dreamclub

“จีรวรรณ” “มาค่ะ”

“มงคล” “มาครับ”

“นิสิต” “มาครับ” เสียงเรียกชื่อและเสียงขานรับนี้ดังขึ้นในชั้นเรียนแห่งหนึ่งมานานกว่า 5 นาทีแล้ว

”มารุต” เสียงสุดท้ายที่ขานออกมาเป็นชื่อที่ไม่มีเสียงตอบรับ

“มารุต มารุตไม่มาอีกแล้วเหรอ?” อาจารย์พัชรีถามอย่างหงุดหงิดเล็กๆ

“วันนี้ยังไม่เห็นเลยคะอาจารย์” นักเรียนหญิงคนหนึ่งกล่าว

“อย่างนั้นหรือ” อาจารย์ถอนหายใจแล้วจึงหันกลับไปสอนต่อ

“ตอนนี้จะไปอยู่แถวไหนกันนะ” ยุทธนาคิด

หมดชั่วโมง หลังจากอาจารย์ออกจากห้องไป 2-3 นาที เด็กหนุ่ม ผิวสีแทน ตาคม ผมปรกคนหนึ่งก็เดินเข้ามาท่ามกลางเสียงเซ็งแซ่ของเพื่อนๆ ที่กำลังเก็บของเตรียมเปลี่ยนห้องเรียน

“มารุต เมื่อครู่อาจารย์ถามถึงแหน่ะ” ยุทธนาซึ่งเก็บของเสร็จแล้วเดินมาพูดกับมารุต

“ทำไม...วันนี้มีสอบรึ”

“เอ่อ...ไม่ใช่หรอก”

“งั้นถามทำไม” มารุตทำท่าไม่สนใจและนั่งลงดึงกระเป๋าออกจากใต้โต๊ะ ยุทธนาเห็นแล้วก็ไม่รู้สึกอะไรนักเพราะรู้ดีว่า มารุตค่อนข้างจะขรึม เก็บตัว และ เดาพฤติกรรมได้ยากที่สุดในห้องเรียน

“ก็คงจะห่วงนายล่ะมั๊ง” ยุทธนาพูดปนหัวเราะเพื่อให้บรรยากาศดูไม่เครียดนัก แต่มารุตกลับไม่หัวเราะและยังทำหน้าบึ้งตึงมากกว่าเก่าเสียอีก

“คาบต่อ….ไปถ้าอาจารย์ถามก็บอกว่าเราไปช่วยงานอาจารย์มนัส เรื่องกีฬาเขตก็แล้วกัน” พูดจบมารุตก็เดินออกไปแบบไม่สนใจนัก

“ทนไม่ไหวแล้วนะ” ยุทธนาหันไปมองตามมารุตและตวาดด้วยเสียงดังพอประมาณทำให้มารุตหันมาและมองแบบจะหาเรื่อง ยุทธนาผงะไปเล็กน้อยในใจก็พลางคิดไปว่าคงจะถูกชกหรืออัดแน่ๆเพราะมารุตค่อนข้างจะเป็นคนเกเรไม่ค่อยเรียบร้อยอะไรนัก

“ทนไม่ได้ก็ไม่เห็นจะต้องทน นี่นา” พูดจบก็เดินออกไปจากห้อง ทำให้ยุทธนารู้สึกสงสัยมาก แม้ว่าตอนนี้เขาจะไม่เจ็บตัวก็จริงแต่ต่อไปล่ะ ถ้ายั่วไปเรื่อยๆเขาอาจจะโมโหก็ได้ เอ...หรือว่าจะไม่นะ ยุทธนาคิดแล้วก็ตัดสินใจตามไปอีกคน เพราะเขาเองก็เชื่อว่าหัวสมองของเขาคงจะไม่โง่ลงนักหรอกที่จะขาดเรียนสักคาบหรือสองคาบ

หนึ่งก้าว สองก้าว สามก้าว ก้าวแต่ละก้าวของยุทธมันช่างสร้างความตื่นเต้นอะไรเช่นนี้ อาจเป็นได้ว่าเพราะครั้งนี้เป็นการโดดร่มครั้งแรกของเขาด้วยกระมัง ยุทธนาคิด เขาเดินตามหลังมารุตไปเรื่อยๆทั้งขึ้นรถตาม เดินตาม วิ่งตาม เข้าตรอกและซอยลึกขึ้นเรื่อยๆ จนเขาเองก็ไม่แน่ใจว่าจะจำทางออกถูกหรือเปล่า มารุตก็มีชะงักหันมามองบ้าง แต่ยุทธนาก็หลบทุกครั้ง เมื่อสาวเท้านานเข้า ขาที่ไม่เคยเดินนานๆไกลๆก็เริ่มล้า แดดแรงขึ้นทุกทีๆทำให้ยุทธนาอยากเป็นลมล้มลงเต็มที แต่ก็เพราะเขาคิดว่า

“หากล้มลงตรงนี้ ทุกอย่างจะสูญเปล่า” คิดแล้วเขาก็กัดฟันเดินตามไปอีก จนกระทั่งในที่สุดมารุตก็หยุดเท้าลงที่หน้าประตูบานหนึ่ง ประตูบานนี้เป็นไม้ใหม่อีกทั้งส่วนตึกอาคารก็เป็นอาคารที่ดูใหม่มากถึงแม้จะเป็นแค่ประตูหลังในตรอกอับแต่ก็ดูสวยมากทีเดียว ขณะที่ยุทธนายืนมองดูมารุตอยู่อย่างเงียบๆนั้น ก็มีมือๆหนึ่งตบลงมาที่หลังของยุทธนาเบาๆ ยุทธนาสะดุ้งเฮือก

“มาทำอะไรแถวนี้” เจ้าของเสียงเป็นชายสูง ร่างสะโอดสะองผอมเพรียวใส่เสื้อดำทั้งชุด ถ้าดูให้ดีก็คงเห็นได้ว่าหน้าตาดีมากๆ

“ก็คือ.....ผมกะจะมาบ้านเพื่อนน่ะครับ”

“เหรอ?แต่ตอนนี้มันเพิ่งจะเที่ยงเองนะทำไมเลิกเร็วจังล่ะ”

“วันนี้วันอังคารครับ มีเรียนรด.” ยุทธนาตอบอย่างรวดเร็ว เพราะเขารู้ดีว่าวันนี้มีเรียนรด.จริงๆ จะผิดก็แต่ความจริงที่ว่าช่วงคาบบ่ายโรงเรียนของเขาไม่ได้ปล่อยเท่านั้น

“งั้นเหรอ?” เขามองดูยุทธนาด้วยสายตาแปลกๆ จนตัวยุทธนาก็รู้สึกได้ แล้วก็ชักตะขิดตะขวงใจขึ้นมานิดๆ ประตูไม้เปิดออกอีกครั้ง

“เบต้าทำอะไรอยู่วะ หิวแล้วนะโว้ย โอ้เอ้อะไรอยู่วะ” ชายผมทองชะโงกหน้าออกมา

“อะไรทำไมมีหลายคนจัง หรือว่าจะเป็นหอพักกัน” เขาคิดในใจ เบต้าเดินไปกำลังจะเข้าประตูก็หันขวับกลับมามองยุทธนาแบบไม่ให้ตั้งตัว

“เฮ้ นี่นายจะเข้ามากินด้วยกันก่อนไหม”

“อะไร ชวนหมอนี่เหรอเบต้า?”

“ก็เออสิ กับข้าวเรามีออกจะเยอะแยะ รึนายรังเกียจคนอื่นหาซิกม่า” ยุทธนายืนมองแล้วก็รู้สึกขำเล็กๆ เพราะการที่ผู้ชายสองคนยืนเถียงกันแบบนี้ดูแล้วค่อนข้างตลกมากกว่าจะน่ารักเหมือนเด็กผู้หญิง

“เออ ก็ได้ๆมาสิ” ซิกม่าหันบอกยุทธนาด้วยสีหน้ารำคาญๆ

“ครับ” ยุทธนาไม่รอช้ารีบสาวเท้าตามเข้าไปทันที

***********************

“อ้าว เฮ้ย พาใครมาวะน้องใหม่เหรอ เบต้า ซิกม่า” เสียงนี้ดังขึ้นอย่างขรึมๆ

“เออ มั้ง”

“แม้ แหม เอาน่านะ เขาเข้ามาแล้วอย่าอารมณ์เสียเลยน่าซิกม่า” เบต้าตบหลังซิกม่า ยุทธนามองดูที่ชายคนที่สามแล้วพิจารณาอย่างสนใจ พลางคิดว่าคนนี้ตัวเล็ก ไม่สูงกว่าเขามากก็จริงแต่ก็ดูแมนที่สุด

“เฮ่ย! จ้องอะไรไม่เคยเห็นคนหรือไง”

“เปล่าหรอกครับ แค่ผมกำลังคิดว่าคุณชื่ออะไรเท่านั้นเอง”ยุทธนาตอบแล้วก็นั่งลงที่โซฟา

“หมอนี่เหรอ ชื่อเซตน่ะ” เบต้าดอดเช้ามาบอกชื่อแล้วก็หยิกแก้มของเซตไปมา

“พอแล้วน่าไปห่างๆ” เซตผลักออก

“นี่มาช่วยจัดจานหน่อยได้ไหม” ซิกม่าโวยวายเสียงเข้มแบบอารมณ์บูดเต็มที่

“อะ ครับ” ยุทธนาค่อยๆเอื้อมไปจัดจาน เซตก็โน้มตัวลงมาหยิบห่อข้าวไปแกะ

“แล้วเดต้ากับเอ็กซ์ล่ะ”

“เดต้าไปรับงาน ส่วนเอ็กซ์มันหลับไปแล้วล่ะ” ซิกม่าตอบเบต้า

“เอ๋ ใครหรือครับเดต้ากับเอ็กซ์” ยุทธนาแง้มถาม เบต้าหันมาตอบพลางหยิบไก่ใส่ปาก

“อีกสองคนเหรอ คนนึงเป็นน้องของฉัน อีกคนก็เหมือนๆกับพวกนี้แหล่ะ” พุดจบก็ชี้ไปทางซิกม่ากับเซตซึ่งกำลังฟาดอาหารอย่างเมามัน

“หมายความว่า กินเก่งหรือครับ” ยุทธนาพูดแหย๋ง เพราะคิดว่าเอ็กซ์คงจะอ้วนแน่ๆ

“ฮะ ฮะ ฮะ”เบต้าหัวเราะแบบกลั้นๆ เพราะกลัววาจะพ่นใส่หน้าซิกม่ากับเซต “ทำไมหรือครับ”ยุทธนาทำหน้างง “รู้แล้วน่าว่านายคิดอะไร” เบต้าเช็ดน้ำตาที่เล็ดออกมา

“ที่ฉันหมายถึงน่ะ คือเพื่อนร่วมงานต่างหากล่ะ”

“เพื่อนร่วมงาน?” ยุทธนาเริ่มคิดหนักว่าคนพวกนี้ทำงานอะไรกันนะ ถึงคละกันได้ขนาดนี้ เพราะตามลักษณะแล้วงานที่ทำน่าจะคนละแบบ

“กลับมาแล้ว ร้อนจังเลยขอน้ำหน่อยสิ” ชายชุดขาวเปิดประตูเข้ามาด้วยอาการร้อนเต็มที่

“เอ้า” เซตยื่นแก้วน้ำให้ เขายกมันขึ้นดื่มอย่างรวดเร็วจนหมดแก้ว

“ขอบใจ” เขาใช้เสื้อเช็ดปากราวกับเด็กๆ แล้วก็ถอดเสื้อคลุมสีขาวออกเหลือแต่เสื้อกล้าม

“ผมงี้รุงรังเชียวนะ เอ้า” เบต้าโยนหนังยางรัดผมสีดำให้

“อือ ขอบคุณนะเบต้า” เขารับยางแล้วก็รวบผมที่ยาวไม่แพ้เบต้าขึ้น ยุทธนามองดูก็เพิ่งรู้ว่าเป็นฝาแฝดกับเบต้านะเอง อย่างนี้คนๆนี้ ก็คงจะเป็นเดต้า ก็แปลว่าเอ็กซ์ก็คือมารุตนะสิ ยุทธนายิ้มเยาะในใจ เพราะคิดว่านี่ล่ะเป็นความคิดที่ถูกต้อง แต่ว่า เอ ทำไมเขาถึงรู้สึกง่วงอย่างนี้นะ ตาของยุทธนาค่อยๆปิดลง

**********************

แกรก แกรก แกรก เสียงแป้นพิมพ์คอมพิวเตอร์ดังขึ้นเรื่อยๆ ตอนนี้ยุทธนาตื่นแล้ว แต่เขาก็ยังคงรู้สึกว่าหัวยังอึ้งๆอยู่อย่างอธิบายไม่ถูก

“ตื่นแล้ว เหรอ นอนยาวเลยนะเรา" ชายชุดขาวหันมาถาม

“คุณ....เดต้าใช่ไหมครับ” ยุทธนาเดาเพราะเดาจากเสื้อเอา

“อือ ทำไม?” เขาตอบพลางหยิบแว่นขึ้นสวม

“ตอนนี้กี่โมงแลัวครับเนี่ย?”

“5 ทุ่มแล้วล่ะ” ยุทธนารีบลุกพรวดพราดขึ้นจากโซฟา

“5 ทุ่มแล้วหรือครับ”

“ก็ใช่สิตกใจอะไรนักหนารึไง?”

“ก็จะไม่ให้ตกใจได้อย่างไรละครับ ตั้ง 5 ทุ่มแล้วยังไม่ได้บอกทางบ้านเลยแล้วอย่างนี้จะไม่ให้ผมตกใจอีกหรือครับ”

“เรื่องนั้นไม่เห็นจะน่าห่วงนี่นาในเมื่อฉันก็โทรไปบอกให้แล้วนี่นา” เสียงที่คุ้นหูเสียงหนึ่งดังขึ้นแทรก

“เอ็กซ์” เอ็กซ์หรือ ยุทธนารีบหันมองตามเดต้า ใช่มารุตจริงๆด้วย แต่ว่าวันนี้ ในขณะนี้ดูเขาต่างไปจากเดิม อาจจะเป็นเพราะปรกติเคยเห็นแต่ตอนสวมชุดนักเรียน แล้วมาตอนนี้กลับใส่ชุดคล้ายบาร์เทนเดอร์ก็เป็นได้

“ไงล่ะตามดีนักทีนี้สมใจหรือยังล่ะที่ไม่ต้องกลับบ้านน่ะ” มารุตเอ่ยเหมือนจะยวนจนสร้างความไม่เข้าใจให้กับยุทธนา

“อะ..อะไรกัน พูดบ้าๆฉันจะกลับตอนไหนเวลาไหนนายห้ามฉันได้หรือไง?”

“ก็ไม่ได้บอกนี่ว่าฉันจะกักนาย แต่นายน่ะยังกลับไม่ได้จริงๆต่างหาก” ยุทธนาฟังประโยคนี้แล้วก็ฉุนขาดทันที

“ยวนเกินไปแล้วนะ ฉันจะกลับล่ะ” พูดแล้วก็ปิดประตูดังโครมจนเดต้าสะดุ้ง

“เอ็กซ์ นี่นายไม่คิดจะเปลี่ยนวิธีพูดบ้างรึไง? เตือนแบบนี้อย่าว่าแต่เตือนเลยแค่หาคนจะฟังก็ยังจะไม่มีเสียล่ะมั๊ง”

“ก็แล้วมันเสียหายหรือไงฉันมีสิทธิ์จะพูดได้นี่นา”

“เออ ขี้เกียจจะเถียงขี้เกียจจะอธิบายด้วยแล้ว จะพิมพ์งานต่อนายเองก็รีบตามลงไปเถอะ”

“ไม่ต้องให้บอกก็จะทำอยู่แล้วน่า” เอ็กซ์รีบเปิดประตูวิ่งตามลงไป

“จริงๆเลยนะเมื่อไหร่จะหัดเรียบเรียงคำพูดได้มากกว่านี้นะ” เดต้าเกาศรีษะแล้วหันกลับมาพิมพ์งานต่ออีกครั้ง

***********************

เจ้าบ้ามารุตพูดอะไรไม่รู้เรื่อง พูดมาได้ว่าคืนนี้ฉันจะกลับไม่ได้ทั้งที่ไม่ได้ถูกกักตัว แล้วทำไมมีอะไรหรือไงถ้าฉันจะไป ยุทธนาคิดพลางวิ่งไปจนถึงบันไดขั้นสุดท้าย

“ไม่น่าเสียเวลาตามเจ้าบ้านั่นเลย” ยุทธนาเอื้อมมือไปบิดลูกลอน

“อย่าเปิดนะ” เสียงของมารุตตามติดลงมา ยุทธนามองตาเขียวๆ

“ก็จะเปิดน่ะมีอะไรไหม” พูดจบก็เปิดประตูออกทันที แสงสีแสบตาลอดออกมาจากประตู เสียงดังเซ็งแซ่ก้องกังวาลจนแสบโสต ตอนนี้ยุทธนาถึงกับตาสว่างและตื่นตากับสิ่งที่อยู่เบื้องหน้า

“อะไรกันทำไมมันถึงใหญ่โตขนาดนี้” ยุทธนากล่าวอย่างเลื่อนลอย เพราะสิ่งที่อยู่เบื้องหน้าขณะนี้มันช่างสวยงาม น่าหลงไหล แปลกตา ไม่เหมือนกับที่เคยพบมา ถ้าจะให้เปรียบแล้วก็คงเหมือนราชวัง เหมือนแหล่งเริงรมย์ เหมือนบ้าน มีผู้คนมากมาย เสียงดังแต่ก็ไม่น่ารำคาญนัก แสงสว่างกับสลัวช่างสลับกันเป็นโซนได้อย่างสวยงาม ยิ่งมองให้ลึกก็ไม่ต่างกับความฝันที่น่าไขว่คว้ายิ่งนัก

“ทำไมมันผิดกับภาพลักษณ์ในบ้านนั่นจังเลย” ยุทธนานึกถึงบรรยากาศมืดๆแคบๆที่เข้ามาสัมผัสครั้งแรก

“กลับมานี่”

“มารุตนาย...” ก่อนที่จะได้พูดคำต่อไปมารุตก็ดึงยุทธนากลับเข้าในประตูอีกครั้ง

“ชี่ย์ อย่าเรียกมารุตนะ เพราะไม่งั้นคงจบกันแน่”

“ทำไมก็จะเรียกนี่ นายมารุต” ยุทธนายวนกลับด้วยใบหน้าไม่แยแส

“นี่ขอความร่วมมือไม่ได้หรือไง” มารุตพูดสายตาขึงขังจนยุทธนาเริ่มใจอ่อน เพราะคิดว่าตัวเองได้ทำสิ่งที่ผิดพลาดอะไรไปหรือเปล่า

“ว่าแต่นายชื่ออะไรนะเปี๊ยก” ยุทธนาถีบอัดท้องมารุตอย่างแรง เพราะคิดว่า ตัวเองคงจะบ้าไปคนเดียวที่คิดว่าตัวเองผิดที่ไหนได้คู่สนทนาของตนกลับไม่รู้ว่าตนเป็นใคร

“ชื่อยุทธนาเฟ้ย”

“เฮ้ย เดี๋ยว” และแล้วยุทธนาก็ปิดประตูกระแทกใส่หน้ามารุตอีกครั้ง

“ไอ้บ้าเอ๊ยอย่าเพิ่งไปสิวะ” เขาค่อยๆพยุงตัวขึ้นพร้อมกุมหน้าท้องตัวเอง เท้าของยุทธนาเดินตัดผู้คนไปเรื่อยๆในมือก็กำกระเป๋านักเรียนไว้แน่น เดินไปสักพักเขาก็ต้องหยุดเพราะเหมือนมีอะไรบางอย่างฉุดกระเป๋าของเขาไว้

“น้องชายมาคนเดียวหรือ”

“ขอกระเป๋าคืนเถอะครับ” ยุทธนาพยามดึงกระเป๋าคืนจากนักธุรกิจที่นั่งอยู่บนโซฟาต่างระดับซึ่งนั่งต่ำกว่าพื้น

“เหงาสินะคงไม่รู้จักใครล่ะสิ” พูดจบก็กระชากกระเป๋าของยุทธนาอย่างแรงแบบไม่ให้ตั้งตัว จนทำให้ยุทธนาเองก็เสียหลักล้มร่วงลงไปกลิ้งบนตักของพวกเขา

“อ่อนจังนะเรา”

“นั่นสิน่ารักจริงๆเลยนะเหมือนแมวเมาเลย” เขาพูดพลางดึงกระเป๋าของยุทธนาไปวางไว้ข้างหลัง

“ขอโทษนะครับผมกำลัง...” ยุทธนาพยามลุกขึ้นแต่ก็ถูกดันให้นอนลงไปอีก

“ดื่มไหม” คนหนึ่งถามแบบไม่รอคำตอบแล้วก็ป้อนให้เป็นระยะๆส่วนคนที่รองอยู่ใต้เขาก็ช่วยยกหัวขึ้นเพื่อไม่ให้สำลัก

“ขม” ยุทธนารู้สึกทรมานมาก เพราะแค่ไวน์ธรรมดาๆแอลกอฮอลอ่อนๆก็ยังแค่จิบเท่านั้น แล้วจะนับประสาอะไรได้กับพวกเหล้า หรือวิสกี้ดีกรีแรงๆที่พวกเขาป้อนให้ ยุทธนาถูกพยุงตัวให้ลุกนั่งข้างๆ

“อะไรกันแค่นี้ก็เมา” พวกเขาหัวเราะกันอย่างครื้นเครง ในหัวของยุทธนาเต้นดังตุ้บ ตุ้บ ตาก็พร่าๆมองไม่เต็มตาเหมือนกับมันพร้อมจะปิดลงทุกเมื่อ หูก็อื้อฟังไม่รู้เรื่อง หน้าและอกร้อนไปหมด ยุทธนานั่งเบลออยู่พักหนึ่งก็ต้องสะดุ้ง เพราะเขารู้สึกได้ว่ามีใครกำลังลูบไล้เขาอยู่ไปมา ไม่ใช่แค่มือเดียวหรือสองมือแต่มากกว่านั้น เสียงกระดุมที่ถูกปลด เสียงเสื้อที่ถูกฉีกขาด เสียงของเข็มขัด และซิป ที่หน้าก็ไม่รู้ว่ามีใครมายุ่งอะไรด้วย รู้แต่ว่ามันร้อนๆหวิวๆ เหมือนคุมสติไม่ได้ รู้สึกเหมือนสตินี้กำลังจะลอยไป

“เฮ้ พวกคุณกำลังละเมิดกฎหรือครับ” เสียงนี้ช่างคุ้นเหลือเกิน ยุทธนาลืมตาขึ้นมาดูอีกครั้ง

“เอ็กซ์” แล้วสติของยุทธนาก็หลุดลอยไป

**********************

“บอกแล้วใช่ไหมว่าให้ใส่ยาให้เยอะกว่านี้ไงละซิกม่า”

“บ่นจริงนะเซตงวดหน้านายก็ใส่เองก็แล้วกัน”

“พอทีเถอะน่า เซต ซิกม่า นายก็ช่วยห้ามบ้างสิเอ็กซ์” เสียงพวกนี้ทำให้ยุทธนารู้สึกตัว

“ขอโทษนะเดต้า ฉันขอทีขอผ่านเพราะไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์”

“เห็นไหมตัวเองก็ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ ยังจะมายุ่งอยู่ได้”

“เซต” เสียงเดต้ากดแบบกัดฟันเต็มที่

“อืม...ม” ยุทธนาครางออกมาดังมาก ที่ต้องทำแบบนี้อาจเป็นได้ว่าเขารู้สึกตัวแล้วแต่ตากับปากรวมไปถึงร่างกายยังไม่ฟื้นพอที่จะขยับ

“ตื่นแล้วสิเดี่ยวจะเอาชามาให้นะ” เสียงเอ็กซ์เสียบเข้าหัวยุทธนาจนปวดแปล๊บ สักพักก็มีใครไม่รู้ประคองยุทธนาขึ้นมาซด ซดได้แค่อึกเดียวยุทธนาก็ถึงกับตาสว่างพ่นพรวดออกมาใส่คนรอบๆ

“อี๋..ขมจัง”

“นี่งวดนี้คงชงชาหมดกระป๋องอีกล่ะสิ มิน่าว่าทำไมวันนี้ป้อนเอง” เซตบ่นพลางทำหน้าบอกบุญไม่รับพลาง

“ก็แหง๋สิ คนดื่มไม่เป็นก็ต้องล้างปากแบบนี้แหล่ะ”

“ไงตื่นหรือยัง” เอ็กซ์ตอบเสร็จก็ถามต่อทันที

“จงใจเปลี่ยนเรื่องพูดอีกแล้ว” ซิกม่าปลงแล้วก็ถอดเสี้อที่เปื้อนชาออกแล้วส่งให้เดต้าที่กำลังจะนำเสื้อไปแช่ชั้นล่าง

“เป็นไงดีขึ้นหรือเปล่า” เอ็กซ์ป้อนคำถามย้ำอีกครั้ง

“ไม่ดีเท่าไหร่ เอ่อ ..ตอนนี้กี่โมงแล้ว”

“ตี 1” ยุทธนามองเหลือบลงมาที่เสื้อ

“แล้วเสื้อของผมล่ะ”

“ไม่ต้องหน้าแดงหรอกน่า ไม่ได้ทำอะไรของเราก็มี ไม่สนหรอก เสื้อนายน่ะอยู่โน่น” เอ็กซ์ชี้ไปที่ถังขยะมุมห้อง

“มันขาดหมดแล้วล่ะ” ซิกม่ากล่าวเสริม

“ยังตื่นหรือเปล่า เขยิบเข้าไปได้ไหม” ซิกม่าขอนั่งใกล้ๆ ยุทธนาหลบให้ช้าๆ เพราะยังมึนๆอยู่บ้าง

“งั้นขอตัวลงไปช่วยเบต้านะ”

“รอด้วยสิเอ็กซ์” พูดจบเซตก็รีบเดินตามลงไป

“เฮ้อ เป็นไงเราน่ะ” ซิกม่าเอื้อมมือไปพาดอ้อมหลังยุทธนา ยุทธนารีบถอยไปชิดอีกข้างของโซฟาทันที

“อะ ขอโทษ” ซิกม่ารีบชักแขนกลับ คงเพราะรู้ดีว่าตัวเองไม่ได้ใส่เสื้อด้วยกระมัง

“พวกคุณทำงานอะไรกันแน่”

“หา?” ซิกม่าฟังไม่รู้เรื่องเพราะขมุบขมิบมาก

“พวกคุณทำงานอะไรกันแน่”

“เฮ้ย ไม่ต้องตะโกนก็ได้” ซิกม่าอุดหูแทบไม่ทัน

“งานที่ทำคือพวกผับกับบาร์ใช่ไหมครับ”

“เอ่อ..คือ”

“ผมพูดถูกใช่ไหม ดีไม่ดีคงรวมถึงบริการอย่างว่าด้วยแน่” คำพูดที่ใส่อารมณ์นี้ถูกตบท้ายด้วยน้ำตาเล็กๆที่ซ่อนอยู่ ซิกม่ามองอยู่ครู่หนึ่งแล้วก็ตบหัวยุทธนาเบาๆแล้วพูดช้าๆเนิบๆว่า

“ไม่ใช่หรอก เราไม่ได้ทำงานแบบนั้นหรอก เราขายฝันต่างหากล่ะ”

“ฝันหรือครับ”

“ใช่ ถูกแล้วฝันที่ต้องแลกกับเงินไงล่ะ แลกกับความสุขแต่ต้องอยู่ภายใต้กฎเกณฑ์”

“หมายความว่ายังไงหรือครับ”

“ที่นี่คือฝันในความจริงไงล่ะ มาสิ” ซิกม่าลุกขึ้นและกวักมือเรียกให้ยุทธนาเดินตามมาที่หน้าต่าง

“วิเศษไหมล่ะ” ซิกม่ากระชากม่านให้ยุทธนามองผ่านกระจก

“อะไรกัน” ยุทธนามองไปข้างล่างอย่างใจจดใจจ่อ

“นี่คือภาพลักษณ์รวมของที่นี่ไงล่ะ” ผู้คนหลากหลายปะปนกันมากมายดูจากการแต่งตัวก็รู้ได้ว่าต่างชนต่างสถานะเช่นไร เท่าที่ดูจากตาคงพอจะคาดคะเนอะไรบางอย่างได้

“ไม่น่าเชื่อ”

“ไม่น่าเชื่อ” ยุทธนาพลั้งปากแล้วก็เหลือบไปเห็นเซต เบต้า และเอ็กซ์ซึ่งเดินไปมาอยู่คนละทางกัน เอ็กซ์เงยหน้าขึ้นมองเหมือนจะรู้ว่าถูกมอง ทำให้ยุทธนาต้องถอยออกจากกระจก ซิกม่ากระตุกม่านกลับ

“ไม่ต้องตกใจนักก็ได้ข้างล่างยังไงก็มองไม่เห็นข้างบนหรอก เพราะว่ากระจกนี่เป็นกระจกพิเศษ”

“พวกคุณทำกันแค่นี้หรือครับ”

“ไม่เชิงนะ มีคนอื่นอีกแต่พวกที่แสดงตัวและต้องอยู่ประจำก็มีฉัน มีเซต มีเอ็กซ์แล้วก็เบต้า”

“4คนหรือครับแล้วคุณเดต้า...”

“รายนั้นกรณีพิเศษน่ะ เป็นหน่วยมันสมองมากกว่า”

“เอ๋” ประตูห้องถูกเปิดขึ้นขัดจังหวะ

“ลงไปได้แล้วหมอนี่ฉันจะดูเอง” เดต้าไล่ชายผมทองที่อยู่ก่อน

“อืม” ซิกม่าเดินผ่านเหมือนจะนอบน้อมให้นิดๆแกมหยอกล้อแล้วก็ปิดประตูลงเบาๆ

“ไงสวัสดี เรารู้จักกันเป็นทางการรึยังเนี่ย” เดต้าหันกลับมาที่เด็กหนุ่ม

“เอ่อ คิดว่ายังครับคุณเดต้า”

“ไม่ต้องมีคุณก็ได้” เดต้าอมยิ้มและหัวเราะเบาๆจนทำให้ยุทธนารู้สึกเขินเหมือนเด็กกำลังเปิ่นต่อหน้าผู้ใหญ่

“ว่าแต่จะทานอะไรไหม? ยังไม่ได้ทานข้าวเย็นนี่เรา”

“อะ.. ครับ” เมื่อได้ฟังก็ทำให้นึกขึ้นได้ และรู้สึกหมดแรงไปในทันที เขาทรุดนั่งที่โซฟาช้าๆ เดต้าเดินไปข้างหลังฉากโชว์ของ ยุทธนามองไปเรื่อยๆและเริ่มรู้สึกว่าห้องนี้กว้างขวางสว่างและดูเหมือนบ้านจริงๆ เขาค่อยๆลุกขึ้นเดินสำรวจไปรอบๆ พื้นพรมสลับบริเวณหินอ่อน ตู้ปลาขนาดใหญ่ วิทยุ โทรทัศน์ระบบสมบูรณ์แบบ และเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีสายเชื่อมเข้าในกำแพง เดาได้ไม่ยากนักว่าคงจะมีอีกเครื่องในห้อง ทำไมตะกี้ตอนฟื้นถึงไม่ทันเห็นกันนะ อาจเป็นเพราะฉากกั้นที่มีอยู่ก็ได้ยุทธนาคิด

“เฮ้ มาทานได้แล้ว”

“ขอบคุณครับ” ยุทธนารีบเดินกลับมาอย่างตกใจ เพราะเสี้ยวหนึ่งเขาก็มีความรู้สึกไม่ต่างจากขโมยที่กำลังถูกจับได้

“ถูกปากไหม” เดต้าดึงเก้าอี้มานั่งใกล้โซฟา

“อร่อยครับ” ยุทธนารีบก้มหน้าก้มตาทานต่อ

“ทำไมไม่คุยอะไรล่ะหรือว่า ซิกม่าดีกว่าฉันหรือไง” ยุทธนาฟังประโยคนี้แล้วก็แทบจะพ่นพรวดออกมาทีเดียว

“ก็ไม่นี่ครับ” ยุทธนาจะหยิบนมขึ้นดื่มแก้เขินแต่ก็โดนเดต้ากดมือไว้ เดต้าขยับหน้าเข้าใกล้จนจมูกแทบจะชนกัน

“ว่าไง” เขาเร่งรัด

“เอ่อ ผม....” ยุทธนาเริ่มควบคุมสีหน้าไม่อยู่ สักพักเดต้าก็ปล่อยมือ และถอยไปนั่งที่เก้าอี้พร้อมกับหัวเราะออกมา

“ฮะ ฮะ ฮะ จริงอย่างเบต้าว่านะ นายนี่เป็นพวกหายากจริงๆ” ยุทธนารู้สึกงงและหงุดหงิดมาก

“คุณนี่เสียมารยาทจริงๆ” ยุทธนาได้แต่กล่าวเช่นนี้แล้วก็เชิดหน้าหนี ริ้ง ริ้งงงง เสียงโทรศัพท์ที่โต๊ะดังขึ้น เดต้าลุกไปรับแล้วหนีบมันไว้ที่คอ

“ฮัลโหล อือใช่ตกลงอยู่นี่ใช่ไหม ทางนั้น.. อ๋อ OK ได้งั้นก็ดี เอ่อ แล้วจะทำไงต่อล่ะ ได้ๆ ไม่เป็นไรจะดูให้ เปิดแสงเลยนะตกลง บาย”

“จากใครหรือครับ”

“จากเอ็กซ์น่ะไม่มีอะไรหรอก แค่บอกฝากฝังนายเท่านั้นแหละ” เดต้าเริ่มเล่นคอมอีกครั้ง

“คุณทำอะไรน่ะครับ” สีหน้ายุทธนาดูสนใจมากจนเดต้าต้องหันมามอง

“อยากรู้เหรอ?”

“ครับ” ยุทธนาพยักหน้าเหมือนเด็กๆ

“เดินไปดูที่หน้าต่างสิ” เดต้าแนะนำแล้วตัวเองก็กดคีย์บอร์ดปุ่มสุดท้าย ยุทธนาค่อยๆแหวกม่านช้าๆ แต่แสงที่สาดเข้ามาก็ทำให้แสบตายิ่งนัก

“นี่เขาเรียกว่าการแสดงมายา” เดต้าเดินมาข้างหลัง

“มายา” ยุทธนาตกตะลึงอยู่ชั่วขณะ

“แสดงได้เยี่ยม” ภาพของการแสดงที่เปรียบได้กับฝัน เหมือนๆกับนักกายกรรรม นักมายากลที่มีชั้นเชิงเฉพาะตัว ช่างน่าตื่นตาและน่าสนใจยิ่งนัก เอ็กซ์ตีลังกาสามตลบลงมายืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่งแล้วก็หันมองทางทิศที่ยุทธนายืนอยู่

“เอ็กซ์ มองหน้าต่างนั่นทำไม? มองไป….เราก็ไม่เห็นไม่ใช่เหรอ?”

“เปล่า ไม่มีอะไรนี่เซตก็แค่มองนี่นา” พูดจบเอ็กซ์ก็หันหน้ากลับไปทำงานเหมือนเดิม

“อย่าตกใจไปเลย เขาไม่เห็นหรอก” พูดจบเดต้าก็ปิดม่าน ยุทธนาหันมาทำหน้าเคืองนิดๆ

“พวกคุณเป็นอย่างนี้ทุกคนหรือครับผมยังดูไม่จบแท้”

“ก็เธอไม่ใช่แขกของเรานี่ให้ดูไปฟรีๆแบบนี้ มันก็ผิดกฎนะสิ” ยุทธนาฉุกคิดขึ้นมาทันที

“แลกกับเงินสินะครับ แล้วจะต้องจ่ายเท่าไรละครับ” เดต้าจนใจเพราะไม่คิดว่ายุทธนาจะมีท่าทีจริงจังขนาดนี้

“ถ้าจ่ายแล้วจะทำอะไรต่อไปละ?”

“ก็ลงไปข้างล่างแล้วสัมผัสกับสิ่งที่คุณเรียกมันว่าฝันไงละครับ” ยุทธนาตอบอย่างรวดเร็ว เดต้ามองอีกครู่แล้วก็ถอนหายใจ เพราะรู้ดีว่ายุทธนากำลังไม่เข้าใจอะไรเลย เขาถลกแขนเสื้อและมองดูที่นาฬิกาสีขาวเรือนงามของเขา

“ตอนนี้ตี 2 กว่าๆ ที่นี่เปิดถึงตี 3 คิดว่าพอไหม? ถ้าพอ งวดนี้จะยกให้เป็นกรณีพิเศษ แต่มีเงื่อนไขนะ คือห้ามกลับมาที่นี่ ห้ามเป็นแขกของที่นี่”

“เอ๋ ทำไมล่ะครับ ก็พวกคุณต้องการลูกค้าไม่ใช่หรือครับ”

“ที่นี่ไม่เหมาะกับนายหรอกนะ ไม่เหมาะที่จะให้โลกรู้ว่ามีอยู่” กล่าวจบ เดต้ากับยุทธนาก็เงียบกันไปพักใหญ่ๆ

“ว่าไงตกลงไหมล่ะ?” ยุทธนาทบทวนคิดคำถามอีกครู่หนึ่ง พลางคิดว่าอย่างไรก็อยากจะรู้ มันคงจะดีกว่าที่จะต้องกลับไปอย่างข้องใจ

“ตกลงครับ”

“ดีงั้นพกนี่ลงไปด้วยล่ะ” เดต้าหยิบบัตรบางอย่างมายื่นให้

“บัตรนี่เป็นแบบพิเศษ ปกติอย่าง เอ็กซ์ เซต ซิกม่าหรือแม้กระทั่ง เบต้าจะพกแค่บัตรที่แสดงตนเป็นพนักงาน แต่นี่จะแสดงถึงสิทธิ์พิเศษ มันจะต่อกับเครื่องคอมตัวแม่แล้วจะส่งกลับไปที่เครื่องที่เหน็บที่หูพวกเรา ถ้ามีอะไรก็ใช้เสียงแล้วกันแล้วไม่คนใดก็คนหนึ่งคงจะไปถึงนายในไม่ช้า” ยุทธนาพลิกบัตรไปมา

“บัตรนี่..ของคุณ?”

“ใช่ ใช้แล้วยังไงก็คืนด้วยล่ะ มันมีความจำเป็นและสำคัญกับฉันมาก”

“ครับ” ยุทธนาพยักหน้ารับคำ

“โชคดี” ยุทธนารีบวิ่งลงไปด้วยความตื่นเต้น

“เด็กเอ๋ย ยังมีอะไรที่เจ้ายังไม่รู้อีกมากนัก” เดต้าทอดถอนใจแล้วก็เดินกลับไปมองดูภาพเบื้องล่างผ่านหน้าต่างอีกครั้ง

******************

โลกเบื้องหน้าคือสวรรค์แห่งความฝันสินะ ยุทธนาคิดและเดินเข้ามาในดินแดนแห่งฝันอีกครั้ง เขามองสำรวจช้าๆและเริ่มหลงไหลมัน

“ไง มาคนเดียวเหรอ? เพิ่งมาครั้งแรกสินะ” สาวกลุ่มหนึ่งเข้ามาทัก

“ครับ” พวกหล่อนน่าจะมีอายุราวๆ 20-30 ปี

“มาด้วยกันไหม?”

“ดีสิครับ”ยุทธนาตามไปอย่างซื่อๆแล้วก็สังเกตุเห็นบางอย่าง

“ว่าแต่นี่อะไรหรือครับ?” สาวๆพากันอึ้งและระเบิดหัวเราะออกมาพร้อมกัน

“ไม่รู้จริงๆหรือแกล้งไม่รู้กันจ๊ะ หนุ่มน้อย”

“ไม่รู้จริงๆครับ เพราะเห็นว่ามีบางคนบอกไม่เหมาะให้โลกรู้”

“บ้าน่ะสิ คนพูดน่ะมันบ้าแล้วที่นี่ออกจะดีขนาดนี้” ยุทธนาก็อยากเห็นด้วยอยู่หรอก ถ้าเขาไม่รู้ว่าคนที่กล่าวคือเดต้า ซึ่งดูจะใหญ่เอาการเหมือนกันน่ะนะ

“เอ็กซ์......” เอ็กซ์?ยุทธนารีบหันมองไปยังต้นเสียง เอ็กซ์จริงๆด้วย แต่...พวกนั้นมันพวกที่มอมเหล้าและลวนลามเรานี่นายุทธนาคิด

“เอ็กซ์ ไม่คิดจะมาสนุกกับพวกพี่บ้างเหรอ?” เอ็กซ์มองพวกเขาขึ้นลง อย่าเชียวนะยุทธนาคิดในใจ

“ไม่ล่ะครับ” นั่นอย่างนั้นล่ะเอ็กซ์

“วันนี้ผมไม่มีอารมณ์” ประโยคนี้เล่นเอายุทธนาแข็งไปเลย

“เอ็กซ์ นายเองก็เป็นไปด้วยเหรอ?” ยุทธนาพึมพำ

“เอ็กซ์เหรอ ?”

“เอ่อ..ฮะ” ยุทธนายิ้มแหย๋รับเพราะรู้สึกว่ายิ่งแก้ตัวเรื่องคงยิ่งยุ่งแน่ๆ

“เอ็กซ์น่ะทื่อจะตาย คิดอย่างไรก็พูดอย่างนั้น นายสนหรือไง?”

“ไม่ครับ ผมไม่ชอบอย่างว่า”

“ถ้างั้นคงสนนี่สิ” สาวผมหยิกชูซองใส่ยาสีขาวแกว่งไปมา

“ยา?”

“ใช่ยา รสเยี่ยมนะสนไหม? หน้าตาดีๆน่ารักๆอย่างน้อง พี่ให้ฟรีก็ได้ แต่ต้องยอมเป็นของพี่ตกลงไหม?”

“มะ..ไม่ได้หรอกครับ ผมขอตัว”

“เดี๋ยวสิอยู่ด้วยกันก่อนสิ” ยุทธนาชักบัตรที่เก็บไว้ขึ้นจากกระเป๋ากางเกงแล้วชูขึ้น

“ผมจะไปแล้วนะครับ ขอโทษด้วย” พูดจบก็รีบวิ่งจากไป

“นั่นมัน..” เอ็กซ์อุทานและมองตามหลังไป

“ปล่อยเด็กนั่นไปทำไม” สาวคนหนึ่งโวยวาย

“ไม่เห็นหรือไงพวกเธอน่ะ นั่นน่ะเป็นบัตรเจ้าของที่นี่เชียวนะ”

“เด็กนั่น...?” พูดจบพวกหล่อนก็ถอดสีหน้าซีดเผือดกันทันที เหนือขึ้นไปที่ชั้น 4 พิเศษ

“ในที่สุดก็รู้แล้วสินะว่าแดนแห่งฝันนี้ไม่สมชื่อสักเท่าไร” เดต้าปิดม่านและผละจากหน้าต่างไป

ระหว่างทางที่ยุทธนาวิ่งไปเรื่อยๆนั้นเขาก็เห็นคู่รักมากมายทั้งปรกติ และไม่ปกติ กลิ่นยา ควัน เหล้า กลิ่นเหล่านี้ ปะปนกันคละคลุ้งไปทั่ว เขาเริ่มสงสัยแล้วว่าเดิมเขาหลงรักภาพเหล่านี้เข้าไปได้อย่างไร ที่นี่ช่างดูเลวร้ายเกินกว่าจะเคยเห็นและเคยพบเจอ มันมากเกินกว่าจะรับได้

“ไม่อยากอยู่อีกแล้ว แม้สักวินาทีก็ไม่อยาก” นี่เป็นสิ่งสุดท้ายที่ยุทธนาคิด เขาเริ่มมองหาทางออกหรือไม่ก็ประตูสักบานที่จะพาเขาออกจากฝันนี้ได้ แต่ไม่ว่าจะมองสักเท่าไร วิ่งเท่าไรเขาก็ไม่เจอกับเจ้าสิ่งนั้น จนเริ่มล้าและเหนื่อยอ่อน อะไรอยู่ข้างหน้า ใครกันนะ เบต้า? เบต้าจริงๆด้วย ก่อนที่จะเปล่งเสียงออกมา ยุทธนาก็รู้สึกสั่น กลัวขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูกกลัวที่ต้องพูดกับคนเหล่านี้อีกครั้ง เขาค่อยๆทรุดตัวลงนั่งข้างๆ โซฟาสีแดงที่ไม่มีคนนั่ง น้ำตาเริ่มคลอเบ้าและเอ่อล้นออกมาช้าๆ ไม่ว่าจะปาดจะเช็ดสักเท่าไรก็เหมือนจะไม่หมดไม่สิ้นมีแต่จะเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น

“ร้องไห้ทำไม นึกว่านายจะเข้มแข็งกว่านี้เสียอีกนะ” เสียงหนึ่งทักอย่างแผ่วเบา ยุทธนาเงยหน้าขึ้นมอง

“มา..เอ่อ เอ็กซ์” สีหน้าของยุทธนาราวกับว่าหมดอาลัยแล้ว

“เช็ดน้ำตาซะ จะได้กลับไปข้างใน” ยุทธนาส่ายหน้าที่นองน้ำตาไปมา

“แล้วจะเอายังไง?”

“ฉัน...” เสียงของยุทธนาพูดกึ่งครางในคอเบาๆ แล้วก็ซบหน้าฟุบลงกับเข่าของตัวเอง

*********************

ในห้องสีขาวเสียงกดเครื่องคอมพิวเตอร์ยังคงดังต่อไปเรื่อยๆ ประตูถูกแง้มออกเบาๆ

“ไงเบต้าเหนื่อยไหม?” เจ้าของห้องเงยหน้าทักทายพร้อมรอยยิ้ม ขณะที่เซตและซิกม่าตามหลังมาช้าๆ

“ก็ดีนะวันนี้คนมากันมั่วดี ว่าแต่เด็กนั่นล่ะ?” เบต้าถามแบบอารมณ์ดี เดต้าหันกลับไปพิมพ์คอมต่อเบต้าเริ่มหุบยิ้มและเดินเข้าหาเดต้าที่โต็ะ

“เด็กนั่นล่ะ อย่าบอกนะว่านายปล่อยให้ลงไปข้างล่าง” เดต้าไม่ตอบอะไรแต่ยังคงตั้งหน้าพิมพ์งานต่อไป เบต้ารีบหมุนเก้าอี้ให้เดต้าหันมาสนใจตน

“นายปล่อยให้เด็กอย่างนั้นลงไปโดยที่นายไม่ตามลงไปงั้นเหรอ? ทำไมนายถึงทำเฉยอยู่ได้หา? เดต้า” เดต้านั่งเงียบ ซิกม่ารีบลุกขึ้นมากันท่า

“เบต้านายจะโทษเดต้าไม่ได้นะ นายเอาเด็กนั่นเข้ามาจริง แต่นายต่างหากไม่ใช่หรือ?ที่น่าจะต้องดูแลเด็กคนนี้” สายตาของซิกม่าน่ากลัวจริงๆ แต่เบต้ากลับไม่มีจะถอยหรือสะทกสะท้านแต่อย่างใด

“ใช่ ฉันเอาเด็กนั่นมาเอง แต่เพราะเดต้าบอกจะดูให้หรอกนะฉันถึงได้วางใจ เด็กแบบนั้นถ้าปล่อยไปก็คงเดินสะเปะสะปะแล้วก็คงถูกหลอกง่ายๆแน่นอน แล้วนายยังมาเข้าข้างมันอีก รึ?” ซิกม่าเลี่ยงสายตาเบต้า

“ยิ่งรู้ว่าเด็กนั่นไม่เหมาะที่จะมายังพามาอีกงั้นเหรอ?เบต้า” เสียงของเซตที่นั่งบนโซฟากล่าวลอยๆแบบไม่บ่งอารมณ์นัก ทั้ง 4 เงียบไม่พูดอะไรอยู่สักพัก เดต้าก็ถอนหายใจและพิงหลังลงที่พนักด้านหลัง

“เด็กนั่นยืนยันจะลงไป ฉันก็เลยปล่อยไปตั้งนานแล้ว” เบต้ารีบก้มลงดูนาฬิกาข้อมือสีดำของเขา

“ตี 3 ครึ่ง ดี ถ้าเด็กนั่นเป็นอะไรไปถึงเป็นน้องฉันก็จะไม่ให้อภัยหรอกนะ” เบต้าปิดประตูอย่างแรงและวิ่งลงไปข้างล่าง ซิกม่า เซตและเดต้านิ่งกับที่จนกระทั่งเสียงบันไดของเบต้าหายไป

“เดต้า นายเริ่มหัดพูดแบบเอ็กซ์ตั้งแต่เมื่อไร?” เซตถาม

“หมายความว่าไง?” ซิกม่าทำหน้างง เดต้าหัวเราะเบาๆแล้วลุกจากเก้าอี้ช้าๆ

“เซตนายนี่เก่งจริงๆนะ”

“หมายความว่าไส?” ซิกม่าทำหน้างงเข้าไปอีกที่เดต้าพูดเช่นนั้น เดต้าไม่สนใจซิกม่าแล้วก็เดินเข้าห้องตัวเองไป ซิกม่ารีบนั่งลงข้างๆเซต

“ตกลงมันอะไรกันวะ? เซต”

“ก็ถ้าให้เดานะ เดต้าคงจะเอาการ์ดของตนให้เด็กนั่นไปแน่ๆ”

“อ้าว งั้นที่เด็กนั่นลงไปก็ปลอดภัยแน่ๆสิ”

“ใช่ถ้ามีอะไรพวกเราก็ต้องรู้ ยกเว้นเด็กนั่นไม่ได้ร้องให้ช่วย”

“ซึ่งนิสัยของเดต้าถ้าไม่เรียกให้ช่วยก็จะไม่ช่วย”

“ใช่ถูกต้อง นายเข้าใจถูกแล้วนี่ ซิกม่า” เซตหันมายิ้มนิดนึงก่อนจะพูดต่อไป

“แล้วเดต้าก็เป็นประเภทรักเบต้ามากด้วย ถูกคนที่ตัวเองรักมองลบๆคงจะหมดแรงไปแล้วมั๊ง?” ซิกม่าฟังแล้วก็ถอนหายใจเฮือกหนึ่ง มันก็น่าจะน้อยใจจริงๆนะถ้าโดนแบบนี้

“ซิกม่า”

“หือ?”

“หมดเวลาฝันแล้วนี่ นายไปกดให้ไฟมันเปิดหน่อยสิ”

“นั่นสินะคงจะมืดมากทีเดียว” ซิกม่ารีบเดินไปที่คอมเพื่อคีย์คำสั่งทันที

********************

ไฟค่อยๆติดทีละดวงๆไล่ไปเรื่อยๆ เบต้าเก็บกระบอกไฟฉายเข้าที่กระเป๋าหลังของกางเกงพลางกวาดตามองไปเรื่อยๆ

“หวังว่าคงอยู่นะ ไม่งั้นขืนตามพวกแขกไปล่ะก็เสร็จเลย” เบต้าพึมพำอย่างร้อนใจ ท่ามกลางความเงียบจู่ๆก็มีเสียงประตูปิดลง เอ็กซ์เดินเข้ามาอย่างช้าๆเอื่อยๆ

“เอ็กซ์เห็น......” เบต้ามองปุ๊บก็ต้องหุบปากทันทีเพราะเอ็กซ์ยกมือขึ้นห้ามไม่ให้กล่าวต่อ

“เด็กนั่นกลับไปแล้วไม่ต้องห่วงหรอก ฉันไปส่งเอง” พูดจบก็เดินผ่านไปแบบไม่สนใจ เบต้าเดินตามเอ็กซ์ไปโดยไม่พูดอะไร เพราะรู้ดีว่าถึงถามหรือพูดไปก็ได้แค่คำหรือ 2 คำเป็นคำตอบเท่านั้น แล้วอีกอย่างคำตอบที่เขาต้องการก็ได้มาแล้วจึงไม่จำเป็นต้องถามอีก เอ็กซ์เข้าสู่ห้องชั้น 3 โดยมีเบต้าตามหลังมาเงียบๆ

“เป็นไงเจอไหม?” ซิกม่าถาม เอ็กซ์ไม่สนใจและทำท่าจะเข้าห้องไป

“เดต้าล่ะ?” เบต้าถามบ้าง

“เข้าห้องตัวเองไปแล้ว ระวังนะว่ามันจะล็อคชั้น 4 ทั้งชั้นนะ ทีนี้ล่ะได้นอนที่โซฟาห้องใครก็ไม่รู้นะ” ซิกม่าแหย่เบต้าแล้วทั้งคู่ก็เดินออกจากห้องโถงชั้น 3 ไป เซตคว้าแขนของเอ็กซ์ไว้

“เอ็กซ์แล้วบัตรของเดต้าล่ะ?” เซตกระซิบใส่หู

“ไม่มีนี่ เจ้านั่นไม่เห็นพูดถึงเลย” เอ็กซ์ทำหน้าแปลกใจเหวอๆ

“เอาไปด้วยเหรอเนี่ย?” เซตกัดฟันนิดๆ เพราะถ้ามันหายไปทุกๆคนที่นี่ต้องเดือดร้อนแน่

“ไม่เป็นไร พรุ่งนี้ยังไงฉันก็ไปโรงเรียนยังไงจะเอาคืนให้แล้วกัน”

“อย่าลืมเตือนหมอนั่นก่อนล่ะ” เอ็กซ์หัวเราะเบาๆ

“บ้าจัง โทรตอนนี้ก็ไม่มีคนรับสายน่ะสิ เอาเถอะสัก 6 โมงเช้าจะลองดูแล้วกัน”

“เออๆไปนอนไป” เอ็กซ์ปิดห้องไปเฉยๆปล่อยให้เซตยืนอยู่หน้าห้องเพียงคนเดียว เซตหันหลังพิงกำแพงแล้วก็หลับตา ลงอย่างเหนื่อยใจ

“ถ้า...เด็กนั่นเข็ดก็คงดีหรอกนะ”

++++++++++++++++++++++

แสงอาทิตย์ไต่ขึ้นตามขอบฟ้าช้าๆ เสียงนกร้องขานรับรุ่งอรุณ ยุทธนาลืมตาขึ้นมองนาฬิกาที่บนหัวเตียง

“ตี 5.45 เหรอ?” เขาฟุบหน้าลงซุกลงที่หมอนนุ่มๆอีกครั้งแล้วก็กระโดดผลุงขึ้นนั่ง

“จะ 6 โมงแล้วนี่หว่า” ยุทธนารีบลุกขึ้นจากเตียงสีครามของเขาอย่างรวดเร็ว และวิ่งไปที่ตู้เสื้อผ้า เขาลนลานอยู่ครู่หนึ่งแล้วก็เริ่มนึกถึงเรื่องเมื่อวาน

“ฝัน?” เขารีบก้มลงมองเสื้อที่เขาสวม ใช่..แล้วนี่มัน…ก็เป็นชุดเมื่อวานจริงๆ

“งั้น...เดี๋ยว..บัตรนั่น” ยุทธนาชักมันขึ้นจากกระเป๋า

“ต้องเอาไปคืน” ยุทธนาวางบัตรลงบนโต๊ะอย่างถนุถนอมแล้วก็รีบวิ่งไปที่ห้องน้ำอย่างไม่รอช้าทันที ยุทธนาวิ่งไปมาอีกราว 10 นาทีเขาก็พร้อมที่จะไปโรงเรียน แน่นอนเขาคงไม่ลืมที่จะคว้าบัตรที่ถนอมมาอย่างดีหรอก ยุทธนาเดินลงชั้นล่างด้วยกริยารีบร้อนกว่าปกติเล็กน้อย

“คุณหนูคะ จะรับอาหารเช้าไหมค๊ะ” คุณป้าวัยชราเดินมาถามเนิบๆ ยุทธนายิ้มให้

นี่ล่ะโฉมหน้ายุทธนา น่ารักมั้ยเอ่ย

“ไม่หรอกครับ วันนี้ผมจะรีบไป” ขณะที่ยุทธนารีบเดินไปที่ประตูนั้น

“เดี๋ยวคะคุณหนู”

“อะไรครับ?”

“เสื้อเมื่อวานน่ะค่ะ อิชั้นจำได้ว่าคุณใส่ชุดนักเรียนไปไม่ใช่รึคะ?” ยุทธนานิ่งอึ้งไปพักหนึ่ง

“อ๋อ ตัวนั้นคงจะลืมไว้บ้านเพื่อนน่ะครับ”

“เพื่อนคนเมื่อคืนหรือคะคุณหนู”

“ใช่ครับ นั่นล่ะ”

“ก็ดีนะคะเด็กคนนั้น ดึกแล้วแท้ๆแต่ก็ยังอุตส่าห์มาส่งคุณจนถึงที่”

“ถึงที่?” ยุทธนาทำหน้างงเหรอหรา

“ใช่ค่ะ ถึงห้องเลย เห็นว่าคุณหนูไปช่วยทำรายงานให้เขาจนดึกแล้วก็บอกว่าอยากกลับบ้าน เขาก็เลยมาส่ง อิชั้นเองก็ไม่มีแรงจะพาคุณขึ้นห้องด้วยเขาก็เลยช่วยน่ะค่ะ” “รึว่าคุณหนูจำไม่ได้คะ” ยุทธนาเดินออกไปพลางคิดไปพลางว่าโชคดีนะที่มารุตแก้ตัวให้

“คิดๆไปนายก็มีข้อดีเหมือนกันแฮะ” ยุทธนายิ้มและหัวเราะให้ตนเอง

เช้านี้ยุทธนามาโรงเรียนสายกว่าปรกติ แต่กระนั้นเขาก็ยังมาเร็วอยู่ดี “เวรทำกันเสร็จแล้วหรือเนี่ย?”ยุทธนารู้สึกเสียดายที่มาไม่ทันดูพวกที่กวาดใบไม้

“หวัดดียุทธ” เสียงอาคมเพื่อนสนิทและหัวหน้าห้องดังขึ้นอย่างสดใส

“หวัดดี เอ๊ะ!ทำไมไม่อยู่ที่โฮมรูมล่ะปรกตินายไม่ชอบลงมานี่นา”

“ฉันลงมามันไม่แปลกหรอก แต่ไอ้ที่นายหายไปเมื่อวานนี่สิแปลก”

“เฮ้ ไม่มั๊งครั้งเดียวอย่าบอกนะว่าฉันเจอเล่น” ยุทธนาทำท่าตกใจ

“ไม่โดนหรอก แก้ตัวให้แล้วอย่าห่วงเลย” เงาใครบางคนผ่านหลังอาคมไปอย่างรวดเร็ว ยุทธนารีบจับตาไปที่คนๆนั้นทันที

“มารุต” ยุทธนารีบผละจากคู่สนทนาแล้วรั้งผู้มาเยือนใหม่ไว้แทน อาคมหันมามองเงียบๆพลันก็เหลือบเห็นแสงแวววับแสงหนึ่งเข้ามากระทบสายตา

“อะไร?” เขาก้มลงเก็บมันช้าๆ

“ดรีมคลับ” อาคมทวนคำบนบัตร

“มารุตรอหน่อยสิ” มารุตไม่พูดจาอะไรแต่ก็เดินตรงมาเรื่อยๆจนถึงห้องโฮมรูม เขาหยิบกระเป๋านักเรียนสอดใส่ใต้โต๊ะแล้วหันมาหายุทธนา

“ทำไมอะไรหรือไง?”

“ฉันจะมาขอบใจเรื่องเมื่อวานน่ะ”

“ที่พาไปส่งบ้าน?ไม่ต้องหรอกว่าแต่บัตรล่ะ?” ยุทธนารู้สึกเจ็บใจนิดๆที่ไม่เเพียงมารุตจะไม่สนใจเขาแล้วยังกลับสนใจบัตรใบนั้นมากกว่า “

ได้สิ” ยุทธนาล้วงบัตรอยู่สักพักก็ต้องชะงัก

“บัตรหาย?”มารุตพูดเหมือนรู้ ยุทธนาไม่ตอบอะไรมารุตถอนหายใจยาวเฮือกใหญ่ๆ

“เอาเถอะ นายคงไม่ได้จงใจทำหายหรอก ถ้าให้เดา อาจตกอยู่ข้างล่าง นาย...นั่งรถที่บ้านมาใช่มั๊ย?” ยุทธนาพยักหน้าหงึกๆ

“ฉันช่วยหานะ”

“อืม” ยุทธนารีบสาวเท้าตามไปทันที ระหว่างทางที่ระเบียงหน้าห้องอาคมเดินสวนมา และสบตากับทั้งสอง มารุตกับยุทธนาก็ไม่ได้พูดอะไรแล้วก็เดินสวนไป อาคมหันมามองที่ทั้งคู่พลางกำบัตรในมือไว้แน่น

“มารุต? หึ วัชพืชชัดๆ” มารุตสาวเท้าอย่างเร็วจนมาถึงชั้นล่าง

“มารุต นายน่าจะรอกันบ้างนะ” ยุทธนากล่าวด้วยอาการหอบจนแทบทรุด

“ก็ไม่ได้ขอให้ตามลงมานี่นะพ่อหนูน้อยอีกนาทีเดียวสัญญาณก็จะขึ้นแล้วนะ” มารุตยิ้มแบบมีเลศนัย ยุทธนายิ้มรับทั้งที่ยังหอบแล้วก็สวนกลับทันทีว่า

“เตือนตอนนี้จะไม่จงใจให้สายไปหน่อยหรือไงเอ็กซ์?” จบประโยคสัญญาณเพลงชาติก็ดังกระหึ่มขึ้นทันที

“วันนี้ยังไงก็ต้องหาบัตรให้เจอให้ได้”

“ก็เอาสิ” มารุตยิ้มให้แล้วทั้งสองก็เริ่มเดินหากันตั้งแต่บริเวณประตูโรงเรียน อาคมมองลงมาจากหน้าต่างเห็นทั้งคู่ได้อย่างชัดเจน

“บัตรนี่สำคัญขนาดนั้นเชียวหรือยุทธ” เขาพูดพลางหยิบบัตรขึ้นพลิกดู

“ดรีมคลับ มันเป็นอย่างไรกันนะ” อาคมเอื้อมมือหยิบคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ววางไว้บนตักและล้วงหยิบพจนานุกรมไฟฟ้าขึ้นมาจากกระเป๋ากางเกงมาเชื่อมกัน

“ถ้าเดาไม่ผิด คงเป็นแบบนี้สินะ” อาคมหยิบบัตรเสียบเข้าไปและเริ่มเปิดโปรแกรม

“ดรีมคลับหรือ? อีกเดี๋ยวก็ได้รู้กัน” อาคมก้มหน้าก้มตาเล่นต่อไปเรื่อยๆโดยที่ทิ้งโลกแห่งความจริงไว้เบื้องหลัง

“หาไม่เจอแล้วล่ะ” มารุตกล่าวตัดบทดื้อๆ ขณะที่ยุทธนายังคงหาอย่างขะมักเขม้น

“เอ๋ หมายความว่าไงนะมารุต เราอาจจะยังหาไม่ทั่วก็ได้นะ”

“หึ หึ บัตรนั่นน่ะหาไม่ยากขนาดนี้หรอกยกเว้นแต่จะมีคนเก็บไปแล้ว” มารุตหัวเราะอยู่สักพักแล้วก็หยัดหันมาคว้ามือยุทธนาไว้แทน

“มานี่เถอะ”

“ไปไหน?”

“ตอนนี้ของทุกวันจะมีคนคุมคุกมาตรวจนะจะบอกให้” มารุตยิ้มแล้วรีบฉุดยุทธนาไปหลังตึกแทน ลมพัดมาเรื่อยๆใบไม้หล่นลงมามากมาย ยุทธนาและมารุตนั่งยังหลบกันอยู่ที่หลังตึก

“เดิมทีเรานึกว่านายจะเป็นคนเกเรแล้วก็ยิ้มยากเสียอีกนะ”

“เหรอ แล้วตอนนี้ล่ะ?”

“ก็รู้สึกว่าไม่เหมือนใครดีน่ะสิ แค่การพูดก็ชี้ชัดแล้วว่าจริงๆนายคิดแล้วก็พูดตรงจุดเหมือไม่มีน้ำอะไรอย่างนั้น”

“ไม่มีน้ำหรือ? คำนี้ก็ยังไม่ถูกนักนะ” มารุตขำเล็กๆใส่ยุทธนาอีกครั้ง

“ดูท่านายคงใจเย็นกว่าเมื่อวานใช่ไหม?”มารุตถามแบบลอยๆบ้าง

“เมื่อวานนี้นายอารมณ์แปรปรวนจนคาดไม่ออกเลยนะรู้ตัวไหม”

“ก็คงจะคาดได้ไม่ยากเท่านายหรอกนะมารุต”

“หึ ฉันก็เป็นฉันอยู่อย่างนี้ ดูจริงๆก็ไม่ยากนักหรอกใช่ไหมล่ะ”

“ฮะ ฮะ ก็จริงอย่างว่า” จบประโยคนี้ทั้งคู่ก็เงียบให้กันอีกพักหนึ่ง

“นายอยู่ที่นั่นเลยสินะ?” ยุทธนาเริ่มพูดก่อน

“ก็คงใช่ที่นั่นไว้กิน ไว้นอน ไว้ทำงานคงจะพูดอย่างนั้นก็ได้ว่าอยู่ที่นั่น”

“นาย...ไม่ขยะแขยงเลยหรือที่ต้องทำแบบนั้น”

“แบบนั้น?”

“ก็แบบที่ว่าบริการอย่างว่าอะไรงั้นน่ะ” ยุทธนาพูดอ่อยๆหน้าแดงนิดๆ มารุตลุกขึ้นยืนหน้ายุทธนา

“คนเราเขาอยากได้ความสุขไม่ใช่หรือ ถ้าเขามาแสวงก็น่าที่จะให้เขาไปดีกว่าที่จะให้เขาไม่มีความสุข แล้วพวกเราก็ไม่ได้ทำอะไรผิดนี่นา”

“ไม่นะมันผิดมากด้วยอย่างแรกจารีตประเพณี แล้วมันก็ตามมาด้วยสังคม และสุดท้ายก็คือทุกคนที่เฝ้าดูนาย นายรู้ไหมว่าที่เที่ยวประเภทซ่องมันน่ารังเกียจขนาดไหน นายเองจะไม่เหลือคุณค่าของตัวเอง ไม่เหลือแม้กระทั่งศักดิ์ศรีของความเป็นคนนะ”

“ฉัน..ไม่ได้ขายตัวนะ”

“ก็เหมือนๆกันนั่นล่ะสำหรับการเสนอบั้นท้ายเพื่อสนองตัณหา” มารุตชี้นิ้วโบกไปมาเขาหลับตาลงและสั่นหน้าแล้วหันมามองที่ยุทธนาอีกครั้ง

“นายยังเด็กเกินไปที่จะรู้”

“อะไร หมายความว่าไงที่ว่าฉันเป็นเด็ก” ยุทธนาเริ่มโมโห

“คนที่รู้จัก ดรีมคลับ แค่ผิวเผินแล้วก็ตีความแต่ในแง่ลบอย่างนายอย่างดีหน่อยก็คงจะถูกมองว่าเป็นเด็กเท่านั้นล่ะ คลับของเราถึงได้มีการปิดตัวไม่ให้ใครรู้ไงล่ะแค่นี้ยังไม่เข้าใจอีกหรือ?”

“ปิดตัว!น่าขำ ซ่องทั้งหลายก็ปิดตัวหากิน แบบพวกนาย อย่างนี้ก็ถือว่าถูกเหรอ?” ยุทธนาโมโหจนควันแทบออกหัว

“คลับของเรา ต้องเป็นผู้สมัครใจเท่านั้นถึงจะมาใช้บริการได้ ไม่ใช่ว่าทุกคนคิดจะมาก็เข้ามาได้ และทุกคนเมื่อมาใช้สถานที่นี้แล้วก็จะต้องเคารพกฎ ทุกคนมีสิทธิตามสมควรห้ามละเมิดมิเช่นนั้นจะเกิดอะไรขึ้นก็จะไม่รับรองซึ่งก็แล้วแต่จะพิจารณากันอีกที”มารุตพูดเรียบๆแต่เมื่อได้ฟังก็ทำให้ยุทธนาอึ้งทันที

“แปลว่า นายจะบอกว่า คลับนี่เป็นแค่สถานที่เฉยๆ”

“ใช่ เราเองก็เป็นเหมือนเสาที่ไว้กั้นกรอบของกฎเกณฑ์เท่านั้น” ยุทธนาก้มลงใช้ความคิดทบทวนเพื่อหาเจตนาของประโยคสักครู่ให้แน่ใจ มารุตหันมาหายุทธนาก่อนเดินออกนอกตึก

“นายเองอย่าห่วงเลยเรื่องบัตรนั่นน่ะ เดี๋ยวก็เจอเพราะอย่างที่รู้ๆ บัตรนั่นเป็นการ์ดพิเศษอีกเดี๋ยวยังไงก็หาได้แน่”

“แล้วนายจะไปไหนไปที่คลับเหรอ?”

“ไม่หรอก แค่โทรศัพท์นิดหน่อยแล้วก็ว่าจะกลับขึ้นไป นายขึ้นไปก่อนแล้วดีกว่า คาบ 3 อาจารย์แกหินจะตาย เป้าสายตาน่ะรีบๆขึ้นไปจะดีกว่ามั๊ง?” พูดแล้วเขาก็สาวเท้าออกจากร่มเงาของตึกแห่งนี้ไป

“อะไรกันข้อมูลอะไร?” อาคมกดอ่านในคอมอย่างรวดเร็ว

“นิรันดร์ เกษมราช”ใคร? ผิวขาว หน้าตาดี ผมยาว ดูๆไปเหมือนประเภท 2 ชวนคลื่นไส้ชะมัด เอ๋?ที่ตั้งดรีมคลับ ดีล่ะเย็นนี้จะต้องไปดูให้รู้ให้ได้ เสียงกริ่งคาบ 2 ดังขึ้น อาคมลุกเก็บเครื่องมือต่างๆเตรียมเปลี่ยนไปห้องแล็บแทน เสียงวิ่งที่ดังสนั่นทำให้อาคมต้องเงยหน้าขึ้นมอง

“ยุทธนา” เป็นไปได้หรือ?คนที่เรียบร้อยอยู่ในกรอบขนาดนั้นจะส่งเสียงอึกทึกแบบนี้ จะต้องมีใครทำให้เขาเปลี่ยนไปแน่ๆ

“ยุทธ นายไปไหนมา?” อาคมเดินไปถามขณะยุทธนากำลังเก็บของ

“ยุทธ นายหายไปไหนมาในคาบที่ผ่านมา 2 คาบนี้น่ะ”

“ก็เดินเล่นนิดหน่อยน่ะ”

“เหรอ? แล้วนายจะนั่งเบอร์อะไรล่ะ ที่เหลือก็มี A12, A13 และแถว Z ทั้งแถว”

“ละเอียดจังนะเช็คไว้หมดแล้วสิ” ยุทธนาหันมายิ้มคุยเป็นช่วงๆ

“เอาแถว Z แล้วกัน” อาคมฟังแล้วก็เงียบไป ในใจก็คิดว่า แถว Z จริงๆอยู่หลังสุดแน่ๆซึ่งปรกติยุทธกับเขาคงจะเลือกนั่งข้างหน้าแถว A คราวนี้เขาคงต้องตัดสินใจว่าจะนั่งคนเดียวหรือจะนั่งแถว Z ดีกว่า แต่ถ้านั่งแถว Z คงไม่วายที่จะต้องนั่งกับคนที่น่ารังเกียจที่สุดในสายตาของเขา

“เหรอ? แถว Z ใช่มั๊ย?รีบเก็บของแล้วตามลงไปล่ะ”

“อ๋อ เอ่อ ฉันเก็บเสร็จนานแล้วล่ะ”

“เหรอ งั้นอย่างนี้ก็รอฉันน่ะสิ” อาคมมองที่ยุทธนาซึ่งเดินอย่างไม่รีรอ

“ฉันขอนั่งแถว Z ด้วยคนนะ” อาคมพูดจบแล้วจึงตามยุทธนาไป ท่าทีที่แสนระรื่นถ้าเดาอะไรไม่ออกคงจะรู้สึกดีกว่านี้ อาคมคิด ยุทธนาเอื้อมมือไปบิดประตูหลังของห้องโดยมีอาคมตามมาเงียบๆ ที่มุมห้องชายที่ดูเหมาะสมกับมุมนี้นั่งอยู่ก่อนแล้ว ยุทธนารี่เข้าหาอย่างเบิกบาน

“มารุตนี่นายขึ้นมาจริงๆด้วยเหรอ?”

“อืม” อาคมวางของและมองทั้งสองอย่างไม่สบอารมณ์นัก มารุตหันมามองอาคมเหมือนจะรู้ว่าถูกมองด้วยสายตาที่ไม่เป็นมิตรนัก

“มีอะไรเหรอ? มารุต อาคม?” ยุทธนาหันไปมา ขณะนี้เขาคงเป็นคนเดียวที่ไม่เข้าใจสภาพล่ะมั๊ง

“ไปเอาชีทมาทีสิ ยุทธ”

“เอ๋ ทำไมต้องฉันล่ะอาคม”

“ไปเถอะน่า” มารุตตบหลังไล่ ยุทธนายังคงไม่เข้าใจนักแต่ก็ยอมไปโดยดี มารุตกวักมือให้อาคมเขยิบเข้าหา อาคมมองหยามๆแล้วเชิดหนี

“เอาบัตรคืนมาดีกว่าน่าอาคมอย่าทำเป็นเด็กไปหน่อยเลย” อาคมหันกลับมามองแบบไม่เข้าใจว่ามารุตรู้ได้อย่างไร

“คนฉลาดไหวพริบดีอย่างนาย ขนาดที่รู้ว่ามันเป็นบัตรที่เชื่อมกับคอมพิวเตอร์ได้ แสดงว่านายน่ะไม่ใช่คนธรรมดาที่เห็นมันเป็นแค่การ์ดธรรมดาๆ” มารุตมองยิ้มๆด้วยสายตาเหมือนจะยิ้มให้ แต่ในใจอาคมไม่ได้นึกพิศวาสดีใจกับรอยยิ้มนั้นด้วย

“เสียใจนะที่ฉันไม่ได้เอามันลงมาด้วย”

“อืม..เหรอ?” สีหน้าราบเรียบของมารุตมันช่างชวนให้เจ็บใจอะไรอย่างนี้

“ไม่เสียดายหรือไง?” มารุตค่อยๆหันมองอาคมและส่งยิ้มให้อีก แต่คราวนี้ถ้ามองดีๆจะแฝงความหมายคล้ายเยาะเย้ยเอาไว้ด้วย

“เสียใจนะ นายคิดว่าดรีมคลับมีกี่คนกัน” อาคมได้ฟังก็ทำหน้าตกใจเล็กน้อย ใช่ ทำไมเขาถึงลืมนึกไปถึงโรงเรียนนี้จะกันคนนอกได้แต่ก็ไม่ได้แปลว่ากันได้ทั้งหมด ความเจ็บใจตรงนี้ยิ่งทำให้เขาอยากรู้จักดรีมคลับมากขึ้น

“อาคม ชีทได้แล้วนะ” ยุทธนาชะโงกหน้ามามอง อาคมรู้ทันทีว่าต้องสลับที่เพื่อให้ยุทธนามานั่งใกล้ๆมารุตแทนเขา

“คุยอะไรกัน? มารุตอาคม”

“เปล่านี่ไม่มีอะไรหรอก ยุทธ”

“ก็แค่คุยกันนิดหน่อย” ท่าทางของทั้งคู่คนหนึ่งตื่นคนหนึ่งสงบใครๆเห็นก็ต้องรู้ว่ามีอะไรแน่ๆ ทั้งคนกำลังปิดอะไรอยู่?ยุทธนาได้แต่ครุ่นคิดไปเรื่อยๆ

เสียงกริ่งเรียนคาบสุดท้ายดังขึ้นภายใต้ดวงตะวันที่แดงฉาน ตอนนี้คงรู้สึกไม่ต่างจากนักโทษที่ปลดตรวนกระมัง

“เดินตามมาทำไม?” มารุตหันถามยุทธนา

“ฉันทำบัตรนั่นหาย ฉะนั้น..ฉันจึงควรจะ… .”

“ตามไปขอโทษ?อย่าเลย ไม่เป็นไรหรอกตอนนี้ก็เจอบัตรแล้ว”

“อ้าว! หาเจอแล้ว?ที่ไหน?”

“ก็แถวนั้นแหล่ะไปนะ”

“เดี๋ยวสิ!”ยุทธนารีบกระชากเสื้อมารุตไว้

“ทำอะไร? จะสารภาพรักหรือไง?” สีหน้ามารุตยังดูเย็นชาเหมือนเดิม

“พาฉันไปที่นั่นอีกครั้งเถอะ” ยุทธนาพยายามกล่าวอ้อน มารุตนิ่งไปครู่หนึ่งแล้วก็สะบัดยุทธนาออกจนเซล้มไป

“ฉันไม่สนับสนุนด้วยหรอก” แล้วมารุตก็เดินไปและไม่เหลียวกลับมาอีกเลย

“มารุต…”

“อย่าเสียแรงเลยยุทธหมอนั่นเรียกไปก็ไม่ฟังนายหรอก” ใครบางคนเดินมาข้างหลังยุทธนา

“อาคม”

“จะไปกันไหม?”

“เอ๋?”

“จะไปหรือเปล่าล่ะ?ฉันรู้ทางเข้าแล้วกัน”

“อะไรกัน? นายแน่ใจหรือว่าจะไปได้”

“ไม่รู้สิแต่กติกาที่ว่าด้วยเงินน่ะฉันรู้นะ”ยุทธนามองอาคมอย่างทึ่งๆ

“ไปไหมล่ะ? รึว่ากลัวว่าลูกรองนายกรัฐมนตรีคนนี้เลี้ยงไม่ไหวกัน? ว่าไงล่ะคุณหนู?” อาคมยิ้มท้าทาย ยุทธนาก้มหน้าคิดไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่ง

“งั้นโทรศัพท์ก่อนนะ”

“เอาสิไม่ได้ว่านิ” อาคมยิ้มและหัวเราะให้ยุทธนาก่อนที่ทั้งสองจะเดินลงจากอาคารไป

“ข้อมูลถูกล้วงไปง่ายๆ? น่าเจ็บใจเหมือนกันนะที่เก็บข้อมูลไว้ในนี้”

เดต้ากล่าวลอยๆขณะนั่งตรวจจากคอมพิวเตอร์แบบพกพา

“คืนนี้อาจจะมาใช่ไหมถ้าให้เดา” ซิกม่าถามพลางขับรถพลาง

“ก็คงใช่” เดต้าตอบ เบต้าเอนตัวมาพิงเดต้าเบาๆแล้วกระซิบใส่หูว่า

“งั้นคืนนี้จะเอาไง?” พูดจบก็เอาหน้าไซ้คอเดต้าไปมา

“จะย้ายอีกไหม?” ซิกม่าเสนอ

“คิดว่าไม่ต้องหรอก พวกเด็กๆทั้งนั้นไม่จำเป็นต้องหลบนี่ ว่าแต่…เอ็กซ์นายจะว่าอะไรไหมถ้า..ฉันจะทำอะไร?” เดต้าหันถามเอ็กซ์ที่นั่งเหม่อมองกระจกข้างหน้า

“ก็…ตามสมควรอย่าให้มากนักก็พอ”

“เหรอ?ก็ดี”

“เฮ้อ นายนี่ไม่ห่วงเพื่อนเลยรึไง” เอ็กซ์หันหน้ามองซิกม่า

“ช่วยไม่ได้เตือนก็เตือนแล้วนี่จะให้ฉันแก้ต่างขอความเห็นใจแทนพวกนั้นงั้นเหรอ?ซิกม่า”

“พวกนั้น…อะไรนะเด็กนั่นด้วยเหรอ?” เบต้าลุกขึ้นถามอย่างตกใจ

“คิดว่าด้วย” เอ็กซ์ตอบเหมือนไม่สนใจอะไรนัก

“เดต้า..”

“ตามสบายเถอะเบต้าอยากทำอะไรก็ทำไปแต่อย่าให้เราเสียงานแล้วกัน” เดต้าต่อคำได้ทันทีเพราะทั้งคู่รู้ใจกันดีอยู่แล้วโดยเฉพาะเดต้าซึ่งใส่ใจเบต้าเป็นพิเศษ

“เอ็กซ์ที่จะมาคิดว่าสักกี่คน?”

“คงแค่สองคน แต่ก็คงมีของติดมาบ้างล่ะ”

“เหรอ?งั้นก็ไม่เท่าไหร่น่ะสินะ” เดต้าหลับตาและหันมาซบเบต้าบ้าง

“ทื่นั่งเบาะหลังแล้วก็ลากฉันมาด้วย ก็เพราะงี้งั้นเหรอ?” เบต้าส่ายหัวและเขยิบตัวไปจนสุดฝั่งที่นั่งอยู่โดยเดต้าก็พิงตามไปเรื่อยๆ

“ง่วงก็นอนสิ”

“อืม….ม” เดต้ายิ้มแล้วก็หลับตาลงบนตักของเบต้า

“เชื่องแฮะ ทีกับฉันล่ะอดนอน3วันยังไม่ยอมนอนเล้ย” ซิกม่าแซวแกมล้อเลียน

“ก็นายไม่มีเสน่ห์เองนี่”เบต้ายิ้มเย็นๆแกมเยาะเย้ยนิดๆ แต่ซิกม่าก็ยิ้มตอบโดยไม่รู้อะไร ในรถคันนี้คงจะมีแต่เอ็กซ์ที่นั่งหัวเราะอยู่ล่ะมั๊งที่ตามทันทุกคน

“ดรีมคลับ เป็นอย่างที่นายว่าจริงๆหรือ?” อาคมถามย้ำอีกทีหลังจากที่ฟังจากยุทธนา

“อื้อ”

“ไม่น่าเป็นไปได้” เขาพูดพลางมองไปที่ตึกโอ่โถงตระการตาราวราชวังที่อยู่ท่ามกลางหมู่ตึกที่ร้างเบื้องหน้า ยุทธนาเองก็เกือบไม่เชื่อเหมือนกัน โชคดีที่เขาเคยเข้าไปก่อน แม้จะเป็นแค่ประตูหลัง แต่ก็เพราะเขาเคยเห็นข้างในประกอบด้วย ทำให้เขาเข้าใจและรู้ดีว่าดรีมคลับที่แท้จริงเป็นเช่นไร

“ไปกันเหอะ” อาคมลากยุทธนาเดินตามไป ในใจตอนนี้ยุทธนากลับรู้สึกต่อต้านอย่างประหลาด คล้ายประหนึ่งว่าอีกใจเขาก็ไม่อยากเดินเข้าไปอีกแล้ว

“กรุณารูดบัตรสมาชิกด้วย ถ้าไม่มีกรุณายื่นบัตรประกันหลักทรัพย์ และ….” เสียงของ เบต้าไม่ก็เดต้าดังขึ้นอย่างชัดเจน ยุทธนาฉุกนึกเรื่องคำสัญญาขึ้นมาได้ เขารีบสะบัดมือจากอาคม

“ไม่เอาฉัน..ฉันไม่เข้าแล้ว” ยุทธนาตะโกนราวคุมสติไม่อยู่แล้วก็รีบวิ่งหนีลงบันไดที่เขากับอาคมพึ่งขึ้นมา อาคมมองยุทธนาอีกครู่แล้วก็หันมาที่เครื่องรูดบัตรแทน

“จะหนี…ก็เชิญคนเดียวเถอะ” อาคมรูดบัตรแบบไม่สนใจยุทธนานัก

“เชิญกรอกชื่อแฝง”

“หึ น่าสนุกดีนี่” อาคมยิ้มแล้วกดแป้นพิมพ์ที่เพิ่งเลื่อนออกมาจากผนังด้านข้าง

“คุณพูล ขอต้อนรับสู่ ดรีมคลับ” ประตูใหญ่ค่อยๆเปิดรับอาคมช้าๆ

ยุทธนาวิ่งไปเรื่อยๆท่ามกลางเงามืดของตึกที่ไม่มีแสงจันทร์ ลมเย็นๆที่พัดผ่านเมื่อยามวิ่งทำให้เขานึกถึงอาคมขึ้นมาลึกๆ นี่เขากำลังวิ่งหนีอะไรหรือ

เขานำอาคมไปสู่อะไร แล้วทำไมถึงได้ทิ้งอาคมในที่เช่นนั้น ความสับสนในหัวประดังประเดเข้ามา สมาธิที่มุ่งมั่นจะวิ่งจึงหลุดไป เขาก้าวพลาดและล้มลง มือของเขายันลงกับพื้นอย่างแรง แต่ก็ยังต้านแรงที่เขาล้มไม่ได้ ตัวของเขากระแทกลงบนพื้น เขาอาจผิดก็ได้ที่ทิ้งอาคม ยุทธนาคิด

“ไม่น่ารีบร้อนเลยนะเราน่ะ” ทันทีที่ได้ยินเสียง ยุทธนาก็จำเจ้าของเสียงได้ทันที

“เบต้า…. คุณเบต้าเหรอ?” ยุทธนาถามเพื่อความแน่ใจ เพราะเขาเองก็แทบจะมองไม่เห็นอะไรเลย มือๆหนึ่งช่วยฉุดให้เขาลุกขึ้น

“วิ่งมาได้ยังไงกันมืดๆแบบนี้ ที่นี่ถ้าฉันไม่ตามมา ก็คงหลงถึงเช้าแน่เลยนะเนี่ย”

“คุณเบต้าจริงๆด้วย”

“ก็ใช่สิ”

“คุณตามมา?”

เบต้าเงียบไปทำให้ยุทธนาเริ่มรู้สึกหงุดหงิด “อืม”

“คุณตามมาถูกได้ไง?” เบต้าไม่ตอบ เขากดหลังยุทธนาและก้มลงกระซิบให้ตามเขาไป ยุทธนาผลักออกและถอยไป2-3ก้าวอย่างไม่พอใจ

“ขอโทษนะ ผมคงต้องใช้วิธีนี้กับคุณแล้ว” ของแข็งบางอย่างจ่อที่ลำคอของยุทธนา

“รู้ไม๊?ว่านี่คืออะไรหนูน้อย”

“ปืน!?”

“ผิวขาว หน้าตาลูกครึ่ง 170 ซ.ม.ดูดีทีเดียวนะ” หนุ่มชุดขาวกล่าวลอยๆ

"จะให้ทำยังไงล่ะ เดต้า?” เดต้าหันกลับมามองที่ซิกม่าแล้วยิ้มๆให้

“ไม่รู้นะ เซตกับเอ็กซ์ ลงไปแค่สองคนจะไหวเหรอ?” ซิกม่าส่ายหัวไปมาและหัวเราะพร้อมกับพูดว่า

“จะไล่งั้นสิ?” เดต้าพยักหน้า ซิกม่าลุกขึ้นเดินไปที่หน้าต่างข้างๆเดต้า

“ขอโทษนะเอ็กซ์เขาไม่อยากให้คนมันล้นงานน่ะ” เดต้ามองกร้าวๆ

“คุมฉันมากกว่าสิไม่ว่า”

“ไม่ใช่หรอกน่าเดต้า” ซิกม่าตบหลังเดต้าเบาๆแล้วเดินไปที่ห้องครัว ไม่น่าเชื่อเลยแฮะ ว่าเดต้าจะประเมินค่าความคิดของคนได้เก่งขนาดนี้

“ซิกม่า”

“หืม..ม?”

“ฉันขอนมนะ” เดต้ายิ้มๆ

“อืม” ซิกม่ายิ้มรับและหันหลังเดินต่อไป ตาของเดต้าเหลือบมองที่กระจกอีกครั้ง

“เอ็กซ์นายนี่ก็ห่วงคนมากกว่าที่เห็นเสียอีกนะ” เขาพึมพำแล้วก็เดินผละจากกระจกไป ถ้านายพลาด…..ฉันจะต่อเองนะ…….เอ็กซ์

“อะไรกันที่นี่ทำไมมันกว้างขนาดนี้? ต่างกับที่เห็นข้างนอกมากเลยนะเนี่ย” อาคมคิดพลางก้าวขาไปเรื่อยๆ พลัก เขาชนกับใครเข้าให้อย่างจัง

“ขอโทษ” อาคมหันกลับพลางขอโทษ ชายในชุดบาร์เทนเดอร์สวมหน้ากากเรียบๆทำให้เขานึกถึงใครบางคน

“คุณคือลูกค้าใหม่?”

“อ่า ใช่ คุณคือ…?”

“ผมเป็นพนักงานดูแลครับ เชิญตามผมมาได้เลยครับ ผมจะพาชมสถานที่”

“ชื่ออะไรหรือครับ?”

“เอ็กซ์ครับ คุณพูล”

“คุณรู้ชื่อผม?” เอ็กซ์หยุดเท้าที่เดินนำอาคมแล้วหันกลับมา

“ครับ การควบคุม ที่นี่ผ่านคอมฯทั้งหมด แล้วผมก็ได้รับคำสั่งมาดูแลคุณโดยเฉพาะ” อาคมนิ่งไปชั่วอึดใจ แล้วก็พยามพูดพร้อมกับดึงสีหน้าให้เป็นปรกติ

“คุณหมายถึงแขกจริงๆนะหรือ?” ชายผู้สวมหน้ากากยืนนิ่งและพูดด้วยน้ำเสียงไม่เปลี่ยนแปลงราวกับไม่ได้ยินหรือเคยชินอย่างไรอย่างนั้น

“ใช่ครับ ถ้าคุณต้องการก็คือใช่” อาคมถอดสีหน้าคล้ายจะขยะแขยงนิดๆ

“หึ หึ หึ น่าแปลกที่คุณทำท่าเหมือนจะรับไม่ได้นะครับ คุณพูล”

“ตามผมมาสิครับ เราจะได้ชมสถานที่กับให้ทั่วๆคลับ” เขาชวนอาคมเดินต่อด้วยรอยยิ้มที่ดูเหมือนจงใจท้าทาย

“ก็นำทางไปสิคุณเอ็กซ์”

“เชิญครับ” เอ็กซ์เดินนำทางอาคมไปทันที ทั้งสองเดินต่อไปเรื่อยๆ บรรยากาศเดียวกับที่ยุทธนาเห็นตอนนี้อาคมก็เห็นเช่นกัน เอ็กซ์ค่อยๆพาอาคมเดินดูส่วนต่างๆของคลับและอธิบายไปเรื่อยจนสิ้นสุดและกลับมาที่จุดแรกที่พบกัน

“หน้าที่โดยบังคับของผมจบลงแล้ว ไม่ทราบว่าคุณต้องการอะไรอีกไหม?”

“หมายถึงอะไร?”

“อย่างเช่น….ให้ผมอยู่เป็นเพื่อนดูแลคุณต่อ ที่นั่ง เครื่องดื่ม อาหาร ห้องส่วนตัว หรืออะไรๆก็ตามที่คุณต้องการ ที่คุณสั่งมา หรือคุณจะเดินชมอะไรๆต่อก็ได้”

“ห้องส่วนตัว? น่าสนใจนี่ แบบคาราโอเกะหรือโรงแรมล่ะ”

“อย่างไรก็ได้ครับเรามีทุกแบบ อย่างที่เคยแนะนำไปแล้ว ว่ามีอยู่ทั้งชั้นนี้ และชั้นบนๆ”

“งั้น คงจะแพงมากสิ”

“ตามอัตรากำลังของคุณก็ได้ครับ” พูดจบก็มีสาวนางหนึ่งดึงเสื้อของเอ็กซ์

“เอ็กซ์ วันนี้ใส่หน้ากากหรือ?” เอ็กซ์ยิ้มให้หล่อนและหันกลับมาหาอาคม

“ผมขอตัวสักครู่นะครับ?”

“เชิญ” อาคมกล่าวอย่างไม่แยแสนัก เขามองเอ็กซ์ที่คุยกับกลุ่มสาวรุ่นคุณป้าพักหนึ่ง แล้วก็คิดว่าเขาคงไม่จำเป็นต้องพึ่งคนๆนี้แล้วก็คงจะได้ แล้วเขาก็อยากจะดูอะไรๆให้ละเอียดอีกหน่อยและมันคงไม่ห่างจากจุดนี้สักเท่าไร

“แว่บอยู่แถวนี้คงไม่เป็นไรมั๊ง?” เขารำพันแล้วก็เดินจากเอ็กซ์ไปเงียบๆไม่ให้รู้ตัว

“วันนี้คนน้อยนะจริงไหม?”

“ปรกติคงมีสัก 2 เท่ากระมัง”

“อย่าเอ็ดไปนะ เห็นว่าวันนี้ที่คลับบอกปัดลูกค้าไปเสียเยอะแยะเชียว” อาคมหยุดและหันมามองเหล่านักธุรกิจหนุ่มที่นั่งรวมกลุ่มกันอยู่

“ขอโทษครับ คุณพูดเรื่องอะไรกัน ไม่ทราบว่าผมจะขอฟังด้วยคนได้หรือเปล่า?” เหล่านักธุรกิจเขยิบให้นั่ง

“น้องมาหาลำไพ่พิเศษเหรอ?ตามใครเข้ามาล่ะ”

“อ๋อ เปล่าหรอกครับ แค่มีคนรู้จักแนะนำ ผมก็เลยลองมาดูเท่านั้น”

“เหรอ?แปลกจังก็เห็นว่าที่นี่ไม่เปิดแก่สาธารณะชนนี่นา”

“เมื่อครู่คุณบอกว่าที่นี่ปัดลูกค้าหรือครับ?” อาคมรีบถามต่อก่อนที่ชายที่สนทนาด้วยจะคิดอะไรต่อไป

“ใช่ เห็นว่าวันนี้มีปัญหาเรื่องคนหรือไงนี่ล่ะ”

“คน? คนทำไมหรือครับ”

“ก็ไม่แน่ใจนะว่าทำไมเหมือนกัน แต่ที่แปลกอีกอย่างคือวันนี้เอ็กซ์สวมหน้ากาก ซึ่งทุกทีไม่เห็นเคยสวมสักครั้ง”

“ปรกติไม่สวม? ผมชักอยากเห็นหน้าจริงๆของเขาแล้วสิ” อาคมพูดเหมือนอยากดูก็จริงแต่จริงๆเขาก็ไม่ได้อยากดูสักเท่าไร

“อยากดูจริงๆเหรอ? ถ้าเห็นแล้วห้ามบอกใครนะ” ชายคนหนึ่งควักรูปออกจากกระเป๋า

“เฮ้ย! มีรูปเอ็กซ์เหรอ? ทำไมไม่บอกกันบ้างวะ?”

“ชี่ย์… เบาๆสิวะ เดี๋ยวคนอื่นเห็นก็ได้รู้กันหมด แถมข้าจะซวยนะโว๊ย” ท่ามกลางเสียงที่เถียงกันอย่างเอาเป็นเอาตายนั้น อาคม

ก้มหยิบรูปขึ้นมาดูใกล้ๆ

“มารุต?” เขาอุทาน ตอนนี้เขาไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเมื่อเห็นเอ็กซ์ครั้งแรกจึงรู้สึกคุ้นตาอย่างบอกไม่ถูก เวลาพูดก็คล้ายกับเคยได้ฟังโทนน้ำเสียงนี้มาแล้ว ที่แท้เอ็กซ์ก็คือมารุต คนที่เขาไม่เคยนึกชอบเลย อาจเพราะไม่ใส่ใจก็เลยนึกไม่ออกก็เป็นได้ มือๆหนึ่งเอื้อมมาคว้ารูปไปจากมืออาคม

“เอ็กซ์” เหล่านักธุรกิจกล่าวขึ้นพร้อมกัน อาคมเงยหน้าขึ้นมอง

“พวกคุณถ่ายได้ดีนะเสียดายที่ผมไม่รู้ตัวไม่งั้นคงหันมายิ้มให้กล้องแน่” เอ็กซ์เหลือบ สายตามองกวาด

“ถึงคุณจะบอกว่าล้างรูปเอง แต่ก็ยังผิดอยู่ดีที่นำความฝันสู่ความจริง รูปนี้ไม่ทราบว่าใครเป็นเจ้าของครับ?” เอ็กซ์ชูรูปขึ้น คนเหล่านั้นก้มหน้ากันหมดแต่ไม่มีใครยอมรับ

“ไม่รับก็ไม่เป็นไรครับที่นี่เป็นแดนฝันที่เสรี” เอ็กซ์หยิบไฟแช็คสีเงินขึ้น

“และผมก็ไม่ชอบอะไรซ้ำซากเช่นกัน” พูดจบก็เผาภาพในมือทันที เปลวไฟลามขึ้นเรื่อยๆจนเอ็กซ์ปล่อยมือ ไฟก็ได้ไหม้ภาพๆนั้นจนสิ้นไม่เหลือแม้แต่เถ้าของมัน

“ผมจะให้โอกาสคุณทั้งหลาย พรุ่งนี้ติดต่อนำฟิล์มมาคืนเพื่อทำลาย หรือไม่..คุณก็จะถูกลบชื่ออย่างถาวร” สีหน้าของเอ็กซ์แม้จะถูกซ่อนไว้หลังหน้ากากสีขาวอมฟ้า แต่ทุกคนก็รับรู้ได้ถึงความกดดันที่ถูกส่งมา อาคมตัดสินใจลุกขึ้น

“เอ็กซ์”

“ครับ”

“คุณไปกับผมได้แล้ว”อาคมพูดพลางยกมือขึ้นเอื้อมไปที่หน้ากากของเอ็กซ์ เอ็กซ์จับแขนของอาคม

“ถึงคุณจะเป็นลูกค้า แต่คุณก็ไม่มีสิทธิ์ทำเช่นนี้นะครับคุณพูล” เขาบีบแขนอาคมแรงขึ้น

“เอ็กซ์ ปฏิบัติให้อ่อนโยนกว่านี้หน่อยสิ ยังไงนี่ก็แขกนะ” ชายผมยาวสวมหน้ากากสีดำขลิบทองที่ขอบตาสวมสูทเดินเข้ามา

“เบต้า” เอ็กซ์ปล่อยมืออาคมลง อาคมรีบคว้าหน้ากากกระชากออกจากหน้าของเอ็กซ์

“เอ็กซ์?….ไม่อยากเชื่อ เป็นนายจริงๆเหรอเนี่ย?” อาคมไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ตัวเองเห็นนักเอ็กซ์หรือมารุตลืมตาขึ้นช้าๆ

“เจ็บนะครับ” เขาลูบหน้าที่ถูกหน้ากากถากอย่างแรงไปมา

“เอ็กซ์ ฉันพาหมอนั่นมาแล้ว” ชายชุดดำคุยกับเอ็กซ์

“เฮ้ นายเป็นใคร?” อาคมทำท่าไม่พอใจเมื่อถูกแย่งคู่สนทนา หนุ่มชุดดำหันมามองช้าๆ

“อ้อ ผมชื่อเบต้าครับยินดีที่ได้รับใช้” เบต้ายื่นมือขึ้นทักทาย แต่อาคมไม่เล่นด้วยหนำซ้ำยังมองหยามๆเสียอีก เบต้ายกมือของเขาขึ้นมอง

“เฮ้อ เอาเถอะผมไม่ว่าหรอก” หลังจากถอนหายใจเฮือกใหญ่ๆแล้ว เบต้าก็หันมาหาเอ็กซ์อีกที

“เอ็กซ์ ฉันไปข้างบนดูหมอนั่นก่อนนะ ถ้ายังไง ฉันจะดูให้เอง”

“อืม…ฝากด้วยนะ”

เบต้าเดินจากผู้คนไปท่ามกลางหมู่คน “ถ้ายังไง ที่นี่ยังไงก็ห้ามใช้ชื่อจริงใช่ไหม?” อาคมถาม

“ใช่ นั่นก็เป็นหนึ่งในกฎของที่นี่”

“ดี งั้นฉันก็จะไม่ฝืนมัน เอ็กซ์ช่วยหาห้องว่างๆให้สักห้องได้ไหม?”

“ได้ แต่จะเอาห้องแบบ K หรือ Hล่ะ”

“H… H ดีกว่า ฉันอยากจะรู้อะไรอีก ยังไงเสียฉันคงต้องคุยกับนายนานสักหน่อย”

“จะเอางั้นก็ได้แต่ มันไม่ใช่ถูกๆหรอกนะ” อาคมยื่นบัตรเครดิตสีทองส่งให้

“รูดไป เท่าไหร่เท่ากัน ห้องที่ฉันจะเข้าต้องดีที่สุด” เอ็กซ์ยืนนิ่งไปพักหนึ่งแล้วจึงเอื้อมมือไปรับบัตร

“แล้วจะต้องเสียใจ คุณพูล” เอ็กซ์ล้วงเข้าไปในเสื้อกั๊กและหยิบมือถือออกโทร

“เดต้า..ช่วยหาห้องให้หน่อยได้ไหม?..อืม Hใช่..ชั้นล่างนะ ..บาย” สักครู่เขาก็กดปิดโทรศัพท์และเก็บมัน

“ตามมาสิตอนนี้ห้องของคุณพร้อมแล้ว”

“สำหรับเราต่างหาก”

“ครับจะอย่างไรก็ตามแต่ เชิญตามมาได้แล้วครับ” อาคมพยักหน้าและเดินตามเอ็กซ์ไปทันที

ในห้องกว้างเปิดไฟสว่างจ้าซึ่งมีเดต้ากับซิกม่าอยู่นั้น เดต้านั่งดื่มนมแก้วสุดท้ายอยู่ “ไม่อยากเชื่อ 9 แก้วแล้วนะเดต้า”

“อืม ฉันก็ไม่อยากเชื่อเหมือนกัน” เดต้าวางแก้วนมลง ประตูที่เชื่อมกับบันไดเปิดออก

“อ้าว เบต้า” ซิกม่าทัก

“อืม…ม รู้สึกว่าหมอนั่นมันชักจะเอาใหญ่แล้วล่ะ”

“เอ๋ใครเหรอ?เบต้า”

“คงหมายถึงพูลใช่ไหม? เบต้า” เดต้าชิงตอบก่อน

“ใช่”

“แล้วเด็กที่ชื่อยุทธนาล่ะ” เดต้าตีขรึมใส่ เบต้าถอดหน้ากากสีดำออกแล้วยิ้มเบาๆให้

“นายว่าอยู่ไหนล่ะ”

“ห้องยิมข้างล่าง” เดต้ายิ้มตอบ

“ถูก เอ้อ..ว่าแต่จะปล่อยลูกค้าให้เกลื่อนต่อไปหรือไง?” เบต้าเปลี่ยนท่าทีเป็นร่าเริงแทนซีเรียส

“ ทำไปเลยสิ”

“ก็ดี” เขายิ้มระรื่นรับเดต้า

“ซิกม่า”

“อ๊ะ อะไรเดต้า”

“ไปเปลี่ยนเสื้อกันเดี๋ยวคงมีประชุมใหญ่ข้างล่าง” ซิกม่ารีบลุก ทั้งสองแยกกันเข้าห้องตัวเอง เบต้าดึงลิ้นชักคอมฯออกมา

“ก่อนอื่นก็เปิดระบบเสียง” เขาเริ่มกดป้อนข้อมูลคำสั่ง เสียงแผ่วๆของมันดังลอดเข้ามาในห้องของเดต้า

“อีกไม่ช้าเรื่องก็จบแล้วสิ” เขาหยิบหน้ากากสีขาวขึ้นสวม

“จะไม่มีโอกาสให้หนีเป็นหนสองหรอก” เขารวบผมพลางยิ้มให้กับตัวเอง ท่ามกลางเสียงประกาศของเบต้าที่ส่งไปยังห้องโถงของคลับนั้น

เพลงคลาสสิกเบาๆดังเอื่อยๆ แสงไฟสีชาสาดจนสว่างไปทั่วห้อง พื้นที่ถูกปูพรมอย่างดีเป็นหย่อมๆสลับส่วนหินอ่อน วอลเปเปอร์สีเหลืองทอง ทั้งหมดนี้ช่างประกอบกันแล้ว…ดูราวกับหลุดมายังอีกที่หนึ่งที่ไม่ได้อยู่ในคลับนี้

“รสนิยมไม่เลว” พูลหรืออาคมทิ้งตัวลงบนเตียง

“เตียงนี่ก็ดีให้ความรู้สึกที่แปลกทีเดียว” เขาเงยหน้ามองไปที่เอ็กซ์ซึ่งยืนอยู่ติดประตู

“ไม่คิดจะพูดบ้างหรือไงมารุต” อาคมมองยั่วๆหมายจะให้โกรธ เอ็กซ์มองตาขวางเล็กน้อยแล้วก็พูดบึ้งๆว่า

“ คุณจองห้องเพื่อที่จะเรียกชื่อนี้เท่านั้นหรือไง?” อาคมลุกขึ้นและเดินตรงมาหาเอ็กซ์

“เปล่า ฉันอยากรู้ว่า นาย กับ คลับนี้จริงๆแล้วคืออะไร” เขายืนแทบจะติดกับเอ็กซ์

“อาคม….นายกำลังเจ็บใจอะไรรึไง?” อาคมเงียบไป เพราะรู้ดีว่าเอ็กซ์คงพอจะอ่านเขาออกแล้ว ความสนุกที่จะอยากก่อกวนก็เลยพลอยลดลงไปด้วย คนเรามักจะรู้สึกมีค่าเมื่อรู้สึกฉลาดกว่าคนอื่นๆ แต่ตอนนี้อาคมกลับรู้สึกเหมือนมีคนมาเหยียบที่เหนือศรีษะของเขา

“เรื่องการ์ด ฉันขอ โทษ ฉันขอให้นายเลิกยุ่งจะได้ไหม?”

“หมายถึงไม่ให้เข้ามาที่คลับนี่และไม่ให้แพร่งพรายใช่ไหม?”

“ใช่ แต่ฉันต้องการให้นายลืมให้หมด”

“ไม่ล่ะ พูดเป็นเล่น คนที่รู้ก็คือรู้ คนเราไม่ใช่หุ่นยนต์นี่ ที่จะลบข้อมูลได้”

“นายจะเอาอย่างไรหรืออาคม?” เอ็กซ์เสยผมอย่างเบื่อหน่าย และถามด้วยน้ำเสียงที่เก็บความเบื่อนั้นไม่อยู่

“ก็ทำทุกอย่างในฐานะลูกค้าทั่วไป” มือของอาคมเอื้อมไปปลดเสื้อนอกออกจากตัวของมารุต

“นายน่ะ ไม่เหมาะกับที่นี่หรอก” สายตาที่ไม่รู้สึกรู้สมอะไร ทำให้อาคมยิ่งมีอารมณ์มากขึ้น

“ไม่เหมาะ? แล้วยุทธมันเหมาะนักหรือไง?” เอ็กซ์ผลักพูลออกจากตัว

“คิดเองเออเองอยู่ได้นะ”

“หมายความว่าไง? นี่นายไม่ยอมรับหรือ?”

“ฉันไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย”

“แก” อาคมกำหมัดขึ้นจะชกแต่เอ็กซ์จับไว้ทัน

“ปล่อย”

“ฟังให้ดีนะอาคม ถ้านายถอนตัวตอนนี้ทุกอย่างจะไม่สายไปหรอกนะ ไม่งั้นคนที่เสียใจที่สุดคงจะไม่พ้นนายเอง”

“ไม่แน่หรอก” อาคมถีบมารุตเต็มแรง มารุตทรุดตัวลงด้วยความจุกทันที

“ตอบมาได้แล้วมารุต ทำไมที่นี่ถึงถูกปิดได้ดีขนาดนี้ทั้งที่อยู่กลางเมือง ที่นี่มีความลับอะไรแน่” อาคมคว้าปืนจากกระเป๋านักเรียนที่เขาถือมาตลอด

“โตแล้ว..ยังเล่นปืนเด็กอีกหรือไง? ที่โรงเรียนนี้มันซังกะบ๊วยจริงๆ”

“เล่นไม่เล่นเดี๋ยวก็รู้” อาคมกระตุกปืนขึ้นเตรียมพร้อมจะจ่อยิง

“ขยะสังคม ถ้ายิงทิ้งในที่ที่ไม่เปิดสู่โลก อยากรู้นะ นายว่าจะได้มรณะบัตร หรือจะเป็นคนสาปสูญกันแน่” อาคมมองมารุตที่นั่งกองกับพื้นอย่างสะใจ

“ก็คงจะเป็นข้อหลัง แต่นายก็คงเดี้ยงเหมือนกันนะ” ชายชุดดำและขาวเดินเข้ามาพร้อมกับเสียงที่ดูไม่ร้อนรนอะไร

“จะฆ่าก็ฆ่าสิเจ้าหนู แต่คนสูญก็จะเป็นสองนะไม่ใช่หนึ่ง” เดต้าท้าทายด้วยความเยือกเย็น

“คุณคือใคร?” อาคมถามเสียงหวั่นเล็กๆ

“เจ้าของบัตรสีเงินไงล่ะ” แสงที่มีอยู่น้อยนิดในห้องกระทบกับขอบสีเงินบนหน้ากากไปมา

“นิรันดร์ เกษมราช” อาคมอุทานอย่างตกใจเบาๆ

“ใช่ ฉลาดมากสงสัยว่าฉันคง…” ชายชุดดำกระตุกเสื้อของเขาทำให้บทสนทนาชะงักไป แต่อาคมก็รู้ดีว่าชายชุดขาวคงไม่ปล่อยเขาไว้แน่แล้ว

“กรุณาถอยออกมาจากเอ็กซ์ดีกว่านะครับ คุณพูล” เบต้าหันปรามพูลบ้าง

“คลับนี่ต้อนรับห่วยชะมัด” อาคมค่อยๆถอยออกจากเอ็กซ์ เดต้ารีบก้มลงดูอาการของเอ็กซ์ทันที

“รุ้สึกว่าคุณจะเข้าใจคลับนี้ผิดไปหน่อยนะครับ” เบต้ารีบแทรกเข้ามาขวางเพื่อกันไม่ให้เกิดเรื่องก่อนเจรจา

“ผิด?”

“ใช่ครับผิด คลับนี้มีไว้เพื่อบริการจริงแต่ก็มีข้อแตกต่างจากที่อื่น ที่นี่มีกฎบางอย่างที่พึงเคารพนะครับ”

“เช่นอะไร?”

“ก็เช่น ต้องเป็นสมาชิก เป็นแขกที่มีเครดิตพอใช้ได้ การค้าการตกลงอะไรก็ตามต้องเต็มใจทั้งสองฝ่าย ห้ามใช้กำลัง และเคารพผู้ดูแลเป็นต้น นี่เป็นพื้นฐาน”

“ถ้าไม่ล่ะ?” อาคมถามอย่างพยายามใจเย็น เบต้าค่อยๆเดินต้อนอาคมจนต้องนั่งลงบนเตียง

“ถ้าไม่ แน่ใจหรือว่าคุณไม่รู้? มันก็แล้วความสาสมไงล่ะ” สายตาสีเทาเข้มมองจ้องลงมา เขาก้มต่ำลงเรื่อยๆจนอาคมถึงกับต้องโอนลงนอนราบบนเตียงนั้น

“เบต้า” เสียงเอ็กซ์ดังขึ้น เบต้าหันมองและยกตัวขึ้นจากอาคม

“เอ็กซ์ ฉันไม่คิดจะยกโทษให้คนที่มันทำกับเราแบบนี้หรอกนะ” เบต้าย้ำ

“ขอเถอะเบต้า อย่างน้อยคนที่นี่ทุกคนก็มีตราบาปกันทั้งนั้น และคนๆนี้ฉันก็รู้จัก ฉะนั้น…” เอ็กซ์ทิ้งช่วงยาวไม่บอกก็พอเดาได้ เบต้าถอนหายใจเฮือกใหญ่ๆ เขาตบไหล่เอ็กซ์

“ตกลงเอ็กซ์”

“ขอบใจเบต้า” เบต้าเดินไปนั่งที่โซฟาข้างๆเดต้า

“ต้องการให้ติดค้างหรือไง?” อาคมมองกร้าว เอ็กซ์ถอนหายใจและนั่งลงข้างๆอาคม

“ในสายตานายที่นี่อาจไม่ดีนักใช่ไหม?” อาคมไม่ตอบอะไรเอาแต่ก้มมองกระเป๋าที่วางอยู่ข้างขาของเขา

“เอาเถอะ นายไม่พูดออกมาก็ดี มันก็คงจะดีกว่าที่นายจะพูดโกหก นายมีสิทธิ์ที่จะคิดอะไรก็ได้”

“หึ” อาคมหัวเราะแบบไม่เชื่อเต็มที่แล้วหันมาพูดพร้อมกับมองเอ็กซ์

“ที่นี่มันมีแต่ของที่ผิดกฎหมายนะ พูดออกมาอย่างกับว่าพวกของนายเป็นผู้ถูกต้องเสียจริงนะ โลกแห่งความจริงใบนี้ไม่เหมือนในการ์ตูนหรือนิยายหรอกนะที่มีโองกรณ์ลับจริงๆ สักวันมันก็ต้องถูกเผยแน่”

“นั่นก็ไม่แน่หรอก คลับนี้เป็นแค่หนึ่งในหลายๆแห่งที่มีอยู่หรอกนะ” เดต้ากล่าวแทรก

“คลับนี้ปรกติก็มีพวกข้าราชการปะปนอยู่แล้วนะ ถ้าความแตกขึ้นมามันจะเป็นอย่างไรล่ะ” เอ็กซ์กล่าวเสริม อาคมนั่งทบทวนและเข้าใจได้ทันทีว่า คลับนี้ไม่ใช่คลับเถื่อนๆทั่วไปเสียแล้ว ทั้งอำนาจเดิมที่มีคอยหนุน ทั้งจากทางรัฐก็คงจะมีพวกไม่น้อย และพวกนี้เพื่อปกป้องชื่อเสียงและฐานะก็คงไม่ยอมให้ภาพลบจากที่นี่แพร่ออกไปแน่

“แปลว่านี่คือเงามืดของสังคมจริงๆ” อาคมเงยมองเบต้า และเดต้า เดต้ายิ้มตอบแต่เบต้ากลับกอดอกนิ่งเฉย

“ไม่เป็นการสุภาพเลยที่จะใช้คำว่าเงามืด ถ้าไม่มีเราในสังคมเบื้องหน้าพวกขยะก็จะมากกว่านี้” เบต้ากล่าวขรึมๆทั้งสองประโยค “แต่วิธีของคุณอาจทำให้อาชญากรหรือพวกนอกรีดเพิ่มขึ้นก็ได้” อาคมเพิ่มระดับความดังของเสียงของเขาพลางมือซ้ายก็คลำไปที่เข็มขัด เอ็กซ์ทำหน้าเหมือนสังเกตเห็นอะไรบางอย่าง

“คุณนี่ไม่เข็ดเลยนะ” เดต้าควักปืนขึ้นและยิงไปที่กระเป๋าอาคมไม่ยั้ง

“คิดหรือว่าผมจะตามคุณไม่ทัน” เทปม้วนหนึ่งและเศษอลูมิเนียมจำนวนหนึ่งหล่นออกมาจากกระเป๋าที่ล้ม

“เครื่องบันทึกภาพแบบมีรีโมทหรือเพิ่งเคยเห็นของจริงนะเนี่ย” เบต้าเก็บเทปขึ้นดู เอ็กซ์เริ่มถอดสีหน้าลำบากใจ

“เอ็กซ์คนแบบนี้นายไม่จำเป็นต้องช่วยหรอก ถ้าอยากดิ้นรนก็ปล่อยเขาเถอะ” เดต้ากล่าวและหันหาเบต้า

“นายคงไม่ว่านะถ้าฉันจะใช้ ใช่ไหมเบต้า?” เบต้ายิ้มให้นิดหนึ่งก่อนที่จะดึงพนักพิงข้างๆเดต้าลง เขาหยิบกล่องดำขึ้นจากซอกที่ซ่อนหลังเบาะพิง เมื่อเปิดออกภายในบรรจุขวดยาน้ำมากมาย บางส่วนเป็นผง เป็นใบไม้แห้ง มีเข็มและอุปกรณ์แบบอื่นๆครบครันทุกแบบ

“อะไร?” อาคมถอดสีหน้าและถามทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่ามันคืออะไร

“คุณยิงปืนเมื่อครู่ เดี๋ยวคนข้างนอกก็คงต้องมีใครเข้ามาแน่” เดต้าที่กำลังนั่งประกอบเข็มฉีดยามองอาคมอย่างใจเย็น

“หมายถึงใครล่ะที่จะมา โชคร้ายนะที่ห้องนี้เป็นห้องVIPเก็บเสียง แล้วก็ไม่รับเสียงจากภายนอกด้วยถ้าไม่เปิดลำโพง”

“อะไรนะ?”

“เมื่อหนึ่งชั่วโมงที่แล้วคลับนี้ประกาศปิดแล้วสำหรับคืนนี้” รอยยิ้มที่เย็นใจของเดต้าไม้ได้สร้างความสบายใจให้อาคมเลยแม้แต่น้อยนิด ความรู้สึกของอาคมตอนนี้เปรียบเสมือนผีเสื้อที่ติดใยแมงมุมก็ไม่ปาน เขาเริ่มพยุงร่างให้ลุกขึ้นจากเตียงในใจก็คิดว่า เขาจะต้องหนี และหนีให้รอดด้วย เขารีบวิ่งไปที่ประตูซึ่งติดกับโซฟานั้น แม้จะเสี่ยงแต่เขาก็คิดว่านี่คงเป็นทางเดียวที่จะหนีได้

“เบต้าจับไว้” มือของชายชุดดำเข้าคั่นตรงหน้าก่อนที่จะเอื้อมมือถึงประตู มือของเบต้าจับแขนอาคมไว้แน่น

“ปล่อยนะ ถ้าคุณทำอะไรผม พ่อของผมคงไม่ปล่อยคุณแน่”

“อย่าดิ้นนักเลย การดิ้นรนแบบนั้นไม่มีประโยชน์หรอก” เบต้ากระซิบข้างหูอาคม เดต้าลุกขึ้นจากโซฟาพร้อมกับเข็มฉีดยาในมือ

"น่าเสียใจที่ฉันไม่รู้จักคำว่าทำแล้วเสียใจเสียด้วย” เดต้าเดินเข้าใกล้ขึ้นเรื่อยๆใจของอาคมเองก็รัวเร็วขึ้นเรื่อยๆเช่นกัน

“ฉันเสียใจก็อย่างเดียว คือการที่มีบางคนปฏิเสธที่จะขอความช่วยเหลือจากฉัน” เดต้าจับแขนของอาคมวางทาบกับพื้น

“เอ็กซ์ ถ้านายยังอยากช่วยล่ะก็ จับแขนมันที”

“อย่านะ มารุต” เอ็กซ์หลับตาลงครู่หนึ่ง

“ขอโทษนะอาคม” เอ็กซ์ก้มหน้ากดแขนของอาคม เบต้าจับผ้าอุดปากของอาคมไว้และกดอาคมจนแน่ใจว่าดิ้นไม่ได้แน่

“เตรียมใจไว้เถอะนะ หลับตาลงจะได้ไม่ฟุ้งซ่าน”เดต้ายิ้มอย่างอ่อนหวานให้ เข็มค่อยๆแทงลงลึกในแขนของอาคมช้าๆ ภาพเพดานค่อยๆเลือนและหายไป

********************

“ ปล่อยผมลงนะครับคุณซิกม่า คุณเซต ” ยุทธนาโวยวายขึ้นในห้องยิม ห้องที่มีแต่พื้นโล่งๆกับกระจก คงสร้างความกดดันให้ยุทธนาไม่น้อยทีเดียว

“โอ๋ ใจเย็นอย่าโวยวายสิ ฉันแสบแก้วหูนะ ” ซิกม่าพยายามห้ามปรามในขณะที่เซตนั่งซดเบียร์กระป๋องกับทานกับแกล้ม เสียงเปิดประตูเชื่อมสอดเข้ามาในห้อง

“ เสียงประตู เอ็กซ์ รึครับ ” ยุทธนาถามพลางชะเง้อหาว่าใครจะเปิดประตูห้องยิมเข้ามา

“ ออกนอกหน้าจังน้า..า ” เซตกล่าวลอยๆ

“ นายเองก็เลิกซักทีเถอะน่า เซตถ้าเบต้าเห็นมันจะไม่ชอบนะ ” ซิกม่าฉวยกระป๋องเบียร์ของเซตวางลง

“ เบต้า ” ยุทธนาถอยหลังกรูดมาหลังซิกม่า

“อะไรฉันน่ากลัวนักรึไง ? ” เบต้าหัวเราะและนั่งลงข้างๆเซต

“ หมอนั่นละ ” เซตถามเบาๆ

“ จัดการแล้ว ” เบต้าตอบทั้งที่ยิ้มให้ยุทธนาอยู่ แต่ซิกม่านั่งฟังทั้ง 2 คนอยู่ตลอด แล้วก็เผลอหลุดปากออกมา “ จัดการหมอนั่นแล้วสิ ”

“ หมอนั่น ? ” ยุทธนาทวนคำและหันมองซิกม่าอย่างตกใจ เบต้าและเซต เกาหัวและกุมขมับเบือนหน้าหนี “ หมายความว่าไง คุณหมายถึงเพื่อนผม คนนั้นใช่ไหม ” ยุทธนาหันมองซิกม่าบ้างแต่ซิกม่าก็เลี่ยงสายตาและเบือนหน้าหนีเช่นกัน “ ไม่จริงคุณ....พวกคุณคงไม่ได้..... ” ใจของยุทธนาฟุ้งซ่านไปไกล เขารีบลุกพรวดขึ้นทันที เซตรีบคว้าโซ่เงินที่ลามขาของยุทธนาและกระตุกกลับทันที ยุทธนาล้มลงกระแทกกับพื้น

“ เซต ” เบต้าอุทานเสียงอ่อยกึ่งตกใจ

“ ใจเย็นเบต้า ฉันขอคุยกับมันหน่อยเถอะรับรองว่าจะไม่ทำอะไรที่นายไม่ชอบหรอกนะ ” ซิกม่าปรามไม่ให้เบต้ากล่าวอะไร สีหน้าของเซตแม้จะไม่ได้ดูเครียดกว่าหน้าเฉยชาหน้าเดิมของเขานัก แต่แววตาคู่นี้ช่างน่ากลัวเสียจริงๆ เบต้ามองตอบด้วยอาการไม่แยแสนัก

“ เบต้า ” ซิกม่านั่งจ้องและพูดด้วยเสียงอ่อย

“ รู้แล้วน่า ” เบต้าก้มหน้าละสายตาจากเซตทันที เซตหันหน้ากลับมาที่ยุทธนา เขาลุกขึ้นจากพื้นช้าๆ และเดินไปหายุทธนาซึ่งนอนอยู่ ยุทธนาพยายามจะเขยื้อนตัวหลบ ในใจเขาคิดอยากจะหนีไปจากเซต อยากออกไปจากที่นี่ แต่เสียดายการดิ้นรนนั้นสูญเปล่า เพราะเจ้าโซ่เส้นบางที่ผูกขาของเขาอยู่นั่นเอง

“ คุณหนูไม่ต้องกลัวไปหรอก ผมจะไม่ทำอะไรคุณหรอก ” เซตนั่งลงข้างๆ ยุทธนา หน้าตาของเขาช่างซีเรียสเหลือเกินเมื่อเทียบกับซิกม่า แต่กระนั้นความน่ากลัวที่กดดันภายในก็มีน้อยกว่าเดต้าและเบต้าอยู่ดี

“ คุณต้องการอะไร ” เสียงยุทธนากลั่นออกมาอย่างสะท้าน

“ ไม่ต้องการอะไร แค่อยากรู้จากปากนายแค่นั้น ”

“ อยากรู้อะไร ”

“ ไม่มากไม่มาย ” เซตทิ้งช่วงยาว “ ฉันอยากรู้ว่านายทำไมต้องกลับมาที่นี่อีก ” ยุทธนาเงยหน้าสบตาเซต “ คือ... ”

“ ว่าไงล่ะ ทั้งทีรับปากว่าจะไม่กลับมาอีก ” ยุทธนานั่งนิ่ง ปากของเขาตอนนี้รู้สึกว่า.... มันช่างหนักเกินกว่าจะเอ่ยอะไรๆออกมาได้ “....... ผม ” น้ำตาของยุทธนาเอ่อล้นออกมา มันซึมออกมาแบบไม่ให้รู้ตัว ทั้งหมดที่อาคมโดนก็เพราะการกระทำของเขานั่นเอง ในใจยุทธนาเริ่มคิดเช่นนั้น

“ พอทีเถอะเซต ” เบต้าทนไม่ไหวจนต้องออกเสียงขึ้นแทรก เขารีบเดินมาที่ยุทธนาและปลดโซ่ออกจากขาของเด็กหนุ่ม “ บางครั้งนายก็มักทำตัวซีเรียสอย่างเห็นได้ชัด เรื่องบางเรื่อง ไม่เห็นว่าจะต้องสนใจอะไรให้มากเลยนี่นา ”

“ เรื่องบางเรื่องนายไม่เข้าใจหรอก ” เบต้าช้อนตัวยุทธนาขึ้น

“ ทำไมต้องปกป้องเด็กคนนี้นัก ” เซตถาม

“ เพื่อความพอใจละมั๊ง... ” เบต้าลุกขึ้นเดินไปที่ประตู “ ซิกม่า เปิดประตูที ”

“ อะ.....ครับ ” เซตนั่งมองพวกเขาจนออกไปและปิดประตู “ นายเป็นคนเข้าใจยากจริงๆนะ...เบต้า”เขาพูดและก้มหน้าลง

เสียงสะอื้นเบาลง “ คุณเบต้า ให้ผมลงเถอะครับ ”

“ ฮืม.....ก็เอาสิ นึกว่าจะไม่มีแรงเดินแล้วนะเรา” เบต้าวางยุทธนาลง

“ เบต้า นายทำแบบนี้แล้วเซตจะคิดยังไง นายคิดบ้างหรือเปล่า? ”

“ ยืนไหวไหม ?” เบต้าไม่สนใจซิกม่า แต่กลับห่วงยุทธนาต่อ

“ เบต้า ” ซิกม่าเรียกเบต้าอีก โดยคาดว่าจะได้รับความสนใจบ้าง

“ คุณเบต้า ” ยุทธนาเอ่ยขึ้นบ้าง เบต้าหันกลับมาที่ซิกม่าซึ่งตามหลังมาด้วยความรำคาญ “ ฉันไม่แคร์หรอก เซตเป็นคนที่คู่ควรจะคบก็จริง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะมีค่าไปกว่าความสุขของฉันหรอกนะ ”

“ เบต้านี่......แปลว่านายเห็นพวกเราในสายตาน้อยกว่าเด็กคนนี้งั้นหรือ ”

“ คุณเบต้า ” ยุทธนากล่าวขึ้นเตือนให้เขาพูดอะไรบ้าง แต่เบต้ากลับก้มลงยิ้มให้กับยุทธนา คล้ายจะปลอบว่าอย่ากังวล

“ ถ้านายไม่ตอบอะไร ฉันจะถือว่าความคิดนี้ถูกนะเบต้า ”

“ เบต้า ” เสียงของเดต้าแทรกซิกม่าและเบต้าไว้ “ เบต้ามัวทำอะไร ฉันบอกแล้วไงว่าจะทำอะไรก็รีบๆทำซะ ”

“ อืม.... ” เบต้ายิ้มรับเดต้าเหมือนมันไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“ อ้าว....ซิกม่าทำไมทำหน้าเครียดจังละ ” เดต้าทักทันทีเมื่อสังเกตุเห็น

“ คุณเบต้าแล้วอาคม... ”

“ ไปสิที่จะทำคือสิ่งนี้ ” เบต้ากำมือยุทธนาไว้แน่น บัดนี้ยุทธนารู้สึกได้จากปลายนิ้วเย็นๆนี้ เบต้าความจริงไม่ใช่นายไม่แคร์เขา แต่นายคงอยากให้เขายอมรับสิ่งที่นายอยากจะทำมากกว่า ยุทธนาลืมความกลัวที่มีต่อเบต้าไปชั่วขณะและเดินตามเขาไปเรื่อยๆ เสียงประตูเปิด เซตเดินเอื่อยๆออกมาจากห้องโล่งๆเมื่อครู่ ซิกม่ารีบเดินเข้าไปหา เซตโบกมือไปมาคล้ายจะบอกว่า...อย่าช่วย....เขาไม่ได้เป็นอะไร

“ เซตฉันขอโทษแทนเบต้านะ ” เดต้าซึ่งยืนตรงหน้าของเซตกล่าวเรียบๆ เซตยิ้มให้ “ หึ..หึ... นายนี่รู้ไปหมดเลยนะ ”

เดต้ายิ้มตอบ “ ไปกันเถอะเซต ซิกม่า เราจะลงไปข้างล่าง ”

“ เอ๋ ! ทำไมล่ะ เสร็จเรื่องแล้วไม่ใช่หรือ ” ซิกม่าถามหน้าตาเลิกลั่ก

“ ยังหรอกเรายังไม่ได้ตกลงว่าจะทำอะไรกันในขั้นสุดท้าย ” เดต้าส่งยิ้มให้เซตและซิกม่าก่อนที่จะเดินนำลงไป

ในห้องสีชา ไฟที่สาดไปมาทำให้สีสันดูหรูยิ่งนัก เอ็กซ์ นั่งอยู่ที่เตียงข้างๆของเขา อาคมนอนตาปรืออยู่ที่นั้น เอ็กซ์ นั่งมองร่างของอาคมไปมา มือของเขาค่อยๆปาดผมของอาคมขึ้นช้าๆ “ นายมาที่มี่ทำไมนะ ” “ ชั่วข้ามคืนชะตาของนายก็ต้องดับเสียแล้ว ” มืออีกข้างของเอ็กซ์ จับมือของอาคมไว้แน่น “ นายไม่น่ามาเลย ” เสียงประตูไม้เปิดออก เอ็กซ์หันขึ้นมองที่บานประตูนั้นช้าๆ

“ อาคม ” ยุทธนาถลันร่างรี่เข้าหาร่างของอาคม เอ็กซ์รู้ดีว่าเขาต้องทำอย่างไรจึงยืนเบี่ยงหลบออกมาอยู่ข้างๆเบต้าแทน “ อาคม อาคมนายเป็นอะไร ” เขาเขย่าร่างอาคม

“ เสียเวลาเปล่ายังไงเขาก็ไม่ตื่นหรอก ” เอ็กซ์พูดเสียงเย็นชา

“ อะไรนะเป็นไปไม่ได้ อาคมเขาไม่เคยดื่มเลย แล้วยาด้วยแล้วเขายิ่งไม่แตะไม่ยุ่งใหญ่ ไม่มีทางเลยที่เขาจะหลับไปเพราะยาประเภทนั้น ”

“ ก็ไม่ใช่นะสิ ”

“ ยานอนหลับ ? ” ยุทธนาหันมองหน้าอย่างฉงน

“ เปล่าหรอกก็แค่... ”

“ แค่..เฮโรอีนมากกว่าที่ใช้เสพประมาณ 4 เท่า ” เดต้าแทรกเสียงเบต้าที่กำลังพูด

“ เฮโรอีน ” ยุทธนาย้ำด้วยน้ำเสียงตกใจ “ พวกคุณทำไมถึงทำกับเขาแบบนี้ เขายังไม่ได้ทำอะไรให้กับพวกคุณเลยนะ ”

เซตและซิกม่าเดินตามเดต้าเข้ามาและปิดประตู “ ใช่ตอนนี้ยังไม่ แต่อีกไม่นานมันจะต้องใช่แน่นอน เพื่อนของนายคนนี้มีหลักฐานที่เป็นรูปธรรมและยิ่งบวกกับตัวของเขาเองแล้วละก็คำพูดของเขาถือว่ามีน้ำหนักมากทีเดียว ” เดต้าถอดเสื้อสูทสีขาวลงวางบนโต๊ะ

“คุณหมายถึงอิทธิพลของพ่อของเขา.....ถ้าอย่างนั้น ถ้าคุณทำแบบนี้พ่อเขายิ่งไม่ปล่อยคุณและคลับนี้แน่ ”

“ ก็ไม่แน่เสมอไป นักการเมืองนอกจากกอบโกยเงิน ก็จะรักษาชื่อเสียงเป็นงานอดิเรก ข่าวที่ลูกชายเสพยาเกินพิกัดจนตายมันคงเป็นข่าวที่ไม่สวยนัก”ยุทธนาก้มหน้าพูดอะไรไม่ออก เขาทรุดตัวลงนั่งข้างอาคม

“แปลว่าถ้าผมเป็นอันตรายต่อพวกคุณ พวกคุณก็จะจัดการผมเช่นเดียวกับอาคม ”

“ ไม่เสมอไป จุดจบของนายคงไม่เร็วอย่างนั้นแน่นอน ”

“ จะปล่อยผม ? ”

“ ไม่เชิงถ้าให้ถูกคือให้มีชีวิตแต่ไม่ได้กลับไป ”

“ จะขังผมไว้ที่นี่ ? ”

“ คำนี้ไม่สวยนักแต่คิดว่าใกล้เคียง ” เดต้าหัวเราะ เบต้าทำสีหน้าไม่พอใจเดต้าอย่างเห็นได้ชัด “ หยุดหัวเราะเถอะเดต้า ฉันปวดหัว ”

เดต้าหยุดและหันมองตาขวางใส่เบต้า “ เป็นเดือดเป็นร้อนจริงนะ ” เขาสาวเท้าจนประชิดกับเบต้า “ ทำอย่างนี้มันไม่ได้อะไรขึ้นมาหรอก ” เดต้าพูดจบก็ผละไปนั่งที่โซฟากับเซตและซิกม่าแทน เขากอดอกและไขว่ห้างขึ้น “ ไม่ให้ฉันพูดนายต้องพูดแทนนะเบต้า ”

“ เบต้า ”

“ อย่ายุ่งนะซิกม่า ใครเขาจะทำอะไรอย่าไปยุ่งเลยจะดีกว่า เหมือนภาษิตที่ว่า หมูจะหามอย่าเอาคานมาสอด ไงล่ะ ” ซิกม่านั่งนิ่งไปทันทีที่เดต้าพูดจบ เซตได้แต่หลับตาลงและยิ้มหลบหน้าซิกม่าคล้ายกับจะบอกว่า นายคิดผิดที่จะยุ่ง

“ ฉันขอร้องนะยุทธนา ขอแค่ช่วยลืมที่นี่ไป อย่ากลับมาอีกจะได้ไหม ” เบต้ากล่าวน้ำเสียงเศร้าๆ

“ ไม่..ผมไม่รู้ผม ผม.... ”

“ อย่าลังเลสิตอบมาตรงๆว่าได้เถอะ เพราะผมก็ช่วยคุณไม่ได้หรอก ถ้าคุณไม่รับปาก ”

“ คุณจะปล่อยผมเพราะอะไรผมไม่รู้แต่คุณทำกับอาคมแบบนี้อย่างน้อยจิตใต้สำนึกของผมคงจะรู้สึกผิดตลอดไป ”

“ ชีวิตของคุณนะ ”

“ เพราะเป็นชีวิตของผมยังไงล่ะ ผมถึงลังเลระหว่างความกล้ากับความกลัวที่จะเผชิญกับพวกคุณในตอนนี้ ” ยุทธนาใส่อารมณ์ จนเบต้าถึงกับแข็งทื่อกับคำๆนี้

“ คุณกลัวผม...คนอื่น และ เอ็กซ์ ด้วยงั้นหรือ ”

“ ใช่ ครั้งแรกที่ผมเข้ามา ตามคุณมา พวกคุณดูต่างจากภาพที่ผมเห็นตอนนี้มาก ” มือของใครบางคนอ้อมไปตบไหล่เบต้า

“ รับไม่ได้สินะยุทธนาที่จะยอมรับฉากหน้าและฉากหลังแบบนี้ ” เอ็กซ์พูดขึ้นหลังจากให้กำลังใจเบต้าเสร็จ

“ มารุต นายเองไม่มีวันเข้าใจหรอกว่าฉันรู้สึกยังไงกับการที่ต้องเจอกับเรื่องที่ผ่านๆมาทั้งหมด ”

“ ใช่...ฉันไม่ปฏิเสธนายหรอก แต่นายเห็นว่าเรากำลังทำในสิ่งที่นายเองยอมรับไม่ได้ใช่ไหม ” ยุทธนามองมารุตอย่างไม่เข้าใจ มารุตหลับตาลงและปล่อยมือจากบ่าของเบต้า “ อย่างน้อยที่สุด พวกเราก็รับมันได้ ซึ่งมันก็ไม่ได้ไปก้าวก่ายนายหรือใครๆที่เหมือนพวกนาย ”

“ แปลว่าฉันผิด ที่มายุ่งกับพวกนายก่อน ”

“ เปล่าไม่ใช่ แต่เรื่องทั้งหมดจะไม่เกิดถ้านายไม่ตามฉันมา ไม่เจอคลับนี้ ไม่ได้เจอคนที่นี่ ไม่ได้ทำบัตรตก ไม่ได้พาอาคมมา ทั้งหมดที่เกิดก็ได้แต่โทษชะตาเท่านั้น ”

“ งั้น....นายจะทำยังไง?กับอาคม ” เอ็กซ์เหลือบมองอาคมที่อยู่หลังยุทธนา “ ตามประชามติของพวกเราที่มีก็สรุปว่าจะจัดการขั้นเด็ดขาด ”

“ เด็ดขาดยังไง? ” ยุทธนาตรงเข้าเขย่าตัวมารุต มารุตหลับตาและปิดปากของเขาไว้แน่น ยุทธนาเหลียวหาคนอื่นๆ แต่ทุกคนก็เบือนหน้าหนีหมด เว้นเพียงแต่เดต้าคนเดียวเท่านั้น เดต้าคนเดียวที่ยังคงนั่งท่าเดิมและมองยุทธนาพลางยิ้มพลาง

“ คุณทำอะไรเขา ? ” คำถามหลุดออกจากปากยุทธนาแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว

“ อย่างที่บอกเหตุการณ์สมมุติไปแล้ว ลูกโทนคนเก่งของนักการเมืองชื่อดังริเสพยา และเสพเกินพิกัดเสียด้วย ข่าวปลีกย่อยอาจจะมีเพิ่มเติม เช่น นร. ผู้เป็นเพื่อนร่วมชั้นถูกฆ่าตายคาวงยา หรือ ก่อคดีอุกฉกรรจ์อื่นๆ ดีไม่ดี ถ้าคุณพ่อหวงคุณลูกนักและอยากสืบต่อเราจะลบชื่อทั้งพ่อและลูกเลย ” เขาหัวเราะอย่างอารมณ์ดี “ ว่าไงล่ะ?ตัดสินใจยังไงหนูน้อย ” เดต้าถามกลับด้วยสายตามั่นคง

“ ก่อนผมตัดสินใจ ผมขอถามสักเรื่องได้ไหม..? ”

“ ว่ามา ”

“ คุณทำไมถึงถามผมและคาดหวังว่าผมจะยอมพวกคุณ ”

“ เพราะอย่างน้อยในที่นี้ก็มีคนอยู่ 2 คน ที่ไม่คิดอยากให้นายเป็นแบบอาคม ”

“ ใคร...? ”

“ พี่ชายของฉันเบต้าและเอ็กซ์ คนที่แทบจะไม่ขออะไรจากทางเราเลย ”

“ ไม่คิดว่าผมจะปฏิเสธหรือ...? ”

“ สำหรับฉัน ฉันคิดไว้แล้วว่าแน่นอน แต่คนอื่นเขาพยายามไม่คิดนะ ” เดต้ากับยุทธนาจ้องกันครู่ใหญ่ๆครู่หนึ่ง ยุทธนาก็ก้มลงส่ายหัวไปมาพร้อมหัวเราะเศร้าๆ

“ ยุทธนา ” เบต้าอุทาน

“ ตกลง ผมยอมคุณ ” เขาเงยหน้าขึ้นพร้อมรอยน้ำตาที่ไม่เต็มใจให้เห็นนัก

“ ดี งั้นร่ำลาหมอนั้นเสียให้ดี เพราะพรุ่งนี้และวันต่อๆไปก็จะไม่มีทางได้เห็นหน้าชัดๆแบบนี้หรือเมื่อวานแน่ ”

“ ไปกันเถอะพวกเราอยู่ต่อก็ไม่มีอะไร ”

“ ไอ้หนูพรุ่งนี้เช้าจะมาปลุกนะ ” เดต้าเดินนำคนอื่นๆออกๆไปอย่างเงียบเชียบ เสียงกลอนที่ถูกลงหลังปิดประตู ฟังแล้วเพิ่มความวังเวงเสียจริงๆ

“ อาคม ” “ ฉันไม่น่าพานายมาที่นี่ ฉันไม่น่าหักหลังนายได้เลย ” ยุทธนากุมมืออาคมไว้แน่น เสียงในห้องนี้เต็มไปด้วยเสียงสะอื้นของยุทธนาและเสียงเดินของนาฬิกาเท่านั้น

ตี 4:45 เอ็กซ์นั่งมองนาฬิกาอยู่ในห้อง ในมือถือขวดน้ำและเสื้อเชิ้ตที่เขาใส่ในวันนี้

“ ลมแรงดีนะห้องนี้ ไม่หนาวบ้างหรือที่ใส่แต่เสื้อกล้ามบางๆแบบนี้ ”

“ เบต้า..?. ” เบต้ายิ้มหน้าทะเล้นให้ “ คืนนี้ขอนอนห้องนี้ด้วยคนได้ไหม..? ”

“ หึ..เดต้าล่ะ..? ”

“ คืนนี้ไม่ดีกว่า ใกล้ๆกันแล้วท่าทางน่ากลัวยังไงก็ไม่รู้ ”

“ ตลก พี่น้องกันแถมนอนคนละห้องนี่นะ ” เบต้าไม่สนใจ ยกผ้าห่มของเอ็กซ์ขึ้นและค่อยๆสอดตัวเข้าไปอย่างไม่แยแสนัก

“ เสื้อคอสูงแขนยาวสีดำ....คืนนี้เดต้าก็ใส่แบบนี้ใช่ไหม..? ”

“ อื้ม...ม ไม่นอนหรือเอ็กซ์ ” มารุตวางเสื้อพาดบนเก้าอี้ใกล้ๆและยกขวดน้ำดื่มขึ้นดื่ม “ คงนอนมาตั้งแต่กลางวันใช่ไหม มารุต ”

เอ็กซ์เหลือบมองตาขวางๆ ในห้องมืดๆ ที่ไม่ได้เปิดไฟนี้ แม้เบต้าจะไม่เห็นชัดนักแต่เขาก็แน่ใจมากทีเดียว “ โกรธแล้วเหรอ..? ” เสียงเบต้าล่ะล่ำละลักเหมือนเด็กๆ เอ็กซ์วางขวดน้ำลง “ เปล่า ฉันเคยสงสัยนะว่าคนที่ยิ้มได้ตลอดแบบนายจะเป็นคนอย่างไรกันแน่ ”

“ แล้วนายเห็นว่าเป็นยังไงเหรอ...? ”

“ ก็.....แค่คนที่เก็บอะไรไว้มากเกินไป มีระเบียบวางกรอบให้ตัวเองมากเกินไปเท่านั้น ”

“ เอ๋ ! ลักษณะแบบนั้นมันเดต้าต่างหาก ” เอ็กซ์เดินมานั่งที่เตียงข้างๆเบต้า

“ เบต้าคือ...เบต้านะอย่าพยายามปิดกั้นตัวเองดีกว่า ฉันรู้ดีว่านายเป็นพี่ของเดต้าก็จริงแต่นายเองก็ไม่เคยบังคับอะไรได้ดีกว่าเดต้าเลย ”

“ กำลังดูถูกฉันหรือ ”

“ ก็ไม่เชิง ลักษณะที่ฉันกล่าวถึงก็คือ นายพยายามกลบเกลื่อนความเป็นตัวของนายเองอยู่ตลอด รักก็ว่าไม่รัก ชอบก็บอกไม่ชอบ บางครั้งดูมีพิธีรีตองมากเกินความจำเป็น บุคลิกของคนเราที่จริงก็คือ ออกจากความคิดจากจิตใจโดยตรง ไม่ใช่สมองสั่งการหรอกนะ ”

“ พูดเป็นการ์ตูนไปได้ ไม่ฟังดีกว่าฉันนอนล่ะนะ ”

“ ก็ตามใจสิ ” เบต้าซุกตัวลงใต้ผ้าห่มแทบมองไม่เห็นหัว เอ็กซ์ยังคงนั่งมองเบต้าเงียบๆ ท่ามกลางแสงจันทร์ที่สาดเข้ามา

แสงของรุ่งอรุณสาดขึ้นช้าๆ มันปะทะและสอดลงสู่ห้องของยุทธนาที่บ้าน เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ซ้ำไปมา 4-5 ครั้ง แม่บ้านรับขึ้นมา “ ฮัลโหล สวัสดีค่ะบ้านกฤตยานนท์ค่ะ ”

“ ฮัลโหลสวัสดีครับ ผมเป็นอาจารย์ชื่อ วิชญา คือ...ผมจะขอแจ้งให้ทราบกันนะครับว่า คุณยุทธนาจะต้องอยู่ที่ รร. เพื่อทำงานให้เสร็จนะครับ ” “ ครับ ” “ ครับ ฝากเรียนไว้เพื่อทราบด้วยนะครับ ” “ ครับ สวัสดีครับ ” เดต้าวางโทรศัพท์ของเขาลง

“ มันอาจจะไม่จบก็ได้นะเดต้า ” ซิกม่าที่นั่งอยู่แสดงสีหน้ากังวลอย่างเห็นได้ชัด

“ ไม่ต้องห่วงหรอกซิกม่า อย่างไรซะการโกหกง่ายๆแบบนี้ก็ถือเป็นทางเลือกที่ดีเหมือนกัน ”

“ ทำไม..? ”

“ ก็เพราะพิรุธมันมีไม่มาก และถึงถูกจับได้จริงเหตุผลที่พบอาจเป็นแค่เด็กคนหนึ่งโดดเรียนก็ได้ ” เดต้าหยิบเสื้อคลุมสีขาวทรงเรียบคล้ายสูทแต่ไม่มีปกขึ้นสวมทับเสื้อกล้ามคอสูงของเขา

“ ตกลงจะปล่อยเด็กคนนั้นจริงๆหรือ ถ้าปล่อยจะขัดกับกฎของบอสและเด็กคนนี้อาจเป็นภัยภายหลังก็ได้นะเดต้า ”

“ จะถามฉันว่ารู้สึกผิดหรือเปล่านะหรือ..? ” เดต้าเงยมองและส่งยิ้มให้นิดๆ “ อะไรจะเกิดย่อมต้องเกิด ลงไปกันเถอะซิกม่า ” เขาเชิญชวน ซิกม่าก้าวตามเดต้าลงไปช้าๆพลางคิดว่าการตัดสินใจของเดต้าครั้งนี้อาจจะนำหายนะมาสู่คลับแห่งนี้ก็ได้

เด็กหนุ่มในชุด นร. นั่งซึมอยู่ที่ข้างเตียง ตาของเขาแดงก่ำ ความรู้สึกโศกเศร้าของเขาตอนนี้ก็ลดลงมากแล้ว เสียงประตูถูกเปิดขึ้นอย่างแผ่วเบา ยุทธนาหลับตาลงและหันมองผู้มาเยือนช้าๆ ตอนนี้ขณะนี้เขาไม่ตกใจอะไรหรือกลัวสิ่งใดอีกแล้ว ใจของเขารู้สึกเยือกเย็นอย่างน่าประหลาด อาจเป็นได้เพราะสิ่งที่เขาเผชิญก่อนหน้านี้ก็เป็นได้

“ อรุณสวัสดิ์...เช้านี้เป็นอย่างไรบ้างยุทธนา ” ชายหนุ่มชุดขาวถามยิ้มๆแบบเจ้าบ้าน “ เอาตัวเขาออกไปทีซิกม่า ” เดต้าโบกมือให้ซิกม่านำตัวอาคมออกไป อาคมถูกช้อนตัวขึ้นและอุ้มออกไป ซึ่งยุทธนาก็ได้แต่นั่งมองเฉยๆเท่านั้น

“ ไม่มีแรงแล้วหรือไง ” เดต้าเหน็บแนมยุทธนาปนหัวเราะ ยุทธนาก้มหน้าก้มตาแบบทองไม่รู้ร้อน สร้างความหงุดหงิดให้เดต้าพอสมควร เดต้าถอนหายใจเฮือกยาวให้ตัวเองเฮือกใหญ่ๆ

“ เรื่องของนาย พวกเรายังไม่ได้ตัดสินใจแบบเป็นทางการ ตามฉันมาสิไปทานอะไรกันก่อนจะได้มีเรี่ยวแรงไงล่ะ ” เดต้ายื่นมือให้ยุทธนาเพื่อจะฉุดขึ้น แต่ยุทธนากลับทำท่าไม่ยอมที่จะจับมือด้วย เดต้าก้มลงฉุดยุทธนาลุกขึ้นคล้ายกระชาก “ ตามมาดีๆเถอะ ฉันเองไม่ได้ใคร่อยากจะพิศวาสนายนักหรอกนะ ”

ยุทธนาเงยหน้ายิ้มแกมเยาะเย้ย “ ถ้าจะหมดความอดทน คุณควรจะเป็นมานานแล้ว ” เดต้ายืนนิ่งไปเพราะไม่คิดว่าข้ามคืนเด็กคนนี้จะมีท่าทีเปลี่ยนไปขนาดนี้

“ อวดดีเสียเหลือเกินนะ แน่ใจนักหรือไง..? ”

“ ผมไม่มีอะไรจะต้องเสียมากกว่านี้อีกแล้วนี่ครับ ” เดต้าหัวเราะเบาๆ “ หึ...จริงของนาย ตามมาสิเบต้าและคนอื่นๆกำลังรออยู่นะ ”

“ ครับ ” ยุทธนาตามหลังเดต้าออกไปอย่างไม่มีลังเลอีกแล้ว เขาตามเดต้าไปเรื่อยผ่านห้องโถง ผ่านประตูเชื่อม จนกระทั่งถึงห้องชั้นล่างที่เขาเคยเข้ามาถึงในวันแรกที่เขามาที่นี่ ภาพนี้ทำให้เขาหวนนึกถึงบรรยากาศวันแรกที่เข้ามา ใสสะอาด บริสุทธิ์ ดูไม่มีอะไรเคลือบแคลง ไม่น่าเชื่อว่าหลังประตูที่เชื่อมกับห้องนี้จะซ่อนสิ่งบางสิ่งที่ยากแก่การหยั่งถึงไว้ น้ำตาที่หลั่งไหลไปตลอด 3 ชม. ที่ผ่านมาทำไมนะมันถึงยังเหลืออยู่ในยามนี้นะ ยุทธนาคิดและรีบปาดมันก่อนที่จะมีใครเห็นมันเข้า

“ ยุทธนา ” เบต้ารีบลุกมากันท่าเขาจากเดต้า “ เป็นอะไรมากหรือเปล่า...? ” เบต้าถามด้วยเสียงเป็นห่วงจากใจจริง

“ ไม่ครับ แค่ง่วงเล็กน้อยเท่านั้น ” ยุทธนานั่งลงช้าๆอย่างอิดโรย สายตาของเบต้ามองด้วยความห่วงใยไม่ลดละ ความรู้สึกของยุทธนากลับรู้สึกอึดอัดและกดดันอย่างอธิบายไม่ถูก ทั้ง 5 เริ่มทานอาหาร ไม่มีเสียงคุยกันอย่างเฮฮาเหมือนวันแรก ไม่มีเสียงอื่นใดนอกจากเสียงขยับช้อนและส้อมเลยจริงๆ แม้จะเครียดแต่ยุทธนากลับไม่รู้สึกอะไรนัก ในหัวของเขาอื้ออึงและปวดเหมือนจะแตกเป็นเสี่ยงๆ ขณะที่เขายกช้อนขึ้น ในที่สุดร่างกายของเขาก็ทนไม่ไหว เขาปล่อยมือจากช้อน เสียงตกของมันดังจนทำลายความเงียบนั้นทันที

“ ยุทธนา ” เสียงเบต้า ฟังดูตกใจยิ่งนัก ยุทธนาล้มฟุบลง มือของใครบางคนเข้ามาสอดรับตัวเขาไม่ให้หัวคะมำลงบนจานข้าว ยุทธนาเหลือบมองแบบบังคับสายตาไม่ค่อยอยู่ “ มารุต ” ยุทธนากล่าวด้วยรอยยิ้มอย่างเลื่อนลอย

“ นายคงไม่ได้นอนละสิ ” มารุตอุ้มยุทธนาขึ้นและเดินขึ้นชั้นบนไปไม่พูดจาอะไร

“ น่าหมั่นไส้นะ ” เดต้าพูดพลางมองตาม เบต้าจ้องหน้าเดต้าเขม็ง เซตนั่งดื่มน้ำอึกสุดท้ายแล้วลุกขึ้นจากโต๊ะเดินไปอีกคน

“ จะไปไหน ” เดต้าถาม

“ ก็จะขึ้นไปงีบต่อนะสิแค่ 3 ชม. มันจะพอหรอก จะประชุมอะไรก็ตามฉันไม่ออกความเห็น ” เขาเดินไปไม่หันกลับมาอีก เสียงเปิดประตูดังขึ้นจากอีกทิศทางหนึ่ง ซิกม่าเดินเข้ามาและเลื่อนเก้าอี้ตัวหนึงออกมาเพื่อจะนั่งร่วมโต๊ะกับเดต้าและเบต้า

“ อ้าว ! แล้ว..... ” ซิกม่าต้องชะงักเมื่อเห็นใบหน้าของเดต้าและเบต้า “ เฮ้ย ! ไม่เอาน่า พวกนายเป็นอะไรไปทำหน้าอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อกันแหน่ะ ”

เดต้าก้มหน้าจนผมลงมาสยายปกคลุมหน้าตาจนหมด ส่วนเบต้ากลับชักสีหน้าเหมือนเดิมไม่ผิดเพี้ยนไปแม้แต่น้อย

“ จัดการแล้วหรือยัง...? ” เดต้ากล่าวลอยๆ

“ ฮึ.....อืม ทำตามที่นายบอกแล้วจัดการส่งไปปล่อยแถวสลัม ย่านยาเสพติดนั่นแล้ว ”

“ ก็ดี ” เดต้าเงยหน้าขึ้นพร้อมเสยผม ใบหน้าบึ้งตึงของเดต้าเลือนไปแล้ว ตอนนี้ภาพที่ปรากฏให้เห็นคือ หน้ายิ้มๆใสๆไม่มีพิษไม่มีภัย

“ เดต้าแล้วคนอื่นล่ะ..? ”

“ ขึ้นข้างบนหมดแล้วแหน่ะ ”

“ อ้าว ! แล้วจะประชุมเรื่องเด็กนั่นยังไงล่ะ ”

“ ไม่เป็นไรหรอกซิกม่า ตอนนี้นายเองจะนอนบ้างก็ได้นะเพราะยังไม่ถึงเวลามาประชุม ”

“ เอ๋...ทำไม ” คำถามนี้ทำให้เบต้าเงยหน้าขึ้นด้วยความสนใจ

“ ใช่....บอสจะมาร่วมประชุมด้วย ”

“ บอส ” เบต้าทวนคำด้วยเสียงไม่อยากเชื่อ “ นายติดต่อบอสตอนไหน ” เขาทรุดหลังพิงลงกับพนัก

“ เมื่อคืนหลังจากที่นายไปหาเอ็กซ์ ” เดต้ายิ้มข่มพลางเดินมาหาเบต้าถึงที่นั่ง เขาเชิดคางเบต้าขึ้นโดยที่เบต้าเองก็ไม่ได้มีท่าทีขัดขืนอะไร

“ ฉันเกลียดนายในตอนนี้จริงๆ ” เดต้าหลับตาลงแทบจะจูบปากเบต้า เบต้ายังคงมองแหงนตาไม่กระพริบหน้าตาของเขาไม่เปลี่ยนแปลง แม้เขาจะเห็นน้ำตาที่เล็ดออกมาของเดต้า เดต้าปล่อยมือจากคางของเบต้าและลุกขึ้นยืนตรงเหมือนเดิม เขาลืมตาขึ้นและทำหน้าเหมือนไม่ได้ร้องไห้ออกมา

“ ซิกม่าพาเบต้าขึ้นไปนอนเถอะ ถ้า..บอสมาฉันจะปลุกพวกนายเอง ”

“ อือ ตกลง งั้นฉันจะพาไปนอนที่ห้องให้แล้วกัน ”

“ เดี๋ยวก่อน ซิกม่า ”

“ อะไรเหรอ..? เดต้า ”

“ พาไปที่ห้องฉันนะ ”

“ อืม ” ซิกม่ารับปากทั้งที่ไม่เข้าใจนัก เบต้ากัดฟันมองเดต้าก่อนที่จะลุกตามแรงของซิกม่า

ซิกม่าเดินนำเบต้าขึ้นบันไดไปเรื่อยๆ “ใจคอจะไม่พูดอะไรบ้างรึไง? เบต้า”

“จะให้พูดอะไรล่ะ ฉันไม่ใช่นกแก้วนกขุนทองเหมือนนายหรอกนะซิกม่า” ทั้ง 2 เดินต่อกันไปท่ามกลางความเงียบอยู่กันอีกพักใหญ่ๆ จนกระทั่งซิกม่าเปิดประตูห้องของเดต้าออก ภายในถึงไม่บรรยายก็คงรู้ว่ามัน ล้วนตกแต่งไว้ด้วนเฟอร์นิเจอร์สีขาวและแดงทั้งสิ้นมองแล้วราวกับอยู่ในดงกุหลาบก็ไม่ปาน ซิกม่าเดินตามเบต้าเข้าไป เบต้านั่งลงบนเตียงที่ริมมุมหนึ่งของเตียงอย่างหมดแรง

“นายเองคงไม่เข้าใจเดต้าใช่ไหม?” เบต้าถามซิกม่าเบาๆ ซิกม่าพยักหน้าให้ และกล่าวคืนว่า “ไม่ใช่ฉันไม่เข้าใจเดต้าเท่านั้นนะ แม้แต่นายฉันก็ไม่มั่นใจเหมือนกัน”

“งั้นเหรอ? นั่นสินะ” เบต้าทิ้งคำที่เป็นปริศนาแล้วก็ล้มตัวลงนอนหัวเราะบนเตียงนั้น เขาดึงที่มัดผมของเขาออกจนผมของเขา แผ่สยายปกคลุมเตียงส่วนหนึ่ง

“เบต้า”

“หืม?”

“อย่างน้อยที่สุดฉันก็ไว้ใจนายมากกว่าเดต้านะ”

“หึ ขอบใจ” เบต้ากลิ้งขึ้นมานั่งอีกครั้ง เขาเสยผมขึ้น ซิกม่าตัดสินใจก้าวขาเข้าไปใกล้ๆ

“ซิกม่านายว่าฉันหน้าตาเป็นอย่างไร?” ซิกม่าถึงกับชะงักและแสดงท่าลังเลอย่างเห็นได้ชัด เบต้าหลับตาลงและก้มหน้าพลางเสยผมอีก “นายไม่ตอบฉันก็รู้ มันไม่ใคร่จะเหมือนผู้ชายเท่าไหร่ใช่ไหมล่ะ?”

“ก็ใช่ แต่มันก็ดูดีนี่นา”

“ดูดี? ดีใจนะถ้านายคิดแบบนั้น” รอยยิ้มที่ดูเจ็บปวดทำให้ซิกม่าลังเลที่จะพูดต่อ

“หึ หึ ฉันไม่เป็นไรหรอกซิกม่า นอนที่ห้องนี้ก็ดีเปลี่ยนบรรยากาศ” เบต้าใช้เสียงที่ดูร่าเริงเปล่งออกมา

“แน่ใจจริงๆเหรอ?” ซิกม่ารู้สึกห่วงกับเสียงที่เขารู้ว่าเบต้าเค้นออกมา

“น่าอย่าห่วงเลย ฉันไม่ใช่คนที่อ่อนแอจนต้องปกป้องหรอกนะ”

“เพราะนายว่าอย่างนี้สิถึงห่วง ถ้าล้มจริงๆก็อย่าฝืนก็แล้วกัน นายไม่ใช่คนๆเดียวที่มีชีวิตในโลกใบนี้หรอกนะ”

“ฮะ ฮะ ไปเถอะน่าบอกว่าไม่มีอะไรไงล่ะ” ซิกม่าซึ่งไม่รู้จะพูดอย่างไรต่อไปอีกดีก็ได้แต่ก้าวเท้าออกไปทั้งที่ยังห่วงอยู่ เสียงปิดประตูดังขึ้นเบาๆ เบต้าจึงถอนหายใจและล้มตัวลงนอนอย่างอ่อนแรงอีกครั้ง หน้าของเขาแนบติดกับผืนผ้าปูเตียง

“เดต้า นายคิดว่าจะทำอะไรก็ได้ โดยที่จะปิดฉันได้เหมือนเมื่อก่อนอีกหรือไง?” เบต้ารำพัน และค่อยๆหลับตาลงอย่างเหนื่อยล้า “เดต้า..นายรู้ไหม? ฉันเอง…ก็เกลียดตัวเองเหมือนกัน” เสียงสะอื้นแผ่วๆนี้ มันคงจะไม่มีใครได้ยินนอกเสียจาก…ตัวของเขาเอง

“เอ็กซ์นายรู้หรือเปล่าว่าวันนี้บอสจะมา”

“รู้”

“เหรอ?มิน่าล่ะทำไมนายถึงดูไม่สนใจอะไรนัก”

“หึ แล้วปรกติเห็นฉันจุ้นจ้านหรือไง?”

“อ๋อ ไม่ใช่หรอก เพียงแต่นายไม่เคยผละจากเราแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยขนาดนี้”

“ไม่แปลกหรอกใครๆก็เห็นฉันไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยอยู่แล้วนี่” เอ็กซ์หัวเราะจนทำให้เซต อดที่จะหัวเราะตามไม่ได้ สักพักเสียงหัวเราะก็หยุดเอา ทั้งคู่เปลี่ยนมามองยุทธนาที่กำลังหลับอยู่แทน

“เด็กคนนี้คงจะมีอะไรดีๆสินะนายถึงต้องอุ้มขึ้นมาถึงห้องนายแบบนี้น่ะเอ็กซ์”

“เปล่าก็แค่เพื่อน”

“เหรอ?นึกว่าจะมีอะไรสนุกๆให้ลุ้นเสียอีก” เซตหัวเราะในลำคอ และโน้มตัวของเขาลงพาดเหนือตัวของยุทธนา

“ถ้าเกิดฉันจูบหรือทำอะไรเด็กนี่นายจะโกรธไหม?”

“ก็ลองสิ” เอ็กซ์ยืนมองหน้าตาย

“โกรธสินะ” เขาลุกขึ้นนั่งที่เดิม

“นายนี่มันประสาททั้งที่รู้คำตอบอยู่แล้วยังถาม”

“ขอบคุณใครๆเขาก็ว่างั้นแหล่ะ”

“จับจุดก็ต้องเล่นน่ะรึ?”

“ใช่” เซตทำหน้ายิ้มกวนๆ เอ็กซ์ยิ้มตอบอย่างรู้นิสัยกันดี

“ตกลง….นายจะนอนห้องนี้หรือไง?”

“อย่าทำหน้าเซ็งแบบนั้นสิเอ็กซ์ ฉันนอนตรงนี้ก็ได้นะ” เซตทิ้งตัวลงที่โซฟาสีน้ำเงินใกล้หน้าต่างบานใหญ่ “ว่าแต่นายเถอะจะนอนที่ไหน?” เซตถามกลับคล้ายเยาะเย้ย เอ็กซ์หลับตาและยิ้มให้

“ไม่น่าถาม นอนตรงไหนกันเหมือนกัน” เอ็กซ์ดึงผ้าห่มออกมาจากตู้พร้อมหมอน แล้วก็ปูลงอย่างไม่ใคร่จะสนใจอะไรนัก

“ก็ดี” เซตมองอย่างทึ่งๆหลังจากที่เอ็กซ์เอนหลังลงแล้วเซตก็เหมือนจะนึกอะไรขึ้นได้ “เอ็กซ์”

“อะไร?นายนี่เรื่องมากจังนะ”

“หึ เปล่าหรอกแค่อยากถามว่านายชอบที่นี่หรือเปล่า” สายตาของเซตไม่ได้ส่อแววล้อเล่นแม้แต่น้อย ทำให้เอ็กซ์ก็พลอยนิ่งไปด้วย

“ว่าไง”

“ก็..ไม่ได้ชอบ แต่ก็ไม่ได้รังเกียจนักหรอกนะ”

“งั้นเหรอ? แล้วถ้าบอสไม่ชอบเจ้าเด็กนั่นล่ะ”

“ไม่รู้สิ ฉันไม่เคยคิดอะไรไว้ก่อนด้วย นี่ล่ะมั้งข้อเสียของฉัน” เอ็กซ์หัวเราะและนอนหลับตาลง

รถสีเทาเลื่อนเข้ามาจอดที่ประตูหน้าช้าๆ “ บอสกับไนท์มาแล้วเหรอเนี่ย”ซิกม่าซึ่งยืนบนดาดฟ้ากล่าวลอยๆ “บ่ายหนึ่งครึ่ง..เวลาผ่านไปไวจริงๆ”

ประตูสีแดงเปิดขึ้นอย่างแผ่วเบา ชายหนุ่มในชุดขาวค่อยๆย่างก้าวเข้ามาในห้อง เขานั่งลงข้างกายพี่ชายของเขา มือของเขาปาดเก็บผมของเบต้าไปด้านข้างเบาๆ “หน้านายตอนหลับนี่น่ารักจริงๆ” เขาก้มลงสัมผัสที่ริมฝีปาก และเงยขึ้นช้าๆ

“เบต้าตื่นได้แล้วนะ บอสมาแล้ว” เขาเขย่าร่างชายชุดดำเบาๆ เบต้าค่อยๆลืมตาขึ้น พลางยกมือขึ้นป้องแสงที่สาดมาที่หน้า

“แสบตาเหรอ?” เดต้าลุกไปดึงม่านให้ปิดลง “รู้สึกดีขึ้นไหม?”

“อืม” เสียงเบต้าฟังดูงัวเงียเล็กน้อย เดต้านั่งลงข้างเบต้า “ไหวไหม?” เดต้าแสดงความห่วงใย แต่เบต้ากลับมองด้วยแววตาที่ไม่เป็นมิตรนัก เขามองเดต้าอยู่ครู่หนึ่งแล้วก็ก้มลงสั่นหัวไปมา “ไม่เป็นไร แล้วบอส…”

“อยู่ข้างนอกที่โซฟาแหน่ะ” เบต้าดันตัวลุกขึ้นจากเตียงแล้วก็ไม่พูดอะไรกับเดต้าอีก

“เบต้า เมื่อกี้ตอนเข้ามานายรู้ใช่ไหม?” เบต้าค้างที่หน้าประตูพักหนึ่งและเปิดประตูออกไป ทิ้งคำตอบและเดต้าไว้ในความเงียบ

ยุทธนาเดินตามเซตและเอ็กซ์ขึ้นสู่ชั้นบนซึ่งเป็นชั้นของเดต้า

“เตรียมใจไว้พบบอสหรือยัง?” เซตถามลอยๆ

“ครับ”ยุทธนายิ้มสู้

“ก็ดี” เซตกล่าวชมและเปิดประตู ภาพเด็กหนุ่มสวมหน้ากากที่อ่อนกว่าเขาราว 2-3 ปีนั่งอยู่อย่างสง่างาม พร้อมกับชายผมสั้นสีดำ ร่างสูงดูน่าเกรงขาม

“สวัสดี” เด็กหนุ่มผู้สวมหน้ากากสีเทาอ่อนทัก เสียงของเขาสูงจนทำให้ยุทธนาแน่ใจในความคิดของเขา

“เดต้าแนะนำหน่อยสิ” เขาเอ่ย

“ครับ” เดต้าลุกขึ้นหลบให้ยุทธนานั่งแทน

“บอสครับ นี่คือยุทธนา กฤตยานนท์”

“อืม สวัสดีอย่างเป็นทางการนะ ยุทธนา”

“คุณคือ บอส”

“ใช่ เรียกอย่างนั้นล่ะดีแล้ว”

“งั้นคนข้างๆคุณคือ…”

“อ๋อ ไนค์น่ะหรือ คงจะเป็นบอดี้การ์ดหรือไม่ก็เลขาล่ะมัง” ชายสวมหน้ากากสีขาวครึ่งหน้ายิ้มให้ “หน้าตาคุณดีทีเดียวนี่ คิดจะมาทำงานกับผมไหม?”

“คลับนี่น่ะหรือ?”

“ไม่หรอกถ้าคุณไม่ชอบก็ทำอย่างอื่นสิ”

“ผิดใช่ไหม?”

“ผิดอะไร?”

“ไม่สังคมก็ต้องอะไรสักอย่าง”

“คิดว่าใช่นะ เพราะถ้าไม่ลงเรือลำเดียวกัน อะไรจะทำให้คุณปิดปากได้สนิทอีกเล่า?”

“คุณนี่น่ากลัวกว่าที่คิดนะ บอส”

“ฮะ ฮะ ผมชอบคำชมนี้นะ” ทั้งสองนั่งเงียบกันไปอีกครู่หนึ่ง “ว่าไงล่ะหรือจะเลือกทางอื่น”

“เช่นอะไร?”

“ก็พูดยากนะ คงจำพวกยาเสพติดหรือการแบล็คเมล์ล่ะมั้ง?” เสียงของบอสดูจริงๆเล่นๆ “ไม่อยากเชื่อเลย” บอสยิ้มอย่างอารมณ์ดีท่ามกลางสีหน้าลำบากใจของยุทธนา

“บอสครับ” ไนท์ยื่นนาฬิกาให้ดู

“อืม เข้าใจแล้ว” บอสหันกลับมาหายุทธนาอีกครั้งและลุกขึ้น “คืนนี้ผมจะกลับมาเอาคำตอบจากคุณนะ” พูดจบบอสกันไนท์ก็ค่อยๆเดินจากไป

“ไม่ให้ตั้งตัวเลยนะเนี่ย” ยุทธนาโอดครวญ ซิกม่าทิ้งตัวลงนั่งที่โซฟาตรงข้ามอย่างแรง

“ซิกม่า ฝากด้วยนะ” เดต้าจับมือเบต้าเพื่อจะดึงเข้าห้อง

“เฮ้ รอด้วยสิ” เซตรีบตามไปอีกคน ในห้องรับรองนี้จึงเหลือเพียงแค่ซิกม่า เอ็กซ์ และยุทธนา เอ็กซนั่งลงที่ข้างเพื่อนของเขา และสังเกตเห็นนิ้วที่สั่นระริกนั้นได้อย่างชัดเจน

“ซิกม่า บอสเป็นคนอย่างไร?” ซิกม่ายิ้มอ่อนโยนให้

“ก็น่าหรอกนะที่นายจะกลัว” เขาทิ้งช่วงยาว “เขาไม่ใช่คนธรรมดาที่เราๆสามารถกล่าวถึงได้หรอกนะ”

“ทำไมเขาน่ากลัวขนาดนั้นเชียวหรือ?”

“หึ หึ ไม่หรอกถ้าแค่น่ากลัวเฉยๆคงจะมีแต่คนต่อต้านเท่านั้นเอง ทุกคนที่นี่ถือว่าเขาได้ช่วยเหลือให้พ้นความผิดต่างหากล่ะ”

“พวกคุณทุกคน?”

“ไม่ใช่แค่เรา 5 คนหรอก หมายถึงทุกคนที่อยู่ใต้บัญชาของเขา ทั้งคนในคลับที่นายไม่เคยเห็น ทั้งกลุ่มที่ทำงานแฝงในเครืออื่นๆก็มีไม่น้อย”

“แล้วพวกคุณทำผิดอะไร?”ยุทธนาจ้องซิกม่าอย่างจดจ่อ แต่ซิกม่ากลับมองไปหาเอ็กซ์

“เอาสิอยากพูดอะไรก็พูดไปเถอะดีกว่าให้รู้ครึ่งๆแล้วไปคิดเอาเอง”

“คุณซิกม่า” ยุทธนาย้ำคำ

“ฟู่ ..เอาเถอะนะ นายแน่ใจนะว่ารับได้?”

“ ครับ”

“งั้นจะยกตัวอย่างคร่าวๆแล้วกัน ขอถามนะครั้งแรกที่นายเห็นเดต้ากับเบต้านายว่าเป็นไง?”

“เอ่อ..” ยุทธนาอึ้งกับคำถาม

“ตอบมาเถอะน่า”

“คุณเดต้าเป็นคนจริงจังเล่นตามสมควรบ้าง ส่วนคุณเบต้าจะเป็นคนทีเล่นทีจริงเอาแน่นอนไม่ได้”

“แล้วตอนนี้ล่ะ?”

“คุณเดต้าเป็นคนที่ไม่เห็นใครในสายตา ส่วนคุณเบต้าก็เป็นคนที่เรียบเรียงความคิดได้แย่กว่าเอ็กซ์เสียอีก”

“ใช่นั่นเป็นแง่หนึ่ง แล้วนายรู้ไหม?ทำไมเบต้าถึงช่วยนายในวันแรกที่เจอกัน แล้ววันนั้นทำไมฉันถึงคัดค้าน”

“ไม่ทราบ”

“เพราะเขากลัวว่านายจะเจอกับพวกโรคจิตที่มักจะรายล้อมอยู่รอบๆแถวนี้ไงล่ะ ส่วนที่ฉันไม่เห้นด้วยเพราะคิดไว้แล้วว่าจะต้องเกิดเรื่องยุ่งยากแบบนี้เข้าสักวัน”

“แปลว่าเมื่อคืนที่เบต้าใช้ปืนจ่อผมก็…”

“ใช่ เขาช่วยนายแล้วก็ได้ช่วยมาตลอดด้วย” ซิกม่าทิ้งช่วงอีก “เหมือนๆกันนั่นล่ะ เพียงแต่ต่างแค่พวกเขาได้รับความเจ็บปวดแล้วเท่านั้น บอสช่วยพวกเขาจากฝันร้าย”

“แต่ช่วยให้มาทำเรื่องผิดๆแบบนี้สู้ไม่ช่วยเสียดีกว่า”

“นายไม่เข้าใจเราหรอกยุทธนา เอาง่ายๆแล้วกันนายลองคิดสิว่าทางกลับกันของคลับนี้มันมีประโยชน์อย่างไร?” เอ็กซ์หยุดหายใจครู่หนึ่งแล้วจึงพูดต่อ “สังคมอาจจะแบ่งความดีและความชั่วออกจากกันอย่างชัดเจนก็ได้ใครจะรู้” เมื่อฟังจบยุทธนาก็นั่งคิดตามและเงียบไป

“เลือกเถอะยุทธนา นายอยากจะตายทั้งที่ยังไม่ได้อะไรงั้นเหรอ?” เอ็กซ์กล่าวสะกิดให้คิด

“ตัดสินใจเถอะ” ซิกม่าย้ำพร้อมกับตบไหล่และลุกผละไป

“ไปไหน?” เอ็กซ์ถามซิกม่า

“ก็จัดโปรแกรมของคืนนี้น่ะสิ วันนี้บอสจะมาลูกค้าเราต้องคัดระดับไม่ใช่เหรอ?”

“ก็ดีฉันช่วย” เอ็กซ์ลุกทิ้งยุทธนาตามไปอีกคน อาคม ถ้านายมีสิทธิ์เลือกได้อีกครั้งนายจะเลือกศักดิ์ศรีหรือชีวิตนะอาคม

พระอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปแล้ว ยุทธนานั่งอยู่ในห้องสีฟ้าของเอ็กซ์

“หาเสื้อผ้าได้รึยัง” เอ็กซ์ถามพลางสวมเสื้อเชิ้ตสีฟ้า “ยังหาไม่ได้สินะ” เอ็กซ์ค้นเสื้อและโยนมันให้ยุทธนา “สีอมม่วงดูเหมาะกับนาย ลองใส่ดูสิ”

“ที่นี่เหรอ” เอ็กซ์มองยุทธนางงๆแล้วก็หลุดหัวเราะออกมานิดนึง

“อายละสิ” หน้ายุทธนาค่อยๆแดงขึ้นเรื่อยๆ “เอาเถอะ” เอ็กซ์เปิดตู้เสื้อผ้าให้กางปิดคั่นระหว่างเขากับยุทธนา “รีบใส่เถอะ จะได้รีบลง”

“อืม” เสื้อของเอ็กซ์เมื่อใส่ลงบนร่างของยุทธนา แล้วดูตัวใหญ่ทีเดียว

“เสร็จแล้ว” เอ็กซ์ปิดตู้ทันทีที่ยุทธนาพูด

“ก็ดีนี่แต่พับสักนิดจะดีกว่า” เอ็กซ์เดินมาพับแขนให้ยุทธนาอีกหน่อย “ชื่อยุทธนาคงไม่ดีแน่ ลองตั้งใหม่สิ” เอ็กซ์พูดขรึมๆ ยุทธนามองเสื้ออยู่ครู่หนึ่ง

"ชื่ออะไรก็ได้ใช่ไหม"

"ใช่"

"งั้นไวโอเล็ทล่ะ"

"อืม ก็ได้" ยุทธนาหรือไวโอเล็ทยิ้มให้กับตัวเองนิดๆ ประหลาดแท้ทั้งที่ในสถานการณ์แบบนี้เขาน่าจะยิ้มไม่ออกแท้ๆ แต่เขาก็ยังรู้สึกว่าอยากจะยิ้มออกมา

"แล้ววันนี้ผมต้องทำอะไรบ้าง?"

"ถ้าหมายถึงว่าทำตัวอย่างไรคิดว่านายต้องทำตัวเหมือนแขกคนหนึ่ง"

"ถ้ามีแขกเมาแล้ว…"

"ไม่ต้องห่วงนายจะเลือกที่จะเดินใกล้ๆพวกเราคนใดคนหนึ่งก็ได้ หรือไม่ถ้าจะเดินคนเดียวก็พกนี่ไว้" เอ็กซ์ยื่นแผ่นการ์ดที่คล้ายของเดต้าให้ยุทธนา มันต่างกันแค่สีที่ใบนี้เป็นสีอมม่วง

"การ์ดนี้สำหรับพวกลูกค้าชั้นสูงที่ไม่ต้องการจะคบหาสมาคมกับพวกนั้น" "มันมีคุณสมบัติเดียวกับบัตรของเดต้า เพียงแต่ไม่ได้ระบุว่าเป็นเจ้าของคลับเท่านั้น" ไวโอเล็ทรับบัตรมาสอดลงในกระเป๋าเสื้อของเขา

"จะลงไปด้วยกันไหม"

"ไปสิ" ไวโอเล็ทเดินตามเอ็กซ์ลงไปสู่ห้องโถงข้างล่าง

เบื้องหน้าของเขาเป็นห้องโถงโล่งๆ แต่ว่ามันช่างกว้างใหญ่เหลือเกินเมื่อไม่มีคนอยู่ "พวกคุณแค่ห้าคนจัดการมันเองหรือครับ"

"เปล่า ที่นี่มีบริกรมากกว่าที่เห็นนะ เพียงแต่นายคงจะไม่มีโอกาสพบเท่านั้น"

"หมายถึงหลบเลี่ยงสายตาหรือครับ"

"ก็..ไม่เชิงเสียทีเดียวเขาจะแต่งกายปนๆกับแขกน่ะนายไม่รู้หรอก"

"เอ่อเดี๋ยวก่อนนะครับ นี่คุณจะพาผมไปไหน?"

"หืม แล้วคิดว่าที่ไหนล่ะ?"

"ไม่ทราบสิครับ " เอ็กซ์หัวเราะและยิ้มสบายๆให้

" วันนี้จะมีแขกมาน้อยกว่าเมื่อวาน ส่วนมากจะเป็นพวกชั้นสูง มาฉันจะพานายไปหาที่นั่งคุยกันเงียบๆ"

"ในห้องเหมือนเมื่อคืน?"

"เปล่าแค่ตรงนั้นเอง" เอ็กซ์ชี้ไปที่เก้าอี้ที่ดูไม่เด่นอะไรนักที่มีที่พอให้นั่งได้ 2-3 ที่ บริเวณส่วนกลางแต่ติดกำแพง

"แล้วนาย อ่า.. คุณจะอยู่ด้วยไหม?" เอ็กซ์เงียบไป แล้วจู่ๆก็หัวเราะออกมาเบาๆ

"ขำอะไร" ยุทธนาเริ่มไม่พอใจ

"ความจริงนายก็ไม่น่าจะต้องเกร็งอะไรนี่นา ถ้าฝืนนักก็ไม่ต้องใช้คุณใช้ผมหรอก"

"ก็มัน…"

"เอาน่า อืม ฉันเองก็ไม่มีหน้าที่อะไรกันอยู่แล้วนี่นา ฉันจะนั่งเป็นเพื่อนไปพลางๆก่อนแล้วกัน"

"ขอบคุณ" ไวโอเล็ทนั่งลงบนเก้าอี้สีดำ

"แล้วนี่นายตัดสินใจหรือยัง สำหรับเรื่องที่คุยกับบอส"

"ก็ไม่รู้สิ" ชายชุดม่วงชักสีหน้าลำบากใจและยิ้มตอบ "ถ้าฉันขัดเขา ฉันคงไม่ใช่คนเดียวที่ลำบากใช่ไหม?"

"คิดถูกแล้ว"

"ฉันก็ว่าอย่างนั้น" เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่ให้กับตนเอง "แต่ว่า..ก่อนจะตอบบอส นายช่วยตอบฉันสักอย่างได้ไหม?"

"ได้" เอ็กซ์ตอบไม่ลังเล

"เบต้าทำไมต้องห่วงฉันขนาดนี้ด้วย" เอ็กซ์มองตาแข็งและก้มลงถอนหายใจเบาๆ

"นายกำลังคิดว่าเบต้ามีจิตใจที่ค่อนข้างผิดปรกติใช่ไหม?"

"เอ่อ ใช่ แต่ว่าฉันก็คิดว่าไม่น่าใช่ แต่ฉันก็หาเหตุผลในแง่ของเขาไม่ออกเหมือนกัน" เอ็กซ์หัวเราะเบาๆอีก ซึ่งมันก็ทำให้ยุทธนาโมโหนิดๆเพราะรู้สึกเหมือนถูกเยาะเย้ยอย่างแรงกับความคิดของเขา

"มันไม่เห็นจะน่าขำเลย" สำเนียงไวโอเล็ทคล้ายคนงอน

"ไวโอเล็ท นายรู้ไหมว่านายเหมือนเบต้า"

"ตรงไหน?"

"หลาย ความไว้ใจคน ลักษณะที่แสดงออก เหมือนผ้าขาว เหมือนแก้วบาง "

"อะไร นายต้องมีอะไรที่มองผิดแน่"

"นายไม่เชื่อฉันก็ไม่ว่าหรอก เพราะที่นายเห็นอยู่มันก็แค่หน้ากากใบหนึ่งของคนที่กำลังทรมานอย่างสุดซึ้งต่างหาก " ไวโอเล็ทฉุกนึกถึงการกระทำของเบต้า หลายครั้งหลายคราที่เจอมา ไม่น่าแปลกใจที่ทำไมใครๆถึงเดาใจเขายากนัก นั่นก็เพราะนิสัยที่แสดงออกไม่ใช่เขาทั้งหมด การแสดงออกบางครั้งจึงย่อมมีส่วนที่ลังเลที่จะทำ ทำให้มันออกมาในรูปที่ไม่สามารถคาดเดาได้เลย

"อะไรที่ทำให้เขาเปลี่ยนงั้นหรือ?"

"แน่ใจว่าอยากรู้?"

"แน่" เขาย้ำอย่างมั่นใจ มารุตได้แต่ถอนหายใจเบาๆอีกทีเพื่อปลงกับการตัดสินใจของตนเอง

"เมื่อครั้งหนึ่ง…เคยมีเศรษฐีที่รวยล้นฟ้าอยู่คนหนึ่ง เขาเป็นคนดี ใจบุญ แต่สันโดษ เขามักจะใช้ชีวิตอยู่กับภรรยาชาวฝรั่งเศสและลูกแฝดสองคนของเขา แต่แล้ววันหนึ่งทั้งคู่ก็จำต้องทิ้งลูกชายสองคนไปด้วยอุบัติเหตุเครื่องบินตก เด็กทั้งคู่ต่างรู้ดีว่าจิตใจที่แตกร้าวของกันและกันเป็นเช่นไร สิ่งที่ดีที่สุดที่เด็กสองคนจะทำได้ก็คือ ต้องรักกันให้มาก ดูแลกันให้ดี เพราะต่างก็เป็นสมบัติล้ำค่าที่เหลืออยู่เป็นสิ่งสุดท้าย แต่แล้ววันหนึ่งน้าชาย น้องแท้ๆของพ่อก็เข้ามาช่วยดูแลมรดกแทน"

"หรือว่าเพราะถูกเอาเปรียบทางมรดกเบต้าก็เลย.." เอ็กซ์หันขึ้นมายิ้ม "ถ้ามันเป็นแค่นั้นมันก็จะดีหรอก"

"อ้าวงั้น?"

"เขาไม่เพียงจะช่วยทั้งสองจากสงครามมรดกแล้ว เขายังเป็นที่รักและเคารพมากด้วย แต่แล้ว..วันหนึ่ง มันก็ต้องขาดสะบั้นลงเพราะความรักที่เกิดจากความหวังดี.."

"ทำไม?" ยุทธเร่งเร้า

"เขาฆ่าน้าของเขา"

"ใคร? เบต้า หรือว่าเดต้า" เอ็กซ์ไม่สนใจและยังคงเล่าต่อไป

"เขาไม่สามารถรับได้กับเรื่องที่เกิดขึ้น มันคล้ายๆการถูกทรยศจากคนที่ไว้ใจที่สุด และขณะเดียวกัน เพราะเขาไม่เคยคิดว่าต้องเสียอะไรอีกแล้ว แต่ก็ต้องเสีย ทางสุดท้ายที่เขาเลือกก็คือ เปลี่ยนตัวเอง แต่ผลร้ายที่เกิดก็คือเขาตีกรอบมากขึ้น คิดมากขึ้น และ..เรื้อรังจนต้องพึ่งยาเพื่อลดความเครียดนั่นเอง และถ้าใช้มากเกินระยะที่กำหนดไว้ล่ะก็…."

"จะควบคุมสติไม่ได้"

"และสมองจะหยุดทำงาน"

"ตาย…" ยุทธทำเสียงแผ่ว

"จะเรียกอย่างนั้นก็ได้มั๊ง?" เอ็กซ์พูดแทบไม่แสดงสีหน้า ไวโอเล็ทหลับตาลงพร้อมกับยกมือขึ้นปิดหน้า และทบทวนเรื่องฟัง

"เบต้าต่างจากนาย เขาอ่อนแอเกินกว่าที่จะรับความจริงนั้น แต่นายไม่ใช่หรอก สังคมจริงๆก็ไม่ได้มีแต่ด้านดีเท่านั้นขณะเดียวกันถ้านายยืนอยู่ที่นี่ นายก็จะรู้ว่ามันไม่ไดเลวร้ายเสียทั้งหมดหรอก" เอ็กซ์ลุกขึ้นยืน "ชีวิตของคนเรามักจะมีคลื่นมากระทบอยู่เสมอ"

"เพียงแต่เราจะเป็นทรายหรือหินใช่ไหม?"

"ใช่" เอ็กซ์หัวเราะ "ทรายหรือหินเท่านั้น"

"เอ็กซ์" เสียงของซิกม่าเรียกมาแต่ไกล

"รออยู่นี้นะ ไม่ต้องกลัวพวกที่จะมาวันนี้หรอก พวกนี้เขาไม่ทักใครเท่าไหร่"พูดจบเอ็กซ์ก็ตบหัวไวโอเล็ทเบาๆ แล้วก็เดินจากไป

 catndog.gif (3077 bytes)

โปรดติดตามตอนต่อไป

แนะนำติชมได้ที่ e-mail : [email protected]

Hosted by www.Geocities.ws

1