Stunt Man Lover
By
Lantis
Scene 1 : Beginning The Scene
"กำลังถ่ายทำ ผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องห้ามเข้า!"
ป้ายประกาศตั้งบอกให้คนผ่านไปมาแถวนั้นได้รู้ว่ากำลังมีการถ่ายทำหนังในบริเวณนั้นอยู่ แต่ก็ยังไม่วายที่จะมีญี่ปุ่นมุงเพื่อรอดูดาราคนโปรดที่มาเข้าฉาก ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้ทำให้ชายหนุ่มรูปงามร่างเพรียวลม ผิวขาวเนียน ใบหน้าเกลี้ยงเกลาค่อนไปทางสวยมากกว่าหล่อที่กำลังเดินเล่นเตร็ดเตร่อยู่ใกล้ๆ แถวนั้นคิดจะชายตาแลเข้าไปสักนิด เพราะไม่เคยสนใจเรื่องพวกนี้ ต่อให้ดาราดังแค่ไหนก็ไม่รู้จัก สิ่งที่ชอบดูมีแค่ Dragon Ball Z กับ Street Fighter เท่านั้น
คุณครูขา..า..า. เด็กผู้หญิงวัยประถมผูกแกะสองข้างวิ่งตึกตักมาทางชายหนุ่มที่เดินอย่างเหนื่อยหน่ายคนนั้น
อ้าว มิยูกิจังมาทำอะไรแถวนี้น่ะ เสียงใสเอ่ยทักทายเด็กตัวน้อย
"มาซื้อของกับคุณแม่ค่ะ" คนที่ถูกกล่าวถึงเดินตามมาสมทบพร้อมด้วยรอยยิ้มกว้างจนเกือบถึงใบหู
อุ๊ยต๊ายตาย..ไม่นึกว่าจะมาเจอคุณครูฮัตสุกิแถวนี้ แหมคุณครูเนี่ยเจอกี่ทีกี่ทีก็ยังดูซ๊วยสวยนะคะ น่าจะไปสอนทำอาหารหรือไม่ก็จัดดอกไม้มากกว่าจะมาสอนคาราเต้นะคะ โฮะ..โฮะ
อ๋อ ฮ่ะ ฮ่ะ ผมชอบอย่างนี้มากกว่าน่ะครับ ไอ้งานผู้หญิงแบบนั้นไม่ถนัดเอาซะเลย
เจ้าหนุ่มที่กำลังทำหน้าเซ็งๆ คนนี้คือ ฮัตสุกิ เซย์อิ เปิดโรงเรียนสอนคาราเต้สำหรับเด็กๆ ได้สัก 7 เดือนมาแล้ว แต่อย่างที่รู้ๆ กิจการก็ไม่ค่อยจะเติบโตเท่าไหร่ มีนักเรียนมาเรียนไม่ถึง 10 คน เพราะไม่ใช่โรงเรียนมีชื่อเสียงหรือใหญ่โตอะไร แต่เรื่องนี้ก็ไม่ได้ทำให้หมอนี่ท้อ เพราะยังไงก็ถือว่าได้ทำเรื่องที่ชอบ
ในขณะที่คุณแม่หนูมิยูกิกำลังเมามันกับการเม้าท์ถึงเรื่องของเซย์อิ มิยูกิจังที่ทำลูกโป่งหลุดมือก็วิ่งไล่ตามจนไปชนกับคนที่ดูท่าทางอย่างกับพวกอันธพาล อีกมือหนึ่งที่ถือไอศกรีมอยู่ก็เลยจิ้มเข้าไปที่กางเกงของเจ้าคนที่ดูจะเป็นพี่ใหญ่ของกลุ่ม มันก็แหวขึ้นมาทันที
อ๋า!! .เจ้าเด็กบ้า บังอาจทำกางเกงตูเปื้อน
ว๊ายตายแล้ว มิยูกิจัง คุณแม่มิยูกิจังกับเซย์อิรีบวิ่งไปหาเด็กน้อยที่กำลังร้องไห้สะอึกสะอื้น
ฮึก..ฮือ..ฮือ..ขะ..ขอโทษค่ะ หนูจะไป..ฮึก..เก็บลูกโป่ง ฮึก.ก..เลยชน ฮึก..ก..คุณลุง
ขอโทษนะคะ ดิฉันต้องขอโทษแทนเด็กคนนี้จริงๆ ค่ะ คุณแม่มิยูกิโค้งให้พวกนั้นเป็นการขอโทษขอโพย แต่ดูท่าพวกมันจะเข้าใจยาก
ไม่รู้ล่ะ เสื้อผ้าฉันราคาแพงจ่ายค่าเสียหายมาซะดีๆ เนี่ยขาก็รู้สึกเจ็บๆ ขึ้นมาด้วยสงสัยต้องไปโรงพยาบาลแล้วมั้ง มันได้ทีเห็นว่าท่าทางคุณแม่มิยูกิจะเป็นพวกมีเงิน เลยเล่นบทถนัด ข่มขู่สองแม่ลูกเสียเลย
เฮ้ เดี๋ยวก่อนสิคุณ เด็กไม่ได้ตั้งใจ แล้วก็ขอโทษแล้ว คุณก็น่าจะหยวนๆ กางเกงนั่นแค่ไปซักก็ใช้ได้เหมือนเดิมแล้ว เซย์อิทนไม่ไหวต้องเข้าไปเสือก เอ้ย..เข้าไปแทรก
แกเกี่ยวอะไรด้วยวะ จะชดใช้แทนให้หรือไง
ไม่เป็นไรค่ะคุณฮัตสุกิ ดิฉันจะจ่ายค่าเสียหายให้เขา คุณแม่มิยูกิจังเห็นถ้าไม่ดีรีบไกล่เกลี่ยเพื่อยุติเรื่อง
ไม่ต้องหรอกครับคุณนาย เรื่องแค่นี้ไม่ถึงขนาดต้องจ่ายให้พวกมันหรอก
หนอย ไอ้หนูหน้าอ่อนนี่วอนซะแล้ว จุ้นไม่เข้าเรื่อง เฮ้ย..สั่งสอนมันหน่อยสิ" พอลูกพี่สั่ง ลูกน้องก็กระดิกหางตาม ตรงเข้าเล่นงานเซย์อิทันที
ถึงแม้จะตัวเล็ก แต่เซย์อิได้ชื่อว่าเป็นอัจฉริยะทางด้านการต่อสู้ และที่ถนัดที่สุดก็เป็นคาราเต้ แถมยังมีวิชายิมนาสติกที่ได้คะแนนเต็ม 10 ทุกท่าทุกครั้งที่ลงแข่งระดับม.ต้นและม.ปลาย (เว่อร์ไปมั้ง สงสัยเฉพาะท่าที่ใช้อุปกรณ์ประเภทลูกบอล สายรุ้งซะมากกว่า ฮิ..ฮิ..) ดังนั้นเรื่องแค่นี้ไม่คณามือหมอนี่หรอก แป๊บเดียวก็จัดการพวกอันธพาลจนกระเด็นกระดอนไปคนละทิศคนละทาง
"ฟู่...ไม่ได้ออกแรงอย่างนี้ซะนาน เหงื่อออกรู้สึกดีจังแฮะ" เซย์อิปาดเหงื่อที่หน้าผาก
"คุณครูเก่งที่สุดเลยค่ะ" มิยูกิจังปรบมือชื่นชม ข้างฝ่ายตัวแม่นั้นยืนเอ๋อ ตะลึงไปกับมาดเท่ห์ของเซย์อิ ไม่เท่านั้นพวกญี่ปุ่นมุงที่สนใจกองถ่ายก็หันมาเชียร์เซย์อิตั้งแต่ต้นจนจบต่างพร้อมใจกันปรบมือให้จนคนในกองถ่ายเองยังต้องออกมาฮือฮา เซย์อิชักจะเขินๆ เลยรีบขอตัวชิ่งออกมา แต่ทว่ามีชายหนุ่มสวมแว่นตาท่าทางน่าสงสัยวิ่งตามเซย์อิออกมาจากกองถ่าย
"ขอโทษครับ คุณคนนั้นน่ะ..หยุดก่อนครับ ท่าคุณเมื่อตะกี้ยอดเยี่ยมมาก สนใจแสดงหนังมั้ยครับ" ว่าแล้วก็ลากเซย์อิเข้าไปคุยในร้านกาแฟแถวๆ นั้น
J
"สตั๊นแมน !!!"
"ใช่ครับ ตอนนี้เรากำลังต้องการตัวแสดงแทนฉากผาดโผนที่รูปร่างอย่างคุณอยู่พอดี ใช้ได้จริงๆ แถมแสดงแทนตัวเอกของเรื่องด้วยนะครับ"
"เดี๋ยวๆ คุณ หนังของคุณเนี่ยหนังอะไรเหรอ ถ้าเป็นหนังอย่างว่าล่ะก็ ผมไม่เอาด้วยหรอกนะ"
"ไม่ใช่หนังอย่างว่าหรอกครับ หนังบู๊ต่างหากครับ" ชายหนุ่มขยับแว่นตาที่สวมอยู่
"หนังบู๊เหรอ แล้วหนังคุณชื่อเรื่องอะไร" พอได้ยินคำว่าหนังบู๊เซย์อิชักรู้สึกสนใจ
"ม.ปลายสาววัยซ่าส์ "
"พรืด.ดด " เสียงเซย์อิสำลักกาแฟที่กำลังยกขึ้นดื่ม
"นะ นะ..แน่ใจเหรอว่าหนังบู๊ ฟังชื่อยังกะหนังปลุกใจเสือป่ายังไงไม่รู้"
"หนังบู๊แน่นอนครับ เป็นเรื่องราวของสาวม.ปลาย ที่เข้าไปสืบคดีลึกลับแล้วต้องไล่ล่ากับพวกเหล่าร้าย ที่มีทั้ง ยากูซ่า พวกโรคจิต วิปริต ซาดิสต์ มาโซ "
"พะ..พอ พอแล้วครับ" เซย์อิทำท่าจะเป็นลม อะไรมันจะขนาดนั้น
"แล้วผมต้องเล่นแทนใคร"
"แทนตัวเอกของเรื่องไงครับ"
"อืม พระเอกของคุณคงจะค่อนข้างตัวเล็กใช้เปล่า ถึงได้คิดว่าผมเหมาะสมอ่ะ" อันที่จริงไม่อยากจะย้ำปมด้อยของตัวเองนักหรอก แต่มันข้องใจเหลือเกินก็ไอ้พระเอกหนังบู๊มันต้องบึกๆ ล่ำๆ หน่อยไม่ใช่เหรอไง แล้วหุ่นเขามันช่างตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง
"อ๋อ เข้าใจผิดแล้วครับ เรื่องนี้ไม่มีพระเอก"
"อ้าว! ไม่มีพระเอก แล้วให้เป็นสตั้นแมนแทนตัวเอกตัวไหนอีกอ่ะ อย่าบอกว่าเป็นพวกโรคจิต ซาดิตส์อะไรนั่นนะ"
"ไม่ใช่หรอกครับ แทนนางเอกที่เป็นสาวม.ปลายต่างหากครับ"
"พรวด.ด.ด.ด แค่กๆๆ " สำลักกาแฟที่ยกขึ้นจิบอีกรอบ คราวนี้แทบจะออกทางจมูกเลย
"คะ คุณจะให้ผมไปเล่นแทนผู้หญิงงั้นเหรอ" เซย์อิชักเริ่มจะฉุนๆ แล้ว เจ้าหมอนี่มันเห็นเขาเป็นอะไรฟะ
"ก็แหม นางเอกเรื่องนี้ต้องฟาดฟันกับพวกเหล่าร้าย มีทั้งเตะ ต่อย กระโดด เสี่ยงตายสารพัด นักแสดงจริงเขาคงไม่ยอมเล่นแน่ จะใช้สตั๊นแมนก็มีแต่ผู้ชายตัวล่ำๆ สตั๊นผู้หญิงก็ไม่มีที่ฝีมือดีๆ รูปร่างก็ไม่สวย มีคุณนี่ล่ะ ที่ตรงสเป็คสุดๆ"
"ตรงสเป็คสุดๆ งั้นเหรอ เหอ..เหอ..น่าดีใจจริงๆ แต่ทำไมผมไม่รู้สึกอยากหัวเราะเลยล่ะ"
"ไม่ต้องห่วงนะครับ ค่าตัวที่คุณจะได้รับมันจะมากพอๆ กับดาราที่แสดงนำเลยล่ะ" พอได้ยินอะไรที่เกี่ยวกับเรื่องเงินก็ทำให้เซย์อิชักเริ่มไขว้เขวระหว่างปากท้องกับศักดิ์ศรี
"ยังไงขอผมคิดดูก่อนสักสองสามวันได้มั้ย" ในที่สุดเงินก็เป็นพระเจ้าจริงๆ เลยทำให้หมอไม่กล้าปฏิเสธให้เด็ดขาดไปเลย
"ก็ได้ครับ แต่ผมอยากให้คุณรับเล่น เพราะเรื่องนี้ต้องดังระเบิดเถิดเทิงแน่นอน ดีไม่ดีคุณอาจจะได้กลายเป็นดาราจริงๆ ก็ได้ ยิ่งหน้าตาอย่างคุณด้วยแล้ว ผมรับรองอนาคตสดใสแน่ๆ " (แต่สดใสแบบไหนไม่รับประกัน ฮี่ ฮี่..)
J
เซย์อิกลับมาถึงบ้าน ยังไม่ทันได้หย่นก้นลงนั่งก็ได้ยินเสียงขุ่นๆ ของเคียวสุเกะ พี่ชายที่ขี้บ่นเหลือเกินดังต้อนรับกลับบ้าน
"เฮ้ย เจ้าเซย์อิ หายหัวไปไหนมาเนี่ย โรงเรียนก็ไม่เปิด"
ขี้เกียจ เลยไปเดินเล่นในเมือง
"แกนะแก ไอ้น้องงี่เง่า จะอดตายอยู่ร่อมร่อแล้วยังจะมีอารมณ์ออกไปเดินเล่นในเมืองอีก อุตสาห์เอาเงินมรดกมาเปิดโรงเรียนสอนคาราเต้ให้ ตอนแรกนักเรียนก็เยอะดีอยู่หรอก แต่พับผ่าสิดันไล่อัดเขาซะจนหนีไปหมด จนต้องมาสอนเด็กๆ แทน แล้วไอ้ค่าเรียนมันก็เหลือกระจิ๊ดริดไปตามขนาดเด็กด้วย"
"ก็เจ้าพวกนั้นมันสนใจเรียนจริงจังที่ไหนกันเล่า มันคอยแต่จะมาแต๊ะอั๋งฉันทั้งนั้น"
"แกเป็นผู้ชายหรือเปล่าวะกลัวอะไรกับแค่จับนิดจับหน่อย"
ก็แล้วมันเรื่องอะไรที่ต้องมาจับนิดจับหน่อยกับฉันด้วยล่ะ ฉันไม่ใช่ผู้หญิงนะเฟ้ย
"เอ้าๆ ทะเลาะกันอีกแล้วเหรอ พี่น้องคู่นี้ ไม่เบื่อบ้างหรือไงหือ?" ชายหนุ่มมาดนุ่มๆ เจ้าของเสียงทุ้มๆ เดินออกมาจากห้องครัวทันเวลาก่อนที่จะเกิดศึกสายเลือด
"อ๊ะ..อาคิโตะซัง" เอะซากิ อาคิโตะ เพื่อนสนิทของเคียวสุเกะ คบกันมาตั้งแต่ม.ต้นจนเข้ามหาวิทยาลัย ก็เลยพลอยสนิทกับเซย์อิไปด้วย นอกจากนี้ยังมาช่วยเป็นครูสอนคาราเต้ และเป็นพ่อครัวให้สองพี่น้องอีกด้วย
ก็เคียวสุเกะน่ะสิ ชอบโทษว่าเป็นความผิดผมอยู่เรื่อยเลย เซย์อิอ้อนอาคิโตะ ซึ่งทำเป็นประจำเวลามีเรื่องทะเลาะกับเคียวสุเกะ เพราะรู้ดีว่าอาคิโตะเข้าข้างเขาเสมอ
หรือว่าไม่จริงล่ะ ก็แกเป็นคนไล่คนเรียนออกไปหมดนี่
นี่พี่ห่วงเรื่องเงินมากกว่าพรหมจรรย์ของฉันเหรอไง
เออน่ะสิ ตอนนี้เรื่องไม่มีจะกินสำคัญกว่าเรื่องอื่นเฟ้ย เคียวสุเกะหลุดปากไป รู้ว่าแรงแต่มันยั้งไม่ทันเลยปล่อยเลยตามเลยซะอย่างนั้น (พวกขอโทษใครไม่เป็นก็เงี้ย)
ฮึ ที่แท้พี่เป็นคนแบบนี้เองเหรอ เซย์อิทำหน้าเจ็บปวดที่โดนพี่ชายพูดใส่แบบนี้ ถึงแม้จะเคยโดนบ่นมาเยอะแล้ว แต่ครั้งนี้มันไม่เหมือนครั้งก่อนๆ และเป็นอย่างทุกครั้งทีอาคิโตะจะเป็นฝ่ายไกล่เกลี่ย
เอาน่าใจเย็นๆ ทั้งสองคน เคียวสุเกะนายก็พูดเกินไป เซย์อิเขาน่ารักเป็นธรรมดาที่จะมีคนมาเกาะแกะ ในเมื่อเซย์อิไม่ชอบก็ต้องไล่ไปมันสมควรแล้ว เอาไว้เราค่อยคิดหาทางใหม่ก็ได้ มากินข้าวกันก่อนเถอะ ฉันทำเสร็จแล้ว
โอ้ เพื่อนรัก แกช่างเป็นคนดีอะไรอย่างงี้ นี่ถ้าฉันมีน้องสาว ฉันจะยกให้แกเลยนะ
หึ..หึ..น้องชายฉันก็ไม่ขัดข้องหรอก อาคิโตะรำพึงเบาๆ เดินนำหน้าสองพี่น้องไป
แกว่าอะไรนะ ได้ยินไม่ถนัด
เปล่า อาคิโตะยักไหล่ เหลือบตามองหน้าสวยของเซย์อิแว่บหนึ่ง
เซย์อิเดินตามทั้งสองคนไป และตัดสินใจได้เดี๋ยวนั้นแล้วว่าจะรับข้อเสนอเล่นเป็นสตั๊นแมน ถึงจะดูเสียศักดิ์ศรีอยู่บ้าง แต่ก็ไม่อยากโดนเคียวสุเกะบ่นเช้าบ่นเย็นเรื่องไม่มีจะกินอีกแล้ว บางทีการตัดสินใจครั้งนี้อาจนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงในชีวิตของเขาก็ได้ (หมอไม่รู้หรอกว่ามันจะเปลี่ยนแปลงจนคาดไม่ถึงขนาดไหน..ฮี่..ฮี่..ฮี่..)
J
" NHHK Production"
วันนี้โรงถ่าย L ของ NHHK ดูคึกคักเป็นพิเศษ เพราะกำลังมีการถ่ายทำหนังรักโรแมนติคเรื่อง เพียงเธอเท่านั้นที่ฉันฝันถึง (อูแหวะ..) นำแสดงโดยดาราชายที่กำลังฮอตสุดขีดขณะนี้ 'ฟุรุยะ โยชิเอะ' กับดาราสาวเจ้าบทบาทสุดแสนเซ็กซี่ 'ฮาราดะ ยูมิ' เป็นคู่ขวัญที่ใครๆ กล่าวถึง เพราะเล่นคู่กันทีไรดังระเบิดเถิดเทิงทุกที โดยเฉพาะบทเข้าพระเข้านาง สมจริงเสียจนใครๆ ก็คิดว่าทั้งคู่ต้องตกหลุมรักกันอยู่แน่ๆ
เจ้าพระเอกสุดฮอตที่พูดถึงกำลังก้าวออกจากรถหรูคันโปรดพร้อมผู้จัดการส่วนตัว ทาดาชิ เรียว ที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้จัดการยอดเยี่ยมแห่งปี เพราะสามารถดูแล (หรืออีกนัยคือ ควบคุม) เจ้าหมอโยชิเอะที่ขึ้นชื่อว่าเป็นจอมเจ้าชู้ และเอาแต่ใจตัวเองได้อยู่หมัด
เอ๊ะ วันนี้โรงถ่าย M มีถ่ายหนังเหรอ โยชิเอะถามผู้จัดการหนุ่มเพราะไม่ได้มาเข้าฉากหลายวันเลยไม่รู้ว่าโรงถ่ายข้างๆ มีถ่ายหนังอยู่
อื้อ..เห็นว่าเป็นหนังใหม่เพิ่งเปิดกล้องไปไม่กี่วัน เอง เรื่องอะไรน้า อืม ม.ปลายสาววัยซ่าส์ ล่ะมั้ง
หึ..หึ..คนที่เล่นหนังพรรค์นี้ ท่าทางจะเป็นพวกมือสมัครเล่น หรือไม่ก็เป็นพวกไม่ได้ความแหงๆ
แต่รู้สึกนางเอกจะเป็นนักร้องหน้าใหม่ที่มีอัลบั้มฮิตอยู่ตอนนี้นะ ดูเหมือนจะชื่อ นากาโมริ เมอิโกะ เห็นว่าสวยน่ารักมาก
งั้นเหรอ โยชิเอะไม่ได้สนใจอะไรมากนัก เขาไม่เคยมีความคิดจะเล่นหนังบู๊ แต่ถ้าเป็นพวกรักอีโรติค เอ้ย..รักโรแมนติคล่ะก็เขาจะพิจารณารับเล่น เรียวผู้จัดการก็เอื้อมระอาในเรื่องนี้ ไม่อยากจะบังคับอะไรนักเลยต้องคอยปฏิเสธผู้สร้างหนังบู๊ที่ติดต่อมาอยู่เรื่อย
โยชิเอะมีถ่ายทำเพียงไม่กี่ฉากก็เสร็จสิ้นงานของเขาในวันนั้นเลยแว่บไปดูโรงถ่ายข้างๆ เสียหน่อย (เฮอะ..ตอนแรกทำเป็นไม่สนใจ ทีแท้ก็อยากเห็นนางเอกนักร้องหน้าใหม่เหมือนกัน) ซึ่งกำลังถึงคิวถ่ายฉากผาดโผนอยู่พอดี และในขณะนั้นเซย์อิกำลังเตรียมทำสมาธิเพื่อเข้าฉากสำคัญนี้อยู่
'หือ..เดี๋ยวนี้นักแสดงหญิงลงทุนเสี่ยงตายเล่นเองเชียวเหรอ คงอยากจะดังเร็วๆ ล่ะมั้ง' (เจ้านี่มองด้านหลังของเซย์อิคิดว่าเป็นนักแสดงหญิง)
ฉากนั้นค่อนข้างอันตรายต้องปีนไต่ระดับจากรั้วด้านล่างขึ้นไป เพื่อจะกระโดดต่อไปที่หลังคาของตึกด้านใน จากนั้นต้องกระโดดจากหลังคาลงข้างล่างซึ่งระยะสูงค่อนข้างเยอะ แต่จะมีหลักคล้ายบาร์โหน ให้โหนตัวเพื่อจะลงพื้นได้ง่ายๆ แต่ว่าถ้าพลาดกระโดดคว้าบาร์ไม่ทันมีหวังได้นอนหยอดน้ำข้าวต้มแน่ และตอนต้นที่ต้องปีนรั้วเพื่อกระโดดต่อไปที่หลังคาก็น่าหวาดเสียวไม่แพ้กัน แต่เซย์อิเสียอย่างผ่านมาได้อย่างสวยงามเต็ม 10 คะแนะ (ก็บอกแล้วว่าแชมป์ยิมนาสติคเก่า) งามแค่ไหน เจ้าหมอโยชิเอะอ้าปากตาค้างไปเลยล่ะ พอได้สติก็รีบจ้ำตามเซย์อิเข้าไปด้านหลังกองถ่ายที่เป็นห้องแต่งตัวสำหรับพวกตัวประกอบ โยชิเอะรู้สึกทึ่งในความสามารถไม่นึกว่าดาราหน้าใหม่แถมเป็นผู้หญิงจะทำได้ถึงขนาดนี้ แต่รู้สึกสงสัยว่าทำไมดารานำถึงเดินเข้าห้องแต่งตัวพวกตัวประกอบ
เซย์อิที่กำลังเมื่อยจัดพอถึงห้องแต่งตัว หมอก็นั่งแหมะที่เก้าอี้ยกเท้าขึ้นไปพาดบนโต๊ะเครื่องแป้งทั้งที่ยังนุ่งกระโปรงอยู่ ยกแขนขึ้นซับเหงื่อบนหน้าเป็นจังหวะเดียวกับที่โยชิเอะเดินตามเข้ามาเห็นพอดี ทั้งคู่สบตากันแล้วพร้อมใจกันร้องเสียงดังลั่นกองถ่าย
"ว๊าก!!"
"เฮ้ย.. เข้ามาทำไมอ่ะ นี่มันห้องส่วนตัวคนภายนอกห้ามเข้านะเฟ้ย!!" เซย์อิลุกขึ้นตั้งท่าเตรียมเอาเรื่องคนที่กำลังยืนตาค้างเพราะเห็นท่านั่งเปิดเผยของหมออยู่
"ฉิบเป๋ง ผู้ชายเหรอเนี่ย " โยชิเอะกลืนน้ำลายลงคออย่างยากเย็น มองคนตรงหน้าตาไม่กระพริบ
"ผู้ชายแล้วเป็นไง มีปัญหาอะไรเหรอ" ถามอย่างจะหาเรื่อง เพราะดันมาย้ำปมด้อยที่แสนเกลียด ทำไมมีแต่คนเข้าใจผิดว่าเป็นผู้หญิงอยู่เรื่อยมันน่าโมโหว้อย ..
"ปะ..เปล่า แค่ไม่นึกว่าจะมีสตั๊นแมนผู้ชายที่เล่นแทนผู้หญิงได้เหมือนมากขนาดนี้" โยชิเอะจ้องมองเซย์อิตั้งแต่หัวจรดเท้าไม่อยากเชื่อสายตาว่าคนที่อยู่ตรงหน้าจะเป็นผู้ชาย
"เฮ้ย..ฉันไม่ถือเป็นคำชมหรอกนะ" แน่ละใครจะไปปลื้มกับคำชมที่น่าคลื่นไส้อย่างนั้น ถ้าไม่มีธุระอะไรก็ออกไปได้แล้ว มายืนจ้องคนอื่นอยู่ได้เสียมารยาท"
โยชิเอะมองเซย์อิอย่างไม่เชื่อสายตา หมอนี่มันไม่รู้หรือไงว่าเขาเป็นใคร
นายไม่รู้จักฉันเหรอ โยชิเอะอดถามเพื่อความแน่ใจไม่ได้ อย่าว่าแต่คนในโรงถ่ายตั้งแต่ A ถึง Z เลย ชาวบ้านร้านตลาดไม่มีใครไม่รู้จักเขา พระเอกหนุ่มรูปหล่อมาดเท่ห์ หนุ่มร้อนของพ.ศ.นี้ ขึ้นปก Heat เอ้ย ขอโทษผิดฉบับที่ญี่ปุ่นคงไม่มี...ขึ้นปกทั้ง an an ทั้ง Mens Non-No ทั้งฉบับอื่นๆ มาแล้วไม่รู้เท่าไหร่ ไปไหนมีแต่คนรุมล้อม หมอนี่มันมาจากดาวดวงไหนฟะ (นั่น ว่าเข้านั่น ทำอย่างกับคนบนโลกเขาจะรู้จักนายกันหมดทุกคนงั้นแหละ)
ทำไมฉันต้องไปรู้จักนายด้วยล่ะ เซย์อิตอบด้วยท่าทางรำคาญโยชิเอะเต็มทน
ถามจริงๆ เถอะนายมาทำงานแบบนี้ได้ยังไง แค่หน้าพระเอกสุดฮอตแห่งปียังไม่รู้จัก เฮ้อ " (อ๊ะ..มันเกี่ยวอะไรด้วยฟะว่าทำงานแบบนี้ต้องรู้จักมันก่อน)
"จะฮอตจะฮิตยังไงใครจะไปสนใจฟะ เมื่อไหร่นายจะออกไปสักทีมาจู้จี้ถามโน่นถามนี่อยู่ได้" แน่ะ สตั๊นแมนค่าตัวจิ๊บจ้อยบังอาจไล่พระเอกดังค่าตัวสูงลิ่ว แต่ก่อนที่จะเกิดมีการวางมวย ดาราสาว ม.ปลายตัวจริงเดินผ่านห้องแต่งตัวมาเห็นพอดี เธอปรี่เข้ามาทักทายโยชิเอะทันที (แอบปิ๊งตั้งกะตอนก่อนเข้าวงการแล้ว)
"ตายแล้ว คุณฟุรุยะ (ตัวจริง) มาทำอะไรแถวนี้คะ"
"คุณ เป็นใคร?" นั่น ว่าแต่คนอื่นเขา เจ้าโยชิเอะเองก็ไม่รู้จักดาราสาวควบนักร้องหน้าใหม่ชื่อดังคนนี้เหมือนกัน
"แหมคุณฟุรุยะล่ะก็ ฉัน นากาโมริ เมอิโกะ ดาราแสดงนำเรื่องม.ปลายสาววัยซาส์ไงคะ"
โยชิเอะคิดว่าผู้หญิงตรงหน้าเป็นคนสวยน่ารักสมกับที่เป็นนักร้องหน้าใหม่และเหมาะกับบทสาวม.ปลายก็จริงอยู่ แต่สำหรับเด็กหนุ่มที่เป็นแค่สตั๊นแมนแสดงแทนฉากผาดโผนที่เขากำลังต่อปากต่อคำคนนี้ต่างหาก กลับให้ความรู้สึกต้องตาตรึงใจมากกว่านางเอกตัวจริงเสียอีก 'เฮ้ย คิดอะไรอยู่ฟะเราถ้าจะบ้า แต่ว่า..หมอนี่มัน..สวย..จริงๆ นี่'
"ยินดีที่ได้รู้จักครับ ถ้าผมรู้ว่ามีนางเอกสาวสวยน่ารักอย่างคุณนากาโมริมาถ่ายหนังอยู่โรงถ่ายข้างๆ คงมาแนะนำตัวนานแล้วครับ" มาดพระเอกหนังรักโรแมนติคที่ติดอยู่ในสายเลือดเริ่มออกลาย เอ้ย ออกโรง
"แหวะ " ทั้งสองคนหันมามองตามเสียง เซย์อิทำเป็นหน้าตาตื่นนิดหน่อยกลบเกลื่อน "อ๊ะ..ขอโทษครับพอดีก่อนเข้าฉากกินข้าวปั้นเยอะไปหน่อยเลยรู้สึกคลื่นไส้ ."
เมอิโกะทำหน้าค้อนให้เซย์อิวงเบ้อเริ่ม และหันมาฉอเลาะกับโยชิเอะต่อ
"แหมชมกันอย่างนี้ฉันก็เขินแย่สิคะ ว่าแต่คุณฟุรุยะมาทำอะไรแถวนี้คะ"
"อ๊ะ ไม่มีอะไรครับเผอิญเดินหลงมาเท่านั้นเอง"
'คนมีชีวิตอยู่ในโรงถ่ายเนี่ยนะเดินหลง' ถึงจะคิดอย่างนั้นแต่เมอิโกะก็ไม่ได้พูดออกไป "งั้นเหรอคะ ถ้าคุณฟุรุยะไม่มีธุระอะไร ไปนั่งดื่มชาคุยกันตรงโน้นก่อนมั้ยคะ เป็นเพื่อคุยให้ฉันในระหว่างรอเข้าฉาก"
"ก็ได้ครับ"
เมอิโกะควงแขนพระเอกหนุ่มออกไป โยชิเอะหันหลังมองเซย์อิและทันได้เห็นว่าเซย์อิทำปากเบะใส่เขา ในระหว่างที่นั่งดื่มชากับเมอิโกะ โยชิเอะก็ค่อยๆ เรียบเคียงถามเรื่องของเซย์อิ
"เรื่องนี้นี่มีฉากผาดโผน เสี่ยงอันตรายอยู่หลายฉากเลยนะครับ"
"ใช่ค่ะ ตอนที่ผู้จัดการเอางานเรื่องนี้มาให้ฉัน ฉันไม่อยากจะรับเลยล่ะค่ะ แต่ทางโปรดิวเซอร์สัญญาจะหาคนมาเล่นฉากอันตรายๆ แทนก็เลยตอบตกลง"
"คนที่ผมเจอในห้องแต่ตัวใช่มั้ยครับ"
"ค่ะ เจ้าเด็กฮัตสุกิ เซย์อิคนนั้นล่ะค่ะ โปรดิวเซอร์เป็นคนพาตัวมาเห็นว่าท่าทางใช้ได้เลยจ้างมา ไม่เห็นจะต้องใช้สตั๊นแมนแบบนั้นเลย แค่ตัดฉากอันตรายมากๆ ทิ้งไปก็พอ..ฮึ.." หางเสียงสะบัดนิดๆ ด้วยความไม่พอใจ แน่ล่ะ เป็นแค่สตั๊นแมน แถมเป็นผู้ชาย แต่ทำไมมันถึงได้สวย หุ่นสะโอดสะอง เกินหน้าเกินตานางเอกอย่างฉันด้วยยะ
'ฮัตสุกิ เซย์อิ .อืม ' โยชิเอะตกอยู่ในพะวังนึกถึงใบหน้าสวย รูปร่างเพรียวลม และท่ากระโดดอันงดงามอยู่จนเมอิโกะสะกิดเรียก
"คุณฟุรุยะคะ คุณฟุรุยะ เป็นอะไรไปคะ"
"เปล่าครับ" โยชิเอะหันกลับมาคุยกับเมอิโกะต่อ แต่ใจลอยไปที่อื่นเรียบร้อยแล้ว (อิ อิ )
J
หลังจากนั้น พอโยชิเอะถ่ายหนังเสร็จก็มักจะแวะไปโรงถ่าย M เสมอ ตัวเองยังไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมถึงได้ติดใจหน้าสวยๆ นั่นนัก คงเป็นเพราะรูปร่างหน้าตาอย่างนั้นชวนให้หลงผิด เอ้ย..เข้าใจผิดได้ง่ายๆ แต่ที่สำคัญทำไมหมอนั่นมันเก่งนักฟะท่าทางที่คล่องแคล่วว่องไว ฝีมือในการต่อสู้เก่งกาจไม่สมกับตัวเล็กๆ หน้าตาจิ้มลิ้มอย่างนั้นเลยพับผ่าสิ อยากลองจับกด เอ้ย อยากลองจับตาดูสักหน่อยว่าจะมีอะไรที่ทำให้เขาตื่นเต้นได้อีก
การมาที่โรงถ่าย M ของโยชิเอะ ชักทำให้เกิดข่าวลือว่าเขาอาจจะหันมาชอบนางเอกสาวเมอิโกะแทนนางเอกคู่ขวัญอย่างยูมิก็ได้ แต่ไม่มีใครรู้หรือเอะใจเลยว่า สายตาของเจ้าหมอโยชิเอะไม่ได้มองที่ตัวเมอิโกะแม้แต่น้อย แต่จับจ้องอยู่กับหน้าหวานๆ ของเซย์อิที่เตรียมพร้อมเข้าฉากอยู่แถวๆ นั้นต่างหาก ถึงแม้คนอื่นไม่มีใครสังเกต แต่ตัวเซย์อิรู้สึกถึงสายตาภายใต้แว่นตาดำที่จ้องมองมาคู่นั้น ทำให้เขาต้องทำเมินใส่ทุกครั้งที่เห็นเจ้าหมอโยชิเอะก้าวเข้ามาในโรงถ่าย
และเหตุการณ์ทั้งหมดไม่รอดสายตาผู้จัดการคนเก่งอย่างเรียวที่คลุกวงใน เอ้ย คลุกคลีกับโยชิเอะมานาน สังเกตเห็นท่าทางที่เปลี่ยนไปเพราะปกติเจ้าโยชิเอะจะไม่ได้สนใจใครจริงจังนักหรอก แค่หลอกเต๊าะสาวไปวันๆ ตามประสาคนว่างจากการถ่ายทำแล้วไม่รู้จะทำอะไรดี สิ่งที่ทำให้เขาสงสัยคือ ถึงแม้จะเห็นว่าโยชิเอะไปที่โรงถ่าย M แทบทุกวันก็จริง แต่หมอจะวางฟอร์มมองดูอย่างปกติ แต่จะตื่นเต้นจนเก็บอาการไม่อยู่ขึ้นมาทันทีที่มีการถ่ายทำฉากผาดโผน มันคงจะไม่แปลกหรอกถ้านางเอกคือเมอิโกะเป็นคนเล่นเอง แต่ฉากผาดโผนทั้งหมดใช้สตั๊นแมนผู้ชายเล่นแทนต่างหาก ไม่อยากจะคิดว่าหมอนี่หันมาสนใจผู้ชายกับเขาบ้าง (???) จนกระทั่ง .
J
"หา!!!! ว่าไงนะ!!!!! ฟุรุยะ นายจะเล่นหนังเรื่อง ม.ปลายสาววัยซ่าส์ งั้นเหรอ เรียวตาเลือกลาน แต่ก็ยังดูสวยอยู่
"ก็ใช่น่ะสิ" ตอบเรื่อยๆ แบบไม่สนใจอะไรนัก ทั้งที่ในใจอยากจะกระชากคอเสื้อเจ้าเรียวให้ไปเอาสัญญามาเซ็นต์ซะเดี๋ยวนี้เลยด้วยซ้ำ
"ไหนบอกว่าไม่ชอบหนังบู๊ไง"
"ก็ตอนนี้มันอยากเล่นนี่" พูดเหมือนเด็กร้องอยากได้ลูกกวาดสีสวย (ที่เดินได้ด้วย)
"ฮั่นแน่ ฉันรู้นะว่านายคิดจะทำอะไรอยู่ ติดใจหน้าหวานๆ นั่นใช่มั้ยล่ะ เห็นไปเทียวไล้เทียวขื่อแถวโรงถ่าย M มาหลายวันแล้วนี่" เรียวลองหยั่งเชิงดูว่าเจ้าหมอนี่แอบปิ๊งใครกันแน่ ระหว่างนางเอกสาวตัวจริงหรือสตั๊นแมนหน้าสวยคนนั้น
อะ..อะไรกัน ก็แค่เห็นว่าหนังมันกำลังดัง และท่าทางมันจะสนุกดีเลยอยากจะเล่นบ้างเท่านั้นแหละ
อ๊ะ อย่ามาหลอกฉันเลย ฉันกับนายคบกันมากี่ปีแล้ว นายคิดอะไรทำไมฉันจะไม่รู้ ว่าแต่คนที่ทำให้นายหัวปั่นน่ะ คนไหนเหรอ
โยชิเอะเงียบไปพักหนึ่งก็ตัดสินใจบอกความจริงกับเรียวที่เป็นทั้งเพื่อนรักและผู้จัดการ ไม่คิดจะโกหกหรือปิดบังความรู้สึกตนเอง (ที่จริงเคยโกหกแต่ไปไม่รอด โดนจับได้ทุกทีต่างหาก อิ..อิ..)
"เจ้าสตั๊นแมนจอมกวนอ่ะ"
นึกแล้วว่าต้องเป็นหมอนั่น เพราะนายเป็นพวกไม่ชอบคนตามตื๊อ แต่ชอบยื้อแย่งมาเองใช่มั้ยล่ะ
รู้แล้วยังจะมาหลอกถามหาพระแสงอะไรอีกฟะ ยังไงก็เถอะนายต้องช่วยฉัน ทำยังไงก็ได้ให้ฉันได้เล่นเรื่องนี้ แต่อย่าบอกว่าฉันอยากเล่นเองล่ะ เดี๋ยวภาพพจน์ฉันเสียหมด ยังไม่วายจะห่วงภาพพจน์อีก
ถ้านายอยากเล่นจริงๆ ฉันจะคิดหาทางให้ก็ได้ แต่ว่านายจะได้เข้าฉากกับสตั๊นแมนหน้าสวยคนนั้นสักเท่าไหร่เชียว อย่าลืมนะว่าตัวเอกน่ะเป็นสาวม.ปลายไม่ใช่พ่อหนุ่มสตั๊นคนนั้นเสียหน่อย มันจงใจเน้นคำว่าสาวซะเหลือเกิน
นั่นเป็นหน้าที่ของนายอีกเหมือนกันที่จะต้องหาทางให้ฉันได้เล่นฉากผาดโผนเยอะๆ เขาจะได้ใช้สตั๊นแมนเล่นแทน เรื่องแค่นี้คนเก่งอย่างนายต้องทำได้อยู่แล้ว..ใช่มั้ย ปลายเสียงฟังดูเหมือนขู่นิดหน่อย จนเรียวชักหมั่นไส้
ถ้าอย่างนั้น .เกิดมีฉากเลิฟซีนขึ้นมานายจะทำยังไงล่ะ ฉากนั้นน่ะ เขาไม่ต้องใช้สตั้นแมนหรอกนะ
โยชิเอะหน้าซีด ลืมนึกถึงเรื่องนี้ไปสนิท
เออ ยังไม่ได้คิดเลย มันมัวแต่คิดว่าอยากจะเล่นหนังกับหมอนั่น เลยลืมเรื่องอื่นไปเลย"
โธ่ เวรจริงๆ เอาเถอะฉันพูดเผื่อๆ ไว้อย่างนั้นแหละ อาจจะไม่มีบทแบบนั้นก็ได้ เพราะยังไงนายก็คงเป็นแค่แขกรับเชิญออกไม่กี่ฉากอยู่แล้ว เรียวหันไปมองหน้าเจ้าตัวปัญหาที่ตอนนี้ตาข้างหนึ่งกำลังขู่ อีกข้างกำลังอ้อนวอนเขาอยู่ (มันทำได้ยังไงเนี่ย) "โอเค..โอเค..จะพยายามให้เขาแก้บทให้เพิ่มนายเป็นตัวละครอีกตัวเลยแล้วกัน ดีมั้ย"
"เยี่ยม!! อย่างนี้สิถึงสมกับเป็นผู้จัดการยอดเยี่ยม แถมควบตำแหน่งเพื่อนรักตลอดกาลของดาราสุดฮอตอย่างฉัน"
J
และเพราะความเก่งของเรียวบวกความดังของโยชิเอะ ทำให้โปรดิวเซอร์เรื่องม.ปลายสาววัยซ่าส์ยินดีที่จะได้ร่วมงานกับโยชิเอะ โดยเพิ่มบทให้เป็นนักสืบที่ถูกส่งมาคอยช่วยเหลือนางเอกเวลาเกิดเหตุอันตราย (แหมช่างตรงกับความต้องการอะไรอย่างนี้ ต้องยกความดีให้กับเรียวที่ทำได้สำเร็จ) และแน่นอนว่านางเอกอย่างเมอิโกะที่ตอนแรกดีใจฝันหวานที่รู้ว่าโยชิเอะมาเล่นด้วย แต่มีอันต้องฝันค้างเมื่อเอาเข้าจริงๆ ได้เข้าฉากด้วยกันไม่กี่ฉาก แถมเป็นฉากธรรมดาๆ เพราะบทนักสืบที่เพิ่มมาจะโผล่เฉพาะตอนที่นางเอกเกิดอันตรายเท่านั้น ดังนั้นคนที่ฝันร้ายกลายเป็นเซย์อิแทน อิ..อิ..
ครั้งแรกที่ทั้งคู่ต้องเข้าฉากด้วยกัน เซย์อิเป็นฝ่ายหงุดหงิดเพราะจู่ๆ ก็ต้องมาเข้าฉากกับคนที่เหม็นขี้หน้า แล้วก็รู้สึกสงสัยตะหงิดๆ ว่าทำไมบทผู้ช่วยนางเอกถึงได้โผล่มากลางปล้องอย่างนี้ได้ยังไง
"นี่..อะไรกัน ทำไมนายมาโผล่หนังเรื่องนี้ด้วยล่ะ"
"อ๋อ ที่จริงเขาวางตัวให้ฉันนานแล้วล่ะ แต่กว่าจะเคลียร์คิวได้ เลยเพิ่งจะมาเข้าฉากเอาตอนนี้อ่ะ ฝากตัวด้วยนะเซย์อิจัง" ดูความกะล่อนของหมอนี่แล้วกัน กลัวเซย์อิจะรู้ล่ะสิว่าแอบไปตกลงขอเขาเล่นเอง
"ใครอนุญาตให้นายเรียกชื่อฉัน อย่ามาทำตีสนิทนะเฟ้ย" เซย์อิหงุดหงิดกับท่าทางและหน้าตาขี้เล่นของโยชิเอะจนคิ้วเรียวขมวดมุ่นมองดูน่ารักไปอีกแบบ
"เอาน่ายังไงๆ นายกับฉันต้องเข้าฉากด้วยกันอีกนาน มาแนบชิด เอ้ย มาสนิทกันเถอะงานจะได้ราบรื่นไม่ติดขัด"
"แล้วทำไมนายต้องมาเข้าฉากพร้อมฉันเรื่อยเลยฟะ นางเอกเรื่องนี้มันเก่งพอตัวอยู่แล้วไม่ต้องการคนช่วยหรอก"
"ใครว่า บางอย่างก็ต้องการคนช่วยเก่งๆ เหมือนกันนะ (???)" สายตาที่โยชิเอะมองมาทำให้เซย์อิรู้สึกขนลุกขนพองยังไงชอบกล คำพูดกำกวมนั่นอีก
"แล้วทำไมนายถึงไม่ใช้สตั๊นล่ะ นายก็เป็นพระเอกดังไม่ใช่เหรอไง เขายอมให้นายเล่นฉากอันตรายอย่างนี้ด้วยหรือ" ในที่สุดเซย์อิก็รู้ว่าโยชิเอะนั้นเป็นดาราดังแค่ไหน (รู้เพราะได้ยินคนในกองถ่ายคุยกัน ไม่ใช่เพราะดูทีวีหรอก)
"แหม นายห่วงฉันเหรอ ดีใจจัง"
"ใครห่วงนายกันฟะ ฉันกลัวนายจะมาเป็นตัวถ่วงฉันต่างหาก"
"ไม่ต้องห่วงเรื่องนี้หรอกน่า ฉันมั่นใจว่าตัวเองทำได้ แถมนายวางใจได้เลยเมื่อมีฉันอยู่ข้างๆ รับรองความปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์"
พอถึงเวลาถ่ายทำเซย์อิก็เข้าใจว่าทำไมโยชิเอะถึงไม่ใช้สตั๊นแมนแทน เพราะฝีมือหมอนี่ดูถูกไม่ได้เลย ทั้งความคล่องแคล่วว่องไว พละกำลัง ความอึด เรียกว่าอาจจะเก่งกว่าสตั๊นแมนจริงๆ เสียอีก ไม่นึกว่าคนหน้าตาท่าทางไม่ติดดินอย่างนั้นจะมีฝีมือกับเขาด้วย (ตัวเองก็เหมือนกันแหละ)
ทั้งคู่เข้าฉากด้วยกันบ่อย แถมในบทต้องแสดงแบบใกล้ชิดกันตลอดเวลา เพราะต่างต้องช่วยเหลือปกป้องซึ่งกันและกัน แต่ภาพที่คนทั้งกองถ่ายเห็นนอกบท จะเป็นการทะเลาะกันเสียมากกว่า แต่ไม่ว่าเซย์อิจะเดินไปทางไหน โยชิเอะจะเดินตามไปทุกที่ ทุกครั้งที่เข้าฉากอันตราย โยชิเอะไม่เคยปล่อยให้เซย์อิห่างกายเลย บางครั้งยังนอกบทด้วยซ้ำไป ทำความรำคาญให้กับเซย์อิอย่างยิ่ง และที่สำคัญสร้างความหงุดหงิดใจให้แก่นางเอกสาวตัวจริงของเรื่องอย่างเมอิโกะเหลือเกิน (มองด้วยสายตาอาฆาต)
J
วันนี้ก็เป็นฉากอันตรายอีกฉาก ที่ทั้งคู่ต้องขับรถหนีคนร้ายจนมาถึงแถวที่โล่งที่เป็นเนินทอดลงไปสู่บึงเล็กๆ ด้านล่าง และต้องรีบออกจากรถเพราะมีระเบิดติดอยู่ใต้ท้องรถและจะเกิดระเบิดขึ้นหลังจากที่ทั้งคู่ออกจากรถและวิ่งลงเนินไปแล้ว แต่พอถ่ายจริงคนกดสวิทต์ระเบิดกดเร็วเกินไป ทำให้ทั้งสองคนที่ออกจากรถมาเกือบจะถึงเนินอยู่แล้ว โดนแรงระเบิดพุ่งใส่ทำให้ทั้งสองคนกลิ้งลงเนินแทนที่จะเป็นวิ่งอย่างตอนซ้อม โยชิเอะกอดเซย์อิแน่น กลิ้งกอดกันกลมลงมาตามเนินจนมาหยุดนิ่งที่ริมบึงด้านล่างโดยเซย์อิทาบทับตัวโยชิเอะอยู่
"อูย เล่นเอามึนเลยแฮะ เฮ้..นายเป็นอะไรหรือเปล่า เจ็บตรงไหนมั้ย" โยชิเอะตบที่แก้มเซย์อิเบาๆ
"อือ..อ.อ. เกิดอะไรขึ้นเนี่ย" เซย์อิเงยหน้าจากอกของโยชิเอะ สลัดหัวไล่ความมึนงง
"สงสัยผิดคิว กดระเบิดไวไปหน่อย แทนที่จะวิ่งลงเนินเลยกลิ้งลงมาแทน นายเจ็บตรงไหนหรือเปล่า" น้ำเสียงอ่อนโยนเอ่ยถามอย่างเป็นห่วง
เซย์อิรู้สึกตัวว่ากำลังทับอยู่บนตัวของโยชิเอะ 'มิน่าทำไมกลิ้งลงมาตั้งสูงขนาดนั้น แต่ไม่ค่อยเจ็บเท่าไหร่ หมอนี่เอาตัวบังเราไว้เหรอ'
"มะ..ไม่เป็นไร" พยายามจะลุกขึ้นด้วยท่าทางเขินๆ โยชิเอะมองดูแล้วอดคิดไม่ได้ว่า หมอนี่เวลาไม่ปากเสียก็ดูน่ารักไปอีกแบบ
"ดีแล้วล่ะที่ไม่เป็นไร เห็นมั้ยอยู่กับฉันรับรองความปลอดภัยทั้งในจอและนอกจอ..อ๊ะ.." โยชิเอะรู้สึกเจ็บแปล๊บที่แขน พอพลิกดูมีรอยเลือดซึมออกมา
"อ๊ะ..นายบาดเจ็บนี่" เซย์อิหน้าตาตื่น รีบดูแผลที่แขนของโยชิเอะ
"ไม่เป็นไรหรอก แค่แผลถลอกนิดหน่อยเท่านั้นเอง หน้าตาไม่เป็นไรเป็นใช้ได้" โยชิเอะยิ้มเมื่อเห็นหน้าสวยแสดงออกถึงความเป็นห่วงเมื่อมองดูแผลของเขา
"บ้าชะมัด ทำไมต้องมาปกป้องฉันด้วย นายเป็นดาราดังนะ ห่วงตัวเองก่อนดีกว่า"
"ไม่เกี่ยวกับการเป็นดาราเสียหน่อย ไม่ว่าจะยังไงฉันต้องช่วยนายอยู่แล้ว ใครจะปล่อยให้คนสำคัญบาดเจ็บได้ล่ะ"
เซย์อิมองหน้าโยชิเอะ เพราะคิดว่าพูดเล่น แต่เหมือนมีกระแสไฟวิ่งผ่านเมื่อจ้องมองดวงตาคนตรงหน้า โยชิเอะยกมือขึ้นปัดเศษทรายเศษหญ้าที่ติดใบหน้าหวานของเซย์อิอย่างนุ่มนวล เซย์อิตัวแข็งกับสัมผัสอ่อนโยนนั้น แต่ทั้งคู่ต้องสะดุ้งเมื่อทีมช่วยเหลือต่างกรูกันลงมาดู
"เฮ้!! ทั้งสองคนปลอดภัยหรือเปล่า ได้รับบาดเจ็บมั้ย"
"มะ..ไม่เป็นไรฮะ คุณฟุระยะ แขนถลอกนิดหน่อย"
"ไปทำแผลก่อนแล้วกัน โชคดีที่ไม่เป็นไรมาก"
ทั้งสองคนสบตากันและไม่ได้พูดอะไรกันอีก และถูกทีมช่วยเหลือพาตัวออกไปจากตรงนั้น
J
หลังจากเกิดเหตุการณ์ผิดคิวเรื่องระเบิดคราวนั้นเซย์อิมีความรู้สึกที่ดีขึ้นต่อโยชิเอะ ทำให้การถ่ายทำลุล่วงไปด้วยดี และทั้งคู่ดูจะสนิทกันเพิ่มขึ้นมาอีกนิด เพราะเซย์อิไม่ทำท่ารำคาญเมื่อโยชิเอะตามมาอยู่ข้างๆ อีกต่อไป และในที่สุดการปิดกล้องของเรื่องนี้ก็มาถึง และแล้วฉากที่ทุกคนรอคอย (ใครคอยฟะ มีแต่เจ้าหมอโยชิเอะคนเดียวล่ะมั้ง) ก็มาถ่ายทำกันในวันปิดกล้อง แน่นอนว่าต้องเป็นฉากอย่างว่า เอ้ย ฉากโรแมนติคที่นักสืบหนุ่มหมดหน้าที่ต้องถูกส่งตัวกลับเลยมาลานางเอก แต่เมื่อได้เจอกันเป็นครั้งสุดท้าย เจ้านักสืบนั่นก็มิอาจห้ามความรู้สึกที่มีต่อนางเอกได้เมื่อรู้ว่านางเอกก็รู้สึกแบบเดียวกัน ในเมื่อความรู้สึกตรงกันและบรรยากาศพาไปทำให้ทั้งสองคนได้ใช้ค่ำคืนสุดท้ายอันแสนหวานเพื่อเป็นความทรงจำก่อนจาก (โห..เน่าซะไม่มีอ่ะ)
คนที่นอนหลับฝันดีงานนี้คือนางเอกสาว ส่วนคนที่นอนไม่หลับตั้งแต่คืนก่อนเข้าฉากเป็นใครไปไม่ได้นอกจากเจ้าโยชิเอะ เพราะหมอไม่อยากจะเล่นฉากนี้กับนางเอกตัวจริงเลย จะไปปรึกษาผู้จัดการก็ไม่ได้ คิดหาวิธีอยู่ทั้งคืน จนในที่สุดก็หาทางออกได้ วันรุ่งขึ้นก็ไปถึงกองถ่ายด้วยสีหน้าเบิกบานแม้จะอดนอนก็ตาม เพราะพอคิดถึงเรื่องที่จะได้เข้าฉากกับเซย์อิทีไรมันอดคึกไม่ได้ทุกที (ฮึ..ลามกจริงๆ)
"สวัสดีครับคุณนากาโมริ วันนี้ฝากด้วยนะครับ" มาดอ่อยเหยื่อมักใช้ได้ผลเสมอ ทำให้เมอิโกะหน้าแดงซ่าน เขินอายเมื่อคิดว่าจะได้อยู่ในอ้อมกอดของโยชิเอะของจริงเสียที
"แหมอะไรกันคะ ดิฉันต่างหากที่ต้องให้คุณช่วยนำ เอ้ย ช่วยแนะนำการแสดงให้ต่างหาก"
"ยินดีอย่างยิ่งครับ ว่าแต่ทานกาแฟสักแก้วก่อนมั้ยครับผมจะไปเอามาให้"
"ถ้าคุณฟุรุยะจะบริการ ดิฉันยินดีอย่างยิ่งค่ะ" อะฮ้า เข้าล็อคหมอนี่ล่ะสิ
และเป็นอย่างที่คิด เจ้าพระเอกตัวร้ายแอบเอายาถ่ายอ่อนๆ ใส่ในกาแฟให้นางเอกสาวกิน ตอนถ่ายฉากที่พระเอกมาร่ำลาและนางเอกสารภาพความในใจก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น จนเจ้าโยชิเอะชักเริ่มเสียวว่าใส่น้อยเกินไปหรือเปล่า พอมาถึงตอนที่ทั้งคู่มองตากัน และนักสืบหนุ่มต้องยกมือขึ้นประคองหน้านางเอกเอาไว้ เมอิโกะก็เริ่มรู้สึกปวดท้องขึ้นมาเพราะฆ่าศึกโจมตีจนทนไม่ไหวต้องขอตัววิ่งเข้าห้องน้ำจนได้ ผ่านไปหนึ่งรอบสองรอบก็แล้วยังไม่ดีขึ้น (ไหนว่ายาถ่ายอ่อนๆ ทำไมหลายรอบนักฟะ) ผู้กำกับเห็นว่าไม่ได้การณ์แน่ๆ ถ้าเป็นอย่างนี้ก็ถ่ายต่อไม่ได้ แต่ถ้าขืนเลื่อนวันปิดกล้องไปล่ะก็ หนังก็จบไม่ทัน หนังใหม่ที่รอฉายต่อก็จะชะงัก จะทำให้เสียหายกันไปใหญ่
ฝ่ายโยชิเอะนั้นลุ้นในใจให้ผู้กำกับไปตามตัวเซย์อิมาเข้าฉากแทน ซึ่งก็ได้ผลผู้กำกับตัดสินใจขอร้องเซย์อิให้มาเล่นบทเลิฟซีนแทน โดยบอกเซย์อิว่าหาคนอื่นมาเล่นแทนไม่ทัน ไหนๆ เซย์อิก็เล่นแทนมาตั้งแต่ต้นแล้ว จะเล่นฉากจบอีกสักฉากจะเป็นไรไป นึกเสียว่าช่วยให้หนังถ่ายทำเสร็จสิ้นได้อย่างสมบูรณ์และเพื่อทุกคนในกองถ่ายแล้วกัน โดนเข้าไม้นี้ เซย์อิปฏิเสธไม่ออก ได้แต่ก้มหน้ารับชะตากรรมที่เจ้าโยชิเอะก่อเอาไว้แทน ฮุ...ฮุ..
ปัญหาต่อมาคือ เซย์อิไม่ใช่ผู้หญิงดังนั้นต้องมีการแก้ไขบทนิดหน่อย โดยให้โยชิเอะเป็นฝ่ายหันหน้าเข้าหากล้องและเซย์อิหันหลังให้ เสื้อผ้าที่ใส่ก็เปลี่ยนจากชุดนักเรียนเป็นชุดยูกาตะแทน จะได้ยาวคุมขาได้ ส่วนผมก็ใส่วิกอยู่แล้วไม่มีปัญหา ผู้กำกับลองให้ทั้งสองคนมายืน (กอดกัน) ตรงกลางฉากที่ทำเป็นห้องพักของนางเอกและบอกให้ลองซ้อมดูนิดหน่อยก่อน จากนั้นก็เริ่มถ่ายจริง (ตาผู้กำกับแอบกระซิบกับโยชิเอะไว้ก่อนหน้านี้แล้วว่ายกให้เป็นหน้าที่ของหมอนี่ในการนำ (???) เพราะรู้ว่าเป็นมืออาชีพเรื่องทำนองนี้อยู่แล้ว ส่วนหนูเซย์อิคงไม่ประสีประสา แค่นี้ก็เข้าล็อคหมอนี่เป๊ะๆๆ ฮุ..ฮุ.. ไม่รู้ไปแอบติดสินบนผู้กำกับมาหรือเปล่าเนี่ย)
"เฮ้ย..นายน่ะอย่ากอดแน่นนักสิเฟ้ย มันอึดอัดนะ" เซย์อิบ่นงึมงำ เพราะอ้อมกอดของโยชิเอะที่รัดแน่นอยู่ แถมจมูกยังมาซุกไซ้แถวใบหู ได้ยินเสียงกระซิบแผ่วๆ
"อะไรกัน กอดนิดกอดหน่อยแค่นี้บ่นอึดอัด นี่ถ้าทำเรื่องที่มันน่าอึดอัดกว่านี้ นายจะทนไหวเร้อ"
"นี่พูดให้สวยๆ ทำเรื่องอะไรห.า อ๊ะ.. เซย์อิชักจะยืนไม่ติดเพราะมือไม้ที่เริ่มเปะปะของโยชิเอะบ้างแล้ว
"อยู่เงียบๆ ก่อนได้มั้ย แหงนหน้าขึ้นนิด แล้วเอียงไปตามจมูกฉันหน่อยสิ " โยชิเอะสั่งเซย์อิให้ร่วมมือด้วย
"ทะ..ทำไมฉันต้องทำด้วยล่ะ" มองหน้าโยชิเอะเขม็ง
"ก็ได้ ถ้านายไม่อยากทำท่านี้ งั้นเปลี่ยนมาเป็นจูบปากแทนแล้วกัน" พูดจบทำท่าจะจูบจริงๆ
เซย์อิขยับตัวดิ้นไม่ยอมง่ายๆ จนผู้กำกับต้องสั่งเทค
ฮัตสุกิคุง ผมเข้าใจดีว่าคุณลำบากใจ แต่ยังไงก็พยายามฝืนหน่อยแล้วกันนะ ดูอย่างฟุรุยะคุงเป็นตัวอย่าง เขาเป็นมืออาชีพเล่นได้ลื่นเชียว ไม่สนใจว่าอีกฝ่ายจะเป็นใครหญิงหรือชาย
'เฮ้ย เจ้าผู้กำกับนั่นมันชมหรือด่าตูกันแน่ฟะ' โยชิเอะคิดแล้วหันกลับมาสนใจคนในอ้อมกอด คงต้องเล่นไม้ใหม่
นี่ ฉันบอกไว้ก่อนว่า ถ้านายขืนเล่นแบบไม่ให้ความร่วมมืออย่างนี้ล่ะก็ ต้องเทคใหม่อีกกี่เทคฉันไม่รู้ด้วยนะ สำหรับฉันไม่เป็นไรอยู่แล้ว รับได้สบายมาก แน่สิ เป็นคนวางแผนตั้งแต่ต้นนี่ทำไมจะรับไม่ได้
พอเซย์อิได้ยินอย่างนั้น ก็กลัวว่าจะต้องทนอยู่ในอ้อมกอดของโยชิเอะไปอีกนานเท่าไหร่ไม่รู้ เลยจำใจให้ความร่วมมือด้วยดี ไม่ว่าเจ้าหมอโยชิเอะจะสั่งอะไรก็ทำตามอย่างว่าง่าย ไปๆ มาๆ ทั้งคู่เล่นได้สมบทบาท สมจริงเสียจนคนในกองถ่ายยืนดูกันตะลึงตาค้าง น้ำลายไหลกันเป็นทาง บ้างก็เลือดกำเดาพุ่งกระจายเลอะกองถ่ายไปหมด ผู้กำกับยังลืมสั่งเทค ปล่อยให้สองคนนั่นเล่นกันจนฟิลม์หมดม้วนนั่นแหละถึงได้สั่งคัท แต่ทั้งสองคนความที่ยังติดใจ เอ้ย ยังมึนๆ อยู่ก็ยังไม่ยอมแยกกันเสียที จนได้ยินเสียงทุกคนในกองถ่ายปรบมือให้กับการแสดงอันยอดเยี่ยมของคนทั้งคู่นั่นแหละเซย์อิถึงได้นึกขึ้นได้ผลักอกโยชิเอะออก หน้าแดงเป็นลูกเชอร์รี่ ผู้กำกับเดินมาขอบอกขอบใจและชมว่าทั้งคู่เล่นได้เยี่ยมมากแม้จะเป็นแค่ฉากกอดจูบลูบไล้ธรรมดาๆ เลยอยากจะให้ทั้งคู่ได้เป็นตัวเอกในหนังใหม่ที่กำลังเขียนบทอยู่ พร้อมกับส่งบทบางตอนให้ดู ทั้งคู่รับไปอ่านชื่อเรื่อง
ร้อนรักหนุ่มม.ปลาย .เหวอ.อ.อ..ผมขอผ่านล่ะครับ เซย์อิผลักบทหนังในมือไปทางโยชิเอะ
อืม น่าสนใจแฮะ นายไม่อยากลองเล่นหนังรักโรแมนติคบ้างเหรอ มันกว่า เอ้ย สนุกกว่าหนังบู๊อีกนะ โยชิเอะชักจูงด้วยสายตาเจ้าเล่ห์ส่อถึงเจตนาบางอย่าง (???) อย่างชัดเจน
นั่นมันใช่หนังรักโรแมนติคซะที่ไหนล่ะ มันหนัง xxx ชัดๆ (เวอร์ชั่น YAOI อีกต่างหาก) เชิญคนวิปริตอย่างนายคนเดียวเถอะ เซย์อิสะบัดพรืดโกยอ้าวออกไปด้วยอารมณ์ฉุนสุดขีด โยชิเอะหันมาหาผู้กำกับ
เอ่อ เก็บบทเรื่องนี้ไว้ก่อนนะครับอย่าเพิ่งให้ใคร เผื่อหมอนั่นจะเปลี่ยนใจอยากมาเล่น ว่าแล้วก็วิ่งตามเซย์อิออกไป
ผู้กำกับมองตามสองหนุ่มด้วยสายตาเป็นประกายเปี่ยมไปด้วยความหวัง "อืมม์ ถ้าได้ทั้งคู่มาเล่นด้วยกันล่ะก็ หนทางที่จะตีตลาดหนังแนวนี้ของเราคงสดใสกว่าค่ายอื่นแน่ ว่าแต่ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าฟุรุยะคุงจะมีรสนิยมอย่างนี้กับเขาด้วย คนหนุ่มสมัยนี้นี่ดูไม่ออกเลยวุ้ย ฮ่า...ฮ่า "
แต่สำหรับเซย์อิอนาคตที่จะได้อยู่อย่างปกติสุขของเขาคงดับวูบแน่ๆ เพราะมีเจ้าบ้าสุดฮอตวนเวียนอยู่ใกล้ๆ คอยหาเรื่องให้เขาอ่อนแรง เอ้ย อ่อนใจอยู่เรื่อย และนี่เป็นเพียงฉากเริ่มต้นของเรื่องวุ่นๆ เท่านั้น ฉากสำคัญๆ ยังรอเขาทั้งสองคนเป็นดารานำอยู่
The End
อืม..กว่าจะเขียนซีนแรกจบก็ใช้เวลาอยู่นานหลายอาทิตย์แก้แล้วแก้อีก ดังนั้นซีนที่สองยังไม่รู้ชะตากรรมว่าจะเป็นเมื่อไหร่ และเจ้าเซย์อิกับโยชิเอะจะไปเล่นหนังเรื่องอะไรต่อ จะเล่นคู่กัน หรือเล่นกันคนละเรื่องยังไม่รู้ แต่ที่แน่ๆ คงไม่ใช่เรื่องที่ผู้กำกับเสนอบทให้หรอกนะ ไม่กล้าเขียนฉากอ้ะ กลัว (ไม่มีข้อมูลอ้างอิง..อิ..อิ..) และเรื่องนี้จะอ่านได้เข้าใจขึ้นเยอะ ถ้าอ่านคู่มือของนิยายเรื่องนี้ประกอบด้วย หวังว่าคงได้เจอกันอีกเร็วๆ นี้
คู่มืออ่านนิยายเรื่อง Stunt Man Lover
1.ดารานำแสดง
2.NHHK Production เป็นบริษัทที่ทำธุรกิจด้านบันเทิงทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์ หนังทีวี ละคร ดนตรี รายการโทรทัศน์ รายการวิทยุ ฯลฯ ตั้งอยู่บนพื้นที่ขนาดสนามฟุตบอลประมาณ 3-4 สนามเรียงกัน มีอาคารแยกย่อยตามประเภทธุรกิจ และยังมีโรงถ่ายย่อยๆ หลายขนาดอีกด้วย
3.หนังที่เซย์อิกับโยชิเอะ เล่นเป็นหนังชุดที่ออกฉายทางโทรทัศน์
4.ม.ปลายสาววัยซ่าส์ที่เซย์อิเป็นสตั๊นถ่ายทำที่โรงถ่าย M และ เพียงเธอเท่านั้นที่ฉันฝันถึง ที่โยชิเอะแสดงเป็นพระเอกถ่ายที่โรงถ่าย L อยู่ใกล้กัน
5.ชุดที่เซย์อิใส่เข้าฉากจะเป็นชุดนักเรียนกลาสีเสมอ (ถ้าใส่ชุดอื่นมันก็ไม่ให้อิมเมจสาว ม.ปลายน่ะสิ) ส่วนผมก็ใส่วิกผมยาว อาวุธคู่กายเป็นเชือกเอาไว้รัดคอเหยื่อ เอ้ย รัดคอคนร้าย อิ..อิ..
6.ผู้จัดการของโยชิเอะชื่อ ทาดาชิ เรียว เป็นหนุ่มหน้ามน (เผลอๆ อาจจะได้เป็นนายเอก เอ้ย พระเอกเข้าสักวันถ้าเจ้าโยชิเอะมันเหลวไหล) ตอนเรียนก็ได้ที่ 1 ตลอด เป็นประธานนักเรียน ตรงข้ามกับเจ้าโยชิเอะหน้ามือเป็นหลังมือ เป็นเพื่อนกันตั้งแต่ม.ปลาย ส่วนเซย์อิไม่มีผู้จัดการ แต่เจ้าเคียวสุเกะพี่ชายร่ำๆ จะเป็นให้ได้