aiboy

Chapter12: He opens my door I I I

“อารมณ์ดีจังนะ” ร่างบางแอบเหน็บไม่ได้ เมื่อเห็นเรียวเดินยิ้มมาแต่ไกล

“คุณหนูไม่ไปไหนหรอครับ” เรียวถามอย่างแปลกใจ เพราะปกติเห็นออกเดทแทบทุกวัน แต่จะว่าไป ช่วงนี้อารมณ์ขึ้นๆลงๆแหะ เห็นคุณหนูยูบอกว่า เป็นครั้งแรกที่ต้องตามง้อผู้ชายเอง เลยหงุดหงิดบ้าง (ที่ตามหาไม่เจอ) อารมณ์ดีบ้าง (เวลาได้แกล้งยั่วคนนั้น) แล้ววันนี้อารมณ์ไหนล่ะ

“ทำไมชั้นอยู่บ้านแล้วแปลกมากหรืองัย” อ้อ อารมณ์หงุดหงิด

“เปล่าครับ งั้นผมขอตัว” ทำท่าจะเดินไป

“เดี๋ยวสิ วันนี้ว่างไม่ใช่หรอ จะไปไหน” เรียวไม่ตอบยิ้มๆนิดๆแทน แล้วเดินไป ขืนบอกเดี๋ยวไปก่อเรื่องอะไรอีกสิ “ถ้าไม่ตอบแบบนี้แสดงว่าว่างใช่มั้ย ดี งั้นพาชั้นไปชอปปิ้งหน่อยสิ”

“รถคุณหนูล่ะครับ”

“ชั้นก็อยากสบายมั่ง ขี้เกียจขับเองแล้ว ไปกันเถอะ คุณพ่อบอกให้นายพาไป” ยูกิอ้างพ่อเพราะรู้ว่าเรียวเกรงใจท่านประธานมาก ร่างสูงถอนหายใจกับความเอาแต่ได้ของคุณหนูผู้สูงศักดิ์ จำใจยอมทำตาม “ดีๆ ไปเร้ว”

เรียวกดโทรศัพท์หาฮายาโนะ “ฮายาโนะ วันนี้ผมขอยกเลิกนัดก่อนได้มั้ย พอดีผมต้องไปส่งคุณหนูทำธุระน่ะ คราวหน้าผมจะชดเชยให้นะ”

ฮายาโนะถอนหายใจ ยืนมองตัวเองในกระจก เสื้อผ้าชุดใหม่ที่อุตส่าห์ไปซื้อมาเพื่อการเดทครั้งแรก เป็นหมันซะแล้ว นึกว่าไปได้ดีแล้วเชียว ร่างบางทิ้งตัวลงบนเตียงก่อนจะหลับตา ขาดไม่ได้จริงๆน่ะแหละ ถ้าไม่มีเรียวอยู่เขารู้สึกว่าตัวเองน่าเบื่อ เหงา ไม่มีความสุข ‘ผมต้องไปส่งคุณหนู’ ยูกิคุงดูจะสำคัญกับเรียวมากกว่าเขาเสียอีก

กริ๊ก เสียงเครื่องรับโทรศัพท์ดังขึ้น ฮายาโนะสะดุ้งเล็กน้อย เมื่อได้ยินเสียง “นี่...อย่าหาว่าแม่โทรมาทีไรเป็นต้องขอเงินแกทุกทีเลยนะ แต่เดือนนี้ไม่มีเหลืออีกแล้ว ยังงัยก็สงสารแม่หน่อย เพราะพ่อแกน่ะแหละ ชั้นล่ะเบื่อ พอไม่มีเงินก็มาตบตีชั้นจะเอาให้ได้ นี่ถ้าไม่เพราะสงสารน่ะ ป่านนี้ชั้นก็ไม่อยู่แล้ว ....”

หรือว่าที่เรียวบอกชอบเขา จริงๆแล้วเพราะว่าสงสารเขา ร่างบางชะงักเล็กน้อยเมื่อคิดขึ้นมา แบบนั้นไม่เอานะ สิ่งที่ต้องการไม่ใช่แค่ความสงสาร สิ่งที่ชั้นต้องการ...”รัก...รัก” ฮายาโนะยกมือปิดหน้าสะอื้นอยู่คนเดียว

“เป็นอะไรหรือเปล่า” เรียวทักฮายาโนะที่ดูเซียวๆลง

“เปล่า” ร่างบางแกล้งทำท่าปกติก่อนจะเดินเงียบๆต่อไป เรียวรู้สึกแปลกใจ ก่อนจะยิ้ม โกรธเรื่องที่เมื่อวันก่อนขอแคนเซิลนัดล่ะมั้ง วันนี้เขาเลยชวนมาเดินเล่นที่สวนสาธารณะแทน

“ฮายาโนะ กินฮ๊อทด๊อกมั้ย” เรียวเอาใจจนฮายาโนะรู้สึกดีขึ้น แต่ก็เพียงไม่เท่าไร เมื่อโทรศัพท์ของเรียวดังขึ้น

“ครับ”

“โฮ~เรียว มานาบุบ้าที่สุดเล้ย มาบอกชั้นว่าจะไปเดทกับผู้หญิง บ้าที่สุดเลย”

“คุณหนู ใจเย็นหน่อยสิครับ ผมหูจะแตกแล้ว” ฮายาโนะชะงักเมื่อรู้ว่าเป็นยูกิ

“มานาบุบ้าที่สุดเลย”

“ครับๆ” - - ‘

“เรียวมารับชั้นหน่อย ถ้าไม่มาชั้นจะไม่กลับบ้านด้วย มานาบุบ้า!” โครม! อะ...อะไรเนี่ย เรียวเอ๋อไปพักใหญ่ เพิ่งเคยเห็นคุณหนูเป็นแบบนี้ครั้งแรก ใครคือมานาบุนะ ทำให้คุณหนูเป็นขนาดนั้นได้

“ยูกิคุงเป็นอะไรหรอ” ฮายาโนะถาม

“คือ..” คงต้องไปรับจริงๆแหะ คุณหนูถ้าลองประชดล่ะก็ ทำจริงแน่ “ผมคงต้องกลับก่อนนะครับ”

“ไม่เป็นไร” ฮายาโนะยิ้มเฝื่อนๆ

“แล้วผมจะโทรไปหานะ” เรียววิ่งไป ร่างโปร่งได้แต่ยืนพึมพำคนเดียว

“อย่าไป..เรียว” ฮายาโนะไม่อาจทนได้ต่อไป ปล่อยให้น้ำตาไหลออกมา ร่างบางสะอื้น สายไปแล้วเหรอที่จะรักเขา

“คุณหนูอย่าเอาแต่ทำหน้าแบบนั้นสิครับ ไม่ใช่ตัวคุณเลย ปกติต้องสู้กลับทุกทีไม่ใช่หรอ” เรียวนั่งปลอบระหว่างกลับบ้าน

“ไม่ใช่ชั้นหรอ” ใบหน้าสวยคลายคิ้วที่ผูกโบว์กันออก เมื่อได้ยิน

“ครับ ถ้าเป็นคุณหนู คงไม่ยอมแพ้ง่ายๆแบบนี้หรอกครับ” ยูกิยิ้มเจ้าเล่ห์

“นั่นสินะ ท้อง่ายๆแบบนี้ ไม่ใช่ชั้นแน่ๆ เรียว บึ่งรถกลับบ้านเลย คอยดูนะมานาบุ ชั้นจะทำให้นายขาดชั้นไม่ได้ให้ดู”

“อืม...มีเดทงั้นหรอ” เรียวมองร่างบางที่เดินงุ่นง่านอยู่ในบ้าน เปลี่ยนอารมณ์ตามไม่ทันเลยแหะ แล้วนี่วางแผนอะไรอีกล่ะ “แม่ครับ”

เสียงโทรศัพท์ดังติดต่อกันหลายครั้ง จนเรียวชักเป็นห่วงที่ไม่มีใครรับ ไปไหนนะ จนป่านนี้ยังไม่กลับอีก ร่างสูงกดโทรศัพท์ยิกๆ แล้วก็สะดุ้งโหยงเมื่อโทรศัพท์ของตัวเองดังขึ้น

“เรียว ไม่ต้องรอชั้นแล้วนะ” ยูกิโทรมาแอบสั่งให้กลับไป ก่อนจะแกล้งทำเป็นเดินกลับมาจากห้องน้ำไปหามานาบุ

เรียวขับรถต่อไปที่อพาร์ทเมนท์ฮายาโนะทันที แต่กดกริ่งเท่าไรก็ไม่มีใครมาเปิด ให้ตายสิไปไหนของเค้า วันหลังคงต้องซื้อโทรศัพท์มือถือให้ซะแล้ว เป็นห่วงชะมัด ฮายาโนะเลิกม่านมองผ่านหน้าต่างแล้วถอนหายใจเมื่อรถคันใหญ่สีขาวเคลื่อนตัวออกไป เราทำบ้าอะไรอยู่นะ

“มานาบุ” เสียงอ้อน ยูกิเดินเข้ามาหา ดึงชายเสื้อลงแล้ว เขย่งจูบ “ราตรีสวัสดิ์” แล้วเดินเข้าบ้านไป

“อ้าวเรียวเป็นอะไรไป” ยูกิทักเมื่อเห็นบอดี้การ์ดหนุ่มยืนทำหน้าซังกะตาย

“เปล่าครับ แล้วนั่นนะหรอ คือคนที่ทำให้คุณหัวหมุนแบบนี้”

“ฮิๆ หล่อใช่มั้ยล่ะ ไปนะ ราตรีสวัสดิ์” ร่างบางยิ้มแย้มโบกมือ แต่ก็ไม่วายหันมาถาม “อ.ฮายาโนะจะเป็นยังงัยมั่งน้อ” เรียวได้แต่เหงื่อตก ขอร้องล่ะ อย่ามายุ่งกับผมนะ - - ‘

เรียวรู้สึกหงุดหงิดไปหมด เขาไม่ได้เจอฮายาโนะมาหลายวันแล้ว โทรไปก็ไม่มีคนรับ ไปหาก็ไม่เจอดันมีงานใหญ่ต้องตามท่านประธานไปฮ่องกงตั้ง1อาทิตย์ ฮายาโนะเองก็มาสอนแค่วันอังคารกับพฤหัส ที่หงุดหงิดที่สุดก็คงจะเป็นเรื่องที่อายาโนะพยายามหลบหน้าเขา ตอนแรกก็ยังไม่ทันสังเกต แต่โทรไปทีไรก็ไม่เคยรับ ไปหาก็ไม่เจอ ดูยังงัยก็เป็นการหลบหน้าชัดๆ เป็นห่วงจัง

“ฮายาโนะวันนี้มีสอนหรือเปล่า” ยาเบะเดินมาข้างๆ

“ต้องไปสอนยูกิคุงน่ะ”

“ไม่เหนื่อยบ้างหรอ วันจันทร์กับพุธก็ยังทำงานก่อสร้างอีก เสาร์ อาทิตย์ก็สอนที่รร.ประถม นายว่างแค่วันศุกร์วันเดียวเอง”

“ไม่หรอก ชินแล้ว” ร่างบางตอบ ยาเบะลอบถอนหายใจ ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นล่ะ แต่ฮายาโนะที่เปลี่ยนแปลงไปคนนั้นหายไปไหนนะ กลับมาเป็นคนเก่าอีกแล้ว แต่ก็ยังดีที่คุยกับเขามากขึ้น

“งั้น วันนี้ชั้นไปส่งนะ อาจจะไม่หรูเท่ารถเบนซ์แต่มอเตอร์ไซค์ชั้นก็ไปถึงจุดหมายเหมือนกันนะ” ฮายาโนะหัวเราะกับคำพูดของเพื่อน แต่นั่นยิ่งทำให้ยาเบะใจเต้นมากกว่าเก่า

“ขอบคุณ”

ยูกิมองอย่างแปลกใจที่เห็นฮายาโนะพายาเบะมาด้วย

“ขอบคุณมากนะ แล้วเจอกันพรุ่งนี้”

“นี่ อายาโนะเลิกกี่โมงหรอ”

“1ทุ่ม”

“งั้นเดี๋ยวชั้นมารับนะ” ยาเบะยิ้ม

“ไม่เป็นไร ลำบากเปล่าๆ ชั้นกลับเองได้” ร่างโปร่งเอ่ยอย่างเกรงใจ

“ไม่หรอกน่า รอนะ ชั้นจะมารับ” ยาเบะวิ่งออกไปอย่างร่าเริง

“ใครน่ะครับ” ร่างบางอดถามไม่ได้ (ก็อยากรู้อ่ะ) เมื่อกำลังอยู่ระหว่างการฝึกซ้อม

“เพื่อนที่มหาวิทยาลัยน่ะ”

“ให้คนของผมไปรับตามปกติยังจะสะดวกกว่าอีก” ยูกิเอ่ย เพราะฮายาโนะปฏิเสธที่จะให้คนมารับตั้งแต่วันที่เรียวไม่อยู่ “หรือเพราะว่าไม่ใช่เรียว เลยไม่ได้” ฮายาโนะสะดุ้งเมื่อได้ยินชื่อนี้ ในใจก็อดหวั่นไหวไม่ได้

“ไม่ใช่แบบนั้นครับ ลำบากเปล่าๆ”

“งั้นคราวหน้าก็คงจะเหมือนเดิมแล้วสิครับ พรุ่งนี้เรียวก็กลับมาแล้ว” ร่างโปร่งเงียบ เรียวโทรศัพท์ฝากข้อความไว้บอกเขาเหมือนกัน แต่ ไม่อยากเจอเลย ที่ผ่านมาตลอดเวลาที่เรียวไม่อยู่ มันทรมานใจมาก คิดถึง อยากเจอ อยากได้ยินเสียง แต่ก็ไม่กล้า เขาไม่อยากให้ใครมาสงสาร

ยูกิมองดูปฏิกิริยา ก็พอจะรู้ว่าคงมีเรื่องอะไรกัน ตั้งแต่วันนั้นแล้วซิ วันที่เขาโทรตามเรียววันนั้น เรียวก็มีท่าทีหงุดหงิด เพราะอะไรกันนะ หรือว่า... ร่างบางยิ้มนิดๆ น่ารักจริงๆน้า อ.

“ขอบคุณมากที่มาส่ง” ฮายาโนะยื่นหมวกกันน๊อคคืนให้ยาเบะ เมื่อจะหันหลังกลับก็ถูกดึงเอาไว้ “มีอะไรหรอ” ยาเบะอึกอัก ก่อนจะดึงร่างบางเข้ามากอด “ยาเบะ?”

“ชั้นชอบฮายาโนะ” ไม่พูดเปล่า พลางจับคางฮายาโนะขึ้นแล้วก้มจูบอย่างหนักหน่วง

“อื้อ...” ฮายาโนะท้วงในลำคอ พยายามดันตัวอีกฝ่ายออก แต่ก็ไม่ไหว ถ้างั้นคงต้องใช้ยูโดล่ะ

โครม! ร่างบางหน้าตื่น อะไรกัน ยังไม่ทันทำอะไรเลย

“อูย นายเป็นใครน่ะ” ยาเบะตะโกนใส่ร่างสูงตรงหน้า

“นายต่างหากเป็นใคร” ฮายาโนะมองคนตรงข้ามอย่างตกตะลึง ริมฝีปากเรียวขยับปากเรียกชื่ออีกฝ่ายเบาๆ เรียวหันขวับมาด้วยท่าทีโมโห ใบหน้าเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ และยังคงหายใจหอบ เรียววิ่งมาหาเขาอย่างนั้นหรอ ร่างสูงคว้าแขนเล็กไปทันที

“ฮายาโนะ!” ยาเบะวิ่งตาม เรียวหันมาจ้องด้วยแววตาขุ่นมัว

“อย่ามายุ่งกับหมอนี่อีก ฮายาโนะเป็นของฉัน ไม่งั้นอย่าหาว่าไม่เตือน” ยาเบะมองหน้าฮายาโนะเหมือนต้องการคำตอบ

“ขอโทษนะยาเบะ กลับไปก่อนเถอะ” ร่างบางพูดเบาๆ แล้วก็ถูกดึงขึ้นห้องไป ทิ้งให้ยาเบะยืนงงอยู่ตรงนั้น

เมื่อเข้ามาในห้อง เรียวก็กระชากร่างบางเข้ามาแล้วกดริมฝีปากลงอย่างแรง ฮายาโนะร้องขัดขืนในลำคอ แต่ร่างสูงยังคงบดขยี้ริมฝีปากอย่างหนัก

“เพราะหมอนั่นงั้นรึ คุณถึงเปลี่ยนไป” ร่างสูงพูดในขณะที่กดฮายาโนะลงบนเตียง มือก็สาละวนกับการถอดเสื้อผ้าของอีกฝ่าย

“เค้าไม่เกี่ยวนะ จะทำอะไรน่ะเรียว ปล่อยเดี๋ยวนี้” ฮายาโนะพยายามดึงเสื้อผ้าเอาไว้ไม่ให้หลุดไปตามมืออีกฝ่าย

“ขัดขืนงั้นหรอ ทั้งๆที่เมื่อก่อนเป็นฝ่ายเรียกร้องแท้ๆ” ร่างสูงกระชากชั้นในชิ้นสุดท้ายออก ฮายาโนะดิ้นไม่ยอมแพ้

“ปล่อยนะ บอกให้ปล่อยงัยเล่า” มือเล็กตวัดตบหน้าเรียวเต็มแรง ร่างสูงชะงัก ก่อนจะจับร่างเล็กพลิกคว่ำ ฮายาโนะยังคงร้องโวยวาย แต่แล้วก็ร้องเสียงดังเมื่อเรียวแทรกกายเข้ามาอย่างไม่ปราณี ปราศจากการเล้าโลมใดๆทั้งสิ้น

“ทำไมถึงจูบกับหมอนั่น หือ!” เรียวบีบคางอีกฝ่าย ก่อนจะแทรกปลายลิ้นฉกเฉี่ยวในปากฮายาโนะ ร่างกายก็ยังคงเคลื่อนไหวอย่างรุนแรง

“โอ้ย เรียว ชั้นเจ็บ” ร่างบางน้ำตาปริ่ม เรียวรุนแรงกับเขาจนเจ็บระบมไปหมด ทั้งๆที่ทุกทีมีแต่ความอ่อนโยนเท่านั้น ทำไมคราวนี้ถึงเกรี้ยวกราดแบบนี้นะ เกลียดเขามากหรือ ไม่สงสารเขาแล้วหรอ “ไม่...อย่า ชั้นเจ็บ”

ร่างบางนอนไม่ได้สติอยู่บนเตียง เรียวเกลี่ยผมบนใบหน้าใสออก เมื่อคืนเขาโกรธมากไปหน่อย ที่เห็นฮายาโนะยืนจูบอยู่กับผู้ชายคนนั้นต่อหน้าต่อตาเขา เพราะคนๆนี้น่ะหรอ ฮายาโนะถึงตีตัวออกห่างจากเขา “ขอโทษนะ ไม่ได้ตั้งใจรุนแรงกับคุณเลย ผมรักคุณมากนะ” ร่างสูงกระซิบข้างหูเบาๆ แล้วจูบหน้าผากอีกฝ่ายด้วยความรัก

ฮายาโนะลืมตาขึ้นอย่างเหนื่อยอ่อน เมื่อพลิกตัวก็ถึงกับร้องออกมา “จะ..เจ็บ” ฮายาโนะก้มมองร่างตัวเอง รอยช้ำเป็นจ้ำๆทั่วตัวเขา เลือดแห้งเกรอะที่นอนและขาของเขา ใช่แล้ว เมื่อคืน เรียวใช้กำลังกับเขาตั้งหลายครั้ง

“ตื่นแล้วหรอ” เรียวเดินถือถาดอาหารเช้ามาให้ ฮายาโนะก้มหน้าเงียบ “ต้องขอโทษด้วยที่รุนแรงกับคุณ แต่...”

“ผู้ชายคนนั้น...เรากำลังคบกันอยู่” เรียวอึ้ง “คุณเคยบอกว่า ไม่ว่าเรื่องอะไรก็จะช่วย เพราะฉะนั้น ได้โปรดอย่ามายุ่งกับผมอีกเลย ปล่อยผมไปเถอะ”

“ไม่” ร่างสูงสวนทันควัน “ผมไม่ยอมให้คุณห่างจากผมหรอก”

“ถ้าคุณไม่ไป ผมจะเป็นฝ่ายไปเอง” เรียวกลืนน้ำลาย ไม่คิดเลยว่าฮายาโนะจะลุกขึ้นมาแข็งข้อแบบนี้ ทั้งๆที่เขารีบทำงานจนได้กลับมาก่อนกำหนด แล้วก็รีบมาหาอายาโนะก่อนใครแท้ๆ

“รัก...เขามากงั้นหรอ” ร่างสูงเค้นเสียงออกมา ฮายาโนะไม่ตอบ แต่กลับเสพูดเรื่องอื่น

“ไม่ต้องมารับผมแล้ว ไม่จำเป็น”

“ไม่ได้ นั่น...มันหน้าที่ผม” นั่นเป็นเพียงสิ่งเดียวที่จะสามารถเชื่อมโยงกับคุณได้ ได้เห็นหน้า ได้ยินเสียง แต่ว่าคำตอบนี้กลับยิ่งทำให้ร่างบางน้อยใจขึ้นมาทันควัน หน้าที่งั้นหรอ

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เรียวคว้าขึ้นมารับอย่างอารมณ์เสีย “ครับ? คุณหนู? ได้ครับ ผมจะรีบไป” เรียวคุยไปด้วยหยิบเนคไทมาสวมไปด้วย ว่าแล้วเชียว ที่รับส่งก็เพราะหน้าที่ ที่ยูกิคุงสั่งสินะ สุดท้ายก็ยูกิคุงสำคัญกว่าจริงๆ เรียวลุกขึ้นไปหยิบสูทหลังจากคุยเสร็จ

“ผมต้องไปก่อน“ ร่างสูงเหลือบมองฮายาโนะแว่บนึง เมื่อเห็นว่ายังเฉย จึงเดินออกไป รอให้ทั้งเราและฮายาโนะเย็นลงจะดีกว่า ขืนคุยตอนนี้ก็อาจจบด้วยการใช้กำลังอีกแหละ ฮายาโนะสะอื้นเมื่อเรียวเดินออกไป ยอมเจ็บตอนนี้ดีกว่า ถ้าปล่อยไว้นานกว่านี้ ถ้าเรียวเกิดรักใครสักคน เรียวก็ต้องทิ้งเขาไปอยู่ดี เพราะที่อยู่กับเขาก็แค่สงสารเขาเท่านั้น

ร่างบางนั่งรถอย่างกระวนกระวาย ถึงปากจะบอกว่าไม่ต้องมารับ แต่ก็ไม่คิดว่าเรียวจะไม่มาจริงๆ กลับส่งคนอื่นมาแทนทั้งที่ตัวเองบอกจะมาแท้ๆ เฮ้อ จะยังหวังอะไรอีกนะ ตัวเองเป็นคนตัดเขาออกไปแท้ๆ

“เรียวไม่อยู่ครับ” ยูกิเอ่ย

“ผะ..ผมไม่ได้...” ฮายาโนะอึกอัก

“อย่าปฏิเสธเลยครับ ไม่งั้น อ.ก็จะเจ็บตัวเพราะโดนผมทุ่มอีก” ร่างโปร่งทำหน้าไม่ถูก ไม่คิดว่ายูกิจะรู้เรื่องด้วย

“แล้ว..เรียวเค้าไปไหนหรอครับ”

“ไปอเมริกาน่ะ กลับอาทิตย์หน้า เมื่อวันก่อนคุณพ่อต้องไปทำงานด่วนที่นู่นน่ะครับ เรียวก็เหลือเกิน กลับมาจากฮ่องกงปุ๊ปก็หายตัวปั๊ป พอคุณพ่อจะตามหาตัวก็ไม่เจอ เลยอารมณ์เสีย ยังดีแค่โดนเอ็ดนิดหน่อย” ฮายาโนะรู้สึกผิด เพราะเขาแท้ๆเรียวเลยต้องลำบาก

ฮายาโนะตั้งหน้าตั้งตารอโทรศัพท์จากเรียวเพื่อจะได้ขอโทษ แต่ก็ไม่มีสักครั้ง ร่างบางนั่งกอดเข่า สมควรแล้วสินะ ที่เขาจะไม่สนใจเราอีกแล้ว เจ็บ...ที่หัวใจ

“เมื่อวันนั้น ขอโทษนะ” ยาเบะเอ่ย ใบหน้ามีรอยช้ำเขียวปี๋

“ไม่เป็นไร ชั้นก็ต้องขอโทษด้วย แต่ว่าชั้นคงรับความรู้สึกของยาเบะไม่ได้”

“เพราะคนๆนั้นใช่มะ ว่าแล้วเชียว หมอนั่นที่ทำให้ฮายาโนะมีความสุข ดูสดใสร่าเริง เป็นชั้น... ชั้นคงทำไม่ได้แน่” น้ำเสียงผิดหวัง “แต่ช่างเถอะ เรายังเป็นเพื่อนกันได้ใช่มั้ย”

“แน่นอน” ร่างบางยิ้ม “วันนี้ไม่มีสอน เพราะว่ายูกิคุงงด ไปหาอะไรกินกันมั้ย”

“ยอดเลยที่ฮายาโนะชวน แบบนี้จะพลาดได้งัย” ทั้งสองยิ้มให้กัน มิตรภาพที่ได้รับจากอีกฝ่าย เพียงแค่นี้ก็ทำให้มีความสุขได้แล้ว

“เอ่อ...” ฮายาโนะอึ้งไปเล็กน้อย เขาได้ยินเสียงแปลกๆจากห้องแต่งตัว เลยเดินมาดูไม่คิดว่าจะได้เห็นยูกิคุงในชุดเสื้อผ้าหลุดลุ่ยกับผู้ชายร่างสูงใหญ่อีกคนหนึ่ง “ยูกิคุง”

“เอ๋ ฮายาโนะ” ร่างสูงทักชายหนุ่มทันทีที่เห็นหน้าชัดเจน

“มานาบุ” ฮายาโนะยิ้มกว้างเมื่อได้เจอเพื่อนเก่า

“จริงสิ นายยังอยู่ที่เดิมหรือเปล่า เดี๋ยวชั้นไปส่งเอามั้ย” มานาบุชวนเมื่อการเรียนเสร็จสิ้น

“ปกติให้รถไปส่งไม่ต้องหรอก” ยูกิพูดด้วยน้ำเสียงที่พยายามให้เป็นปกติ แต่ฮายาโนะก็พอจะจับถึงความไม่พอใจได้ สองคนนี้เหมือนเป็นคนรักกันเลยแหะ

“ไม่เป็นไร ขอบคุณมากไปล่ะ”

“เรียว ไปส่งอ.ฮายาโนะที” ฮายาโนะสะดุ้ง หันไปมองร่างสูงอย่างอาลัยอาวรณ์ กลับมาแล้วงั้นเหรอ

“จะกลับบ้านหรือแมนชั่นครับ” ฮายาโนะชะงักมองหน้าชายหนุ่ม ก่อนจะทำหน้าไม่พอใจ

“แมนชั่น” เมื่อเข้ารถก็แอบเหน็บไม่ได้

“ปกติก็รู้ดีอยู่แล้วนี่นาว่าวันไหน กลับไปที่ไหน”

“ผมถามตามหน้าที่ครับ”

“รู้แล้วน่า ส่งตามหน้าที่ใช่มั้ยล่ะ ไปสิ” หันหน้าไปทางอื่น เรียวถอนหายใจ ก่อนจะพารถสีขาวคันใหญ่แล่นออกไป

ภายในรถเต็มไปด้วยความอึดอัด ฮายาโนะมองกระจกคนขับเห็นใบหน้าคนเข้มเหลือบมองมาเป็นระยะ เสียงถอนหายใจดังสลับไปมาจนสุดท้าย เรียวก็จอดรถที่หน้าสวนสาธารณะแห่งหนึ่ง ร่างสูงเดินออกจากรถ เปิดประตูที่นั่งด้านหลังออก “ผมว่าเรามาคุยกันดีๆ ดีกว่า” ฮายาโนะเดินตามอย่างว่าง่าย ทั้งสองเดินไปนั่งที่เก้าอี้ยาวใต้ต้นไม้ ซึ่งมีเพียงแสงไฟสลัวๆเท่านั้น รอบๆไม่มีใครอยู่เลย

“ขอโทษที่ทำให้ถูกว่าเรื่องงาน” ร่างบางเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบ

“ไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไร” เรียวเงียบไปสักครู่ ก่อนจะพูดขึ้น “กับคนนั้น....เป็นยังงัยบ้าง” ฮายาโนะเหลืออดตะโกนขึ้นมา

“ไหนเคยบอกว่าไม่อยากอยู่ห่างกับชั้นไม่ใช่หรอ ทำไมล่ะ ที่พูดนั่น โกหกใช่มั้ย ที่พูดเพราะเห็นว่าชั้นมันตัวคนเดียว มีอดีตฝังใจที่เลวร้าย มีครอบครัวที่แตกแยก เลยสงสารงั้นหรอ ชั้นไม่ต้องการให้ใครมาสมเพชนะ” ฮายาโนะพยายามกลั้นน้ำตา แต่ก็ทำไม่ได้ น้ำใสๆไหลอาบแก้มเนียน ทำไม...พูดแบบนั้นแท้ๆ...แต่ก็ไม่รั้งเราไว้ เรียวตกใจ ดึงแขนอีกฝ่ายเข้ามาใกล้

“ฮายาโนะ ทำไมคิดแบบนั้น ฟังผมนะฮายาโนะ ผมไม่เคยสมเพชคุณนะ ที่ทำไปทั้งหมดก็เพาะว่ารัก เพราะงั้นถึงอยากคอยอยู่ข้างๆเป็นกำลังใจ อยากให้คุณมีความสุข ไม่ใช่เพราะสงสาร”

“แต่เรียว...ไม่เคยบอกว่ารักนี่นา คำว่าชอบกับรัก...มัน....ไม่เหมือนกันนะ” ร่างบางสะอื้น

“เคยบอกสิ เวลาคุณหลับ ที่บอกว่าชอบก็เพราะคุณเองตอนนั้นก็ยังไม่ยอมรับผม ผมกลัวว่าถ้าพูดออกไป คุณจะรู้สึกว่าถูกผูกมัด แล้วจะเริ่มหนี” ร่างสูงเกลี่ยน้ำตาออกอย่างอ่อนโยน “พอคุณบอกว่าคุณคบกับผู้ชายคนนั้น ผมโมโหมากจนไม่รู้จะทำยังงัย ได้แต่คิด ไม่มีวันยอมยกคุณให้ใครหรอก แต่ว่าความรู้สึกอื่นมันก็ขัดขึ้นมา...’ถ้าเรารักเขาจริง เราก็ต้องอยากให้เขามีความสุขสิ’ ผมอยากให้คุณมีความสุข ถึงแม้ว่าผมจะต้องเจ็บก็ตาม”

“ผมไม่มีความสุขเลย... ไม่มีเรียวอยู่ก็ไม่มีความสุข... ที่บอกว่าคบกับยาเบะก็โกหก เพราะกลัว...กลัวว่าสักวัน ถ้าเรียวเกิดไปรักใครขึ้นมาก็จะทิ้งผมไป” ร่างบางพยายามเช็ดน้ำตาที่ไหลมาไม่ขาดสาย

“บ้าสิ ผมจะไปรักใครได้อีก ‘ผมรักคุณนะ’ “ เรียวยิ้มอย่างอ่อนโยน

“อยู่กับผมได้มั้ย ผมขาดเรียวไม่ได้ ถึงเรียวจะเห็นยูกิคุงสำคัญกว่าก็ตาม ผมจะไม่บ่น” ฮายาโนะกอดเรียวแน่น ร่างสูงยิ้มนิดๆ

“หมายความว่าที่ผ่านมา ฮายาโนะหึงผมกับคุณหนูหรอ”

“...” ใบหน้าสวยซุกอกอีกฝ่ายไม่ยอมตอบ กลัวว่าถ้าตอบแล้วจะยิ่งร้องไห้มากกว่าเดิม

“ทำไมล่ะ” เรียวเชยคางอีกฝ่ายขึ้นสบตา ถึงจะรู้อยู่แล้ว แต่ก็อยากได้ยินคำตอบจากปากฮายาโนะ

“เพราะ...ผมรักเรียว รักมากๆ ถึงจะสายไปแล้วก็ตาม แต่ผมก็รัก” พูดจบฮายาโนะยิ่งสะอื้นหนักจนเรียวต้องหัวเราะไปด้วยกอดปลอบไปด้วย

“บ้าน่ะ สายอะไรกัน คุณหนูน่ะผมเห็นเขามาแต่เด็ก ก็ย่อมสนิทเป็นธรรมดา แต่ก็ไม่มีอะไรมากกว่านั้น ผมบอกแล้วงัยว่าผมรักคุณ ผมรักฮายาโนะ รักมากๆ ตั้งแต่เห็นครั้งแรกในวันนั้น“

“วันนั้น?” ฮายาโนะเงยหน้ามองอย่างแปลกใจ

“อะไรกัน จำไม่ได้จริงๆหรอ วันที่คุณล้มตรงหน้ารถผมงัยล่ะ ตอนนั้นก็ต้องยอมรับล่ะว่าแววตาที่เศร้าสร้อยของคุณทำให้ผมหวั่นไหวมาก สิ่งแรกที่คิดคือผมอยากทำให้คุณมีความสุข”

“มีความสุขอะไร ขืนใจแล้วก็แบล็คเมลล์ผมแบบนั้น” ร่างบางหน้างอ

“ก็มันอดไม่ได้นี่นา” เรียวหอมแก้มเนียน “แต่หลังจากนั้นคุณก็รักผมไม่ใช่หรอ” ฮายาโนะหน้าแดงฉ่า

“ก็..ก็ใช่” เรียวจูบคนรักอย่างดูดดื่ม

“หยุดร้องซะนะคนดี แล้วขออะไรจะให้หมดเลย” ร่างสูงพูดขำ ฮายาโนะพยายามหยุดสะอื้น

“เรียว..วันนี้..ค้างได้มั้ย” ร่างสูงยิ้มกว้าง

“เรามาอยู่ด้วยกันดีกว่ามั้ย...”

ในที่สุดก็พบ...ใครสักคนที่จะมาเปิดประตูนั้นพาเราออกไปจากความเศร้าที่ฝังลึกในจิตใจ คนที่จะมอบความสุขให้ และรักเราแต่เพียงผู้เดียว

“แหม อารมณ์ดีจังนะ” ยูกิอดทักอ.ไม่ได้ นู่นก็อีกบอดี้การ์ดหนุ่มที่ยืนห่างออกไปตรงนั้น หน้าบานกันเชียว ตั้งแต่เรียวย้ายออกไป เขาเองก็รู้สึกเหงาๆบ้างเหมือนกัน

“อ้อ...ครับ” ฮายาโนะหน้าแดงระเรื่อ ชีวิตข้าวใหม่ปลามันก็งี้แหละ

“เรียวเค้าเป็นงัยมั่ง ดีล่ะสิ ทีตอนคบกับชั้นไม่เห็นเป็นแบบนี้เลย” ร่างบางพูดหน้าตายก่อนจะเดินจากไป ทิ้งให้ฮายาโนะหน้าซีด มองอีกฝ่ายด้วยความไม่พอใจ

“หมายความว่างัย เรียว...”

“ไม่ใช่นะ...สมัยก่อนอาจจะใช่ แต่ตอนหลังก็ไม่ได้คิดอะไรแล้ว จริงๆนะ ฮายาโนะ ผมรักคุณคนเดียวนะ” ร่างสูงเดินตามแก้ตัวต้อยๆ คุณหนูนี่น้า หาเรื่องมาให้ผมอีกแล้ว - -‘

catndog.gif (3077 bytes)

โปรดติดตามตอนต่อไป

กว่าจะจบตอนนี้ได้ก็ใช้เวลานานโขทีเดียวค่ะ อันเนื่องมาจากต้องกลับไปดูตอนroseภาคยูกิกับมานาบุตลอด เพราะเวลามันเป็นช่วงเดียวกัน เลยต้องมานั่งนับวันให้พอดีกับตอนของยูกิในhe opens my doorกับตอนrose จะได้ไม่พลาด ตอนพิมพ์ก็นับแล้วนับอีก มันจะตรงกันมั้ยน้อ สุดท้ายก็เสร็จสำมะเร็จพร้อมๆกับในหัวของผู้แต่งมึนตึ๊บไปด้วยตัวเลข @ @ ‘ เรื่องนี้อาจจะซีเรียสผิดกับตอนที่ผ่านมา แต่ไม่ต้องห่วงค่ะ ตอนหน้าก็จะกลับไปเรื่องกุ๊กกิ๊กของตัวเอกกันแล้ว อย่าเพิ่งลืมยูกับอากิระไปกันก่อนล่ะ

แนะนำติชมได้ที่ e-mail : [email protected]

 

Hosted by www.Geocities.ws

1