
Class: 4
โอ๊ย เบาๆหน่อยดิ่ว่ะ ไอ้โจ หัวเข่าคนนะโว้ยไม่ใช่ฝาผนังบ้าน ทายายังกะทาสี เสียงธณโอดครวญกับบาดแผลที่ได้จากระหว่างการแข่งขัน
บ่นนัก ทำเองเลยดีไหม เอ้าเสร็จแล้ว นอนเฟ้ยนอน ดูเด่ะ ไอ้ภูมิมันขึ้นไปนอนหลับสบายไปแล้ว
โจโยนสำลีลงถังขยะก่อนเดินปึงปังขึ้นบันได้ไป การแข่งขันของวันแรกที่นี่ผ่านไปด้วยดี พวกเขาได้มาพักที่บ้านของโค้ชอัสกรซึ่งโค้ชหนุ่มซื้อไว้เผื่อวันหยุดยาวก็ออกจากตัวเมืองมาอยู่ที่บ้านนี้ เพราะต่างจังหวัดยังไงก็สงบเงียบและอากาศดีกว่าในเมืองเป็นไหนๆ ธณเดินออกมาข้างนอกบ้านไปนั่งที่ม้าหินอ่อนสวนข้างบ้าน
ไง นอนไม่หลับรึไง ธณสะดุ้งเฮือก
โธ่โค้ช ไม่ให้ซุ่มเสียง นึกว่าผีซะอีก นักเรียนชายทำท่าเอามือจับที่หน้าอกว่ากลัวสุดขีด
ฉันน่ากลัวขนาดนั้นเชียว อัสกรเดินไปนั่งเก้าอี้ใกล้ๆเด็กหนุ่ม ธณก็ทำท่าจะลุกหนีซะเฉยๆ ไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกัน
ท่าทางฉันจะน่ากลัวจริงด้วยแฮะ ขนาดเธอยังลุกหนี เด็กหนุ่มรีบหันกลับมาท่าทางไม่พอใจสุดๆกับคำพูดของโค้ช
เอ่อ ไม่ทราบว่าโค้ชพูดถึงใคร ใครลุกหนีไม่ทราบครับ ไม่ใช่ผมนะ แล้วคนอย่างผมก็ไม่เคยกลัวใครซะด้วยสิ ธณเดินเข้าไปหา มาว่ากันอย่างนี้ต้องทะเลาะกันสักตั้งก่อนนอนหน่อยล่ะ
จริงรึเปล่าที่ว่าไม่เคยกลัวอะไรน่ะ โค้ชหนุ่มฉวยมือของอีกฝ่ายมาจับไว้แล้วมองอย่างพิจารณา
เฮ้ย โค้ช ทำอะไร ว้าก!! ปล่อยมือผมน๊าาา เด็กหนุ่มจะดึงมือออก เขาก็ไม่ยอมปล่อย แถมยังยิ้มเหมือนมีแผน(แกล้งคน)
ตอนแข่ง ฉันเห็นเธอได้แผล จะตรวจดูแผลให้ไง แต่ ไม่เห็นมี เอ๊ะหรือว่ามืออีกข้าง หรือจะเป็นที่แขน ข้อศอก อัสกรทำท่าจะจับไปหมดทุกส่วนที่พูดมา แต่ธณรีบกระโดดหนีถอยห่างออกมาตั้งหลักเสียก่อน
แล้ว แล้วมันจะไปมีแผลได้ยังไงเล่า จะมือข้างไหน ศอกกี่ข้าง แผลที่ผมได้น่ะ ตรงนี้ครับ นี่ๆ ธณชี้นิ้วไปที่หัวเข่า ตอนแข่งตัวเองก็ดูอยู่แท้ๆ ทำมาเป็นแกล้งไม่รู้รึไง (ก็ใช่อ่ะเด่ะ)
อืม งั้นเหรอ อยู่ที่หัวเข่าน่ะเอง ไหนขอดูหน่อยสิ อัสกรลุกเดินเข้าไปหาเด็กหนุ่ม ใกล้เข้าไปจนตัวจะติดเป็นปาท๋องโก๋ มองหน้าธณอย่างพิเคราะห์
เอ ที่หน้าก็ไม่มีนี่ เมื่อกี้บอกว่าแผลอยู่ที่ไหนนะ หรือว่าฉันดูไม่ละเอียดเอาหน้ามาดูใกล้ๆสิ อัสกรท่าทางจะเอาจริง มองหน้าเด็กหนุ่มไม่ละสายตาจนธณเริ่มหน้าแดงขึ้นเรื่อยๆ
ว้าก โค้ช !!!~ รีบวิ่งหนีออกมาจากรัศมีของอัสกรก่อนสิ่งที่ไม่คาดคิดจะเกิดขึ้น
ก็ ก็ผมบอกว่า ที่..ที่เข่าก็ที่เข่าเด่ะ เข่ากะหน้ามันคนละโยชน์เลยนะ บ้า บ้ารึเปล่า เด็กหนุ่มพูดไปหอบไป หน้าก็ยังไม่หายแดงจากเหตุการณ์เมื่อครู่ ถ้าเขาไม่หลบออกมาก่อนละก็มีหวัง โค้ชทำอะไรชวนใจหายหมด ส่วนอัสกรก็หัวเราะเบาๆ
อยากจะรู้ว่าเธอกลัวฉันรึเปล่าก็เท่านั้น ตอนนี้รู้แล้วว่า .กลัว อัสกรยิ้มอย่างพอใจ ที่ได้แกล้งนักกีฬาของตัวเอง แล้วเดินไปนั่ง ธณจะเถียงก็เถียงไม่ออก ก็มันจริงนี่นา มันกลัวจริงๆง่ะ
ไม่รู้ด้วยแล้ว ผมไปนอนล่ะโค้ช เด็กหนุ่มรีบเดินจ้ำ แล้วก็หันกลับมาอีกครั้งเมื่อชายหนุ่มเรียก
ธณ เธอเป็นนักกีฬาบาสซะเปล่านะ แต่..ทำไมมือถึงได้นุ่มนักล่ะ อัสกรพูดด้วยน้ำเสียงเรียบ แต่แฝงด้วยความเจ้าเล่ห์ ทำเอา ธณหน้าแดงขึ้นมาอีกเป็นครั้งที่สอง
ไอ้..ไอ้โค้ชบ้า ไอ้โค้ชวิปริต .โค้ชลามก โค้ชขี้แต๊ะอั๋ง โว้ย !!ผมไม่ยุ่งด้วยแล้ว
เด็กหนุ่มรีบวิ่งอย่างรวดเร็วเข้าบ้าน ปล่อยให้อัสกรนั่งชมจันทร์เพียงคนเดียวอย่างอารมณ์ดี
โค้ชบ้า ธณรำพึงกับตัวเองเบาๆ เมื่อล้มตัวนอนที่ที่นอนของเขา ยกมือของตัวเองขึ้นมามอง แล้วก็อดยิ้มออกมาไม่ได้ เฮ้ย!!!ยิ้มทำไมฟ่ะ ดีใจทำบ้าอะไร โว้ย บ้าๆๆ ไอ้ที่เป็นบ้าน่ะ มันตัวเราเองต่างหากเล่า ธณต่อว่าตัวเองในใจ เขาควรจะเลิกคิดเรื่องไม่เป็นเรื่องสักที การแข่งขันยังไม่จบ ตอนนี้ควรคิดแต่เรื่องบาสจะดีกว่า
*******************
งานเสร็จแล้วเหรอครับ อาจารย์ นพพลลุกจากเก้าอี้หน้าห้องพักครู
อ้าว นพพล รอฉันเหรอ เอกอรินถามพรางเหลือบดูนาฬิกา อีก10นาทีจะออดเข้าเรียนภาคบ่าย
ไปกันเถอะครับ ผมหิวแล้ว นพพลไม่ได้พูดอะไรมาก เดินนำไปที่โรงอาหาร
รอเราอยู่เหรอเนี่ย
นพพลยกถาดอาหารมาวางที่โต๊ะ ในขณะเดียวกันที่เอกอรินเดินไปซื้อน้ำ
หิวนัก ทำไมไม่มาทานก่อนล่ะ อาจารย์ถามลูกศิษย์อย่างห่วงๆ
ผมรออาจารย์
เรื่องนั้นน่ะรู้แล้ว ที่ถามก็คือจะรอทำไม
รอทานข้าวพร้อมอาจารย์ นพพลตักข้าวเข้าปาก
ถ้างั้นเข้าไปเรียกก็ได้นี่ เหมือนโจไง
ผมเห็นอาจารย์ยังทำงานยุ่งๆอยู่ ไม่อยากกวน อีกอย่าง ผมไม่ใช่โจ เด็กหนุ่มพูดออกมาเหมือนไม่พอใจอยู่ลึกๆ แต่ก็ไม่ได้แสดงท่าทีออกมา
งั้นเรียกฉันจะดีกว่านะ ถ้าเข้าเรียนวิชาตอนบ่ายไม่ทันจะทำยังไง เอกอรินทร์พูดด้วยน้ำเสียงดุๆ
โดด..ครับ
นพพล!!!! ผู้เป็นอาจารย์ร้องปรามทันที พูดออกมาได้ โดด ตอบอย่างมั่นใจเชียว
ล้อเล่นน่าครับ อาจารย์ ผมเด็กห้อง15 ไม่ทำให้อาจารย์เอกผิดหวังหรอกครับ นพพลพูดยิ้มๆ ก็น่าดีใจหรอกนะ แต่ ฟังแล้วดูเหมือน อาจารย์เอกเท่านั้นที่จะไม่ผิดหวัง ส่วนคนอื่นจะเป็นยังไงก็ช่าง
*******************
ชายหนุ่มผู้เป็นอาจารย์ฝึกสอนนั่งคร่ำเคร่งตรวจงานด้วยความพินิจพิจารณา ดูจากคะแนนเฉลี่ยของห้อง15 ยังอยู่ในเกณฑ์ที่ต่ำกว่าห้องอื่นๆ นี่ก็ใกล้สอบเข้ามาแล้ว เขาไม่ได้ต้องการให้พวกเด็กๆเรียนจนเป็นที่หนึ่งแค่ต้องการให้พวกนั้นสอบผ่านและก็สนใจเรียนมากกว่านี้เท่านั้น ไม่ใช่แต่เฉพาะวิชาของเขา แล้วเรื่องนี้ต้องทำยังไงดีล่ะ ฟังจากที่นพพลพูด อ.รวิชิตท่าจะเป็นคนที่ญาติดีด้วยยากที่สุด แต่ทำไมอาจารย์หลายๆท่านไม่พอใจและไม่ต้องการสอนห้อง15 ถึงนักเรียนจะคุยจะเล่นแค่ไหน มันก็เป็นของธรรมดาที่คนเป็นครูทุกคนต้องเผชิญนี่นา แล้วปัญหาที่แท้จริงอยู่ที่ไหนกันนะ แต่ก่อนอื่นคงต้องคุยกับพวกเด็กๆให้เข้าใจซะก่อนคงจะดีกว่า ..
ทำงานหนักมั๊ย อ.เอกอรินทร์ เสียงที่นุ่มนวลแต่มีอำนาจและความน่าเคารพนับถือดังขึ้น ชายหนุ่มเงยหน้าผู้ที่ยืนอยู่ตรงหน้าโต๊ะทำงานของเขา
อาจารย์ใหญ่ สวัสดีครับ เอกอรินทร์ยกมือไหว้ผู้ที่มีอายุสูงกว่า อาจารย์ใหญ่ยิ้มให้อย่างอ่อนโยน
เป็นปกติธรรมดาขอเด็กนักเรียนอยู่แล้วครับเรื่องนั้น .
ท่าทางเด็กพวกนั้นจะรักเธอ พวกเขาคงจะไว้ใจเธอ เธอเป็นคนโชคดี เอกอรินทร์รู้สึกดีใจกับประโยคที่ได้ยินนั่น เขาควรจะถามถึงเรื่องที่สงสัยกับอาจารย์ใหญ่จะดีไหม
โดยเฉพาะ..นพพล หญิงผู้สูงวัยพูดต่อ เอกอรินทร์มองด้วยความแปลกใจ
นพพล? .ทำไมเหรอครับ ชายหนุ่มถามด้วยความสงสัย
ฉันคิดว่านพพลไม่ต้องการให้เธอรับรู้ เขาอาจจะกลัวว่าเธอจะมองเขาเหมือนอาจารย์คนอื่นๆ และออกห่างจากเขาไป นั่นหมายถึงเขาเปิดรับเธอ และนี่อาจจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขาเริ่มปรับตัวเข้ากับคนอื่นได้.... เอกอรินทร์ฟังสิ่งที่อาจารย์ใหญ่พูดออกมาด้วยความไม่เข้าใจ
นพพล? อะไรเหรอครับ เขามีปัญหาอะไร
นพพลคงไม่อยากให้ฉันบอกกับเธอหรอก ฉันแน่ใจว่าเขาจะบอกกับเธอแน่นอน . หล่อนพูดก่อนที่จะลุกออกไป
อาจารย์ใหญ่ครับ! .? เอกอรินทร์ไม่ค่อยจะเข้าใจ ผู้ถูกเรียกเพียงหันกลับมามองและพูดเพียงประโยคสั้นๆ
อย่าทำลายความไว้เนื้อเชื่อใจที่พวกเด็กๆมีต่อเธอ ฉันอวยพรขอให้เธอประสบความสำเร็จอาจารย์เอกอรินทร์ และในที่สุดอาจารย์ใหญ่ก็เดินจากไป ปล่อยให้เอกอรินทร์ยืนงงอยู่ตรงนั้น
สิ่งที่อาจารย์ใหญ่พูด .ปัญหาของนพพล ปัญหาของเด็กห้อง15 ..นพพล ตอนเข้ามาใหม่เคยได้ยินพวกอาจารย์คุยๆกัน แต่ดูเหมือนจะเป็นแค่ข่าวลือ คงไม่ใช่ความจริงหรอก คนอย่างนพพลนะเหรอ
อาจารย์เหมือนป่ากว้าง ผม .ศรัทธาและไว้ใจ ทำไมอยู่ดีๆถึงคิดคำพูดประโยคนี้ของนพพลขึ้นมาได้นะ ศรัทธาและไว้ใจ พวกเด็กๆห้อง15 .นพพลเปิดรับเขาจริงๆนะเหรอ
******************
สวัสดีครับ เอกอรินทร์ยกหูโทรศัพท์ขึ้นรับ
จารย์เอกครับ ผมเองฮะ สุดที่รักไงครับ เสียงปลายสายกล่าวด้วยอกการดีใจสุดๆ โดยไม่ต้องรอบอกว่าคนที่พูดอยู่คือใคร
ฮึ่ม โจพูดจาให้มันดีๆหน่อยสิเราน่ะ
คร๊าบ คร๊าบ โทษครับผม ลูกศิษย์สุดที่รักครับ จารย์ สบายดีรึเปล่า
อืม แล้วแข่งเป็นไงมั่ง ชายหนุ่มถามกลับบ้าง เสียงแลมีความสุขแบบนี้ท่าทางจะผ่านฉลุย
ชั้นนี้แล้ว อย่าห่วงเลยครับ ผมจะเอาที่หนึ่งไปฝากอาจารย์ โจพูดอย่างภาคภูมิ เขามีกำลังใจแข่งขึ้นอีกเป็นกองแค่ได้ยินเสียงของคนๆนี้ อยากเจอจะตายอยู่แล้ว
เอ่อ โจ เธอรู้เรื่องของนพพล เขาลังเลใจอยู่นานคิดว่าจะถามดีรึเปล่า
ฉันแน่ใจว่าเขาจะบอกกับเธอแน่นอน นพพลเปิดรับเธอ อย่าทำลายความเชื่อใจ เสียงของอาจารย์ใหญ่ดังก้องขึ้นมา เรื่องนี้ถ้าเขารู้อาจจะช่วยนพพลแก้ปัญหาอะไรได้บ้าง แต่ นพพลจะบอกจริงๆนะเหรอ
ไอ้นพทำไมครับ มันสร้างปัญหาอะไรให้จารย์เอก มันทำอะไรครับ หนอย บังอาจเกินไปแล้ว ขาเดี้ยงแล้วยังไม่เจียม เสียงที่แลจะคุกรุ่นด้วยความแค้น ถ้าเป็นไปได้คงอยากหายตัวไปจัดการนพพลถึงบ้าน
เดี๋ยวๆ โจ ฟังพูดให้จบก่อนสิ นพพลไม่ได้ก่อเรื่องอะไรให้เลย แต่ว่า ฉันอยากรู้เรื่องที่
ครับ... โจขานรับเหมือนเป็นการกระตุ้นให้พูดต่อ
อย่าดีกว่านะ เอกอรินทร์ ถ้านายไว้ใจลูกศิษย์ของนาย และอยากให้เขาเชื่อใจนาย รอให้นพพลพูดออกมาเองดีกว่า
เอ่อ ไม่ ไม่มีอะไรหรอก ช่างเถอะ ว่าแต่ ห้องเธอไม่ยอมเข้าชั่วโมงอาจารย์รวิชิต ฉันไม่เข้าใจนะโจ
เป็นผมผมก็ไม่เข้าครับ ขอร้องล่ะจารย์ครับ อย่าพูดถึงไอ้หมอนั่นเลย พูดแล้วผมอารมณ์เสียทุกที ไอ้นพน่าจะฆ่าทิ้งไปซะตั้งแต่ตอนนั้น เอกอรินทร์ขมวดคิ้ว ประโยคสุดท้ายเหมือนโจจะพึมพำกับตัวเอง เขาไม่ค่อยแน่ใจในสิ่งที่ลูกศิษย์พูด ไม่ค่อยจะได้ยิน แต่
อะไรนะ โจ อาจารย์เค้นเสียง
เอ่อ เปล่าครับ พวกผมมีเหตุผลของพวกผมนะครับอาจารย์ที่ อย่าให้ผมพูดเลยครับ มันจะไม่ดีกับ เอ่อ โรงเรียน ทั้งพวกอาจารย์ ห้อง15 โดยเฉพาะ หวา! เฮียอัสออกมาตามแล้ว ผมต้องไปนอนแล้วครับ ไม่งั้นโดนวิ่งวอร์มตอนเช้าเพิ่มรอบเป็นการทำโทษแหงๆ ลาล่ะครับอาจารย์ โจมีน้ำเสียงลุกลี้ลุกลน เมื่อเห็นอัสกรผู้เป็นโค้ช
เดี๋ยวสิโจ เธอ..
จ้ากกก ผมไปก่อนนะครับ จารย์เอก ฝันดีฝันถึงผมนะครับ ราตรีสวัสดิ์ฮะ รักอาจารย์ครับ แกร๊ก ตู๊ดๆๆ ลูกศิษย์พูดออกมาเป็นชุดแล้วก็รีบวาง สงสัยท่าจะหนีไม่รอด เอกอรินทร์มีคำถามเกิดขึ้นอีกมากมายในหัว นพพลทำอะไร อ.รวิชิตทำไม ห้อง15 เกิดอะไรกันขึ้นนะ .
******************
รุ่งเช้าของอีกวันในระหว่างที่เอกอรินทร์ไขกุญแจล็อคประตูหน้าบ้าน เสียงมอเตอร์ไซด์ก็ดังขึ้นจากข้างหลัง
อาจารย์ คนตรงหน้าถอดหมวกกันน็อคออกก่อนจะลงจากรถ
นพพล?? มาทำอะไรน่ะ เอกอรินทร์มองอย่างประหลาดใจ ทั้งเจ้าของรถและทั้งรถจักรยานยนต์คันใหญ่
มารับครับ พูดพรางเดินเข้ามาหาเพื่อหยิบของจากมืออาจารย์ของตน ร่างบางมองอย่างงงๆ นพพลเริ่มสตาร์ทรถแล้วหันมามองผู้ที่ยังยืนอยู่ที่เดิม
ขึ้นมาเถอะครับ ผมขับไม่เร็วหรอก เขาพูดขึ้นเพื่อให้อีกฝ่ายสบายใจ มองหน้าผู้เป็นอาจารย์ที่เหลอหลาแล้วก็นึกขำในใจ ทำหน้าเหมือนเด็กแบบนั้น ไม่เหลือคราบอาจารย์ผู้ให้ความรู้เลยแฮะ
เจ้าตัวเดินไปหยุดอย่างลังเล นี่จะให้เขานั่งรถอย่างกะชอปเปอร์ไปทำงานเหรอเนี่ย แล้วยังต้องซ้อนท้ายลูกศิษย์ตัวเองไปโรงเรียน .
โทษนะครับ เหมือนเป็นการขออนุญาต นพพลเอื้อมไปจับมือให้อาจารย์ของตนมาใกล้ก่อนจะพยักหน้าให้ขึ้น
ไม่ ไม่เป็นไรแน่นะ ยังไม่วายถามด้วยอาการไม่แน่ใจ
ตราบใดที่อาจารย์อยู่ข้างหลังผม ผมจะไม่ให้เกิดอะไรขึ้นกับอาจารย์แน่นอนครับ เด็กหนุ่มมองเอกอรินทร์จนอีกฝ่ายนึกเขินๆในประโยคที่ลูกศิษย์พูด ก่อนจะเกาหัวแกรกๆตัดสินใจขึ้นรถมานั่งซ้อนท้ายอย่างยากเย็น รับหมวกกันน็อคมาสวม
ไปแล้วนะครับ คนขับพูดให้ตั้งตัว เอกอรินทร์หันซ้ายหันขวาว่าไม่รู้จะทำยังไง รถกระตุกแรงครั้งนึงก่อนจะออกตัวทำเอาร่างบางแทบปลิวยึดเอวผู้เป็นนักเรียนไว้อย่างไม่ได้ตั้งใจ แต่ก่อนที่จะชักมือกลับ มือใหญ่ๆข้างหนึ่งของคนข้างหน้าก็เลื่อนมาแตะมือของเอกอรินทร์ที่เกาะเอวของเขาเหมือนบอกว่า ไม่เป็นไรนะครับ
.อาจารย์หนุ่มมองนพพลจากทางด้านหลัง นักเรียนที่มีความอบอุ่น เข้มแข็งและอ่อนโยนแบบนี้นะเหรอที่จะทำเรื่องแบบนั้นได้ เรื่องที่เขาได้ยินพวกอาจารย์พูดกัน
.นพพลฉันจะรอเธอให้บอกนะ บอกฉันด้วยตัวของเธอเอง .
![]()
โปรดติดตามตอนต่อไป
ก่อนอื่นริวก็อยากจะบอกว่า ขอโทษ ที่หยุดเรื่องนี้ไว้นานจริงๆ หลังจากที่เขียนต่อไว้และก็ปรับแต่งพล็อตอีกนิดหน่อยให้มันดีขึ้น(รึเปล่า) ในที่สุดก็เลยมาพิมพ์ต่อสักที คิดถึงเหมือนกันนะเนี่ย ต่อจากนี้จะเขียนต่อเรื่อยๆแล้ว ยังไงช่วยกันอ่านด้วยนะฮับ ถ้ามีตรงไหนติดใจ(ทั้งดีไม่ดี) ก็commentมาได้เต็มที่เลยค่ะ >>[email protected] <<