aiboy

chapter10: He opens my door I

“ฮายาโนะ รีบไปไหนหรือเปล่า เดี๋ยวจะไปกินเกี๊ยวซ่าตรงหัวมุมถนนน่ะ ไปด้วยกันมั้ย” เพื่อนหลายคนชวนร่างสูงโปร่งที่ตั้งหน้าตั้งตาเก็บของหลังจากจบชม.สุดท้าย

“ไม่ล่ะ โทษที วันนี้ชั้นต้องไปสอน” ฮายาโนะเสยผมยาวเคลียไหล่ แล้วยิ้มนิดๆก่อนจะเดินออกไป

“ยาเบะนี่มนุษสัมพันธ์ดีจังนะ ชวนหมอนั่นด้วย”

“ก็เห็นชอบอยู่คนเดียว ไม่ค่อยสุงสิงกับใครเท่าไร่ ก็เลยอยากให้ไปเปิดหูเปิดตามั่ง” พลางมองตามหลังอีกฝ่ายไป ไม่รู้ทำไมเหมือนกันถึงได้ติดใจเพื่อนคนนี้นัก ฮายาโนะมักจะชอบเหม่อ นั่งอยู่คนเดียว ไม่ใช่ว่าไม่มีเพื่อน แต่เหมือนไม่ค่อยสนใจที่จะให้ความสำคัญกับการคบค้าสมาคมเท่าไร่

“ชั้นเคยเห็นหมอนั่นทำงานก่อสร้างด้วยล่ะ”

“โห คงลำบากน่าดู เห็นว่าอยู่คนเดียวนี่”

“งั้นหรอ”

“ไม่รู้เหมือนกัน หมอนั่นไม่ค่อยพูด ไม่เคยเล่าเรื่องตัวเองให้ฟังเลย”

“ทั้งๆที่หน้าตาก็ออกจะดีขนาดนั้น น่าเสียดายนะ”

“รู้สึกฮายาโนะเคยเป็นแชมป์ยูโด3ดั้งด้วยนะ เห็นเพื่อนชั้นบอก แต่ได้รับอุบัติเหตุตอนม.ปลาย อนาคตที่ฝันจะเป็นนักกีฬายอดเยี่ยมระดับประเทศเลยดับเลย”

“งั้นข่าวที่ว่าหมอนี่อายุมากกว่าพวกเราปีนึงก็จริงน่ะสิ”

“คงงั้น เพราะต้องดร๊อปเอาไว้ตอนปีหนึ่งเพื่อทำกายภาพบำบัดน่ะ”

“แย่จัง”

ร่างโปร่งกลับมาที่ห้องเพื่อเตรียมเสื้อผ้าใส่กระเป๋าแล้วคว้ารองเท้าผ้าใบมาสวม เขาวิ่งเหยาะๆไปที่บ้านนร.เป็นการวอร์มไปในตัว ฮายาโนะเริ่มสอนยูโดมาได้เกือบ2ปีแล้ว หลังจากที่ไม่ได้ออกแรงเยอะขนาดนี้มาก่อน เพราะอุบัติเหตุที่เขาถูกรถชนเมื่อ4ปีก่อน หมอไม่ให้เขาฝึกหนักเพื่อการแข่ง เขาจึงจำเป็นต้องทิ้งความฝันที่จะไปแข่งระดับประเทศมาเป็นออกกำลังกายแทน แต่เมื่อ2ปีก่อน อ.ของเขาได้แนะนำให้สมัครเป็นครูสอนยูโดที่รร.ประถมแห่งหนึ่ง ทำให้เขาเริ่มฝึกฝนตัวเอง และตอนนี้เขาก็รู้สึกชอบการเป็นครูเสียด้วย

“นี่มันที่ไหนแล้วเนี่ย” ฮายาโนะหอบนิดๆ เขาวิ่งตามทางที่แผนที่บอกไว้ แต่ก็ไม่เห็นอะไรเลยนอกจากรั้วสีขาวสูงใหญ่ตลอดแนว วันนี้เป็นวันแรกที่เขาเริ่มสอนนร.คนใหม่

“เห็นว่าให้มาสอนที่บ้านเพราะมีโรงฝึก คงรวยน่าดูแหะ” ร่างโปร่งเหลือบมองนาฬิกา อีกครึ่งชม. ทำไมแถวนี้มีแต่รั้วสูงๆหมดเลยนะ ต่างจากแถวบ้านเราลิบลับ

ฮายาโนะมัวแต่คิดหาทางที่จะไปทางให้ถูกจนไม่ทันมองข้างหน้า รถสีขาวคันใหญ่แล่นมาด้วยความเร็วปกติ แต่ฮายาโนะเองกลับเป็นฝ่ายเดินออกมากลางถนนกระทันหันโดยไม่ทันมอง กว่าที่จะหันมาเห็น เขาเองก็ช็อคไปเหมือนกัน ตายแน่...

เอี๊ยด! เสียงรถเบรกซึ่งอยู่ห่างจากร่างโปร่งที่ล้มแปะอยู่กลางพื้นไกลพอสมควร คนในรถรีบออกมาดูอาการอีกฝ่ายทั้งๆที่ยังไม่ได้ชนโดนแม้แต่น้อย

“เป็นอะไรหรือเปล่า” ร่างสูงในชุดสูทสีดำ สวมแว่นดำพยุงฮายาโนะที่ตัวสั่นหงึกๆขึ้น ภาพความทรงจำเก่าๆกลับเข้ามา ตอนที่เขาถูกรถชนนั้น มันย้อนกลับมาในหัวสมองของเขา ทุกรายละเอียด เขาจำได้หมด “เจ็บตรงไหน ไม่เป็นไรใช่มั้ย” อีกฝ่ายมองสำรวจไปทั่ว แต่ก็ไม่พบร่องรอยบาดเจ็บอะไร แต่ทำไมถึงตัวสั่นขนาดนี้นะ

ฮายาโนะได้สติ “เอ่อ ไม่เป็นไร ขอบคุณมาก แค่...ตกใจนิดหน่อย”

“เดินไหวมั้ย ผมไปส่งให้ดีกว่า บ้านอยู่แถวไหน” ยังเป็นห่วงไม่หาย

“ไม่เป็นไรจริงๆครับ ถ้ายังงัยช่วยกรุณาบอกได้มั้ยว่าที่อยู่นี่ ผมต้องเดินไปทางไหน” ฮายาโนะเอื้อมมือที่ยังคงสั่นอยู่ไม่หายส่งกระดาษให้ดู

“นี่มัน...คุณมาถูกทางแล้วล่ะ เดินตามแนวรั้วนี่ไปเรื่อยๆ อีกแป๊ปนึงก็จะเห็นประตูแล้ว”

“เอ๋ หมายความว่ากำแพงนี่เป็นบ้านที่ผมจะมางั้นหรอ” โอ้โห กะแล้วว่าต้องรวย “ขอบคุณมากครับ ผมไปล่ะ”

“เดี๋ยว คือ ตัวคุณยังสั่นอยู่เลยไปเป็นไรแน่นะ” ร่างสูงถาม “ผมไปส่งดีกว่า”

“ไม่เป็นไรครับ คุณบอกเองนี่ว่าใกล้ๆแค่นี้เอง ขอบคุณมาก” ฮายาโนะตัดบทแล้ววิ่งไปทันที ทิ้งให้อีกฝ่ายยืนมองตาม ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา

“ชั้นเองนะ เดี๋ยวจะมีคนไปที่บ้าน อืมคิดว่าคงเป็นอ.คนใหม่ของคุณหนูน่ะ เตรียมของรับรองไว้ด้วย แล้วออกมาเปิดประตูรอด้วยนะ แค่นี้นะ” ว่าแล้วก็เดินกลับไปขึ้นรถคันงามขับออกไป

“โรงฝึกอยู่ทางนี้ครับ คุณหนูจะกลับมาช้าหน่อยนะครับ พอดีวันนี้มีประชุม”

“ไม่เป็นไรครับ” ฮายาโนะมองไปรอบๆ ภายในโรงฝึกไม้กว้าง มีแป้นธนูวางเรียงอยู่ชิดผนังห้อง เบาะหลายเบาะวางทับกันอยู่อีกฝั่ง มีไม้เคนโด้คล้องเชือกห้อยอยู่ โรงฝึกที่โปร่งโล่งทำให้อากาศถ่ายเท ไม่ร้อนนัก ท่าทางลูกชายบ้านนี้คงเก่งกีฬากันนะ อย่างนี้ตัวคงจะโต ถ้าโตกว่าเราก็คงแย่เหมือนกัน ฮายาโนะเดินเข้าไปเปลี่ยนชุดแล้ววอร์มร่างกาย ยืดเส้นยืดสาย

“ขอโทษที่ให้รอนานครับอ.” เสียงหวานเจื้อยแจ้วดังขึ้น ฮายาโนะหันไปมองแล้วก็ต้องตะลึงเล็กน้อย ใบหน้าขาวเนียน ล้อมกรอบไปด้วยเส้นผมสีน้ำตาลอ่อน นัยน์ตาโตดำขลับจ้องมาที่คนตรงหน้าด้วยแววตาเป็นประกาย ริมฝีปากอวบอิ่มยิ้มน้อยๆ อะไรกันไหนว่าเขาต้องสอนเด็กผู้ชายไม่ใช่หรอ

“ผมยูกิ ลูกชายคนโต” ลูกชาย? ฮายาโนะมองอย่างตะลึงอีกครั้ง ยูกิยิ้มอย่างภูมิใจ เรื่องที่ทุกคนตะลึงงันในความงดงามของเขา เขาชินเสียแล้ว “ผมขอตัวไปเปลี่ยนเสื้อก่อนนะครับ”

“อ๊ะ...ตามสบาย”

“เห็นว่ายูกิคุงเคยเรียนกับอ.มัตสึชิตะมาก่อน ทำไมถึงเลิกล่ะ”

“ก็อ.มัตสึชิตะเค้าจะสอนอย่างอื่นมากกว่ายูโดน่ะสิครับ”

“เอ๋” มองงงๆ อ่า...ช่างเถอะ “งั้นเริ่มจากท่าพื้นฐานก่อนแล้วกัน”

“ขอบพระคุณมากครับ” ทั้งสองฝ่ายต่างโค้งให้กัน เมื่อจบชม.

“อ.กลับยังงัย ให้ผมไปส่งมั้ย”

“ไม่ล่ะ ผมจะวิ่งออกกำลังด้วยน่ะครับ” ฮายาโนะยิ้มน้อยๆก่อนจะขอลา

“เรียนวันนี้เป็นงัยมั่งจ๊ะ” คุณแม่สุดสวยเดินเข้ามาถามลูกชาย

“ดีครับ ครูคนใหม่ใช้ได้เลย ตั้งใจสอน มีฝีมือดี ไม่ต้องคอยห่วงพรหมจรรย์แล้ว ตกลงผมเรียนกับเขาแน่นอนนะ” ลูกชายสุดสวยยิ้มหวาน

“จ๊ะๆ นี่ทางอ.ฮาชิบะเค้าแนะนำมาโดยตรงเลยนะ เห็นว่าเคยลงแข่งขันชนะมาเกือบทุกรายการ แถมได้แข่งระดับประเทศด้วย แต่น่าเสียดายที่ประสบอุบัติเหตุ ไม่งั้นต้องได้ไปไกลแน่” ยูกิพยักหน้า มิน่าล่ะ บางครั้งแววตาถึงดูเศร้าสร้อยเหลือเกิน

นับว่าพื้นฐานใช้ได้ทีเดียว หน้าสวยขนาดนั้น ถ้าเราเป็นพ่อแม่คงให้เรียนวิชาป้องกันตัวแน่นอนเลยแหละ น่าตกใจจริงๆ ผู้ชายอะไรสวยราวกับเทพธิดา ฮายาโนะคิดเรื่อยเมื่อกลับเข้ามาในห้องพักเล็กๆ สายตาเหลือบไปเห็นไฟสีแดงที่โทรศัพท์ จึงเดินมาเปิดฟังข้อความ

“ แม่เองนะ หายไปไหนตั้งหลายอาทิตย์แล้วไม่กลับบ้านเลย เงินที่ให้คราวนั้นหมดแล้ว พ่อขี้เมาของแกขโมยเงินไปซื้อเหล้าอีกแล้ว น่าเบื่อจริงๆ ผัวบ้าๆแบบนั้น พรุ่งนี้แกช่วยเอาเงินมาให้แม่หน่อยสิ แม่น่ะ...” ร่างโปร่งรีบกดปุ่มลบข้อความทันทีทั้งๆที่ยังฟังไม่จบ ก่อนจะล้มตัวนอนบนเตียง ค่อยๆปิดตาลงอย่าเหนื่อยอ่อน อย่า...อย่ามายุ่งกับชั้น ไม่อยากฟัง....

“พอได้” ฮายาโนะลุกขึ้นไปหยิบผ้าขนหนูมาเช็ดเหงื่อ “ยูกิคุง เวลาต่อสู้จริง มองคู่ต่อสู้อย่างเข้มแข็ง หนักแน่นสิครับ อย่ามองด้วยแววตาแบบ เอ่อ...อ่า...เย้ายวนหรืออะไรประมาณนั้น”

“ก็ปกติมองแบบนั้นก็ได้ผลทุกทีนี่ครับ” ใบหน้าหวานตอบไม่รู้สึกรู้สา ฮายาโนะได้หัวเราะแหยๆ เฮ้อ! ทุกอย่างก็โอเคล่ะ เสียอยู่อย่างที่ลูกศิษย์เขาจะดูมั่นใจในตัวเองเรื่องความมีเสน่ห์ของตัวเองมากเกินไปหน่อย ฝ่ายยูกิเองก็ยิ้มน้อยๆ อ.คนนี้ก็แปลกจริงที่ไม่หลงเสน่ห์เขา ดูท่าจะฝ่ายเดียวกัน(?)ล่ะมั้ง ขนาดตอนกดตัวเขาลงกับเบาะยังไม่เห็นมีทีท่าอะไรเหมือนอ.คนอื่นๆเลย แทนที่จะถือโอกาสจับเนื้อต้องตัวเขา หรือไม่ก็พยายามจูบหรือปล้ำเขา ชักถูกใจแล้วล่ะสิ หวังว่าคงเป็นแบบนี้ต่อไปนะ จะได้เรียนกันยืดหน่อย

“อ.ครับ นี่ค่าสอนของเดือนนี้ครับ” ยูกิยื่นซองมาให้ ฮายาโนะยิ้มรับ

“ขอบคุณครับ” ฮายาโนะมองเงินในมืออย่างชั่งใจ ถ้าเขาเอาเงินนี่ไปให้แม่ พ่อจะเอาไปซื้อเหล้าหรือเปล่านะ ไม่รู้จะทำยังงัยดีเลย ร่างโปร่งกำลังจะเดินออกจากคฤหาสน์ จู่ๆฝนก็ตกอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย

“อย่างนี้อ.กลับไม่ได้แน่ ให้ผมไปส่งดีกว่า ห้ามปฏิเสธนะครับ” ยูกิจัดแจงหันไปเรียกคนให้ไปส่ง “โอตะไปส่งอ.หน่อยสิ” ชายร่างใหญ่เดินเข้ามา แต่กลับมีเสียงแทรกดังขึ้น

“ผมไปส่งให้ดีกว่าครับ” ร่างสูงในชุดลำลองสีอ่อนดูสะอาดตา ผมสีดำยาวมัดรวบไปด้านหลัง ดวงตาเรียวสีดำมองมายังฮายาโนะก่อนจะหันกลับไปมองเจ้านายตัวเอง “เห็นว่าโอตะไม่ค่อยสบายเป็นหวัด ให้เขาไปพักผ่อนดีกว่า” ทุกอย่างเงียบกริบก่อนจะมีเสียงไอค่อกแค่กเบาๆมาจากร่างใหญ่

“งั้นก็ได้ แล้วรีบกลับมาล่ะ เกิดคุณพ่อเรียกหานายแล้วไม่อยู่ถูกหักเงินเดือนไม่รู้ด้วยนะ” ใบหน้าสวยยิ้ม อย่างมีเลศนัย ชายหนุ่มเดินไปหยิบร่มคันใหญ่

“ความจริงไม่ต้องลำบากก็ได้ ผม...”

“อย่าเกรงใจเลยครับอ. ผมบอกแล้วงัยว่าห้ามปฏิเสธ”

ฮายาโนะนั่งมองซองสีขาวในมือ “เอ่อ...”

“เรียวครับ”

“เรียวซัง..”

“เรียกเรียวเฉยๆดีกว่าครับ” ชายหนุ่มตอบเสียงเรียบๆ พลางเหลือมมองกระจกดูปฏิกิริยาผู้ที่นั่งข้างหลัง ร่างโปร่งอึกอักก่อนจะเอ่ยออกมาเบาๆ

“เอ่อ..เรียวช่วยเลี้ยวซ้ายตรงนั้นหน่อยได้มั้ย”

“ครับ”

รถสีน้ำเงินคันใหญ่แล่นมาจอดที่หน้าบ้านเล็กๆหลังหนึ่ง ฮายาโนะมองแล้วสูดลมหายใจ เอื้อมมือไปเปิดประตูแต่ช้ากว่าร่างสูงที่ช่วยเปิดให้ พร้อมกับร่มที่กางในมือ

“ขอบคุณมาก” ร่างโปร่งยืนอยู่หน้าบ้าน เสียงโวยวายดังออกมาข้างนอก ฮายาโนะรีบหันไปบอกเรียว “กลับไปเถอะ” ก่อนจะก้าวเข้าไป ภาพแรกที่ฮายาโนะเห็นทำเอาเจ้าตัวรู้สึกหวั่นไหวเล็กน้อย ทั้งที่เห็นจนชินตา แต่ก็ไม่เคยทำใจยอมรับได้เสียที ภาพพ่อแม่ทะเลาะตบตีกัน ด่าทอด้วยคำหยาบคาย เขาอยากจะไปจากที่นี่ให้พ้นๆ

“อะไรมาแล้วหรอ ไอ้ลูกไม่รักดี เงินอยู่หนาย เอาเงินมา” พ่อเดินเซมาที่เขา ก่อนจะคว้าซองเงินในมือเขาไป ฮายาโนะยืนมองด้วยท่าทางเฉยเมย ทั้งๆที่ในใจปั่นป่วนไปหมด

“ไอ้ลูกเนรคุณ แทนที่จะเอาเงินมาให้แม่ใช้จ่าย ดันส่งเงินให้ไอ้ขี้เหล้าทำไม ไอ้แก่ เอาเงินมานี่นะ” สองคนทะเลาะกันวุ่นวายจนเขาทนไม่ไหว เดินออกมาอย่างรวดเร็วแล้วก็ชะงักกึก เมื่อเห็นเรียวยืนอยู่หน้าประตู

“คุณลืมกระเป๋า”

“ขอบคุณ” ได้ยินแน่ๆเลย คงจะดูถูกเราอยู่แน่ๆ บ้าจริง ไม่อยากให้ใครเห็นสภาพแบบนี้แท้ๆ ฮายาโนะรับกระเป๋ามาแล้วเดินฉับๆผ่านคนตรงหน้าไป

“ฮายาโนะซังจะไปไหนครับ ฝนยังตกอยู่นะ” เรียวคว้าแขนไว้

“ผมมีธุระ จะรีบไป ช่วยปล่อยด้วย” ฮายาโนะพยายามดึงแขนออก แต่ก็ไม่สำเร็จ อะไรเนี่ย ทำไมแรงเยอะแบบนี้นะ

“ถ้าคุณรีบ ผมไปส่งให้จะเร็วกว่า จะได้ไม่เปียกฝนด้วย”

“ไม่ต้อง”

“อย่าดื้อสิครับ” เรียวลากฮายาโนะเข้ารถราวกับกำลังพูดอยู่กับเด็กเอาแต่ใจ ฮายาโนะทำหน้าไม่ค่อยพอใจ ทำไมต้องบังคับกันด้วยนะ แต่ก็ยอมเข้าไปโดยดี “จะไปไหนต่อครับ” …

“ดื่มๆ” ฮายาโนะยกแก้วขึ้นดื่มก่อนจะวางลงบนโต๊ะ แล้วหันไปพูดกับอีกฝ่าย “นาย..ได้ยินใช่มะ ที่บ้าน... น่าสมเพชชะมัด ทั้งๆที่ไม่อยากให้ใครรู้แท้ๆ... อดีตนักกีฬายูโดระดับชาติมีครอบครัวเป็นแบบนี้ บ้านแตกสาแหรกขาด ตัวเองก็ไม่มีอนาคต....”

“พอเถอะครับ คุณเมาแล้ว” ร่างสูงดึงแก้วเหล้าออกจากมือฮายาโนะ “กลับได้แล้วครับ”

“อย่ามายุ่งนะ ชั้นไม่ได้บอกให้นายมาอยู่ด้วยสักหน่อย อยากกลับก็กลับคนเดียวสิ” เสียงอ้อแอ้

“ผมจะปล่อยคุณให้อยู่คนเดียวแบบนี้ได้งัย” พยายามพยุงร่างโปร่งที่ทำท่าเหมือนจะฟุบลงกับโต๊ะ

“ไม่กลับ...ไม่อยากกลับบ้าน” เสียงพึมพำเบาๆดังขึ้นขณะเจ้าตัวเริ่มไม่ได้สติ เรียวจึงต้องอุ้มขึ้น พาออกไปที่รถ เมื่อวางฮายาโนะบนเบาะเรียบร้อยก็ส่ายหน้าน้อยๆ แล้วถอนหายใจ

ร่างสูงอุ้มฮายาโนะเข้ามาในห้อง โดยค้นกุญแจจากกระเป๋าเสื้อ ก่อนจะวางลงบนเตียง แล้วก็เดินเลยไปที่ห้องน้ำ หยิบผ้าขนหนูชุบน้ำหมาดๆมาเช็ดตัวให้อย่างอ่อนโยน มือใหญ่ไล้ไปตามผิวเนียนช้า แล้วหยุดตรงริมฝีปากแดงช่ำ เรียวไล้นิ้วโป้งที่ริมฝีปากนั้น ก่อนจะประทับริมฝีปากตนเองลงอย่างแผ่วเบา เป็นคนที่มีอดีตเยอะจริงๆ ตอนที่เจอครั้งแรก แววตาที่เศร้าสร้อย เหมือนพยายามลืมอะไรบางอย่าง สร้างเกราะขึ้นป้องกันตัวเอง แต่ดูเหมือนว่าฮายาโนะซังจะจำเขาไม่ได้ อยากรู้จริงๆ อยากพังกำแพงนั่น อยากจะเปิดประตูเข้าไปในหัวใจของคนๆนี้ ให้ลืมความปวดร้าวทั้งหมด อยากให้มีแต่ความสุข

“ฮื่อ” ฮายาโนะขยับตัวเล็กน้อย ปรือตามองคนข้างหน้า “ใคร?”

“เรียวครับ”

“เรียว?” ดูเหมือนยังไม่ค่อยได้สติแหะ เรียวขยับจะลุกขึ้น

“จะไปไหน”

“จะไปหยิบผ้ามาเช็ดตัวให้ครับ”

“ไม่เอา อย่าไปนะ อย่าทิ้งชั้นไว้คนเดียว ชั้นเหงา อย่าไปไหนนะ” ฮายาโนะกอดยึดแขนอีกฝ่ายไว้แน่น ร่างสูงค่อยๆนั่งลงอย่างเดิม

“ครับ ผมจะไม่ไปไหน” พลางเอื้อมมือไปจับมือเล็กเอาไว้ “ผมจะอยู่เป็นเพื่อนทั้งคืนเลย”

ฮายาโนะดึงมือใหญ่มาแนบแก้ม น้ำตาคลอ “อยากลืม ทำยังงัยก็ได้ ชั้นอยากลืมทุกอย่าง” แขนเรียวเปลี่ยนมาเป็นโอบล้อมคออีกฝ่ายไว้ แล้วดึงเข้ามาหาตัวเอง “ทำให้ชั้นลืมทุกอย่างที”

เรียวจูบหน้าผากเนียนเบาๆ “ไม่เสียใจนะ” ฮายาโนะพยักหน้า โอบคอแน่นขึ้น ทั้งๆที่รู้อยู่ว่าอีกฝ่ายยังมีสติไม่ครบถ้วน แต่ว่าเขาก็อยากทำให้ฮายาโนะลืมต้นเหตุของความเศร้าสร้อย จะหาว่าเขาเห็นแก่ตัวก็ได้ เพราะยามนี้เป็นวิธีเดียวที่สามารถเป็นเจ้าของคนๆนี้ได้อย่างสมบูรณ์

“อื่อ” เสียงครวญคราง หายใจหอบดังขึ้นทั่วห้อง ร่างเปลือยเปล่าสองร่างกอดนัวเนียกันไม่ยอมห่าง “อ๋า” ร่างเล็กกว่าครางเมื่ออีกฝ่ายเหยียดกายเข้าไปจนสุด นิ้วเรียวจิกไหล่หนาจนช้ำ น้ำสีขาวขุ่นไหลเปรอะเปื้อนต้นขา ฮายาโนะหายใจหอบ แต่เรียวกลับยังไม่หยุดอยู่แค่นี้ เขาพลิกร่างเล็กก่อนจะเคลื่อนไหวร่างกายอย่างแรงซ้ำแล้วซ้ำเล่า ท่าแล้วท่าเล่า ในหัวสมองของฮายาโนะตอนนี้มีแต่ความว่างเปล่า ไม่นึกถึงอะไร คิดอะไรไม่ออกนอกจากความสุขที่ได้รับการปรนเปรอจากร่างใหญ่ตรงหน้าเท่านั้น พายุที่โหมกระหน่ำในห้องเล็กๆช่างรุนแรงกว่านอกห้องเสียอีก

“อูย ปะ...ปวดหัวจัง” ร่างบางขยับก่อนจะนิ่วหน้า “ปวดสะพวกด้วย เจ็บจัง” ฮายาโนะสบัดหน้า2-3ครั้ง แล้วมองไปรอบๆห้อง ที่นี่มัน...ห้องเรานี่ เรากลับมาอยู่ที่นี่ได้งัย ตอนนั้นจำได้ว่าไปดื่มนี่นา

“ตื่นแล้วหรอครับ ยังปวดหัวอยู่หรือเปล่า” เรียวเดินเข้ามาลูบหน้าผากอย่างอ่อนโยน

“เรียว?” มองงงๆ

“ครับ?”

“ทำไมมาอยู่ที่นี่ได้เนี่ย”

“อะไรกัน จำเรื่องเมื่อคืนไม่ได้เลยหรอ” คิ้วหน้าเลิกขึ้น

“เรื่องเมื่อคืน” ฮายาโนะเงียบทบทวนความจำ ก็แค่ดื่มเหล้า แล้วเรียวก็พยายามพาเขากลับ แต่เขาไม่ยอม โวยวายแล้วก็ง่วงหลับไป เอ๊ะ เหมือนจะจำได้ลางๆว่ากลับมาที่ห้อง กับใครหว่า คงจะเป็นเรียว หลังจากนั้นก็....ก็....

“อ๊ะ...อ๊ะ...ไม่จริง” ใบหน้าสวยขาวซีด ก่อนจะค่อยๆเงยหน้ามองร่างสูงตรงหน้า

“อ้าว จำได้แล้วหรอครับ” ยิ้มนิดๆ เหวอ~ไม่อยากเชื่อเลย นี่เรามีอะไรกับผู้ชายเนี่ยนะ แถมยัง...เป็นฝ่ายเสียหายด้วย แง๊~

“เป็นอะไร หน้าตาไม่ค่อยดีเลย ไม่สบายหรอ”

“เปล่า ไม่เป็นไร” ฮายาโนะยิ้มเสียไม่ได้ แล้วหันกลับไปฟุบบนโต๊ะลงอย่างเก่า เมื่อเช้า มัวแต่ตกใจอยู่ เราดันเหลือบไปเห็นนาฬิกาเกือบ10โมงแล้ว วันนี้เลยสายจนได้ เรียวก็อุตส่าห์มาส่ง ก็ขืนให้เราเดินมาเอง หรือขี่จักรยานมาคงตายแน่ วันนี้ก็เคลื่อนไหวไม่สะดวก เจ็บไปหมดเลย มีอะไรกับผู้ชายนี่เจ็บแบบนี้เชียวหรอ ร่างบางนั่งนึกถึงใบหน้าเข้มนั่น

(( “เรื่องเมื่อคืน เอ่อ.. คือชั้นเมาเลยไม่รู้ตัวว่าทำอะไรลงไป แต่ว่าอยากจะให้ช่วยลืมเรื่องทั้งหมดด้วยได้มั้ย แล้วก่อน เอ่อ...ชอโทษด้วยนะ” ใบหน้าสวยก้มหน้าก้มตา

“ไม่เป็นไรครับ เพราะดูเหมือนผมจะเป็นฝ่ายได้กำไร”

“ห๋า...หมายความว่างัย”

“ส่วนเรื่องที่ขอให้ลืม ผมคงทำไม่ได้ ตอนแรกกะว่าถ้าคุณนึกไม่ออก คงจะปล่อยไป แต่ว่ามาถึงขั้นนี้แล้ว ผมเปลี่ยนใจแล้วล่ะ”

“จะบ้าหรอ ผมเป็นผู้ชายนะ ลืมมันไปซะเถอะ”

“ไม่...ผมจะรับผิดชอบเรื่องนี้เอง อืม..นี่ผมก็ต้องไปทำงานแล้ว ฮายาโนะเดินไปที่ตึกดีๆนะ แล้วตอนเย็นจะมารับ ไปนะครับ” ))

บ้าชะมัด เราไม่ใช่ผู้หญิงนะ ไม่ได้ท้องสักหน่อย รับผิดชอบอะไรกัน ไม่น่าดื่มเหล้าเลย จะลาออกจากการเป็นครูของยูกิคุงดีมั้ยนะ น่าเสียดายอยู่หรอก ค่าสอนนั่น หลายหมื่นซะด้วย แต่ว่า ถ้าไปก็ต้องเจออีกน่ะสิ แต่ว่าเรียวบอกว่า

(( “ถ้าหลบหน้าผม ไม่ยอมมาสอนหรือลาออกล่ะก็ ผมไม่รับประกันเรื่องของคุณนะ”

“หมายความว่างัย”

“เย็นนี้ถึงจะบอกครับ” ))

มันอะไรกันนะ ที่ว่าเนี่ย หรือว่าจะเอาเรื่องที่บ้านของเราไปแฉ แต่นั่นก็ไม่เห็นเป็นไรเลยนี่นา หรือ เรื่องที่เรามีอะไรกับเค้า... บ้าน่า ดูๆไปแล้ว เรียวไม่น่าจะเป็นคนแบบนั้น... แต่ก็ไม่แน่แฮะ อูย คิดมากแล้วปวดหัวจัง

“ฮายาโนะเป็นอะไรหรือเปล่า ทำหน้าแปลกๆมาตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว” เพื่อนคนหนึ่งกระซิบกระซาบร่างสูงที่นั่งอยู่ข้างๆ เมื่อเห็นคิ้วเรียวขมวดไปมา ปากเล็กๆพึมพำเบาๆคนเดียว บางทีก็หน้าแดงเสียเฉยๆ

“อืม ไม่รู้สิ สนใจจริง”

“แหงล่ะ ก็เพิ่งเคยเห็นทำหน้าอย่างอื่นนอกจากหน้าเฉยๆนี่”

“นั่นสิ ใครกันนะที่ทำให้ฮายาโนะทำหน้าแบบนี้ได้” ยาเบะยิ้มนิดๆเมื่อรู้ว่าร่างเล็กข้างหน้าก็ไม่ใช่คนเย็นชาเท่าไร่นัก

catndog.gif (3077 bytes)

โปรดติดตามตอนต่อไป

แนะนำติชมได้ที่ e-mail : [email protected]

Hosted by www.Geocities.ws

1