"ขอนิดเถอะนะ"

Fanfiction จากเรื่อง Kizuna ของ Kazuma Kodaka
โดย Kyudo19

**เหตุการณ์เกิดระหว่างที่เอนโจจิและรันมารุอยู่ม.ต้นปีสอง ซึ่งทั้งคู่ต้องแยกห้องกัน อ้าว..อย่างนี้เห็นทีเอนโจจิจะต้องใช้ความพยายามมากขึ้นในการบ่มเพาะความรักที่มีต่อรันมารุให้สุกงอมซะแล้ว เรื่องราวจะเป็นยังไง ลองติดตามดูนะจ๊ะ…

//////////////////////////////////////

"รันจางงงงงงงงงงงงงงง.."

เสียงเรียกคุ้นเคยดังมาจากข้างหลังของซาเมจิมะ รันมารุ และหลังจากนั้นไม่นานร่างของหนุ่มน้อยหน้าสวยก็ถูกแขนขาเก้งก้างของ เอนโจจิ เคย์ กอดรัดไว้แน่น

"ไม่ได้เจอกันตั้งหลายชั่วโมงแล้ว คิดถึงกันบ้างมั๊ยคร้าบ รันจัง?"

เอนโจจิยิ้มแล้วก้มหน้ามาใกล้ๆ ทำให้เห็นผิวแก้มและใบหูที่แดงก่ำของรันมารุ

"ปละ.. ปล่อยนะ เอนโจจิ" รันมารุควบคุมสติอารมณ์ เพราะว่าอยู่ในห้องเรียนช่วงเวลาพักที่มีคนอยู่เต็มหรอกถึงพยายามอดทน "ฉันจะทำการบ้าน" เขาบอกเสียงต่ำๆ เพราะไม่อยากให้คนอื่นได้ยินแล้วหันมามอง

"เป็นคำตอบที่เย็นชาเหลือเกิน"

เอนโจจิกลับแกล้งคร่ำครวญดังๆ และส่งผลให้เพื่อนๆในห้องเรียนหันมายิ้มจนได้

"การบ้านก็ไว้ทำที่บ้านสิ รันจัง ตอนนี้เรามาจู๋จี๋กันดีกว่า"

รันมารุพยายามแกะมือไม้ของเอนโจจิออกและไม่เงยหน้าขึ้นมองใครๆที่กำลังจ้องเขากับเอนโจจิอยู่เขม็ง

"ถ้าไม่ปล่อย อย่าหาว่าฉันไม่เตือนนะ…"

"โถ.." เอนโจจิยังลองดี แถมพูดต่อ

"เกิดงอนอะไรขึ้นมาล่ะที่รัก ทีตอนที่เราจูบ…"

" พล่อก !!"

เสียงหมัดรันมารุกระแทกคางเอนโจจิดังสนั่น เพื่อนที่นั่งโต๊ะติดกันถึงกับสะดุ้งโหยง เอนโจจิคลายอ้อมกอดโดยอัตโนมัติแล้วเซไปกองอยู่กับพื้นแทน

"โอย…"

"เฮ้.. เป็นอะไรรึเปล่า"

เพื่อนอีกคนก้มลงดูอาการเอนโจจิด้วยความเป็นห่วง แต่ปรากฏว่าเด็กหนุ่มกลับทำหน้าทะเล้นหลิ่วตาส่งไปยังรันมารุที่ลอบมองมา และพูดอย่างอารมณ์ดี

"ไม่เป็นไรหรอกวันนี้รันมารุแค่เร่าร้อนไปหน่อยเท่านั้นเอง"

เอนโจจิยิ้ม ส่งผลให้รันมารุรีบก้มหน้าอย่างสำนึกผิดแต่ก็ไม่ได้เอ่ยคำขอโทษออกมา เมื่อลุกขึ้นได้เอนโจจิก็ยังเดินเข้าไปหา และบอกว่า

"ยังไงเย็นนี้ก็กลับบ้านด้วยกันนะ"

รันมารุไม่ยอมสบตา ได้แต่พยักหน้าให้อย่างรีบๆ และทำการบ้านต่อเหมือนไม่สนใจ ครู่หนึ่งเอนโจจิจึงเดินออกไปจากห้องพร้อมเพื่อนคนอื่นปล่อยให้รันมารุถูกมองด้วยสายตาแปลกๆจากเพื่อนรอบๆที่เห็นเหตุการณ์

รันมารุขบริมฝีปากแน่น ทำไมเจ้าบ้านั่นถึงชอบมายั่วประสาทเขานักนะ…

//////////////////////////////////////

"เอนโจจิ ทำไมนายถึงชอบไปยุ่งกับเจ้านั่นนักฟะใครๆเขาก็ขยาดกันทั้งนั้น" เพื่อนคนหนึ่งถามอย่างสงสัยเมื่อเดินออกมาจากห้องเรียนแล้ว

เอนโจจิยังคงคลำคางป้อยๆด้วยความเจ็บแต่เมื่อพูดถึงรันมารุกลับไม่แสดงท่าทีโกรธสักนิด

"แหม.. ก็เมื่อกี๊นี้ ฉันไปแหย่เขาก่อนนี่หว่าคนกำลังใช้สมาธิทำการบ้านก็ต้องโกรธอยู่แล้ว"

"โกรธยังไงก็ไม่น่าต่อยแรงอย่างนั้นเพื่อนเล่นด้วยแค่นี้ไม่เห็นต้องอารมณ์เสียเลย"

"เฮ้อ.. ช่างเถอะน่า รันมารุก็เป็นแบบนี้เอง แต่จริงๆเขาไม่ได้น่ากลัวอย่างที่พวกนายคิดกันหรอก เอ..ชักหิวแล้ว ไปหาขนมปังกินกันเถอะ"

เอนโจจิเปลี่ยนเรื่องแล้วก็วิ่งนำไปยังโรงอาหารปล่อยให้เพื่อนที่เหลือมองตามอย่างงงๆ และต่างก็คิดเหมือนกันว่า

ต่อยคางจนลงไปกองกับพื้นเนี่ยนะ ไม่น่ากลัวของมัน!!

//////////////////////////////////////

รันมารุค่อยๆเก็บข้าวของใส่กระเป๋านักเรียนและหยิบกล่องยาวทรงกระบอกที่ใส่ดาบไม้ไผ่มาถือไว้อย่างระมัดระวัง

วันนี้ตั้งใจว่าจะรีบกลับไปซ้อมที่โรงฝึกอีกเช่นเคยแต่รันมารุก็ยอมหยุดรออยู่ที่หน้าห้องเรียนเพราะรู้ว่าเอนโจจิจะมาหาเพื่อกลับบ้านพร้อมกันอย่างที่บอกไว้ แต่ผ่านเวลาเลิกเรียนไป 15 นาทีก็แล้ว 20 นาทีก็แล้ว..

รันมารุมองดูเพื่อนนักเรียนคนอื่นที่ทยอยกันกลับบ้านด้วยอารมณ์หงุดหงิดนิดๆ

"ตกลงเจ้านั่นจะมามั๊ยเนี่ย.." รันมารุฮึดฮัดมองไปทางห้องชมรมก็ไม่เห็นวี่แววว่าเอนโจจิจะปรากฏตัว เด็กหนุ่มมองดูนาฬิกาเรือนโตที่แขวนอยู่ในทางเดินของโรงเรียน รอมาเกือบครึ่งชั่วโมงแล้วสินะ

"ชิ.." รันมารุเริ่มโกรธและคิดว่าถ้าไม่มาภายในสองสามนาทีนี้ เขาจะไม่รอแล้วแต่ใจนึงก็อดคิดไม่ได้ว่าหรือเอนโจจิจะโกรธเขาที่ไปต่อยซะแรงเมื่อตอนกลางวันและแกล้งปล่อยให้รอเก้อล่ะมั๊ง แต่รันมารุก็ว้าวุ่นใจได้ไม่นานเพราะทันใดนั้นก็มีมือเอื้อมมาแตะบ่าเขา

"เฮ้.. โทษที รอนานรึเปล่าพอดีที่ชมรมมีประชุมเรื่องงานวัฒนธรรมเลยต้องอยู่ช่วยนิดหน่อย" เอนโจจิชี้แจงนัยน์ตาเป็นประกายเหมือนทุกครั้ง

"รันจังจะรีบไปซ้อมล่ะสิ งั้นเราไปกันเถอะ" เขาว่าพลางกุลีกุจอฉวยกระเป๋านักเรียนของรันมารุไปถือให้

"มะ.. ไม่ต้องหรอก ฉันถือเองได้" รันมารุห้าม

แต่เอนโจจิไม่ฟัง ก้าวเดินไปล่วงหน้าแล้วหันมายิ้ม

"ถือซะว่าเป็นการรับใช้ไถ่โทษที่ทำให้รันจังต้องรอแล้วกัน เอ้า.. รีบเข้าสิเดี๋ยวมีเวลาซ้อมไม่มากนะ"

รันมารุรู้สึกประหลาดๆแวบหนึ่งเมื่อเห็นรอยยิ้มและดวงตาของเอนโจจิก่อนจะรีบเดินตามไปแต่โดยดี

//////////////////////////////////////

เย็นนี้เอนโจจิอยู่ที่โรงฝึกกับรันมารุต่อแต่ไม่ได้เป็นคู่ซ้อมให้แม้รันมารุจะคะยั้นคะยอ

"นายน่าจะฝึกเคนโด้กับฉันนะ"

รันมารุพูดอีกหนเมื่อซ้อมเสร็จ และนั่งพักเหนื่อยลงข้างๆ เอนโจจิ

"โธ่.. รันจัง ฝึกกับลูกศิษย์เก่งๆของคุณตานายก็ดีแล้วคนอย่างฉันเล่นเคนโด้เป็นเรื่องเป็นราวซะที่ไหน"

เอนโจจิแย้ง พลางหยิบเอาดาบไม้ของรันมารุมาควงเล่น

"ก็เพราะอย่างนั้นถึงต้องฝึกไง เราจะได้เล่นคู่กันไม่ดีรึ?" รันมารุถามสีหน้าจริงจัง

เอนโจจิถอนหายใจ "ทุกวันนี้เราเป็นเพื่อนสนิทกันถึงจะไม่ได้อยู่ห้องเดียวกันก็เถอะแต่ก็ใช้เวลาอยู่ด้วยกันตั้งเยอะแล้ว

ไม่จำเป็นจะต้องทำกิจกรรมทุกอย่างที่เหมือนกันหรอกน่า ฉันยังไม่เคยชวนให้นายไปเข้าชมรมชงชาเลย"

"เอนโจจิ ที่ฉันชวนน่ะ ก็เพราะนายมีแววว่าจะเล่นได้ดี ถ้านายไม่มีฝีมือซะเลยมีเหรอฉันจะมาอดทนพูดโน้มน้าวนานขนาดนี้ นะ.. เอนโจจิ มาฝึกเคนโด้ มาเข้าชมรมเคนโด้กับฉันเถอะ" รันมารุพูดโดยเผลอแสดงท่าทีอ้อนวอนโดยไม่รู้ตัว

เอนโจจิเห็นสีหน้าแบบนั้นแล้วใจเต้นแรงจึงรีบมองไปทางอื่นเพราะกลัวจะห้ามใจตัวเองไม่อยู่ ครั้นจะเสี่ยงบุ่มบ่ามรวบรัดอีกก็กลัวรันมารุจะต่อยที่เดิมคงบวมไปถึงกรามเคี้ยวข้าวไม่ได้เป็นอาทิตย์แน่ เด็กหนุ่มจอมทะเล้นจึงเสหัวเราะ

"นายนี่ไม่ยอมแพ้ง่ายๆเลยนะ ตื๊อให้ฉันเล่นเคนโด้มาตั้งแต่ปีหนึ่งแล้วสิ"

รันมารุหัวเราะบ้าง "ยอมง่ายๆก็ไม่ใช่ฉันสิ"

เอนโจจิล้มตัวลงแผ่นอนบนพื้นกระดานไม้ของโรงฝึกและเมื่อจะพลิกตัวกลับเพื่อหันหน้ามาทางรันมารุ คางก็ดันไปกระแทกพื้นกระดานนั่นแม้จะไม่แรงนักแต่ก็ทำให้เขาอุทานด้วยความเจ็บนิดๆ เพราะไปโดนตำแหน่งที่รันมารุชกไว้เมื่อกลางวัน

รันมารุมองเอนโจจิอย่างเสียใจเมื่อได้ยินเสียงอุทานแล้วเห็นเพื่อนเผลอลูบที่คางเบาๆ

"ยังเจ็บอยู่อีกเหรอ?"

เอนโจจิเลิกคิ้วนิดนึง ไม่บ่อยนักหรอกนะที่รันมารุจะแสดงท่าทีว่าเป็นห่วงเขา

"อืม.. ไม่หรอกแกล้งอุทานให้รันจังรู้สึกผิดไปอย่างนั้นเอง" พลางทำหน้าทะเล้นใส่

รันมารุก้มหน้า ก่อนจะตะกุกตะกักออกมาว่า "ฉัน..ฉันขอโทษ"

"เฮ้.. คิดมากน่า แผลแค่นี้ยังไกลหัวใจเดี๋ยวก็หายเจ็บเองแหล่ะ ฉันสิผิดดันไปกวนตอนนายทำการบ้านทั้งๆที่รู้ว่านายอยากรีบทำให้เสร็จจะได้มีเวลามาฝึกเคนโด้ ขอโทษด้วยนะ รันจัง"

"แต่ก็นั่นแหล่ะ..ที่จริงฉันไม่ได้ตั้งใจจะทำแรงขนาดนั้นหรอก"

รันมารุระบายความอึดอัดใจแล้วก็หน้าแดงขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้เมื่อนึกถึงคำพูดของเอนโจจิก่อนจะถูกต่อย

‘เกิดงอนอะไรขึ้นมาล่ะที่รัก ทีตอนที่เราจูบ…’

แล้วก็พาลโมโหอีกหนที่เอนโจจิพูดเรื่องน่าอาย บ้ารึเปล่าที่เอาเรื่องตัวเองจูบกับเพื่อนผู้ชายมาพูดกลางห้องเรียนแบบนั้น

เอนโจจิมองดูหน้ารันมารุ "อ้าว..ไม่สบอารมณ์อะไรขึ้นมาอีกล่ะ ทำหน้าถมึงทึงอีกแล้ว"

"ก็นายน่ะแหล่ะ เมื่อกลางวันพูดออกมาได้ยังไงทั้งเรื่องจูบเรื่องเร่าร้อนบ้าบอคอแตก อยากให้คนมองว่าเป็นตัวพิลึกอย่างนั้นเหรอ"

"อ๊าว.. แล้วกัน เมื่อกี๊ยังขอโทษดิบดีอยู่ๆก็กลับมาว่ากันเฉยเลย พิลึกตรงไหนกันรันจัง? ก็เราเคยจูบกันจริงๆนี่นาเมื่อตอนปีหนึ่งทำเป็นจำไม่ได้.. ชะอุ๋ย" เอนโจจิทำหน้าแหยเมื่อยังไม่ทันพูดจบรันมารุก็ฉวยดาบมาไม้เงื้อเหนือศรีษะเขาพร้อมจะฟาดลงมาทุกเมื่อ

"ถ้าไม่หยุดพูดไร้สาระอีก จะลองเป็นอย่างอื่นก็ได้นะ ยังมีอย่างอื่นในบ้านที่ใช้เป็นอาวุธได้ นายจะเอาอะไร กระบี่เหล็กหรือธนูดี?" รันมารุถามเสียงเย็นชา

"ธ่อ.. รันจังก็" เอนโจจิร้องขอความเห็นใจเสียงอ่อยๆ

"ไม่เห็นจะเป็นไรเลย"

"ไม่เป็นไรอะไรของนาย เด็กผู้ชายที่ไหนปกติเขาจูบกันบ้าง ประสาทกลับ" รันมารุคว้าดาบอีกครั้ง แต่คราวนี้เอนโจจิลุกขึ้นมาฉวยข้อมือเด็กหนุ่มคนงามไว้ได้ก่อนอย่างรวดเร็วแล้วรุกด้วยการยื่นหน้าไปจนชิด

"ก็เด็กผู้ชายที่ชอบกันอย่างเราไง" เอนโจจิยิ้มแต่แววตาดูจริงจังจนหัวใจรันมารุเผลอเต้นผิดจังหวะ เพียงครู่เดียว รันมารุก็สะบัดมือสุดแรงและถอยตัวออกห่าง

"บ้า!!" รันมารุมองอย่างโกรธๆ แต่ก็พูดอะไรไม่ออกได้แต่นั่งหน้าแดงตามเคย

"ฉันเข้าบ้านไปอาบน้ำล่ะ" รันมารุตัดบทดื้อๆ หยิบดาบแล้วเดินปึงๆออกไปจากโรงฝึก แต่เพียงครู่เดียวก็หยุดแล้วตะโกนมาทางเอนโจจิที่ยังไม่ขยับเขยื้อน

"นี่.. จะกินข้าวเย็นด้วยรึเปล่านั่งอยู่เฉยๆแบบนั้นเดี๋ยวก็ให้เฝ้าโรงฝึกจนเช้าหรอก"

"ถ้าเป็นประกาศิตคุณรันมารุล่ะก็เอนโจจิผู้นี้ก็จะทำตามคร้าบบบบ"

เอนโจจิแกล้งตอบอย่างนึกสนุกแต่แล้วก็รีบวิ่งตามรันมารุไปอย่างกระตือรือร้น

"เป็นห่วงว่าฉันจะหิวใช่มั๊ยล่ะ" เอนโจจิแหย่อีกหน

"ฝันไปเถอะ" รันมารุตอบโดยไม่มองหน้า แต่ถึงอย่างนั้น…

เอนโจจิก็ยังแอบยิ้มอย่างพอใจ

//////////////////////////////////////

"รันจางงงงงงง…."

ทันทีที่เสียงเรียกดังขึ้น เพื่อนๆที่นั่งข้าง ซาเมจิมะ รันมารุ ต่างก็เขยิบตัวหลบกันเป็นแถว บางคนถึงกับเลื่อนโต๊ะหลีกไปเลยด้วยซ้ำ

ภาพที่ เอนโจจิ เคย์กระโดดกอดนัวเนียกับ รันมารุ นั้น เริ่มเป็นที่ชินตาของเด็กมัธยมต้นปีสองห้องนี้แล้วและเริ่มทำใจได้ว่าเดี๋ยวจะต้องมีการชกต่อยเอ็ดตะโรเกิดขึ้นและอยู่ห่างๆไว้เป็นดี

"อาจารย์ไม่น่าจัดห้องแยกคู่นี้เลย"

เพื่อนเอนโจจิคนหนึ่งพูดอย่างปลงๆ เพราะรู้ว่าเอนโจจินั้นติดรันจังเข้าขั้นหนัก ถึงเวลาพักเมื่อไหร่เป็นต้องมาหาดีไม่ดีโดดมานั่งเรียนในห้องนี้ด้วยจนอาจารย์ตะเพิดให้กลับไปห้องเรียนตัวเองไม่รู้กี่หน

"นั่นสิ" เพื่อนร่วมห้องของรันมารุบ่นด้วยอย่างเซ็งๆ

"อย่างน้อยจะไปอยู่ด้วยกันซะห้องนึงห้องอื่นๆจะได้สงบบ้าง กลัวจริงๆเวลา…"

พูดไม่ทันขาดคำ เสียงตุ้บตั้บก็ดังขึ้นพร้อมมีสมุดปลิวหวือมาอย่างแรง

"ว่างมากรึไง เจ้าบ้าใครๆก็จะอ่านหนังสือเตรียมสอบกันทั้งนั้น มาป่วนอยู่ได้" รันมารุตะคอก หงุดหงิดที่เอนโจจิตอแยไม่เลิก

"โธ่.. รันจัง ก็คิดถึงง่ะ ขอเวลาแค่นิดหน่อยเอง" เอนโจจิทำหน้าขอความเห็นใจ

"นิดหน่อยบ้าอะไร ก่อนเข้าเรียนก็แล้ว พักช่วงเช้าก็แล้ว แล้วอย่างนี้ฉันจะเอาเวลาที่ไหนมาอ่านหนังสือเล่า"

เอนโจจิเบะปาก "เออ.. ไปก็ได้ฟะ" ยอมแพ้เมื่อเห็นรันจังไม่เล่นด้วยจริงๆ "แต่ต้องมีข้อแลกเปลี่ยนนะเอ้า.."

รันมารุนิ่งฟังอย่างอดทน ทั้งที่ในใจอยากจะให้อีกสักหมัด

"รันจังต้องยอมติวสอบไล่ให้ฉัน.. ที่บ้านนายทุกเย็น" เอนโจจิเรียกร้อง

"เฮ้ย.. ตลกไปหน่อย ฉันต้องซ้อมเคนโด้นายสติดีรึเปล่าที่ขอแบบนี้"

เอนโจจิแกล้งเอามืออุดหู ทำเป็นไม่ได้ยิน แต่ก็พูดออกมาว่า "งั้นก็ต้องมาหารันจังแบบนี้แหล่ะ เลือกเอาสิ" แถมยังส่งยิ้มยียวนมาให้อีก

รันมารุมองไปรอบๆ เห็นเพื่อนร่วมห้องแต่คนทำหน้าอ้อนวอนให้เขารับปากแทบทั้งนั้น จึงตอบรับอย่างเสียไม่ได้ "เออ.. งั้นออกไปได้แล้ว"

"ต้องอย่างนี้สิ ดาร์ลิ่ง…" เอนโจจิว่าพลางจะโดดเข้าหา แต่รันมารุเอามือยันไว้จนจอมทะเล้นหน้าหงาย

"บอกให้ไป" รันมารุพูดเสียงต่ำ หน้าตาแสดงว่าอารมณ์เสียสุดๆ

"อ๊า.. จ้ะ จ้ะ.. ไปแล้วจ้ะ รันจัง" เอนโจจิไม่วายส่งจูบให้ ก่อนจะเดินออกไปอย่างมีความสุข

//////////////////////////////////////

"แหงะ.. รันจัง ไหนบอกจะติวสอบไล่ให้ฉันไง" เอนโจจิถามทำหน้าเมื่อยๆ

"ติวสิ แต่ฉันไม่ได้บอกนี่ว่าจะไม่ซ้อมเคนโด้ นายไปรอที่อื่นไปถ้าไม่อยากนั่งในโรงฝึก ยังไงฉันก็ไม่มีทางใช้เวลาช่วงเย็นไปติวให้นายอย่างเดียวหรอก" รันมารุพูดผ่านหน้ากากเคนโด้ที่เจ้าตัวเพิ่งสวมไป เดินเข้าโรงฝึกอย่างมุ่งมั่นและปล่อยให้เอนโจจิมองตามตาละห้อย…

เวลาผ่านไปหลายชั่วโมง จนกระทั่งฝึกเสร็จแล้วนั่นแหล่ะ รันมารุจึงเดินมาหาเอนโจจิที่ยังนั่งอยู่ในโรงฝึก

"ไปกันได้แล้ว รีบหน่อยล่ะ จะได้มีเวลาติวให้นาย" ว่าแล้วก็เดินลิ่วๆออกไปโดยไม่รอเอนโจจิ

"รอด้วยรันจัง นายเอาเรี่ยวแรงมาจากไหนนะ ฮึ?"

เอนโจจิกระโดดตามเพื่อนสนิทไป มองจากด้านหลังแล้ว ดูรันมารุแข็งแรงสง่างามสมกับเป็นนักเคนโด้มือฉมังจริงๆ…

"นี่.. จะหยุดมองอะไร รีบเข้าสิ ฉันไม่มีเวลาให้นายมากขนาดนั้นหรอกนะ"

รันมารุปลุกเอนโจจิจากภวังค์ส่งผลให้เขาต้องก้าวยาวๆตามไปอย่างเร่งรีบ

"แหม.. ก็หยุดมองรันจังน่ะสิ

อยู่ในชุดโดงิเมื่อไหร่ก็ทั้งเท่ทั้งน่ารัก"

"ประสาท" รันมารุตอกกลับ แต่รู้สึกแปลกในอกอีกแล้วเมื่อนึกถึงแววตาเอนโจจิที่มองมาเมื่อครู่

//////////////////////////////////////

หลังรับประทานอาหารเย็นเสร็จ รันมารุก็บอกกับคุณตาและมิโยะซังว่าเอนโจจิจะอยู่ดึกกว่าปกติเพราะต้องติวเตรียมสอบไล่ให้ คุณตาของรันมารุพยักหน้ารับรู้เงียบๆ ก่อนจะหายเข้าไปพักผ่อนในห้องของท่าน ส่วนมิโยะซังกับยูกิก็ดีใจ

เพราะอยากให้รันมารุผู้เงียบขรึมทำอะไรเหมือนเด็กวัยเดียวกันบ้าง

"ดีจังเลยค่ะเอนโจจิคุงจะอยู่อ่านหนังสือกับรันมารุคุงแบบนี้ งั้นเดี๋ยวมิโยะซังจะเตรียมของว่างไว้ให้นะคะเผื่อจะหิวกันอีก" แม่บ้านของบ้านซาเมจิมะบอกอย่างใจดี

"ขอบคุณครับ" รันมารุตอบด้วยท่าทีสุภาพแล้วหันไปมองเอนโจจิที่เล่นกับน้องสาวตัวเองอย่างรำคาญนิดๆ เมื่อได้ยินว่าเอนโจจิพูดอะไรออกมา

"อ๋อ.. ยูกิจัง ที่จริงพี่รันมารุของหนูน่ะไม่ยอมให้พี่กลับต่างหาก พี่รันมารุบอกว่าคิดถึงแล้วก็อยากจะอยู่กับพี่ทั้งคืน…

โอ๊ยยยยย.. เจ็บนะ"

เอนโจจิร้องเมื่อถูกรันมารุถองด้วยศอกแรงๆ รันมารุไม่สนใจ และก้มตัวลงพูดกับยูกิอย่างอ่อนโยน

"เดี๋ยวยูกิจังให้มิโยะซังพาไปเข้านอนนะแล้วไว้พบกันใหม่ตอนเช้า"

"ค่ะ ราตรีสวัสดิ์ค่ะ พี่รันมารุ"

"ราตรีสวัสดิ์ ยูกิ"

รันมารุยิ้มให้น้องสาวที่เดินจูงมือมิโยะซังไปแล้วหันมามองหน้าเอนโจจิแบบเอาเรื่อง

"ทีหลังอย่าพูดเพ้อเจ้อแบบนั้นกับยูกิอีกเชียวน้องสาวฉันยังเล็กมากนะเฟ้ย"

"ผมผิดไปแล้วครับท่านรันมารุ" เอนโจจิทำทะเล้นใส่พร้อมกับจะฉวยโอกาสเข้าไปกอดรันมารุแต่รันมารุไหวตัวทัน

แกล้งขัดขาให้เอนโจจิล้มลงบนพื้นดังโครมแล้วเดินไปโดยไม่หันมามอง

"รันจังจ๋า.. รอด้วยเซ่"

//////////////////////////////////////

"เฮ้อ.. เอนโจจิ นายสอบผ่านม.ต้นปีหนึ่งมายังไงเนี่ยสูตรแค่นี้ทำไมยังจำไม่ได้อีกหา?!?"

รันมารุบ่น นี่เป็นอาทิตย์ที่สองแล้วที่เขาติวให้แต่ดูเหมือนว่าจะไม่ได้ช่วยพัฒนาความรู้ของเอนโจจิขึ้นมาเลยแถมอีกไม่กี่วันก็ถึงวันสอบแล้วด้วยสิ

"ก็มันยากนี่ รันจัง" เอนโจจิครวญฟุบไปกับหนังสืออย่างเพลียๆ

"ไม่ยากซะหน่อย ก็นายไม่ตั้งใจทำเอง"

รันมารุพูดพลางปิดหนังสือ รู้ว่าลองอีหรอบนี้แล้วเอนโจจิคงรับอะไรต่อไม่ไหว ให้กลับบ้านซะดีกว่า เขาเองก็เหนื่อยแล้วด้วย

เอนโจจิผงกศรีษะขึ้นมอง

"แล้วถ้าตั้งใจแล้วยังทำไม่ได้ล่ะ"

"ไม่อ่ะ นายไม่ใช่คนโง่ ฉันไม่เชื่อหรอกว่าสูตรเลขแค่นี้นายจะถึงขนาดจำไม่ไหวจนเอาไปทำสอบไม่ได้" รันมารุพูด

"แต่วันนี้พอก่อนแล้วกัน ดึกมากแล้วกว่านายจะกลับถึงบ้านอีก"

"แต่พรุ่งนี้ รันจังจะยังติวให้อีกใช่มั๊ย" เอนโจจิถามขณะขยี้ตาด้วยความงัวเงีย

รันมารุนิ่ง

"รันจัง?" เอนโจจิถามซ้ำเมื่อเห็นรันมารุเงียบไป

"พรุ่งนี้นายยังจะติวให้ใช่มั๊ย"

"เอนโจจิ.." รันมารุเอ่ยช้าๆ

"ฉันคิดว่าฉันคงไม่ใช่เพื่อนติวที่ดีของนายหรอกนะ เพราะจนป่านนี้แล้ว ติวอะไรไปนายก็ยังไม่เข้าใจสักอย่าง

เพราะฉะนั้น…" รันมารุถอนใจ

"นายไปอ่านเอาเอง หรือให้คนอื่นมาสอนให้ดีกว่า"

"ไม่เอ๊า!!" เอนโจจิร้องเสียงหลง

"ฉันจะอยากให้รันจังติวให้นี่นา"

"จะมีประโยชน์อะไร ถ้าไม่ได้ช่วยให้นายเข้าใจบทเรียนเลย" รันมารุแย้ง

"เข้าใจ.. เข้าใจสิรันจัง รันจังติวเก่งจะตาย นะ นะ ติวให้ฉันต่อเถอะ" เอนโจจิอ้อนวอน

รันมารุหันหน้ามองเอนโจจิ แล้วบอกอย่างจริงจัง "ถ้างั้นไปท่องจำสูตรทุกอย่างทุกวิชาที่ฉันติวไว้มาให้ได้ แล้วพรุ่งนี้มาทำโจทย์ให้ฉันดู ถ้านายทำได้เราจะติวกันต่อ แต่ถ้านายยังทำไม่ได้พรุ่งนี้จะเป็นชั่วโมงสุดท้ายที่นายมาติวที่บ้านฉัน

เข้าใจ๋?"

เอนโจจิได้ยินเสียงตัวเองกลืนน้ำลายดัง "เอื๊อก" แต่ก็พยักหน้าตกลงโดยดี

//////////////////////////////////////

"เฮ้…" รันมารุอุทานเมื่อเห็นเอนโจจิทำโจทย์ได้คล่อง ปรื๊ด ปรื๊ด ผิดกับเมื่อวานราวไม่ใช่คนเดียวกัน

"นายทำได้จริงๆแฮะ นี่ฉันฝันไปรึเปล่า"

เอนโจจิยิ้ม "แหม.. ก็บอกแล้วว่ารันจังติวเก่งจะทำไม่ได้ได้ยังไง"

"แล้วทุกทีที่นายไม่เข้าใจล่ะ"

เอนโจจิทำท่าคิด "อืม..ที่จริงก็ไม่ใช่ว่าไม่รู้เรื่องเลยหรอกนะแต่อาจจะจริงอย่างที่รันจังบอกว่าฉันไม่ตั้งใจเอง

พอมาตั้งใจอ่านเมื่อคืนจริงๆแล้วมันก็ไม่ได้มีอะไรยากเท่าไหร่"

รันมารุหลิ่วตาอย่างไม่เชื่อใจ

"อย่าบอกนะว่าที่ผ่านมานายเข้าใจทุกอย่างแต่แกล้งถ่วงเวลาให้ฉันอธิบายซ้ำไปซ้ำมา"

"โอ.. ไม่ใช่เลย รันจัง นี่กว่าจะจำได้และใช้เวลาทำความเข้าใจหมดฉันก็ต้องอดนอนทั้งคืนนะ ดูสิ ตาฉันเหมือนแพนด้ามั๊ยล่ะวันนี้"

เอนโจจิว่าพลางยื่นหน้ามาให้ดูใกล้ๆ และแม้ขอบตาเอนโจจิจะไม่ได้เป็นวงดำคล้ำเหมือนแพนด้าอย่างที่อ้างไว้ก็จริง

แต่หน้าตาของจอมทะเล้นก็ดูอิดโรยพอสมควร

รันมารุถอนใจ "นายนี่นะ เอนโจจิแทนที่จะตั้งใจซะตั้งแต่แรกก็หมดเรื่องไม่งั้นก็ไม่ต้องอดตาหลับขับตานอนแบบนี้หรอก"

"ไม่ยอมอดนอนได้ไง ถ้าไม่ทนอ่านจนเข้าใจเดี๋ยวรันจังไม่ยอมให้มาอ่านหนังสือด้วยที่บ้านอีกน่ะสิ"

หนุ่มน้อยหน้าสวยทำตาโต

"นี่หมายความว่านายทำไปไม่ใช่เพราะอยากสอบได้แต่เพราะอยากมาติวกับฉันหรอกเรอะ บ้าน่า!!"

เอนโจจิยังคงยิ้ม..ยิ้มในแบบที่ทำให้รันมารุหัวใจกระตุกอีกเช่นเคย แล้วบอกสั้นๆว่า "ก็ฉันอยากอยู่กับรันจังให้นานๆนี่นา"

รันมารุไม่กล้ามองหน้าได้แต่ก้มดูหนังสือบนโต๊ะแล้วพูดด้วยเสียงเอาการเอางาน

"งั้นมาดูบทที่เหลือกัน เปิดหน้า 85สิ นาย.."

เอนโจจิหัวเราะคิก รันมารุชอบเปลี่ยนเรื่องทันทีที่เขินแบบนี้ ทำไมเขาจะไม่รู้

//////////////////////////////////////

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วทั้งรันมารุและเอนโจจิต่างก็เตรียมตัวสอบด้วยกันจนวันสุดท้าย คืนนั้น เมื่อรันมารุเดินไปส่งเอนโจจิที่ประตูหน้าบ้าน ในเงามืด เอนโจจิได้หันมายิ้มให้รันมารุ แล้วพูดเบาๆว่า

"ขอบคุณมากนะ รันจัง"

รันมารุเงยหน้าขึ้นมอง "ไม่เป็นไรหรอก..ติวให้นายก็เหมือนได้ทบทวนไปด้วย"

"รันจัง.. ขออะไรอย่างนึงสิ" เอนโจจิพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นนิดๆ

"หือ?"

"ขอจูบจากรันจังเป็นเครื่องรางให้โชคดีในการสอบพรุ่งนี้ได้มั๊ย"

รันมารุถอยหนี "นี่นายอ่านหนังสือจนเพี้ยนไปรึเปล่าคิดยังไงถึงกล้าขอ ไม่มีทางว้อย!! ไว้ให้นายสอบได้ไม่เกินที่สิบของทั้งชั้นซะก่อนเถอะ ไป กลับบ้านไปได้แล้ว พรุ่งนี้จะสอบยังมาไร้สาระอีก"

รันมารุตัดบทด้วยความรำคาญและไม่รู้ตัวว่าเผลอพูดอะไรที่ขุดหลุมฝังตัวเองไปแล้วเรียบร้อย

"โอเค.. ไปก็ได้ อย่าลืมที่พูดไว้แล้วกัน ราตรีสวัสดิ์รันจัง" เอนโจจิยิ้มให้อีกครั้งก่อนจะเดินหายไปท่ามกลางแสงไฟสลัว

รันจังปิดประตูนึกโมโหตัวเองที่หน้าร้อนผ่าวเมื่อได้ยินคำขอพิลึกพิลั่นของเอนโจจิ

"เจ้าบ้า!!" หน้าสวยๆของรันมารุแดงจัด เจ้าตัวรู้ดีและอดอายไม่ได้แม้จะไม่มีใครเห็นก็ตาม

//////////////////////////////////////

วันประกาศผลสอบ รันมารุเห็นชื่อตัวเองบนบอร์ด แล้วก็ถอนหายใจอย่างโล่งอกนอกจะจะได้คะแนนดีทุกวิชาแล้ว เขายังสอบได้เป็นที่ 2 ของทั้งชั้นด้วย

"ดีใจด้วยนะ รันมารุ" เพื่อนๆกลุ่มที่มาดูผลสอบก่อนเข้ามาทักทาย

"เล่นเคนโด้เก่ง เรียนเก่ง แล้วก็มีน้ำใจด้วย เจ๋งจริงๆเลย" เด็กสาวเพื่อนร่วมห้องรันมารุเอ่ยอย่างปลาบปลื้ม ขณะที่เจ้าตัวยังงงๆ

"ทีแรกพวกเรานึกว่ารันมารุจะไม่สนใจใครนอกจากตัวเองซะอีกแต่ได้ยินมาว่ารันมารุช่วยติวให้เอนโจจิจนได้คะแนนดีมากด้วยนี่ ไว้วันหลังขอไปติวด้วยคนนะ"

สาวน้อยคนนั้นยิ้มอย่างอายๆให้รันมารุซึ่งรันมารุก็พยักหน้าและยิ้มตอบ แล้วฉุกคิดขึ้นมา

เอ๊ะ.. ชมว่าเล่นเคนโด้เก่งหรือเรียนเก่งนี่ไม่แปลกแต่ชมว่ามีน้ำใจนี่ไม่ค่อยได้ยิน ที่ติวให้เจ้าเบื๊อกนั่นก็เพราะตัดรำคาญไม่อยากให้มาป่วนที่ห้องมากกว่า เดี๋ยว..เหมือนจะได้ยินว่าเอนโจจิได้คะแนนดีมาก มากยังไง..? ยังไม่ทันที่รันมารุจะทำอะไร ก็ได้ยินเสียงเฮดังลั่นเมื่อหันไปก็พบเพื่อนกลุ่มใหญ่กำลังรุมล้อมเอนโจจิพร้อมตบหัวตบหลังเด็กหนุ่มจอมทะเล้นอย่างยินดีปรีดา แล้วก็มีเสียงเพื่อนอีกคนพูดจากข้างหลังรันมารุว่า

"เฮ้ รันมารุ นายเก่งจัง สอนเอนโจจิยังไงสอบคราวนี้หมอนั่นไม่ตกเลย แถมยังได้ที่ 8 ของม.ต้นปีสองด้วยนะ"

"ที่ 8 เชียว?" รันมารุอุทานด้วยความทึ่งเมื่อหันไปมองชื่อบนบอร์ดอีกที ก็พบชื่อเอนโจจิ เคย์อยู่ที่ลำดับ 8 จริงๆ เขาค่อยๆยิ้มโดยไม่รู้ตัว ดีใจเพราะตัวเองมีส่วนช่วยก็ส่วนหนึ่งแต่ก็ดีใจมากกว่าที่เห็นเพื่อนสนิทประสบความสำเร็จ

"รันจางงงงงงง" เสียงเรียกเดิมดังมาแต่ไกลตามเคย

"เก่งอีกแล้วนะ ที่สองเชียวเรอะ ถ้าไม่มีฉันไปป่วนนายคงได้ที่หนึ่งไปแล้วใช่มั๊ย"

รันมารุหันไปก็พบเอนโจจิเดินยิ้มร่าเริงเข้ามาไม่พูดพล่ามทำเพลงอะไรทั้งสิ้นรวบตัวรันมารุไปกอดหมับท่ามกลางสายตานับสิบคู่

รันมารุเดือดปุด ความดีใจเมื่อครู่ละลายหายไปชั่วคราวแล้วผลักเอนโจจิออกอย่างเหลืออดเป็นผลให้กลุ่มเพื่อนที่มุงดูรอบๆแตกฮือเพราะกลัวลูกหลง

"ไปห่างๆเลย" หนุ่มน้อยหน้าสวยสั่ง ผิวแก้มแดงเรื่อ

เอนโจจิโอดครวญตามเคย

"อะไรกันรันจัง ขอแสดงความยินดีแค่นี้ก็หวงตัวไปได้ เอ้อ.. แล้วจะไม่แสดงความยินดีกับฉันบ้างเหรอ เห็นมั๊ย โง่ขนาดไหนแต่มีรันจังมาช่วยไว้ก็ยังได้ตั้งที่ 8"

"ก็ดีแล้วนี่" รันมารุอ้อมแอ้ม "นายพยายามด้วยตัวเองต่างหาก"

เอนโจจิมองรันมารุอยู่ครู่หนึ่ง แล้วอมยิ้ม "นี่รันจัง.. จำที่พูดเมื่อคืนก่อนสอบได้รึเปล่า"

"เรื่องอะไร" รันมารุถามอย่างไร้เดียงสา

"นายพูดเองว่าถ้าฉันสอบได้ไม่เกินที่สิบของทั้งชั้นนายจะยอมให้ฉัน…" เขาหยุดพูดเมื่อพบว่าหน้ารันมารุแดงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แน่นอน..อาการแบบนี้แสดงว่ารันมารุนึกออกแล้ว

"ไม่รู้เรื่อง พูดบ้าอะไรของนาย" นั่นกลับเป็นคำตอบที่เอนโจจิได้ยิน "ฉันจะกลับบ้านล่ะ"

ว่าแล้วคนงามของเอนโจจิก็หันขวับออกเดินไม่ยอมอยู่ต่อล้อต่อเถียงเหมือนทุกที

//////////////////////////////////////

รันมารุใช้เวลาอยู่ในโรงฝึกตั้งแต่บ่ายจนมืดสนิท แม้ไม่มีคู่ซ้อมแต่เขาก็ยังรู้สึกอยากจะฝึกสมาธิและการเคลื่อนไหวอื่นๆตามลำพังเพื่อทำให้ร่างกายเหนื่อยล้ามากกว่านี้ เพราะไม่อยากจะคิดเรื่องไม่เป็นเรื่องที่เอนโจจิมาพูดเมื่อเจอกันตอนไปดูผลสอบ

คุเรบายาชิ อาจารย์รองของสำนักเคนโด้ซาเมจิมะเดินเข้ามาดูรันมารุด้วยความเป็นห่วง

"รันมารุซัง ยังไม่ไปพักผ่อนอีกหรือครับ"

"อ้อ.. อาจารย์รอง ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกครับเดี๋ยวผมขอฝึกอีกพักเดียวก็จะเข้าบ้านแล้ว" พูดจบรันมารุก็หันกลับไปคร่ำเคร่งกับการฝึกฝนต่อ

คุเรบายาชิเห็นเช่นนั้นก็เดินออกมาเงียบๆโดยไม่ได้พูดอะไรอีก เพราะรู้ดีว่าหลานชายของอาจารย์ซาเมจิมะมีความมุ่งมั่นขนาดไหนเปล่าประโยชน์จะขอร้องให้ออกจากโรงฝึกถ้าเจ้าตัวไม่ต้องการ

รันมารุเอง แม้จะบอกกับคุเรบายาชิว่าต้องการจะฝึกต่อ แต่เมื่อคุเรบายาชิหายไปได้ครู่เดียว เด็กหนุ่มกลับทรุดตัวลงนั่งพักกับพื้นโรงฝึกและแสดงสีหน้าเหนื่อยล้าอย่างเห็นได้ชัดออกมา

วันนี้ รันมารุรู้สึกว่าควบคุมสมาธิได้ยากพาลแต่จะนึกถึงคำพูดและท่าทีของเอนโจจิที่ผ่านมาอยู่เรื่อย พร้อมกันนั้นก็นึกโกรธตัวเองไม่น้อยที่ไปหลุดปากตั้งเงื่อนไขแปลกๆแบบนั้นกับเอนโจจิ

‘ทำไมถึงเผลอพูดไปได้นะเรา’ รันมารุคิดอย่างไม่เข้าใจตัวเอง

หลังๆนี่ตัวเขาเองเป็นอะไรไปนะไม่เหมือนรันมารุคนเดิมเลยทำไมถึงจะต้องเอาคำพูดก้อร่อก้อติกของเจ้านั่นมาคิดมาก ก็เอนโจจิชอบแหย่เล่นแบบนี้เสมออยู่แล้วเด็กผู้ชายจะชอบกันได้ยังไง บ้าจริง

สายลมเย็นสบายพัดมาเอื่อยๆรันมารุค่อยๆล้มตัวลงนอนกับพื้นไม้ของโรงฝึก ซึ่งเด็กหนุ่มรู้สึกดีทุกครั้งที่ทำเช่นนี้

เขาหลับตาลงและฟังเสียงใบไม้ไหว อย่างนี้ค่อยทำให้จิตใจสงบลงหน่อย รันมารุหวังว่าพรุ่งนี้ความรู้สึกแปลกๆคงจะหายไป เขาคงไม่รู้สึกแบบนี้ขึ้นมาอีกหรอกน่า…

เสียงฝีเท้าใครบางคนดังขึ้นเบาๆ รันมารุยังคงหลับตาแน่ใจว่าเป็นคุเรบายาชิกลับมาตามแน่ จึงร้องออกไป

"จะไปเดี๋ยวนี้ล่ะครับ คุเรบายาชิซัง"

แต่เสียงฝีเท้านั้นยังไม่หยุด กลับเดินเข้ามาใกล้ขึ้น ใกล้ขึ้น และรันมารุก็รู้สึกว่าร่างนั้นทรุดตัวลงข้างๆเขา

"ฉันยังไม่ได้ขอบคุณรันจังเลย"

เสียงที่ดังขึ้นทำให้รันมารุลืมตาด้วยความตกใจ เด็กหนุ่มลุกพรวดเมื่อเห็นผู้มาเยือนยามวิกาล

"เอนโจจิ.. นายมาทำไม นี่มันดึกมากแล้วนะ"

"ก็อย่างที่บอกฉันยังไม่ได้ขอบคุณรันจังเรื่องที่ช่วยติวสอบให้เลย" เอนโจจิยิ้ม "ว่าจะขอบคุณตั้งแต่ที่เจอกันเมื่อเช้าแล้ว

แต่นายรีบกลับมาซะก่อน"

รันมารุรู้สึกว่าอาการแพ้รอยยิ้มเอนโจจิเริ่มกลับมาอีกแล้วเขาก้มหน้ามองพื้นกระดาน ตอบรับไม่เต็มเสียง "ช่างเถอะ

นายขอบคุณไปแล้วตั้งแต่ก่อนสอบนี่นา"

"แต่นั่นยังไม่รู้ว่าจะออกมาได้คะแนนดีมากนี่ตอนนี้ก็เลยอยากจะขอบคุณรันจังอีกครั้ง"

ทั้งคู่นั่งอยู่ในความเงียบพักใหญ่

"ฉันนึกว่านายจะเข้าบ้านแล้วแต่มิโยะซังบอกว่านายยังไม่ออกจากโรงฝึก ก็เลยตามมาดู" เอนโจจิพูดต่อ "นายไม่เหนื่อยแย่เหรอซ้อมนานกว่าปกติแบบนี้"

รันมารุส่ายหน้า "ชินแล้ว วันไหนที่ซ้อมน้อยไปซะอีกฉันจะรู้สึกไม่ดี"

"รันมารุ" ในที่สุด เอนโจจิก็เรียกเด็กหนุ่มอย่างจริงจัง

"นายคงรู้ว่าที่ฉันมานอกจากจะขอบคุณแล้วก็เพราะจะทวงสัญญาที่นายให้ไว้ด้วยฉันรู้ว่านายไม่ลืม นายต้องให้ฉันจูบ"

รันมารุมองหน้าเอนโจจิด้วยความคาดไม่ถึง "จะ..จะบ้าเหรอ"

"นายบอกเองนี่ว่าจะให้ถ้าฉันได้ไม่เกินที่10 หรือนายพูดไปอย่างนั้นเพราะสบประมาทว่าโง่อย่างฉันคงไม่มีทางได้แน่?"

เอนโจจิหน้าสลด

"ไม่ใช่อย่างนั้น เอนโจจิ นายก็รู้ว่าฉันไม่เคยดูถูกนาย" รันมารุให้เหตุผลด้วยท่าทีว้าวุ่นใจ

"ถ้าอย่างนั้นนายต้องรักษาสัญญาไม่งั้นฉันจะถือว่านายดูถูกกัน" เอนโจจิสบตารันมารุ

"ลูกผู้ชายพูดคำไหนก็ต้องเป็นคำนั้นสิ"

"ก็…" รันมารุพยายามนึกข้ออ้างแต่แล้วก็ต้องนิ่งเงียบเพราะจนปัญญา รู้ตัวว่าได้พูดไว้อย่างนั้นจริงๆ แล้วเขาเองก็ไม่อยากจะได้ชื่อว่าเป็นคนผิดคำพูดด้วย

"งั้น.. ฉันจะจูบล่ะนะ" เอนโจจิเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้เมื่อรันมารุเฉย "อย่าต่อยอีกล่ะ"

ดวงตาของรันมารุหลุบต่ำเห็นเพียงแต่ขนตายาวสวย หนุ่มน้อยในชุดโดงินั่งนิ่งแต่ในใจเต้นโครมคราม

"เฮ้.. ไม่มีอะไรน่ากลัวหรอกน่า รันจัง" เอนโจจิปลอบ

"อย่าพูดมากได้มั๊ย รีบๆทำให้มันเสร็จไปซะที"

รันมารุกัดฟันพูด ทำให้เอนโจจิหัวเราะคิกอย่างสนุก

"แหม.. เรานึกว่าจะอ่อนโยนด้วยแท้ๆ รีบก็ได้ ไหน..มาเล๊ย"

ถึงจะพูดอย่างนั้นแต่เอนโจจิกลับค่อยๆจับไหล่ของรันมารุให้หันมาอย่างทะนุถนอม กลิ่นหอมปนกับกลิ่นเหงื่อจางๆของรันมารุทำให้เอนโจจิตื่นเต้นจนมือสั่นนิดๆจูบคราวนี้ต้องต่างไปจากเมื่อตอนปีหนึ่งแน่เพราะนี่ไม่ใช่เพื่อลองเล่นสนุกๆ แต่เพราะตอนนี้เอนโจจิแน่ใจ.. แน่ใจว่าชอบรันมารุเหลือเกิน

รันมารุรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆที่ปะทะกับผิวแก้มของตัวเองไม่อยากเชื่อเลยว่าตัวเองจะยอมปล่อยให้เอนโจจิเข้ามาใกล้ขนาดนี้ได้ เพียงครู่เดียวเส้นผมที่ปรกหน้าผากเอนโจจิก็สัมผัสกับหน้าผากของรันมารุ ตามด้วยริมฝีปากอุ่นจัดที่ประทับลงมาอย่างแผ่วเบาบนริมฝีปากของหนุ่มน้อยคนงาม

เวลาผ่านไปพักใหญ่ เอนโจจิจึงผละออกมาช้าๆแล้วมองหน้ารันมารุที่ยังคงแดงก่ำ เด็กหนุ่มหน้าทะเล้นได้แต่ยิ้มอย่างเอ็นดู ไม่กล้าถามว่ารู้สึกยังไงอีกเพราะกลัวจะทำให้รันมารุอายจนแสดงกิริยากลบเกลื่อนด้วยการเตะหรือต่อยเขาเหมือนที่แล้วมา

ทั้งคู่ยังคงเงียบเมื่อเอนโจจิเดินมาส่งรันมารุเข้าบ้าน

"รันจังเข้าบ้านเลยเถอะ เดี๋ยวฉันออกไปเองได้" เอนโจจิพูดออกมาเป็นหนแรกหลังนาทีประวัติศาสตร์ผ่านไป

รันมารุวางท่าเฉย เลื่อนประตูเดินเข้าไปโดยไม่ปริปาก

"รันจัง" เอนโจจิเรียกไว้และทำให้รันมารุหยุดฟังแม้จะไม่หันมามอง

"ราตรีสวัสดิ์ ขอบคุณที่นายทำตามสัญญา"

รันมารุมีความเงียบเป็นคำตอบเช่นเคย เด็กหนุ่มรู้สึกอายเกินกว่าจะพูดอะไรได้ จึงเพียงแต่โคลงศรีษะช้าๆเป็นเชิงรับรู้ แล้วเดินเข้าบ้าน

รันมารุเข้านอนแล้วหลับสนิทโดยไม่รู้ตัวดูเหมือนความกังวลที่ทำให้เด็กหนุ่มว้าวุ่นจะหายไปเมื่อได้เห็นแววตาของเอนโจจิในคืนนั้น อะไรบางสิ่งทำให้รันมารุแน่ใจว่าที่แล้วๆมาเอนโจจิไม่ได้เพียงแค่พูดเล่นเพื่อหยอกล้อ แต่มันมีความหมายตามนั้น.. หรือมากกว่านั้นด้วยซ้ำ

//////////////////////////////////////

"รันจางงงงงงงงงงงงงงง" เสียงเรียกดังลั่นโรงฝึกซาเมจิมะ

รันมารุส่ายหัวเล็กน้อยกับตัวเองด้วยความเซ็งแต่ก็แอบดีใจลึกๆ

เอนโจจิเตรียมโผเข้าหาเด็กหนุ่มหน้าสวยแต่โดนดาบไม้ไผ่ที่ถูกยื่นออกมายันอกไว้ซะก่อน

"หลีกไป ยังไม่หมดเวลาซ้อม" รันมารุบอกเสียงเข้ม

"แหม.. ปิดเทอมทั้งทีแทบไม่ได้เจอกันเลยอุตส่าห์มาหาถึงที่ รันจังก็ยังเย็นชาไม่เปลี่ยน" เอนโจจิตัดพ้อ

"ใครจะว่างงานอย่างนายถ้าไม่คิดมาเป็นคู่ซ้อมให้ก็อย่ามาเกะกะ ไปนั่งทางอื่น..ไป" รันมารุบอกแล้วหันไปสนใจคู่ซ้อมต่อ

ต่อมาพักใหญ่ เป็นจังหวะที่รันมารุหันมาทางเอนโจจิพอดี และแม้สายตาจะจดจ่ออยู่กับการเคลื่อนไหวของคู่ซ้อมแต่รันมารุยังก็เห็นหน้าทะเล้นนั้นส่งจูบให้จากอีกฟากของโรงฝึก

เอนโจจิหัวเราะอย่างพอใจเมื่อรันมารุถลึงตาใส่ก่อนจะหมุนตัวไปตามทางอื่นเสียงดาบไม่ไผ่หลายคู่กระทบกันก้องโรงฝึก

เอนโจจิยังคงมองด้วยดวงตาเป็นประกาย ถึงจะมีคนฝึกมากมายเขาก็เห็นรันมารุเด่นที่สุดเสมอ แม้แสนทะนงถึงเพียงไหน เอนโจจิก็สัญญากับตัวเองว่าจะรอและอดทนจนถึงวันที่คนงามนี้ยอมเข้ามาอยู่ในอ้อมกอดเขาแต่โดยดี และเอนโจจิก็มั่นใจอย่างไม่มีสาเหตุว่าอีกไม่นานวันนั้นคงมาถึงแน่

สักวันเถอะ แล้วนายจะเป็นของฉัน… คนงามที่แสนทะนง

- The End -


แนะนำติชมได้ที่ e-mail : [email protected]

 

Hosted by www.Geocities.ws

1