aiboy

Chapter8: RoseI I

ร่างบางเดินงุ่นง่านอยู่ที่บ้าน อืม มีเดทงั้นหรอ สมองน้อยๆก็เริ่มประมวลแผนการทันที “แม่ครับ…”

“รอนานมั้ย” มานาบุเดินแกมวิ่งมาที่หน้าร้านคอฟฟี่ช๊อป

“ไม่หรอกค่ะ ชั้นก็เพิ่งมา” หญิงสาวสวยตอบเขินๆ “ต้องขอโทษด้วยที่นัดเย็นขนาดนี้”

“ไม่เป็นไร ผมเองแหละที่ต้องขอโทษ เพราะ เสาร์อาทิตย์นี้ไม่ว่างด้วย” ว่าแล้วก็เอื้อมมือไปกุมมือหญิงสาวที่เขาเพิ่งจีบติดเมื่อหลายวันก่อน เธอยิ้มอายๆ แต่ก็ยอมให้จับแต่โดยดี

“มีอะไรหรอคะ” หญิงสาวหันไปมองคนข้างๆที่หันหลังไปมองหาอะไรบางอย่าง

“เปล่า ไม่มีอะไร” ทำไมรู้สึกเหมือนถูกจ้องอยู่นะ

เชอะ ทำมาเป็นอาย เรายังสวยกว่าแท้ๆ เจ้านั่นหน้ามืดตามัวไปชอบผู้หญิงแบบนั้นได้งัย แล้วนนี่จะเดินไปถึงไหนกันนะ ใบหน้าหวานคลี่ยิ้มนิดๆเมื่อเห็นทั้งสองเข้าไปในร้านอาหาร

“สั่งอะไรดี” ชายหนุ่มถามหญิงสาวที่ทำหน้ามุ่ย อะไรดีนะ สปาเก็ตตี้ ไม่เอา เดี๋ยวเลอะปาก แซนด์วิช แบบนี้เราก็ต้องอ้าปากกว้างน่ะสิ เอ… มานาบุนั่งรอสาวเจ้าด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก แค่สั่งอาหารทำไมคิดมากแบบนี้ พลันสายตาก็เหลือบไปมองเห็นร่างบางในชุดแบบยูนิเซกซ์ แทบดูไม่ออกว่าผู้ชายหรือผู้หญิง เสื้อปกคอตั้งสีขาวระบายลูกไม้ ผูกโบว์เส้นเล็กที่ปกเสื้อ สวมทับด้วยเสื้อสูทสีดำพอดีตัว กางเกงขายาวสีดำดูสง่างามก้าวเข้ามา ทำเอาอดตะลึงไม่ได้เหมือนกัน คนในร้านต่างจ้องกันเป็นตาเดียว ผิวขาวออกชมพูระเรื่อ ริมฝีปากสีดอกกุหลาบอวบอิ่มนั่น อืม คอลเล็กชั่นของCK บรัชออนของลังโคมกับลิปสติกของคริสเตียนดิออร์นี่ใช้ได้แหะ

“มานาบุ” เสียงหวานเรียกพร้อมยิ้มกว้างจนฟันขาวสะอาดสะท้อนแว๊บ

“มาทำอะไรน่ะ” ร่างสูงถามอย่างแปลกใจ รู้สึกไม่ค่อยดีเลย

ยูกิหันไปจ้องหน้าหญิงสาวอย่างเอาเรื่อง “คุณคงไม่รู้ว่าผู้ชายคนนี้เป็นคนรักของผม” ทำเอาเธอเอ๋อไปทันที

“อะไรนะคะ”

“มานาบุเป็นคนรักของผม”

“เฮ้ย!” เจ้าตัวอุทานอย่างตกใจ

“เรารักกันมีความสัมพันธ์กันลึกซึ้ง แต่คุณกลับเข้ามาเป็นมือที่สามทำให้รักของเรามีปัญหา” ทั้งสองอึ้งไปตามๆกัน เพียงแต่คิดไปคนละอย่าง

“ถ้าไม่เชื่อ ไฝสามเม็ดเรียงกันที่ต้นขาเขาคงบอกได้” เงียบไปครู่ “ แล้วก็…คุณอาจเห็นรอยที่ผมฝากไว้” ใบหน้าสวยยิ้ม มานาบุช๊อคพูดอะไรไม่ออก ฝ่ายหญิงสาวถึงกับหน้าแดงด้วยความโกรธ ลุกขึ้นทันที

“ขอโทษด้วยนะคะที่ชั้นเป็นมือที่สาม คนรักของคุณมาตามทวงคืน ถ้าชั้นไม่คืนหน้าก็คงทำด้วยกระเบื้องมั้งคะ ต่อไปนี้คุณไม่ต้องมาให้เห็นหน้าแล้วนะ” แล้วเดินออกไปทันที

“เดี๋ยว… นี่ นายทำอะไรน่ะ” หันมาถามเจ้าตัวยุ่งที่เลื่อนเก้าอี้นั่งตรงข้าม

“ดูก็รู้ว่านายไม่ได้ชอบหล่อน จะทู่ซี้คบไปทำไม” มานาบุสะอึก ก็จริงที่เขาจีบหล่อนก็เพราะไม่อยากยุ่งกับเด็กตรงหน้านี้ต่างหาก

“มะ..ไม่เกี่ยวกับเธอสักหน่อย”

“เกี่ยวสิ”

“เกี่ยวยังงัย” คราวนี้อีกฝ่ายอึ้งไป นั่นสิ เกี่ยวยังงัย ไม่รู้เหมือนกัน “ไม่เข้าใจจริงๆ ทำไมเธอไม่ปล่อยชั้นสักทีนะ สนุกมากหรืองัย เฮ้อ ช่างเถอะ หิวหรือเปล่าล่ะ” เอาวะ ไหนๆคู่เดทก็หนีไปแล้ว

“เตรียมท้องมารอโดยเฉพาะเลยแหละ” ยิ้มร่าก่อนจะหันไปสั่งอาหาร

“แล้วนี่สมองของเธอคิดเรื่องที่พูดออกมาได้งัย ไม่อายเลย ให้ตายสิ” ชายหนุ่มหั่นสเต็กเข้าปาก ก่อนจะนึกขึ้นได้ “แล้วรู้ได้งัยว่าชั้นมีไฝที่ไหน”

“โทมะซังบอก” มานาบุหน้าเหลอ ขายเพื่อนเรอะ “แล้วก็จะบอกให้นะ..” เสียงเบาลง “รอยนั่น ชั้นจะทำให้จริงๆ” มานาบุสำลักน้ำ ไอโขลก อีกฝ่ายหัวเราะคิกคักชอบใจ

“เด็กบ้า”

กว่ามื้อเย็นจะจบลงได้ ก็ทำเอาเหนื่อยไปเหมือนกัน ไม่เคยเจอเด็กแบบนี้เลย ร่างสูงได้แต่ถอนหายใจ

“ถึงแล้ว เอ้า..ลง”

“เข้าไปในบ้านก่อนสิ นะ” เสียงออดอ้อนพร้อมแววตาเป็นประกายทำเอาใจอ่อน ยอมเข้าไปแต่โดยดี

“ซาระซัง ขอน้ำให้แขกหน่อย อ้าว เจ้าตัวยุ่งมานี่สิ” ยูกิกวักมือเรียกน้องชาย มานาบุมองอย่างพินิจพิเคราะห์ น้องสาวหรอ อ๊ะ ไม่สิบ้านนี้ได้ข่าวว่าไม่มีลูกสาวนี่นา หน้าคล้ายกันเลย สวยเหมือนกัน แต่ดูคนน้องจะท่าทางน่ารักบ่องแบ๊วกว่า ยูกิดูเฉี่ยวๆร้ายๆนิดๆ “นี่ ยู น้องชาย อยู่ม.ปลายปี2”

“หวัดดีครับ”

“หวัดดีจ๊ะ พี่ชื่อมานาบุ” สักพักน้ำท่าก็ถูกยกมาวางตรงหน้า

“คุณหนูคะ คุณนายผู้หญิงเรียกคะ”

“เดี๋ยวมานะ” ร่างบางเดินหายไป ยูจึงหันมาถามอย่างแปลกใจ

“คุณเป็นแฟนพี่เหรอ”

“แค่กๆ อะไรนะ” โอ้ย สำลักน้ำบ่อยจริง

“ก็ร้อยวันพันปีไม่เคยพาแฟนมาบ้านเลย แสดงว่าคนนี้ชัวร์แล้ว”

“ไม่ใช่สักหน่อย”

“หมายความว่าพี่เป็นฝ่ายตื๊อคุณงั้นหรอ” ยูทำหน้าไม่เชื่อสุดขีด

“ก็ประมาณนั้นแหละ” แล้วเราก็ใจอ่อนเรื่อยเลย

“งั้น…ขอให้โชคดี” ร่างเล็กตบบ่า ทำหน้าให้กำลังใจก่อนจะเดินไป ทิ้งให้มานาบุบ่นกับตัวเอง

“หมายความว่างัยวะ” ยูกิเดินกลับมาพอดี

“อ้าว เจ้ายูไปแล้วหรอ แทนที่จะรับแขกหน่อย”

“ไม่เป็นไร หายไปนานจัง” ร่างบางยิ้มก่อนจะตอบ

“แม่เรียกไปดูน่ะว่า ฝีมือการแต่งหน้าแต่งตัวของท่านเป็นยังงัยบ้าง”

“แต่งหน้า!” เจ้าตัวพยักหน้าน้อยๆ

“เพอร์เฟคใช่ม่า” ดูเหมาะจนน่ากลัวแหะ

มานาบุเหลือบมองนาฬิกา เห็นว่าดึกแล้วก็ขอตัวกลับก่อน

“จะกลับแล้วหรอ” ยูกิมองตาละห้อย มานาบุใจเต้นขึ้นมา ทำไมสวยแบบนี้นะ น่ากอดชะมัด คิดแล้วก็ต้องข่มใจ อืม เจ้าเด็กนี่เป็นผู้ชาย ยังงัยเขาก็ไม่คิดจะมีคนรักเป็นผู้ชายหรอก ที่สำคัญ ไม่อยากเป็นของเล่นของยูกิด้วย เป็น1ในบรรดาคอลเลคชั่นนั่น ไม่มีทาง

“อะ..อืม ไปล่ะ”

“มานาบุ” เสียงอ้อน ยูกิเดินเข้ามาหา ดึงชายเสื้อลงแล้ว เขย่งจูบ “ราตรีสัวสดิ์” แล้วเดินเข้าบ้านไป ร่างสูงยืนเอ๋ออยู่นานกว่าจะได้สติ

“เอ้อ ราตรีสวัสดิ์” พอเข้าห้องเจ้าตัวก็ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่

“เป็นอะไรน่ะ” ยูกิสะดุ้งเมื่อยูทัก

“ทำไมไม่เคาะประตูก่อน”

“ก็เคาะแล้วไม่เปิดเลยเข้ามาเอง เอ้า นี่ หนังสือที่ยืม” ยูกิรับหนังสือมา เมื่อเห็นน้องชายทำท่าอยากจะพูดอะไรก็พูดขึ้น

"อยากจะพูดอะไรก็พูดมา"

”ถามจริงเหอะ คนนี้จริงจังหรือเปล่า ดูเขาเป็นคนดี ถ้าพี่แค่ควงเล่นๆก็เลิกซะเถอะ น่าสงสาร”

“นายคิดว่าชั้นจริงจังใครไม่เป็นหรือยังงัย จะบอกให้ ชั้นจูบกับมานาบุแล้วนะ”

“แล้วงัย”

“นั่น first kiss ของชั้นเชียวนะ”

“หา” ตะโกนลั่น

“ทำไมต้องตกใจขนาดนั้นด้วย”

“นึกว่า thousand kiss เสียอีก”

“หมายความว่างัย” หน้าบูด

“อ้อ ก้อ ฮะๆ เปล่า” ยูยิ้มแหยๆก่อนจะเดินออกไป ยูกิทำท่าเหมือนนึกอะไรได้ ยิ้มเจ้าเล่ห์ก่อนถาม

“จริงสิ เจ้าเด็กที่ชอบมาวุ่นวายกับนาย อากิระเป็นงัยมั่ง” ใบหน้าหวานบูดทันที

“อย่าพูดถึงนะ นึกแล้วโมโหชะมัด”

“ท่าทางนายคงไม่รอดแน่ ยอมๆเค้าไปเถอะ” ยูหน้าแดง “ยอมบ้าอะไรเล่า พี่บ้า” แล้วก็กระทืบปึงปังออกไป พี่ชายได้แต่หัวเราะ แกล้งน้องสนุกจัง

“มานาบุ” เสียงหวานเอ่ยขึ้น ร่างบางค่อยปลดเสื้อคลุมออกเผยให้เห็นผิวขาวเนียนทุกซอกทุกมุม ชายหนุ่มนั่งใจระทึกอยู่ที่เก้าอี้ ยูกิค่อยๆย่อตัวลงตรงหน้า มือเล็กปลดกระดุมกางเกงออกช้าๆ แล้วเคลื่อนหน้าเข้าไปใกล้ “มาสิ รอยนั่น ชั้นจะทำให้” ปลายลิ้นแฉะแตะต้องเขาจนทนไม่ไหว “ยูกิ!”

“แฮ่กๆ” มานาบุสะดุ้งตื่นอย่างตกใจ ก่อนจะหันไปมองรอบตัว แล้วเลิกผ้าห่มขึ้น “บ้าชะมัด” ตั้งแต่วันนั้นทุกคืนเขาก็ฝันแบบเดิม ซ้ำๆกัน “เพราะเจ้าเด็กนั่นแท้ๆ ชั้นฝันเปียกทุกคืนเลย”

“ยูกิจัง มาหามานาบุหรอ”

“ครับ ไม่เจอตั้งหลายวันแล้ว ไม่รู้หายไปไหน” ยูกิยิ้มทั้งที่ใจขุ่น ไม่เจอตั้งหลายวันตั้งแต่คืนนั้น เป็นอะไรหรือเปล่านะ

“เมื่อกี้เหมือนเห็นเดินไปกับอายูมินี่นา” โทมะพูดไปแล้วก็นึกขึ้นได้ รีบหันไปมอง ยูกิยังคงยิ้มเฉยๆทั้งที่ความจริงในใจเดือดปุดๆแล้ว เฮ้อ โชคดี เห็นเจ้ามานาบุบอกว่าร้าย ไม่เห็นมีอะไรเลย

ใครก็ตามที่ไม่เคยเห็นคุณหนูผู้สูงศักดิ์วิ่งหน้าตั้ง วันนี้ก็คงได้เห็นกันถ้วนหน้า ยูกิวิ่งตามหามานาบุที่หายไปกับหญิงสาวปริศนา

‘อายูมิเป็นใครน่ะหรอ เอ่อ เป็น..เป็น ว๊าก อย่ายูกิจัง เป็นแฟนเก่ามานาบุน่ะ ห๋า คบกันถึงขั้นไหน เอ จำไม่ดะ… ย๊าก โธ่ ยูกิจัง เอาเท้าออกไปก่อนสิจ๊ะ อูย ตัวพี่ช้ำหมดแล้ว หมอนั่นไม่เคยบอกแต่คิดว่าคงลึกซึ้งน่ะ อ๊ากกกกก….’

หนอย คบกันถึงขั้นนั้นแล้วหรอ คิดไปคิดมายูกิก็ต้องแปลกใจตัวเอง เขาไม่เคยแคร์ใครมากขนาดนี้มาก่อนเลย คงเพราะเป็นคนแรกที่ไม่เอาใจเราเหมือนคนอื่นๆ เป็นคนแรกที่ตะคอกใส่ ไม่พูดแต่คำหวานๆ ช่วยเราไว้หลายอย่าง ตอนแรกกะใช้เป็นกันชนเท่านั้น เมื่อไร่กันที่คิดถึงตลอดเวลา เมื่อไร่กันที่นึกชอบคนๆนี้จริงจังขึ้นมา

“มานาบุเป็นอะไรไปจ๊ะวันนี้ ร้อนแรงเชียว” ร่างสูงไม่ตอบยังคงซุกไซร้หญิงสาวที่หัวเราะต่อกระซิกอย่างมีความสุข “อ๊า มานบุ ตรงนั้นไม่ได้นะจ๊ะ อา…เร็วเข้ามานาบุ” เสียงครวญครางดังลอดประตูห้องพักออกมาทำให้คนที่ยืนอยู่หน้าห้องเกิดอาการเดือดพล่าน ถีบประตูออกอย่างไม่ปราณี

โครม!

“ว้าย อะไรน่ะ” หญิงสาวรีบดึงผ้าห่มคลุมตัวทันที มานาบุคว้าเสื้อมาใส่วิ่งออกมาดู ประตูห้องชั้นพังแน่(ยิ่งโทรมๆอยู่)

“ยูกิ?” มานาบุมองคนที่ก้าวเข้ามาอย่างตะลึง แต่ร่างบางกลับเดินเลยไปยังผู้ที่นอนอยู่บนเตียง

“กลับไปซะ” น้ำเสียงและแววตาเยือกเย็น ทำให้หญิงสาวถึงกับขนลุกซู่ “คนๆนั้นเป็นของชั้น อย่ามายุ่ง” อายูมิสะอึก รีบเก็บเสื้อผ้าอย่างลนลาน มานาบุที่ยืนมองอยู่เดินตรงเข้าไปกระชากแขนเรียวทันที

“อะไรอีกล่ะทีนี้ เมื่อไรจะเลิกก่อกวนชั้นสักที ชั้นไม่เหมือนพวกนั้นนะ อย่าคิดว่าจะได้อะไรก็ต้องได้สิ” แล้วก็ต้องชะงักเมื่อเห็นอีกฝ่ายน้ำตาร่วงเผาะแผะ ร่างสูงเงอะงะทำอะไรไม่ถูก เมื่อกี้ที่จะดุว่าก็กลายเป็นดึงร่างบางเข้ามากอดปลอบ “เอ่อ..ขอโทษที่เสียงดัง อย่าร้องนะคนดี นะเงียบซะ” นิ้วเรียวกำเสื้อชายหนุ่มแน่น มานาบุลูบเส้นผมสีน้ำตาลนุ่มอย่างเบามือ ไม่ทันเห็นรอยยิ้มที่มุมปากของใบหน้าหวานที่ซุกกับอกเปลือยแข็งแกร่ง

มานาบุยืนมองยูกิที่หลับอยู่บนเตียงของเขาอย่างอ่อนใจ เลยต้องยอมให้ค้างที่นี่เลย ทั้งๆที่คิดว่าจะตัดใจแล้ว แต่กลายเป็นแบบนี้ซะได้ ถึงจะเจ้าเล่ห์ หลอกใช้คนอื่น หลงตัวเอง ชอบโยนปัญหาตัวเองมาให้คนอื่น แต่ดูเหมือนเขาจะหลงรักเด็กคนนี้แบบถอนตัวไม่ขึ้นเสียแล้ว อุตส่าห์พยายามตีตัวออกห่าง แต่ก็ยังมีเรื่องให้เจอกัน ให้คิดถึงอีกจนได้ เฮ้อ ทำยังงัยดี เขาก้มมองใบหน้านวลที่หลับตาพริ้ม พวงแก้มออกสีชมพู มานาบุไล้นิ้วตามริมฝีปากเผยอขึ้นมาเล็กน้อยอย่างลืมตัว ใบหน้าก้มต่ำเรื่อยๆ ลมหายใจสัมผัสแผ่วๆ แล้วเขาก็ผละออก ไม่ได้!

“ใจฝ่อชะมัด” เสียงงึมงำลอดริมฝีปากอวบอิ่มบ่นอย่างเสียดาย

ร่างสูงเดินไปที่เก้าอี้ยาวนอนก่ายหน้าผาก เฮ้อ แต่เมื่อกี้ก็ตกใจเหมือนกัน ไม่คิดว่ายูกิจะตามมา แถมโกรธขนาดนั้น เราก็โกรธเหมือนกัน พอเห็นน้ำตาเลยโกรธไม่ออกเลย คนแบบนั้น จะชอบเราจริงเรอะ เมื่อก่อนไม่เคยสนใจเรื่องแบบนี้เลยแหะ พอจะเข้าใจความรู้สึกของพวกผู้หญิงที่ชอบคิดมากซะแล้วสิ มานาบุพลิกตัวไปมองยูกิ ไม่ไหว..น่ากอดชะมัด แล้วพลิกกลับ ท่าทางคืนนี้คงหลับไม่ลงแน่

“อรุณสัวสดิ์” เสียงใครหว่า ปกติเราอยู่คนเดียวนี่นา ร่างสูงลืมตาตื่นงัวเงีย แล้วก็ตกใจเมื่อเห็นดวงตาเรียวจ้องมองเป็นประกาย

“อะ..อรุณสวัสดิ์”

“ชั้นหิวจัง หาอะไรให้กินหน่อยสิ” - -‘

มานาบุยืนปิ้งขนมปัง ทอดไข่ดาวใส่จานแล้วยื่นให้ “เดี๋ยวจะไปส่งที่บ้านนะ เพราะชั้นมีธุระ”

“อะไรกัน วันเสาร์แท้ๆ”

“วันนี้มีคัดเลือกนักกีฬาระดับประเทศ ถ้ามีรายชื่อคราวนี้ ถือว่าประสบความสำเร็จมากทีเดียว” ยูกิฟังอย่างไม่ใส่ใจนัก

“ดูท่าจะรักเหลือเกินนะ ฮีอกกี้เนี่ย ระหว่างชั้นกับฮ๊อกกี้ รักอย่างไหนมากกว่ากัน” ยูกิปรายตามองร่างสูงที่ชะงัก ตอบโดยไม่หันมามอง

“ยังไม่ได้พูดอะไรเลย”

“ของแบบนี้ ไม่ต้องพูดแค่ดูท่าทางก็รู้” พลางลุกเข้าไปใกล้ “ชอบอ้างว่าเป็นเด็กบ้าง เป็นผู้ชายบ้าง จริงๆกลัวว่าจะห้ามใจไม่อยู่ใช่มั้ยล่ะ” คิดจะลองดีเรอะ เจ้าเด็กน้อย มานาบุตวัดร่างบางมาในอ้อมกอด

“ถ้าใช่ล่ะ” พลางประทับริมฝีปากอย่างดูดดื่ม

“อืม” ยูกิส่งเสียงเมื่อปลายลิ้นอุ่นๆผ่านเข้ามาหยอกเย้า มือใหญ่สอดเข้ามาใต้กางเกงผ้า เมื่อสัมผัสกับส่วนไวต่อความรู้สึก ร่างบางก็สะดุ้ง “มะ..มานาบุ” ใบหน้าหวานแดงซ่านเมื่อถูกเล้าโลมอย่างหนักหน่วง แขนเรียวยันโต๊ะยึดเอาไว้ “อา” ยูกิแอ่นสะโพกให้อีกฝ่ายสัมผัสได้มากขึ้น เมื่อมานาบุเร่งจังหวะมือเร็วขึ้น ร่างบางกรีดร้องสุดเสียง ก่อนจะอ่อนยวบ หายใจหอบ “อืม”

“เป็นยังงัยหือ?” มานาบุหยิบผ้ามาเช็ดมือ ยูกิไม่ตอบเข้าไปรั้งคออีกฝ่ายจูบอีกครั้ง “พอแล้ว เดี๋ยวชั้นไปไม่ทัน” มานาบุผละออก ทิ้งให้ยูกิอารมณ์ค้าง

“แกล้งกันหรอ คอยดู” ยิ้มอย่างมาดมั่น จะทำให้หลงจนโงหัวไม่ขึ้นเลยทีเดียว

“นี่ ทีมนี่มานาบุอยู่ตอนนี้ก็ดังไม่ใช่หรอ เงินก็น่าจะได้เยอะ ทำไมไม่เปลี่ยนที่อยู่ล่ะ” ทั้งสองเดินออกมาจากห้องพักโทรมๆ

“ก็ไม่ได้จำเป็นขนาดนั้นนี่ ตอนนี้ที่ชั้นหวังคือเป็นนักฮ๊อกกี้ระดับประเทศ“ มานาบุขึ้นขี่มอเตอร์ไซค์ไปส่งยูกิ เมื่อถึงบ้าน ร่างบางก้าวลงจากรถ

“ไปนะ”

“มานาบุ”

“อะไร”

“รักชั้นหรือเปล่า” ยูกิถาม มานาบุเงียบไป จะว่ารักก็รัก แต่ตราบใดที่เขาไม่สามารถนึกถึงใครเป็นอันดับหนึ่งก่อนฮ๊อกกี้ได้…

“แล้วนายรักชั้นหรือเปล่าล่ะ” มานาบุถามกลับ อยากรู้เหมือนกันว่าเจ้าตัวยุ่งคิดยังงัยกันแน่ ยูกิยิ้มน้อยๆ

“ถ้าอยากรู้ ตอนห้าโมงเจอกันที่โรงแรมพริ้นเซส ห้อง601นะ”

“แต่ชั้นยังไม่รู้เลยว่าวันนี้เสร็จกี่โมง”

“ไม่เป็นไร จะมาหรือไม่มาก็ได้ ชั้นจะมีคำตอบให้ แล้วก็จะฟังคำตอบเหมือนกัน” ใบหน้าหวานยิ้มแล้วหันกลับไป

“…ชิโนฮาระ ซาซากิ และ มานาบุ ยินดีด้วยนะ ฝันของพวกเธออยู่แค่เอื้อมเท่านั้น” โค้ช ประกาศรายชื่อเสร็จ ก็เดินมาหามานาบุ “วันนี้เธอว่างมั้ย”

“เอ่อ…” เหลือบมองนาฬิกา บ่ายสามสี่สิบห้า “ครับ”

“ดี คาโน่ซัง ของทีมxxx เค้าอยากคุยกับเธอน่ะ ดูท่าเค้าอาจจะอยากให้เธอไปอยู่ทีมเค้า” มานาบุตาโต ไม่ว่าใครในวงการนี้ก็ต้องรู้จักคาโน่ดี

“ดูเทปการแข่งขันคราวก่อน เค้าว่าฟอร์มการเล่นเธอดีมาก แต่ต้องลดความระห่ำลงหน่อย ทีมนี้เป็นสุดยอดที่ทุกคนใฝ่ฝัน โชคดีนะ” โค้ชตบบ่าให้กำลังใจ มานาบุเดินตามออกไป ไม่อยากเชื่อสิ่งที่เค้าฝันมาตั้งแต่เด็ก กำลังจะกลายเป็นความจริงแล้ว

ทั้งสองนั่งรอที่โรงแรมแห่งหนึ่ง มานาบุชักเริ่มนั่งไม่ติดสี่โมงครึ่งแล้ว

“สวัสดี มานาบุ” ชายวัยกลางคนในชุดสูทเดินเข้ามาทักทาย มานาบุและโค้ชโค้งตัวให้

“สวัสดีครับ คาโน่ซัง”

“มาสิ กินอะไรกันก่อน ค่อยๆคุยกันไปนะ” ค่อยๆคุย เขาก็แย่สิ เขาเหลือบไปมอง อีก10นาที ยูกิกำลังรอเขาอยู่ที่นั่น แต่นี่ก็อนาคตเขาเหมือนกัน

“จริงสิ การแข่งคราวหน้านี้ เธอเป็นที่จับตามากเลยนะ มานาบุ…” คาโน่ซังแตะแขนอีกฝ่ายเมื่อเห็นว่าเอาแต่เหม่อ

“เอ่อ…ผม…ขอโทษ แต่ผมมีธุระต้องไปแล้ว” ว่าแล้วเจ้าตัวก็วิ่งออกไปทันที ทิ้งให้โค้ชนั่งเผชิญชะตากรรมแก้ตัวให้ครั้งใหญ่ต่อไป

catndog.gif (3077 bytes)

โปรดติดตามตอนต่อไป

แนะนำติชมได้ที่ e-mail : [email protected]

Hosted by www.Geocities.ws

1