Lantis
by
Hikaru Otenba

Lantis 1
วันที่ท้องฟ้ามีสีจางๆแปลกๆ นกไม่ร้องเหมือนเคย ณ ดินแดนที่แสนกว้างใหญ่แห่งนี้ ช่างเป็นเรื่องบังเอิญที่จะมีนักเดินทางแวะมาเยี่ยมเยียนสักคน

“แลนติส” นั่นเป็นชื่อที่คนที่นี่ใช้เรียกผม เป็นเวลากว่า 10 ปีที่ผมมาอยู่ที่นี่โดยตอนแรกพ่อพาผมขึ้นเรือท่องไปบนผืนน้ำอันกว้างใหญ่นี้ แต่แล้วมันก็อับปางลง มีเพียงผมที่รอด พ่อ แม่ ทุกคนถูกน้ำทะเลดูดลงไปอยู่ข้างใต้นั้นหมด แล้วมันก็กลายมาเป็นฝันร้ายติดตาผมแทบทุกคืน

“แลนติส ลงมาพาแขกขึ้นไปห้องหน่อย “

“ครับ” ผมต้องทำเสียงหวานต้อนรับพวกวิปริตพวกนั้น ผมพาเขาขึ้นเตียงตามคำสั่ง

“เธอชื่ออะไร” เจ้าหมอนั่นถาม

“แลนติส” ผมตอบจากนั้นผมก็นอนกับเขาแล้วเขาก็ให้เงินผม

“ฉันถูกใจเธอนะ แลนติส เราจะพบกันวันหลังอีกได้ไหมโดยไม่ใช่ที่นี่”

“ คงจะไม่ได้ครับ ผมมีงานยุ่ง นอกเสียแต่คุณจะจ่ายเงินพิเศษเพิ่มขึ้นอีกหน่อย” ตอนแรกเขาเบ้ปากเล็กน้อย แต่ก็รับคำไปอย่างไม่ค่อยเต็มใจนักจากนั้นผมก็เดินไปส่งเขาที่ระเบียง

“จามี่” เด็กหนุ่มผมสีน้ำตาลแก่ หันหน้ามาทางที่ผมยืนอยู่อย่างรวดเร็ว

“แลนติส เจ้านั่นไปแล้วเหรอ”

“อืม..ขึ้นมานี่สิ จามี่”

“o.k.”

‘เจ้านั่น’ ที่ จามี่ หมายถึงคงเป็นแขกหนุ่มคนเมื่อครู่ เขาชอบมาที่ร้านบ่อยๆ คนที่นี่เสร็จเขาไปแล้วไม่รู้กี่รายและจามี่ก็เป็น 1 ในนั้นด้วย แต่ดูท่าคนที่ติดใจเขามากที่สุดก็คงหนีไม่พ้น จามี่ อีกอยู่ดี

“ออสการ์ พูดอะไรบ้างรึเปล่า”

“เอ…ก็ไม่นี่นารึนายหวังให้เขาพูดอะไรละ” จามี่หน้าแดงซ่าน

“บ้ารึ..แลนติส นายเข้าใจอะไรผิดรึเปล่า” แลนติสปรายตามองเพื่อนอย่างสงสารจนป่านนี้ จามี่ ยังคิดจะปิดบังอะไรเขาอีก

“อ้อ แลนติส เมื่อกี๊ เฟอร์ตอง เอา จม.ของ ยีฟา มาให้นายแนะเห็นบอกว่าเป็นเรื่องด่วนให้นายลาแม่ใหญ่ไปหาเขา”

”งั้นเหรอ แล้วเฟอร์ตองยังรอคำตอบอยู่รึเปล่า”

“อื้อ..ตอนนี้ยังอยู่ที่ห้องโถงอยู่เลย” แลนติสไม่รอช้าเขารีบเดินออกจากห้องทันที

“เฟอร์ตอง” เบื้องหน้าของเด็กหนุ่มคือชายร่างสูงท่าทางสำอางและดูมีภูมิฐานดี

“รอนานไหมครับ”

”อื้ม…ไม่นานเท่าไหร่หรอกก็เหมือนทุกทีน่ะแหละนะ….อ้อไม่ทราบว่าได้รับคำเชิญของเจ้านายฉันรึยัง”

”ครับ” แลนติสยิ้ม

”ส่วนคำตอบก็คือตกลง ช่วยกลับไปบอกยีฟาด้วยนะครับว่าคืนนี้ผมจะไปหา”

ชายร่างสูงได้แต่ยิ้มไม่แสดงท่าทีใดๆออกมา

”ครับ ผมจะทำตามที่คุณบอก ท่านยีฟาจะต้องรอคอยคืนนี้อย่างใจจดใจจ่อ เป็นแน่เชียวครับ” ว่าเสร็จร่างสูงก็ขอตัวกลับ เด็กหนุ่มจึงขอเดินไปส่งหน้าประตู

”อ้อ…คุณแลนติสครับคืนนี้ท่าน ยีฟา จะส่งรถม้ามารับเช่นเดิมนะครับ กรุณามารออยู่ที่เดิมด้วย”

”อืม ฝากบอกเขาด้วยนะว่าผมเองก็จะอดทนรอให้ถึงคืนนี้ไวๆ เช่นเดียวกัน”

ชายร่างสูงจากไปพร้อมสารตอบรับแล้ว แลนติสจึงตัดสินใจเข้าไปขอแม่เล้าให้ปล่อยตนไปซักคืน ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อแม่เล้าได้ทราบชื่อของบุคคลที่แลนติสจะไปพบก็ยอมปล่อยเขาไปอย่างง่ายดาย

”อ้อ..แลนติส อย่าลืมบอกให้ท่าน ยีฟาโปะเงินพิเศษให้ข้าเพิ่มด้วยละ”

”ครับ คุณแม่” น้ำเสียงของแลนติสฟังดูเฉยชากับคำพูดแสดงความโลภมากของแม่เล้าจริงๆ เพราะเมื่อครั้งที่เขาเพิ่งมาอยู่ใหม่ๆเขาก็ได้สัมผัสถึงสิ่งนี้มานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว จากนั้นแลนติส จึงขออนุญาตแม่เล้ากลับไปที่ห้องตน

ณ เวลาบ่ายแก่ๆของวันนั้นจามี่ขึ้นไปเคาะประตูอยู่หน้าห้องของแลนติส ขณะที่ปากของตนก็ตะโกนเรียกชื่อของแลนติสไปพราง จนกระทั่งร่างบางทนฟังเสียงหนวกหูไม่ไหวถึงกับรีบวิ่งมาเปิดประตูต่อว่า

”ก็บอกว่าวันนี้ฉันไม่รับแขกแล้วไง”

อาภรณ์สีขาวดูมีราคาแพงเข้ากับแลนติสมากจนจามี่ตะลึง

”เฮ้…แลนติส นายไปเอาเสื้อผ้าพวกนี้มาจากไหนนนะ” แลนติสเองดูไม่แปลกใจเลยที่เพื่อนตนพูดเช่นนั้น

“ยีฟา เขาให้มาเมื่อคราวที่แล้วเขาบอกว่าน้องชายเขาไม่ต้องการ และนอกจากฉัน คนที่บ้านเขาก็ไม่มีใครใส่ได้อีก” แลนติสทำหน้าไม่ค่อยพอใจเล็กน้อยจนกระทั่งสังเกตเห็นสีหน้าของจามี่จึงหยุดพูด

”นายนี่ดีจังเลยนะที่กำหัวใจของท่านได้อย่าปล่อยให้เขาตกเป็นของคนอื่นละ” จามี่พยายามปั้นหน้ายิ้มแม้ใจจริงจะอิจฉาเพื่อนอยู่เล็กๆ ก็ตามที

“อ้อ จามี่ ที่นายมาหาฉันถึงนี่คงจะมีอะไรด้วยละสิ” เด็กหนุ่มพยายามเปลี่ยนเรื่องก่อน จามี่สะดุ้งเหมือนคนเพิ่งตื่นจากหลับ

“คือจะมาบอกว่ามีรถม้ามารออยู่ข้างล่างแล้วนะ”

“หา ตายละสินี่สายขนาดนี้แล้วหรือท่านยีฟาต้องบ่นแล้วแน่”

“อืมม….” จามี่ยังยิ้มแห้งๆเช่นเดิม

“ขอบใจมากจามี่ งั้นฉันไปละนะพรุ่งนี้ค่อยเจอกัน บาย..”

จามี่โบกมือตอบ แลนติสไปเสียแล้ว จามี่จึงนั่งลงหน้าประตูห้อง บางทีเขาก็อยากเป็นอย่างแลนติสเหลือเกิน คงจะมีซักวันละนะที่เขาจะได้เจอคนแบบยีฟาอย่างที่แลนติสได้เจอบ้าง

การเผชิญหน้า 2

เสียงของล้อเลื่อนไปเรื่อยๆตามถนนหนทางที่แสนขรุขระหากแต่เบื้องหน้าคือที่ตั้งของปราสาทอันแสนอลังการ ซึ่งมีผู้ปกครองเป็นเพียงชายหนุ่มคนหนึ่งเท่านั้น

ตอนนี้หัวใจของแลนติสแทบจะกระเด้งออกมานอกร่างกายแม้เขาจะเคยมาที่นี่นับสิบครั้งแล้วก็ตาม หากแต่การพบกับเจ้าของปราสาทนี้ต่างหากที่ทำให้เขาตื่นเต้นได้เพียงนี้ มันน่าประหลาดที่ควรจะคุ้นเคยได้แล้วแท้ๆ ทว่าในความจริงมันคงจะยากเกินไป ทำไมนะหรือนั่นก็เพราะว่า…

“เชิญลงมาได้แล้วครับท่านแลนติส" เด็กรับใช้ที่อ่อนกว่าเขาราวเกือบ 4 ปี รีบวิ่งมาต้อนรับพร้อมรอยยิ้ม ไม่นานเมื่อย่างก้าวแรกถึงพื้นที่หลังบานประตูใหญ่ เขาก็ต้องเงยหน้าขึ้นเห็นร่างสูงยืนมองลงมาจากบันไดที่สูงตระหง่านปูด้วยพรมแดงขลิบทองชั้นดี

"มาถึงสักทีนะ ชั้นนึกว่าจะต้องรอเธอจนถึงพรุ่งนี้เสียอีก" ใบหน้าของเขาราบเรียบ และยังมองลงด้วยดวงตาสีเทาที่ไม่อาจหยั่งรู้เหมือนเคย เย็นชาแต่เปี่ยมล้นด้วยมนต์ขลัง

"เอาละตามมาสิ" ร่างสูงหันกลับค่อยๆเดินนำสูงขึ้นไป แลนติสหันมองเด็กรับใช้ที่พยามขนของอย่างทุลักทุเลอีกครั้งแล้วจึงรีบรุดตามไป

"เร็วหน่อยสิ"

”แหม ท่านยีฟา ผมเองเพิ่งจะเดินทางมาถึงนะครับ" อาการจ้ำพรวดๆทำให้แลนติสเหนื่อยไม่น้อย

"เพลียโดยที่ฉันยังไม่ได้ทำอะไรงั้นรึ?" ยีฟานิ่วหน้าเล็กน้อย เปิดบานประตูก่อนจะตวัดร่างบางขึ้นอุ้ม

"ท…ท่านยีฟาวางผมลงเถิดครับเดี๋ยวใคร…" แลนติสแสร้งจริตอาย

"หึ หึ ก็อย่าให้มีคนเห็นสิ" ยีฟาใช้เท้าเกี่ยวประตูให้ปิดลงทันที

"เธอจะกลัวอะไรนักหนารึ ที่นี่ก็มาออกบ่อยจนใครๆเขาก็คิดว่าเธอเป็นแขกที่สำคัญเข้าเสียหมดแล้ว" ร่างบางถูกวางบนเตียง

"เอ่อ" เมื่อฟังแล้วก็ทำให้ฉุกคิดได้บ้าง

"เอาละหลับตาลงเสียสิ"

"อ่า ครับ" แลนติสข่มตาแน่นด้วยคาดเดาว่าสิ่งที่เกิดขึ้นคงไม่ต่างจากที่แล้วมา เขารู้สึกได้ว่าอาภรณ์ของเขากำลังถูกถอดออกในระหว่างที่ริมฝีปากอุ่นลิ้มลองทดสอบเรือนกายของเขาว่าต่างออกไปจากเดิมหรือไม่ ลมหายใจที่สงบราบเรียบถูกชักชวนให้ไขว้เขวจนไม่อาจควบคุมได้อีก

"อะ อย่าครับตรงนั้น" ใบหน้าของแลนติสแดงซ่าน

"อย่า" ร่างที่ก้มอยู่ไม่ได้ฟังแม้แต่น้อยแต่กลับใช้ฝ่ามือขึ้นร่วมด้วย จนร่างบางต้องตอบสนองอย่างเลี่ยงมิได้

"ร่างกายของเธอยังไม่อ่อนแรงจนเกินไปนี่ แลนติส ….” ชายหนุ่มนิ่งไปครู่หนึ่งจนแลนติสชักรู้สึกผิดสังเกตเพราะตามปกติชายหนุ่มมักจะโถมใส่เขาอย่างไม่รอช้า

“อ…เอ่อ ท่านยีฟา..” ไม่ทันที่เด็กหนุ่มจะถามจนหมดความข้องใจคำตอบก็แล่นเข้าใส่เขาอย่างไม่มีการอ้อมค้อม

”อ้อ…เพราะเหตุนี้ใช่มั้ย แลนติสเธอคงเหนื่อยจากเมื่อเช้ามามากละสิ” ยีฟาคว้าผ้าคลุมใส่ร่างเด็กหนุ่ม

”พอทีฉันไม่มีอารมณ์จะทำอะไรๆกับพวกคาดอสใจง่ายแบบเธอนักหรอกใส่เสื้อซะ แลนติส..น้องชายฉันรออยู่ที่ห้องรับแขกนานแล้วเขาคงอยากพบเธอใจจะขาด”

คำพูดเพียงไม่กี่ประโยคของยีฟาสะกดหนุ่มน้อยอย่างแลนติสจนอยู่หมัด แลนติสสะเทือนใจและเจ็บแค้นนักเขาเองก็อยากรู้นักว่าถ้าคนแบบยีฟาขาดคนแบบเขามาให้ความบันเทิงชีวิตหมอนี่จะมีอะไรเหลืออีกบ้าง แต่ความคิดนั้นก็ได้แต่เพียงเก็บไว้ในใจเงียบๆ แล้วก้มหน้ามองลอยจูบของออสการ์ซึ่งหลงเหลืออยู่บนต้นขาขาวของตน

อาภรณ์ขาวดูคุ้นตาถูกสวมใส่โดยคนแปลกหน้าที่ทอดน่องเข้ามาในห้อง ในที่สุดจูดาก็จำได้นั่นเป็นชุดที่เขาเคยสวมใส่เมื่อครั้งที่พัก ณ บ้านหลังนี้ จูดารู้สึกเคืองมากขึ้นเมื่อทราบว่าผู้สวมใส่คือ ‘คาดอส’ ของซ่องแห่งหนึ่งที่พี่ชายตนกำลังติดพันสวาทอยู่ด้วย

“เป็นเช่นไรบ้างน้องรัก…” ชายอายุมากกว่าถามเขา

”ก็สบายดีเช่นเคยครับท่านพี่..อ้อ..แล้วคนผู้นี้จะไม่แนะนำเขาให้ข้าได้รู้จักบ้างหรือ”

“อา พี่ลืมไปนี่คือ ..แลนติส ที่พี่เคยพูดถึงไง" จูดามองเหยียดหยันเล็กๆ ซ่อนในแววตาหลังแว่น บางใส

"อา งามสมคำเล่าลือจริงๆ ยินดีที่ได้รู้จักกับคาดอสอันดับต้นๆเช่นคุณครับ ผมจูดา"

"ครับเช่นกัน ผมได้ฟังเรื่องของคุณมานานจากท่านยีฟาแล้วไม่นึกเลยว่าวันนี้จะได้พบกับคุณ" แลนติสพูดขณะเดียวกันก็รู้สึกได้ถึงความนัยที่ซ่อนอยู่ผ่านการสัมผัสมือกับจูดา

"จูดา ปล่อยได้แล้ว" ยีฟาที่เหมือนจะเข้าใจรีบแยกมือของทั้งสองออก ฝ่ามือของแลนติสแดงเรื่อขึ้นจนเห็นชัด

"อะ ขอโทษทีครับ เอ่อ…ข้าคงจะเครียดจากการรับราชการมากไปหน่อยก็เลยลืมตัว"

"ลืมตัว?" ยีฟาเลิกคิ้วขึ้นนิดๆ

"มีอะไรให้กลุ้มหรือไง?"

"ฮะ ฮะ ไม่หนักหนาหรอกครับ"

"เฮ้อ เอาเถอะทีหน้าทีหลังอย่ามาทำแบบนี้อีกละ" ยีฟาหันกลับมามองแลนติสที่ยืนนิ่งก้มหน้ามองฝ่ามือตัวเองเหมือนครุ่นคิดอะไรบางอย่างแล้วจึงกระซิบที่ข้างหู แลนติสแหงนหน้าขึ้นมองแล้วตอบยิ้มๆ แน่นอนว่าฉากที่เห็นนี่ดูเหมือนว่าท่านน้องชายของเจ้าของปราสาทจะไม่ใคร่ชอบใจนัก แววตาของเขาดูร้อนระอุราวกับจะแผดเผาทุกอย่างเสียให้วอดวาย

ภาพดวงตาสีฟ้าใสภายหลังเลนส์แว่นที่น่ากลัวคู่นั้นแลนติสยังจำติดตาได้ดี และถ้าเขาไม่เห็นกับตาเขาก็คงไม่มีวันเชื่อแน่ว่าบุรุษที่ดูอบอุ่นยิ้มแย้มตรงหน้าเป็นคนๆเดียวกับเจ้าของแววตานั้น

"แลนติสทำไมไม่กินละ? อาหารไม่ถูกปากเธอรึ?" ยีฟาที่นั่งหัวโต๊ะพูดขึ้นจนทำให้แลนติสสะดุ้งหลุดจากภวังค์ค้าง

"ว่าไง? ฉันถามเธออยู่นะ"

"เอ่อไม่ครับ"

แลนติสรีบก้มหน้าก้มตากินกลบเกลื่อนแต่แล้วก็ต้องชะงักอีกด้วยสายตาที่จ้องมอง มันแน่เสียยิ่งกว่าแน่เสียอีก ชายที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกำลังมองเขาด้วยสายตาที่ไม่เป็นมิตรนัก นี่คงจะกำลังจับผิดเขาอยู่ แต่ถ้าจะให้สบตาแล้วมันก็เหมือนกับการประกาศสงครามดีๆนี่เอง ใช่ มันไม่คุ้มเลยกับการที่คาดอสจะแลกกับข้าราชการผู้ดำเนินการของเมืองหลวง ยิ่งถ้าสืบสายเลือดชั้นสูงมากันแบบนี้แล้วก็มีแต่เละกับเละเท่านั้นเอง

"แลนติสเธอเป็นอะไรหรือเปล่า ดูท่าทางเธอแปลกๆนะวันนี้ หรือเมื่อคืนเธอจะนอนไม่หลับ?"

"โธ่ ท่านพี่ครับ ท่านน่าจะเข้าใจนะครับว่าคุณแลนติสเขานอนไม่หลับเพราะอะไร ท่านพี่เองก็เล่นมาอยู่คุยกับข้าจนใกล้สว่างปล่อยให้เขารออยู่คนเดียวในห้องกว้าง ถ้าต้องเป็นเหมือนเขาแล้วต้องอยู่ห้องกว้างขนาดนั้นคนเดียวข้าก็คงจะนอนไม่หลับเหมือนกันนั่นละ"

พูดแล้วจูดาก็หันไปยิ้มให้แลนติสที่แกล้งทำไม่รู้เรื่องซ่อนสีหน้าที่เข้าใจดีถึงความหมายที่ชายหนุ่มนี้แฝงมา 'เป็นเหมือนเขา'หรือก็คือเป็นคาดอสมันเป็นการเพียงการท้าทายแบบลองเชิงเท่านั้น เวลาแบบนี้เงียบๆไว้แหละดีที่สุดจะได้ไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นต่อ หรือไม่ก็ทำให้มันรู้สึกว่าจบเร็วขึ้น

"จริงอย่างเจ้าพูดนะจูดา ข้าไม่น่าปล่อยให้แลนติสที่รักของข้าต้องคอยอยู่ลำพัง " เมื่อสิ้นเสียงทุ้ม แววตาสีฟ้าใสที่เมื่อครู่นี้ดูน่ากลัวกลับฉายแววของความฉงนขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากพี่ชายของเขาคนนี้มักจะชอบเก็บความรู้สึกและเป็นคนขรึม พี่ชายของเขาคงจะชอบพอคาดอสคนนี้จริงๆสินะเห็นทีเขาจะปล่อยเอาไว้อย่างนี้ไม่ได้แล้วถ้าเขายังอยากได้พี่ชายที่เป็นปกติอยู่

ยีฟาเห็นท่าทีครุ่นคิดของน้องชายแล้วก็อดไม่ได้ที่จะกล่าว..

"จูดา แลนติส ฟังให้ดีนะนี่คือเรื่องสำคัญข้าใช้เวลาทั้งคืนเพื่อตัดสินใจเรื่องนี้" เขาหยุดหายใจพร้อมชำเลืองมองทั้งสองคนที่หันมามองเขาอย่างสนใจ"แลนติสถ้าข้าจะขอเจ้าเข้ามาอยู่ในปราสาทนี้กับข้าจะได้ไหม" คำกล่าวของยีฟาทำให้ทุกคนถึงกับสะดุ้ง

”ท่านพี่ ท่านพูดอะไรอยู่ท่านรู้ตัวบ้างไหม” น้องชายพูดจบก็พรวดพราดขึ้นจากโต๊ะแล้วมุ่งไปยังคาดอสตัวยุ่ง

”ท่านพี่ถึงเขาจะงดงามเช่นไรเขาก็เป็นชายท่านดูสิ” จูดาว่าพลางฉีกกระชากอาภรณ์ขาวจนขาดวิ่นจนเห็นอกเปลือยเปล่า ผู้ถูกฉีกแทบจับลมใบหน้าแดงซ่าน”ดูให้ดีท่านพี่อกแบบนี้ยังไงก็สู้ผู้หญิงไม่ได้

”ว่าแล้วก็รี่เข้าจับอกนั้นเต็มๆ” ผู้หญิงนุ่มนิ่มกว่าเยอะท่านคิดยังไงกันแล้วแบบนี้ท่านพ่อท่านแม่ที่เสียไปจะว่ายังไง…” ว่าไม่ทันขาดคำ แรงมหาศาลก็ตบฉาดเข้าเต็มๆ ที่ใบหน้าขาวๆ ของจูดาจนเซไปข้าง

“ยีฟาคุณควรสอนน้องของคุณให้รู้จักใช้มรรยาทดีๆกับแขกซะบ้าง” เด็กหนุ่มฉุนสุดขีดแล้วเดินออกนอกห้องไม่รอช้าทิ้งสองพี่น้องให้จ้องหน้ากันด้วยความฉงน ครู่ต่อมาเมื่อรวมสติขึ้นได้ยีฟาก็ตวาดบันดาลโทสะใส่น้องจอมแส่

”จูดา แกเป็นอะไรของแกปฏิเสธจะให้มันสุภาพกว่านี้ไม่เป็นรึไงแล้วเรื่องของพี่แกมายุ่งอะไรด้วย แล้วตอนแกมาบอกว่าจะขอหมั้นกับโอธีน่าฉันห้ามแกมั่งไม๊ ไม่เลยแต่พอถึงคราวฉันแกกลับเข้ามาขวางนี่รึการตอบแทนของแก” จูดาก็ฉุนไม่แพ้กัน

”โอธีน่ากับผมเลิกกันแล้วพี่หยุดพูดถึงหล่อนซักทีได้มั๊ย แล้วเรื่องนั้นนะยังไงซะหล่อนก็เป็นผู้หญิงไม่ใช่คาดอสแบบเจ้านั่นซักหน่อย” ยีฟากวาดแววตาแข็งกร้าวใส่น้องชาย

“อย่าพูดถึงแลนติสแบบนั้นนะจูดา เพราะอีกไม่นานเขาจะกลายเป็นเจ้าของที่นี่รองจากฉันส่วนแก..” ชายหนุ่มเบือนหน้าหนี หมายจะก้าวออกนอกห้อง หนุ่มน้อยเหงื่อตก จูดายกนิ้วขึ้นจัดแว่นให้เข้าที่ เขารู้ดีพี่ชายเขาไม่ใช่พี่ที่ใจดีคนเดิมอีกต่อไปเพราะเจ้าคาดอสนั่นเป็นแน่มันคงไปกรอกหูพี่เขาไว้จนพี่เขาเป็นแบบนี้

กล่าวถึงเด็กหนุ่มที่ซุกหน้าซ่อนความอับอายไว้ในหมอนที่ห้องนอนในชั้น 2 แลนติสนั่นเองขณะนั้นเขากำลังกล่าวสถบด่าทอจูดาน้องชายยีฟาในใจ บางทีก็อดที่จะทนปวดใจจนน้ำตาไหลไม่ได้เขาเข้าใจว่าตนเป็นเพียงคาดอสต่ำๆ ที่แค่บังเอิญมีโชคในคู่ขามากกว่าคนอื่นเท่านั้น จะว่าไปถ้าวันนั้นยีฟาไม่เกิดเบื่อโรช่าคู่ขาคนเก่าเขาก็คงไม่มีวันนี้

cats.gif (2782 bytes)

โปรดติดตามตอนต่อไป

Hosted by www.Geocities.ws

1