aiboy

Chapter3 : พี่ชายจอมวุ่น

“อ้าว มาทำไรกันเนี่ย” เสียงใสกังวาลทักขึ้น

“มาเยี่ยมน่ะครับ คุณแม่ทำเค้กชอกโกแลตมาฝาก”

“ท่าทางน่าอร่อยจัง ว่าแต่แค่เอาของมานี่ต้องยกทัพกันมาเชียวหรอ”

ร่างสูงโปร่งยิ้มน้อยๆ รัศมีเปล่งประกายจนทั้งสามต้องหรี่ตา (ใช้ใกล้ชิดนี่)

“เมื่อกี้อยู่บ้านโคจิน่ะ แล้วซึซึเมะก็มา เลยออกมาพร้อมกัน”

“เจ้ายูน่ะ อยู่ข้างบน” อากิระสะอึกที่ผู้พูดรู้ว่าเป้าหมายที่แท้จริงคืออะไร

“นายนี่หาเรื่องมาได้ตลอดเวลาเลยนะ”ใบหน้าสวยหัวเราะ

“แล้วรุ่นพี่ไม่ไปไหนหรอครับ” โคจิเอ่ยขึ้น หลังจากไม่มีบทให้ออกซักที

“มานาบุไม่อยู่น่ะสิ น่าเบื่อจริงๆ” น้ำเสียงที่ฟังดูกระเง้ากระงอดเล็กน้อยจนอากิระนึกชมมานาบุที่ว่า ที่สามารถปราบคุณหนูผู้สูงศักดิ์ผู้นี้ได้ เขารู้จักกิตติศัพท์ของรุ่นพี่คนนี้ดี “กุหลาบแห่งT” ที่ใครๆก็ต้องหลงใหล สวยงามแต่ก็มีพิษสงรอบด้าน ทั้งความเอาแต่ใจ คุณหนูสุดๆ ความหยิ่งทรนงนั้นยิ่งกว่ายูเสียอีก ถึงแม้หน้าตาจะคล้ายกันมากแต่แววตาเจ้าเล่ห์ที่เป็นเอกลักษณ์นั้น มองทีไรก็รู้สึกเสียวสันหลังขึ้นมาทันที ทั้งแต่อยู่รร.แล้วเขากับโคจิมักตกเป็นเหยื่อด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของรุ่นพี่คนนี้อยู่เสมอและแน่นอน พวกเขาเป็นฝ่ายแพ้เสมออีกนั่นแหละ

“ยืนทำไรอยู่ตรงนั้น เข้ามาในบ้านสิ อ๊ะ นาย…เสียใจ ไม่ได้รับเชิญ” ยูตะโกนเรียกจากหน้าต่างชั้น3บนคฤหาสน์หรูหราเนื้อที่หลายไร่เมื่อเห็นบุคคลไม่พึงประสงค์ก็สะบัดหน้าหนีทันที

“นี่แสดงว่ายังไม่ก้าวหน้าไปไหนเลยนะ เข้าไปเหอะ อย่าไปสนใจเจ้าเด็กนั่นเลย”

อากิระหัวเราะแหะๆกับท่าทีที่ดูเจ้าเล่ห์ของอีกฝ่าย

“ยูกิ ให้หมอนี่เข้ามาทำไม”

“มารยาทเจ้าบ้านน่ะสิ” พี่ชายกอดอกพูด “เอ้า ซาระซัง ช่วยเอาเค้กใส่จานให้ทีขอชาด้วย”

“หน้าด้านจริงนะ นั่งดื่มชาในบ้านที่เจ้าของเค้าไม่ต้อนรับเนี่ย”

“ก็พอดี เจ้าของบ้านตัวจริงเค้าอนุญาตแล้วน่ะก็เลยไม่จำเป็นต้องฟังเสียงคนอื่นที่มีอำนาจน้อยกว่า”

“นี่ นาย!”

“พอๆๆ”ยูกิรีบห้ามทัพเสียก่อน “อากิระเค้าเป็นแขก ทำตัวให้มันดีๆหน่อย นายเองก็เหมือนกัน หัดทำปากให้มันตรงกับใจซะบ้าง” ทุกคนค้างชะงักไม่อยากจะเชื่อว่า…

“ถ้าจะไล่จริงๆ ก็อย่าแค่พูด โน่น เอาพวกบอดี้การ์ดมารุมยำไปเลย” โธ่นึกว่าจะเกิดการสารภาพรักขึ้น

“คุณยูกิ อย่าล้อเล่นแบบนี้สิ” อากิระเหงื่อตก เหลือไปมองยูที่มีท่าทีเฉยๆ ถึงแม้หน้าจะบูดก็ตามที ก็พอใจชื้นขึ้นบ้าง

แสดงว่ายูเองก็ไม่ได้คิดที่จะไล่เขาไปจริงๆ

ยูกิมองน้องชายอย่างระอา เท่าที่สังเกตเขาเองก็รู้ว่ายูสนใจในตัวอากิระมากขนาดไหน ถึงแม้การพูดถึงจะมีแต่เรื่องต่อว่ามากมายแต่มักมีเรื่องของคนๆนี้เพียงคนเดียวที่หลุดออกมาจากปากมากที่สุด แต่เพราะทิฐิทำให้ท่าทางที่แสดงออกจริงตรงกันข้าม อ้อ! คงจะมีเรื่องนั้นอยู่ด้วย

“แล้วนี่เดี๋ยวไปไหนกันเนี่ย”

“ผมจะไปช่วยซึซึเมะเลือกของขวัญให้คุณพ่อน่ะครับ วันเกิดท่าน”

“คุณพ่อ? อย่างกับสามีภรรยาเลยนะ” ยูกิแซวจนซึซึเมะหน้าแดงเถือก โคจิยิ้มเขินๆแต่ในใจนึกหวั่นภัยที่จะเกิดขึ้นต่อไปจากรุ่นพี่จอมเจ้าเล่ห์คนนี้อยู่นานไม่ได้ซะแล้ว หาทางหนีก่อนท่าจะดี

พูดคุยกันสักพัก โคจิกับซึซึเมะก็ขอตัวก่อน ยูเริ่มตีรวนอากิระอีกครั้ง

“มาทางไหน ไปทางนั้นเลย”

“นี่อากิระ ไหนๆเจ้ายูมันก็ไล่แล้ว วันนี้ไปเดทกับชั้นดีกว่า” ยูกิยิ้มหวานชนิดคนตรงหน้าต้องเข่าอ่อนแต่โชคดีที่อากิระเข้มแข็งพอ(ก็เค้าแพ้รอยยิ้มของยูเท่านั้น)

ยูกิหันมามองน้องชาย ได้ผลด้วยแหะ ดูท่ายูจะช๊อคนิดๆ จึงดึงอากิระเข้ามากระซิบ

“ลองดูหน่อยไม่ดีหรอว่ายูจะหึงเธอมั้ย” รอยยิ้มปีศาจผุดขึ้น

เมื่อเห็นทั้งสองทำท่าสนิทสนมกระซิบกระซาบกันนั้นยิ่งทำเอายูดับเบิ้ลช๊อค

“จะ..จะฟ้องมานาบุด้วยว่าพี่แอบนอกใจตอนเค้าไม่อยู่”

“ตามใจนาย แต่ก่อนอื่น ไปกันเถอะ”

ร่างสูงโปร่งคล้องแขนอากิระที่รับมุขด้วยดีเดินออกไป ยูได้แต่ฮึดฮัดอยู่สักครู่ก่อนจะวิ่งตามออกไปอีกคน

“จะไปเที่ยวก็ไม่เกี่ยวกับเราสักหน่อย ก็แค่อยากออกมาข้างนอกบ้าง” ยูบ่นกับตัวเองพยายามแก้ตัวกับความรุ้สึกหงุดหงิดที่เกิดขึ้น

“ไปไหนกันดีครับ” อากิระเซอร์วิสเต็มที่

“ไปห้างดีกว่า อยากดูของหน่อยน่ะ” ยิ้มหวานโปรยไปทั่วจนพวกชายหนุ่มแถวๆนั้นตาค้างกันเป็นแถวๆ รังสีถมึนด้านหลังที่โดนทิ้งให้เดินคนเดียวก็ยังคงพวยพุ่งอยู่เช่นกัน

“นี่ก็สวยดีนะครับ” อากิระชูเสื้อตัวกีฬาตัวหนึ่งขึ้น ยูกิมองอย่างพิจารณา

“เล็กไป มานาบุใส่ไม่ได้หรอก”

ยูมองทั้งสองอยู่ห่างๆด้วยความหมั่นไส้ ไอ้เจ้าชู้นี่ แล้วก็นึกน้อยใจขึ้นมาอย่างประหลาดทั้งที่เมื่อก่อนหมอนี่จะเอาใจใส่เค้าคนเดียวเท่านั้น

“เป็นอะไรไปหล่ะ” อากิระเอามือเขี่ยผมสีน้ำตาลอ่อนเบาๆ

“อ้าว ไม่ไปสวีทกันต่อหล่ะ” น้ำเสียงและท่าทีที่ประชดประชัน จนอากิระอดขำไม่ได้

“คุณยูกิจ่ายเงินอยู่น่ะ แล้วงอนอะไรหล่ะ หรือว่าเพราะถูกปล่อยให้เดินคนเดียว” ใบหน้าคมสันเลื่อมเข้ามาใกล้จนใบหน้ายูร้อนวาบ

“มะ..ไม่ใช่สักหน่อย”

“งั้นทำไมหล่ะ ‘หึง‘ หรอ” ยูหน้าแดงจัด ไม่มีทั้งแรงและเสียงที่จะขัดขืน เอาหน้ากับมือที่อยู่ตรงเอวช้าน~ออกไปนะ นี่มันกลางห้างนะเฟ้ย

“อ่ะแฮ่ม” เสียงกระแอมทำให้อากิระรีบปล่อยมือทันทีอยากจะหันมาต่อยคนที่ทำให้บรรยากาศเสีย กำลังจะเข้าด้ายเข้าเข็มอยู่แท้ๆ แต่แล้วก็รีบปั้นหน้าทันที

“เสร็จแล้วหรอครับ” กัดฟันถาม

“เสร็จแล้วสิ ไปต่อเถอะ” รอยยิ้มเทพธิดาแต่ทำไมอากิระถึงเห็นหางปีศาจชี้โด่ออกมานะ

หึงหรอ ไม่จริง~ ยูยังคงเฝ้าปฏิเสธตัวเองต่อไป

“อ้าว นั่น บังเอิญจังนะ โฮะๆ” ยูกิหัวเราะดีใจนิดๆที่เห็นโคจิกับซึซึเมะกำลังเลือกของอยู่ที่ร้านคริสตัล

“มาเหมือนกันหรอครับ” เสียงรอดไรฟันดังขึ้น ในขณะที่เจ้าตัวกำลังปั้นหน้าสุดๆ

“โคจินี่ดี๊ดีน่ะ ถ้าคุณแม่รู้เข้า คงเต็มใจยกลูกชายให้แน่” หันมาพูดกับซึซึเมะแทน

ซึซึเมะยิ้มแห้งๆ หันไปมองหน้าคนรัก จะมีสักวันที่เราสองคนอยู่กันอย่างสงบสุขมั้ยเนี่ย สุดท้ายกลายเป็นว่าทั้ง5คนต้องเดินด้วยกัน ตามคำประกาศิตของเจ้าแม่(หรือเจ้าพ่อ?) ยูกิเลือกนู่นเลือกนี่อยู่นาน อากิระเริ่มชะลอฝีเท้าจนเท่ากับยูที่ยังเอาแต่หน้างอ

“หิวมั้ย” อากิระพยายามเอาใจหลังจากนึกได้ว่าแผนของยูกิอาจทำให้เขากับยูผิดใจกันเสียมากกว่า

“อยากกินก็ไปกินคนเดียวสิ ไม่ก็ชวนยูกิไป”

“อยากไปกินไอติมน่ะ” อากิระเอาของโปรดมาล่อ

“เอาสิ” ยูยิ้มร่า ร่างสูงมองคนตรงหน้าขำๆ ถ้ามีอะไรที่ถูกใจเจ้าตัวก็จะแสดงความรู้สึกออกมาอย่างไม่ปิดบัง

ทั้งสองแยกจะเดินไปชวนอีกคู่แต่ก็เปลี่ยนใจเมื่อเห็นโคจิกำลังเป็นเหยื่อโดนทาบเสื้อต่างๆบนตัวอยู่ ซึซึเมะหันมาเห็นก่อนพอดี จึงรีบแยกออกไป อ้างว่าจะไปซื้ออะไรมาให้กิน(ทิ้งเลยนะจ๊ะ แหม) โคจิได้แต่มองตามละห้อย อยากหนีเหมือนกันโว้ย

“นี่ รุ่นพี่จะเลือกก็เอามันสักตัวสิครับ” โคจิบ่นหลังจากเป็นหนูทดลองมาหลายตัว

“ก็นายตัวพอๆกับมานาบุนี่ เหอะ เอาตัวนี้ก็ได้” เจ้าตัวหยิบเสื้อเดินตรงไปที่แคชเชียร์แต่ก็ไม่วายลากชายหนุ่มไปด้วย

“จะหนีไปไหน” - - ‘

“น่าสงสารโคจิจัง” ยูเอ่ยขึ้น

“นั่นสิ ซึซึเมะใจร้ายจัง ปล่อยไว้แบบนั้น”

“โธ่ ประธานก็ (เถียงไม่ออก ความจริงง่ะ)”

“ปล่อยไว้แบบนั้น เสร็จยูกิแน่ เดี๋ยวถ่านไฟเก่าก็คุหรอก” ยูปรายตาไปทางอีกฝ่ายที่บัดนี้หน้าเปลี่ยนสี

“เอ่อ เดี๋ยวผมเอาไอศครีมไปให้คุณยูกิกิบโคจิก่อนนะครับ”

“นายนี่ดีจังนะ เอาอกเอาใจซึซึเมะตลอดเวลาเลย”

“ก็ผมรักของผมนี่ครับ”

ยูกิเอ่ยด้วยเสียงเหม่อลอย “นี่ถ้ามานาบุอยู่กับชั้นตลอดเวลาเอาอกเอาใจบ้างแบบนี้ก็ดี” โคจิหันไปมองคนตรงหน้าอย่างไม่เชื่อสายตา ใบหน้าร้ายนิดๆหายไปแทบไปเหลือเค้า คุณมานาบุมีอิทธิพลกับคนๆนี้ขนาดนี้เชียวหรอ

”มีอะไรหรอครับ”

“คนๆนั้น อะไรก็ฮ๊อกกี้ๆ แถมดังระเบิดมีสาวๆมาไต่มาตอมกันตั้งเยอะ…”

“แต่สมัยก่อนก็เป็นแบบนี้ไม่ใช่หรอ” โคจินึกสงสารนิดๆ กับใบหน้าที่พยายามซ่อนความเหงาเอาไว้

“ก็เมื่อก่อนยังไม่ดังเท่าตอนนี้นี่ พอดังแล้วก็ไม่มีเวลาว่างเลย ดีล่ะต่อไปนี้จะไม่มานั่งกลุ้มแล้ว จะขอนอกใจหน่อย เอานายนี่แหละ” ว่าแล้วก็หอมฟอดใหญ่ต่อหน้าต่อตาหลายๆคนรวมทั้ง…

“ว๊าก..ซึซึเมะ” ที่ยืนช๊อคไปซะแล้ว

“พี่บ้า เจ้ามารร้ายทำเอาคู่รักเค้าเกือบทะเลาะกัน”

“นี่แกด่าชั้นขนาดนี่เชียวหรอ คู่รักที่ว่า ซึซึเมะหรือแกหล่ะ” ยูสะอึก

“อย่ามาเปลี่ยนเรื่องดีกว่า ทำไมตัวเองไม่มีความสุขก็เลยพาลรึงัย” น้ำเสียงไม่พอใจ

“บ้าน่า เห็นชั้นเป็นคนยังงัย แหย่นิดแหย่หน่อยก็ไม่ได้” ยูกิตอบด้วยสีหน้าไม่รู้ร้อน จนน้องชายจะจะต่อยซักเปรี้ยง ถ้าไม่ติดว่าเป็นพี่

ยูเดินกระทืบปึงปังกลับห้อง เค้าเองก็รู้อยู่ว่าพี่ชายเป็นคนยังงัย ทุกคนเองก็รู้แต่เมื่อนึกถึงเรื่องที่โคจิ(แอบ)เล่าให้ฟัง ก็รู้สึกสงสารขึ้นมาตะหงิดๆ รวมทั้งกลัวด้วยเพราะรู้ดีว่ายูกินั้นลองอยากทำอะไรก็จะทำให้ได้ เกิดนึกอยากประชดคุณมานาบุที่ไม่มีเวลาให้เลยขึ้นมาจริงๆ อ้า ..ไม่กล้าคิด

RRRR

“ยูครับ อ๊ะ มีอะไรโทรมาที่ห้องชั้น”

“โธ่อย่าดุสิ เป็นห่วงต่างหาก” ริมฝีปากบางยิ้มขึ้นมานิดอย่างช่วยไม่ได้พลันก็ต้องหุบลงทันที

“คุณยูกิเป็นงัยมั่ง”

“ไม่รู้สิ อยากรู้ก็โทรไปห้องพี่สิ” ว่าแล้วก็กระแทกหูโครมจนอากิระสะดุ้งโหยงอุตส่าห์หาข้ออ้างโทรมาแล้วเชียว

“เจ้าบ้า” ยูบ่นหน้างอ

ในเวลาเดียวกัน

“โธ่ ซึซึเมะ จริงๆนะ ผมไม่ได้คิดอะไรกับรุ่นพี่แล้ว เมื่อกี้เค้าก็ล้อเล่นเฉยๆ” โคจินั่งอธิบายความตั้งแต่ต้นจนจบให้ปลายสายฟัง

“ไม่รู้ไม่อยากฟัง”

“ซึซึเมะ มีเหตุผลหน่อยสิ ผมรักซึซึเมะคนเดียว ก็รู้นี่ อย่าโกรธผมเลยนะ”

ซึซึเมะได้แต่เงียบ ไม่ตอบ ซื่อจริง โคจิเนี่ย ถ้าโกรธจริงป่านนี้คงกระแทกหูใส่ไม่ปล่อยมาให้นั่งพูดแบบนี้หรอก แต่ก็เพราะแบบนี้แหละ ชั้นถึงรักนาย

“นายไม่เข้าใจหรอก นายเคยคบกับคุณยูกิมาก่อนนี่นา แล้วถ้า..”

“ไม่มีทาง” โคจิแทรกทันที “ผมรักซึซึเมะเท่านั้น ไม่มีทางเปลี่ยนใจ”

เสียงแข็งขันของโคจิทำเอาซึซึเมะใจชื้นขึ้นมาบ้าง แต่ก็ยังเล่นตัวเล็กน้อยแต่พองาม

“ถ้ามีเหตุการณ์แบบครั้งนี้เกิดขึ้นอีก ชั้นไม่ยอมแน่ รู้ไว้นะโคจิ” โคจิได้แต่ปลงก็ฝ่ายนั้นเริ่มก่อนนี่นา

วันนี้โคจิรีบเดินทางไปหาซึซึเมะที่บ้านแต่เช้าแต่ระหว่างทางกรรมเวรที่ได้เคยก่อไว้กลับมาสนองเอาเสียตอนนี้ เมื่อเจ้าตัวเหลือบไปเห็นหนุ่มงามเดินทอดน่องอยู่ที่ฟุตบาทแล้วบังเอิญเหลือบมาเห็นจะไม่หยุดรถทักก็ดูจะเสียมารยาทเกิน ก็สายตาปะทะเข้าอย่างจังแล้วนี่

“อรุณสวัสดิ์ครับรุ่นพี่ มาทำอะไรแถวนี้” โคจิทักอย่างเสียไม่ได้ ร่างบางไม่ตอบแต่เดินอ้อมไปเปิดประตูเข้ามานั่งที่ข้างคนขับ

“พอดีเลย โชคดีจัง” ยูกิยิ้มแต่อีกฝ่ายนั่งเหงื่อตก “เป็นไร ไปสิ”

“แล้วรุ่นพี่จะไปไหน”

“แล้วนายจะไปไหนหล่ะ”

“ไปหาซึซึเมะครับ” ตอบประมาณให้รูว่าคนรักเขาคิดถึงจะไปหากัน แต่ทว่าคิดผิดเสียแล้ว

“ชั้นก็กำลังจะไปอยู่เหมือนกัน” เด็กหนุ่มมองคนตรงหน้าอย่างอึ้งๆ นี่จะเอายังงัยกับชั้นอีกเนี่ย

“รุ่นพี่เลิกแกล้งพวกผมสักทีได้มั้ยครับ” เสียงเริ่มแข็ง

“พูดอะไรของนาย” หน้าหวานหันมามองงงๆ

“ผมรักกับซึซึเมะ คุณก็น่าจะรู้อยู่ แล้วจะมารื้อฟื้นเรื่องเก่าๆทำไมทั้งๆที่คุณก็เป็นฝ่ายทิ้งผมไปก่อนแท้ๆ พอเห็นผมมีความสุขผิดกับคุณก็เลยคิดจะแกล้งหรือยังงัย” คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน

“โคจิ” ยูกิพูดเรียบๆ แต่ทว่าน้ำเสียงที่ฟังดูอ่อนโยนนั้นกลับเป็นโคจิที่เป็นฝ่ายรู้สึกผิดเสียเอง ใบหน้าคมเริ่มอ่อนลง “ชั้นหิวข้าว ลืมเอากระเป๋าตังค์มา เลี้ยงหน่อยสิ” - - ‘

ยูเดินลงมาจากรถเบนซ์สีดำคันหรูคนงานในบ้านเปิดประตูให้ทันทีโดยไม่ต้องถามให้มากความก่อนจะรีบไปรายงานเจ้านายว่าแขกคนสำคัญมา

“เอ๊ะ เฟอร์รารี่สีตะกั่วคันนี้ คุ้นๆ”

“ประธานยู” ทั้งสองเรียกพร้อมกัน

“อะไรเนี่ย เจ้าบ้าอากิระ”

“นี่ ทำไมชื่อชั้นต้องมีเจ้าบ้านำหน้าด้วย”

“ก็นายมันบ้าจริงๆนี่” ยังไม่หายโมโหเรื่องเมื่อคืนเลยนะ “แล้วมาทำไมเนี่ยเจ้าบุคคลภายนอก” ยูเชิดหน้าถาม เสียงกระแอมนิดๆของซึซึเมะทำให้ยูรู้สึกตัวว่ากำลังพูดเข้าตัวเอง ตายแหล่ว~

“แล้วประธานยูมาทำไมล่ะครับ” อากิระได้ทีขี่แพะไล่ เอียงคอถาม ใบหน้าสวยแดงขึ้น เอ่ยตะกุกตะกัก

“ก็..คะ…คือว่า..เป็นห่วง”

อากิระยิ้มรู้ดีว่ายูนั้นมีจิตใจดีเพียงไร เพียงแต่ชอบที่จะแสดงออกตรงข้ามเท่านั้น เขาเดินเข้าไปจูงมือยูที่กำลังว่าง่ายมานั่งลงที่โซฟาข้างๆ

“ทำไมวันนี้ประธานยูยอมประธานอากิระจัง” ซึซึเมะพูดขึ้น ทำเอายูได้สติ สบัดมือออกแล้วย้ายไปนั่งห่าง

“ถือโอกาสเชียวนะ” ยูมองตาเขียวปั๊ด อากิระหันไปมองเค่นเขี้ยวกับซึซึเมะต่อ หนอยเจ้าซึซึเมะ อารมณ์ไม่ดีอย่าพาชั้นซวยไปด้วยสิ ส่วนซึซึเมะทำหน้าหลอหรา โคจิบ้าไม่เห็นมาง้อเลย

โคจิไม่มาคงจะดีกว่า เพราะเมื่อมาถึงร่างโปร่งก้าวลงจากรถยิ่งทำให้ซึซึเมะฉุนหนักเข้าไปอีก ไหนว่ารักเราคนเดียวแต่นี่ถึงขนาดถ่อไปรับคุณยูกิก่อนจะมาง้อชั้นอีกหรอเนี่ย

“พี่/คุณยูกิมาได้งัย” อากิระกับยูร้องเสียงหลงไม่มีใครสนใจกับใบหน้าเซ็งสุดขีดของโคจิ

“รถล่ะ” ยูถาม เพราะเขาเห็นพี่ชายซิ่งเบนซ์สปอร์ตออกจากบ้านแต่เช้า

“ชนน่ะ อีกฝ่ายเลยอาสาเอาไปซ่อมให้ เดินเล่นอยู่เลยเจอโคจิ” อ้อเป็นอย่างงี้เองคู่กรณีคงหน้ามืดหลงเสน่ห์พี่ล่ะสิเนี่ย ถึงตกหลุมง่ายๆ

“ซึซึเมะเป็นไรไป” ยูกิทักเสียงใส

“ปล่าวครับ” พยายามปั้นหน้าแต่สายตาแค้นส่งต่อไปยังคนข้างหลัง ซวยตูท่าทางราหูคงจะเคลื่อนที่เข้ามาบดบังชะตาเคราะห์ของโคจิแหงๆ ยูหันมาร่วมมือกับอากิระเป็นครั้งแรก เพื่อช่วยให้เพื่อนรอดจากชะตากรรมอันโหดร้าย

“พี่ มาเหอะ เดี๋ยวอากิระขับรถไปส่ง” ยูพยายามกันพี่ชายออกไปให้สองคนนนั้นได้ปรับความเข้าใจกัน

“เห แปลกนี่ สามัคคีกลมเกลียวกันตั้งแต่เมื่อไร่” แววตาเจ้าเล่ห์ปรากฎขึ้นอีกครั้ง อากิระชักใจคอไม่ดี ส่วนยูน่ะหรอ ชินแล้ว

“คงไม่ได้หรอก เมื่อกี้โคจิบอกว่าจะพาไปศูนย์หนังสือแต่อากิระจะเป็นคนพาชั้นไปก็ได้นะ”

“ผมยังไม่ได้พูดอะไรเลยนะ”

“ไม่เป็นไรหรอกครับ” ซึซึเมะเอ่ยขึ้นหลังจากเงียบมานาน

“คุณยูกิไปกับโคจิเถอะครับ”ว่าแล้วเจ้าตัวก็หันขวับเดินไป

“เดี๋ยวซึซึเมะ”โคจิเรียก แต่ทว่ายูกิมือไวกว่าคว้าคอเสื้อไว้ทันแล้วลากไปขึ้นรถทันที

“ซึซึเมะ..” โคจิฟุบคาพวงมาลัย โธ่ กว่าจะได้มาต้องเสียไปเพราะมารร้ายนี่หรอยอมไม่ได้ “รุ่นพี่!”

“โคจิ” อะไรอีกล่ะเนี่ย น้ำเสียงแบบนี้ที่เขาแพ้มานักต่อนักแล้ว ไม่คราวนี้ไม่ยอมอีกแล้ว

“ผมไม่..”

“นายนี่ซื่อจนเซ่อเลยนะ เหมือนแต่ก่อนไม่มีผิด”

“อะไรนะ

“เอ้า ออกรถเถอะ มีอะไรดีๆให้ดู” ยูกิคะยั้นคะยอจนโคจิต้องยอมทำตามนิสัยใจอ่อนเนี่ยแก้ไม่หายสักที

“ซึซึเมะ” ยูเรียกรองประธานผู้น่ารักกล้าๆกลัวๆ เพิ่งเคยเห็นโกรธจริงๆจังแหะ จู่ๆพี่แกก็หันขวับมาจนสองคนที่ตามอยู่ข้างหลังสะดุ้งโหยง

“ผมจะไปตามสองคนนั้น” ว่าแล้วก็คว้ากุญแจรถออกไปทันที

“เดี๋ยว” อากิระตะโกนไล่หลัง “นายขับรถเป็นหรอ” แป่ว - - ‘

สุดท้ายอากิระก็เป็นฝ่ายขับพาเอายูกับซึซึเมะมาด้วย แววตาโกรธเคืองหายไปแล้วเหลือเพียงแต่แววตาเศร้า

“ไม่รู้ว่าโคจิคิดยังงัยกับผมกันแน่”

“พูดอะไร เค้าก็รักนายน่ะสิ ชั้นน่ะรู้ดีนะ ไม่ว่าเมื่อไรก็พูดถึงนายเสมอ” อากิระหันมาตอบ

“แล้วทำไมพอเจอคนรักเก่าถึง..”

“อย่าไปสนเจ้าพี่บ้านั่นเลย เค้าก็ระรานชาวบ้านไปทั่ว นายก็รู้ดีนี่”

“ไม่เกี่ยวกับคุณยูกิหรอกครับ ของแบบนี้ตบมือข้างเดียวมันไม่ดังหรอก” ซึซึเมะพูเสียงเศร้า อากิระมองอย่างสงสาร เฮ้อ

เจอพิษกุหลาบ(เปล่าโฆษณาหนังนะ)เข้าแล้วมั้ยล่ะ

“เชื่อเหอะ เค้ารักนายแน่ๆ” อากิระยิ้มให้กำลังใจ

“จะทำยังงัยดีผมโกรธเค้าเมื่อกี้ เค้าจะโกรธผมมั้ย ผมไม่อยากให้เป็นแบบนี้เลยอยากกลับไปเป็นเหมือนเก่า” เสียงเริ่มสั่นนิดๆ

“ห๋า โคจิไม่มีทางโกรธนายหรอกน่า เชื่อใจเค้าสิ เดี๋ยวไปหาก็ไปปรับความเค้าใจซะ ชั้นจะกันพี่บ้านั่นออกไปเอง”

“ขอบคุณครับ” ซึซึเมะยิ้ม ในใจมุ่งมั่นที่จะเชื่อใจคนรักอย่างเดิมต่อไปนี้ไม่ว่าอะไรก็จะไม่ทำให้เขาเขวไปได้อีกแล้ว

โคจิเดินตามยูกิต้อยๆในศูนย์หนังสือ มือก็กดโทรศัพท์หาคนรักยิกๆ โอ้ย ทำไมไม่มีใครรับนะ จะรับได้ยังงัยหล่ะก็ซึซึเมะลืมมือถือทิ้งไว้ที่บ้านนี่นา

“นี่ ถามจริงๆเถอะ รุ่นพี่ไม่มีความสุขหรอครับ”

“พูดอะไรน่ะ ชั้นมีความสุขจะตาย” เสียงหัวเราะใสๆดังขึ้นแต่เขารู้สึกเหมือนแม่มดหัวเราะมากกว่า

“นายน่ะ เป็นคนแบบนี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไร ใจอ่อนไม่เลิก ไม่ว่ากับใครก็ใจดีไปซะหมดแต่นายรู้มั้ย บางครั้งมันก็ทำให้คนอื่นเจ็บปวดได้เหมือนกัน” ร่างบางยิ้ม

“นายบอกว่านายรักซึซึเมะ รักแบบไหนล่ะ ทำไมถึงรัก” โคจิแปลกใจ คำถามนี้เขาเคยได้ยินมาก่อนแน่

“ผมรักซึซึเมะ เพราะซึซึเมะก็คือซึซึเมะ ไม่รู้สี เรียกว่า..รักแบบไม่มีเหตุผลล่ะมั้ง”

“แล้วนายรู้มั้ยว่านายตอบชั้นว่าอะไรเมื่อตอนที่เราคบกัน นายบอกปลื้มชั้นที่เป็นแบบนี้แบบนั้น เพราะทุกคนชอบชั้น เพราะชั้นสวยเหตุผลร้อยแปด”

“…”

“นั่น่ะ มันเป็นแค่ความชื่นชมเท่านั้น ที่ถูกเข้าใจผิดว่าเป็นความรักความรักแบบเด็กๆ นายไม่ได้รู้จักชั้นจริงๆ ไม่ได้รักเพราะชั้นเป็นชั้นอย่างที่นายบอกว่ารักซึซึเมะ ทุกคนล้วนพูดแบบนี้กับชั้นทั้งนั้น แต่มานาบุ ไม่ใช่” ใบหน้ายูกิดูเคร่งขรึมจนโคจิรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังพูดอย่างจริงใจ

“ผม..เอ่อ ขอโทษ” โคจิหน้าเสีย ร่างบางยิ้ม

“งั้น เดินตามต่อได้แล้ว เจ้าทาสผู้ซื่อสัตย์” อ้า~ เราไม่มีทางเชื่อใจคนๆนี้ได้จริงๆด้วย แต่อย่างน้อย คนๆนี้ก็ทำให้เขาคิดได้

“ผมจะไปหาซึซึเมะ”

“นึกว่าจะไม่พูดซะแล้ว ถ้าไม่พูด ชั้นจะไม่ปล่อยให้นายกลับไปทำร้ายใครอีกหรอก”

ยูกิเดินเลยมาที่หนังสือกีฬา โคจิหันหลังจะวิ่งไป วิ่งไปได้เพียงไม่กี่ก้าว ยู อากิระ และซึซึเมะก็วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา

“โคจิ” ซึซึเมะตะโกนเรียก พร้อมกับวิ่งเข้าไปหา “เมื่อกี้ชั้นขอโทษชั้นไม่ได้ตั้งใจ แต่มันหงุดหงิดที่นายเห็นคนอื่นสำคัญกว่าชั้น ชั้น ชั้นรักนายนะถึงนายจะโกรธ แต่ชั้นจะไม่ยอมปล่อยมือจากนายเด็ดขาด”

โคจิยืนอึ้งที่ซึซึเมะปล่อยความในใจออกมาเป็นชุดแต่ตอนนี้เขาดีใจมากกว่าที่ทุกอย่างเริ่มดีขึ้น เขาก็รักซึซึเมะ และรักมากมากขึ้นเรื่อยๆด้วย

“ผมก็รักซึซึเมะ” ว่าแล้วสองคนก็กอดกันกลม

“ช่วยดูหน่อยได้มั้ยว่าที่นี่มันที่ไหน” ยูกระซิบ เมื่อหันไปมองทุกคนมองมาที่พวกเขาเป็นตาเดียว ก่อนจะวี๊ดวิ้วส่งเสียงเชียร์กันจนทั้งสองที่กอดกันรีบผละออกมาด้วยความเขิน

“เอาล่ะ โคจินายน่ะเลิกขี้ใจอ่อนได้แล้วนะ ในเมื่อรู้ตัวว่าใครสำคัญสุดก็อย่าทำให้เขาเจ็บปวด ซึซึเมะเองก็เหมือนกัน เชื่อใจเจ้าเด็กโง่นี่ซะบ้างชั้นได้หนังสือที่อยากได้แล้ว ไปล่ะ”

“แล้วกลับยังงัยครับ” อากิระถามอย่างเป็นห่วง

“นายจะไปส่งชั้นหรอ” ยูอันมามองควับ เอาอีกแล้ว เจ้านี่

“อ๊ะ คือ” หันไปมองยูอย่างเกรงใจ ซวยไม่น่าถาม

“ไปล่ะ มานาบุรออยู่น่ะ”

“ห๋า”

“ไหนว่าไม่อยู่งัยครับ” โคจิถามเหงื่อตก

“กลับมาแล้ว อ้าวนั่น” พูดไม่ทันจบ ชายร่างสูงใหญ่สวมหมวกแก๊ปและแว่นตาดำก็เดินเข้ามา

“คุณมานาบุ” ยูร้องทัก

“อ้าว ไม่เจอซะนาน มาทำอะไรพร้อมหน้าพร้อมตาเชียว”

“แล้วคุณจะไปไหนหรอครับ” อากิระถาม

“ก็เดทน่ะสิ ไม่เจอกันหลายวันคิดถึงจะตายอยู่แล้ว” พลางกอดเอวร่างโปร่ง

“ก็ไหนว่าไม่ค่อยมีเวลาให้” ซึซึเมะพูดงงๆ

“ไม่มีเวลาให้ตรงไหน ว่างเมื่อไร ชั้นต้องแว่บออกมาทุกที โทรหาทุกคืนอีกตังหาก” นามาบุก้มลงหอมแก้มเนียนอย่างรักใคร่ ก่อนจะพาเดินออกไป ทุกคนงงเป็นไก่ตาแตก โดนหลอกจนได้

“ไปหล่ะ ขอบคุณมากนะทุกคนที่ทำให้เวลาน่าเบื่อที่ไม่มีมานาบุสนุกขึ้นมาได้”

เสียงหัวเราะechoก้องไปทั่วทิ้งให้สี่คนที่ยืนทึ่งในความสามารถพิเศษอันแสนร้ายกาจของบุคคลผู้นี้ กุหลาบแห่งT

catndog.gif (3077 bytes)

โปรดติดตามตอนต่อไป

Hosted by www.Geocities.ws

1