killerjoker.gif (22309 bytes)

The Killer Joker/Special part II

‘ข้ามารับเจ้า…โจคเกอร์ ไปอยู่กับข้าเถอะนะ…ข้ารักเจ้า…’ คำพูดที่ข้ายังจำได้ดีถึงแม้ว่ามันจะผ่านมานับร้อย ๆ ปีแล้วก็ตาม…ความรู้สึกที่ข้าต้องรอคอยคนที่ข้ารักจะได้จบสิ้นเสียที ความรู้สึกเศร้าที่มีอยู่ไม่รู้จบในใจข้า…คงจะอันตรธานหายไปได้ซักที…

“โจคเกอร์…ท่านโจคเกอร์…ท่านมิวเลอร์ !! “

“หะ…หา? อะไร…มีอะไรหรือ…ยาร์จ? “ ข้าแทบจะตกเก้าอี้เพราะเจ้าหนูหน้าหวานตัวนี้แท้ ๆ เชียว ให้ตายเหอะ ! จะปล่อยให้ข้างีบพักผ่อนเอาแรงซักหน่อยไม่ได้รึไงนะ ฟังแต่วิชาประวัติศาสตร์ตั้งกะเช้ายันเย็นเกือบทุกวันเป็นใคร…ใครก็ต้องง่วงเหมือนกับข้าแหง ๆ ชักจะเข้าใจหัวอกของพวกทหารชั้นต่ำที่เรียนประวัติศาสตร์กับไลลาร์มากขึ้นแล้วสิ

“แย่ที่สุด ! ทำไมท่านถึงชอบหลับสัปหงกในเวลาที่ข้าสอนท่านซะเหลือเกิน? “

“ก็มันน่าเบื่อนี่นา…โลกปิศาจที่ไลลาร์อยู่น่ะ…จะเป็นยังไงมันก็ไม่เกี่ยวกับข้าอีกต่อไปแล้วนี่… ถ้าเจ้าจะสอนก็สอนเรื่องเกี่ยวกับโลกหลังความตายนี่ดีกว่านะ” หึ ! อยากจะหัวเราะให้ท้องแข็งที่สุด เห็นหน้าตาของยาร์จเวลาโมโหแล้วรู้สึกสนุกจัง

“ดี…ถ้าอย่างนั้น…คราวหน้าข้าจะเอาเรื่องของโลกนี้มาสอนท่าน แล้วห้ามบ่นว่าน่าเบื่ออยากนอนอีกล่ะ” ข้าสะอึก…เถียงไม่ออกเลย…แหย่เล่นไม่ได้จริง ๆ แฮะ…เจ้านี่…

“เออ ! ข้ารู้แล้ว…ยอมเรียนก็ได้ ว่าแต่…” ว่าแต่…โลกปิศาจจะเป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้…มันผ่านไปตั้ง 800 ปีแล้วนี่…จะมีใครพูดถึงเราอีกไหมนะ พูดว่าไม่ใส่ใจ…แต่ก็คิดถึงอยู่เสมอ โดยเฉพาะ…ท่านหญิงน้อย ๆ ป่านนี้จะโตเป็นสาวหรือยัง? …มีพระสวามีหรือยัง? …เวสต์…ไลลาร์ด้วย…คิดถึงจัง…ข้าคิดถึงพวกเจ้าเหลือเกิน

“ว่าแต่อะไรพะย่ะค่ะ? ท่านเหม่ออีกแล้วนะ…ท่านมิวเลอร์“

“…เปล่าหรอก เจ้ากลับไปได้แล้วล่ะ ยังเหลือเอกสารที่ต้องเก็บรวบรวมอีกไม่ใช่หรือไง? ”

“…ถ้าท่านต้องการเช่นนั้น…ข้าก็ขอตัวพะย่ะค่ะ จนกว่าท่านไนท์จะกลับมาจากอีกด้านของฝั่งลำน้ำเลเต้ขอท่านได้โปรดอย่าทำอะไรผลีผลามให้เป็นกังวลด้วยเถอะ”

“รู้แล้วล่ะ ข้าอยากนอนพักเอาแรงแล้ว…ไปเถอะ” ยาร์จผงกหน้าแล้วเดินหายลับเข้าไปในประตูมิติ แต่ข้าคิดว่าตาของตัวเองไม่ฝาดแน่ ๆ เพราะข้าเห็นเขาเหมือนจะหันหน้ามาถามอะไรบางอย่างจากข้า แต่ในที่สุดก็ไม่ถาม…จากไปอย่างเงียบ ๆ

กลางดึก

“มิวเลอร์…มิวเลอร์…ตื่นเถอะ” อืม…ใครน่ะ…ไนท์…มาแล้วเหรอ? ข้าอยากจะพูดออกไปอย่างนั้นแต่ก็ต้องล้มลงไปนอนบนเตียงอีกรอบ อะไร? ข้าไม่ใช่คนเย็นชาขนาดที่ว่าสุดที่รักมาแล้วไม่ทักตอบหรอกนะ แต่นี่มันดึกมากถึงมากที่สุดแล้ว !! ยังอุตส่าห์มาปลุกข้าให้ตื่นมาอย่างงัวเงียอีก

“อะไรอีกล่ะ? นี่มันกี่โมงกี่ยามกันแล้ว? เจ้าสัญญาว่าจะกลับมาก่อนค่ำแล้วนี่อะไร? ดาวเต็มฟ้าหมดแล้วเจ้าค่อยโผล่หัวมา ข้ารอจนเหนื่อยแล้วรู้มั้ย? “ ไนท์ทำตาโตเหมือนกับตกใจสุด ๆ ก่อนจะถอนใจแรง ๆ ดังเฮ้อแล้วตอบข้าว่า

“ก็ทำไงได้ล่ะ…แม่น้ำฝั่งนั้นมีปิศาจคอยรุกรานอยู่ตลอดเลยนี่นา ถ้าไม่ฆ่า…พวกมันก็มารบกวนความสงบสุขของพวกเราสิ…จริงไหม? “ ข้าสบสายตาไนท์เหมือนกับคนไร้เดียงสา

“…ก็จริงของเจ้า…แต่…ข้าอยากให้เจ้าอยู่กับข้าตลอดเวลานะ ข้ารอให้เจ้ามาหาตลอด รอให้เจ้าทวงสัญญากับข้า รอ…อืม…” หวาน…จูบของเจ้ายังหวานเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยนไปเลย กอดข้าให้มันแน่กว่านี้สิ…ไนท์…ข้าอยากได้ไออุ่นมากกว่านี้นะ

“ข้าเองก็รอเหมือนกัน…แล้วมันก็สมปรารถนาข้าแล้วด้วย นอนพักผ่อนเถอะ ข้าไม่รบกวนเจ้าแล้วล่ะ เหนื่อยมาทั้งวันแล้วนี่นา…มิวเลอร์ของข้า” นั่นคือคำพูดสุดท้ายที่ข้าได้ยินก่อนจะจมดิ่งลึกลงสู่ ห้วงแห่งความฝัน ความฝัน…ใช่…ฝันเห็นตัวเองถือดาบกวัดแกว่งไปมาบนกองซากศพและช่วงชิงวิญญาณของผู้อื่นเอามาไว้ในครอบครอง…เอามาเป็นเครื่องประดับ ข้าฝันซ้ำ ๆ ซาก ๆ เหมือนเดิมอย่างนี้ทุกวันแทบจะไม่เปลี่ยน แต่…ถึงแม้จะเป็นแค่ฝัน…มันก็เป็นเสมือนความจริงเช่นกัน เพราะตั้งแต่มาที่นี่ข้ากับไนท์ก็ต้องฝ่าฟันอุปสรรคนานาประการกว่าจะได้ช่วงเวลาที่มีความสุขสงบเช่นนี้ แค่มาใช้ชีวิตวันแรก…ก็เจอกับฝูงปิศาจแห่งความตายฝูงใหญ่ที่ข้ากับไนท์เคยฆ่าทิ้งไปตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ตรงเข้ามาทำร้ายพวกเรา สิ่งนี้ทำให้พวกเราต่างคิดกันว่าแรงแค้นนี่มันมีอยู่ทุกที่ทุกเวลา

ชีวิตเป็นอย่างนี้แทบทุกวันจนทำให้ข้าคิดว่าโลกหลังความตายมันไม่เห็นมีอะไรดีเลยนอกจากสงคราม…ที่เห็นจนชินตา แต่ไนท์…เจ้าก็พูดให้กำลังใจข้าเสมอมาว่า…ตอนนี้ลำบากแต่อีกหน่อยก็สบาย…จริงอย่างที่เจ้าพูด ตอนแรกก็ลำบากเพราะศัตรูมามีมากยิ่งกว่าฝูงผึ้ง แต่ตอนนี้ข้าไม่จำเป็นต้องทำอะไรนอกจากนอนพักผ่อน…เรียนหนังสือ…และรอคอยช่วงเวลาที่เจ้าจะกลับมาอยู่กับข้าเท่านั้น ถึงแม้มันจะเป็นช่วงเวลาแสนสั้น…แต่ข้าก็มีความสุข…สุขที่ได้อยู่ที่กับเจ้ามากกว่าตอนที่ข้ามีชีวิตอยู่…

วันรุ่งขึ้น

“นี่…ยาร์จ ข้ามีเรื่องอยากจะถามเจ้าซักหน่อย”

“เชิญพะย่ะค่ะ ถ้ามันไม่เหนือบ่ากว่าแรง…ข้าเต็มใจตอบท่านแน่นอน”

“เจ้าเป็นเพื่อนกับข้ามากี่ปีแล้ว? “

“…300 ปี ทำไมพะย่ะค่ะ? “

“แล้วเจ้ายังจำคำทำนายตอนนั้นได้ไหม? “ คำทำนายที่ข้าเคยพูดเอาไว้ว่าเขาจะต้องตายเพราะความละโมบและริษยาของเหล่าขุนนางชั้นต่ำ

“ข้ายังจำได้ดีพะย่ะค่ะ เพราะท่านมิวเลอร์เป็นแก้วแห่งดารานี่นา…มันก็ต้องถูกต้องแม่นยำอยู่แล้วล่ะ” แก้วแห่งดารา…เพราะข้ามีอำนาจของเผ่ามายาติดตัวมาก็เลยสามารถใช้พลังนั้นทำนายโชคชะตาให้กับใครต่อใครได้ แต่ไม่ชอบเลยที่ถูกเรียกว่าแก้วแห่งดารา คำนั้นน่าจะพูดให้ไลลาร์ฟังซะมากกว่า เพราะเจ้าหล่อนคือนักโหราศาสตร์ตัวยงเลยล่ะ

“รู้ทั้งรู้อย่างนั้นอย่างเจ้าก็ยังอยากมีชีวิตอยู่อีกเหรอ? “

“ใช่ ! ข้ายังอยากมีชีวิตอยู่แน่ ๆ เพราะชีวิตของข้ามีเพียงชีวิตเดียว…ข้ายังอยากอยู่กับคนที่ข้ารักนาน ๆ นี่นา อีกอย่าง…”

“อีกอย่าง? “ อะไรอีกนะ? …อยากรู้จัง…

“ข้ายังตายไม่ได้ถ้าหากข้าไม่ได้เห็น…ท่านกับท่านไนท์เป็นจ้าวแห่งความตาย” ว่าอะไรนะ? ข้าฟังไม่ผิดใช่ไหม? จ้าวแห่งความตาย…ข้ากับไนท์…พูดเป็นเล่นไป ใครมันจะเป็นกันได้ง่าย ๆ อย่างกับเลื่อนขั้นทหารล่ะ

“ยาร์จ…เจ้าอย่ามาพูดล้อเล่นกับข้าดีกว่าน่า การเป็นจ้าวใช่ว่าจะเป็นกันได้ง่าย ๆ เหมือนกับทหารสอบเลื่อนขั้นนะ ถ้าไนท์มาได้ยินเข้าคงหัวเราะตายเลย”

“ข้าไม่ได้พูดเล่นนะ !! ท่านมิวเลอร์…ข้าพูดจริงสาบานด้วยความสัตย์แห่งชีพเลยก็ได้ พวกท่านมีคุณสมบัติพอที่จะเป็นผู้นำแห่งโลกหลังความตายนี่จริง ๆ โลกนี้มันยุ่งเหยิงมากเกินพอแล้ว…ถ้าหากไม่มีใครลุกขึ้นมาทำหน้าที่เป็นผู้นำมันก็จะเป็นเช่นนี้ตลอดไปไม่รู้จบพะย่ะค่ะ“

“แต่ข้าไม่ต้องการที่จะเป็นจ้าวนี่นา การเป็นกษัตริย์หรือผู้นำมันยากกว่าอะไรทั้งหมดนะ ใช่ว่าเจ้าจะพูดว่าข้าจะเป็นวันนี้แล้วจะต้องเป็นให้ได้…มันไม่ใช่อย่างนั้นหรอก เจ้าไม่รู้ว่าการที่เป็นผู้นำมันต้องแบกรับภาระความรับผิดชอบอะไรบ้าง มันหนักหนาสาหัสมากถึงขนาดที่เจ้าแทบจะพูดว่าอยากตายเชียวล่ะ” ข้าพูดแค่นี้แต่ยาร์จกลับตาโตอย่างกับเห็นผี

“…ขอประทานอภัย…ข้าเองก็ลืมไปว่าท่านเองก็เคยเป็นกษัตริย์มาก่อน แต่ข้าก็อยากให้ท่านคิดให้ดีไปปรึกษากับท่านไนท์ให้รอบคอบ ข้าจะรอคำตอบจากพวกท่านนะ” พูดเสร็จก็เดินจากไปดื้อ ๆ ให้ตายเถอะ ! เขาน่าจะรู้นะว่าพูดมันยากกว่าทำ ข้าไม่เคยคิดอยากจะเป็นจ้าวแห่งความตายเลยซักนิด…ข้าไม่เคยเลย…

“คิดอะไรอยู่? “ ไนท์…ตกใจหมดเลย มาเงียบ ๆ ทุกที ถึงจะเห็นทุกวันแต่ก็ไม่ชินเลย

“…เจ้าคิดว่าการเป็นจ้าวแห่งความตายมันดีไหม? “ ดูเหมือนเจ้าไม่ค่อยจะตกใจซักเท่าไรเลยนะ…ไนท์

“ได้ยินเรื่องมาจากเจ้าหนูนั่นล่ะสิ” ข้าพยักหน้ารับอย่างช่วยไม่ได้พลางปลดดาบออกจากเอวของตัวเองเอาขึ้นไปแขวนไว้ที่เดิม

“แล้วเจ้าคิดว่ามันดีไหมล่ะ? เท่าที่ข้าเห็นก็มีบางพวกแล้วที่ยอมเข้ากลุ่มมาอยู่ข้างพวกเรา ที่เหลือก็แค่พวกปลาซิวปลาสร้อยเท่านั้น เจ้าจะเอายังไงมันก็ขึ้นอยู่กับเจ้า ข้าไม่อยากเอาแต่ใจตัวเองให้เจ้าเดือดร้อนหรอก”

“ ถ้าให้ข้าเป็นคนตัดสินใจล่ะก็…ข้าอยากเป็น”

“ไม่โลภเกินไปหน่อยเหรอ…ไนท์? สำหรับข้าแค่นี้มันก็ดีอยู่แล้วนะ”

“ก็มันจะได้จบปัญหาทุกอย่างไปจริง ๆ ซะที ข้าเหนื่อยที่จะต้องลงมือทำร้ายพวกเดียวกันแล้วล่ะ ไปนอนกันเถอะ…คงเพลียล่ะสิ”

“อืม…เฮ้ ! ปล่อยสิ…มาอุ้มข้าทำไม? ข้าเดินเองได้” ไนท์ ! อย่ามาทำเป็นหูทวนลมนะ บอกให้ปล่อยก็ปล่อยสิ…ปล่อย…

“ไม่เอาหรอก ขืนปล่อยเจ้าเดินเดี๋ยวก็วิ่งหนีข้าอีกน่ะสิ อุตส่าห์ทนมาตั้งนาน…ขอข้าซักหน่อยน่า…มิวเลอร์”

“อย่าดีกว่า ไอ้ปากหวาน ๆ อย่างเจ้าเนี่ย…ทำให้ข้าเกือบตายหลายครั้งแล้ว…อึก…” ข้ายังไม่เข้าใจเลยว่าข้ารอเจ้ามารับทำไม…ถ้ารู้ว่ามาแล้วเป็นอาหารให้เจ้าอย่างนี้ไม่มายังจะดีกว่า…ความรักทำคนตาบอดจริง ๆ นั่นล่ะ

“มิวเลอร์…ถ้าพรุ่งนี้ยาร์จมาเจ้าก็บอกเจ้านั่นด้วยละกันว่าข้าตกลงรับข้อเสนอ”

“เพราะ? “ ไนท์ลูบหัวข้าอย่างอ่อนโยนแล้วตอบเสียงต่ำนุ่ม…อยากฟังเสียงของเจ้าเหลือเกิน…

“เพราะอยากให้เจ้าสบายน่ะสิ เจ้าเหนื่อยมามากพอแล้ว ถึงตอนนี้…ก็อยากให้เจ้าได้พักผ่อนซะบ้าง ข้าเคยสัญญากับเจ้าแล้วนี่ว่าจะทำให้เจ้ามีความสุข มีทุก ๆ อย่างที่เจ้าต้องการ อย่าปฏิเสธความรู้สึกของข้าเลยนะ…มิวเลอร์”

“…แล้วข้าเคยไหมล่ะที่จะพูดว่าไม่? ก็ตามใจเจ้าทุกอย่างอยู่แล้วนี่” พูดยังไม่ทันขาดคำพวกเราก็ระเบิดหัวเราะออกมาเสียงดังลั่น

“งั้นเจ้าก็ตกลงแล้วนะ”

“ใช่ นี่…ไนท์…ข้า…” ข้ายื่นหน้าเข้าไปใกล้ไนท์แล้วกระซิบเสียงเบา คงไม่จำเป็นต้องบอกนะว่าข้าพูดอะไรออกไปเพราะสีหน้าของไนท์ดูมีความสุขเอามาก ๆ เลยล่ะ…และตัวข้าเองก็มีความสุขด้วยเหมือนกันที่จะได้ยินคำหวานคำนั้น…

“ข้าเองก็จะรักเจ้าจากนี้และตลอดไปเช่นกัน…มิวเลอร์”

รุ่งขึ้นข้าก็เอาคำตอบของไนท์ไปบอกกับยาร์จซึ่งเจ้าหนูน้อยดูท่าทางดีใจมากทีเดียว เขาบอกว่าจะจัดเตรียมพิธีให้อย่างสมเกียรติและจะเชิญเหล่ากษัตริย์และมิตรสหายเก่าของพวกเรามาด้วย พยานและแขกเหรื่อที่เหลือก็ไม่ใช่ใครที่ไหนนอกจากพวกปิศาจที่อยู่ที่โลกหลังความตายด้วยกัน พอถึงวันงานข้าก็แทบจะปล่อยโฮออกมาเพราะเห็นหน้าเพื่อน ๆ กับพวกพี่ ๆ แล้วอดไม่ได้ที่จะคิดถึงวันเก่า ๆ ที่เคยใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน ยังดีที่ไนท์กับท่านพี่เฟอร์โลร์ช่วยกันปลอบใจ…ข้าก็เลยหยุดร้องไห้ได้ ระหว่างการทำพิธีก็มีแต่ความเงียบและสมาธิ พอกล่าวคำสาบานเสร็จก็เป็นอับจบพิธี หลังจากนี้ข้ากับไนท์ก็จะเป็นจ้าวแห่งความตายและต้องทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดสมกับที่ทุก ๆ คนให้ความนับถือและไว้วางใจพวกเรา จริงอยู่ว่าไม่ใช่เรื่องง่ายแต่ข้าก็อยากจะทำและจะพยายามยืนต่อสู้เคียงข้างเจ้าด้วย…ไนท์ ขอแค่เจ้ายังเป็นกำลังใจให้ข้า…ยังรักข้า…ข้าก็จะอยู่เคียงข้างเจ้า…จากนี้…และตลอดไป…

catndog.gif (3077 bytes)

แนะนำติชมได้ที่ e-mail : [email protected]

 

Hosted by www.Geocities.ws

1