
รอยยิ้มบางๆผุดขึ้นที่มุมปากของคามาล ทันทีที่ร่างของเด็กหนุ่มคนนั้นล้มพับลงในอ้อมแขนของเขา ชายหนุ่มยืนมองตั้งแต่ที่กาซิมเดินจูงเชือกที่มัดข้อมือของเด็กคนนั้นมาหยุดลงตรงหน้า ยิ่งเมื่อคามาลได้เห็นเด็กหนุ่มคนนั้นใกล้ๆ เขาก็ยิ่งรู้สึกว่าเด็กหนุ่มคนนี้มีผิวพรรณที่ขาวสะอาดและรูปร่างเพรียวบางราวกับเด็กผู้หญิง.. และทันทีที่เขาก้มลงสบตากับดวงตาสีเขียวนั้น เขาก็พบว่ามันเป็นดวงตาที่งดงามกว่าดวงตาคู่ใดใที่เขาเคยเห็นมาเลยทีเดียว.. มันเหมือนกับเป็นอัญมณีชั้นดีชิ้นหนึ่งที่ส่องประกายราวกับเพชรในทะเลทราย.. แก้มและริมฝีปากที่แดงเรื่ออย่างน่ารักทำให้คามาล มองตามไปอย่างเผลอไผล จนกระทั่งเขาเห็นเด็กหนุ่มคนนั้นทำท่าว่าจะล้มลงจึงรีบยื่นแขนออกไปรับไว้ ก่อนที่ร่างนั้นจะทรุดลงไปนอนอยู่บนพื้นแทบเท้าเขา ร่างที่บอบบางนั้นจึงล้มลงในอ้อมแขนของเขาอย่างไร้เรี่ยวแรง.. ไอร้อนที่แผ่ออกมาจากตัวของเด็กหนุ่มคนนั้นทำให้คามาลขมวดคิ้วทันที..
"เจ้าเป็นอะไร.." เขาถามออกไป แล้วก็ต้องแปลกใจกับน้ำเสียงของตัวเองที่อ่อนโยนจนไม่น่าเชื่อ เด็กหนุ่มคนนั้นส่ายหน้าเล็กน้อย
"เปล่า.." ดวงตาทั้ง2ข้างหลับลงอย่างเหนื่อยอ่อน..ไอร้อนผ่าวที่ผ่านออกมาพร้อมกับลมหายใจนั้นทำให้คามาลไม่เชื่อคำพูดของเด็กหนุ่มคนนั้นแน่นอน.. เขาแน่ใจว่าเด็กหนุ่มคนนี้ไม่มีสติเหลืออยู่แล้วด้วยซํ้า..
"คามาล..ได้เวลาแล้วนะ"
เสียงของเฮดีนที่เรียกอยู่ข้างๆทำให้คามาลละความสนใจจากร่างเล็กบางนั้นมาได้ ชายหนุ่มสังเกตเห็นว่าสายตาของเฮดีนก็จับจ้องอยู่ที่เด็กคนนั้นเช่นกัน ทำให้คามาลมองเพื่อนของเขาเป็นเชิงเตือน พร้อมทั้งกระชับร่างของเด็กหนุ่มคนนั้นไว้ในอ้อมแขนแน่นยิ่งขึ้น..
"ข้าพร้อมเสมอ..กาซิม เจ้าส่งสัญญาณได้" องครักษ์ของเขาทรุดตัวลงรับคำ แล้วพาพวกอีก3-4 คนเดินกลืนหายไปกับผู้คนอย่างรวดเร็ว
"ทันทีที่คบไฟทั้งหมดดับลง ทหารของข้าที่อยู่เบื้องนอกจะจู่โจมเข้ามาทันที.. เจ้าต้องหาทางควบคุมคนเอาไว้ให้ได้ ห้ามไม่ให้มีใครเหลือรอดออกไปแม้แต่คนเดียว.. แล้วค่อยเจอกันเมื่องานเสร็จนะเฮดีน" คามาลหันมาสั่งกับเฮดีน..
สำหรับในเวลานี้ไม่มีคำว่าเพื่อนหรือพี่น้องอีกแล้ว ในยามรบ ทหารทุกคนเท่าเทียมกัน.. และก็จะต้องทำทุกวิถีทางเพื่อให้เป้าหมายตนเองเสร็จลุล่วงโดยปลอดภัยเช่นเดียวกันด้วย เฮดีนพยักหน้าแล้วยิ้ม
"แน่นอน และเจ้าด้วย" ทันทีที่สิ้นเสียงของเฮดีน คบไฟที่ด้านหน้าเวทีก็ดับลงทันที และไล่มาทางด้านหลังทีละดวงๆอย่างรวดเร็วจนกระทั่งทุกสิ่งทุกอย่างตกอยู่ในความมืด..
เสียงต่างๆเงียบลงไปครู่หนึ่ง ก่อนที่จะมีเสียงตะโกนกึกก้องจากภายนอกดังขึ้นทุกทิศทาง.. ความวุ่นวายเกิดขึ้นภายในงานอย่างรวดเร็ว.. คามาลกระชับดาบในมือไว้แน่นพร้อมทั้งประคองร่างที่อยู่ในอ้อมแขนไว้อย่างระมัดระวัง..สายตาของเขากวาดมองหาร่างของชายร่างเล็กที่ชื่ออาลีทันที เขาต้องจับตัวมันให้ได้ก่อนที่มันจะหลบหนีไป ความมืดภายในห้องทำให้การทำงานของชายหนุ่มเป็นไปด้วยความยากลำบาก.. อีกทั้งคนมากมายที่วิ่งไปวิ่งมาและกรีดร้องโวยวายอย่างโกลาหล เสียงกระทบกันของดาบและแสงจากคบเพลิงที่ถูกจุดขึ้นจากภายนอกเป็นสัญญาณให้คามาลรู้ทันทีว่า ข้างล่างนั้น ทหารของเขากำลังรบกับพวกพ่อค้าทาสและคนของเหล่าเศรษฐีที่พยายามหลบหนีออกจากงานแล้ว ชายหนุ่มตั้งใจว่าจะเปลี่ยนแผนการณ์ลงไปสมทบกับเหล่าทหารด้านล่างก่อน.. เพราะว่าร่างที่กำลังหลับอยู่ในอ้อมแขนของเขาตอนนี้ตัวร้อนขึ้นจนน่ากลัว.. และ..เขาก็ไม่อยากให้มีอันตรายเกิดกับเด็กคนนี้อีกด้วย..
ในขณะที่คามาลกำลังจะหลบคลื่นฝูงชนที่กำลังพุ่งถลาไปทางประตูเล็กๆที่เป็นทางออกเดียวของห้อง ซึ่งในตอนนี้มีคนมากมายกำลังยืนอัดเบียดเสียดกันอยู่นั้น ความรู้สึกบางอย่างก็เตือนให้เขาระวังตัวทันที.. คามาลจึงตัดสินใจเบี่ยงตัวหลบออกทางด้านข้างอย่างรวดเร็ว.. ทำให้คมดาบสีขาววาววับที่ฟันลงมาเฉียดต้นคอของเขาไปอย่างหวุดหวิด ชายหนุ่มพลิกตัวแล้วลุกขึ้นยืนพร้อมทั้งใช้ขาถีบผู้ชายที่ถือดาบคนนั้นทันที แต่ก่อนที่เขาจะได้ทันตั้งตัวก็มีดาบอีกเล่มหนึ่งฟันซ้ำลงมาอีกครั้ง.. สัญชาตญาณทำให้ชายหนุ่มยกดาบในมือขึ้นป้องกันตัว ดาบของเขาที่ทำจากเหล็กชั้นดีสามารถรับแรงกระแทกนั้นได้อย่างไม่ลำบากนัก ซึ่งผิดกับดาบของอีกฝ่ายหนึ่งที่หักออกเป็น2ท่อน ในจังหวะที่ชายแปลกหน้าคนนั้นเสียหลักคามาลก็แทงดาบสวนกลับไปอย่างรวดเร็ว ร่างนั้นชะงักและล้มลงขาดใจตายทันที แต่ก็มีคนอื่นๆหนุนต่อเข้ามาแทนที่คนที่เพิ่งตายลงไปอย่างไม่ขาดสาย ชายหนุ่มไม่สามารถสู้ได้เต็มที่นักเพราะยังต้องพะวงกับร่างที่อยู่ในวงแขนด้วย ซึ่งทำให้เขาตัดสินใจที่จะถอยออกไปตั้งหลักก่อน แต่ถ้าหากว่าเป็นเวลาปกติแล้ว รับรองได้ว่า..คามาลไม่ยอมปล่อยให้ไอ้คนพวกนี้หยามหน้าเขาถึงขนาดนี้แน่นอน
"อย่าปล่อยให้มันหนีไปได้นะ.. ชิงตัวทาสคนนั้นออกมา แล้วฆ่าไอ้หนุ่มนั้นซะ.. ข้าไม่ต้องการให้มันกลับออกไปจากงานนี้ทั้งๆที่ยังมีลมหายใจอยู่"
เสียงตะโกนที่เกรี้ยวกราดของชายคนหนึ่งดังชัดเจนภายในหูของคามาล ความโกรธถูกจุดขึ้นภายในตัวของเขาทันที ใครกันที่บังอาจมาสั่งฆ่าเขา ..มันกล้าดียังไงกัน.. ฝีมือระดับไอ้พวกนี้น่ะเหรอจะมีปัญญามาฆ่าเขาได้ คามาลยิ้มอย่างเยียบเย็น..เขาไม่จำเป็นต้องใช้ความสามารถมากนักในการหลบการโจมตีของคนพวกนี้ แต่ปัญหามันอยู่ที่ว่าจำนวนของพวกมันที่รุมเข้ามาและพยายามจะดึงร่างของคนที่อยู่ในอ้อมแขนของเขาต่างหากที่ทำให้เขาเป็นกังวล และทันทีที่คามาลรู้จุดประสงค์ของคนพวกนี้เขาก็ยิ่งเพิ่มความระมัดระวังให้กับเด็กหนุ่มคนนั้นมากขึ้น
คามาลใช้แรงทั้งหมดในการรับการโจมตีและสวนกลับไปครั้งแล้วครั้งเล่า..จนกระทั่งคนของพวกมันล้มตายอยู่แทบเท้าเขาหลายต่อหลายคน แต่พวกมันก็ไม่มีทีท่าว่าจะเลิกล้มความตั้งใจแต่อย่างใด ลมหายใจของเขาเริ่มหอบเป็นห้วงๆ.. ให้ตายเถอะ.. เขารู้ดีว่าเขาไม่สามารถทานไอ้พวกนี้ได้ทั้งๆที่ยังมีร่างของเด็กคนนี้อยู่ในมือ.. และแรงดาบที่ฟันลงมาแต่ละครั้งไม่สามารถใช้แขนข้างเดียวรับต่อกันได้เป็นระยะเวลานานๆหรอก.. แต่พระเจ้าก็ยังคงไม่ทอดทิ้งเขา เพราะชายคนหนึ่งที่ฟันดาบลงมากะจังหวะพลาด ในความมืดทำให้เขาแทงพวกเดียวกันเองตายไปคนหนึ่ง คามาลจึงได้โอกาสแทงกลับไปพร้อมทั้งใช้เท้าเตะร่างนั้นออกไปให้พ้นทาง แล้วใช้ช่วงเวลาที่ร่างนั้นล้มลงแหวกผ่านออกมาจากวงล้อมนั้นได้สำเร็จ ชายหนุ่มรีบวิ่งเข้าไปปะปนกลับกลุ่มฝูงชนที่ถูกต้อนให้เดินกลับมาทางเดิม และเก็บดาบที่เปื้อนเลือดอย่างรวดเร็วเพื่อไม่ให้คมดาบสะท้อนกับแสงจากคบเพลิงที่ถูกจุดจากเบื้องล่าง
ในท่ามกลางกลุ่มคนที่กำลังอลหม่านนั้นเอง คามาลก็มองเห็นเสาต้นหนึ่งที่ใหญ่พอที่จะใช้กำบังตัวได้และอยู่ในมุมอับพอสมควร เขาจึงเดินตรงไปที่นั่นอย่างรวดเร็ว แต่ในขณะที่เขากำลังจะวางร่างของเด็กหนุ่มในอ้อมแขนลงบนพื้นที่อยู่ด้านหลังเสานั้น ก็มีมือของคนๆหนึ่งจับแขนของเด็กคนนั้นเอาไว้และทำท่าจะกระชากไป ทำให้คามาลรีบหันกลับมาเผชิญหน้ากับผู้บุกรุกทันที
แต่มันก็ช้าเกินไป เมื่อมีมีดสั้นเล่มหนึ่งจ่ออยู่ที่ลำคอของเขาแล้ว
"ปล่อยเขาซะ.." ชายคนนั้นสั่งด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียม ดวงตาและเส้นผมของเขาเป็นสีน้ำตาลไหม้ และดูท่าทางว่าจะมีความชำนาญกับการใช้มีดสั้นเป็นพิเศษ.. คามาลแน่ใจว่าชายนั้นคงจะกดใบมีดลงปาดคอเขาได้อย่างไม่ลังเล..
"ข้าไม่อยากฆ่าเจ้า ปล่อยเขาแล้วไปซะ แล้วข้าจะไว้ชีวิต"
คามาลรู้สึกหงุดหงิดกับคำพูดนั้นไม่ใช่น้อย และนั่นทำให้อารมณ์ของเขาที่คุกรุ่นเพราะไอ้พวกทหารชั้นต่ำเมื่อกี้พลุ่งพล่านขึ้นมาอีก '..คอยดูเถอะ.. เดี๋ยวก็รู้ว่าใครจะต้องเป็นฝ่ายไว้ชีวิตใคร..' ดวงตาสีดำสนิทจ้องไปยังชายผู้นั้นอย่างเย็นชา แล้วถามขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบๆ
"เจ้าเป็นใคร"
ชายคนนั้นมองตอบสายตาของคามาลอย่างไม่เกรงกลัวเลยแม้แต่น้อย
"เพื่อนของคนๆนี้..และนั่นไม่ใช่ธุระกงการอะไรของเจ้า.. เลือกมาว่าจะปล่อยเขาแล้วไปซะ หรือจะตายอยู่ที่นี่"
คามาลใช้สายตามองไล่ตั้งแต่หัวของชายคนนั้นลงไปจนจรดปลายเท้า แล้วยิ้ม .. เป็นรอยยิ้มที่น่ากลัวอย่างประหลาด
ฮามิลรู้สึกว่าชายหนุ่มคนนี้ไม่ได้เกรงกลัวกับใบมีดที่จ่ออยู่ที่ต้นคอเลยแม้แต่น้อย.. เพราะท่าทางการยืนที่ไม่สะทกสะท้านและเตรียมพร้อมทุกสถานการณ์นั้น ไม่เหมือนกับพวกเศรษฐีหรือลูกชายของพวกคนรวยทั่วไปที่เพียงเอามีดมาขู่ก็กลัวจนตัวสั่นเลย แต่ดูเหมือนกับว่าเขาจะชินชากับสถานการณ์เช่นนี้เป็นอย่างดี และนั่นทำให้ฮามิลต้องเพิ่มความระมัดระวังตัวขึ้นอีก.. ถึงแม้ว่าด้านหลังของชายหนุ่มคนนั้นจะยืนชนกับเสาจนแน่ใจได้ว่าไม่มีทางหนีทางไหนอีกแล้ว แต่ลางสังหรณ์บางอย่างของฮามิลก็ยังคงเตือนให้ระวังชายผู้นี้เอาไว้..
"เจ้าอยากได้เด็กคนนี้ใช่มั้ย.. เอ้า.." ชายคนนั้นส่งตัวของไคล์ให้ แต่ในช่วงเวลาเพียงพริบตาที่ฮามิลเหลือบมองไคล์ ชายหนุ่มคนนั้นก็เบี่ยงตัวหลบออกจากรัศมีของมีดในมือฮามิลได้อย่างรวดเร็วพร้อมทั้งดึงร่างของไคล์กลับไปได้อีกด้วย
"เจ้าพลาดซะแล้ว.. และมันอาจต้องชดใช้ด้วยชีวิตของเจ้าก็ได้"
ฮามิลเห็นรอยยิ้มที่เย็นชาจนน่ากลัวจากชายหนุ่มคนนั้น พร้อมทั้งรู้สึกถึงใบมีดเย็นๆที่วางอยู่บนท้ายทอยของเขาอีกด้วย
"อ๊ะ..อ๊ะ.. อย่าขยับจะดีกว่านะ.. เพราะหัวของเจ้าอาจจะหลุดจากบ่าได้ทันที ..มือของข้ากะจังหวะได้ไม่ค่อยแม่นซะด้วยสิ" ในตอนนี้สถานการณ์ที่เป็นต่อของฮามิลกลับกลายไปตกอยู่ในมือของชายหนุ่มคนนั้นซะแล้ว
"เอาล่ะ.. บอกมาว่าเจ้าเป็นอะไรกับเด็กคนนี้" คามาลเพิ่มแรงกดดาบลงบนลำคอของฮามิลขึ้นอีก บังคับให้ชายหนุ่มต้องทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าอย่างยอมจำนน
"ข้าบอกเจ้าไปแล้ว" ฮามิลเงยหน้าขึ้นมองสบตากับชายคนนั้นตรงๆ "ข้าเป็นเพื่อนกับเขา.."
"เจ้าเป็นทาสเหมือนกันรึ" คามาลถามโดยมองจากสภาพการแต่งตัวของฮามิล ..เขาเองก็ค่อนข้างจะแปลกใจอยู่ไม่น้อยหมือนกันว่าชายหนุ่มที่มีลักษณะดีเช่นนี้ไม่น่าที่จะต้องมาเป็นทาสเลย
"ข้าเป็นพ่อค้าในกองคาราวาน.. และที่ข้าต้องแต่งตัวเช่นนี้เพราะว่าข้าต้องปลอมตัวเข้ามาช่วยเพื่อนของข้า คนที่ท่านประมูลตัวได้ไปอย่างไรล่ะ" เขาตอบ และหยุดไว้เพียงแค่คำว่าเพื่อนเท่านั้น ..
คามาลมองชายหนุ่มคนนั้นด้วยสายตาพิจารณา ถ้าดูจากท่าทางและหน่วยก้านของคนๆนี้แล้ว การที่เขาบอกมาว่าเป็นพ่อค้าในกองคาราวานก็ยังน่าเชื่อกว่าเป็นทาส.. ถ้าเรื่องที่ชายหนุ่มคนนี้เล่าเป็นเรื่องจริง.. คามาลก็คงไม่มีเหตุผลอะไรที่จะรั้งตัวเด็กคนนี้เอาไว้ได้ เพราะในเมื่อเขาเองก็ตั้งใจจะปล่อยทาสทุกคนที่ถูกพาตัวมาประมูลในวันนี้อยู่แล้ว 'ให้ตายเถอะ.. แล้วไอ้ความรู้สึกบ้าๆที่กำลังอยู่ในใจของเขาตอนนี้มันคืออะไรกัน' คามาลรู้ดีว่าสายตาที่ฮามิลใช้มองไคล์นั้นไม่ใช่สายตาที่มีไว้สำหรับมองเพื่อนอย่างแน่นอน แล้วถ้าเป็นคนปกติก็คงไม่บ้าเสี่ยงชีวิตตัวเองเพื่อมาช่วยเพื่อนถึงขนาดนี้หรอก
"พวกเจ้ารู้จักกันมานานแค่ไหนแล้ว" เขาไม่เข้าใจเหมือนกันว่าตัวเองถามคำถามนี้ออกไปทำไม แต่เขาอยากรู้เรื่องราวที่เกี่ยวกับเด็กคนนี้ และความสัมพันธ์ระหว่างคน 2 คนนี้ให้มากที่สุด
"ประมาณ 2 ปี.. เจ้าอยากจะรู้ไปเพื่ออะไรกันล่ะ.." ฮามิลถามด้วยน้ำเสียงที่แสดงถึงความไม่ไว้วางใจออกมาอย่างไม่ปิดบัง คามาลไม่ตอบ..
"คำถามสุดท้าย.. เด็กคนนี้ชื่ออะไร.." ดวงตาสีดำสนิทมองชายตรงหน้าอย่างพิจารณา ถ้าชายคนนี้โกหก เขาก็พร้อมที่จะกดคมดาบลงไปโดยไม่ลังเลเลย
ฮามิลไม่สามารถอ่านความคิดของชายหนุ่มตรงหน้าได้ ดวงตาสีดำสนิทที่กำลังจ้องมาที่เขามีอำนาจประหลาดที่ทำให้ฮามิลไม่มีแรงที่จะขัดขืน บรรยากาศรอบๆตัวดูกดดันขึ้นมาทันทีทันใด และร่างกายของเขาก็รู้สึกหนักอึ้งอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในชีวิต ฮามิลแน่ใจว่า ถ้าเขาโกหกหรือไม่ตอบคำถามที่ได้ยินแม้แต่คำเดียว ดาบที่อยู่บนต้นคอก็จะหั่นคอของเขาขาดออกเป็น 2 ท่อนทันที
"ไคล์.." เขากัดฟันตอบออกไป ตอนนี้เขาอยู่ในสภาพที่ตกเป็นรองอย่างน่าอับอายที่สุด เขาแทบไม่เชื่อว่าชายหนุ่มตรงหน้าจะสามารถสยบเขาได้ถึงเพียงนี้ ฮามิลยอมรับจากใจจริงว่า เขาเองก็รู้สึกเกรงในท่าทางที่สง่างามและใบหน้าที่คมคายของชายคนนั้นไม่ใช่น้อย แต่ใครล่ะจะเชื่อว่าคนที่เป็นถึงผู้ควบคุมความสงบและกฎระเบียบของกองคาราวานที่ต้องผ่านการต่อสู้มานับไม่ถ้วน จะพลาดท่าให้กับคนที่มีท่าทางราวกับเจ้าชายเช่นนี้ นับตั้งแต่เขาออกเดินทางมาก็เคยพบคนมากมาย แต่เขาไม่เคยเห็นใครที่มีความหล่อเหลาและโดดเด่นเช่นนี้มาก่อนเลย รวมทั้ง..เขาก็ไม่เคยเห็นใครที่มีอำนาจที่ข่มเขาได้ขนาดนี้มาก่อนเช่นกัน.. ฮามิลรู้สึกว่าคมดาบถูกยกออกไปจากลำคอเขาแล้ว ชายหนุ่มจึงรีบลุกขึ้นยืนทันที และพบว่าร่างของไคล์ถูกวางลงบนพื้นโดยพิงไว้กับเสาต้นใหญ่เบื้องหลัง
"ข้าบอกไว้ก่อนนะ ว่าที่ข้าปล่อยเจ้าน่ะ ไม่ใช่เพราะว่าเจ้าตอบคำถามของข้าหรอก.. เพียงแต่ว่าถ้าเจ้าอยากจะช่วยเด็กคนนี้ล่ะก็ ข้าว่าเจ้ามีโอกาสแล้วล่ะ"
คามาลพูดพร้อมทั้งใช้สายตามองเลยผ่านไปยังด้านหลังของฮามิล.. .
คามาลรู้ตัวดีว่าพวกของคนที่ต้องการจะลอบฆ่าเขาเห็นที่ซ่อนตัวของเขาตั้งแต่ตอนที่เขาถามชื่อเด็กหนุ่มคนนี้แล้ว แต่คามาลยังคงเลือกที่จะถ่วงเวลาเพื่อรู้คำตอบของชายตรงหน้ามากกว่าจะหลบไปทันที.. และในตอนนี้ร่างกายของเขาก็ได้พักมานานพอสมควรจนทำให้แรงทั้งหมดเริ่มกลับคืนมา ก่อนที่เขาจะตัดสินใจว่าจะหนีหรือว่าสู้ต่อไปนั้น เขาจะต้องรู้ให้ได้ว่าไอ้คนที่สั่งฆ่าเขามันเป็นใคร.. จะได้ตามคิดบัญชีทีหลังได้ถูกตัว
ชายฉกรรจ์หลายสิบคน กรูเข้ามาปิดล้อมพวกเขาไว้ทุกทิศทาง และพร้อมจะจู่โจมเข้ามาทุกเมื่อทันทีที่มีคำสั่งจากเจ้านายของพวกเขา
"เจ้าไหวไหม.." คามาลถามชายที่ยืนอยู่ข้างๆ ฮามิลไม่ได้ตอบอะไร แต่กลับจับมีดสั้นภายในมือหันเข้าหาพวกคนที่เพิ่งเข้ามาเมื่อสักครู่ และเตรียมตัวที่จะรับมือทันทีหากว่ามีการต่อสู้ขึ้นมา
"ถ้าตอนนี้เจ้าอยากจะหันมาฆ่าข้าด้วยก็ได้นะ .. เพราะยังไงเจ้าก็มีเป้าหมายเดียวกันกับพวกมันอยู่แล้วนี่" คามาลพูดโดยที่ไม่หันไปมองชายที่ยืนอยู่ข้างๆเลยแม้แต่น้อย แต่กลับใช้สายตามองกวาดไปยังกลุ่มคนเบื้องหน้าเพื่อค้นหาคนที่เป็นเจ้าของเสียงที่สั่งฆ่าเขา แล้วเขาก็ไม่สนใจด้วยว่า ในสถานการณ์เช่นนี้หากจะมีศัตรูเพิ่มอีกมาอีกซักคน ก็ไม่ใช่เรื่องที่น่าหนักใจซักเท่าไหร่ ฮามิลเหลือบสายตามาที่คามาล
"ไว้จัดการกับพวกมันหมดก่อนค่อยฆ่าเจ้าก็ยังไม่สาย" ฮามิลพูดพร้อมทั้งเบี่ยงตัวหลบคมดาบที่ฟันลงมาอย่างรวดเร็ว เช่นเดียวกับคามาลที่ยกดาบขึ้นรับแรงกระแทกจากดาบของศัตรูที่โจมตีเข้ามาพร้อมๆกัน.. ทั้ง2คนยืนบังร่างของไคล์ที่หลับอยู่เบื้องหลัง โดยป้องกันไม่ให้คนที่กำลังบุกรุกผ่านเข้าไปจนถึงตัวของไคล์ได้ ฮามิลใช้มีดสั้นของตัวเองปักลงบนต้นคอของชายคนหนึ่งที่พยายามจะลอดผ่านตัวเขาเข้าไปที่ร่างของไคล์ แล้วแย่งดาบจากมือของศพชายคนนั้นที่กำลังล้มลง รัศมีของดาบโค้งที่กว้างและไกลทำให้ฮามิลจัดการกับศัตรูได้มากขึ้นเรื่อยๆ แต่ถึงแม้ว่าเขาจะไม่มีเวลามากนักสำหรับการสนใจสิ่งอื่น เขาก็ยังคงพยายามจับท่าทางและลักษณะการต่อสู้ของชายที่ยืนต่อสู้อยู่ไม่ไกลจากเขาเท่าไหร่นักอย่างสนใจ.. ปนกับความทึ่งในฝีมือที่ยอดเยี่ยมและการเคลื่อนไหวที่คล่องแคล่วรวดเร็วอย่างไม่น่าเชื่อ..
ฮามิลตัดสินใจที่จะช่วยชายคนนั้นก็เพราะว่า ถ้าเขาเปลี่ยนใจมาเป็นศัตรูกับชายผู้นั้นในตอนนี้แล้วฆ่าเขาซะ ฮามิลก็คงจะต้องมีปัญหากับการจัดการเจ้าคนพวกนี้ทีหลังแน่ๆ ถ้ายังไงยอมร่วมมือกับชายคนนี้ซะก่อนแล้วค่อยตกลงกันเรื่องของไคล์ยังจะเป็นการดีซะกว่า อย่างน้อยก็ยังมีคนมาช่วยแบ่งเบาภาระในการจัดการไอ้พวกตัวเกะกะพวกนี้ไปซะ หรือถ้าโชคดีกว่านั้นเขาก็อาจจะมีจังหวะชิงตัวไคล์ไปเลยก็ได้
ร่างของคนที่ล้มตายอยู่แทบเท้าคามาลกองสุมกันมากขึ้นเรื่อยๆ ดูเหมือนว่าไอ้พวกนี้มันต้องการที่จะจ้องเอาชีวิตเขามากกว่าสิ่งอื่น ทันทีที่เขาฆ่าคนลงไปได้1คนก็จะมีคนอื่นๆสมทบตามเข้ามาทีหลังเสมอจนคามาลแทบจะไม่ได้มีเวลาหยุดพักมือเลย คามาลอยากจะฝ่าวงล้อมของเจ้าพวกนี้ออกไปเค้นคอไอ้คนที่ยืนสั่งอยู่ข้างหลังนัก เพราะว่าเสียงของคนๆนั้นเป็นเสียงเดียวกับคนที่สั่งให้ฆ่าเขานั่นเอง แต่ว่าเป้าหมายของไอ้พวกคนที่บุกรุกเข้ามานี้คือร่างของคนที่กำลังหลับอยู่เบื้องหลังทำให้เขาพะวงจนไม่สามารถจะละจากตำแหน่งที่เขายืนออกไปได้ คามาลแทบจะไม่ได้มีเวลาสนใจคนอีกคนที่กำลังยืนสู้อยู่ด้านข้างด้วยซ้ำ..
พวกเขาติดพันอยู่กับการสู้รบจนไม่ทันได้สังเกตว่าเสียงเอะอะจากคนที่กำลังอลหม่านได้เงียบลงไปแล้ว.. นอกจากคามาลเท่านั้นที่เริ่มรู้สึกตัวและลดดาบที่กำลังยกขึ้นต่อสู้ลงมาเหลือเพียงแค่ไว้สำหรับป้องกันตัวเท่านั้น เขาเหลือบสายตาไปมองฮามิลที่ยังคงฆ่าศัตรูที่รุกเข้ามา แล้วค่อยๆก้าวเท้าถอยลงไปยังที่ๆร่างของไคล์หลับอยู่ช้าๆโดยที่ไม่ให้ฮามิลผิดสังเกต.. คามาลวาดดาบเป็นครึ่งวงกลมรอบตัวเพื่อทำให้พวกคนที่ก้าวตามเขาเข้ามาถอยออกไป ชายหนุ่มใช้แขนข้างที่ยังว่างอยู่ประคองร่างนั้นขึ้นมาอยู่ในอ้อมแขนอีกครั้งและยิ้มอย่างพอใจเมื่อเห็นดวงตาของเด็กหนุ่มตรงหน้ายังคงปิดสนิทอยู่..
ฮามิลต้องใช้ความพยายามอย่างยิ่งที่จะรับดาบจากชายร่างยักษ์คนหนึ่งที่มีเรี่ยวแรงมหาศาลราวกับช้าง และยังต้องคอยหลบหลีกคมดาบที่ฟันเข้ามาจากทางอื่นด้วยจนลืมสนใจคนที่อยู่ตรงข้างไปเสียสนิทใจ จนกระทั่งได้ยินเสียงของเขาพูดแทรกขึ้นมาว่า
"ข้าขอแนะนำให้พวกเจ้าวางดาบลงซะ.. เพราะว่าพวกเจ้าไม่มีทางที่จะหนีอีกแล้ว.."
ฮามิลจึงเพิ่งสังเกตเห็นว่ารอบตัวของเขา นอกจากมีแค่กลุ่มชายฉกรรจ์พวกนี้แล้ว ยังมีคนจำนวนมากยืนล้อมทับวงของพวกเขาเอาไว้อีกทีหนึ่ง.. แต่ละคนล้วนแต่งกายด้วยชุดเครื่องแบบทหารสีน้ำตาลไหม้ และเตรียมพร้อมที่จะโจมตีทุกวินาที
กลุ่มผู้ชายตรงหน้าของเขาชะงักไปพักหนึ่งก่อนที่จะหันดาบเข้าไปสู้กับพวกทหารเหล่านั้นอย่างบ้าคลั่ง.. แต่ว่าจำนวนของคนที่แตกต่างกันขนาดนี้ก็ทำให้รู้ผลแพ้ชนะในเวลาต่อมาไม่นาน.. ผู้ชายกลุ่มนั้นตายเกือบทั้งหมด เหลือเพียงแค่ไม่กี่คนที่ยอมจำนนและถูกกวาดต้อนออกไป เมื่อการต่อสู้ทั้งหมดสิ้นสุดลง ทหารก็เริ่มกระจายกำลังกันควบคุมผู้คนเอาไว้ให้อยู่ในความสงบและบังคับให้เดินลงไปตามทางที่จัดไว้อย่างเรียบร้อย.. คบไฟถูกจุดขึ้นจนสว่างไสว ภายในห้องโถงขนาดใหญ่ที่ใช้ประมูลทาสเมื่อสักครู่ บัดนี้ กลับมีแต่ซากศพล้มตายกองระเนระนาดอยู่เป็นจำนวนมาก..และเขารู้ดีว่า พวกนี้ล้วนแล้วแต่เป็นคนที่เลือกจะต่อสู้มากกว่ายอมแพ้และมอบตัวแต่โดยดี..
ทันใดนั้นเอง ฮามิลก็นึกถึงไคล์กับชายหนุ่มคนนั้นขึ้นมาได้ เขาจึงรีบหันกลับไปที่เสาที่เคยว่างร่างของไคล์อยู่อย่างรวดเร็ว แต่..ที่ตรงนั้นไม่มีแม้แต่เงาของชายผู้คนนั้นและร่างของไคล์อยู่เลย
*************************************
ร่างที่อยู่ภายในอ้อมแขนของคามาลขยับตัวเล็กน้อยทำให้ชายหนุ่มต้องคลายวงแขนที่รัดร่างของเด็กคนนั้นไว้ให้ผ่อนลง คามาลพาตัวของไคล์แยกออกมาจากวงล้อมของการต่อสู้นั้นโดยปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเฮดีนและพวกทหาร ตอนนี้เขายังไม่อยากยุ่งกับอะไรทั้งนั้น ไว้ให้เขาเสร็จธุระกับเด็กหนุ่มคนนี้ก่อน แล้วถึงเวลานั้น.. ค่อยตามไปจัดการกับไอ้คนที่สั่งฆ่าเขาอีกที
คามาลรับคบเพลิงดวงหนึ่งจากทหารแล้วเดินหลบเข้าไปในห้องเล็กๆข้างเวทีที่ใช้สำหรับเก็บตัวทาสที่เตรียมจะถูกนำออกประมูลแล้วปิดประตูลง.. แสงไฟจากคบเพลิงภายในมือของคามาลสาดเข้าไปในห้องที่เงียบและมืดสนิทจนเกิดเป็นเงาสลัวๆ ถึงแม้ว่ามันจะทำให้เขามองเห็นไม่ชัดนักแต่มันก็ดีกว่าไม่มีอะไรเลย เขามองไปรอบๆอย่างระมัดระวังจนกระทั่งแน่ใจว่าไม่มีใครหลงเหลืออยู่ในห้องนั้นอีกแล้ว จึงปักคบไฟลงบนเชิงที่ติดอยู่กับกำแพงแล้วนั่งลงโดยที่ยังคงประคองร่างของเด็กหนุ่มคนนั้นไว้
เขาใช้มือข้างหนึ่งปัดเส้นผมที่ตกลงมาระใบหน้าของไคล์ออกไปให้พ้นทาง ดวงตาสีดำสนิทจับจ้องอยู่บนใบหน้าที่งดงามนั้นอย่างห่วงใย.. ภาพของดวงตาสีเขียวคู่นั้นยังคงติดตาเขาอยู่จนวินาทีนี้ และเขาอยากจะเห็นมันมองมาที่เขาอีกซักครั้ง.. แสงจากคบเพลิงที่ส่องลงมาทำให้ผิวกายที่เป็นสีขาวสะอาดดูราวกับจะเปล่งแสงได้ท่ามกลางความมืดมิดนั้น คามาลไม่เคยพบเจอใครที่มีความงดงามขนาดนี้มาก่อนเลยแม้แต่ครั้งเดียว.. เขาใช้นิ้วมือที่เรียวยาวไล้ไปตามผิวแก้มเนียนบางที่กลายเป็นสีแดงก่ำเพราะพิษไข้อย่างทะนุถนอม..
"ไคล์.." ชายหนุ่มเอ่ยชื่อของเด็กหนุ่มตรงหน้าด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน.. ร่างนั้นขยับตัว แล้วพึมพำอะไรบางอย่างออกมาเบาๆ เขายิ้ม
"เจ้าอยากพูดอะไร..ไคล์" คามาลถามขึ้น แต่นิ้วมือก็ยังคงลากอยู่บนแก้มและไล่ลงไปจนถึงลำคอของเด็กคนนั้น ไอร้อนที่แผ่ออกมาจากผิวกายทำให้คามาลเป็นกังวลอยู่ไม่ใช่น้อย แต่สำหรับตอนนี้เขายังอยากใช้เวลาอยู่กับเด็กคนนี้ให้มากกว่านี้อีกสักหน่อย ริมฝีปากสีแดงสดราวกับกลีบกุหลาบขยับช้าๆ
"ฮามิล.." ทันทีที่คามาลได้ยินเสียงที่แผ่วหวิวของไคล์ เขาก็หยุดมือที่กำลังคลอเคลียอยู่บนร่างเล็กบางนั้นทันที ความโกรธเกิดขึ้นภายในใจของคามาลอย่างไม่มีสาเหตุและฉายออกมาทางแววตาอย่างเห็นได้ชัด เขารัดวงแขนที่กำลังโอบร่างของเด็กคนนั้นแน่นขึ้นอีก และใช้มือรวบแขนที่กำลังพยายามยกขึ้นเพื่อผลักร่างเขาออกไว้
"ให้ตายเถอะ.. ทั้งๆที่ข้าเสี่ยงชีวิตช่วยเจ้ามาจนขนาดนี้ เจ้ายังคิดจะเรียกชื่อคนอื่นให้ข้าได้ยินอีกงั้นรึ" คามาลพูดกับร่างที่ไร้สติของไคล์ แล้วใช้นิ้วมือเชยคางของเด็กคนนั้นขึ้นมาจูบ คามาลรู้ว่าไคล์ตื่นแล้ว เพียงแต่..พิษไข้อาจทำให้สติของเด็กคนนั้นยังกลับมาไม่เต็มที่.. และมันก็เป็นโอกาสอันดีของเขา "จดจำข้าเอาไว้นะ ไคล์.." เขาพูดชิดกับริมฝีปากของเด็กคนนั้น "แล้วเมื่อเจ้าตื่นขึ้นมา เจ้าจะไม่ลืมข้า"
ไคล์รู้สึกเหมือนกับว่าตนเองกำลังครึ่งหลับครึ่งตื่นอยู่ภายในอ้อมแขนของคนๆหนึ่ง หลายครั้งที่เขาพยายามจะลืมตาขึ้นมองว่าคนๆนั้นเป็นใคร แต่ความง่วงงุนและอาการปวดหัวที่ถาโถมเข้ามาก็ทำให้เขาไม่สามารถทำได้อย่างที่ใจคิด.. ตลอดเวลาที่เขาตกอยู่ในความสะลึมสะลือนั้น เขาได้ยินเสียงตะโกนโห่ร้องของคนมากมาย และเสียงกระทบกันของดาบที่ดูเหมือนกับว่าอยู่ไม่ไกลตัวเขาไปซักเท่าไหร่ แต่..เสียงที่เขาได้ยินชัดเจนที่สุดในความคิดคือ..เสียงของฮามิล.. ไคล์ไม่อยากจะเชื่อเลยจริงๆว่าฮามิลจะตามมาช่วยเขา.. และ..ถ้ามันเป็นความฝัน ก็ขอให้เขาอย่าเพิ่งตื่นขึ้นเลย เพราะไคล์เชื่อว่าผู้ชายที่กำลังโอบกอดร่างของเขาเอาไว้จะต้องเป็นฮามิลอย่างแน่นอน
เขาพยายามอย่างยิ่งที่จะอ้าปากถามฮามิลว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ดูเหมือนว่าร่างกายของเขาจะไม่ยอมให้ไคล์ได้ทำตามอย่างที่ใจคิด เพราะทุกทีที่เขาขยับตัว ความเจ็บปวดก็จะแผ่ไปยังอวัยวะต่างๆในร่างกายจนทำให้เขาเลิกล้มความคิดที่จะขยับตัวไปชั่วขณะหนึ่ง.. แต่แล้ว..เสียงต่างๆที่อื้ออึงอยู่รอบๆตัวเขาก็กลับเบาลงจนกระทั่งทุกสิ่งทุกอย่างตกอยู่ในความเงียบ และเขาก็ไม่ได้ยินเสียงอะไรอีกต่อไป..
![]()
โปรดติดตามตอนต่อไป
แนะนำติขมได้ที่ [email protected]