myth

 เสียงพูดคุยกันของพวกคนคุมทาสดังขึ้นไปทั่วบริเวณที่เตรียมจะจัดงานประมูล ร่างของไคล์ถูกแยกออกมายืนต่างหากกับพวกเด็กผู้หญิงสาวๆหน้าตาดีอีก2-3คน เขาสังเกตเห็นอาลีกำลังยืนตกลงอะไรบางอย่างอยู่กับชายผิวสีดำสนิทคนหนึ่งโดยมีอาหมัดยืนอยู่ใกล้ๆ สักครู่ชายคนนั้นก็เดินตรงมาที่ไคล์พร้อมทั้งจับคางของเขาเงยขึ้น

"นี่สินะ 'ของ' ที่เจ้าว่า อาลี เยี่ยมจริงๆข้าชักรอให้ถึงการประมูลเย็นนี้ไม่ไหวแล้วสิ.."

คิ้วของไคล์ขมวดเข้าหากัน แต่เขาก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา ดวงตาสีเขียวหลับลงอย่างไร้เรี่ยวแรง ภายในสมองของเขาตอนนี้คิดแต่เพียงว่า 'ต้องเก็บแรงไว้หนีให้มากที่สุด'

"ว่าง่ายดีนี่ อาลี เจ้าทำอะไรเข้าล่ะ หรือว่า..เสร็จเจ้าไปแล้ว" ชายคนนั้นหันหน้าไปถามชายร่างแคระแกร็นที่ยืนอยู่ข้างๆ อาลีส่ายหน้า

"เปล่าเลยบานู สงสัยคงทำใจได้แล้วมั้ง ว่าแต่ท่านเถอะ เตรียมเงินมาประมูลเท่าไหร่ล่ะวันนี้" อาลีตอบ แต่สายตายังคงเหลือบมองมาที่ไคล์อย่างเคลือบแคลง ทั้งที่เมื่อกี้เจ้าเด็กนี่ยังมีพิษสงรอบตัวอยู่เลย แล้วมันเกิดอะไรขึ้นกัน.. แต่อาลีก็ไม่ได้ให้ความสนใจอะไรมากนัก

"เพียบอยู่แล้วอาลี แหม..วันนี้ข้าจะทุ่มเงินซื้อเจ้าเด็กนี่กลับไปคนเดียวเลยนะ เก็บไว้ให้ดีด้วยล่ะ" อาลียิ้มอย่างพึงใจ

"งั้นข้าจะเก็บเจ้านี่ไว้สุดท้ายเลยท่าน นี่เห็นแก่ท่านที่คอยช่วยเหลือเราอยู่เสมอนะ"

ทันทีที่ชายที่ชื่อบานูปล่อยมือ ไคล์ก็แทบจะทรุดล้มลงทันที ไข้ของเขาสูงจนร่างกายเริ่มจะรับไม่ไหวแล้ว..

ท้องฟ้าสีแดงสดในยามเย็นราวกับจะเป็นสัญญาณให้คามาลและเฮดีนเริ่มลงมือทำงาน ทั้งคู่แต่งกายด้วยชุดพื้นเมืองอาหรับสีขาวและคลุมทับด้วยเสื้อคาฟตาน *1ผ้าไหมสีดำขลิบทองอย่างงดงาม รวมถึงเหล่านายทหารที่เข้าไปทุกคนก็ล้วนแต่เปลี่ยนมาเป็นชุดกางเกงสีขาวเปลือยอก ซึ่งเป็นชุดของทาสและโพกหัวด้วยผ้าสีเดียวกันทั้งสิ้น เฮดีนหันมามองหน้าคามาลยิ้มๆ

"พร้อมไหม"

ชายหนุ่มพยักหน้าตอบรับ พร้อมทั้งดีดนิ้วเป็นสัญญาณให้ทหารที่ติดตามเข้าไป3-4คนเตรียมตัว หีบสีดำที่ภายในบรรจุเหรียญทองจนหนักอึ่งถูกยกขึ้นทันที คามาลมองประเมินความเรียบร้อยทั้งหมดก่อนจะเดินเข้าไปในซากตึกเก่าๆในซอยเล็กๆตรงหน้าพร้อมกับเฮดีนและขบวน

"พวกเจ้าเป็นใคร" เสียงๆหนึ่งถามขึ้นทันที่ที่คามาลเดินผ่านเข้าไปในประตูไม้เก่าๆนั้น ชายหนุ่มหยุดนิ่งแล้วปรับสายตาให้ชินกับความมืดสลัวภายในห้อง และรู้ตัวทันที่ว่ารอบๆกายของเขาถูกล้อมรอบไปด้วยร่างของชายฉกรรจ์หลายสิบคน

"ข้าชื่ออานัม เดินทางมาจากเมืองใกล้ๆนี้ ข้าได้ยินมาว่าพวกท่านมีขาย 'สินค้า' ที่ข้าต้องการในคืนนี้ หวังว่าพวกท่านคงไม่รังเกียจจะให้ข้าเข้าไปเลือกชม" ชายหนุ่มตอบไปอย่างใจเย็น เขาเหลือบสายตาไปมองเฮดีนซึ่งมองตอบมาเช่นกัน คามาลได้ยินเสียงคนพูดคุยกันเบาๆ2-3คำ ก่อนที่เทียนเล่มหนึ่งจะถูกจุดขึ้น ชายรูปร่างใหญ่โตเดินมามองพวกเขาอย่างพิจารณา คามาลล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าที่อยู่ด้านในของคาฟตานแล้วหยิบไพลินสีแดงสดเม็ดใหญ่เม็ดหนึ่งขึ้นมา ประกายสีแดงระยิบสะท้อนกับแสงเทียนราวกับเปลวเพลิงที่กำลังลุกโชน ทำให้ชายร่างใหญ่มองมันไม่วางตา

"นี่เป็นค่าผ่านประตู" เขาวางมันลงบนโต๊ะใกล้ๆตัว ชายคนนั้นหยิบมันขึ้นมามองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่จะหลีกทางให้เขาเข้าไป

"เชิญ"

คามาลกับเฮดีนเดินขึ้นบันไดตามชายร่างใหญ่คนนั้นขึ้นไปจนถึงหน้าห้องๆหนึ่ง

"ที่นี่แหละ" ชายคนนั้นพูดแล้วเดินลงบันไดกลับไปทางเดิม เฮดีนรอจนกระทั่งเขาเดินไปจนลับตาแล้วจึงหันมากระซิบกับคามาลว่า

"ท่าทางคราวนี้จะหนียากน่าดูเหมือนกันนะคามาล เจ้ายักษ์นั่นใหญ่เป็นบ้า ท่าทางจะหินเอาการ"

คามาลยักไหล่ "ช่างมันเถอะ เข้าไปในงานกันได้แล้ว เดี๋ยวเกิดมันสงสัยย้อนกลับมาก็จบกัน"

เบื้องหลังประตูนั้นเป็นห้องขนาดใหญ่ที่มีคนเดินพลุกพล่านไปมา แต่ละคนล้วนแต่งกายด้วยชุดที่งดงามและยังมีเครื่องประดับแพรวพราวไปทั้งตัว

"คนเยอะเหมือนกันแฮะ ท่าทางแต่ละคนก็คงกระเป๋าหนักไม่เบา เจ้าพอจะเจอคนที่รู้จักบ้างไหมล่ะ.." เฮดีนหันมาถามคามาลพร้อมกับใช้สายตาสำรวจไปรอบๆ

"ยัง เจ้าพวกคนที่เดินไปมานี่ยังไม่เท่าไหร่หรอก ที่ข้าจะหาน่ะคือคนที่กำลังหนุนหลังพวกมันอยู่ต่างหาก"

เฮดีนหันมามองคามาลอย่างแปลกใจครู่หนึ่งก่อนจะยิ้มออกมา

"โอ้โหเฮะ..น้องชายข้า ไม่ได้เจอกันไม่นานเจ้าเก่งถึงขนาดนี้แล้วหรือเนี่ย ไม่เลว เจ้าประเมินสถานการณ์ได้ดีมาก"

ก่อนที่คามาลจะทันได้ตอบอะไรออกไปก็สังเกตเห็นชายร่างเล็กแคระแกร็นคนหนึ่งเดินตรงมาทางเขา

"ยินดีต้อนรับท่านทั้ง2 ข้าน้อยมีชื่อว่าอาลี ไม่ทราบว่าท่านทั้ง2คือ.." ชายคนนั้นเปิดฉากทักทายเฮดีนกับคามาลขึ้นก่อน

"เราชื่อว่าอานัม และนี่..เพื่อนของข้ามูอิน" คามาลตอบเบาๆ พร้อมทั้งผายมือไปทางเฮดีนเป็นการแนะนำ

"ไม่ทราบว่าวันนี้สินค้าที่ท่านจะขายมีอะไรบ้างล่ะ" เฮดีนถามขึ้น

"มากมายเลยแหละท่านมูอิน ข้ารับรองว่าต้องมีสักชิ้นที่พวกท่านชอบ" อาลีตอบอย่างมีเลศนัย และก่อนที่เฮดีนจะทันได้ถามอะไรต่อนั้นเอง ก็ผู้ชายคนหนึ่งเดินเข้ามากระซิบอะไรบางอย่างกับอาลีครู่หนึ่ง เขาพยักหน้ารับแล้วจึงหันมาพูดกับพวกคามาลว่า

"นี่ก็ใกล้เวลาจะเริ่มประมูลกันแล้ว ข้าคงจะต้องขอตัวไปต้อนรับแขกคนอื่นก่อน หวังว่าพวกท่านคงได้ของที่ถูกใจ"

ทันทีที่อาลีผละไป คามาลก็หันมาพูดกับเฮดีนทันที "เจ้าสังเกตเห็นมั้ยว่าคนที่มางานนี้ทุกคนล้วนแล้วแต่เป็นคนที่ร่ำรวยทั้งนั้น ข้าคิดว่าคนที่คอยช่วยเหลือพวกมันอยู่คงใหญ่ไม่เบา ข้าอยากจะรู้นักว่ามันเป็นใคร"

"นั่นสินะ ข้าก็ว่าอย่างนั้น แต่เจ้าจำหน้าไอ้คนเมื่อกี้ไว้ดีๆนะ ข้าว่าเจ้านั่นมันคงไม่วางใจพวกเรานักหรอก ดูจากสายตาของมันสิ ตอนนี้พวกเราคงต้องทำตัวให้เป็นปกติที่สุดก่อนล่ะ ว่าแต่..คามาล ถ้าเรามางานค้าทาสแล้วไม่ซื้อทาสไปสักคน2คน ข้าว่าพวกมันต้องสงสัยแน่นอน จริงมั้ย" เฮดีนตอบพร้อมทั้งดึงคามาลเดินไปที่ริมๆห้อง เพื่อจะได้มองคนที่เดินผ่านไปมาให้ได้ทั่วถึงที่สุด

"ตามใจเจ้าก็แล้วกัน เพราะยังไงเมื่องานนี้จบลงข้าก็ต้องปล่อยคนพวกนี้อยู่ดี" ชายหนุ่มตอบดักคอเพื่อนรักเอาไว้ได้ทัน ทำไมเขาจะไม่รู้ล่ะว่าเฮดีนต้องการอะไร ยังไงเจ้านี่มันก็พวกนักสะสมทาสอยู่แล้วนี่…

ด้านหน้าตึกเล็กๆที่สำหรับใช้ประมูลทาสมีขบวนคนกลุ่มหยุดยืนอยู่ คนที่ยืนอยู่หัวแถวเป็นชายแก่รูปร่างอ้วนใหญ่ที่ใส่เครื่องประดับไว้เต็มตัว ที่นิ้วมือล้วนแต่มีแหวนเพชรและพลอยสีต่างๆประดับอยู่จนครบทุกนิ้ว ด้านหลังมีขบวนทาสเกือบสิบคนยืนถือหีบเงินรออยู่อย่างเรียบร้อย และคนหนึ่งที่ยืนปะปนอยู่ในขบวนนั้นคือ..ฮามิล

ชายหนุ่มยืนรอคอยเวลาที่จะได้เข้าไปในงานอย่างปกติที่สุด พ่อค้าที่มาบอกข่าวแก่เขาวางแผนมอบตัวฮามิลให้กับเศรษฐีต่างเมืองคนหนึ่งที่เขารู้จัก เศรษฐีคนนี้เดินทางมาเมืองนี้อยู่เสมอเพื่อค้นหาสินค้าสวยๆงามๆและทาส ด้วยรูปร่างที่ล่ำสันและสง่าของฮามิลทำให้เศรษฐีคนนั้นรับเขามาอย่างไม่รอช้าพร้อมทั้งตบรางวัลให้กับพ่อค้าคนนั้นไปอย่างงดงาม ฮามิลถูกพามาอยู่ในขบวนทาสและได้เดินทางมางานนี้อย่างง่ายดาย

มีดสั้นเล่มเล็กๆ2ด้ามถูกซุกซ่อนไว้ที่ผ้าพันเอวอย่างมิดชิด แค่รอให้เขาได้พบกับไคล์ก่อน..แล้วถึงตอนนั้นค่อยหาทางหนีอีกที ฮามิลสังเกตเห็นชายร่างเล็กคนหนึ่ง เดินเข้ามาทักทายกับเศรษฐีร่างอ้วนใหญ่นั้น ความมืดสลัวของท้องฟ้าทำให้ฮามิลมองหน้าของชายคนนั้นไม่ชัดเจนนัก แต่เขาพอจะได้ยินเสียงคนทั้งคู่พูดคุยกันเบาๆ

"ยินดีต้อนรับ..ท่านคูเอบิน ข้าต้องขออภัยที่มาต้อนรับช้า ไม่ทราบว่าท่านสบายดีไหม" ชายร่างเล็กคนนั้นพูดคุยทักทายกับคนที่ซื้อตัวเขามาอย่างคุ้นเคย ฮามิลพึ่งจะรู้เดี๋ยวนี้เองว่าตอนนี้ 'เจ้านาย' ของเขามีชื่อว่าอะไร

เขาไม่ได้ใส่ใจที่จะฟังคำพูดของทั้งคู่นัก เพราะภายในสมองของเขากำลังพะวงถึงไคล์เกือบตลอดเวลา แต่แล้วทันทีที่คบไฟถูกจุดขึ้นฮามิลก็มีโอกาสได้เห็นใบหน้าของชายร่างเล็กคนนั้นเต็มตา เขาแน่ใจว่าเคยเห็นคนๆนี้มาก่อน.. ใต้ตึกร้างที่ไคล์เคยเดินเข้าไปกับเขา มีพวกนักเลงกลุ่มนึงนั่งอยู่ คนๆนี้จะต้องอยู่ในกลุ่มคนพวกนั้นอย่างแน่นอน ฮามิลจ้องชายคนนั้นเขม็งจนเขารู้สึกตัวแล้วหันหน้ามาทันทีทำให้ชายหนุ่มต้องก้มหัวลงหลบอย่างรวดเร็ว '..หวังว่ามันคงจำเราไม่ได้..ไม่อย่างนั้นจบกันแน่ๆ' ฮามิลภาวนาในใจ

"ไม่ทราบว่าท่านได้ทาสคนนี้มาจากที่ไหนกันรึ" อาลีหันมาถามเคดูอินทันทีที่เห็นฮามิล เขารู้สึกว่าเคยเห็นหน้าทาสที่มองเขาคนเมื่อกี้มาก่อน แต่เขาจำไม่ได้ว่าเคยเห็นมาจากที่ไหนกันแน่

"ข้าได้มาจากพ่อค้าคนนึงน่ะ อย่าไปสนใจเลยอาลี ตอนนี้เจ้าจะพาข้าเข้าไปในงานได้รึยัง " เคดูอินตัดบท เขาไม่อยากจะเสียเวลาอยู่ข้างนอกนานนัก เพราะท้องฟ้ามืดลงเรื่อยๆ และอากาศก็เริ่มหนาวขึ้นทุกที อาลีรีบหันกลับมาเอาใจลูกค้ารายใหญ่ของเขาทันที

"เชิญท่าน ข้าน้อยต้องขออภัยจริงๆ" เขาปล่อยให้ขบวนของเคดูอินผ่านเข้าไป ทันทีที่ขบวนของเคดูอินเดินเข้าไปจนหมด อาลีก็พึมพำออกมาว่า

"วันนี้ทำไมข้าถึงได้เจอคนประหลาดๆมากนักวะ ข้าคงใกล้ประสาทเต็มทีแล้วมั้งเนี่ย.."

น็Hห่เยนพ่ำเยนำพเานยำเพนำยเยพนเนยำพ่เทันทีที่ฮามิลผ่านเข้าไปในงาน ขบวนของพวกเขาก็หยุดลงที่มุมหนึ่งของห้อง เคดูอินออกคำสั่งให้พวกเขาวางหีบเงินลงตรงนั้น ฮามิลใช้สายตากวาดไปรอบๆงานเพื่อดูว่ามีหนทางใดที่สามารถทำให้เขาพาไคล์หลบออกไปได้บ้าง ห้องที่ใช้สำหรับประมูลนั้นเป็นห้องที่กว้างพอสมควร แสงจากคบไฟที่ถูกจุดปักไว้ตามมุมต่างๆสว่างราวกับเป็นเวลากลางวันเลยทีเดียว ความจริงแล้วการค้าทาสนั้นไม่ใช่เรื่องผิดกฏหมายซะทีเดียว เพราะว่าพวกชี้ค เดย์*2 และสุลต่านก็ต้องการคนไปไว้สำหรับรับใช้ในวังและฮาเร็มอยู่เหมือนกัน หากแต่การค้าทาสที่ถูกกฏหมายนั้นจะต้องเป็นเชลยที่ถูกจับจากที่ต่างๆ หรือว่าเป็นทาสที่ถูกขายต่อมาจากที่อื่นอีกที และจะต้องถูกประทับสัญลักษณ์ทาสอย่างถูกต้อง ฮามิลค่อนข้างจะแน่ใจว่า คนพวกนี้จะต้องรู้จักกับพวกไดแวน*3หรือว่าพวกขุนนางชั้นสูงบางคน จึงจะสามารถเชิญคนร่ำรวยจำนวนมากขนาดนี้มาในงานได้

ฮามิลเห็นคนค่อยๆหนาตาขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งสายตาเขามาสะดุดอยู่กับชายหนุ่มคนหนึ่งที่แต่งกายด้วยชุดคาฟตานสีดำชั้นดี ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกันกับที่เขาหันมาเห็นฮามิลเช่นกัน ดวงตาสีดำสนิทมองมาที่ฮามิลอย่างประเมินแล้วก็เลยผ่านไปอย่างไม่สนใจอะไรมากนัก ซึ่งทำให้ฮามิลรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาทันที

***************************************

เวทียกพื้นสูงทางด้านหน้าในตอนนี้มีผู้คนเข้าไปมุงกันมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งนั่นเป็นเหมือนกับสัญญาณอย่างหนึ่งว่าการประมูลทาสกำลังจะเริ่มขึ้นในเร็วๆนี้ จนกระทั่งชายร่างเล็กที่ชื่อว่าอาลีเดินขึ้นไปบนเวทีนั้น พร้อมทั้งกล่าวทักทายกลุ่มคนที่มาในงานประมูลทาสครั้งนี้ครู่หนึ่ง และจึงค่อยๆ นำทาสออกมาประมูลทีละคนๆ ราคาของทาสแต่ละคนจะขึ้นอยู่กับเพศ, ความสามารถและความต้องการของผู้ที่ซื้อตัวไป ทาสผู้หญิงสาวๆจะมีค่าเพียง 70 เพียซเตอร์ ถ้าเป็นสาวบริสุทธิ์ก็อาจจะมีราคาพุ่งขึ้นสูงถึง 500 เพียซเตอร์ ซึ่งจะมากขึ้นกว่านั้นหากทาสคนนั้นสวยมากๆ ซึ่งทาสผู้ชายก็จะมีราคาสูงกว่านั้นไม่มากนัก และพวกขันที ซึ่งอาจมีราคาสูงถึง 160-200 เพียซเตอร์ *4 ซึ่งทาสคนแล้วคนเล่าที่ถูกนำตัวขึ้นมาบนเวทีก็ถูกซื้อออกไปเรื่อยๆ ทาสผู้หญิงบางคนถูกถอดเสื้อออกเพื่อให้ลูกค้าดู เช่นเดียวกับทาสผู้ชายที่ต้องเดินขึ้นเวทีในสภาพเกือบเปลือย

ไคล์ยืนอยู่ในห้องด้านข้างเวทีเพื่อรอเวลาที่จะถูกพาตัวออกไป ความรู้สึกกลัวอัดแน่นอยู่ในใจของเขาเกือบจะตลอดเวลา เพราะเขาสามารถเห็นการประมูลได้ชัดเจนจากที่ๆเขายืนอยู่ตรงนี้ ทาสผู้หญิงถูกฉีกทึ้งเสื้อผ้าออกเพียงเพื่อนจะดึงราคาให้สูงขึ้น แม้กระทั่งเด็กตัวเล็กๆก็ถูกซื้อไป ไคล์ขบริมฝีปากแน่นจนกระทั่งเลือดไหลซึมออกมา เมื่อเขาเห็นทาสถูกขายออกไปจนเหลืออยู่เพียงไม่กี่คน น้ำหนักของโซ่ที่ถ่วงอยู่ที่ข้อมือหนักอึ้งจนกระทั่งไคล์แทบไม่มีแรงจะยกมันขึ้น เขารู้สึกคลื่นไส้และปวดหัวจนอึดอัด จึงเดินเลี่ยงไปยืนพิงกำแพงใกล้ๆ คนคุมทาสคนหนึ่งเหลือบตามองมาที่ไคล์ ทำให้เขาต้องฝืนใจทำท่าให้เป็นปกติที่สุด ไคล์เห็นเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆคนหนึ่ง นั่งก้มหน้าร้องไห้อยู่ไม่ไกลนัก จึงเดินไปนั่งลงคุกเข่าใกล้ๆเด็กคนนั้น

"เป็นอะไรไป" เขาถามขึ้นอย่างอ่อนโยน เด็กผู้หญิงคนนั้นส่ายหัวทั้งๆที่ยังไม่ได้เงยหน้าขึ้นมา และเมื่อไคล์ย้ำคำถามเดิมอีกครั้งเธอจึงพูดออกมาเบาๆ

"หนูกลัว" น้ำเสียงที่สั่นสะท้านทำให้ไคล์รู้สึกสลดใจอย่างประหลาด เด็กอายุแค่เพียงไม่กี่ขวบก็ต้องถูกนำมาขายเป็นทาส เมื่อเห็นเด็กคนนั้นยังคงก้มหน้าก้มตาร้องไห้ต่อไป ไคล์จึงพยายามหาเรื่องขึ้นมาพูดคุย อย่างน้อย..ก็เพื่อทำให้เขาลดความกังวลลงไปได้บ้าง

"ฉันชื่อไคล์ แล้วเธอล่ะ.." เด็กคนนั้นหยุดสะอื้น แล้วเงยหน้าขึ้นมามองเขา ทันทีที่ไคล์เห็นหน้าของเด็กคนนั้น เขาก็อุทานออกมา

"ไลล่า!!" เด็กที่หายตัวไปจากกองคาราวานเมื่อคืนก่อนกลับมาอยู่ตรงหน้าเขาในตอนนี้ เธอผวาขึ้นกอดเขาอย่างดีใจ

"คุณไคล์ ช่วยหนูด้วย หนูกลัว" เธอร้องไห้จนตัวโยน ไคล์ยกมือขึ้นให้ร่างเล็กๆนั้นมุดเข้ามาอยู่ในอ้อมแขนของเขาแล้วโอบเอาไว้

"ไลล่า ไม่เป็นไรนะ..ใจเย็นๆ" เขาปลอบเธออย่างสิ้นหวัง ดวงตาสีเขียวเข้มมองเด็กคนนั้นด้วยความสงสาร เขาจะช่วยเธอออกไปได้ยังไงกันล่ะ ในเมื่อ..แม้แต่ตัวเขาเองก็ไม่มีทางที่จะหนีเหมือนกัน ไลล่าร้องไห้ไปได้พักหนึ่งก็ค่อยๆสงบลง ไอร้อนจากตัวของไคล์ทำให้เธอรู้สึกผิดปกติบางอย่าง

"คุณไคล์..เป็นอะไรไปคะ…" เธอถามอย่างเป็นห่วงเมื่อเห็นไคล์หลับตาลงอย่างเหนื่อยอ่อน เขาลืมตาขึ้นมามองเธอแล้วก็ยิ้ม

"ไม่เป็นไรมากหรอก ไลล่า แค่เป็นไข้นิดหน่อย" ไคล์ลูบหัวเธอเบาๆ "ไม่ต้องกลัวนะ " ไคล์พูดเป็นเชิงปลอบ แต่เธอก็รู้ดีว่า..เขาก็คงกลัวอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน

"ลุกขึ้นได้แล้ว" เสียงแหบห้าวของชายคนหนึ่งดังขึ้นใกล้ๆตัว ทำให้ไคล์รีบหันไปทางต้นเสียงนั้นทันที ชายคนนั้นชี้มือมาที่ไลล่าซึ่งกำลังเกาะแขนเขาไว้อย่างขอความช่วยเหลือ

"หนูไม่ไปนะ คุณไคล์ อย่าให้หนูไปนะ ได้โปรด" เธออ้อนวอนอย่างน่าสงสาร น้ำตาที่เพิ่งแห้งไปเมื่อสักครูนี้เริ่มกลับมาคลอที่ดวงตาอีกครั้ง ไคล์ดันตัวเด็กไปหลบข้างหลังเขา ทำให้คนคุมทาสที่มายืนรอขมวดคิ้วทันที

"ส่งมา!" เขาตวาดเสียงดังก้อง ไคล์ยืนนิ่ง คนคุมทาสคนอื่นๆเริ่มเดินเข้ามารอบๆ ทำให้เขาต้องมองตามอย่างระมัดระวังตัว ไคล์ได้ยินเสียงคนๆหนึ่งพูดขึ้นว่า

"ถ้าจะจับนังเด็กนั่นออกมาก็ระวังอย่าให้โดนเจ้าหนุ่มนั่นล่ะ คุณอาลีสั่งว่าอย่าทำให้มันบาดเจ็บ" มีคนหนึ่งก้าวเข้ามาหาเขาทางด้านหน้าและอีกคนทางด้านขวา ไคล์พยายามใช้แรงที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดในการเบี่ยงตัวให้หลบพ้นมือที่กำลังจะคว้าตัวเขา แต่ก็พลาด มีผู้ชายอีกคนเดินเข้ามาทางด้านหลังพร้อมทั้งจับแขนไคล์บิดออกจากตัวของไลล่าทันที ความเจ็บปวดแผ่ไปทั่วหัวไหล่และข้อมือที่กำลังถูกบิดทำให้ไคล์ต้องคลายมือจากเด็กที่หลบอยู่เบื้องหลัง

"คุณไคล์!!!!" ไลล่ากรีดร้อง พยายามใช้ขาที่เป็นอิสระเตะคนที่กำลังบิดแขนของไคล์อยู่ แต่ก็ไม่ได้ผลอะไรเลย ร่างนั้นใหญ่และแข็งแรงราวกับหิน และก่อนที่ไลล่าจะทันได้ร้องตะโกนอะไรออกไป ก็มีผ้าผืนนึงเข้ามาอุดปากและร่างของเธอถูกลากออกไปทันที..

แขนข้างที่ถูกบิดของไคล์ราวกับจะหักออกมาเป็นเสี่ยงๆ เขาต้องทนกัดฟันเอาไว้เพื่อที่จะไม่ให้ตัวเองร้องออกมา คนคุมทาสคนอื่นๆเริ่มถอยออกไปยังที่ๆตนเองประจำอยู่ ยังเหลือก็เพียงคนที่กำลังจับเขาเอาไว้เท่านั้น ไลล่าถูกจับแยกตัวออกไปแล้ว และไคล์รู้ดีว่า อีกไม่นานก็จะถึงคราวของเขาเช่นกัน..

แต่ภายในช่วงเวลาที่คับขันและน่าอึดอัดนั้นเอง ภาพของฮามิลกลับผุดขึ้นมาในสมองของไคล์อีกครั้ง ความอบอุ่นบางอย่างแผ่ซ่านไปทั่วร่างของไคล์และนั่น ทำให้แก้มของเขาที่แดงก่ำเพราะพิษไข้กลายเป็นสีเข้มขึ้นอีก ไคล์ส่ายหัว2-3ทีเพื่อที่จะลบภาพของฮามิลออกไปจากสมอง 'บ้าชะมัด' เขานึกในใจ แต่แล้วก็รู้สึกตัวเมื่อร่างของเขาถูกยกลอยขึ้น ไคล์ลืมตาโพลงและออกแรงดิ้นเต็มที่

"แกจะพาชั้นไปไหน!!" เขาตวาดออกมาดังลั่นพร้อมทั้งสะบัดตัวเพื่อจะให้หลุดจากวงแขนแข็งแรงที่กำลังยกตัวเขาพาดขึ้นบนบ่านั้น การดิ้นไม่ได้ช่วยให้สถานการณ์นั้นดีขึ้นเพราะคนที่กำลังจับตัวเขาไว้นั้นไม่ได้สะทกสะท้านอะไรเลย ไคล์ถูกแบกผ่านประตูออกมาที่หน้าเวทีอย่างรวดเร็ว ..ถึงเวลาของเขาแล้ว… ความกลัวเข้าเกาะกุมภายในจิตใจของเขาเต็มที่ เมื่อเขาได้ยินเสียงของอาลีประกาศขึ้นว่า

"นี่คือทาสคนพิเศษของเรา.. สำหรับราคาที่เหมาะกับทาสที่ยังบริสุทธิ์และงดงามเช่นนี้ ข้าเริ่มด้วยราคา 500 เพียซเตอร์" เสียงฮือฮาดังไปทั่วบริเวณเมื่อร่างของไคล์ถูกแบกออกมา ราคาที่อาลีประกาศไปนั้นเป็นราคาที่เทียบเท่ากับราคาต่อรองสุดท้ายของสาวบริสุทธิ์สักคนเลยทีเดียว

"สำหรับดวงตาสีเขียว และผิวสีขาวที่งดงาม.." อาลีพูดขึ้นเมื่อเห็นคนบางคนมองไคล์อย่างหมายมั่น เขาแน่ใจว่าราคาของเด็กคนนี้เพียงคนเดียวคงเกือบเทียบเท่าราคาของทาสทั้งหมดที่ขายออกไปในคืนนี้แน่นอน

ไคล์มองไปรอบๆตัวอย่างสับสน ดวงตาสีเขียวเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัว คนเกือบร้อยคนยืนอัดกันอยู่ด้านหน้าของเวทียกพื้นซึ่งสามารถยื่นแขนมาถึงตัวเขาได้อย่างไม่ยากนัก ดวงตาของแต่ละคนมองมาที่ไคล์อย่างพิจารณา และแฝงไว้ด้วยแววประหลาดบางอย่างที่เขาอ่านไม่เข้าใจ เสียงตะโกนบอกราคาของตัวเขาสูงขึ้นเรื่อยๆอย่างไม่น่าเชื่อ

"2,000 เพียซเตอร์ มีใครจะให้สูงกว่านี้หรือไม่" อาลีประกาศราคาของไคล์ทุกครั้งที่มีคนพูด หรือยกมือเป็นสัญลักษณ์ และมันก็ยังคงเพิ่มขึ้นต่อไปเรื่อยๆโดยที่ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลง..

****************************

คามาลยืนคอยเวลาที่การประมูลทาสจบลงอย่างเบื่อหน่าย ซึ่งตรงกันข้ามกับเฮดีนที่ดูจะสนุกกับการเลือกซื้อทาสเหลือเกิน เฮดีนจ่ายเงินซื้อทาสผู้หญิงหน้าตาดี 2คน และยังคงจะซื้อต่อไปถ้าหากคามาลไม่ขัดขึ้นก่อน

"ข้าว่าเจ้าคงลืมไปแล้วละมั้ง ว่าเมื่องานประมูลจบลงข้าก็จะปล่อยพวกนางไป"

เฮดีนหันมามองคามาลแล้วยักไหล่ "ข้ารู้ แล้วก็ยังไม่ลืมด้วย ไม่ต้องห่วงหรอกน่า"

คามาลถอนหายใจ แล้วยืนสังเกตการณ์รอบๆต่อไปอย่างไม่ใส่ใจอะไรนัก คบไฟหลายสิบดวงที่ถูกจุดสว่างเมื่อกี้นี้ถูกดับลงจนเหลือเพียงไม่กี่ดวงที่มากพอจะให้แสงสว่างสลัวๆได้เท่านั้น นอกจากตรงด้านหน้าเวทีที่มีคนกำลังยืนประมูลกันอยู่ซึ่งตอนนี้สว่างจนราวกับเวลากลางวัน คามาลเหลือบมองไปยังทาสผู้หญิง2คนที่ยืนอยู่กับองครักษ์ของเฮดีน ใบหน้าของเธอทั้งคู่มีรอยถลอกปอกเปิกเล็กน้อย และสั่นสะท้านอย่างหวาดกลัว พวกเธอถูกพามามอบตัวให้เฮดีนหลังจากที่เขาประมูลได้มาแล้ว คามาลยืนดูพวกเธอเพียงครู่หนึ่ง แล้วก็ละสายตาไป เมื่อเห็นคนหนึ่งในนั้นรู้สึกตัวเงยหน้ามองตอบเขา แล้วก็หลุบสายตาลงต่ำอย่างเอียงอาย เขายืนมองไปรอบๆได้เพียงครู่หนึ่งก็ต้องหันกลับมาที่หน้าเวทีอีกครั้ง เพราะจู่ๆเสียงของผู้คนที่ตะโกนต่อราคาอย่างบ้าคลั่งก็เงียบลงไป. .แต่แล้วก็กลับมาตะโกนด้วยเสียงอันดังกว่าเดิมและราคาที่พุ่งขึ้นสูงขึ้นไปเรื่อยๆ..

ทันทีที่คามาลสังเกตเห็นร่างเล็กๆที่ยืนอยู่บนเวที ลมหายใจของเขาราวกับจะสะดุดลงไปครู่หนึ่ง ดวงตาสีดำจับจ้องที่ร่างนั้นนิ่งนานโดยที่ไม่สามารถที่จะละสายตาจากไปได้ เด็กหนุ่มผู้มีเส้นผมสีน้ำตาลและผิวสีขาวที่งดงามยืนตัวสั่นอยู่บนเวทีด้วยความหวาดกลัว จากระยะที่เขายืนอยู่ในตอนนี้ทำให้เขาเห็นใบหน้าของเด็กคนนั้นได้ไม่ชัดนัก แต่ผิวสีขาวที่โดดเด่นท่ามกลางแสงไฟ และท่อนขาเรียวยาวที่โผล่พ้นชายเสื้อออกมาก็ทำให้เขาแทบจะลืมหายใจไปครู่หนึ่งทีเดียว ชายหนุ่มยืนมองภาพนั้นนิ่งนาน.. ราวกับว่าเขาตัดขาดออกจากโลกภายนอกไปครู่หนึ่ง แต่แล้ว ทันทีที่เขาได้ยินเสียงของคนที่ตะโกนอยู่รอบๆก็ทำให้เขารู้สึกตัวอีกครั้ง สายตาของคนอื่นๆรอบข้างที่กำลังประมูลอยู่มีแววกระหายและตื่นเต้นที่จะได้ตัวเด็กคนนั้น ซึ่งมันทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล

"3,500 เพียซเตอร์"

คามาลได้ยินเสียงของเฮดีนตะโกนสู้ราคา ซึ่งมันสูงจนไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นของทาสคนเดียว ความรู้สึกอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นในตัวเขาตอนนี้คือ เขาไม่อยากให้เฮดีนหรือใครทั้งนั้นได้ตัวเด็กคนนี้ไป ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม คามาลขมวดคิ้วอย่างหงุดหงิดแล้วตัดสินใจหันไปเรียกกาซิมที่ยืนอยู่ใกล้ๆเข้ามากระซิบอะไรบางอย่าง กาซิมพยักหน้ารับคำ แล้วเดินตรงไปที่ด้านหน้าเวทีทันที

"เจ้านายของข้าให้ 5,000 เพียซเตอร์" องครักษ์ของเขาตะโกนฝ่าฝูงคนออกไป ซึ่งนั่นทำให้เฮดีนหันกลับมามองคามาลด้วยความงุนงง แต่คามาลกลับทำเป็นมองไม่เห็นสายตาที่เต็มไปด้วยคำถามนั้น ทำให้เฮดีนต้องหยุดประมูลแล้วเดินกลับเข้ามาทันที

"คนที่ให้ราคา 5,000 เพียซเตอร์นั่นคือเจ้ารึ? คามาล" เฮดีนใส่คำถามแรก ชายหนุ่มยักไหล่

"ใช่" เขาตอบอย่างไม่สะทกสะท้าน เฮดีนแทบจะไม่เชื่อหูตัวเอง คามาลที่ไม่เคยสนใจใครมาก่อนยอมจ่ายเงินถึง5,000 เพียซเตอร์เพื่อซื้อทาสคนเดียว เฮดีนสังเกตเห็นคนอื่นๆที่กำลังประมูลกันอยู่หยุดกันไปครู่หนึ่งเมื่อเห็นว่าราคาถูกดึงให้สูงขึ้นรวดเร็วเกินไป แต่แล้วก็มีคนให้ราคาเพิ่มขึ้นไปอีก

"5,500 "

กาซิมที่ยืนอยู่ตรงที่ประมูลหันมามองคามาลเป็นเชิงถาม ชายหนุ่มพยักหน้าอย่างไม่ลังเล

"6,000"

เฮดีนยืนงง เขาไม่อยากจะเชื่อเลยจริงๆ "อัลล่าห์.. นี่เจ้าเกิดเป็นอะไรขึ้นมา" เขาพึมพำเบาๆ เฮดีนไม่หวังว่าจะได้เหตุผลจากคามาลหรอก.. ความจริงแล้ว เขาเองก็สนใจทาสคนสุดท้ายที่ถูกพาขึ้นมาเมื่อกี้อยู่ เพราะรูปร่างที่บอบบางและอ้อนแอ้นราวกับผู้หญิงนั้นน่าสนใจและดึงดูดสายตาเขามิใช่น้อย ถ้าเป็นคนอื่นที่ไม่ใช่คามาลเขาก็คงจะสู้ราคาต่อไป แต่ว่าในตอนนี้เขางงเกินกว่าที่จะคิดอะไรได้ และเขาก็ไม่อยากจะแย่งทาสคนเดียวกันกับคามาลด้วย

******************************

ฮามิลยืนนิ่งอึ้งอย่างทำอะไรไม่ถูกเมื่อเห็นไคล์ ในแวบแรก..เขารู้สึกโล่งใจและตื่นเต้น แต่แล้วเขาก็เริ่มจนหนทางว่าจะทำให้ไคล์เห็นเขาได้อย่างไร ในเมื่อผู้คนมากมายที่ยืนอัดกันอยู่ตรงด้านหน้าเวทีราวกับจะฆ่ากันตายเพื่อแย่งตัวของไคล์ ฮามิลแทบจะไม่เชื่อว่าราคาที่คนแย่งกันประมูลจะสูงขึ้นไปถึง 6,000 เพียซเตอร์ ราคาขนาดนั้นมันสามารถซื้อทาสได้เกือบกองทัพหนึ่งทีเดียว ชายหนุ่มมองไปยังคนที่ให้ราคานั้น แต่แล้วก็ต้องพบว่าเป็นชายหนุ่มในชุดคาฟตานสีดำที่สะดุดตานั้นเอง ตอนแรกเขาตกใจมากเมื่อเห็นไลล่าถูกพาตัวมาที่ประมูล ไลล่าที่หายตัวไปไล่เลี่ยกับไคล์นั้นถูกพาตัวมาขายเป็นทาส และนั่นทำให้เขาแน่ใจได้อย่างนึง นั่นคือ ไคล์ต้องอยู่ที่นี่อย่างแน่นอน..

แผนการณ์ที่ฮามิลวางไว้ในตอนนี้ก็คือ ทันทีที่ชายหนุ่มคนนี้ประมูลได้ตัวไคล์มา.. ในตอนนั้น เขาจะลอบเข้าไปใกล้ๆแล้วดึงตัวไคล์ออกมา สำหรับในสถานที่แคบๆแต่มีคนเยอะเช่นนี้ การก่อการจราจลย่อยๆคงเป็นไปได้ไม่ยากนัก และยิ่งการที่ขบวนของชายคนนี้มายืนใกล้ๆเขาด้วยแล้วยิ่งทำให้เรื่องมันง่ายเข้าไปอีก อัลล่าห์ทรงช่วยเขาจริงๆ ซึ่งตอนนี้เขาก็คงได้แต่เพียงหวังว่าชายหนุ่มคนนี้จะสามารถประมูลตัวไคล์มาได้ และแผนการณ์ของเขาคงเป็นไปได้ด้วยดี แต่ที่น่าเป็นห่วงอีกคนก็คือไลล่า ซึ่งตอนนี้ถูกพาตัวไปที่ไหนเขาก็ไม่รู้ ครั้งสุดท้ายที่เขาเห็นเธอก็คือมีคนประมูลตัวเธอไปได้ด้วยราคาเพียง 90 เพียซเตอร์ ฮามิลรู้สึกผิดกับเด็กคนนั้นและพ่อของเธอเหลือเกิน ที่เขามัวแต่ห่วงพะวงเรื่องไคล์จนกระทั่งจนลืมเรื่องเด็กคนนั้นไปจนเกือบสนิทใจ

ถัดจากที่ๆฮามิลยืนอยู่ไม่ไกลนัก มีขบวนเล็กๆขบวนหนึ่งตั้งอยู่เช่นกัน คนที่ยืนอยู่หัวขบวนเป็นชายร่างอ้วนใหญ่ที่มีผิวสีดำสนิท ซึ่งในตอนนี้กำลังหงุดหงิดหัวเสียอย่างมาก

"ไอ้คนๆนั้นมันเป็นใครกัน มันกล้าดียังไงมาตัดราคาข้า" บานูที่เป็นคนให้การสนับสนุนการค้าทาสลับๆครั้งนี้ยืนโวยวายกับทาสคนสนิทที่ยืนอยู่ใกล้ๆตัว เขาเป็นถึงขุนนางคนนึงมีที่ฐานะร่ำรวย และมีผู้คนนับหน้าถือตาอยู่มากพอสมควร ซึ่งเขาต้องการที่จะได้ตัวไคล์ไว้ตั้งแต่แรกที่เห็นแล้ว ถึงขนาดที่ว่าเขายอมเลิกล้มความคิดที่จะซื้อทาสสาวๆไปเก็บไว้จนหมดสิ้น และไอ้ผู้ชายคนนั้นมันกล้าดียังไงถึงมาตัดราคาเขาไปซึ่งๆหน้าอย่างนี้ บานูยืนจ้องไปที่ชายหนุ่มที่อยู่ในชุดคาฟตานชั้นสูงอย่างเคียดแค้น แสงจากโคมไฟสลัวๆทำให้เขาเห็นๆคนนั้นได้ไม่ชัดนัก และผ้าคลุมผมที่ตกลงมาปรกใบหน้าก็ปิดบังใบหน้าเขาเอาไว้จนหมดสิ้น แต่ด้วยท่าทางการยืนที่สง่างามของชายคนนั้นก็ทำให้บานูนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่งเหมือนกัน แต่มันกลับทำให้อารมณ์เขาแย่หนักเข้าไปอีก

"ข้าไม่เคยเห็นคนๆนั้นมาก่อนเลย คงจะเป็นพวกเศรษฐีกระจอกๆจากเมืองอื่นละมั้ง มันไม่รู้หรือไงว่าข้าเป็นใคร" บานูโวยวายเสียงดังขึ้นเรื่อยๆทำให้ชายหนุ่มคนนั้นรู้สึกตัวและเหลือบสายตาขึ้นมามองด้วยความรำคาญ และทันทีที่บานูเห็นแววตาสีดำสนิทนั้นก็ทำให้สันหลังเขาเสียววาบอย่างประหลาด วูบหนึ่งที่อำนาจของชายหนุ่มคนนั้นทำให้ความกลัวเข้าเกาะกุมจิตใจของบานูอย่างไม่มีสาเหตุจนทำให้เขาแทบจะทรุดลงไปนั่งกับพื้นเลยทีเดียว แต่ในทันทีที่เขารู้สึกตัว ความโกรธก็พุ่งขึ้นจุดสูงสุดจนทนไม่ไหว ชายร่างอ้วนคนนั้นเรียกทาสที่ยืนอยู่ใกล้ๆมาสั่งอะไรบางอย่าง

"หยุดต่อราคากับมันได้แล้ว ปล่อยให้มันได้ทาสคนนั้นแล้วกลับออกไปจากงาน แล้วค่อยตามไปเก็บพวกมันทีหลัง" เขาสั่งอย่างเกรี้ยวกราด รูปร่างท่าทางและจำนวนคนเพียงแค่นั้นคงไม่มีปัญญาอะไรมาสู้กับคนของเขาได้หรอก เพราะทาสแต่ละคนที่เขาสรรหามาไว้ใช้สอยข้างตัว ล้วนแล้วแต่ผ่านการต่อสู้มาอย่างโชกโชนแล้วทั้งสิ้น เขาสัญญากับตัวเองว่า ทันทีที่การประมูลนี้จบลง ไอ้หนุ่มคนนั้นก็จะต้องจบชีวิตลงด้วยเช่นกัน บานูยิ้มเครียด..แล้วทาสคนนั้นก็จะต้องตกมาเป็นของเขาอย่างไม่ต้องสงสัย….

"เจ้ามองอะไรอยู่คามาล" เฮดีนถามเมื่อเห็นเพื่อนของเขาละสายตาจากด้านหน้าเวทีไปแวบหนึ่ง แต่แล้วก็หันกลับมามองมันอีกครั้งเพื่อรอคอยว่าจะมีใครสู้กับเขาต่อไป ซึ่งตอนนี้ก็ยังคงไม่มีใครตัดสินใจตามราคาของคามาล

"เปล่า" ชายหนุ่มตอบ

"เจ้าพูดเป็นอยู่คำเดียวเรอะไง" เฮดีนถามด้วยความหงุดหงิด คามาลหันกลับมามองหน้าเพื่อนเขาแล้วก็ยิ้มอย่างกวนอารมณ์ของเฮดีนที่สุด

"เปล่า" รอยยิ้มแบบนี้ของคามาลก็เป็นสิ่งที่เฮดีนไม่คาดว่าจะได้เห็นอีกเช่นกัน ในเมื่อเขาไม่เคยยิ้มแบบนี้เลยนับตั้งแต่ที่ชี้ค-เอลดินเสียชีวิตไป เขาเคยรู้สึกว่าคามาลเติบโตเป็นผู้ใหญ่อย่างรวดเร็ว และมีอำนาจพิเศษบางอย่างที่สามารถทำให้คนเชื่อฟังและไม่กล้าขัดขืนเขาอย่างไม่น่าเชื่อ คามาลปล่อยให้เฮดีนยืนบ่นพึมพำต่อไปโดยไม่สนใจอะไรมากนัก ในเมื่อตอนนี้เขามีสิ่งหนึ่งที่น่าสนใจมากกว่ายืนรออยู่ด้านหน้าเวที เขาเห็นว่าเด็กคนนั้นหันมามองทางเขาแล้ว แต่ระยะที่ไกลขนาดนั้นไม่สามารถทำให้คามาลเห็นใบหน้าของเด็กหนุ่มคนนั้นได้เลย คำถามภายในจิตใจของเขาตอนนี้มีอยู่มากมาย เขาเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงจะต้องยอมจ่ายเงินมากขนาดนี้เพื่อเด็กหนุ่มคนเดียว เขาซื้อตัวเด็กหนุ่มคนนี้ไปเพื่ออะไร และ.. ถ้าได้ตัวเด็กคนนี้มาแล้ว.. เขาจะยอมปล่อยเธอไปมั้ยเมื่อการประมูลสิ้นสุดลง..ชายหนุ่มถอนหายใจแล้วปล่อยคำถามนั้นทิ้งไว้เฉยๆ โดยที่ไม่คิดจะหาคำตอบให้กับมัน

*******************************

"ในเมื่อไม่มีผู้ใดจะให้ราคาสูงไปกว่านี้..ข้าขอประกาศว่า ทาสผู้นี้ตกเป็นสิทธิ์ของผู้ที่ให้ราคา 6,000 เพียซเตอร์แล้ว" เสียงประกาศของอาลีก้องกังวานภายในหูของไคล์ครั้งแล้วครั้งเล่า เขาถูกขาย.. ความจริงที่เขาสำนึกได้ภายในช่วงเวลานั้นคือความกลัว.. เขากลายเป็นทาส..และกำลังจะถูกพาไปหาเจ้าของ ไคล์หลับตาลงด้วยความเจ็บปวด..ริมฝีปากที่ถูกขบกัดจนแตกเป็นแผลเล็กๆมีเลือดไหลออกมา แต่ไคล์ก็แทบจะไม่รู้สึกกับรสชาดของเลือดภายในปากเลย

ในตอนนี้เขาอยากจะอาเจียน ความตื่นตระหนกและหวาดกลัวยิ่งทำให้ไข้ของเขาสูงขึ้นไปอีก ไคล์รู้สึกว่าหากเขาขยับร่างกายในตอนนี้เขาจะต้องตายแน่ๆ เขาได้ยินเสียงของอาลีถามขึ้นใกล้ๆหูว่า

"เจ้าเป็นอะไรไป.. ไม่สบายรึ.."

ไคล์ส่ายหน้า เขาไม่เหลือแรงจะต่อต้านอาลีอีกแล้ว ไม่มีเหลือแม้กระทั่งแรงจะพูดด้วยซ้ำ

"เจ้านี่มันดื้อจนวินาทีสุดท้ายเลยนะ แต่ตอนนี้ข้าก็คงช่วยอะไรเจ้าไม่ได้แล้วล่ะ ก็ขึ้นอยู่กับเจ้าของของเจ้าแหละ ว่าจะทำยังไงกับทาสที่ป่วยไข้อย่างนี้.. ข้าจะบอกอะไรให้นะ" อาลียิ้มอย่างมีเลศนัย "เจ้านายบางคนเขาไม่สนใจหรอกว่าเจ้าจะเจ็บป่วยหรือไม่สบายรึเปล่าหรอก.. เขาสนแค่ว่าร่างกายของเจ้าจะให้ความสุขกับเขาได้มากแค่ไหนต่างหาก รู้มั้ย.. แต่เมื่อถึงเวลานั้นเจ้าอาจไม่รู้สึกป่วยอีกเลยก็ได้" ไคล์ได้ยินที่อาลีพูดเต็ม2หู.. แต่สติอันเลื่อนลอยของเขาไม่สามารถทำให้ไคล์เข้าใจหรือรับรู้ถึงความหมายที่อาลีพูดได้เลย..

******************************

เชือกที่ดึงรั้งอยู่ที่ข้อมือทำให้ไคล์ต้องเดินก้าวไปข้างหน้าอย่างไร้สติ สมองของเขาเบลอจนไม่สามารถสั่งงานร่างกายของตัวเองให้ขัดขืนได้ตามที่ใจคิด เขารู้แค่เพียงว่า มีคนคุมทาสคนหนึ่งจูงเขาเดินลงจากเวที และเปลี่ยนมือไปให้กับอีกคน.. ไคล์ไม่แน่ใจว่าคือใครกัน แต่ถ้าเขาจำไม่ผิด คงจะเป็นคนที่เป็นตัวแทนมาประมูลตัวเขาละมั้ง..

ชายผู้นั้นพาเขาเดินโซเซไปจนกระทั่งหยุดอยู่ตรงหน้าคนๆหนึ่ง.. ไคล์เงยหน้าขึ้นเล็กน้อยเพื่อมองผู้ที่ยืนอยู่เบื้องหน้า เขาต้องใช้ความพยายามอย่างยิ่งที่จะมองหน้าของคนๆนั้นให้ชัดเจน และรับรู้อย่างยากลำบากว่า..ผู้ชายคนนี้นี้คือเจ้านายของเขา..

ช่วงเวลาเพียงครู่หนึ่งที่..สายตาอันพร่ามัวของไคล์ประสานกับดวงตาสีดำสนิทที่ถูกประดับอยู่บนใบหน้าที่หล่อเหลา และเย็นชาจนไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นภาพของคนที่มีชีวิตอยู่จริงๆ มันดูงดงามราวกับภาพวาดราคาแพงที่ควรจะถูกประดับไว้ในพิพิธภัณฑ์เท่านั้น ไคล์ยืนมองอย่างตกตะลึง อำนาจบางอย่างจากดวงตานั้นทำให้ไคล์ขยับตัวไม่ได้ แต่แล้วความรู้สึกทรมานในร่างกายก็กลับมามีอำนาจเหนือสติสัมปชัญญะของเขาอีกครั้ง สิ่งสุดท้ายที่เขารับรู้คือ..ร่างกายของเขาหนึกอึ้งพร้อมทั้งล้มลงอย่างไร้เรี่ยวแรง ..และ..มีมือที่แข็งแกร่งประคองร่างเขาเอาไว้อย่างอ่อนโยน ..ก่อนที่สติของเขาจะดับวูบลง..

************************************

*1 ชุดเสื้อคลุมแบบอาหรับ ที่ปิดตั้งแต่ช่วงไหล่ลงมาจนถึงเท้า มีทั้งสำหรับผู้หญิงและผู้ชาย
*2 เดย์ - คำที่ใช้เรียกเจ้าปกครองเมือง
*3 ไดแวน - ตำแหน่งองคมนตรีหรือเทียบเท่า

ชาวมุสลิมไม่นิยมตอนผู้ชายเอง เพราะเป็นข้อห้ามทางศาสนา, การใช้ขันทีในฮาเร็มเป็นความคิดของชาวไบแซนไทน์ ที่เคยปกครองแตนติโนเปิล (ชื่อเดิมของเมืองอิสตันบูลล์) ประเทศตุรกี

colorfulheart.gif (1721 bytes)

โปรดติดตามตอนต่อไป

แนะนำติขมได้ที่ [email protected]

Hosted by www.Geocities.ws

1