่าชายตรงหน้านั้นมีอายุน้อยกว่าเขา

ชายหนุ่มยังคงยืนนิ่งโดยไม่หันหน้ามาหาเฮดีน ดูเหมือนว่า เขายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีคนอีกคนยืนอยู่ใกล้ๆ ดวงตาสีดำสนิทที่เหม่อมองออกไปอย่างไร้จุดหมายและใบหน้าของคามาลดูแล้วเหมือนกับว่ากำลังเครียดกับอะไรบางอย่างอยู่

"คามาล" เฮดีนส่งเสียงเรียกทำให้ชายหนุ่มรู้สึกตัวและหันกลับมาอย่างรวดเร็ว สิ่งที่เฮดีนสังเกตได้อีกอย่างคือ ดวงตาที่กำลังครุ่นคิดคู่นั้นถูกความเฉยเมยไร้อารมณ์เข้าปกคลุมแทนที่โดยทันที

"อ้าว..เฮดีน มีอะไรรึ" คามาลใช้มือเสยเส้นผมที่ยาวตกลงมาระบนใบหน้าออกไปให้พ้นทาง

"เปล่า ข้าแค่จะมาบอกเจ้าว่าเดี๋ยวเย็นวันนี้ข้าจะกลับแล้ว พอดีว่าเมื่อกี้ภรรยาของข้าสั่งให้ม้าเร็วรีบมาบอกว่า ไอ้หนูลูกชายข้ามันป่วย เลยกะว่าจะกลับไปดูอาการหน่อย ยังไงซะมันก็ลูกชายคนแรก ขืนไม่กลับไป มีหวังแม่เจ้าประคุณร้องห่มร้องไห้น้อยใจ พาลจะตีกับสนมคนอื่นของข้าไปหมด ความจริงก็กะว่าจะอยู่ให้นานกว่านี้อีกซักหน่อยละนะ แต่ว่าคงต้องเอาไว้ก่อน" เฮดีนพูดเรื่อยๆ ซึ่งก็มีเพียงไม่กี่คำเท่านั้นที่หลุดเข้าไปในความคิดของคามาล แต่กระนั้นชายหนุ่มก็ยังคงวางท่าให้เป็นปกติที่สุดเท่าที่จะทำได้ "นี่เจ้าฟังข้าอยู่รึเปล่า คามาล"

คำถามของเฮดีนทำให้คามาลต้องรีบจับคำพูดของเฮดีนมาปะติดปะต่อกันในห้วงความคิดอย่างรวดเร็ว

"แน่นอน เฮดีน เจ้าคงลำบากแย่เลยนะ"

แต่ว่ามันก็ช้าเกินไปซะแล้ว เพราะว่าสายตาของเฮดีนที่มองมานั้น บอกให้คามาลรู้ว่าเฮดีนรู้ดีว่าเขาไม่ได้ฟังที่เฮดีนพูดเลย

"ข้าว่าก็คงไม่เท่าเจ้าหรอกมั้ง มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นล่ะ?"

คามาลยักไหล่ "เปล่านี่ เจ้ากินอะไรรึยัง?" เขาเปลี่ยนเรื่อง

"ยัง เจ้าด้วยล่ะสิ ข้าเห็นสำรับของเจ้าตั้งอยู่ในห้องโถงแน่ะ" เฮดีนพยักเพยิดไปทางประตูที่เข้าเพิ่งเดินผ่านออกมา

"ดี งั้นไปกัน"

คามาลเดินนำเฮดีนเข้าไปที่ยกพื้นสูงภายในห้องโถงนั้น ทันทีที่ชายหนุ่มนั่งลง ฮัสซันก็รีบปราดเข้ามาพร้อมกับเหยือกกาแฟและขวดเหล้าทันที

"ขอกาแฟ เจ้าล่ะ" คามาลสั่งฮัสซันและหันไปถามเฮดีน

"ไม่น่าถามเลย เหล้าน่ะสิ"

ทันทีที่กาแฟร้อนๆ กับเหล้าถูกรินลงในแก้วของคามาลกับเฮดีนแล้ว คามาลก็โบกมือเป็นคำสั่งให้ฮัสซันถอยออกไป ความจริงตอนนี้เขาไม่อยู่ในอารมณ์อยากกินอะไรเลย คามาลรู้สึกหงุดหงิดมาตั้งแต่เช้าแล้ว ไม่ว่าใครทำอะไรก็ดูจะขวางหูขวางตาไปหมด แต่ก็ไม่ใช่นิสัยของเขาอีกนั่นแหละที่จะเที่ยวไปพาลกับบรรดาทหาร และคนรับใช้ หรือแม้แต่สิ่งของภายในบ้าน ดังนั้นเขาจึงเลือกที่จะออกไปสงบสติอารมณ์ที่สวนคนเดียวจะเป็นการดีที่สุด แต่ดูเหมือนว่าการที่ทำอย่างนั้นยิ่งทำให้อารมณ์เขาบูดหนักเข้าไปใหญ่ จนกระทั่งเฮดีนเดินเข้ามาขัดจังหวะนั่นแหละ เขาถึงจะหยุดความคิดฟุ้งซ่านและอารมณ์หงุดหงิดของเขาไว้ได้ เพื่อที่จะหันกลับมาทำหน้าที่ต้อนรับแขกให้ดีตามเดิม

คามาลแทบจะไม่รู้ถึงรสชาดของอาการที่ถูกส่งผ่านเข้าไปในปากของเขาเลยแม้แต่น้อย ซึ่งตรงกันข้ามกับเฮดีนที่ทำท่าเหมือนกับว่ามันอร่อยเหลือเกิน และออกปากชมไม่ขาดสาย จนกระทั่งเฮดีนรู้สึกถึงความตึงเครียดจากคามาลจึงได้รามือลง ถึงแม้ว่าคามาลจะไม่แสดงท่าทีผิดปกติอะไรออกมาเลยก็ตามที แต่ว่าเฮดีนนั้นรู้จักคามาลดีเกินกว่าที่ชายหนุ่มจะปิดบังความรู้สึกของตัวเองไว้ได้โดยที่เฮดีนไม่รู้

"อาหารไม่อร่อยรึไง หรือว่า..มีปัญหาอื่นที่ทำให้น้องชายข้าหงุดหงิดจนออกนอกหน้าขนาดนั้น"

เฮดีนเอ่ยขึ้นมาลอยๆ คามาลรู้ดีว่าเฮดีนออกจะพูดเกินจริงไปหน่อย เพราะว่าเขายังไม่เคยแสดงอารมณ์จนถึงขนาดที่เฮดีนพูดมาก่อน ..คามาลกัดฟัน.. นอกจากเมื่อเช้านี้เท่านั้น.. ที่เขาโกรธไคล์ แต่แล้วมันก็ทำให้เขาต้องมานั่งรังเกียจตัวเอง ที่ถึงกับออกปากไล่ให้ไคล์ออกไปจากห้องทั้งๆที่…ให้ตายเถอะ! ทำไมเฮดีนจะต้องมาถามเขาถึงเรื่องนี้ในตอนนี้ด้วยนะ

"ข้าไม่เห็นจะมีเรื่องอะไรที่ทำให้เจ้าชายน้ำแข็งอย่างเจ้าหงุดหงิดได้เลยนี่ นั่นทำให้ข้าอยากรู้ขึ้นมาซะแล้วว่าเจ้ามีปัญหาอะไร"

เฮดีนพยายามจับผิดท่าทางของคามาล อย่างน้อยก็ยังหวังล่ะว่าคำพูดของเขาคงจะทำให้คามาลแสดงท่าทีอะไรออกมาบ้าง แต่นั่นก็ดูเหมือนว่าจะไม่ได้ผลอะไรเลย เพราะว่าคามาลก็ยังคงทำท่านิ่งเฉยเป็นทองไม่รู้ร้อนเหมือนเดิม ถึงเฮดีนจะดูอออกก็เถอะว่าคามาลอารมณ์ไม่ดี แต่เขาก็รู้เพียงแค่นั้นเอง ก็อย่างที่บอกนั่นแหละว่าเขาไม่เห็นว่าจะมีปัญหาอะไรที่ทำให้คามาลดูอารมณ์เสียขนาดนี้มาก่อนเลย มันน่าสนุกจะตายไป!

"หรือว่า.. จะเป็นเรื่องของทาสที่เจ้าซื้อมาเมื่อคืน"

เฮดีนลองเดาส่งๆ ทั้งๆที่คิดว่าไม่น่าจะใช่เรื่องนี้ แต่ว่าคามาลกลับเงยหน้าขึ้นมามองหน้าเขาทันที

"เจ้าหมายความว่าไง" คามาลถามด้วยน้ำเสียงที่ปกติเรียบเฉย แต่นั่นทำให้เฮดีนแน่ใจว่าเขาต้องเดาถูกเรื่องแล้วแน่ๆ เพราะถ้าไม่ใช่ คามาลคงจะไม่สนใจมันเลยแม้แต่น้อย แต่มันกลับทำให้เฮดีนสงสัยหนักเข้าไปอีก

"ใช่เรื่องนี้ล่ะสิ ทำไมกัน? "

คามาลมองมาที่เฮดีนพร้อมทั้งชั่งใจว่าควรจะเล่าหรือไม่เล่า แต่ถ้าเกิดเขาไม่เล่า เฮดีนก็คงจะตื๊อถามให้ได้อยู่ดี เผลอๆจะไม่ยอมกลับเอาอีกด้วยซ้ำ เมื่อตกลงใจได้ คามาลก็วางมือจากอาหารที่กำลังกินอยู่แล้วพิงตัวลงบนหมอนใบใหญ่ที่วางอยู่ด้านหลัง เป็นอันรู้กันว่าอาหารมื้อนั้นของคามาลจบลงแล้ว ฮัสซันและคนรับใช้ อีก 3-4 คนจึงรีบเข้ามาจัดการเก็บสำรับอาหารตรงหน้าและหายตัวไปอีกครั้งอย่างรวดเร็ว

"เจ้าทาสคนนั้นทำอะไรให้เจ้าไม่พอใจงั้นรึ" เฮดีนถามขึ้นทันทีที่ร่างของคนใช้คนสุดท้ายลับหายออกไปจากประตูห้องโถงใหญ่

"ก็ไม่เชิง" คามาลตอบด้วยสีหน้าลำบากใจ และออกจะหงุดหงิดเล็กๆด้วย ในเมื่อเขาตัดสินใจจะขอคำปรึกษากับเฮดีนแล้วก็เป็นอันว่า เขาไม่ต้องใส่หน้ากากน้ำแข็งอีกต่อไป อย่างน้อยเฮดีนก็คงเชี่ยวชาญเรื่องพวกนี้มากกว่าเขาล่ะน่า

"หรือว่า..." เฮดีนนั่งนึก แล้วก็ลืมตาโพลงเมื่อนึกถึงอะไรบางอย่างได้ "อย่าบอกนะคามาล ว่าเด็กหนุ่มนั่นไม่ยอม.. เอ่อ..ข้าหมายถึง ไม่น่าเชื่อว่าเด็กหนุ่มคนนั้นจะปฏิเสธเจ้า" เฮดีนพยายามอธิบาย เพราะเขาก็ไม่เชื่อจริงๆล่ะว่าจะมีใครกล้าปฏิเสธคามาลได้ แต่คามาลส่ายหน้า

"เปล่า"

คำตอบของชายหนุ่มทำให้เฮดีนยิ่งงงหนักเข้าไปอีก ก็แล้วมันเรื่องอะไรกันล่ะวะ เขาอยากจะตะโกนออกไปแบบนั้น แต่ก็ต้องเงียบเอาไว้ก่อน เพราะว่าเรื่องนี้ท่าทางน่าสนใจกว่าที่เขาคิดเอาไว้อีก

"อันที่จริงแล้ว ก็ไม่เชิงว่าเขาจะปฏิเสธข้าหรอกนะ" คามาลเล่าออกมา ด้วยท่าทางที่แสดงให้เห็นว่ามันน่าลำบากใจที่สุด "เอาเป็นว่า หลังจากที่ข้าได้ตัวเขามาแล้ว เขากลับเรียกชื่อคนอื่นน่ะ แล้วก็เป็นคนเดียวกันกับที่เคยเรียกมาก่อนแล้ว"

คามาลตัดเรื่องให้สั้นที่สุดเท่าที่จะทำได้ เฮดีนพยักหน้าพร้อมกับกลั้นยิ้มไว้อย่างสุดความสามารถ เพราะว่าสีหน้าของคามาลบอกให้รู้ว่าจะตรงเข้ามาบีบคอเขาให้ตายคามือไปเลยถ้าหากว่าเขาหัวเราะออกมา

"ข้าแน่ใจว่านั่นไม่ใช่สาเหตุที่ทำให้เจ้าหงุดหงิด" เฮดีนพูดต่อ คามาลถอนหายใจ

"นั่นแหละสาเหตุใหญ่ที่สุดที่ทำให้ข้าอารมณ์ไม่ดี ..เพราะหลังจากนั้น ข้า..ข่มขืนเขา"

เฮดีนอ้าปากค้าง รอยยิ้มเลื่อนหลุดไปจากใบหน้า "ไม่น่าเชื่อ" เขาอุทาน คามาลเหลือบตามามองเฮดีน

"ก็ใช่.. ข้าก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน และยิ่งกว่านั้น.. ข้าไล่เขาออกไปจากห้องนอน" ชายหนุ่มกำมือแน่น เฮดีนส่ายหน้าช้าๆ

"ไม่น่าเชื่อจริงๆว่าเจ้าจะเป็นไปได้ขนาดนั้น แล้วตอนนี้เด็กหนุ่มคนนั้นไปอยู่ไหนแล้วล่ะ" เฮดีนถาม คามาลถอนใจ

"ข้าไม่รู้ แต่ว่าหลังจากนั้นอับดุลที่เป็นคนดูแลฮาเร็มเข้าไปในห้อง ข้าคิดว่าตอนนี้ไคล์คงพักผ่อนอยู่ที่ฮาเร็ม"

เฮดีนนึกไปถึงหัวหน้าขันทีหน้าเหี้ยมที่คอยดูแลความเรียบร้อยในฮาเร็มของคามาล

"ข้าไม่แน่ใจแฮะ" เฮดีนพึมพำเบาๆ เพื่อไม่ให้คามาลได้ยิน "เอาเถอะ..ยังไงซะเรื่องมันก็เกิดไปแล้ว สิ่งที่เจ้าพอจะทำได้ตอนนี้ก็คงมีแค่เพียงดูแลเด็กนั่นให้ดีที่สุดล่ะนะ แต่ถ้าเกิดว่า..เจ้าเด็กน้อยคนนั้นมันดื้อมากล่ะก็ ข้ายินดีรับช่วงต่อจากเจ้าเสมอ" เฮดีนลุกขึ้นยืน "เอาล่ะ ข้าคงต้องไปสั่งการให้พวกทหารเตรียมตัวกันก่อน แล้วอาจจะออกเดินทางต่อไปเลย"

คามาลลุกขึ้นยืนตาม "ข้าจะไปส่ง"

แต่เฮดีนยกมือห้ามไว้ "ไม่ต้อง เจ้าไปจัดการเรื่องของเจ้าในเรียบร้อยก่อนเถอะ แต่จำไว้อย่างหนึ่งนะคามาล.. ข้าจะต้องกลับมาจัดการเรื่องทหารของข้าแน่นอน เพราะฉะนั้น เจ้าจะต้องเตรียมหาข้อแก้ตัวดีๆไว้ล่ะ และอย่าลืมเรื่องที่เจ้าพูดเอาไว้กับข้าเมื่อคืนล่ะว่าเจ้าจะไม่ปล่อยเรื่องนี้ให้จบลงง่ายๆ เพราะข้าจะไม่มีวันยอมให้ชีวิตของทหารใต้บังคับบัญชาของข้าต้องเสียเปล่าแน่ๆ" เฮดีนสำทับกับคามาลเป็นครั้งสุดท้ายแล้วยื่นมือมาให้คามาลจับ ชายหนุ่มกำมือข้างนั้นไว้พร้อมกับตบไหล่ของเพื่อนรักเบาๆ

"ข้ารับรองด้วยเกียรติของข้า" เฮดีนยิ้มแล้วหันหลังเดินกลับออกไป

ถึงแม้ว่าร่างของเฮดีนจะหายไปจากสายตาของคามาลแล้ว แต่คำพูดของเขายังคงวนเวียนอยู่ในสมองของคามาลอย่างชัดเจน 'ไปจัดการเรื่องของเจ้าให้เรียบร้อย..' ชายหนุ่มกัดฟันพร้อมกับใช้มือเสยผมแรงๆ

"จัดการ..แล้วจะให้ข้าทำอย่างไรล่ะ" เขาพึมพำออกมาเบาๆ ภายในสมองของคามาลกำลังขบคิดอย่างหนักถึงเรื่องที่จะอธิบายกับไคล์ แต่เขาก็ตัดสินใจว่าจะไปจัดการกับเรื่องพวกพ่อค้าทาสให้เสร็จเรียบร้อยก่อน แล้วคืนนี้..เขาถึงจะตกลงกับไคล์ให้รู้เรื่อง..

*****************************

ร่างเล็กๆที่ขดซุกอยู่ใต้ผ้าห่มผืนบางๆ ขยับตัวเล็กน้อยด้วยความอึดอัด ทั้งๆ ที่อากาศภายในห้องนั้นร้อนอบอ้าว แต่ว่าภายในร่างกายของไคล์กลับรู้สึกเย็นเยียบราวกับว่ามีน้ำแข็งจับอยู่จนทั่ว ..

' ไคล์!! หยุดนะ!! ' ภายในความฝันที่แสนสับสนของไคล์นั้น มีร่างของคนๆ หนึ่งกำลังวิ่งตามเขามาอย่างกระชั้นชิด น้ำเสียงแข็งกร้าวที่เปล่งเรียกชื่อเขา ดูคุกคามและน่าหวาดหวั่นจนบอกไม่ถูก ..ถนนสายยาวตรงหน้าที่ทอดออกไปนั้นคดเคี้ยวและเต็มไปด้วยเศษหินที่แหลมคม ทำให้เท้าของเขาทั้ง 2 ข้างที่ย่ำลงไปมีเลือดไหลซึมออกมาและความเร็วก็เริ่มตกลงเรื่อยๆ แต่เขายังคงตะเกียกตะกายวิ่งหนีต่อไปโดยที่ไม่แม้แต่จะหันหลังไปมอง ..เขาไม่รู้ว่าใครกันที่วิ่งตามเขามา แต่ว่าเสียงที่คนๆนั้นใช้เรียกชื่อของไคล์มันช่างคุ้นหูราวกับว่าเขาเคยได้ยินมันมาก่อน ..และไม่ใช่แค่เพียงครั้งหรือ 2 ครั้งอีกด้วย.. เสียงฝีเท้าที่วิ่งตามเขามานั้นใกล้เข้ามาเรื่อยๆ จนไคล์รู้สึกว่าคนๆนั้นอยู่ห่างออกไปเพียงแค่มือเอื้อม ความเจ็บปวดที่เท้าทั้ง 2 ทำให้ร่างของไคล์ซวนเซจะล้มลงอยู่หลายต่อหลายครั้ง แต่แล้ว..ที่สุดปลายของถนนสายนั้น เขาก็เห็นประตูบานหนึ่งตั้งอยู่ ไคล์รีบรวบรวมเรี่ยวแรงเฮือกสุดท้ายพุ่งไปยังประตูนั้นพร้อมกับกระชากให้มันเปิดออกโดยเร็วแล้วแทรกตัวเข้าไปทันที…

ไคล์ทรุดตัวลงนั่งอยู่เบื้องหลังของบานประตูนั้นอย่างไร้เรี่ยวแรง เสียงฝีเท้าของคนที่วิ่งตามเขามายังคงวนเวียนอยู่ภายนอกครู่หนึ่ง แล้วจึงค่อยๆเงียบไป เด็กหนุ่มถอนหายใจด้วยความ โล่งอกแล้วจึงค่อยๆลุกขึ้นยืน แต่แล้วเขาก็รู้สึกถึงอะไรบางอย่างที่ผิดปกติ ..ภายในห้องเล็กๆนั้น มีกลิ่นหวานเอียนๆ ลอยปนอยู่ในอากาศ ..เพียงแค่ได้กลิ่นนั้นมันก็ทำให้เขาคลื่นไส้จนอยากจะอาเจียนออกมาทันที แต่สิ่งที่สะดุดตาของไคล์ที่สุดก็คือ โต๊ะขนาดใหญ่ตัวหนึ่งวางที่อยู่เบื้องหน้าของเขา และ..ร่างของชายคนหนึ่งนั่งอยู่หลังโต๊ะตัวนั้น..

ใบหน้าหล่อเหลาที่เชิดขึ้นอย่างหยิ่งทะนงและดวงตาที่เหมือนกับดูแคลนทุกสิ่งบนโลกจ้องมาที่ตัวเขาอย่างพิจารณา ริมฝีปากบางเฉียบของชายคนนั้นคลี่ยิ้มออกมาช้าๆ ..แต่..มันเป็นยิ้มที่น่ากลัวและชั่วร้ายที่สุดเท่าที่เขาเคยพบเห็นมา ร่างของชายคนนั้นลุกขึ้นพร้อมกับก้าวเดินมาหาไคล์ด้วยท่าทางที่สง่างาม และหยุดอยู่ตรงหน้าของเขาเพียงแค่นิดเดียว กลิ่นหวานๆ ชวนให้คลื่นไส้โชยออกมาจากตัวของชายคนนี้ ไคล์สั่นสะท้านอย่างควบคุมตัวเองไม่ได้ เลือดภายในกายเย็นเฉียบ ความกลัวแผ่ซ่านเข้าเกาะกุมจิตใจของเขา …ไคล์รู้จักคนๆนี้ดี…พี่ชายของเขาเอง…

ดวงตาของชายคนนั้นมองไล่ตั้งแต่หัวของไคล์ลงมาจนกระทั่งจรดปลายเท้า และมองย้อนกลับขึ้นไปใหม่อีกครั้ง นิ้วมือหยาบกร้านไล้ไปตามผิวแก้มของไคล์อย่างแผ่วเบา และปัดผ่านมายังริมฝีปาก แต่แล้ว..รอยยิ้มที่ฉาบอยู่บนใบหน้าของคนๆนั้นก็เหือดหายไป ดวงตาที่มึนชาของเขาเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าวและมุ่งร้ายขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ และก่อนที่ไคล์จะทันได้ระวังตัว ชายคนนั้นก็ผลักร่างของไคล์ล้มลงไปบนพื้น และคุกเข่าลงคร่อมบนตัวของไคล์ทันที นิ้วมือที่ไล้อยู่บนริมฝีปากของไคล์เมื่อสักครู่ค่อยๆ เลื่อนลงมาเกาะกุมตรงลำคอช้าๆ และออกแรงบีบอย่างรุนแรง.. ไคล์พยายามดิ้นรน แต่ก็ดูเหมือนกับว่าเขาไม่ได้รู้สึกอะไรกับการขัดขืนของไคล์แม้แต่น้อย สิ่งสุดท้ายที่ไคล์เห็นก็คือ..บนใบหน้าของชายคนนั้นมีรอยยิ้มเยาะด้วยความสะใจผุดขึ้นมา และเสียงอันทรงอำนาจที่พูดขึ้นว่า 'ตายซะ..ไคล์'

"ไคล์.. ไคล์..!! เป็นอะไรไป ตื่นสิ"

เสียงเรียกอย่างร้อนรนปลุกให้ไคล์ตื่นขึ้นมาจากความฝันอันน่ากลัวนั้น ..ดวงตาสีเขียวค่อยๆปรือขึ้นพร้อมกับมองกวาดไปรอบกายอย่างหวาดผวา.. จนไปหยุดอยู่ที่ใบหน้าของคามาลที่โน้มลงมาจนเกือบจะชิด

"เจ้าเป็นอะไรไป.. ฝันร้ายรึ?.."

ไคล์ไม่ได้ตอบอะไรแต่กลับพยายามผลักตัวเองออกจากแขนของคามาลที่โอบอยู่รอบตัว แต่ก็ทำได้แค่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น เพราะว่าการขยับตัวแต่ละครั้งทำให้ร่างกายของเขาแทบจะแตกออกมาเป็นเสี่ยงๆ ทั้งความเจ็บที่ส่วนหลังและอาการปวดหัวที่ดูเหมือนจะทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น

"อย่าเพิ่งฝืนออกแรงเลย เจ้าไม่สบายมาก ทั้งเพ้อและสั่นอยู่เกือบจะตลอดเวลา.. นอนเฉยๆ เถอะ" คามาลพูดเบาๆ พร้อมกับวางตัวของไคล์ลงบนเตียงที่หนาและนุ่มและผละลุกขึ้นยืน ไคล์มองไปรอบๆ

"ที่นี่ที่ไหน?" เสียงแหบพร่าและแผ่วเบาของไคล์ถามขึ้น คามาลหันกลับมาหาไคล์พร้อมกับดึงผ้าคลุมผมสีขาวออก เผยให้เห็นเส้นผมสีดำสนิทถูกรวบอยู่เบื้องหลัง

"ห้องของข้า" เขาตอบเรียบๆ ด้วยสีหน้าปกติ ความจริงเขาไม่อยากจะรื้อฟื้นเรื่องเดิมขึ้นมาพูดเท่าไหร่ แต่นี่เป็นโอกาสดีที่จะได้คุยกับไคล์ให้รู้เรื่อง ชายหนุ่มถอดเสื้อคาฟตานออกแล้วลากเก้าอี้ตัวที่อยู่ใกล้ที่สุดมาที่ข้างเตียงก่อนที่จะทิ้งตัวลงนั่ง เขาตั้งใจจะพูดคุยกับไคล์ให้สบายและเป็นกันเองที่สุด แต่ไคล์กลับเบือนหน้าหลบไปอีกทางหนึ่ง คามาลจึงเอื้อมมือไปจับที่คางเพื่อจะให้เด็กหนุ่มหันกลับมา แต่ก็ถูกปัดออกไปเกือบจะทันที คามาล มองเห็นความรังเกียจและโกรธแค้นผ่านทางดวงตาของไคล์

"อย่าเพิ่งดื้อตอนนี้น่า ฟังข้าพูดก่อนได้มั้ยไคล์?" เขาพูดขึ้น ทำให้ไคล์หันขวับกลับมาทันทีด้วยสีหน้าที่บอกได้เลยว่ากำลังโกรธถึงขีดสุด

"จะให้ผมฟังอะไร? อยากเล่าเรื่องอะไรให้ฟังล่ะ พูดมาสิครับ ผมรอฟังท่านเสมอ แต่ถ้าเกี่ยวกับเรื่องเมื่อคืนที่ผ่านมาล่ะก็ ไม่ต้องหรอกครับ เพราะยังไงซะผมก็เป็นทาสของท่านคนนึง คงไม่บังอาจขัดขืนท่านได้หรอกครับ"

คำพูดของไคล์นั้นมันทำให้คามาลถึงกับชะงักไปเลยทีเดียว ความรู้สึกผิดและความรังเกียจตัวเองรื้นขึ้นมาจุกอยู่ในลำคอ อันที่จริงแล้วเขาควรจะโกรธ.. คำพูดเมื่อกี้นี้นั้นสามารถทำให้ไคล์ถูกประหารชีวิตได้โดยที่ไม่ต้องเสียเวลาพิจารณาเลยด้วยซ้ำ… แต่ความเป็นจริงที่มันเกิดขึ้นเมื่อคืนที่ผ่านมาก็ทำให้คามาลละอายใจเกินกว่าที่จะทำอะไรเช่นนั้นได้

"ถ้าไม่เป็นการรบกวนท่านจนเกินไป ผมขอย้ายกลับไปที่ห้องเดิมที่ท่านจัดให้ผมได้มั้ยครับ มันคงเหมาะกับสถานะของผมมากกว่าที่นี่"

คามาลนึกไปถึงห้องเล็กๆสกปรกๆ ที่เขาไปเจอไคล์นอนป่วยอยู่และนั่นทำให้เขานึกโกรธตัวเองและเจ้าอับดุลขึ้นมาอีก ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนและตอบห้วนๆว่า

"ไม่ได้.. เจ้านอนซะที่นี่แหละ จนกว่าอาการเจ้าจะดีขึ้น แล้วข้าจะจัดการหาห้องใหม่ให้เจ้าเอง" คามาลสั่งและทำท่าจะเดินออกไปที่ประตู พร้อมกับเสียงของไคล์ที่ลอยมาตามสายลมว่า

"ครับ.. ถ้าเป็นคำสั่งของท่าน" เขาพึมพำ แล้วหลับตาลง โดยไม่สนใจสิ่งรอบกายอีกต่อไป

ทันทีประตูปิดลง คามาลก็ตะโกนเรียกหาชาห์ดีนและกาซิมที่ยืนคอยอยู่ใกล้ๆทันที

"ชาห์ดีน เจ้าไปเรียกอับดุลให้มาพบข้าที่ห้องทำงาน ส่วนเจ้า กาซิม ไปตามหมอแล้วมารอข้าที่นี่ให้เร็วที่สุด" ชายหนุ่มออกคำสั่งแล้วเดินปึงปังไปที่ห้องทำงานของตนเองที่อยู่ตรงปีกตึกอีกด้านหนึ่ง

"บ้าที่สุด" คามาลทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้กำมะหยี่ที่วางอยู่เบื้องหลังโต๊ะทำงานขนาดใหญ่ที่ถูกจัดวางของไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย

เขาโกรธแทบคลั่งเมื่อนึกถึงตอนที่กลับมาและพบว่าอับดุลจัดให้ไคล์ไปนอนอยู่ในห้องของพวกทาสในฮาเร็มโดยที่ไม่ได้บอกกล่าวกับเขาก่อน แถมยังปล่อยทิ้งไว้คนเดียวจนไข้ขึ้นสูง และคงจะเป็นเช่นนั้นต่อไปจนกระทั่งเขาจะเอะใจและเรียกอับดุลไปไต่ถามถึงไคล์ในตอนกลางคืน เขายังจำได้ดีถึงตอนที่ได้ยินคำรายงานอันตะกุกตะกักของอับดุล เกี่ยวกับเรื่องที่พักของไคล์และการดูแล และพบว่ามันตรงกันข้ามกับความต้องการของเขาทุกอย่าง จนทำให้คามาลต้องหยุดงานที่ทำค้างอยู่ในมือแล้วรีบตรงไปที่ฮาเร็มอย่างรวดเร็ว กระทั่งแม้แต่ยามและบรรดาผู้หญิงกับข้าทาสในฮาเร็มถึงกับตั้งตัวไม่ติด และแต่งตัวออกมาเตรียมการต้อนรับกันแทบไม่ทัน เพราะชี้คคามาลไม่เคยที่จะเข้าไปในฮาเร็มโดยที่ไม่มีการแจ้งไว้ล่วงหน้าโดยเฉพาะในเวลากลางคืน แต่คามาลไม่มีแม้แต่เวลาจะมาสนใจกับคนอื่นๆ รอบข้าง เพราะทิศทางที่อับดุลนำคามาลไปนั้น มันคือห้องพักของทาสชั้นต่ำที่เล็กและสกปรกที่สุด ถึงแม้จะอยู่ในฮาเร็มก็ตามที ซ้ำร้ายไปกว่านั้นคือมันดูย่ำแย่กว่าคำรายงานที่เขาได้ฟังจากอับดุลหลายเท่า และทันทีที่ประตูห้องนอนที่เก่าคร่ำคร่านั้นถูกเปิดออก คามาลก็พบว่าภายในห้องนั้นทั้งสกปรกและเหม็นอับ อากาศเย็นยะเยือกที่ปะทะกับผิวกายของชายหนุ่ม ทำให้เขาแน่ใจว่าทั้งพื้นและกำแพงในห้องนี้นั้นเป็นหินทั้งหมด โดยที่ไม่มีแม้แต่พรมหรือผ้าสักผืนสำหรับปูรอง หรือเพื่อลดไอเย็นที่ส่งผ่านมาจากก้อนหินเลย

แสงไฟจากภายนอกที่ลอดผ่านบานประตูเข้าไปภายในห้องนั้นเกิดเป็นเงาสลัวๆ ทำให้เขาสามารถมองเห็นสภาพห้องได้อย่างคร่าวๆ จนชาห์ดีนนำตะเกียงที่จุดแล้วเข้ามาวางไว้บนพื้นนั่นเอง ชายหนุ่มจึงได้เห็นสภาพที่แท้จริงของห้องและร่างของไคล์ที่นอนขดตัวอยู่ตรงมุมหนึ่งของยกพื้นกลางห้องนั้นได้ชัดเจน เสื้อผ้าของไคล์ยังคงเป็นชุดเดียวกับที่ใส่เมื่อคืนนี้ และนอกเหนือจากนั้นก็มีเพียงผ้าผืนบางๆเก่าๆหนึ่งผืนที่ไคล์ใช้สำหรับพันตัวเป็นผ้าห่ม ซึ่งดูแล้วไม่มีอะไรที่จะสามารถปกป้องอากาศอันหนาวเย็นและอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วได้เลย ภาพที่ปรากฏแก่สายตาของคามาลนั้นมันทำให้เขารู้สึกว่า ถ้าเขาไม่ฆ่าใครซักคนหนึ่งที่สมควรรับผิดชอบในเรื่องนี้แล้วล่ะก็ อารมณ์ของเขาก็คงไม่มีทางสงบลงแน่ๆ และชาห์ดีนคงรู้สึกได้ถึงความโกรธถึงขีดสุดของคามาลจึงรีบบอกให้อับดุลรีบหลบออกไปก่อนให้เร็วที่สุด ซึ่งขันทีชราคนนั้นก็รีบหายตัวออกไปจากห้องนั้นเกือบจะทันทีที่ชาห์ดีนพูดจบ ชายหนุ่มก้าวเดินไปยังร่างของไคล์และคุกเข่าลงช้าๆ เหงื่อเม็ดเล็กๆ ที่ผุดขึ้นบนร่างกายและริมฝีปากที่ซีดเซียวของไคล์ทำให้คามาลรู้สึกเหมือนกับมีใครบางคนกำลังตบหน้าเขาอย่างแรง ทำให้คามาลช้อนร่างอ่อนปวกเปียกของไคล์ขึ้นจากพื้นที่แข็งกระด้างนั้นมาไว้ภายในวงแขน แล้วก้าวเดินออกมาจากห้องนั้นอย่างรวดเร็วด้วยสีหน้าที่เรียบเฉยแต่บอกได้ว่าสามารถที่จะฆ่าใครซักคนที่ผ่านเข้ามาในครรลองสายตาของเขาทันที คามาลรับรู้ถึงผิวของไคล์ที่ร้อนระอุและสั่นสะท้านอยู่ในอ้อมแขนระหว่างที่เขาอุ้มร่างเล็กบางนั้นตรงกลับไปยังห้องนอนของตัวเอง เขาไว้ใจให้อับดุลดูแลคนของเขา แต่มันกลับปล่อยปละละเลยหน้าที่นั้น มันก็ต้องได้รับการลงโทษให้สาสม

เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นทำให้คามาลหันกลับไปให้ความสนใจกับชาห์ดีนและผู้ที่มาใหม่อีกคนหนึ่ง ซึ่งบัดนี้ยืนก้มหน้านิ่งอยู่เบื้องหลังของทหารองครักษ์ของเขา คามาลพยักหน้าเป็นเชิงอนุญาต อับดุลจึงเดินเข้ามาคุกเข่าด้วยท่าทางที่สงบเรียบร้อยเหมือนกับว่าได้ทำใจยอมรับชะตากรรมที่จะต้องพบไว้แล้ว ชายหนุ่มรอจนกระทั่งชาห์ดีนปิดประตูลงจึงเริ่มหันมาให้ความสนใจกับอับดุลและพยายามข่มความโกรธของตัวเองไว้อย่างเต็มที่ ชายหนุ่มเท้าศอกทั้ง2ข้างลงบนโต๊ะพร้อมกับจ้องไปที่ใบหน้าของอับดุลซึ่งสงบนิ่งเหมือนจะยอมรับผิดแต่โดยดี

"เจ้ามีอะไรจะพูดเกี่ยวกับการกระทำของเจ้าหรือเปล่า" เขาถามขึ้นเบาๆ ซึ่งทำให้ชายอีกคนที่นั่งคุกเข่าอยู่ที่พื้นเงยหน้าขึ้นพร้อมกับตอบด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบาไม่แพ้กันว่า

"มิได้ขอรับ ชี้ค" และก้มหน้าลงตามเดิม

"ถ้านั่นหมายความว่าเจ้าจะไม่แก้ความเข้าใจผิดของข้าที่มีต่อตัวเจ้า ข้าจะเชื่อว่าเจ้าผิดจริงล่ะนะ" น้ำเสียงของคามาลเครียดขึ้นเล็กน้อย แต่อับดุลยังคงก้มหน้านิ่งอยู่ตามเดิม "ข้าไว้ใจให้เจ้าดูแลคนของข้า แต่สิ่งที่เจ้าทำลงไปในวันนี้เท่ากับว่าเจ้าหักหลังความไว้วางใจนั้น เจ้าตั้งใจจะทำเช่นนั้นหรือเปล่า"

คำตอบที่หลุดออกมาจากปากของชายที่นั่งคุกเข่าอย่างนอบน้อมตรงหน้าก็ยังคงเป็นคำเดิม "มิได้ขอรับ ชี้ค"

เพียงเท่านั้นเอง คามาลก็ผุดลุกขึ้นยืนทันที นิ้วมือที่วางเท้าอยู่บนโต๊ะนั้นกำเข้าหากันแน่นจนซีดขาว

"เจ้ารู้มั้ยว่า เจ้าทิ้งไว้ให้เด็กคนนั้นเป็นไข้หนักโดยที่ไม่ได้รับการดูแล!!"

คามาลนึกไปถึงตอนที่เขาเจอร่างของไคล์ซุกตัวอยู่ในเศษผ้าสกปรกๆด้วยความหนาว และเพ้อออกมาจนฟังไม่ได้ศัพท์ และนั่นยิ่งทำให้ความโกรธของเขาที่สงบลงไปบ้างถูกกระพือขึ้นมาอีกครั้ง

"เจ้าขัดคำสั่งข้า เจ้าปล่อยให้เด็กคนนั้นนอนบนเศษผ้าขี้ริ้วบางๆ ในห้องพักทาส ทั้งๆ ที่เจ้าก็รู้ดีว่า ถ้าถึงตอนกลางคืนแล้วอากาศมันจะเลวร้ายขนาดไหน!! และเจ้าก็ไม่ได้ให้ความสนใจเขาอีกเลย จนกระทั่งข้ามาพบเข้า เจ้ารู้มั้ยว่าอะไรจะเกิดขึ้นถ้าหากว่าข้าไม่ได้เรียกเจ้ามาซักถามเมื่อเย็นที่ผ่านมา!!!"

เสียงของคามาลดังขึ้นเรื่อยๆ และทุกคำที่เขาพูดออกมานั้นล้วนแล้วแต่จี้ใจดำของอับดุลเกือบจะทั้งหมด เขายังจำสีหน้าและท่าทางของชี้คตอนที่เข้าไปพบไคล์ได้ดี และนั่นทำให้เขานึกไปถึงเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นครั้งหนึ่งตอนที่คามาลโกรธถึงจนขีดสุด และลงเอยด้วยจุดจบของทหารยามคนหนึ่งที่บังอาจลบหลู่เกียรติของชี้คด้วยการลอบเข้ามาขโมยของในวังและฆ่าเพื่อนทหารด้วยกันตาย และภาพวินาทีสุดท้ายของทหารคนนั้นก็ยังคงติดตาเขาอยู่จนทุกวันนี้

"อับดุล เจ้าก็ทำงานให้ข้ามานาน เจ้าน่าจะรู้ดีที่สุดว่าเจ้าจะทำอย่างไรถึงจะลบล้างความผิดครั้งนี้ของเจ้าได้!! ในครั้งนี้ ข้าจะเห็นแก่ที่เจ้าก็เป็นคนเก่าคนแก่และไม่เคยทำผิดมาก่อน ข้าจะยกให้ แต่ถ้าหากว่ามีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีกครั้งล่ะก็…" ดวงตาของคามาลเย็นชาขึ้นเรื่อยๆ เช่นเดียวกับน้ำเสียงที่ต่ำจนแทบจะกลายเป็นเสียงคำราม "ข้าไม่เก็บเจ้าไว้แน่" ชายหนุ่มพูดทิ้งท้ายไว้เพียงเท่านั้น ก่อนที่จะก้าวผ่านร่างที่สั่นเทาของอับดุลออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว

คามาลผละออกมาจากห้องทำงานอย่างเร่งรีบ และสาวเท้าตรงกลับมาที่ห้องนอนของตัวเองซึ่งบัดนี้มีร่างของไคล์กำลังนอนพักอยู่ และพบว่ากาซิมนั้นได้พาหมอมาเตรียมตัวรอเอาไว้อยู่แล้ว ดูจากสภาพภายนอกนั้น คามาลก็รู้ได้ทันทีเลยว่าแพทย์ประจำวังคนนี้คงถูกปลุกขึ้นมาจากเตียงอย่างไม่เต็มใจนัก เพราะผมเผ้าที่ยุ่งเหยิงและดวงตาที่ยังแดงก่ำอย่างง่วงงุน แต่ก็ยังคงกระวีกระวาดคุกเข่าลงทำซาลามอย่างเร่งร้อนทันทีที่เห็นร่างของคามาล ชายหนุ่มเพียงแต่พยักหน้ารับเพื่อบอกให้ชายแก่ลุกขึ้นยืน

"ตามมา" คามาลสั่ง

กาซิมเปิดประตูห้องนอนของชี้คออกอย่างแผ่วเบา และกว้างเพียงแค่พอให้ร่างของคามาลกับหมอที่หอบกระเป๋ายาใบใหญ่เดินผ่านเข้าไปได้อย่างพอดีเท่านั้น เพื่อไม่ให้แสงไฟจากภายนอกลอดเข้าไปมากเกินไป และปิดมันลงตามเดิมพร้อมกับยืนเฝ้าที่ประตูหน้าห้องนั้นอย่างสงบนิ่ง..

ชายแก่ร่างอ้วนท้วนที่มีตำแหน่งเป็นหมอประจำวังของคามาลมองไปรอบๆห้องนอนที่ใหญ่โตมโหฬารนั้นอย่างหวั่นใจ แสงไฟสลัวๆ จากตะเกียงและเตาผิงที่ถูกจุดเพื่อเพิ่มอุณหภูมิห้องให้อยู่ในระดับกำลังสบายนั้นทำให้ห้องนี้ทั้งงดงามและน่าเกรงขามไปในเวลาเดียวกัน เขามองไปยังเครื่องประดับสูงค่าแต่ละชิ้นที่ตั้งอยู่ตามจุดต่างๆอย่างหลงใหลและตื่นตาตื่นใจ จนกระทั่งได้ยินเสียงเตือนจากคามาล จึงทำให้เขารีบก้มหน้างุดลงและเดินตามร่างของชี้คไปยังเตียงนอนขนาดใหญ่ที่ถูกตั้งบนยกพื้นสูงกลางห้อง และเพิ่งจะค้นพบว่ามีร่างของคนๆ หนึ่งซุกอยู่ภายในผ้าห่มที่หนาและอ่อนนุ่มนั้น

"ข้าต้องการให้เจ้าตรวจอาการของคนๆนี้และดูแลให้ดีที่สุด และถ้าต้องการอะไรเพิ่มเติมล่ะก็ บอกข้าได้" คามาลสั่งสั้นๆ แล้วเดินไปนั่งที่เก้าอี้ที่วางอยู่อีกฟากหนึ่งของเตียงและรอคอยคำรายงานเกี่ยวกับอาการของไคล์จากหมอที่ถูกตามตัวมาอย่างฉุกละหุกคนนี้

ชายแก่กลืนน้ำลายและยกมือขึ้นปาดเหงื่อที่ไม่น่าจะไหลออกมาในอากาศเช่นนี้อย่างลำบากใจ สายตาของชี้คหนุ่มที่จับตามองการขยับตัวของเขาทุกฝีก้าว ทำให้เขารู้สึกประหม่าและหวาดหวั่นจนกระทั่งเขาแทบจะหยิบจับเครื่องมือมาเริ่มตรวจอาการไม่ถูกเลยทีเดียว เพราะว่าตั้งแต่เขามารับตำแหน่งแพทย์ประจำวังนี้ โอกาสที่เขาได้พบกับชี้คนั้นแทบจะนับจำนวนครั้งได้ แถมยังไม่เคยเจอกันในระยะประชิดขนาดนี้มาก่อน อีกทั้งกิตติศัพท์ของชี้คในเรื่องต่างๆ ที่เคยได้ยินมาจากพวกทหารก็ทำให้เขาแทบจะป่วยแทนคนไข้ที่นอนอยู่ตรงหน้าอยู่รอมร่อ เพราะนานๆ ครั้งเท่านั้นที่ชี้คคามาลจะเข้ามาพักอยู่ในวังหลวงนี้ และแต่ละครั้งก็เป็นเพียงระยะสั้นๆจนไม่มีเวลาพอที่จะให้ท่านป่วย และในวังส่วนตัวของท่านที่นอกเมืองก็มีหมอคอยดูแลทุกอย่างเป็นอย่างดีอยู่แล้ว ทำให้เขาไม่ค่อยมีบทบาทอะไรกับชี้คคนนี้เป็นพิเศษมากนัก ซึ่งเขาเกรงว่าถ้าเขาทำอะไรผิดพลาดไปอาจถูกเจ้าทหารร่างยักษ์คนนั้นลากออกไปประหาร เหมือนกับตอนที่ลากเขามาที่วังนี้โดยที่ไม่ต้องมานั่งเสียเวลาไตร่ตรองอะไรเลยแม้แต่น้อย และนั่นยิ่งทำให้ความความกล้าหาญที่มีอยู่เพียงน้อยนิดนั้นเหือดหายลงไปอีก..

colorfulheart.gif (1721 bytes)

โปรดติดตามตอนต่อไป

แนะนำติขมได้ที่ [email protected]

Hosted by www.Geocities.ws

1