~AKUMA no
Melody~
By
AKAI~TORI
(dieu)
Part II
2 วันแล้วที่มาโคโตะจำเป็นต้องต้อนรับสมาชิกร่วมห้องตัวจ้อยอย่างเลี่ยงไม่ได้ เจ้าตัวเล็กที่มีใบหน้าเหมาะเจาะได้รูปราวกับภาพวาดที่สมบูรณ์แบบของจิตกรมือหนึ่ง เรือนผมสีอ่อนจนเกินจะเป็นสีเงินซีดขาว ดวงตาสีม่วงกลมโตที่มักจะจ้องมองมาที่เค้าอย่าไร้เดียงสา หลายครั้งที่มาโคโตะอดไม่ได้ที่จะจดจ้องมองภาพการเคลื่อนไหวของอีกฝ่ายอยู่เป็นเวลานานจนถูกตั้งคำถามว่า มองหาสวรรค์อะไร?(โห!ดูพี่แกถาม) ชายหนุ่มได้แต่ยิ้มแล้วก็พูดเฉไฉไปเรื่อยตามประสา อันที่จริงเค้าเองก็ยังไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าเพราะอะไรเค้าถึงได้สนใจปีศาจน้อยที่ยืนอยู่ตรงหน้านัก
พรุ่งนี้แล้วสินะ นี่มันไม่ใช่ว่าจะคิดออกง่ายๆเลยแฮะ ชายหนุ่มบ่นงึมงำอยู่คนเดียวขณะที่มือก็กำลังจัดแจงเก็บเรียงแผ่นCD.บนหัวเตียงให้เข้าในชั้นไว้อย่างเป็นระเบียบ สองวันแล้ว พรุ่งนี้คือกำหนดที่เค้าต้องบอกความประสงค์ของเค้าให้ปีศาจน้อยได้รับรู้ พันธสัญญาที่Makoto ไม่อาจคาดเดาถึงมันได้ เค้าคิดเพียงแค่เป็นการเล่นสนุกง่ายๆระหว่างเค้ากับเจ้าเด็กหน้าหวานนั่นเท่านั้น
เฮ้!Makoto ชั้นจะออกไปข้างนอกนะ เดี๋ยวมา เสียงใสตะโกนขึ้นมาทันทีที่ประตูห้องถูกเปิดออก เฮ้ย!ๆเจ้านั่นจะไปไหนน่ะ?นี่มันโลกมนุษย์นะ!
Ciel !นายจะไปไหนน่ะ? ไม่มีเสียงตอบ
เฮ้ย!รอก่อนดี๊!!! ชายหนุ่มคว้าเสื้อโค้ทก่อนวิ่งตามลงไปทันที อะไรกันเนี่ยเจ้าเปี๊ยกนั่น???
อ้าว!Makoจัง จะไปไหนอ่ะ?ถามด้วยสีหน้าสงสัย ดวงตากลมโตมองดูชายหนุ่มที่วิ่งกระหืดกระหอบมาหยุดอยู่ตรงหน้าอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว มันบ้าอไรของมัน? ปีศาจน้อยคิด
เธอ เอ้ย!นายจะไปไหน?ที่นี่มันอันตรายไม่ใช่เหรอ? อย่าลืมสิว่านี่มันไม่ใช่บ้านนายนะ ถ้าโดนเจ้าพวกคนเลวๆจับไปใครจะช่วยห๋า!? ยิ่งหน้าตาแบบนี้อยู่ด้วย ประโยคหลังนี่คิดเท่านั้นไม่ได้พูดออกไป
จับ ผมไม่ใช่ผีน้า!จะบ้าเหรอใครมันจะมาจับผมได้ เอาเข้าไป นี่หมอนี่ไม่เคยมองหน้าตัวเองในกระจกเลยรึไงเนี่ย?มีหวังปล่อยไปเดี๋ยวพลบค่ำได้ถูกลากไปทำมิดีมิร้ายกันพอดีแถวนี้ยิ่งพวกชอบเที่ยวเยอะจะตาย
เออ!ช่างเหอะ เอาเป็นว่านายจะไปไหนเราจะไปเป็นเพื่อนแล้วกัน Makotoถอนหายใจเบา ขี้เกียจอธิบายให้มากความ
ไปโบสถ์ร่างเล็กเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาก่อนดึงhood ขึ้นมาสวมทับเรือนผมสวยเพื่อไม่ให้เป็นจุดสนใจมากไปกว่านี้ หน้าตาเราก็ไม่ใช่ว่าจะหาได้ง่ายๆมีหวังถูกเจ้าพวกมนุษย์มองเป็นตาเดียวแน่ Cielยิ้มมุมปาก
เฮ้ย!ว่าไงนะ ไปโบสถ์!!! Ciel เดี๋ยวดิ เฮ้ย!ร่างเล็กไม่สนใจคำทัดทานของMakotoเลยแม้แต่น้อย ซ้ำยังเดินฮัมเพลงสบายอารมณ์ไปด้วยอีกต่างหาก ปีศาจที่ไหนเค้าไปโบสถ์กันเล่าเจ้านี่นี่เซ่อขนาดไม่รู้เลยเหรอว่านั่นมันสถานที่ต้องห้ามน่ะ
อีก2วันก็คริสต์มาสแล้วสินะ Makoto พูดพลางมองดูร้านค้าที่ประดับประดาไปด้วยสีสันแห่งเทศกาลศักดิ์สิทธิ์
(ลืมไปแล้วว่าวิ่งตามCielมาเพื่อห้ามไม่ให้ไปโบสถ์)
อืม สวยดีผมชอบร่างเล็กเอ่ยลอยๆ
เป็นปีศาจแน่เหรอนายน่ะ? ชายหนุ่มชักสีหน้าสงสัย
เออ ผมนี่ล่ะปีศาจของแท้ถามจริงวุ้ย!Ciel ตอบเสียงแข็ง รำคาญจริงสงสัยไม่เลิก นี่ปีศาจของมันต้องโผล่มาแล้วก็ทำแต่เรื่องโสโครกๆรึไงฟะ นั่นมันเจ้าพวกชั้นต่ำเฟ้ย! บ่นอยู่ในใจคนเดียว
ชอบเหรอ? เราก็ชอบเมื่อก่อนช่วงนี้จะต้องไปเที่ยวกับคุณพ่อคุณแม่ประจำ Makoto ก้มหน้าอย่างฟืนใจ
ทีแรกนึกว่าจะร้องไห้ซะอีก เสียงเศร้าซะขนาดนั้น
อดีตๆ มันก็ดีอย่างงี้แหละนะ ตอนนี้ก็แค่เซ็งไปวันๆ มีนายเข้ามาเราค่อยตื่นเต้นขึ้นหน่อยMakoto ยิ้มพลางเบือนหน้ามองไปทางอื่น เวลานี้ในใจรู้สึกเหงาขึ้นมาจนพูดไม่ออก ชายหนุ่มสะดุ้งเมื่อรู้สึกว่ามีมือเล็กเรียวมาวางแตะบนบ่าของตน เค้าหันกลับไปมองใบหน้านั้นอีกครั้ง นัยตาสีม่วงช่างดึงดูดใจเหลือเกิน รู้สึกถึงความอบอุ่นที่ห่างหายมานานแสนนาน
อย่าคิดมากสิ ยังไงผมก็อยู่นี่นี่นาร่างเล็กยิ้มหวาน คำพูดปลอบโยนที่เรียบง่ายแต่มันกลับช่วยเค้าได้มากทีเดียว นี่น่ะเหรอปีศาจ? Makoto ถามตัวเองอย่างเงียบๆ
ฮ่ะๆล้อเล่นหรอกน่า!นี่นายเห็นว่าเราอ่อนแอขนาดต้องปลอบเชียว มานี่ดีกว่าจะพาไปดูของดีชายหนุ่มหัวเราะร่าก่อนกึ่งลากกึ่งจูง ร่างเล็กไป ไอ้พิลึก!ยังกะอยากปลอบตายชักล่ะ ที่ทำน่ะมันหน้าที่เฟ้ย!หน้าที่ แต่ก็เอาเถอะ วางใจในตัวผมมากๆเข้าMakotoที่น่ารัก ท่าทางนายคงจะว่าง่ายกว่าเจ้าพวกที่ผ่านๆมานะ
Ciel ยิ้มบางๆอย่างพอใจ ภายใต้ใบหน้าที่ไร้เดียงสา ปีศาจก็คือปีศาจ นี่คือสิ่งที่เค้าจะสอนให้Makotoได้รับรู้ในอนาคตที่กำลังจะมาถึงนี้
อ๊ะ!Makoto กี่โมงแล้วเนี่ย?เสียงใสๆร้องถามด้วยความตกใจ นี่เค้าเดินดูของตามร้านค้าริมทางมาจนนานเท่าไหร่แล้วนะ
เกือบๆจะ5โมงแล้วล่ะ ทำไมเหรอ? ชายหนุ่มตอบพลางยืนมองดูสร้อยข้อมือที่วางเรียงอยู่ในตู้กระจก
ด้วยความสนใจ สร้อยข้อมือเลท ดูดีจังแฮะ แต่คงไม่เหมาะกับเรา คิดพลางเหลือบมองอีกฝ่ายที่กำลังยืนหันรีหันขวางอยู่หน้าร้าน จะให้เป็นการขอบคุณดีมั้ยนะ?
นี่!ผมจะไปแล้วนะ ต้องไปโบสถ์ให้ทัน5โมงรู้มั้ย?พูดจบก็เดินออกไปนอกร้านทันที เล่นเอาMakotoตั้งตัวไม่ทันเลย
พี่ครับ ขอสร้อยข้อมือเส้นนี้ครับทันทีที่ได้ของที่ต้องการ ชายหนุ่มรีบลนลานวิ่งตามออกไปโดยไม่ใส่ใจที่จะรอรับเงินทอนเลยแม้แต่น้อย จะไปจริงเหรอโบสถ์น่ะ รีบอะไรนักหนาเนี่ย?
เฮ้ย!Ciel รอก่อนสิ จะรีบไปไหนขนาดนั้นห๋า!? ร้องถามเสียงดัง แต่ดูเหมือนจะไม่ได้รับความสนใจจากเจ้าตัวนัก ร่างเล็กยังคงเดินจ้ำไม่หันกลับมามอง อะไรกันนี่คิดจะเมินเราเลยเรอะ!
นี่!ไอ้เปี๊ยกข้างหน้าน่ะ จะรีบเดินจ้ำไปถึงไหนกันฮะ!? ได้ผล ดูเหมือนประโยคเมื่อครู่จะทำให้อีกฝ่ายถึงกับชะงักทีเดียว แก ไอ้ Makoto!!!
เฮ้อ!นายนี่ไวเป็นบ้า จะรีบไปไหนนักหนาน่ะโบสถ์มันไม่วิ่งหนีนายหรอก ใจเย็นๆก็ได้พูดพลางหายใจหอบทันทีที่วิ่งมาถึง
เรียกผมเหรอ ไอ้เปี๊ยกน่ะ???ถามเสียงต่ำ เย็นไว้ อย่าเพิ่งระเบิด นับหนึ่งถึงสิบเข้าCiel เอ้ย!
อะ เอ่อ ขอโทษคือถ้าไม่เรียกแบบนั้นนายคงไม่หยุด โกรธเหรอ?Makoto ถามกลับด้วยน้ำเสียงยอมรับผิด
ยิ้ม ไม่มีคำตอบใดๆนอกจากรอยยิ้มเจื่อนๆจากใบหน้าหวานนั่น ทีใครทีมันนะเจ้าMakoto ฮึ่ม!
*****************************************************************************************************************
ค่อยยังชั่ว ร่างเล็กถอนหายใจอย่างโล่งอกทันทีที่เดินย่างเข้าสู่บริเวณของโบสถ์คริสต์เตียนแห่งหนึ่ง
ชายหนุ่มแปลกใจไม่น้อยแต่ใจเค้าคิดว่ายังไม่เอ่ยปากถามซะคงจะดีกว่า Cielทิ้งตัวลงนอนอย่างสบายใจบนพื้นเนินหญ้าที่ปลูกไว้เป็นสวนหย่อมขนาดย่อมๆ Makotoค่อยๆทรุดตัวลงนั่งข้างๆ
เพราะใช่มั้ย? ผมชอบที่สุดเลย ร่างเล็กเอ่ยถามเบาๆ ดวงตาคู่สีม่วงกำลังหลับพริ้มลงอย่างสบายอารมณ์
ชายหนุ่มค่อยๆตั้งใจฟังเสียงที่ดังแว่วมาจากภายในโบสถ์แห่งนี้ ที่แท้ก็เพลงนมัสการนี่เอง นี่น่ะเหรอที่ทำให้หมอนี่ต้องวิ่งร่อมาซะขนาดนี้ คิดพลางเหลือบมองดูใบหน้าเนียนที่กำลังหลับอย่างสบายใจ
หลับแล้วเหรอ?Makotoถามลอยๆ พลางยื่นมือไปแตะเส้นผมสวยที่แผ่นสยายอยู่บนพื้นหญ้าเบาๆ
ปีศาจ.เค้าไม่ได้ปฏิเสธคำๆนี้ ไม่ใช่ไม่เชื่อเรื่องที่ บุคคลตรงหน้าของเค้าเล่าให้ฟัง เพียงแต่แค่สงสัยเท่านั้นว่ามีปีศาจที่สวยงามได้ขนาดนี้ด้วยเหรอ?ทั้งที่ออกจะใสบริสุทธิ์และน่าทะนุถนอมขนาดนี้เนี่ยนะ ปีศาจจริงๆน่ะ
เหรอ? ริมฝีบางบางสีชมพูระเรื่อถูกประทับลงด้วยริมฝีปากได้รูปของอีกฝ่ายอย่างช้าๆ นุ่มนวลและอ่อนโยนราวกับจังหวะการกระพือปีกของผีเสื้อ ชายหนุ่มเปิดเปลือกตาขึ้นอีกครั้ง รสชาดของรอยจูบยังคงติดตรึงอยู่ที่ริมฝีปากของเค้า นี่เราทำอะไรไปแล้วเนี่ย!? Makoto หน้าแดง เค้าหันกลับไปมองดูร่างเล็กที่นอนหลับสนิทอยู่ข้างๆพลางยิ้มอย่างพอใจ ตั้งแต่เมื่อไหร่นะที่คิดว่าน่ารัก ชายหนุ่มคิดก่อนเอนตัวลงนอนมองท้องฟ้าอย่างสบายอารมณ์ โดยไม่รู้เลยว่ามีรังสีอาฆาตแผ่กว้างมาจากร่างเล็กข้างๆเค้าน่ะเอง
ไอ้Makoto "กัดฟันแน่น ~ชั้นจะฆ่าแก!!!~
![]()
โปรดติดตามตอนต่อไป
จากผู้เขียน : ขอบคุณเพื่อนๆที่mailมาให้กำลังใจทุกคนมากๆเลยนะคะ ต่อไป AKAI~TORi จะไม่ปล่อยให้รอกันนานขนาดนี้อีกแล้วล่ะค่ะ...ขอโทษนะคะ*ยอมรับผิดโดยดี* ยังไงก็mail มาติ-ชมได้ตลอดนะคะ [email protected]