Kill me if you fell in love
By…Hikaru

Chapter 01

ค่ำคืนแห่งราตรีกาลเยื่องเข้ามาครอบคลุมอาณาบริเวณแห่ง ไทเรนซ์ เมืองต้องสาปอย่างช้าๆ

“ กรี๊ดดดด…………..อย่า อย่า อย่าฆ่าข้า …….” เสียงหญิงสาวดังขึ้นแล้วเงียบลงอย่างรวดเร็ว เบื้องหน้าคือร่างอันใหญ่โต ที่หัวมีเขาสีเงินยวงสะท้อนรับกับเเสงจันทร์ซึ่งบัดนี้ถูกฉาบไปด้วยเลือดข้นๆ ของหญิงสาวเมื่อครู่จนแทบแยกสีเขากับเลือดไม่ออก ร่างอันมโหฬารนั้น แสยะยิ้มอย่างพึงพอใจเมื่อเลือดที่มันคาดว่าจะอร่อยนั้นไหลลื่นลงลำคอไปช้าๆ มันหัวเราะด้วยเสียงอันดังราวกับจะเยาะเย้ยความขลาดกลัวของพวกมนุษย์ ซึ่งชาวบ้านแถวนั้นได้ยินแล้วถึงกับขนลุกขนพองไปตามๆกัน

“เจ้าปีศาจบ้าเลือดนั่นวันนี้ก็เขมือบไปอีกรายแล้วเรอะ “ เสียงถอนใจของชายชราทำให้เมโล หลานชายพาลหดหู่ตาม

“ เมโล เจ้ายุ่งมาทั้งวันแล้วไปพักผ่อนเถอะ” ชายชราปราม

“ แล้วท่านปู่ละครับจะไม่..” เด็กหนุ่มสะดุดคำพูดลงเขาน่าจะจำได้ว่าปู่ของเขาคือหนึ่งในสามของผู้ที่จะต้องไปสังเวยชีวิตแก่ บาเบรอส ปีศาษร้ายที่นำพวกเข้ามาบุก ไทเรนซ์ เมื่อไม่กี่เดือนก่อนจนทำให้เมืองที่แสนงดงาม เหลือเพียงซากปรักหักพังในเวลาเพียงชั่วข้ามคืนแล้วจากนั้นมาค่ำคืนที่แสนสงบก็เปลี่ยนเป็นค่ำคืนแห่งความหวาดกลัว ทุกๆ คืน 3 ชีวิตจะต้องถูกนำไปสังเวยแก่พวกมันและค่ำคืนนี้ก็เป็นคิวของปู่เขา เมโล สลดหน้าลงน้ำตาอุ่นๆ ค่อยๆ หลั่งรินลงอาบแก้มเขาช้าๆ

“เมโล..” เด็กหนุ่มถูกเชยคางขึ้น

“ พอปู่ไปไม่นานคงถึงคิวเจ้าพรุ่งนี้เจ้าต้องหนีไปซะ ซาคาลิสจะพาเจ้าไปเอง “ เด็กหนุ่มตาลุกโพลงแต่ไม่ทันที่จะมีคำโต้แย้งใดๆหลุดลอดจากปากสีชมพูนั้นเด็กหนุ่มก็รู้สึกเหมือนมีของแข็งมากระทบศรีษะเขาอย่างแรงจนสลบไป

เมื่ออรุณรุ่งมาเยือน “ อ..โอย บ้าฉิบเจ็บชะมัด” เด็กหนุ่มโอดครวญทันใดก็เริ่มรู้สึกตัวขึ้นมาได้

“ ท่านปู่..ท่าน.” “ ชี่..เงียบไว้เดี๋ยวพวกนั้นก็ได้ยินหมดกันพอดี” มืออุ่นๆ นั้นปิดปากเมโลแน่น จนเมื่อได้จังหวะเจ้าของมือนั้นก็ปล่อยมือตนออก เด็กหนุ่มรีบมองหน้าเจ้าของมือ เบื้องหน้าเขาคือชายที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน ชายหนุ่มผู้นั้นมีผมสีเงินและดวงตาสีนิลดูเย็นชาราวปีศาจ ที่มาบุกไทเรนซ์ของเขายิ่งนัก เมโลแทบร้องว๊าก.. ออกมาดังๆ แต่ก็หยุดความคิดนั้นไปเสียก่อนเมื่อนึกขึ้นได้ว่าถ้าคนข้างหน้าเขาเป็นปีศาจจริงๆ ละก็เขาคงไม่รอดมาจนป่านนี้หรอกน่า ว่าแล้วเมโลจึงรวบรวมความกล้าถามออกไป

“นายเป็นใครกัน แล้วฉันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง..” ชายหนุ่มกลับยิ้มให้เมโลถ้านี่เป็นปีศาจจริงคงขย้ำคอเขาเพราะพูดมากไปนานแล้ว“ฉันชื่อ ซาคาลิส ปู่เธอมอบเธอให้ฉันตั้งแต่เมื่อคืน ป่านนี้คงโดนพวกปีศาจ นั่นแทะจนไม่เหลือแล้วมั๊ง..เอาละเราเสียเวลามามากพอแล้ว ลุกขึ้นซะ ฉันจะได้พาเราออกจากหมู่บ้านบ้าๆ นี่ซักที” คำพูดเย็นชาของชายหนุ่มจุดไฟคุโชนขึ้นกลางอกของเมโลได้ชะงัดนัก เด็กหนุ่มกระโจนเข้าคว้าคอชายหนุ่มหมายจะชกซักหมัด

“ทำไมนายไม่รั้งปู่ไว้..มาช่วยฉันทำไม” น้ำตาแห่งความเศร้าหลั่งรินอาบแก้มเมโลจนเปียกชุ่ม

“ อย่าโวยวายนักได้ไม๊ เดี๋ยวเจ้าพวกสัตว์ประหลาดนั่นก็แห่กันเข้ามาหรอก” เมื่อเห็นว่าพูดกันไปก็ไม่รู้เรื่องหมัดร้อนๆ ก็ถูกสวนใส่ท้องเด็กหนุ่มจนจุกและสลบไปในวงแขนของร่างสูงอย่างเลี่ยงไม่ได้

“นายบังคับให้ฉันทำเองนะโว้ย..” ร่างสูงทำท่าไม่ยี่หระต่อการกระทำของตนนักก่อนจะแบกร่างของเมโลไว้บนบ่า

“มันกินอะไรบ้างวะเนี่ย..เห็นทีรอดไปได้ต้องจับมาขุนหน่อยซะแล้ว” ซาคาลิสบ่น

*************************

เช้าตรู่ที่มีเมฆหมอกคลุมทึบจนแทบมองเบื้องหน้าไม่เห็นเป็นเหมือนช่องทางที่สวรรค์มอบมาให้คนทั้ง 2 เงาตะคุ่มในหมอกเคลื่อนที่หายไปอย่างรวดเร็วไม่มีใครรู้เลยว่าบัดนี้มีคนได้หลบหลีกออกมาจากไทเรนซ์ได้แล้ว แต่สวรรค์ก็ไม่ได้เข้าข้างคนทั้ง 2 เสมอไป

“ เฮ้ย..หยุดจะไปไหน” ทหารปีศาจชั้นต่ำตวัดปลายดาบชี้หน้าไปที่ร่างของคนแปลกหน้า

“แกเป็นทหารใหม่รึไงถึงไม่รู้จักข้า” เสียงเหี้ยมทำเอาทหารปีศาจตัวหด

“อ..อ.๊ะ ขอประทานอภัยข้าไม่นึกว่าท่านรองจะออกมาที่แบบนี้..อ..เอ่อแล้วมนุษย์ บนบ่าท่าน…..”

"อ้อนี่เหยื่อของข้า” แต่หน้าของเจ้าปีศาจตนนั้นก็ดูยังสงสัยการกระทำของนายอยู่จนปีศาจหนุ่มต้องขุดข้อแก้ตัวขึ้นมาบังหน้าแทบไม่ทัน

“คือ..อ ข้าจะออกไปหาที่ดีๆ กินซักหน่อยอยู่แต่ในเมืองมันไม่ได้อรรถรส” เจ้าปีศาจทหารก็ยังทำท่าสนใจไม่เลิกจนท่านรองของมันชักฉุน

“ เฮ้ยเปิดทาง ข้าจะออกหรือเจ้าอยากไปลงเอยในหม้อมนุษย์คืนนี้"   แค่ได้ยินเจ้าทหารก็ออกอาการสั่นโดยไม่ได้ตั้งใจรีบเปิดทางให้แต่โดยดี แล้วท่านรองของมันก็เดินอย่างองอาจเช่นเดียวกับขามาออกไปจนพ้นระยะที่มันสามารถมองเห็น

“ข้าว่ามันแปลกๆ นะมีที่ดีๆ ให้นั่งกินตั้งเยอะจะออกไปทำไมนอกเมืองให้เปลืองแรงบ้ารึเปล่า” ปีศาจอีกตนออกความเห็น

“เฮ้ย..อย่ามาพูดในที่แบบนี้เชียวนะแกน่ะ ขืนเจ้าบ้านั่นมันเดินกลับมาล่ะได้ซวยกันหมดนะเฟ้ย..”

************************

อีกฟากหนึ่งของประตูเจ้าของร่างมหึมาค่อยๆ กลายร่างกลับเป็นมนุษย์อีกครั้ง

“ ฟู่..” เขาถอนใจรู้สึกตลกกับคำอ้างที่ตัวเองอ้างออกไปเมื่อครู่ เมื่อมาถึงจุดที่คิดว่าจะไม่มีใครตามมา ร่างสูงจึงวางร่างบางกับพื้นหญ้าแห้งๆบริเวณนั้น

“นี่ถ้ามีใครมาเห็นข้าช่วยมนุษย์แบบนี้ ชื่อเสียงข้าจะเป็นยังไงมั่งวะเนี่ย” ซาคาลิสถอนใจพร้อมกับมองหน้าสวยของอีกฝ่าย เอาว่ะผลจะเป็นยังไงแต่ออกมาแล้ว ได้เจ้ามนุษย์นี่มาเป็นของเขาก็คุ้มกับที่ทำไปละนะ

************************

ระหว่างนั้นภายในปราสาททรงสูงแบบตะวันตกสีดำทะมึนที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางนครหลวงของไทเรนซ์ก็เกิดวินาศสันตโรขึ้นอีกครา

“แย่แล้วเจ้าคะท่านพ่อ..” แล้วเสียงสูงปรี๊ดของสาวงามนางหนึ่งก็ดังขึ้น

“ท่านพี่ซาคาลิส แอบหนีไปได้แล้ว”

“หา! เกิดขึ้นได้ยังไงกัน”

“ข้าไม่รู้แต่คิดว่าคงเพราะความเลินเล่อของ ทหารใต้ดิน..” สาวเจ้ารีบอ้าง

”มันเป็น ใครไป เอาตัวมันมา” บาเบลอสคำรามครือในลำคอ

“ค..คงไม่ได้หรอกเจ้าคะ ทหารใต้ดินที่เฝ้าคุกของท่านพี่โดนฆ่าตายไปหมดแล้ว”

บาเบลอสถึงกับสะอึก ไอ้ลูกเลวๆ ที่ชอบฆ่าพวกเดียวกันเดี๋ยวนี้มันโหดขึ้นถึงขนาดนี้แล้วหรือนี่

“ท่านพ่ออย่ามัวแต่อึ้งสิเจ้าคะทำอะไรซักอย่าง..”

“ส่งทหารหนึ่งกองออกไปหามันเร็ว ด่วนที่สุดก่อนที่มันจะไปเที่ยวฆ่าพวกเราเข้า”

“เจ้าคะ” หญิงสาวรับคำแล้วรีบปรี่ออกไปนอกห้องบัลลังก์ทันที

“เฮอะไอ้ลูกทรพี” ปีศาจขนเงินเยื้องตัวเอาหน้าซบกับแขนคิดแล้วอยากฆ่าตัวตาย ตั้งแต่วันที่เข้ามาในไทเรนท์เจ้าซาคาลิสลูกชายมันก็มีนิสัยแปลกๆ ไปพอกลับจากรบก็หายหน้าหายตาเข้าห้องไม่พูดไม่จา แล้วไม่กี่อาทิตย์ต่อมาก็อาละวาดฆ่าคนในวังไปเกือบครึ่งจนต้องจับขังไว้ในคุกใต้ดิน ไม่งั้นขืนปล่อยหลุดออกไปได้เป็นที่อับอายขายหน้าคนเขาไปทั่วว่าบาเบรอสผู้ยิ่งใหญ่แห่งโลกปีศาจจะมีลูกที่สติไม่ดีจนฆ่าพวกเดียวกัน

************************

กล่าวถึงฝ่ายซาคาลิสที่แวะเข้าพักในกระท่อมคนเดินทางข้างทางร่างบางของเมโลถูกจัดแจงลงนอนเหยียดกับเตียงที่สร้างขึ้นจากฟางแห้งๆ โดยคร่าวๆ

“เฮ้ตื่นได้แล้วเจ้าคนขี้เซา..” ซาคาลิสตะโกนใส่หูเมโลเล่นๆ ไม่นึกว่าเจ้าตัวจะตื่นขึ้นจริงๆ

“ ที่ไหนกันเนี่ย..” เมโลสะดุ้งเมื่อเหลือบไปเห็นซาคาลิสที่นั่งจ้องอยู่ข้างกาย

“อ..ว๊ากกก………..”

“เฮ้ยหนวกหูจริงแกนี่ จะตะโกนทุกครั้งที่ตื่นเลยรึไง “

“เปล่าซักหน่อยเจ้านั่นแหละอยู่ๆ ก็มานั่งจ้องข้า ตาก็แดงยังกะปีศาจ ใครจะไม่กลัวมั่งเล่า”

“แล้วเจ้ากลัวรึ”

“เออสิ ทีหน้าทีหลังไม่ต้องหันมามองเลยได้ยิ่งดี”

“แน่ใจรึ..”

“แล้วทำไมเล่า”

“กลัวเจ้าจะเหงาใจซะก่อน” เมโลชักเห็นความแปลกประหลาดของเจ้าหนุ่มนี่ขึ้นเรื่อยๆ จนชักไม่ไว้ใจเขาซะแล้วสิ

“กับเจ้านะเหรอ..เหอะเหงาซักครั้งข้าก็จะไม่บ่นให้เจ้าฟังเด็ดขาด”

“อ้อ..ถ้าเจ้าคิดยังงั้น” ซาคาลิสชักโมโหด้วยความที่เขาเป็นคนใจร้อนมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว

“ข้าจะทำให้เจ้าบอกว่าเหงาไม่หยุด และต้องการข้ายิ่งกว่าอะไรทั้งหมด”

“หา!”

เรียวแขนแกร่งเอื้อมเข้ามาคว้าร่างบอบอบางของเมโลเข้าไปสวมกอดโดยที่เจ้าตัวไม่ทันตั้งตัวด้วยซ้ำ ปากบางอ่อนนุ่มก็ถูกประกบเข้าอย่างไม่รอช้า

“อยะ…อุ๊บ” อารมณ์ที่พลุ่งพล่านไปทั่วร่างทำให้คนทั้งสองไม่อาจหยุดได้แม้ร่างบางจะพยายามขัดขืนอย่างที่สุดแล้วก็ตามที….

catndog.gif (3077 bytes)

โปรดติดตามตอนต่อไป

Hosted by www.Geocities.ws

1