
เจ้าพูดว่าอะไรนะ? เสียงตวาดของฮามิลดังลอดออกมาจากร้านเหล้าเล็กๆ แห่งหนึ่ง จนทำให้คนที่เดินผ่านไปมารวมถึงคนที่นั่งอยู่ในร้านหยุดมองอย่างสนใจ แต่ดวงตาที่ขุ่นขวางและดาบโค้งเล่มยาวที่เหน็บอยู่ที่เอวของฮามิลก็สามารถหยุดความอยากรู้อยากเห็นของคนรอบข้างได้เป็นอย่างดี จนกระทั่งแต่ละคนก็เริ่มหันกลับไปสนใจงานตรงหน้าของตนเองเหมือนเดิม
เด็กหนุ่มที่ถูกฮามิลตวาดยืนนิ่ง ใบหน้าซีดขาวราวกับกระดาษ เขาเป็นที่โชคร้ายที่สุดที่ถูกเลือกให้เอาข่าวเรื่องคนหายมาบอกกับฮามิลที่เป็นคนควบคุมความเรียบร้อยของกองคาราวาน แถมเขาก็ยังไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นบอกยังไงว่าคนที่หายไปเป็นเพื่อนสนิทของฮามิลเองอีกด้วย
ผม..เสียใจ คำตอบของเด็กหนุ่มทำให้ฮามิลเดือดดาลยิ่งขึ้น ทั้งยังเรื่องที่เขาหงุดหงิดมาจากตอนหัวค่ำด้วย เขาตั้งใจจะใช้ความคิดหาข้อแก้ตัวกับไคล์เงียบๆซักพัก แต่ก็ยังมีเรื่องตามมาวุ่นวายกับเขาอีกจนได้ ฮามิลทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้แล้วยกแก้วเหล้าขึ้นดื่มระงับอารมณ์ และเพื่อลบภาพของไคล์ที่ผุดขึ้นมาในสมองอีกครั้ง
ใครหายไป
เด็กหนุ่มกลืนน้ำลายลงไปในลำคอที่แห้งผาก และกลั้นใจตอบออกไปว่า คุณไคล์ครับ..
ทันทีที่ฮามิลได้ยินคำตอบจากเด็กหนุ่ม ร่างกายของเขารู้สึกราวกับว่าถูกตอกยึดเอาไว้ให้ยืนนิ่งอยู่กับที่ เลือดที่ไหลเวียนอยู่ภายในร่างกายเย็นเฉียบ
เจ้าว่าอะไรนะ .ใครหายไป ฮามิลเค้นเสียงถามออกมาอีกครั้งอย่างยากลำบาก เขาคว้าคอเสื้อของเด็กหนุ่มที่ทำท่าจะวิ่งหนีไปขึ้นมาตวาด พวกเจ้าเฝ้ายามกันยังไง!!
ผม ผมขอโทษครับ ผมตรวจจนละเอียดแล้ว แต่ คำตอบของเด็กหนุ่มขาดห้วงไปเพราะมือแข็งแรงที่ยึดคอเสื้ออยู่กระชากตัวเขาลอยขึ้นแล้วเหวี่ยงไปกระแทกกับผนังห้อง
บ้าที่สุด ฮามิลสบถแล้ววิ่งออกจากร้านไป ภายในสมองยังคงอื้ออึงไปด้วยคำพูดของเด็กคนนั้น "เป็นไปไม่ได้..ไม่มีทาง ไคล์"
เขาวิ่งมาจนถึงหน้ากระโจมของไคล์ที่มีคนยืนคุยกันอยู่ 2-3 คน ชายคนหนึ่งในกลุ่มหันมาเห็นเขาแล้วโบกมือเรียก
ฮามิล ทางนี้ เขาสาวเท้าเข้าไปหาชายคนนั้นอย่างรวดเร็ว
นายกอง!! เกิดอะไรขึ้น ฮามิลเปิดฉากถามทันที สายตาของเขาเหลือบไปเห็นชายอีก2คนที่ยืนอยู่ข้างๆ ทั้งคู่มีสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นเมื่อต้องยื่นถุงผ้าเล็กๆถุงหนึ่งให้เขา ภายในถุงมีเศษเถ้าของดินหอมอยู่เล็กน้อย ฮามิลยกขึ้นมาดมกลิ่นจางๆที่ยังเหลืออยู่ คิ้วทั้งสองข้างขมวดเข้าหากันทันที เมื่อจำกลิ่นของดินชนิดนี้ได้
นี่มันยานอนหลับ .หรือว่า ฮามิลถามด้วยความหวังเพียงน้อยนิดที่ว่า อย่าให้คำตอบเป็นอย่างที่เขาคิดไว้เลย.. นายกองพยักหน้าช้าๆ
อย่างที่เจ้าคิดน่ะแหละ ฮามิล ไคล์ถูกลักพาตัว
ภายในห้องเล็กๆแคบๆสกปรกที่มีแสงไฟลอดผ่านเข้ามาเพียงเล็กน้อย เป็นที่พักอาศัยชั่วคราวของไคล์และคนที่จะถูกขายเป็นทาสกลุ่มใหญ่อีกกลุ่มหนึ่ง เสียงสะอื้นของเด็กกับผู้หญิง ดังสลับกับคำด่าทอของคนที่ถูกจับตัวมาเกือบตลอดเวลา จะเงียบลงเพียงชั่วครู่ก็ต่อเมื่อมีเสียงของแข็งๆกระทบกับประตูเหล็กและหน้าเหี้ยมๆของคนคุมประตูโผล่ขึ้นมาจ้องเป็นระยะๆ เมื่อเห็นว่าเสียงดังจนเกินไป ไคล์นั่งเฉยอยู่ตรงมุมห้อง ที่ข้อมือถูกมัดไว้ด้วยโซ่ขนาดใหญ่ เชื่อมต่อลงมาจนถึงข้อเท้าที่ล็อคไว้กับลูกตุ้มเหล็ก และด้วยพื้นที่ที่จำกัดของห้อง ทำให้เขาต้องนั่งเบียดกับคนอื่นๆอย่างแออัด ไคล์ไม่แน่ใจว่าสลบไปนานแค่ไหน และภายในห้องนี้ก็ไม่มีหน้าต่างหรือประตูที่ทำให้มองเห็นท้องฟ้าข้างนอกได้ ทำให้เขาคาดเดาเวลาไม่ถูก แต่เขาถูกพาตัวมานั่งรวมกับคนอื่นๆในห้องนี้ได้ราว 3-4ชั่วโมงเศษๆแล้วอย่างแน่นอน
ไอ้พวกที่อยู่ในห้องน่ะ ยืนขึ้น ไปอาบน้ำได้แล้ว
ไคล์หรี่ตาเล็กน้อยเมื่อประตูถูกเปิดออก แสงไฟสว่างจ้าจากด้านนอกสาดเข้ามาภายในห้องที่มืดมิดเต็มที่ จนทำให้ดวงตาของเขาพร่ามัวไปชั่วขณะ เสียงคำสั่งของผู้คุมทำให้พวกเด็กและผู้หญิงที่นั่งอยู่ด้านหน้ารีบลุกขึ้นยืนทันที ไคล์เพิ่งมีโอกาสได้มองเห็นคนรอบข้างอย่างชัดเจน บนใบหน้าของแต่ละคนอิดโรยและมีรอยเขียวช้ำเป็นจุดๆแทบจะครบทุกคน
แยกไอ้หนุ่มนั่นออกมาต่างหากนะ เสียงแหบๆที่คุ้นหูไคล์ดังขึ้นพร้อมกับที่ร่างของอาลีเดินมาหยุดที่ประตู เขาเห็นผู้คุมยืนฟังคำสั่งของอาลีอยู่พักหนึ่งก่อนที่จะเดินตรงมาปลดลูกตุ้มเหล็กออกจากข้อเท้าของเขา แล้วฉุดให้ยืนขึ้น พาเดินแยกออกจากกลุ่มไปกับอาลี ไคล์ทำตามอย่างว่าง่าย เขาไม่มีแรงพอที่จะต่อต้านหรือขัดขืนใดๆทั้งสิ้น อาการปวดหนึบที่ศีรษะทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ร่างกายไร้เรี่ยวแรง จนกระทั่งอาลีสังเกตเห็น จึงหยุดเดินแล้วหันมาถามเขาว่า
เจ้าเป็นอะไร ไคล์นิ่งเงียบ มองสบตาอาลีตรงๆดวงตาแสดงความรังเกียจออกมาอย่างเห็นได้ชัด ไม่ว่าเขาจะป่วยหนักแค่ไหนก็ไม่ต้องการความช่วยเหลือจากคนที่จับเขามาอย่างแน่นอน อาลีถอนหายใจแล้วออกเดินต่อไปจนกระทั่งถึงห้องๆหนึ่ง เขาสั่งให้ผู้คุมปลดโซ่ ปล่อยแขนของไคล์ให้เป็นอิสระและถอยออกไป
เจ้าอาบน้ำที่นี่น่ะแหละ อาลีเปิดประตูห้องแล้วผลักให้ไคล์เข้าไป
มีเวลาให้เจ้าครึ่งชั่วโมง อย่าคิดจะหนีเด็ดขาด เพราะข้าจะเฝ้าเจ้าอยู่ตรงนี้เขาสั่งเป็นคำสุดท้ายแล้วปิดประตูลง ปล่อยให้ไคล์ยืนอยู่ภายในห้องนั้นตามลำพัง
อ่างเล็กๆภายในห้อง ที่มีน้ำสะอาดบรรจุอยู่จนเต็มเรียกความสนใจจากไคล์ได้เป็นอย่างดี ในเมื่อร่างกายของเขาสกปรกและเมื่อยล้ามาหลายชั่วโมงเต็มๆ ไคล์ถอดเสื้อออกแล้วลงแช่ในน้ำอย่างผ่อนคลาย ความเย็นเฉียบของน้ำเนื่องจากอากาศที่เย็นจัดทิ่มแทงผ่านเข้ามาในร่างกายของเขาแทบจะทันทีที่ร่างของเขาสัมผัสกับน้ำ ไคล์กัดฟันแล้วอดทนนั่งแช่ต่อไป อย่างน้อยก็ยังดีกว่าไม่มีให้อาบเลย เขาล้างคราบสกปรกและดินโคลนที่ติดมาจากในห้องออกจากผมและร่างกายออกจนเกือบหมด ทำให้ผิวที่เลอะเป็นคราบกลับมาขาวสะอาดเหมือนเดิม ไคล์คาดว่าตอนนี้คงจะเป็นเวลาใกล้รุ่งสางแล้ว พวกพ่อค้าถึงได้พาทาสออกมาอาบน้ำชำระร่างกาย ไคล์หลับตาลงอย่างเหนื่อยอ่อน กลิ่นดินหอมนั่นคงมีฤทธิ์กดประสาทอย่างรุนแรง จนทำให้เขามีไข้สูง..ไคล์รู้สึกตัวว่าเป็นไข้ตั้งแต่ตอนที่เขานั่งรวมกับคนอื่นๆอยู่ในห้อง แต่เขาจะไม่มีทางบอกให้เจ้าเตี้ยหน้าบากนั่นรู้เด็ดขาด
หลังจากที่ไคล์ชำระร่างกายจนสะอาดหมดแล้วก็ยังโชคดีที่พอจะมีเวลาเหลืออยู่บ้าง เขาจึงมีโอกาสนั่งคิดเงียบๆในอ่างอาบน้ำได้อีกพักหนึ่ง แต่แล้วภาพของฮามิลก็กลับผุดขึ้นมาในสมอง ใบหน้าของเขาแดงซ่านขึ้นด้วยสีเลือด ชั่ววูบหนึ่งที่ไคล์มีความหวังว่าหากฮามิลรู้ว่าเขาหายไป ฮามิลคงจะต้องออกตามหาเขาให้พบ แต่ความคิดนั้นก็ถูกลบหายไปแทบจะทันที เพราะไม่มีทางเป็นไปได้ ในเมื่อแม้แต่ตัวของเขาเองยังไม่รู้เลยว่าตอนนี้เขาอยู่ที่ไหน และถึงแม้ฮามิลจะรู้ว่าเขาหายตัวไปก็ไม่แน่ว่าจะออกตามหา เพราะ..เขาอาจจะเกลียดไคล์ไปแล้วก็ได้
เสียงเคาะประตูดังขึ้นจากภายนอกทำให้ไคล์รู้สึกตัวทันที เขารีบลุกขึ้นแล้วหยิบเสื้อตัวเก่าขึ้นมาสวมไว้ทันเวลาก่อนที่อาลีจะเปิดเข้ามาเพียงนิดเดียว เขาพบว่าอาลีมีสีหน้าพอใจเล็กน้อยเมื่อมองเห็นใบหน้าของไคล์สะอาดสะอ้านขึ้น ชายร่างเล็กยื่นเสื้อผ้าชุดหนึ่งในมือให้กับไคล์
เดี๋ยวเจ้าเปลี่ยนชุดนี้..แล้วถอดไอ้เจ้าเสื้อโกโรโกโสนั่นมาให้ข้าด้วย ชุดที่อาลีพูดถึงเป็นผ้าดิบที่เก่าจนเหลืองและขาดเป็นช่วงๆ แต่ดูจากลักษณะของมันก็บอกได้ว่าสะอาดพอตัว ไคล์จึงรับชุดนั้นมาถือไว้ในมือ อาลีมองไล่ตั้งแต่หัวของไคล์ลงมาจรดปลายเท้าอย่างพิจารณา
ข้านี่ตาถึงจริงๆนะ..อย่างเจ้าเนี่ยคงทำเงินให้ข้าได้หลายอยู่ คิดดีๆแล้วข้าชักจะไม่อยากขายเจ้าออกไปแล้วสิ อาลีพูดแล้วยิ้มอย่างที่ไคล์คิดว่าน่ารังเกียจและชวนให้คลื่นไส้ที่สุดเท่าที่เคยเห็นมา เขายอมที่จะไปเป็นทาสของคนอื่นมากกว่าที่จะต้องถูกขังอยู่ที่นี่ แต่ตอนนี้สิ่งเดียวที่เขาทำได้คืออดทนไม่ให้เผลอตัวตอบโต้ออกไป อย่างน้อยก็จนกว่าอาการไข้ของเขาจะบรรเทาลงและมีช่องทางให้หลบหนีได้สะดวกกว่านี้ อาลีเดินเข้าไปประชิดตัวไคล์แล้วเอื้อมมือไปจับผมที่ยังเปียกและมีหยดน้ำเกาะอยู่ มือสากๆที่สัมผัสโดนแก้มทำให้ไคล์รีบเบี่ยงตัวหนีทันที
ยังคงดื้อดึงไม่เปลี่ยนนะ เอาเถอะ ถึงแม้ข้าจะต้องการเจ้ามากขนาดไหนก็ตาม แต่เงินรางวัลที่ข้าจะได้รับจากการขายเจ้าไปทั้งๆที่ยังบริสุทธิ์อยู่ก็นับว่าคุ้มกับการที่ข้าต้องอดทนแล้วล่ะ รีบแต่งตัวซะ ข้าจะได้พาเจ้าไปเตรียมตัวสำหรับการประมูลเป็นพิเศษ ไคล์ยืนรอจนกระทั่งอาลีเดินออกไปจึงเริ่มเปลี่ยนเสื้อ พร้อมทั้งค่อยๆวางแผนการที่จะหลบหนีไว้ในสมอง เขาจะไม่นั่งรอความหวังเฉยๆหรอก อย่างน้อยในตอนนี้เขาก็ต้องช่วยตัวเองให้หนีออกไปจากที่นี่ให้ได้
ชุดใหม่ที่ไคล์ใส่เป็นเสื้อแขนสั้นแบบหยาบๆที่มีชายยาวลงไปจนเกือบถึงเข่า เนื้อผ้าที่กระด้างทำให้เกิดอาการคันยุบยิบตามตัวอย่างไม่คุ้นเคย แต่เสียงของอาลีที่คอยเร่งอยู่ข้างนอกนั้นก็ทำให้เขาจำเป็นจะต้องรีบออกไปทั้งๆที่ยังอยากจะถ่วงเวลาอยู่ในห้องนี้อีกซักระยะหนึ่ง
ทำไมถึงต้องแยกข้าออกมาจากกลุ่ม ในเมื่อยังไงซะข้าก็ต้องถูกประมูลพร้อมกับพวกเขาเหมือนกัน ไคล์ถามอย่างระแวงเมื่ออาลีพาเขาเดินแยกออกมาไกลจากห้องที่ขังเรื่อยๆ ข้อมือทั้ง2ข้างที่เป็นอิสระเมื่อสักครู่ บัดนี้ก็ต้องกลับมาถูกพันธนาการเหมือนเดิม และดูเหมือนว่าโซ่เหล็กจะหนักขึ้นกว่าเก่าอีกด้วยในความคิดของเขา ทั้งๆที่ก็เป็นโซ่เส้นเดิมกับที่เคยใช้ในห้องขัง
ก็เพราะว่าเจ้าเป็นของพิเศษน่ะสิ หรือว่าเจ้าอยากจะไปอาบน้ำท่ามกลางสายตาของเหล่าลูกน้องของข้าล่ะ แต่ข้าก็คงรับรองความปลอดภัยให้เจ้าไม่ได้หรอกนะ เพราะพวกนั้นแต่ละคนมันไม่สนใจซะด้วยว่าเจ้าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย อาลีเหลือบสายตามาที่ไคล์ ซึ่งกำลังมองตอบมาอย่างจะกินเลือดกินเนื้อ ถึงแม้สีหน้าจะสลดไปวูบหนึ่งหลังจากที่ได้ยินคำขู่ของเขา ยังไงก็ตามอาลีรู้สึกเสียใจจริงๆที่จะต้องขายไคล์ออกไป ทั้งๆที่เขาเองก็ถูกใจรูปร่างหน้าตาไคล์อยู่ไม่น้อย แม้ว่าปากคอจะเราะร้ายไปหน่อย แต่ความงามของดวงตาสีเขียวและผิวสีขาวละเอียดก็โดดเด่นจนเกินพอที่จะกลบข้อเสียเล็กๆตรงนั้นได้อย่างหมดสิ้น แวบหนึ่งที่อาลีสังเกตเห็นว่ามีเหงื่อเม็ดเล็กๆซึมอยู่ตามหน้าผากและผิวของไคล์ทั้งๆที่อากาศก็หนาวเย็น และแก้มที่แดงจนผิดธรรมชาติทำให้เขาอดถามไปไม่ได้ว่า
เจ้าเป็นไข้งั้นรึ แต่คำตอบที่ได้รับก็คือ ท่าทางเฉยเมยราวกับว่าคำถามของเขาเป็นเพียงสายลมที่พัดผ่านไปเท่านั้น ซึ่งนั่นก็ทำให้อาลีหมดความสนใจในอาการป่วยของไคล์ไปในทันที
"ตามใจเจ้า แต่อย่าสร้างความวุ่นวายให้กับข้าทีหลังแล้วกัน"
*****************************
"เจ้ารู้สถานที่ๆจะมีการประมูลหรือยัง?" เฮดีนถามกับทหารคนหนึ่งที่ถูกส่งไปเป็นสายติดต่อกับพวกพ่อค้าทาส เขาต้องใช้คนของเขารวมกับคนของคามาลเกือบ 20 คนในการที่จะออกไปสืบหาข่าวคราวกับแหล่งที่อยู่ที่แน่นอนภายในระยะเวลากระชั้นชิดเช่นนี้ แต่มันก็ไม่ได้สร้างความลำบากยากเย็นอะไรให้มากนัก
"ขอรับ บังเอิญว่าข้าได้ยินพวกคนในร้านเหล้าพูดถึงเรื่องนี้กัน จึงลองถามดูจนกระทั่งได้โอกาสตีสนิทกับพวกลูกน้องของพวกมันบางคน เลยได้ข้อมูลว่าที่ๆจะใช้ประมูล คือห้องใต้ดินในตึกร้างที่เป็นแหล่งกบดานของพวกมันขอรับ..แต่..สำหรับพวกลูกค้าในคราวนี้ ข้าเกรงว่าจะเป็นพวกขาประจำที่รู้จักกับพวกมันอยู่แล้วขอรับ พวกเราคงเข้าไปไม่ได้ง่ายๆอย่างแน่นอน"
เฮดีนฟังคำรายงานจากลูกน้องจนจบแล้วหันไปมองหน้าคามาลที่อยู่ข้างๆเป็นเชิงถาม
"เจ้าคิดว่ายังไงบ้าง"
คามาลนั่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาลองคิดหาวิธีต่างๆในการที่จะเข้าไปร่วมการประมูลครั้งนี้ได้โดยไม่ถูกจับตามองมากนัก
"ถ้าหากเราทำตัวเป็นเศรษฐีที่มาจากเมืองอื่นล่ะ ไม่แปลกเลยนะที่พวกคนร่ำรวยบางคนสนใจที่จะออกมาเที่ยวและมีของติดไม้ติดมือกลับไปบ้างเล็กน้อย" คามาลออกความเห็นที่น่าจะใช้ได้ที่สุด เฮดีนลองคิดทบทวนอยู่เป็นครู่
"ข้าว่ามันก็ไม่เลวนะ เพราะอย่างน้อยมันก็เป็นวิธีที่ทำให้ถูกสงสัยน้อยที่สุด ยังไงซะ พวกมันก็คงไม่อยากจะเสียลูกค้ากระเป๋าหนักไปถึง2คนหรอก" เขาพูดแล้วลุกขึ้นยืนบิดขี้เกียจอย่างสบายอารมณ์
"ตอนนี้กี่โมงแล้ว.." คามาลถามขึ้นแล้วยกถ้วยชาที่เพิ่งถูกนำมาเสิร์ฟขึ้นดื่มเพื่อขจัดความง่วง เขาใช้เวลาเกือบทั้งคืนในการที่จะต้องนั่งวางแผนและรอข่าวจากคนของเฮดีน
"ราวๆ8โมงเช้า ยังมีเวลาเหลืออีกเยอะ เจ้าจะกินอะไรมั้ยคามาล" เฮดีนตอบพร้อมทั้งเริ่มมองหาคนรับใช้ของเขา
"ไม่ล่ะขอบใจ ข้ายังไม่หิว อีกอย่าง..ข้ายังไม่ได้สั่งรายละเอียดของงานกับทหารเลย" คามาลตอบยิ้มๆ เพราะเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าใครคือเจ้าของวังกันแน่ ทั้งๆที่หน้าที่ต้อนรับแขกควรจะเป็นของเขา แต่กลับกลายเป็นว่าเขาถูกเฮดีนต้อนรับเองเสียนี่
คามาลเรียกฮัสซันที่ยืนคอยรับใช้เขาอยู่ใกล้ๆเกือบทั้งคืนให้ไปตามชาห์ดีนกับกาซิมที่เป็นทหารราชองครักษ์ให้มาพบเขาเพื่อวางแผนงานสำหรับเย็นวันนี้ ฮัสซันคุกเข่าลงทำซาลาม*รับคำสั่งแล้วเดินลิ่วออกไปจากห้องเพียงครู่เดียวก็กลับเข้ามาพร้อมกับร่างของราชองครักษ์ทั้ง 2 คนของเขา ทั้งคู่คุกเข่าลงที่พื้นตรงหน้าคามาล พร้อมทั้งยกมือขวาขึ้นแตะบ่าซ้ายของตนเป็นการแสดงความเคารพ และนิ่งอยู่เช่นนั้นเพื่อรอฟังคำสั่ง
"ข้าคาดว่าพวกเจ้าคงรู้เรื่องที่เราจะลอบเข้าไปจับกุมกลุ่มพ่อค้าทาสแล้วใช่ไหม ข้าต้องการให้เจ้าเตรียมทหารไว้กลุ่มหนึ่งสำหรับสังเกตการณ์ภายนอก และพวกเจ้าคนใดคนหนึ่งเข้าไปในที่ประมูลกับข้า ส่วนเฮดีนจะมีทหารองครักษ์ของเขาไปอีก2-3คน พวกเจ้าเตรียมตัวกันให้พร้อม เราจะทำทีเป็นลูกค้าที่ต้องการซื้อทาสจากพวกมัน ทันทีที่การประมูลจบลงก็เริ่มลงมือได้..คำสั่งของข้าคือ'จับเป็น' แต่หากมีพวกมันคนไหนต่อสู้ ข้าอนุญาตให้เจ้าฆ่าได้ทันที" คามาลพูดอย่างเรียบง่ายราวกับมันเป็นเรื่องธรรมดาเรื่องหนึ่งในชีวิตประจำวัน แต่แฝงไว้ด้วยความเด็ดขาดและเอาจริงในน้ำเสียง
"ขอรับ ชี้ค" ชาห์ดีนและกาซิมก้มหน้าลงอีกครั้งแล้วถอยออกไป คามาลลุกขึ้นยืนและหันไปพูดกับเฮดีนว่า
"เฮดีน ข้าคงต้องขอตัวก่อนล่ะ ถ้าเจ้ามีธุระอะไร ก็ให้คนไปตามข้าได้ตลอดเวลา ส่วนเจ้าก็พักผ่อนให้สบายเถอะ" คามาลหยิบผ้าคลุมสีน้ำตาลที่วางทิ้งไว้ข้างตัวขึ้นมาถือไว้ แล้วใช้มือเสยผมที่ปรกระลงมาเกะกะใบหน้าให้พ้นไปอีกทางหนึ่ง
"ฮัสซัน เจ้าเองก็ไปพักได้แล้ว ถ้ามีปัญหาอะไรข้าจะเรียกใช้เจ้าเอง" คามาลสั่งคนรับใช้ของเขาเป็นคำสุดท้ายแล้วเดินออกจากห้องโถงใหญ่ไป..
ร่างของฮามิลยืนอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ภายในกระโจมของตนเอง รอบกายมีเศษแก้วและซากข้าวของที่ถูกรื้อจนกระจุยกระจายวางระเกะระกะไปทั่ว มือทั้ง2ข้างกำแน่นเข้าหากัน ดวงตาสีน้ำตาลไหม้มองสะท้อนภาพของตนเองภายในกระจกอย่างโกรธแค้น ก่อนที่จะยกมือข้างหนึ่งขึ้นต่อยกระจกบานนั้นจนแตกกระจาย
"แกมันโง่..ฮามิล" เขาพึมพำออกมาเบาๆ เศษกระจกที่แตกบาดลงไปในผิวเนื้อจนเลือดสีแดงฉานไหลลงมาเป็นทาง แต่นั่น..ไม่ได้ทำให้เขารู้สึกเจ็บปวดแต่อย่างใด หากเทียบกับความรู้สึกที่เขามีอยู่ในเวลานี้ "แกมันเลว.. กระทั่งคนที่แกรักที่สุดแกก็ยังปกป้องเค้าไว้ไม่ได้" ฮามิลทรุดตัวลงคุกเข่า "ข้าจะต้องหาเจ้าให้พบ ไคล์.."
เสียงเคาะประตูจากภายนอกทำให้ฮามิลรู้สึกตัว "ใคร" เขาตะโกนถามออกไป เสียงนั้นเงียบลงไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบกลับมาว่า
"ท่านพ่อค้า ให้ข้าเข้าไปพบท่านหน่อยเถอะ" ฮามิลยืนขึ้นด้วยความแปลกใจแล้วเดินไปเปิดประตูนั้น ร่างของชายชราผู้หนึ่งยืนอยู่เบื้องหน้าเขาด้วยท่าทางลุกลี้ลุกลนและรีบแทรกตัวเข้ามาภายในกระโจมเขาทันทีที่ฮามิลเปิดประตู หากแต่ผงะเล็กน้อยด้วยสภาพห้องที่เละเทะนั้น
"ท่านเป็นใคร มีธุระอะไรกับข้า" ฮามิลเปิดฉากถามก่อนด้วยท่าทางที่เฉยเมยราวกับไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้นในห้องนั้น ชายแก่หันกลับมามองเขาด้วยความตกใจ เมื่อสังเกตเห็นบาดแผลและเลือดที่กำลังไหลออกมาจากมือและแขนของฮามิล
"ข้า..ข้าเป็นพ่อค้าอยู่ในตลาดที่ท่านเข้าไปตั้งร้านน่ะ ข้าลองสอบถามพวกคนในกองคาราวานถึง0กระโจมของท่าน แล้วจึงเพิ่งมีโอกาสมาพบท่านในตอนเช้านี้เอง ข้ามีข่าวเกี่ยวกับเพื่อนของท่านมาบอก" เขาพูดขึ้นอย่างรวดเร็ว ฮามิลชะงักแล้วถามขึ้นทันที
"เพื่อนของข้า..ท่านหมายถึงไคล์งั้นรึ" ชายแก่ยืนนิ่ง
"ข้าไม่รู้ว่าเพื่อนของท่านชื่ออะไร แต่ว่าข้าเคยเห็นท่านเดินกับเขาบ่อยๆ เมื่อตอนกลางวันที่ผ่านมามีพวกคนกลุ่มนึงมาบังคับให้ข้าบอกที่อยู่ของพวกท่าน ข้าจำเป็นที่จะต้องบอกที่ตั้งของกองคาราวานออกไป พวกมันสั่งไม่ให้ข้าบอกใครเรื่องนี้ แต่..ข้ารู้สึกผิดถ้าจะต้องปล่อยให้คนอื่นถูกจับไปเพราะข้า ข้าจึงตัดสินใจมาพบท่าน แต่ที่ต้องมาในยามเช้ามืดเช่นนี้เพราะเพื่อป้องกันไม่ให้พวกมันมาเจอข้าด้วย" ฮามิลพยักหน้า ภายในใจที่สิ้นหวังของเขา บัดนี้ราวกับว่ามีแสงสว่างอันริบหรี่เกิดขึ้น
"ข้าเข้าใจ ข้ารับรองว่าเรื่องนี้จะไม่มีวันแพร่งพรายไปที่ไหนอย่างแน่นอน ท่านพอจะรู้มั้ยว่าพวกมันเป็นใคร"
"ข้ารู้จักคนพวกนี้ดี พวกมันเป็นนักเลงแถวนี้แหละ..แต่ที่ข้าต้องรีบนำข่าวมาบอกท่านน่ะ เพราะว่าเบื้องหลังของพวกมันเป็นพวกกลุ่มพ่อค้าทาสอย่างผิดกฏหมาย ข้าเกรงว่าเพื่อนของท่านจะ " ชายแก่หยุดคำพูดไว้แค่นั้น เมื่อเห็นกรามทั้ง2ข้างของฮามิลขบกันจนแน่น
"ท่านแน่ใจรึ.." น้ำเสียงของฮามิลเย็นเยียบขึ้นกว่าเดิม ชายชรารีบพยักหน้า
"แน่นอน แต่..ข้าเกรงว่าท่านคงทำอะไรไม่ได้มากนัก เพราะเบื้องหลังของพวกมันก็มีคนคอยหนุนหลังอยู่ ข้าคงบอกท่านได้แค่นี้แหละ เพราะข้าก็ไม่รู้ตื้นลึกหนาบางของคนพวกนี้เหมือนกัน" ชายแก่เงียบไปพักหนึ่งก่อนจะพูดต่อว่า
"แต่ก็ยังไม่ใช่ว่าหมดหนทางซะทีเดียว ข้ารู้จักสถานที่ๆพวกมันใช้เปิดประมูล และพอจะพาท่านเข้าไปได้" ฮามิลเงยหน้าขึ้นมองชายแก่อย่างรวดเร็ว ดวงตาเต็มเปี่ยมไปด้วยความหวัง
"จริงรึ..ที่ท่านสามารถพาข้าเข้าไปได้" เขายื่นมือออกไปจับบ่าของชายชราเอาไว้จนแน่น
"จริงๆท่าน แต่ข้าคงจะไปกับท่านไม่ได้หรอกนะ ข้าก็ต้องปกป้องตัวเองเหมือนกัน แล้วท่านก็คงต้องรีบเตรียมตัวหน่อยล่ะ เพราะพวกมันจะเปิดประมูลกันในตอนเย็นวันนี้ "
* การแสดงความเคารพของชาวอาหรับ ตามธรรมเนียมเข้าเฝ้า
![]()
โปรดติดตามตอนต่อไป