
คามาลใช้เวลาในการพิจารณาร่างเล็กๆที่นั่งชิดอยู่ตรงเบื้องหน้าเขาเกือบจะตลอดเวลาที่ขี่ม้ากลับปราสาท แผ่นหลังบอบบางที่แนบชิดอยู่กับอกเขานั้นเกร็งและพยายามรักษาระยะห่างออกจากคามาลให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายนักในเมื่อพื้นผิวถนนที่ขรุขระ และแรงกระแทกจากการวิ่งของม้า ทำให้คนที่ไม่เคยชินอย่างไคล์จำเป็นจะต้องพิงหลังไว้กับอกของคามาลอย่างช่วยไม่ได้ และนั่น ทำให้คามาลค้นพบความจริงอีกข้อที่ว่าร่างของไคล์นั้นอยู่ในอ้อมแขนของเขาได้อย่างพอดี และเนื่องจากระยะทางที่ชายหนุ่มเลือกใช้นั้นเป็นระยะทางที่ต้องอ้อมไกลพอสมควร เพราะว่าเขาต้องระวังจากการถูกสะกดรอยตาม ทำให้การขี่ม้าครั้งนี้กินระยะเวลานานพอดู จนกระทั่งไคล์เผลอม่อยหลับไปโดยที่ไม่รู้ตัว..
คามาลก้มลงมองใบหน้าของไคล์ที่เลื่อนมาซบอยู่กับซอกคอของเขาด้วยความแปลกใจ แล้วก็ยิ้มออกมาเมื่อเห็นว่าดวงตาสีเขียวคู่นั้นปิดสนิท และลมหายใจเข้าออกเป็นระยะๆของไคล์ก็ทำให้คามาลรู้ว่าเขาหลับไปแล้ว ดังนั้นชายหนุ่มจึงค่อยๆขยับให้ร่างของไคล์อยู่ในท่าที่สบายที่สุด พร้อมทั้งเร่งความเร็วเพื่อให้กลับไปถึงยังปราสาทเร็วยิ่งขึ้น
กองทหารของคามาลวิ่งฝ่าความมืดในยามค่ำคืนไปเงียบๆ จนกระทั่งเริ่มเข้าสู่เส้นทางที่คุ้นเคย และมองเห็นตัวปราสาทสีทองคำอยู่ข้างหน้า ชายหนุ่มจึงสั่งให้ม้าทุกตัวค่อยๆชะลอความเร็วลง ท้องฟ้าค่อยๆมีแสงสีส้มขึ้นจับรำไรบอกให้รู้ว่านี่เป็นเวลารุ่งเช้าแล้ว คามาลก้มลงมองร่างในวงแขนอีกครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าไคล์ยังคงหลับสนิทอยู่ แล้วจึงให้สัญญาณแก่ทหารที่ยืนเฝ้าหน้าพระราชวังให้เปิดประตู ทหารทุกนายก้มลงคุกเข่าเมื่อคามาลชักม้าผ่านเข้ามาตลอดทาง จนถึงหน้าปราสาทคามาลจึงค่อยๆประคองร่างของไคล์ลงจากหลังม้าและก้าวยาวๆตรงเข้าไปในตัวปราสาททันที
ชายหนุ่มเดินผ่านตัวห้องโถงใหญ่ที่เคยใช้เป็นที่สำหรับวางแผนการณ์เมื่อคืนที่ผ่านมา ตัดผ่านสวนหย่อมขนาดใหญ่ภายในเขตพระราชฐานจนกระทั่งมาถึงห้องนอนของคามาลที่แยกตัวออกมาอยู่สุดอีกฝั่งหนึ่ง เขาค่อยๆเปิดประตูสีขาวที่สลักเสลาไว้ด้วยลวดลายสีทองคำที่งดงามเข้าไป
ภายในห้องนั้นเป็นห้องนอนขนาดใหญ่ที่เครื่องประดับเรียบง่ายอยู่เพียงไม่กี่ชิ้น หากแต่ แต่ละชิ้นนั้นล้วนแล้วแต่ราคาแพงเสียจนประมาณค่ามิได้เลยทีเดียว เขาอุ้มร่างของไคล์ตรงเข้าไปยังเตียงสี่เสาขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่บนยกพื้นกลางห้องแล้วค่อยๆวางร่างของไคล์ลงบนเตียงนั้น แล้วจึงค่อยๆหันไปปลดผ้าม่านบางๆที่ถูกรวบไว้กับเสาทั้ง 4 ด้านของเตียงลงมา ชายหนุ่มยืนมองร่างของไคล์อยู่ครู่หนึ่งและชั่งใจตนเองว่าจะทำอย่างไรดี เพราะว่าเขาเริ่มไม่แน่ใจในตัวเองแล้วว่า จะทนนอนอยู่เฉยๆโดยที่ไม่ดึงร่างของไคล์เข้ามากอดได้หรือเปล่า และที่แย่ไปกว่านั้นก็คือ เขาไม่แน่ใจว่าจะมีความอดทนมากพอที่จะยั้งร่างกายเอาไว้ให้หยุดแค่การกอดได้มั้ย
แต่แล้วคามาลก็ทำท่าเหมือนตัดสินใจได้ เขาถอดชุดคาฟตานสีดำสนิทออกแล้วโยนมันทิ้งไปบนเก้าอี้ใกล้ๆนั้นอย่างไม่ใส่ใจนัก แล้วปลดกระดุมคอของชุดสีขาวที่ยาวจนกรอมเท้าออกลงมาจนกระทั่งถึงหน้าอก ก่อนที่จะค่อยๆแหวกผ้าม่านบนเตียงออกแล้วแทรกกายขึ้นไปนอนข้างๆร่างของไคล์อย่างแผ่วเบา คามาลเห็นร่างเล็กบางนั้นขยับตัวเล็กน้อย เพื่อเปลี่ยนท่านอนให้สบายขึ้น และนั่นทำให้ชายเสื้อที่ยาวเพียงแค่หัวเข่าเลิกขึ้นจนเผยให้เห็นต้นขาเนียนเรียบและขาวสะอาดโผล่พ้นชายเสื้อออกมาอย่างช่วยไม่ได้ คามาลพยายามบังคับสายตาให้ละไปจากภาพตรงหน้าด้วยความยากลำบาก เขายกมือขึ้นเสยผมแรงๆเพื่อเป็นการระงับอารมณ์ตัวเอง
"อย่างน้อยก็ไม่ใช่ตอนนี้น่า" ชายหนุ่มนึกในใจ แล้วพยายามบังคับตัวเองให้หลับตาลง แต่ว่ามันกลับทำไม่ได้ง่ายอย่างทีคิด เพราะลมหายใจของไคล์ที่เป่ารดอยู่ใกล้ๆซอกคอทำคามาลแทบคิดอะไรไม่ออก เขาเอื้อมมือไปดึงร่างเล็กบางนั้นเข้ามาอยู่ในอ้อมกอดอย่างแผ่วเบา เพื่อระวังไม่ให้ไคล์ตื่นขึ้นมา ร่างนั้นขยับเล็กน้อยในวงแขนของเขา แต่แล้วก็หลับต่อไปโดยที่ไม่รู้สึกตัว คามาลใช้นิ้วลูบเข้าไปในเส้นผมเรียบลื่น สีน้ำตาลเข้มนั้นช้าๆ แล้วก้มลงไปกระซิบข้างหูของไคล์ที่ยังหลับอยู่ว่า
"ถ้ามันเกิดอะไรขึ้นล่ะก็ เจ้าจะโทษข้าไม่ได้นะ.." คามาลใช้ศอกยันร่างขึ้นมา เพื่อจะได้มองหน้าของไคล์ได้ชัดๆ เส้นผมสีดำสนิทของเขายาวลงมาระอยู่บนหมอนจนดูราวกับว่าเป็นผ้าม่านสีดำสนิท แต่คามาลก็ใช้มือเสยมันออกไปอย่างไม่ใส่ใจนัก
"ตอนนี้เจ้าต้องเป็นของเล่นของข้าไปก่อนล่ะ เพราะเจ้าเล่นหลับสบายอยู่คนเดียวเลยนี่ ไม่ยุติธรรมเลย จริงมั้ย?" ชายหนุ่มใช้นิ้วเรียวยาวไล้ไปตามผิวแก้มของไคล์แล้วจึงมาหยุดอยู่ตรงริมฝีปากอิ่มสีชมพูนั้นแล้วใช้ปลายนิ้วลูบไปมาช้าๆ เด็กหนุ่มครางออกมาด้วยความรำคาญแล้วพยายามที่จะหันหน้าหนี แต่คามาลก็ใช้มือประคองใบหน้านั้นให้อยู่นิ่งๆ แล้วจึงค่อยๆสอดนิ้วผ่านเข้าไปในริมฝีปากที่อุ่นและชื้นนั้น
"ขี้เซาจริงนะ" เขายิ้ม เมื่อเห็นว่าไคล์ยังไม่มีทีท่าว่าจะยอมตื่นง่ายๆ "ก็ดีแล้วล่ะ เพราะว่าถ้าเจ้าตื่น ข้ารับรองว่าจะมีเรื่องสนุกกว่านี้ให้เจ้าทำแน่ๆ" แต่แล้วในขณะที่คามาลกำลังจะก้มหน้าลงไปจูบนั้นเอง ไคล์ก็ลืมตาขึ้น พร้อมทั้งใช้มือผลักคามาลเอาไว้ได้ทันเวลา
"ท่านจะทำอะไร!!" เด็กหนุ่มถามเสียงดังแล้วพยายามจะลุกขึ้นนั่ง แต่คามาลกลับไวกว่า เพราะเขาพลิกตัวทับไคล์เอาไว้ได้เกือบจะทันที
"ตื่นแล้วหรือไง" เขาถามด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูแล้วมีท่าทีพอใจ ไคล์กระพริบตา2-3ครั้งเพื่อให้แน่ใจว่านี่ไม่ใช่ความฝัน เขาตกใจจนแทบช็อคที่เห็นใบหน้าของคามาลก้มลงมาจนเกือบจะชิด ดวงตาสีดำสนิทที่มองตอบลงมานั้นมีแววเหมือนหยอกล้อ ผมสีดำที่ยาวระลงมาทำให้ใบหน้าของคามาลดูอ่อนโยนลงกว่าปกติ ไคล์เพิ่งได้มีโอกาสเห็นคามาลเต็มตาจริงๆก็ตอนนี้เอง เพราะว่าตอนที่อยู่ในงานประมูลทาสตอนแรกเขาก็รู้สึกแย่เกินกว่าจะทันสังเกตอะไรได้ แถมหลังจากนั้นเขาก็ยังไม่กล้ามองคามาลตรงๆอีกเลยแม้แต่ครั้งเดียว
"ที่นี่ที่ไหน!" ไคล์ถาม พร้อมทั้งพยายามที่จะดันตัวของคามาลให้ออกห่าง แต่ว่ามันก็ไม่ได้ผลอะไรเลยแม้แต่น้อย เพราะว่าร่างของคามาลยังคงนิ่งสนิทอยู่กับที่ แล้วยิ่งการที่ไคล์ยิ่งดิ้น ยิ่งทำให้วงแขนของชายหนุ่มรัดแน่นขึ้นอีก ดังนั้น ไคล์จึงตัดสินใจว่าอยู่เฉยๆเป็นดีที่สุด แต่ความรู้สึกที่แปลกไปอย่างนึงก็คือ แทนที่น้ำหนักของคามาลที่กดทับลงมานั้นจะทำให้ไคล์อึดอัด หรือหายใจไม่ออก เขากลับรู้สึกว่ามันทำให้ร่างกายของเขารู้สึกแปลกๆ ที่จริงแล้วมันไม่ได้เลวร้ายอะไรเลยแต่กลับอบอุ่นซะด้วยซ้ำ
"ที่นี่คือบ้านของข้าน่ะสิ.. และที่ๆเจ้ากำลังนอนอยู่นี้ก็คือบนเตียงของข้าด้วย" คามาลพูดเหมือนไม่ทุกข์ร้อนอะไร แต่ใบหน้าของไคล์ค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อขึ้นมาทันที ชายหนุ่มไม่แน่ใจนักหรอกว่ามันจะเป็นเพราะโกรธหรืออาย แต่มันก็ทำให้ใบหน้านั้นดูน่ารักขึ้นอีกหลายเท่า
"แล้วก็คงไม่ต้องถามต่อไปนะว่าทำไม เพราะว่าเรื่องที่ทำกันบนเตียงก็คงมีอยู่เรื่องเดียวล่ะนะ ไคล์" คามาลจับคางของเขาเอาไว้กันไม่ให้หันหน้าหนีแล้วก้มลงมาจูบ ไคล์พยายามใช้มือทั้ง2ข้างทั้งผลักทั้งดิ้นเพื่อให้เป็นอิสระ แต่ว่ามันก็ถูกรวบเข้าด้วยกันอย่างง่ายดายด้วยมือของคามาลเพียงแค่ข้างเดียว ลิ้นของคามาลที่กวาดเข้ามาภายในปากอย่างหนักหน่วงและรุนแรงนั้นทำให้ร่างกายของไคล์เหมือนจะไร้เรี่ยวแรงไปซะเฉยๆ แต่เขาก็ใช้แรงทั้งหมดเพื่อที่จะดิ้นหนีออกไป ซึ่งนั่นทำให้คามาลต้องถอนริมฝีปากออก
"หยุดดิ้นซะ ไคล์ ก่อนที่ข้าจะคุมอารมณ์ตัวเองไม่อยู่เพราะการขยับตัวของเจ้านะ" น้ำเสียงแหบพร่าของคามาลทำให้ไคล์ชะงักไปเหมือนกัน "นั่นแหละ..ดีมาก อย่าขยับ" ชายหนุ่มก้มหน้าลงไปอีกครั้ง แต่เมื่อเห็นว่าไคล์ทำท่าว่าจะกระเถิบหนีอีก จึงกระซิบเบาๆว่า "ยังไงซะเจ้าก็หนีข้าไม่รอดอยู่แล้ว อย่าพยายามซะให้ยากไปเลย" นิ้วมือของคามาลค่อยๆเลื่อนลงไปที่ต้นขาของไคล์แล้วเลิกชายเสื้อขึ้น โดยที่ไคล์แทบจะไม่มีโอกาสขัดขืนเลยแม้แต่น้อย เพราะก่อนที่เขาจะทันได้ร้องโวยวายออกมาริมฝีปากก็ถูกปิดไว้ด้วยจูบของคามาลอีกครั้ง เรี่ยวแรงของเขาค่อยๆถูกทานลงเรื่อยๆจากแรงจูบนั้น ทุกๆที่ที่นิ้วมือของคามาลลากผ่านไปนั้นทำให้เกิดความร้อนผ่าวเป็นแนวตามรอยลากขึ้นมาอย่างประหลาด จนกระทั่งไคล์คิดอะไรไม่ออกอีกต่อไป
เมื่อชายหนุ่มรู้สึกว่าร่างบอบบางที่อยู่ภายใต้ตัวของเขานั้นค่อยๆลดการขัดขืนลง เขาจึงค่อยๆถอนริมฝีปากออกมาช้าๆ ดวงตาของเด็กหนุ่มปิดสนิท ริมฝีปากเห่อแดงขึ้นมาจนเห็นได้ชัด ลมหายใจของไคล์หอบกระชั้น
"ไคล์ ขยับตัวสิ" ชายหนุ่มกระซิบบอกเบาๆ ที่ข้างหูของไคล์เพื่อให้เด็กหนุ่มขยับเข้ามาอยู่ภายในอ้อมแขนของเขายิ่งขึ้น เขาได้ยินเสียงไคล์ครางเบาๆแล้วจึงขยับตัวตามที่เขาบอกอย่างว่าง่าย ชายหนุ่มยิ้มด้วยความพึงใจแล้วค่อยๆไล้ริมฝีปากผ่านลงมาที่ซอกคอแล้วประทับรอยจูบหนักหน่วงเอาไว้ก่อนที่จะลดลงต่ำไปอีกเรื่อยๆ มือข้างหนึ่งของเขาวนเวียนอยู่บนท่อนขาเรียวยาวของไคล์อยู่เกือบตลอดเวลา ส่วนอีกข้างที่ใช้ยึดแขนทั้ง2ข้างของไคล์เอาไว้นั้น บัดนี้เขาปล่อยมันเป็นอิสระ และพยายามที่จะกดร่างเล็กบางนั้นให้อยู่กับที่เมื่อเขาเลิกชายเสื้อของไคล์ให้สูงยิ่งขึ้น
"ไม่เอา.. ปล่อย.." ไคล์ดิ้นรนปฏิเสธอย่างอ่อนแรง เมื่อมือของคามาลสอดเข้าไปที่สะโพกของเขาแล้วยกขึ้น ผิวกายของไคล์ร้อนผ่าวและสั่นราวกับเป็นไข้เมื่อมือของคามาลไล้ผ่านตรงหว่างขาของเขาและวนเวียนอยู่บริเวณนั้น ไคล์พยายามกัดริมฝีปากเอาไว้เพื่อไม่ให้พูดอะไรออกมา ถึงแม้ว่าเขาอยากจะปฏิเสธหรือโวยวายแค่ไหนก็ตาม เพราะเขากลัวว่าเสียงที่เปล่งออกมาจากลำคอเขานั้นจะกลายเป็นเสียงอย่างอื่นแทน คามาลค่อยๆถอดเสื้อผ้าเก่าๆหยาบๆของไคล์ออก เพื่อที่จะได้สัมผัสกับผิวที่ขาวเนียนได้เต็มที่ แขนของไคล์ข้างหนึ่งถูกยกขึ้นมาปกปิดใบหน้าที่แดงก่ำของตัวเอง และริมฝีปากอันอ่อนนุ่มที่เขาสัมผัสเมื่อครู่นั้น บัดนี้ถูกขบจนเลือดไหลซึมออกมาอีกครั้ง คามาลจึงใช้มือข้างหนึ่งดึงแขนของไคล์ออกไปจากใบหน้านั้น ดวงตาสีเขียวปรือขึ้นมามองเขาช้าๆ ภายในดวงตาคู่นั้นมีแววสับสน หวาดกลัว แต่ก็แฝงไว้ด้วยเปลวเพลิงของความปรารถนาที่ประดังขึ้นมา และคามาลแน่ใจว่าต้องเป็นความรู้สึกที่ไคล์ไม่เคยพบมาก่อนแน่นอน เขายิ้มให้แล้วจึงใช้นิ้วมือจับที่ริมฝีปากของไคล์เพื่อบังคับให้มันเผยอออก และก้มหน้าลงไปเลียบาดแผลบนริมฝีปากของไคล์ช้าๆ และนุ่มนวล
"อือ.." ร่างของไคล์ที่อยู่ภายใต้ตัวของเขานั้นบิดเล็กน้อยเพื่อหนีจากการสัมผัสตรงหว่างขา แต่เสียงครางเบาๆที่คามาลได้ยินนั่นก็ทำให้เขาพอใจอย่างมาก แขนเรียวยาวของไคล์ค่อยๆเลื่อนขึ้นมาโอบหลังเขาไว้โดยที่ไม่รู้สึกตัว คามาลค่อยๆดันร่างของไคล์ขึ้นมาให้อยู่ในท่านั่ง โดยที่ให้หลังของไคล์พิงไว้กับหมอนใบใหญ่ที่นุ่มและหนาจนแทบจะกลืนร่างบอบบางของไคล์ให้จมหายไปได้เลยทีเดียว ดวงตาสีดำสนิทเงยหน้าขึ้นมามองสบกับดวงตาสีเขียวมรกตที่กำลังฉายแววสงสัยครู่หนึ่ง ก่อนที่จะจับขาของไคล์ให้แยกออกจากกันช้าๆ ไคล์ลืมตาโพลงแล้วพยายามยันตัวขึ้นทันที แต่ก็ดูเหมือนว่าร่างกายของเขามันไม่ยอมเชื่อฟังเอาซะเลย เพราะว่ามันไร้เรี่ยวแรงซะจนกระทั่งเขาไม่สามารถยกแขนขึ้นมาปัดป้องได้ด้วยซ้ำ ไคล์เกร็งตัวเมื่อริมฝีปากของคามาลวนเวียนอยู่ตรงต้นขาและลึกเข้าไปเรื่อยๆ ไคล์ร้องตะโกนห้ามออกไป แต่เสียงที่เขาได้ยินกลับกลายเป็นเสียงครางแผ่วๆของตัวเองแทน ความเสียวซ่านแผ่ไปทั่วทุกจุดของร่างกายที่ถูกคามาลสัมผัส ริมฝีปากและลิ้นที่โลมไล้อยู่ตรงหว่างขาของไคล์ทำให้เขาทรมานจนแทบคลั่ง
"ท่าน.." ไคล์ฝืนเรียกออกมาอย่างยากลำบาก เขาต้องการให้ชายตรงหน้ายุติความทรมานของเขาลงเสียที
"คามาล.. เรียกสิ" ชายหนุ่มพูดเบาๆด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่าไม่แพ้กัน ไคล์เงียบไปเล็กน้อย แต่แล้วก็ต้องร้องออกมาใหม่เมื่อคามาลเลื่อนมือลงไปที่สะโพกของเขาและใช้นิ้วไล้ผ่านช่องทางของไคล์เล็กน้อย "เรียกข้า.." เขาก้มลงไปกระซิบกับหูของไคล์ และได้ยินเสียงพึมพึมเรียกชื่อเขา
"..คา..คามาล.." ชายหนุ่มครางเบาๆด้วยความพอใจแล้วเลื่อนตัวขึ้นทาบทับร่างของเด็กหนุ่มตรงหน้าอีกครั้ง
"ไคล์ พลิกตัวสิ" เขาสั่ง ไคล์มองเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำถามแต่ก็ยอมเชื่อฟังแต่โดยดี ร่างนั้นพลิกตัวอยู่ใต้ร่างเขา แผ่นหลังที่ขาวเนียนและเรียบลื่นแนบสนิทกับแผ่นอกกว้างของคามาล และสะโพกก็แนบชิดอยู่กับความเป็นชายของคามาลเช่นเดียวกัน เขาสอดมือเข้าไปที่หน้าท้องแบนเรียบของไคล์แล้วยกขึ้นพร้อมกับแทรกเข่าเข้าไปตรงหว่างขาของไคล์โดยเร็ว ทำให้ร่างเล็กบางนั้นต้องนอนคว่ำหน้าและยกสะโพกขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้
"เจ้างดงามมาก" คามาลกระซิบแนบหูของไคล์ มือทั้งสองข้างค่อยๆเลื่อนลงไปยังหว่างขาของร่างเล็กบางนั้นอีกครั้ง การกระตุ้นของคามาลทำให้ไคล์ทนไม่ได้ เขาครางออกมาอย่างลืมตัว แขนทั้ง2ข้างเหยียดเกร็งและกำผ้าปูที่นอนสีขาวสะอาดไว้แน่น
"คามาล..ผม..ผมไม่ไหวแล้ว" เขาร้องออกมาพร้อมกับแอ่นแผ่นหลังขึ้น คามาลจึงปล่อยมือออกแล้วเลื่อนมาจับสะโพกของไคล์ไว้จนแน่นทันที
"ไคล์ ข้าก็เช่นกัน เจ้าพร้อมมั้ย" เขาถามร่างเล็กบางตรงหน้าด้วยเสียงที่แหบพร่าเพราะความต้องการจนฟังแทบไม่ได้ศัพท์ ไคล์ไม่แน่ใจว่าที่คามาลพูดนั้นหมายถึงอะไร แต่เขาก็พยักหน้ารับออกไป คามาลจึงแทรกกายเข้าไปในร่างของไคล์ทันที เด็กหนุ่มกรีดร้องเสียงดังด้วยความเจ็บปวด ร่างกายของเขาพยายามดิ้นหนี น้ำใสๆเอ่อคลอขึ้นมาในดวงตาสีเขียวจนพร่ามัว ความรู้สึกเสียวซ่านที่เกิดขึ้นเมื่อครู่หายไปจนหมด มีแค่เพียงความเจ็บปวดเหลือแสนจากร่างกายใหญ่โตที่กำลังบุกรุกร่างของเขาอยู่เท่านั้น เขาได้ยินเสียงพูดปลอบใจเบาๆอยู่ข้างหู
"อย่าเกร็งไคล์ ปล่อยตัวตามสบาย แล้วเจ้าจะพบกับความสุขที่ข้ามอบให้" มือของคามาลเลื่อนมาลูบที่หว่างขาของไคล์อีกครั้ง เขาหยุดร่างตัวเองเอาไว้ก่อนเพื่อที่จะได้ให้ไคล์ค่อยๆปรับตัวรับเขาได้ ความคับแน่นของไคล์ทำให้คามาลรู้สึกพอใจและปลุกเร้าเขาเป็นที่สุด จนกระทั่งเมื่อไคล์ค่อยๆสงบลงแล้ว เขาจึงค่อยๆดันร่างเข้าไปอีกครั้ง ด้วยความนุ่มนวลกว่าเดิม แผ่นหลังของไคล์แอ่นเกร็ง เสียงที่ร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดค่อยๆกลายเป็นเสียงครางด้วยความสุข จนคามาลเข้าได้ไปจนสุดเขาจึงหยุดตัวเองเอาไว้อีกครั้ง
"เป็นอย่างไรบ้างไคล์" เขาถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ไคล์สั่นหน้าโดยที่ไม่พูดอะไรออกมาทั้งสิ้น "เจ็บมั้ย" ไคล์พยายามหันหน้ากลับมาหาเขาแล้วพูดออกมาด้วยน้ำเสียงขาดห้วง
"ไม่..ไม่แล้ว" คามาลได้ยินดังนั้นจึงเริ่มขยับภายในร่างของไคล์ พร้อมทั้งคอยถามเป็นระยะๆ
"เจ้ารู้สึกยังไงบ้างไคล์ ตอบข้า"
เสียงครางของไคล์เป็นคำตอบที่ชัดเจนในตัวมันอยู่แล้ว แต่กระนั้นเขาก็ต้องการได้ยินคำพูดออกมาจากปากของเด็กหนุ่มตรงหน้าเองอีกด้วย
"บอกข้าสิ"
ไคล์ขยับสะโพกตามจังหวะของเขา พร้อมกับพยายามตอบลอดเสียงครางของตัวเองออกมา
"อือ ผะ ผม..ผมบอกไม่ถูก.."
"เจ้ามีความสุขมั้ย" เขาถามยั่วๆ ไคล์ส่ายหน้า
"ไม่..รู้.."
"แล้วตอนนี้ล่ะ" คามาลถามด้วยน้ำเสียงที่แทบจะไม่แตกต่างไปจากไคล์เลยแม้แต่น้อย
"ผมอึดอัด..ได้โปรด ...อย่าถามอะไรอีกเลย " ไคล์ขอร้อง ร่างกายของเขาเกร็งแน่น และบีบรัดคามาลเร็วขึ้น จนกระทั่งในที่สุดเขาก็ร้องครางออกมาด้วยเสียงอันดังแล้วทรุดฮวบลงไป โดยมีร่างของคามาลตามลงไปทาบทับโดยที่ยังไม่ได้ถอนตัวออกไป เสียงหอบหายใจของทั้งคู่ประสานกันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่คามาลจะลืมตาขึ้นมาพบว่า ไคล์นั้นหมดแรงหลับไปก่อนเสียแล้ว เขายิ้มและโอบกอดร่างนั้นไว้ในวงแขนพร้อมทั้งหลับตาลง .
*************************************
แสงแดดอ่อนๆที่ลอดผ่านม่านหน้าต่างทึบเข้ามานั้นทำให้ไคล์ค่อยๆรู้สึกตัวตื่นขึ้นช้าๆ ความฝันเมื่อคืนนี้มันช่างแปลกประหลาดที่สุด มันเป็นความฝันที่เหมือนจริงซะจนไม่น่าเชื่อ เขาฝันว่า..เขาถูกจับไปขายเป็นทาส และ..มีชี้คหนุ่มที่หล่อเหลาและสง่างามที่สุดซื้อตัวเขาเอาไว้ จนกระทั่ง..ไคล์บิดตัวอย่างเกียจคร้านโดยที่ยังไม่ยอมลืมตาขึ้น เขายังไม่อยากตื่นในตอนนี้..ไม่รู้ว่าเพราะอะไรเหมือนกัน แต่ว่าไคล์รู้สึกเหมือนกับว่าร่างกายของเขาเหนื่อยล้าจนแทบลุกไม่ขึ้น แต่ก็ช่างเถอะ..เขายังมีเวลานอนอีกมากมายเกินพอ จนกระทั่งเขาได้ยินเสียงกระซิบเรียกแผ่วเบาที่ข้างหู และรู้สึกถึงฝ่ามือที่ลูบไล้อยู่บนต้นแขน ไคล์ครางออกมาด้วยความรำคาญใจ
"ไคล์..ตื่นสิ" เสียงนั้นเป็นเสียงที่เขาไม่ค่อยคุ้นหู แต่..ไคล์คิดว่าคงจะเป็นเพื่อนสนิทของเขานั่นเอง
"ฮามิลเหรอ..?"ทันใดนั้นเองนิ้วมือที่ลูบเบาๆอยู่บนแขนนั้นกลับหยุดชะงัก และคว้าข้อมือเขาขึ้นบีบอย่างแรงจนไคล์ต้องร้องออกมาด้วยความเจ็บแล้วลืมตาขึ้นโดยเร็ว ไคล์ลืมตาค้าง..อัลล่าห์..ถ้าเขายังหลับอยู่ล่ะก็ โปรดช่วยให้เขาตื่นขึ้นทีเถิด..
ใบหน้าของชายคนที่อยู่ในฝันของเขาเมื่อคืนลอยเด่นอยู่ห่างจากจมูกของเขาเพียงไม่กี่เซนต์ ดวงตาสีดำสนิทที่มองตอบลงมานั้นมีแววโกรธเกรี้ยวและเย็นชาจนไคล์รู้สึกว่าเขาเสียววาบไปจนถึงแนวสันหลัง ..ฝัน.. นี่มันต้องเป็นฝันแน่ๆ ให้ตายเถอะ.. แรงของคามาลที่บีบแขนเขาอยู่นั้นไม่ได้ลดลงเลยแม้แต่น้อย และนั่นยืนยันได้ว่ามันไม่ใช่ความฝัน และแล้วคามาลก็นึกถึงอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ ทำให้เขาต้องรีบยันตัวลุกขึ้นทันที แต่ว่าการขยับตัวที่รวดเร็วนั้นทำให้ร่างกายของเขาเจ็บปวดอย่างร้ายกาจ และนั่นทำให้ไคล์ต้องร้องออกมาอีกครั้งเขารู้สึกเหมือนกับว่าร่างกายแทบจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ มันไม่ใช่เพราะความเจ็บที่เกิดจากแรงบีบของคามาล แต่มันเป็นที่อื่นที่เลวร้ายกว่านั้น.. ไคล์มองตอบไปด้วยแววตากราดเกรี้ยวไม่แพ้กัน ถึงแม้ว่าจะพูดอะไรไม่ออกเพราะความเจ็บก็ตามที แต่ว่าดวงตาที่ฉายแววรังเกียจออกมาอย่างชัดแจ้งก็เท่ากับทำให้ความโกรธของคามาลปะทุยิ่งขึ้นอีกเท่านั้น
"สัตว์.."ไคล์สบถออกมา "ท่านมันสัตว์ป่า ไม่ใช่คน.." ความเกลียดชังทำให้ไคล์สามารถรวบรวมเรี่ยวแรงให้ตวาดออกมาได้ "ขาดแคลนผู้หญิงนักหรือไง!! ถึงได้.. ถึงได้มาข่มขืนผู้ชายด้วยกันเองน่ะ " ไคล์ตะโกนเสียงดังก้องแล้วก็ต้องร้องออกมาเบาๆเพราะความเจ็บในร่างกาย
คามาลบีบข้อมือของไคล์แรงขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งเขาคิดว่าถ้าไคล์พูดอะไรออกมาอีกแม้แต่คำเดียว เขาคงจะเผลอหักแขนข้างนั้นทิ้งโดยไม่รู้ตัวก็ได้
"พูดจบแล้วใช่มั้ย" คามาลถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำจนน่ากลัว เขาอยากจะบีบคอขาวๆนั้นให้แหลกคามือซะด้วยซ้ำไป ในเมื่อ..ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยมีใครกล้าด่าเขาด้วยถ้อยคำเช่นนี้มาก่อน และไคล์กำลังเหยียดหยามศักดิ์ศรีของเขาอย่างรุนแรง
"ไม่..ปล่อยข้าซะทีสิ ถ้าข่มขืนแล้วไม่พอใจก็ฆ่าทิ้งตามไปเลยก็ได้นะ เพราะว่าข้ายอมตายซะยังจะดีกว่าต้องทนเห็นหน้าท่านต่อไปอีกแม้แต่วินาทีเดียว"
คามาลกัดฟันแน่น ดวงตาสีดำสนิทที่มีแววเย็นชาเมื่อครู่ค่อยๆจางหายไป และเปลี่ยนเป็นแววตาที่น่ากลัวของสัตว์ร้ายที่พร้อมจะขย้ำเหยื่อเข้ามาแทนที่
"สัตว์งั้นหรือ.. เจ้าว่าข้าเป็นสัตว์ใช่มั้ยล่ะ แล้วเจ้ารู้มั้ยว่ามันปฏิบัติตัวอย่างไรกับเหยื่อที่มันล่าได้" แววตาและน้ำเสียงของคามาลทำให้ไคล์กลัวจับใจขึ้นมาซะเฉยๆ แต่ว่าเขาไม่สนใจหรอกว่ามันจะเป็นยังไง เพราะเขาก็เตรียมตัวเตรียมใจเอาไว้แล้วว่าอะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด และแน่นอนว่า เขายินดีที่จะรับความตาย อย่างที่เขาพูดออกไปจริงๆ ไคล์หลับตาลงแน่นเพื่อที่จะไม่ได้เห็นเวลาที่ดาบเล่มโตฟันลงมาตัดคอเขาขาดออกเป็น2ท่อน
คามาลปล่อยข้อมือของไคล์แล้วจับร่างเล็กบางนั้นพลิกตัวนอนคว่ำลงทันที พร้อมกับใช้มือกดแผ่นหลังของไคล์เอาไว้เพื่อกันไม่ให้ขยับหนี การกระทำของคามาลทั้งรุนแรงและหยาบคายจนกระทั่งไคล์น้ำตาเล็ดเพราะความเจ็บปวด
"เจ็บ!!..ปล่อยข้านะ! ..ข้าเจ็บ!!" ไคล์โวยวาย
"เจ็บเหรอ? ก็ข้าเป็นสัตว์ป่าไง พอใจเจ้ามั้ยล่ะ.. จะบอกให้นะ ฆ่าเจ้าน่ะมันง่ายเกินไป ไคล์ ข้ามีวิธีที่ดีกว่านี้อีก" คามาลตอบเย็นชา เขาจับขาของไคล์ให้แยกออกแล้วแทรกร่างผ่านเข้าไปในตัวของไคล์อย่างรวดเร็ว ไคล์ร้องตะโกนออกมาด้วยความเจ็บ น้ำตาเริ่มไหลลงมาอาบแก้มทั้ง2ข้างช้าๆ แต่ก็ดูเหมือนว่าคามาลจะไม่ได้สนใจมันด้วยซ้ำ แต่กลับแทรกร่างเข้าไปมากยิ่งขึ้น ไคล์จุกจนพูดไม่ออก แผลของเขาที่ยังบอบช้ำอยู่ถูกซ้ำลงไปอีกครั้ง เขาไม่รู้สึกอะไรเลยนอกจากความเจ็บปวดและทรมานเท่านั้น จนกระทั่งในที่สุดคามาลก็ถอนกายกลับออกไป ทำให้ไคล์ถึงกับทรุดตัวลงไปนอนด้วยความเจ็บปวดและหมดเรี่ยวแรงทันที ชายหนุ่มลุกจากเตียงแล้วคว้าเสื้อมาสวม ก่อนจะหันมาพูดด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา
"จำไว้ว่าอย่าได้ขัดขืนข้าอีก แล้วก็ออกไปจากห้องของข้าได้แล้ว.."
************************************
ทันทีที่ร่างของคามาลเดินลับหายออกไปจากห้องนั้น ชายร่างใหญ่ผิวคล้ำคนหนึ่งก็รีบเดินเข้ามาทันที เขาเดินตรงมาที่ไคล์แล้วหยิบเสื้อตัวเก่าของไคล์ที่ตกอยู่ที่พื้นส่งให้ "ลุกขึ้นแต่งตัวซะ แล้วไปกับข้า" เขาสั่งห้วนๆและไม่คิดแม้แต่จะยื่นมือเข้ามาช่วยไคล์ที่พยายามฝืนกายลุกขึ้นอย่างยากลำบาก ไคล์กัดฟันเอาไว้แน่นเพื่อไม่ให้ร้องออกมาตอนที่เขาขยับตัวแล้วไปกระเทือนแผล แต่ว่าทันทีที่เขาลุกขึ้นยืนได้สำเร็จก็ต้องทรุดลงไปกองกับพื้นใหม่อีกครั้ง
"เร็วเข้า!! ชี้คต้องการให้เจ้าออกไปจากห้องนี้ให้เร็วที่สุด" เขากระชากแขนไคล์ขึ้นโดยไม่ใส่ใจว่าเด็กหนุ่มถึงกับร้องออกมาเพราะความเจ็บปวด จนไคล์ต้องรีบลุกขึ้นยืนอีกครั้งและก็ถูกลากออกไปอย่างรวดเร็ว
ชายคนนั้นพาไคล์เดินแยกห่างจากตึกนั้นออกมาไกลพอสมควร จนกระทั่งถึงอีกตัวตึกหนึ่งที่มีประตูรั้วกั้นเอาไว้อย่างแน่นหนา และยังมียามท่าทางน่ากลัวอีก3-4คน คอยนั่งเฝ้าอยู่อีกด้วย และเมื่อเขาเห็นชายคนนั้นลากแขนไคล์ตรงเข้ามาจนใกล้ก็รีบเปิดประตูให้อย่างรวดเร็ว ภายในรั้วนั้นมีสวนขนาดใหญ่ที่ถูกประดับไว้ด้วยต้นไม้นานาชนิดหลากสีสัน แต่ไคล์ก็ไม่มีเวลาได้มองอะไรมากนัก เพราะเขาถูกกระชากตัวเข้าไปในห้องๆหนึ่งที่อยู่ในมุมสุดท้ายของตึกทันที
"ที่นี่คือห้องของเจ้า" ชายคนนั้นพูดเร็วๆ เหมือนกับว่าต้องสนทนากับไคล์ให้น้อยคำที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
ภายในห้องนั้นไม่มีเครื่องประดับอะไรมากนัก เท่าที่ไคล์สังเกตเห็นก็มีเพียงแค่ตะเกียงน้ำมันที่วางอยู่ที่มุมห้อง และยกพื้นสูงด้านในที่มีพรมกับหมอนเก่าๆวางอยู่ ซึ่งไคล์เดาว่านั่นคงเป็นที่นอนของเขานั่นเอง
"เจ้าพักที่นี่ได้ตามสบาย จนกว่าชี้คต้องการจะเรียกใช้เจ้าอีก"ไคล์หันมาประจันหน้ากับชายคนนั้นและตะโกนใส่
"ให้อยู่รอไอ้บ้ากามนั่นเรียกน่ะนะ ฝันไปเหอะ!" เขาสังเกตเห็นแก้มของชายผิวคล้ำตรงหน้ากระตุกเล็กน้อย ก่อนจะพูดขึ้นว่า
"เจ้าไม่มีสิทธิมีปากเสียงอะไรทั้งนั้น อย่าลืม..ว่าเจ้าอยู่ในฐานะอะไร และนี่คือความกรุณาแล้วนะ ที่เจ้าได้มาอยู่ในฮาเร็มนี่แทนที่จะต้องไปทำงานใช้แรงงานและอยู่รวมกับทาส จงจำไว้อีกอย่างว่า อย่าได้ริอ่านขึ้นเสียงกับข้า เพราะข้าคือผู้ดูแลฮาเร็มของวังแห่งนี้ และข้าไม่รีรอจะลงโทษให้กับความไร้มารยาทของเจ้าแน่" เขาผลักไคล์เข้าไปในห้องนั้นอย่างไม่ปรานีปราศรัยแล้วปิดประตูลงทันที ไคล์มองตามร่างนั้นไปอย่างโกรธแค้น ไปลงนรกซะให้หมด ทั้งคามาล ทั้งเจ้าบ้านั่น..
![]()
โปรดติดตามตอนต่อไป
แนะนำติขมได้ที่ [email protected]