myth

 “เจ้าเห็นเด็กหนุ่มคนเมื่อกี้ไหม อาหมัด” ชายคนหนึ่งที่มีแผลบากบนใบหน้าถามเพื่อนที่กำลังนั่งดื่มเหล้าอยู่ข้างๆ ท่ามกลางชายฉกรรจ์หน้าตาดุร้าย4-5คน ภายใต้ตึกเล็กๆในมุมมืดของซอยแคบๆนั้น กลิ่นเหม็นอับและกลิ่นเหงื่อกระจายไปทั่ว

“เห็นสิ อาลี ข้าว่าต้องขายได้ราคาดีแน่นอน แต่คนที่มากับมันท่าทางดูเอาเรื่องไม่เบา” ชายร่างใหญ่ยักษ์ที่มีหนวดเคราเฟิ้มตอบเพื่อน ขวดสีน้ำตาลในมือถูกยกขึ้นดื่มบ่อยๆ จนใบหน้าของเขาแดงก่ำเพราะฤทธิ์ของเหล้า

“ข้าเคยเห็นไอ้ผู้ชายคนนั้นมันนั่งขายของอยู่ในตลาดน่ะ สงสัยมันคงมากับกองคาราวานเมื่อวันก่อนล่ะมั้ง” ชายร่างเล็กแคระแกร็นอีกคนที่นั่งพิงอยู่กับกำแพงตึกพูดขึ้น ทำให้อาลีหันมามองทันที

“เจ้าแน่ใจรึ มาเอล”

“แน่นอน ไม่มีผิดพลาดหรอก อาลี” เขาตอบทันที ชายหน้าบากขมวดคิ้วแล้วเงียบไปพักหนึ่ง สมองกำลังทำงานอย่างรวดเร็ว

“ท่าทางพวกเราจะมีงานใหญ่ทำกันแล้วล่ะ อาหมัดเจ้าไปกับข้า” อาลีลุกขึ้นยืน พร้อมทั้งหันมายิ้มเหี้ยมเกรียมให้กับคนที่นั่งอยู่รอบๆ

ในตลาดตอนบ่ายที่คนเริ่มซาลงบ้างแล้ว ร้านค้าต่างๆเริ่มบางตาลงจากเมื่อตอนกลางวัน ชายฉกรรจ์3-4คนกำลังเดินแวะเข้าไปในร้านต่างๆเพื่อสอบถามเรื่องของกองคาราวานจากเจ้าของร้าน

“พวกเจ้ารู้มั้ยว่ากองคาราวานพักอยู่ที่ไหน” เสียงแหบห้าวของชายร่างใหญ่ที่ชื่ออาหมัดดังขึ้นภายในร้านค้าเล็กๆร้านหนึ่ง ซึ่งเจ้าของร้านผู้โชคร้ายถูกบังคับให้นั่งสั่นงันงกอยู่ที่เก้าอี้

“พวกข้าไม่ทำอะไรเจ้าหรอกน่าหากเจ้าตอบคำถามข้าดีๆ” อาลีเดินเข้ามาพูดใกล้ๆเจ้าของร้าน

ชายแก่ที่ถูกมัดอยู่กลัวจนหน้าซีด รีบละล่ำละลักตอบว่า “ขะ…ข้าได้ยินมะ..มาว่า กองคาราวาน ตั้งที่พักอยู่ตรงกำแพงเมืองด้านนอกขอรับ…”

อาลียิ้มที่มุมปาก “ดีมาก เจ้าตอบง่ายๆอย่างนี้สิดี จะได้ปลอดภัย”

เขาหันไปพยักหน้าให้กับอาหมัดและพรรคพวก2-3คนที่ยืนอยู่ในร้าน ชายร่างใหญ่พยักหน้ารับแล้วหันหลังเดินออกไปจากร้าน อาลีรอจนกระทั่งพรรคพวกของเขาเดินออกไปครบทุกคนแล้ว จึงหันไปหาเจ้าของร้านบอกว่า “ขอบใจที่ให้ความร่วมมือ ข้าหวังว่าเจ้าคงจะไม่พูดเรื่องนี้ให้ใครฟัง” ชายชราที่ถูกมัดอยู่พยักหน้าอย่างรวดเร็ว “เจ้าคงรู้นะว่าถ้าทำให้ข้าผิดหวังแล้วมันจะเป็นยังไง” อาลีพูดต่อแล้วยิ้มอย่างน่ากลัว ก่อนที่จะเดินออกไปจากร้านของชายชรา เมื่ออาลีเดินออกมาจนถึงซอกเล็กๆฝั่งตรงข้าม ก็พบกับอาหมัดและคนอื่นๆยืนรออยู่

“มาเอล อาหมัด พาคนซัก2-3 คน ไปที่ๆพักกองคาราวาน หาไอ้หนุ่มหน้าสวยนั่นให้เจอ แล้วติดต่อบานู บอกว่าเรามีของดีจะไปขาย” อาหมัดพูดพร้อมหัวเราะในลำคอ “งานนี้รับเละแน่นอน”

“ไคล์ ปิดกระโจมดีๆนะ ระวังตัวด้วยล่ะ” ฮามิลพูดขณะเดินมาส่งไคล์ ท้องฟ้าค่อยๆมืดลงเรื่อยๆ กลายเป็นแสงไฟที่ถูกจุดจากในเมืองและกระโจมรอบข้างเข้ามาให้แสงสว่างแทนที่ ไคล์หันมายิ้มให้กับฮามิล

“ขอบคุณมากนะสำหรับวันนี้ เจ้าคงเหนื่อยมากแล้ว ไปพักผ่อนเถอะฮามิล” เขาพูดพร้อมทั้ง ยกมือขึ้นรั้งชายผ้าคลุมผมของตัวเองที่ถูกลมพัดปลิว ฮามิลไม่ได้ตอบ ขาของเขาหยุดนิ่งอยู่กับที่ ดวงตาสีน้ำตาลเข้มสะท้อนภาพใบหน้าของร่างเล็กบางตรงหน้าอย่างเผลอไผล ร่างที่ยืนอยู่ข้างหน้าใกล้แค่มือเอื้อม แต่ในความรู้สึกของเขากลับไกลจนมองไม่เห็น มือทั้ง2ข้างของเขากำเข้าหากันแน่นจนเจ็บ ฮามิลพยายามที่จะข่มใจตัวเองไม่ให้ดึงร่างเล็กบางข้างหน้าเข้ามากอด เขาอยากให้ทุกสิ่งทุกอย่างหยุดลงตรงนี้ ไม่อยากให้เวลาเดินต่อไป ลางสังหรณ์ภายในร่างกายเขาบอกเขาว่าถ้าเขาเดินออกไปจากตรงนี้ เขาจะสูญเสียไคล์ไปตลอดกาล

“ฮามิล…เจ้าเป็นอะไรไป” เสียงของไคล์ดังขึ้นใกล้ๆเขา นิ้วที่เรียวยาวยกขึ้นแตะแขนของฮามิล สัมผัสที่แผ่วเบาของไคล์ทำให้ความอดทนของเขาสิ้นสุดลงทันที แขนทั้ง2ข้างรวบร่างบางตรงหน้าเข้ามากอดไว้ ร่างของไคล์ยื่นนิ่งภายในวงแขนเขา ฮามิลรู้ทันทีว่าไคล์กำลังตกใจ ชั่วขณะหนึ่งที่เขาคิดจะปล่อย แต่กลิ่นหอมอ่อนๆจากตัวไคล์ทำให้ฮามิลไม่สามารถที่จะคลายอ้อมแขนลงได้ง่ายๆ ความต้องการของร่างกายอยู่เหนือความคิดและเหตุผลทั้งมวล

“ฮามิล เจ้าทำอะไร” เมื่อไคล์รู้สึกตัวก็พยายามที่จะดันร่างกายของตนเองออกจากแขนของเพื่อนสนิท แต่ฮามิลกลับรัดวงแขนแน่นขึ้นอีกจนทำให้ไคล์ขยับตัวไม่ได้ เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกกลัวฮามิลมากขนาดนี้ เขาพยายามออกแรงทั้งหมดผลักร่างของฮามิล แต่ก็ไม่ได้ทำให้ร่างใหญ่ตรงหน้าขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย ไคล์เงยหน้าขึ้นเพื่อจะบอกให้ฮามิลปล่อยเขา แต่ก่อนที่จะได้เอ่ยอะไรออกมา คำพูดก็ถูกหยุดไว้ด้วยริมฝีปากของฮามิลที่ประกบลงมาอย่างรวดเร็ว ดวงตาของไคล์เบิกโพลง เขายืนชะงักอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะเริ่มออกแรงดิ้นรนมากกว่าเก่า

“ฮามิล..ปล่อยข้า” ไคล์พยายามเค้นเสียงพูดออกมาอย่างยากลำบาก หลังจากที่สะบัดหลุดจากริมฝีปากของฮามิลได้เพียงชั่วขณะ ก่อนที่จะถูกดึงเข้าไปกอดอีกครั้งหนึ่ง มือข้างหนึ่งของฮามิลจับที่คางของเขาไม่ให้สะบัดหนี แล้วจูบเขาอีก ลิ้นถูกสอดผ่านเข้ามาในริมฝีปากของไคล์ การดิ้นรนดูเหมือนจะไร้ผลทั้งสิ้น ไคล์ตัดสินใจหลับตาแล้วกัดลงไปที่ลิ้นของฮามิลเต็มแรง รสขมของเลือดซึมผ่านเข้าไปในปาก ร่างสูงหยุดชะงักทันที ไคล์จึงใช้แรงทั้งหมดในการผลักร่างตรงหน้าออกไป ร่างของฮามิลเซไปเล็กน้อย เขามองไปที่ไคล์อย่างรู้สึกตัว ร่างบางตรงหน้ายกมือขึ้นเช็ดปาก ดวงตาสีเขียวจ้องมาที่เขาอย่างหวาดกลัวและโกรธจัด

“ข้า..ข้าขอโทษ.. ไคล์” ฮามิลพูดเบาๆ ความรู้สึกผิดและเสียใจประดังเข้ามาภายในสมอง เขาไม่รู้จะอธิบายเหตุผลอะไรให้ไคล์เข้าใจในสิ่งที่เขาทำลงไป ไม่รู้ว่าควรจะเริ่มต้นยังไง เขาเห็นร่างตรงหน้าวิ่งหนีออกไป ฮามิลรู้สึกราวกับว่าเยื่อบางๆที่กั้นระหว่างเขากับไคล์กลายเป็นกำแพงขนาดใหญ่ที่ไม่มีทางจะทำลายลงได้ เขาสูญเสียไคล์ไปแล้ว…

ท่ามกลางความมืดมิดภายในกระโจม ร่างของไคล์ นอนคว่ำหน้าอยู่บนฟูกผืนบาง ที่วางอยู่ใกล้ๆกับหน้าต่าง ดวงตาสีเขียวทั้ง2ข้างฉายแววสับสนออกมาอย่างเห็นได้ชัด คำถามต่างๆลอยวนเวียนอยู่ในสมองของเขาตลอดเวลา ไคล์หลับตาเพื่อหยุดความคิดฟุ้งซ่านทั้งหมดของเขาลง สัมผัสของฮามิลยังคงหลงเหลืออยู่ที่ริมฝีปากจางๆ เขาคิดถึงใบหน้าของฮามิลที่ดูจริงจังจนน่ากลัว แววตาเปลี่ยนไปจนแทบกลายเป็นคนละคน เขาเหมือนกับไม่เคยรู้จักฮามิลเลย ไคล์ถอนหายใจแล้วยกมือขึ้นเช็ดริมฝีปากก่อนที่จะยุติความคิดสับสนทุกอย่างแล้วข่มตาลงนอนหลับไป

ในตอนดึกที่เงียบสงบและหนาวเย็น แสงไฟจากในเมืองสะท้อนออกมาเพียงไม่กี่ดวง คนในกองคาราวานโดยมากหลับไปกันหมดแล้ว มีเพียงกลุ่มเวรยามที่เดินตรวจกันเป็นระยะๆเท่านั้น เงาตะคุ่มของคน4-5คนโผล่ออกมาหลังจากที่ยามคนสุดท้ายเพิ่งเดินผ่านไป

“อาหมัด กระโจมของมันอยู่ตรงไหน” เสียงเล็กๆแหบๆของอาลีพูดขึ้นข้างๆชายร่างยักษ์เบาๆ

“กระโจมท้ายสุดทางซ้าย” อาหมัดชี้ไปที่กระโจมหลังเล็กๆที่ตั้งอยู่ท้ายขบวน อาลีมองไปที่กระโจมนั้นและก็กวาดสายตาไปรอบๆบริเวณเพื่อดูให้แน่ใจว่าไม่มียามหลงเหลืออยู่อีก จึงสั่งให้คนที่มาด้วย2คนเป็นคนคอยเฝ้าดูต้นทาง แล้วพาอาหมัดกับมาเอลวิ่งไปที่กระโจมของไคล์ อาลีหยุดอยู่ที่ริมหน้าต่างเล็กๆที่มีผ้าปิด กั้นไม่ให้มองเห็นภายในกระโจมแล้วค่อยๆเลิกขึ้น สายตาของเขามองฝ่าความมืดเข้าไปในห้อง เงาของร่างๆหนึ่งนอนหลับอยู่ใกล้ๆกับหน้าต่าง ผิวสีขาวและผมสีน้ำตาลเข้มที่โผล่พ้นชายผ้าห่มออกมาทำให้อาลีจำได้ในทันที รอยยิ้มเล็กน้อยปรากฏขึ้นที่มุมปากของเขา และส่งสัญญาณให้ลูกน้องเริ่มลงมือทำงาน ถุงเล็กๆถุงหนึ่งถูกเปิดออกแล้วยื่นให้กับอาลี กลิ่นหอมประหลาดโชยออกมาจางๆ

“ปิดจมูกซะ” อาลีสั่ง ก่อนที่จะหยิบดินก้อนเล็กๆออกมาจากในถุงนั้นแล้วปั้นให้เป็นก้อนกลมๆ ดินที่อาลีหยิบออกมานั้นเป็นดินหอมชนิดหนึ่งที่กลิ่นของมันมีฤทธิ์กดประสาท ทำให้มีอาการเคลิ้มและหลับอย่างยาวนาน อาลีจุดไฟที่ดินก้อนนั้นแล้ววางมันไว้ขอบหน้าต่างบริเวณเหนือลม เขายืนรออยู่สักพักจนกระทั่งไฟที่ดินนั้นเริ่มมอดลง “จัดการได้ อาหมัด” อาลีพูดกับชายร่างยักษ์เบาๆ อาหมัดพยักหน้ารับ แล้วค่อยๆใช้มีดเล่มเล็กๆที่เหน็บอยู่ที่เอวตัดเชือกที่ยึดประตูออก แล้วมุดเข้าไปภายในกระโจม เขามุ่งตรงไปที่ร่างที่กำลังนอนหลับสนิทอยู่ อาหมัดลองขยับร่างที่นอนอยู่บนเตียงตรงหน้าเบาๆ แต่ไม่มีปฏิกิริยาใดใดตอบกลับมา เขาจึงใช้ผ้าห่มที่ไคล์ห่มอยู่นั้นพันตัวของไคล์ แล้วใช้เชือกเส้นหนาที่เตรียมมา มัดเอาไว้อีกทบหนึ่งก่อนที่จะยกขึ้นพาดบ่าแล้วเดินกลับออกมา ชายร่างเล็กหน้าบากที่ยืนรออยู่ที่หน้ากระโจมยิ้มออกมาอย่างเหี้ยมเกรียมทันทีที่เห็นหน้าของไคล์

“ติดต่อบานู พรุ่งนี้เย็น เปิดประมูลทาส”

ความรู้สึกมึนงงและกดดันลอยวนเวียนอยู่ในสมองของไคล์เกือบตลอดเวลา ร่างกายของเขาหนักอึ้งและไม่มีเรี่ยวแรงแม้กระทั่งจะลืมตาขึ้น แขนทั้ง2ข้างชาจนขยับไม่ได้ ความเมื่อยขบและอ่อนล้ากระจายไปทั่วทุกส่วนของร่างกาย เสียงเอะอะและเสียงพูดคุยกันดังเข้ามาในหูเกือบจะตลอดเวลา ทำให้ไคล์ไม่สามารถนอนต่อไปอีกได้ เขาจึงพยายามที่เงี่ยหูฟังเพื่อจับใจความที่คนกลุ่มนั้นพูดกัน แต่สมองของเขาเบลอจนกระทั่งเรียบเรียงคำพูดออกมาไม่เป็นประโยค เขารู้สึกว่ามีร่างๆหนึ่งเดินเข้ามาหาเขาใกล้ๆ แล้วใช้มือข้างหนึ่งบีบที่กรามอย่างแรง ไคล์พยายามที่จะลุกขึ้นสะบัดออก แต่ร่างกายที่หนักอึ้งกลับไม่ทำตามที่คิด สติของเขาค่อยๆกลับคืนมาทีละน้อยจากความเจ็บที่กรามทั้ง 2 ข้าง เขาได้ยินเสียงแหบๆของชายตรงหน้าตะโกนอะไรขึ้นมาบางอย่างที่เขาฟังไม่รู้เรื่อง จนกระทั่งน้ำถังหนึ่งถูกสาดโครมลงมาที่หน้าของเขา น้ำเย็นๆไหลเข้าไปในปากและจมูกอย่างรวดเร็วและไม่ทันได้ตั้งตัวทำให้ ไคล์เกิดอาการไอและสำลักน้ำทันที เขาลืมตาโพลงแล้วรีบลุกพรวดขึ้น เสียงหัวเราะอย่างเยาะหยันดังขึ้นรอบๆกายของเขา ไคล์ลืมตาแล้วมองไปรอบๆ ชายร่างใหญ่ หน้าตาดุร้ายหลายคนยืนอยู่รอบๆตัวเขา สถานที่ๆเขานั่งอยู่นั้นไม่ใช่ในกระโจมที่เขาพักเมื่อคืน แต่เป็นเหมือนกับห้องใต้ดินขนาดใหญ่ ชายร่างเล็กที่มีแผลเป็นบนใบหน้าคนหนึ่ง เดินเข้ามาใกล้ๆซึ่งไคล์มั่นใจว่าคนๆนี้คือคนที่บีบกรามเขาเมื่อกี้

“เป็นอย่างไรบ้าง ไม่มีอาการมึนเหลืออยู่แล้วใช่มั้ย” เสียงแหบๆของชายคนนั้นพูดขึ้น ดวงตาหรี่เล็กมองมาทางไคล์อย่างสำรวจ ไคล์ไม่ตอบและพยายามที่จะลุกขึ้นยืนแทน แต่ข้อมือของเขาทั้ง 2 ข้างกลับถูกมัดไว้ด้วยโซ่เหล็กขนาดใหญ่ให้ติดกัน และขาข้างหนึ่งถูกคล้องไว้กับลูกตุ้มเหล็กที่หนักอึ้ง

“นี่มันอะไรกัน” ไคล์เงยหน้าขึ้นถามชายร่างเล็กตรงหน้าอย่างโกรธจัด “มัดข้าไว้ทำไม” เขาพยายามที่จะกระชากแขนทั้ง2ข้างออกจากโซ่นั้น แต่ผลที่ได้รับคือความเจ็บปวดอย่างรุนแรงที่ข้อมือ

“อย่าพยายามไปเลย เจ้าหักมันออกไม่ได้หรอก มีแต่ทำให้จะเจ็บตัวซะเปล่า อยู่เฉยๆเถอะข้าไม่อยากให้สินค้าของข้าต้องบอบช้ำจนเสียราคา” ชายคนนั้นพูดขึ้นเบาๆ ทำให้ไคล์หยุดชะงักทันที เขาเงยหน้าขึ้นมองชายตรงหน้าช้าๆ

“เจ้าพูดว่ายังไงนะ ใครเป็นสินค้าของเจ้า” ไคล์ถามด้วยน้ำเสียงที่แสดงความสงสัยและไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด

“เจ้าไงสินค้าของค้า ทาสชั้นดี พรุ่งนี้เราจะมีการเปิดประมูลทาสกัน ข้ารับรองได้ว่ามีเจ้านายกระเป๋าหนักหลายคนอยากได้เจ้าไว้ในครอบครองอย่างแน่นอน ว่าแต่…เจ้าชื่ออะไร” ชายร่างเล็กยื่นหน้าเข้ามาใกล้ใบหน้าของไคล์ กลิ่นสาบปนกับกลิ่นเหล้าที่คละคลุ้งกันไปทั่วร่างของเขาทำให้ไคล์เกิดอาการคลื่นไส้ ไคล์มองหน้าชายตรงหน้าอย่างโกรธจัด ก่อนที่จะถุยน้ำลายใส่หน้าของชายคนนั้น ผู้ชายคนอื่นๆที่ยืนอยู่รอบๆทำท่าจะขยับเข้ามา แต่ก็ถูกชายหน้าบากตรงหน้ายกมือห้ามไว้

“ไม่เป็นไร ข้าจัดการเอง” เขายกมือขึ้นเช็ดน้ำลายจากใบหน้า แล้วแสยะยิ้ม ดวงตาสีน้ำตาลขุ่นมัวมองมาที่ไคล์อย่างมุ่งร้าย แล้วเงื้อมือขึ้นตบ แรงปะทะบนใบหน้าทำให้ไคล์มึนไปชั่ววูบหนึ่ง ร่างกายเซไปตามแรงฟาด แต่มืออีกข้างหนึ่งของชายคนนั้นกลับยึดคอเสื้อเขาไว้กระชากให้หันกลับมา แล้วตบซ้ำลงไปตรงจุดเดิม “นี่คือผลของการที่ทาสไม่เชื่อฟังเจ้านาย” ความรู้สึกชาและเจ็บซ่านขึ้นมาบนใบหน้าของไคล์ส่วนที่ถูกตบอย่างรุนแรง รอยช้ำแดงเป็นปื้นปรากฏบนผิวหน้าที่ขาวซีดจนเห็นได้ชัด “เอาไว้แค่นี้ก่อน ข้าไม่อยากทำร้ายเจ้ามากนัก เดี๋ยวจะมีตำหนิทำให้เสียราคา” ชายคนนั้นปล่อยไคล์แล้วหันหลังทำท่าจะเดินออกไป ไคล์พยายามใช้แขนยันตัวขึ้นมาจากพื้นอย่างยากลำบาก ดวงตาสีเขียวจ้องไปที่ชายตรงหน้าอย่างโกรธแค้น

“ไอ้ชาติชั่ว ไปลงนรกซะเถอะ” เขาสบถออกมา ความเจ็บปวดอย่างรุนแรงรื้นขึ้นมาทุกครั้งที่เข้าขยับตัว ชายตรงหน้าหยุดชะงักแล้วหันกลับมา

“เจ้าไม่เข็ดเลยใช่มั้ย” มือที่แข็งและหยาบกร้านของชายคนนั้นยื่นเข้ามาบีบกรามทั้ง2ข้างของไคล์ให้เงยหน้าขึ้นมองเขาอีกครั้ง รอยแผลที่โดนตบถูกกดซ้ำลงไปทำให้ความเจ็บและแสบเพิ่มขึ้นอีกเป็นทวีคูณ รสชาดของเลือดซึมจากรอยแผลที่แตกภายในปากลงไปในคอ

“ข้าตั้งใจไว้ว่าจะเก็บเจ้าไว้ขายอย่างบริสุทธิ์ผุดผ่อง แต่ไอ้ความพยศของเจ้านี่สิมันทำให้ข้าอยากจะเปลี่ยนใจ” มือหยาบๆของชายคนนั้นคลายจากคางแล้วไล้ต่ำลงมาที่ลำคอ ความขยะแขยงและรังเกียจแผ่ไปตามจุดที่ถูกนิ้วมือของเขาลากผ่าน

“ข้าอยากให้ลูกค้าของข้าได้ของที่มีคุณภาพมากกว่า ข้าว่า…อย่างเจ้าเนี่ยนะ ถึงมีตำหนินิดหน่อยราคาคงไม่ตกลงไปมากมายนักหรอก แค่ซักครั้ง2ครั้ง เพื่อขัดเกลานิสัย ไม่แน่..เจ้าอาจจะชอบจนไม่อยากถูกขายไปจากที่นี่เลยก็ได้นะ” เสียงหัวเราะแหบๆดังขึ้นอย่างน่ารังเกียจ มือของเขาไล้อยู่ที่ซอกคอของไคล์และพยายามที่จะสอดผ่านเข้าไปในคอเสื้อ

“หยุดนะ เจ้าคิดจะทำอะไรน่ะ ไอ้…” ไคล์ตวาดแต่ก็ต้องหยุดชะงักด้วยสายตาที่มองตอบลงมา แววตานั้นฉายแววเอาจริงจนกระทั่งไคล์พูดไม่ออก รอยยิ้มของเขาทำให้ใบหน้าที่น่าเกลียดบิดเบี้ยวหนักเข้าไปอีก รอยย่นที่หางตาบอกถึงอายุของเขาว่าไม่น้อยกว่า50ปีอย่างแน่นอน

“ดีมากที่รู้จักสงบปากสงบคำ อย่างนี้สิ ค่อยน่ารักหน่อย” ไคล์กัดฟันเพื่อกันไม่ให้ตนเองสบถด่าออกไปอีก เขาเห็นชายคนนั้นเดินไปสั่งลูกน้อง4-5 คน และก่อนที่เขาจะเดินออกไป เสียงแหบๆของเขาก็พูดขึ้นกับไคล์ว่า “จำไว้นะ ข้าชื่ออาลี..เป็นเจ้านายชั่วคราวของเจ้า พักผ่อนให้สบาย แล้วทำตัวให้น่าซื้อหน่อยล่ะ”

“เป็นอย่างไรบ้างคามาล เจ้าสบายดีไหม” เสียงทักทายของชายในชุดดำคนหนึ่ง ที่มีสัญลักษณ์ของ ‘ข่าน’ประดับอยู่บนเสื้อ เดินเข้าไปตบไหล่ของผู้ที่เดินเข้ามาใหม่ในห้องโถงอย่างสนิทสนม เฮดีนเดินทางมาถึงพระราชวังของคามาลก่อนเพียงชั่วคืน วังแห่งนี้เป็นวังที่สวยงามและสะดวกสบายมากหลังหนึ่ง อีกทั้งยังตั้งอยู่ในเมือง ที่เป็นแหล่งชุมนุมของคนมากมาย แต่น่าแปลกที่คามาลไม่ค่อยจะได้มาพักที่นี่บ่อยนัก กลับทิ้งไว้ให้คนรับใช้ไม่กี่คนคอยดูแล ทั้งๆที่วังแห่งนี้จัดว่าเป็นวังหลวงของชี้ครุ่นก่อนๆเลยทีเดียว

“สบายดี แล้วเจ้าล่ะเฮดีน ไม่ได้เปลี่ยนไปจากเดิมเท่าไหร่เลยนะ” ชี้คคามาลทักทายตอบเพื่อนของเขาอย่างสนิทสนม คามาลแต่งกายด้วยชุดเสื้อยืดคอกว้างสีดำสนิทและกางเกงผ้าสีเดียวกันที่ถูกเก็บชายไว้ในรองเท้าบู้ทอย่างเรียบร้อย ผ้าผืนยาวสีเทาถูกพันไว้รอบเอวจนแน่นหนาและมีดาบกับมีดสั้นเหน็บไว้ทางด้านซ้ายของตัว บนไหล่มีผ้าคลุมสีน้ำตาลผืนหนึ่งพันอยู่รอบๆคอและถูกกลัดไว้ด้วยไพลินสีแดงเพลิงเม็ดใหญ่อย่างสวยงาม ข่านเฮดีน กอดทักทายคามาลเพื่อนเก่าแก่ของเขาอย่างสนิทสนม อายุของทั้งคู่ไล่เลี่ยกันโดยที่เฮดีนแกกว่าไคล์เพียงปีเดียว แต่รูปร่างของเขากลับเล็กกว่าคามาลอย่างเห็นได้ชัด

“มาคราวนี้เจ้าสรรหาอะไรแปลกๆมาฝากข้าอีกล่ะ เฮดีน คราวที่แล้วเป็นเด็กสาว หวังว่าคราวนี้คงไม่กลายเป็นยายแก่หรอกนะ” คามาลแหย่เพื่อนของเขาแล้วนั่งลงบนเก้าอี้ขนม้าตรงข้ามกับเฮดีน เด็กรับใช้คนหนึ่งยกถาดน้ำชามาวางไว้ตรงหน้าแต่กลับถูกเฮดีนเอ็ดและไล่ออกไป

“ชี้คของพวกเจ้ามาทั้งคนเอามาแค่น้ำชาได้ยังไง ไปเอาเหล้ามา” คามาลถอนหายใจแล้วมองเพื่อนของเขายิ้มๆ โดยปกติแล้วคามาลจะไม่กินเหล้าในตอนกลางวันเลย ซึ่งบรรดาข้ารับใช้ทั้งหมดภายในวังของเขาต่างก็รับรู้เช่นนั้น นอกเสียจากว่าจะเป็นกรณีพิเศษจริงๆเช่นการได้เจอกับ‘เพื่อนเก่า’อย่างเฮดีน

“เจ้าทายผิดนะคามาล คราวนี้ข้าเอาของมาฝากเจ้าจริง แต่ไม่ใช่ทั้งเด็กสาว หญิงแก่แม่ม่ายอะไรทั้งสิ้น แต่ข้าจะให้เจ้าไปเลือกเองเลยต่างหาก” เฮดีนยิ้มอย่างสนุกสนาน ที่เห็นคามาลมองเขาอย่างงงๆ

“เจ้ายกมาให้ข้าเลือกทั้งฮาเร็มของเจ้าเลยรึไง” คามาลถามขึ้นอย่างแปลกใจ แต่ก็กลับถูกเฮดีนขัดขึ้นมาก่อน

“ไม่ใช่ๆๆๆๆ เจ้าทายผิดแล้วล่ะ ขืนข้ายกมาทั้งฮาเร็มมีหวังย้ายกันเป็นแรมปีแน่นอน แม่เจ้าประคุณแต่ละคนทั้งเอะอะ โวยวาย เอาความสะดวกสบายไว้ก่อน ขืนพามาตรากตรำกลางทะเลทรายอย่างนี้สงสัย ข้าได้ถูกฉีกอกตายก่อนแก่แหงๆ” เฮดีนหยุดพูดพักหนึ่งเมื่อเห็นเด็กหนุ่มอีกคนรับถาดที่มีแก้วและขวดเหล้าวางอยู่จากข้ารับใช้ของคามาลเข้ามา

“จะมีพามาก็ไม่กี่คนน่ะ คนนี้ก็หนึ่งละ” คามาล มองไปที่เด็กหนุ่มคนนั้นอย่างพิจารณาครู่หนึ่ง แล้วหันกลับมาฟังเฮดีนพูดต่อ “ตอนแรกข้าก็กะจะยกเขาให้เจ้าเหมือนกันแหละ แต่ว่าเมื่อกี้มีคนของข้ามารายงานว่า พรุ่งนี้ตอนบ่ายจะมีการเปิดประมูลทาส ข้าเลยจะให้เจ้าไปเลือกเองดีกว่า” เฮดีนพูดแล้วยกแก้วเหล้าขึ้นดื่มช้าๆ “ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวเชียวนะคามาล เจ้าได้ทั้งทาสและก็ได้ทั้งจับพวกพ่อค้าทาสอีกนะ”

คามาลส่ายหน้าแล้วพูดกับเฮดีนว่า “ไม่ล่ะ ข้าไม่อยากได้ทาสที่ถูกขายมานักหรอก แต่ข้าสนไอ้เรื่องจับพ่อค้าทาสมากกว่า”

สายตาของเฮดีนมองมาที่คามาลอย่างชั่งใจพักหนึ่ง ก่อนที่จะพูดว่า “เจ้าไม่เปลี่ยนไปเลยจริงๆ คามาลว่าแต่เจ้าจะจัดการยังไงล่ะ” คามาลนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง สมองกำลังขบคิดและวางแผนการที่จะจับกุมพวกพ่อค้าทาสเถื่อนพวกนี้อย่างง่ายดายและแยบยลที่สุด

“ข้าจะไปดูการประมูลนี้จนกว่าจะจบ และดูว่ามีใครซื้อทาสไปบ้าง ก่อนที่จะให้ทหารเข้าไปจับกุมและตามไปที่บ้านของพวกลูกค้าของมันแต่ละคนไปเลย” เฮดีนพยักหน้ารับ “แผนการไม่เลว เดี๋ยวข้าจะให้คนของข้าเตรียมตัว นานๆจะได้ออกกำลังกายกันซักครั้งนึง พวกนี้มันขี้เกียจกันมามากแล้ว” เฮดีนพูดแล้วยกแก้วเหล้าไปทางคามาลเล็กน้อย และดื่มลงไปจนหมด

colorfulheart.gif (1721 bytes)

โปรดติดตามตอนต่อไป

 

Hosted by www.Geocities.ws

1