You're Redomineer
By...K3

ท่ามกลางทะเลทรายอันร้อนระอุ นักศึกษาแพทย์ชาวอังกฤษกลุ่มใหญ่ ต่างกำลังง่วนอยู่กับการตรวจอาการของครอบครัวนักเดินทางชาวอาหรับกันอย่างขมักเขม้น ตามใบหน้าและร่างกายของแต่ละคนเต็มไปด้วยเหงื่อ สังเกตได้จากเสื้อที่เปียกชุ่ม หลังจากการปฏิบัติการนั้นเสร็จสิ้น น.ศ.ทั้งหมดต่างพากันเก็บสัมภาระต่างๆ ขนขึ้นไปยังรถ 4 wild ที่จอดเรียงอยู่ทั้งหมด 3 คันบนเนินทราย เมื่อทุกคนขึ้นรถกันหมดแล้ว ส่วนใหญ่จะหลับเพราะด้วยความเหนื่อยล้า เว้นแต่รถคันสุดท้าย….

"โอ้ย! เบื่อจริงโว้ย! ทำไมพวกเราต้องถูกส่งมาเป็นอาสา สมัครบ้าๆ แบบนี้ด้วย" Sandra น.ศ.หญิงคนหนึ่งในกลุ่มตะโกนขึ้น

"นั่นสิ เครื่องอำนวยความสะดวกก็ไม่มี เคเบิลTV. ก็ไม่มี อากาศก็ร้อนไปไฟ จะบ้าตายอยู่แล้ว" Mira น.ศ.หญิงอีกคนพูดเสริมพร้อมพูดต่อ "ถ้าฉันรู้นะว่าก่อนจบต้องมาลำบากขนาดนี้ ฉันไม่เอาด้วยหรอก นี่ไม่คิดจะออกความคิดเห็นบ้างรึยังไงยะพวกเธอ"

"No,commend" พูดจบ John ก็ใส่หูฟังเปิดเพลงกระหน่ำหูต่อไป

"แล้วเธอล่ะ Alex" Mira ถามต่อ

"ไม่รู้สิ มันก็สนุกดีออก อีกอย่างแม่ฉันก็เป็นลูกครึ่งอาหรับ การที่ฉันจะได้มาเจอชนชาติที่มีเชื้อสายเป็นเสี้ยวหนึ่งของฉัน มันก็ดีสำหรับฉันนะ" หนุ่มผิวขาวนัยตาสีฟ้าที่ซ่อนความสวยของใบหน้าไว้ใต้แว่นตาหนาเตอะลูกครึ่ง อังกฤษ-เยอรมัน+อาหรับนิดๆเอ่ยพร้อมยิ้มน้อยๆ แล้วก็อ่านหนังสือต่อ

"แหม! ก็แน่ล่ะที่เธอจะ Happy แบบนั้นก็เธอน่ะออกจะเก่ง พูดภาษาอาหรับก็ได้ทำอะไรก็สะดวกไปหมดน่ะแหละ ส่วนพวกฉันมันก็แค่คนอังกฤษ โง่ๆ เท่านั้นแหละ" ขืนเป็นอย่างนี้ต่อไป คงอีกยาวกว่าแม่ 2 สาวจะเลิกพูด Nick ที่กำลังหลับๆ อยู่จึงต้องออกโรงเอง

" Stop! พอเลยๆ โธ่…คนจะหลับจะนอน โวยวายอยู่ได้ น่ารำคาญ" ยิ่ง 2 สองสาวสุดห้าวได้ฟังแบบนั้นก็ต่างพากันรุมโจมตีด้วยเสียงแหลมปี๊ดแสบแก้วหู

"เอาเถอะน่า อย่างเถียงกันเลย ถ้าไม่เกรงใจฉันกับ Alex ก็เกรงใจพี่มาซีฟเขาบ้าง" สารถีผู้นำทางได้แต่หัวเราะเบาๆ ทำเอาSandra และ Mira อายไปตามๆ กัน ความเงียบครอบคลุมรถชั่วขณะ แต่ก็ต้องสลายไปเมื่อ Nick ทำท่าทีเลิกลักเหมือนกำลังกังวลอะไรบางอย่างอยู่

"เฮ้พวก วันนี้วันที่ 29 ใช่เปล่า"

"ใช่ ทำไมเหรอ Nick หรือนี่เหนื่อยจำลืมวันลืมคืนเลยเรอะไง" Sandra เหน็บแนม

"มันจะเป็นจริงรึเปล่านะ"

"ทำไม มีนิทานหลอกเด็กอะไรอีกล่ะ พ่อจอมกุเรื่อง" Mira แซวอีกคน

"เดี๋ยวสิฟังฉันก่อน ฉันเคยอ่านในหนังสือตำนานโบราณในห้องสมุดก่อนมาที่นี่มีตำนานบอกไว้ว่า ดินแดนแถบนี้พอถึงเที่ยงคืนของวันอาทิตย์ที่ 29 ก.พ. ในปีไหนก็ตาม จะมีชนเผ่าลึกลับออกมาจากเมืองลับแลเพื่อออกล่าเนื้อมนุษย์" ไม่ถึงอึดใจเสียงหัวเราะก็ดังขึ้น

"ฮ่าๆๆๆ นายนี่ตลกจริงว่ะ โอ้ยท้องแข็งจะแย่อยู่แล้ว ขอบใจนะที่เอาเรื่องตลมาเล่าให้ฟัง" พอ John พูดจบก็หัวเราะต่อ

"ไม่เชื่อก็ตามใจ ไม่แน่นะ อาจจะเหมือนหนังเรื่อง The Blair witch project ไง"

"นี่มันสมัยไหนแล้ว งมงายกันอยู่ได้ ไอ้หนังเรื่องก็โกหกเหมือนกันน่ะแหละ จริงมั้ยครับพี่มาซีฟ"

"อืม… ผมเองก็เคยได้ยินมาเหมือนกันนะ แต่มันก็นานมาแล้วตั้งแต่ยังเด็กๆ คุณย่าเล่าให้ฟังน่ะ"

"อย่างนี้ก็มีทางเป็นไปได้เหรอค่ะ!" Sandra ทำท่าทีตื้นเต้นอยากรู้ใจจะขาด

"นี่เธอ ตอนนี้มันยุคไหนกันแล้ว สมัยนี้เขาเลิกงมงายเชื่อในเรื่องที่พิสูจน์ไม่ได้ ไร้สาระจริงๆ"

ไม่กี่นาทีต่อมารถของน.ศ.แพทย์ทั้ง 3 คันก็มาถึงยังสถานที่พักที่มีลักษณะไม่ต่างไปจากบ้านทั่วๆ ไป บ้านพักของ Alex และ John อยู่ถัดไปจากคนอื่น ลึกเข้าไปเล็กน้อย เมื่อ John เข้ามายังในห้อง ก็ล้มตัวลงนอนบนเตียงทันที ส่วน Alex นั้นก็รีบเปลี่ยนเสื้อผ้าอาบน้ำชำระเหงื่อไคลตามเนื้อตัวทันที

ระหว่างที่ John กำลังคอยรออาบน้ำอยู่นั้น เรื่องภายในใจของเขาก็ได้ถูกขุดคุ้ยขึ้นมาคิด John แอบชอบ Alex มานาน อาจจะตั้งแต่สมัยที่เพิ่งเข้ามาหาลัยด้วยซ้ำ Alex เป็นคนที่เด่นในสายตาของเขามาก ถึงจะเป็นคนขรึมไม่ค่อยเฮฮากับใครซักเท่าไหร่ แต่ความอ่อนโยนที่มีให้กับเพื่อนๆ ทุกคนก็เป็นสิ่งที่สามารถผูกใจเขาไว้ได้ John เองไม่เคยบอกความรู้สึกภายในใจนี้ให้ Alex หรือใครๆ ได้รับรู้ เพราะคงเป็นไปได้อยากที่จะให้ใครมายอมรับได้ โดยเฉพาะเขาคนนั้น…

John นอนคิดเพลินจนไม่รู้ว่าผู้เขากำลังคิดถึงอยู่นั้นตอนนี้แต่งตัวเสร็จ กว่าจะมารู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่ Alex มาปลุกนี่แหละ

"ไปอานน้ำได้แล้ว" John ทำยั่วนอนยิ้มปลิ่ม

"ถ้านายช้าแล้วอาจารย์ถามว่าทำไมนายไม่ลงมา ฉันจะบอกว่านายเอาแต่นอนหลับอู้งาน ที่นี้ล่ะนายเสร็จแน่" เจอเหตุผลนี้เข้าไป ทำเอา John ลุกพรวดทันที เห็นแบบนี้ Alex ก็ร้ายไม่ใช่เล่นเหมือนกัน เกิดนึกคึกบอกจริงๆ มีหวังคอขาดแน่

********************************************

"คงมากันครบทุกคนแล้วนะ เอาล่ะ ตอนนี้ขอให้ทุกคนฟังที่อาจารย์พูดด้วย จะได้ไม่พลาดแบบเมื่อเช้าอีก" ที่อาจารย์พูดแบบนั้นก็เพราะว่าเมื่อเช้าทุกคนฉุกละหุกมาก ไม่พร้อมกันซักอย่างจนเกือบคลาดกับกลุ่มอพยพชุดแรกที่จะเข้าเมือง เพราะหากปล่อยเข้าไป มีหวังอาจารย์โดนเล่นงานแน่ เพราะทางเราได้รับการติดต่อทางรัฐบาลที่นี่ เพื่อขอให้เข้ามาตรวจสุขภาพของประชาชนตามหมู่บ้านต่างๆ ก่อนที่จะเดินทางเข้าเมืองเพราะหากปล่อยเข้าไป มีหวังอาจารย์โดนเล่นงานแน่ เพราะทางเราได้รับการติดต่อทางรัฐบาลที่นี่ เพื่อขอให้เข้ามาตรวจสุขภาพของประชาชนตามหมู่บ้านต่างๆ ก่อนที่จะเดินทางเข้าเมือง และถ้าทำงานพลาดไปแล้ว คนที่จะโดนหนักที่สุดก็คือเหล่านักศึกษานี่แหละ และถ้าไม่ใช่Mr. Paul ช่วยไว้ล่ะก็ น.ศ.กลุ่มนี้เสร็จแน่ การประชุมวางแผนงานผ่านไปได้ไม่เท่าไหร่ เสียงโวยวายข้างนอกก็ดังขึ้น ชายอาหรับคนหนึ่งวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาหา Mr. Paul ส่งภาษาอาหรับกันครู่หนึ่ง สรุปได้ความว่า ชายคนนั้นเป็นชาวบ้านของหมู่บ้านที่ น.ศ.เดินทางไปตรวจสุขภาพเมื่อวันก่อน และวันนี้ภรรยาเขาจะคลอดลูก แต่หมอทำคลอดนั้นไม่อยู่อีกหลายวันกว่าจะกลับ Mr. Paulตกลงว่าจะเดินทางไปกับชายคนนั้น แต่ Alex ขัดไว้ก่อน

"Mr. Paul ครับผมว่าคุณอยู่ดูแลทางนี้ดีกว่า ถ้ายังไงเดี๋ยวผมไปกับเขาเอง วันนี้คุณเหนื่อยมามากแล้ว ให้ผมจัดการเองเถอะครับ"

"นายทำได้แน่รึ"

"ครับ!" ไม่น่าแปลกนักที่อัจฉริยะอย่าง Alex จะขออาสาเอง เนื่องจากเขาเคยมีประสบการณ์ในเรื่องนี้มาแล้ว ก็ในเมื่อครอบครัวของเขาเปิดคลีนิกอยู่ในเมืองเล็กๆ ที่ มันก็น่าที่จะให้เขาทำได้อยู่แล้ว และ Alex เองก็เคยเป็นแพทย์ฝึกหัด เรื่องแบบนี้มีรึที่เขาจะทำไม่ได้ อาจารย์ Paul ตัดสินใจให้เขาไป เพราะเชื่อใจว่าเขาต้องทำได้ อีกอย่างหมู่บ้านนั้นก็ไม่ไกลจากที่นี่มากนัก ถ้ามีปัญหาอะไร ขับรถไปซักครู่ก็คงถึง เมื่อรถเตรียมพร้อมแล้ว Alex ก็ออกเดินทางไปพร้อมกับชายเมื่อครู่ โดยมีมาซีฟเป็นคนขับเช่นเคย

*******************************************

การทำคลอดผ่านไปนานพอสมควร เนื่องจากเด็กอยู่ในลักษณะที่หัวไม่กลับ Alex ใช้ความรู้ทางแพทย์ที่มี พร้อมทั้งยาปฏิชีวนะ ถึงประสบการณ์จะยังมีไม่มากมายนัก แต่ในที่สุดแล้วทุกอย่างก็ผ่านไปด้วยดี

เป็นธรรมเนียมอยู่แล้ว เมื่อมีเรื่องน่ายินดี ก็ย่อมต้องมีการเลี้ยงฉลอง โดยเฉพาะ Alex ที่ไม่ต่างไปจากหมอเทวดาสำหรับชาวบ้านในหมู่บ้านนี้ กว่าที่ Alexและมาซีฟ จะปลีกตัวออกมาจากพวกเขาได้ ก็ปาเข้าไป3-4ทุ่ม แต่ยังโชคดีที่โทรศัพท์มือถือยังใช้ได้อยู่ Alex จึงโทรไปแจ้งข่าวให้ทางอาจารย์ทราบแล้ว

 " Mira เธอว่าตำนานนั้นจะเป็นจริงรึเปล่า"

"ไม่รู้สินะ Sandra แต่ฉันก็ขอให้พวกเขากลับมาโดยเร็ว"

ในรถนั้นบรรยากาศค่อนข้างเงียบ คงเป็นเพราะคนที่นั้นต่างก็เป็นคนพูดน้อยด้วยกันทั้งคู่ สองข้างทางมีแต่ความมืด มีเพียงแสงจากไฟหน้ารถที่แผ่รัศมีไปบนทางเท่านั้นที่ยังสามารถให้มองออกได้ว่าพื้นนเป็นลักษณะเช่นใด แต่ความเงียบก็ต้องหยุดชะงักทันที เมื่ออยู่ๆ รถเกิดหยุดไปเฉยๆ ทำเอา Alex ใจไม่ดีเหมือนกัน

"เป็นอะไรไปล่ะเนี่ยะ" มาซีฟพูดพร้อมกับออกไปนอกรถเพื่อสำรวจดูสาเหตุที่เกิดเสียขึ้นมาซะดื้อๆ แบบนี้ ซักพักมาซีฟก็เดินหน้าเสียเข้ามาในรถ

"รถเป็นอะไรเหรอครับ"

"ไม่รู้สินะ เช็คดูหมดแล้วก็ไม่เห็นมีอะไรผิดปกติ Alex ลองโทรไปทางนู้นดูสิ"

"แบทหมด! ถ้างั้นผมว่าไปตามคนมาช่วยดีกว่าครับ ส่วนผมจะอยู่ที่นี่เอง"

"เอางั้นรึ"

"ครับ ผมว่าถ้าผมไป จะพาหลงซะเปล่าๆ จะเข็นรถไปก็คงไม่ได้ ก็พื้นเป็นทรายแบบนี้ อีกไม่ไกลก็คงถึงที่พักแล้ว ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกครับ" มาซีฟตกลงตามที่ Alex บอก สิ่งที่เขาเอาไปด้วยก็มีแค่ไฟฉายกับเสื้อกันหนาวเท่านั้น เพียงไม่กี่ก้าวจากรถ ร่างของมาซีฟก็หายไปในความมืด มีแค่แสงไฟฉายเป็นดวงเล็กๆ เท่านั้น

Alex นั่งคอยมาซีฟอยู่พักใหญ่ จนรู้สึกง่วงนอนขึ้นมา คงเป็นเพราะวันนี้เขาเหนื่อยมาทั้งวัน มองดูนาฬิกาถึงได้รู้ว่าดึกมากแล้ว ถึงจะห่วงมาซีฟก็จริง แต่แล้วเอาชนะความง่วงไม่ไหว Alex ล้มตัวลงนอนราบที่เบาะรถ เพียงไม่กี่นาทีเขาก็ม่อยหลับไป ในระหว่างนั้นเองก็ปรากฏเสียงฝีเท้าของเหล่าม้านับสิบก็ค่อยๆ ดังขึ้นเรื่อยๆ และมุ่งตรงมายังรถที่จอดนิ่งอยู่บนเนินทราย ม้าทุกตัวหยุดเมื่อเจ้าของแต่ละตัวสั่ง ชายร่างสูงในชุดคลุมยาวสีกรมท่าแบบชาวอาหรับโบราณก้าวลงจากหลังม้า และค่อยๆ เดิมมาที่หน้ารถ ส่วนคนอื่นที่เหลือต่างจ้องมองชายผู้นั้น เว้นแต่มีอยู่คนหนึ่งที่จับร่างที่ไร้วิญญาณที่กำลังจะตกจากหลังม้า และถ้าลองมองดูให้ดีๆ ก็จะพบว่าร่างนั้นดูแล้วก็ไม่ต่างไปจากสารถีที่ร่างเพรียวบางในรถรอคอยอยู่.

จบตอน

catndog.gif (3077 bytes)

โปรดติดตามตอนต่อไป

ติชม : [email protected]

 

 

 

 

Hosted by www.Geocities.ws

1