Kiss Me Again
By Grifis & Kenshin

แปลโดย Open

Past two

เวลาเย็นมาถึงอย่างรวดเร็ว

มันไม่ง่ายอย่างที่คิดเลย

หลังจากที่ทานอาหารกันเรียบร้อยแล้วพวกเขาก็คุยกันแต่เรื่องโง่ๆ เกี่ยวกับ สภาพดินฟ้าอากาศและเรื่องการเรียนของไค

ไม่มีใครเอ่ยถึงสิ่งที่ไคปฏิบัติตัวต่อหน้ามาสะเมื่อบ่ายนั้นเลย

ไคกำลังรู้สึกว่าตัวเองขาดทุนและเหมือนคนบ้า เพราะเขากลัว อีก 20 นาที ผู้ชายที่เขารักกำลังจะไป มาสะขอบคุณสำหรับอาหาร และ เขาตั้งท่าจะไปจากที่นี่แล้ว

รอก่อน มันต้องไม่ใช่ขณะนี้และไม่ใช่อีกต่อไป

“ปีนี้เราพบกันบ่อยแค่ไหนนะ แต่นั่น… “

“ทำไม ถึง ไม่อยากเจอ เคียวซุเกะและโทชิ “ มาสะขัดจังหวะ

“แล้วไง มันเพราะอะไร … พวกเขามาโตเกียวพร้อมกับผม ผมคิดว่า…”

“นายคิดอะไร? ใช้พวกเขาเป็นโล่ห์ใช่ไหม?”

ไคตัดสินใจพูดเปิดเผยออกมา แผนการของเขาต้องสำเร็จ

“หมายความว่าอะไร บอน?” (คำที่มาสะใช้เรียนไค Past แรกก็มีแต่เพิ่งเห็นคำแปลค่ะ ^^)

“ฉันไม่ต้องการให้มีใครขัดขวางความสุขระหว่างนายกับฉัน! ในการอยู่กันตามลำพัง ฉันไม่ต้องการหลอกลวงเพราะฉันไม่เคยมีความสุข” และแล้วไคก็พูดขึ้น ไคยกแขนขึ้นกอดรอบคอและแตะริมฝีปากมาสะด้วยริมฝีปากของเขาเอง

“บอน กรุณาเถอะ….อย่า” ชายหนุ่มกระซิบผ่านริมฝีปาก

ไคเบิกตากว้างมองชายหนุ่ม “ทำไม”

มาสะแย้งเขา ไม่มีทาง เขาต้องไม่ทำอย่างนั้น มาสะรักฉัน มันเป็นสิ่งเดียวที่เป็นไปได้เท่านั้น

ชายหนุ่มผลักเด็กหนุ่มออก ด้วยแขนที่กำยำแข็งแรง

“บอน ผมคิดว่าคุณทำสิ่งนี้ด้วยการมีอะไรมากระตุ้นแน่ๆ… มันไม่ใช่สิ่งที่คุณต้องการจริงๆ”

“ฉันไม่แคร์ ฉันต้องการที่จะรู้ว่านายรู้สึกอย่างไรกับฉัน”

“….หยุดก่อน และฟังผม”

“นายรักฉันรึเปล่า?”

“….บางที คุณอาจจะเข้าใจถ้า”

“นายรักฉันรึเปล่า?!”

มาสะหลับตาลงช้าๆ และยืนเงียบๆ

ไคยกแขนขึ้นจับใบหน้าชายหนุ่ม

“ไม่ มาสะ มองตาฉันสิ มันง่ายจะตายไปแค่ยอมรับว่ารู้สึกกับฉันอย่างไร มันยาวนานถึง 4 เดือน ฉันสุดที่จะทนทานอดทน เพราะนายไม่อยู่ มันมากเกินที่จะเข้าใจ เมื่อนายเกลียดฉัน เกลียดฉัน! ฉัน…. นายไม่ต้องการอยู่ใกล้ฉัน นายไม่เคยรักฉัน ตอนที่นายช่วยเหลือฉัน ปลอบโยนฉัน ตำหนิและสนับสนุนฉัน มันเป็นเพียงเรื่องโกหก นายเพียงแค่หยิบยื่นความช่วยเหลือเล็กๆน้อย หลังจากที่แม่ของฉันตาย นายต้องการออกไปจากชีวิตฉันใช่ไหม? ฉันคิดว่ามันเป็นความจริงแน่ๆ ทำไมการมีตัวตนของฉันเป็นการผูกมัดนายใช่ไหม ฉันทำให้นายยุ่งยาก แต่ หัวใจฉันรู้ และ รอรับความจริงอยู่…. มันนานมากเลย ช่วงเวลาที่นายไม่อยู่ ฉันอยากให้สิ่งนี้เกิดขึ้นทุกครั้ง เมื่อเราพบกันทุกครั้ง จูบฉันสิ…. ฉันจะไม่เรียกร้องมันอีก และ ฉันคิดว่ามันจะเป็นความฝันอันแสนหวานของฉัน ฉันต้องการรู้สึกถึงวงแขนของนายที่อยู่รอบตัวฉัน กอดฉัน สำรวจริมฝีปากฉัน ร่างกายฉัน ด้วยริมฝีปากของนาย …. ฉันต้องการนายนะ ฉันปรารถนานาย ทำให้ฉันบ้าคลั่งสิ เมื่อไหร่จะจูบฉันอีกครั้ง ทำให้ฉันร้อนรุ่ม แล้วฉันจะออกจากความฝันไปสู่ความจริง และ ฉันจะหายตัวไปจากนายตลอดการ มันง่ายจะตายไป ใช่ไหม ตอนนี้ฉันก็พูดทุกอย่างที่อยากจะพูดแล้ว มันน่าอายยิ่งกว่าการถูกเฆี่ยนตีเสียอีก ฉันรักนาย! และถ้านายจะมีความรู้สึกรักฉันแม้สักนิด ได้โปรดเถอะ อย่าเกลียดฉันเลย อย่าทำให้ฉันรู้สึกว่าตัวเองด้อยค่าอีกเลย ฉันต้องการนายนะ!”

มาสะมองไค และหลับตาลงอีกครั้ง

“กรุณาเถอะ พูดกับฉันสิ”

ไคปล่อยแขนลง ตอนนี้เขาไม่รู้ว่าจะทำอะไรแล้ว เขาเหนื่อย และหมดหวัง ตอนนี้ เขาทำสำเร็จแล้วในการเปิดเผยเรื่องราวทั้งหมด ความรักของเขาที่มีต่อมาสะ

ตอนนี้มาสะกำลังทำสิ่งที่เขารอคอยมาตลอดชีวิต มาสะกอดเขาไว้ในวงแขน นุ่มนวลราวลูกกวาด ปลอบประโลมเขา และจูบเขาที่เส้นผม

ชายหนุ่มรู้ถึงความยากลำบากของการรอคอย เด็กหนุ่มตรงหน้ารักเขา รักทุกสิ่งทุกอย่างของเขา เขาได้กลิ่นผิวของไคมันทำให้เขารู้สึกท่วมท้น และอบอุ่น

เขาอยากทำในสิ่งที่ต้องการมาตลอด เขาอยากกอดและจูบอย่างดุร้าย

มันเป็นสิ่งที่เจ็บปวดที่ต้องเผชิญหน้ากับความปรารถนาของตัวเขา และมันก็กลายเป็นสิ่งที่เจ็บปวดยิ่งกว่าเจ็บปวด แต่มันจะไม่เป็นธรรมถ้าเขาทำมันต่อไป ไคสมควรที่จะได้รับการอธิบาย เขาพยายามหลีกเลี่ยงปัญหามาตลอด และตอนนี้เขารู้สึกถึงความร้อนรุ่มของความสุขในความปรารถนา

“ทำไมนายไม่พูดกับฉันว่านายรู้สึกอย่างไร บางทีนายอาจจะกลัวที่จะบอกฉัน นั่น…. และนั่น…. ไม่รักฉันใช่ไหม? นายเงียบทำไมบอกฉันสิ บอกฉันทุกสิ่งทุกอย่าง”

มาสะยิ้มเศร้า

“บอน คุณไม่เคยแน่ใจ ว่าผมรักคุณ”

“…แต่ นายไม่เคยต้องการฉัน นาย…. หลบฉัน” ไคเริ่มร้องไห้ น้ำตาหยดหนึ่งไหลลงมาข้างแก้ม ชายหนุ่มไม่ต้องการให้เด็กหนุ่มร้องไห้ เขาไม่ต้องการเช่นนั้น

“บอน” มาสะพยายามคิดคำพูด เขารู้สึกอย่างไรกับเด็กหนุ่มตรงหน้า มัน มัน …. เป็นไปไม่ได้ สิ่งเดียวที่อยู่ในหัวใจ บางที….

“นาย ไม่ต้องการฉัน” ไคเงยหน้าขึ้นและซบหน้าลงกับคอเสื้อของมาสะ

“บอน ไม่มีทาง ผมต้องการคุณมาก”

ไคเงยหน้ามองชายหนุ่ม

“แต่ เพราะอะไรนะ ไม่มีทาง ทำไมนายไม่ซื่อสัตย์กับใจตัวเอง นายเกลียดฉัน ฉันไม่ต้องการให้นายรู้สึกยุ่งยากใจ บอกฉันสิ”

มาสะมองดูเด็กหนุ่มที่ไม่เชื่อเขา

“บอน”

“อา… เรียกฉัน บอน, อะโห”

มาสะส่ายหน้า และมองดูดวงตาที่กำลังโกรธเขา

“บอกฉันมา”

ไคหยุดทันทีทันใด มาสะวางมือข้างหนึ่งที่ข้างแก้มไคอย่างแผ่วเบา

“ทำไมถึงคิดอย่างนั้น คุณคิดว่า ผมหลีกเลี่ยงที่จะเจอคุณ นั่นเพราะผมคิดว่าคุณเป็นสิ่งสำคัญ”

ไคเงียบ มาสะมองดูเขาที่กำลังขัดเคืองผสมกับความร้อนใจทุกข์ใจ เขารู้ถึงความจริงในข้อนี้ จูบแรกคือ ตอนเช้าในวันนั้น วันที่เขากลับจากโรงพยาบาล

ชายหนุ่มใช้ปลายนิ้วเชยคางเด็กหนุ่มขึ้นมา และมองดูดวงตาสีดำขลับ

“คุณ คือสิ่งเดียว ผู้ที่ทำให้ผมต้องพ่ายแพ้”

ส่วนครั้งที่สอง นั่นคือความความพ่ายแพ้ต่อความต้องการที่ไม่สิ้นสุดของไคมันเป็นความโง่ จะพูดอย่างนั้นก็ได้

“ไค คิดว่ายังไง ผมเป็นเพียงยากูซ่า ทำงานรับใช้พ่อของคุณ มันเป็นความสัมพันธ์ที่เป็นไปไม่ได้ หลังจากที่เรากลับจากการพักร้อนคราวนั้น มันมีความสุข มองตาผมสิ มองความต้อยต่ำของผม นั่นคือความความจริงที่ผมรู้สึก”

ไครู้สึกปวดแปลบให้หัวใจ

“และไม่มีสิ่งใดทำให้ผมเลิกรู้สึกอย่างนั้นได้” เขากล่าวอย่างอัดอั้น

“ไม่มีทางที่เราสองคนจะมาบรรจบกันได้ และแน่นอนงานของผมสกปรก นั่นเป็นสิ่งที่คุณรังเกียจในยากูซ่าตลอดมา ผมเป็นผู้ชายที่เกือบ 20 ปี รับคำสั่งของคุณ และของพ่อคุณ ซึ่งเป็นงานอันตรายต่อตัวผม และโดยเฉพาะมันอาจจะทำให้เกิดอันตรายกับคุณ แต่ผมพร้อมทุกอย่างที่จะทำให้คุณมีความสุข”

ไคมองดูเขา เขาฟังเงียบๆในสิ่งที่ชายหนุ่มกล่าว มาสะยึดถือมันหรือไม่นะ เขาพิจารณาสิ่งที่ชายหนุ่มพูด สิ่งที่เขาได้ฟังคือความจริง

เรารู้สึกถึง….

“ผมคือคนโง่”

ชายหนุ่มขมวดคิ้ว

“ปัญหามันอยู่ที่คุณคิดกับผมอย่างไร คุณพูดกับผมตลอดเวลา ผมต้องทนรับฟังมัน ทำไมคุณไม่คิดว่าผมอยากให้คุณมีความสุข ทำไมผมถึงจะไม่ต้องการคุณเล่า ทำไมผมจะไม่เข้าใจคุณ”เขาหอบฮักๆ ก่อนที่จะกลับคืนสู่ลมหายใจปกติอย่างรวดเร็ว

ดวงตาที่แสดงถึงความรักความปรารถนาฉายแวบออกมาเพียงชั่วพริบตา และจางหายไปอย่างรวดเร็ว และนั่นแสดงถึงความรู้สึกที่มีต่อไค เขามองถึงความรู้สึกในอกที่เกิดขึ้น

“ฉันไม่แคร์ ถึงแม้ว่ามันจะมาจากพ่อของฉัน ฉันไม่สนใจคำติเตียนแต่ต้องไม่ใช่จากนาย”

“หยุดเถอะ….”

อะไร

ไคเงยหน้ามองชายหนุ่ม มาสะมองดูเขาด้วยสายตาแรงกล้า

“ไค….”

น้ำตาของไคไหลลงแก้มอีกครั้ง มาสะจูบซับน้ำตา จูบแผ่วเบาเหมือนลูกกวาด

“ผมเกรงกลัวที่จะเผชิญหน้ากับความผิดพลาดครั้งใหญ่ในชีวิต มันจะกลายเป็นตราบาปติดตัวของผมไปตลอด”

เด็กหนุ่มมองดูชายหนุ่มเงียบๆ ด้วยดวงตาเปียกชื้น แต่เขามองเห็นแสงแห่งความสมหวังแล้ว

“ตอนนี้ผมเพียงรู้ว่า ผมต้องการอะไร และอะไรคือความสุขในวันพรุ่งนี้ ผมไม่ต้องการความรู้สึกผิดอีกต่อไป ตอนนี้ผมอยากจะลืมมัน อดีตที่ผมเคยทำร้ายคุณ ไว้ใจผม และ รักของเรา….”

เขาก้มลงจูบเด็กหนุ่มแผ่วเบา ที่ดวงตาและที่ริมฝีปาก ชายหนุ่มดุนเบาๆโดยใช้ลิ้นทำให้ไคเผยอปากขึ้น ไครู้สึกถึงความอ่อนหวานและความปรารถนาที่ก่อตัวขึ้น

ไคตัวสั่น เมื่อชายหนุ่มใช้มือสอดเข้าไปใต้เสื้อ ลูบคลำแผ่นหลังเรียบลื่นคล้ายธารน้ำแข็ง ประเล้าประโลมเขา ร่างกายไคร้อนรุ่มขึ้นภายใต้เสื้อผ้าที่สวมใส่อยู่ ริมฝีปากของเขากักขังไคไว้

ไคตอบสนองมาสะอย่างร้อนรน จูบของมาสะทำให้เขาหวั่นไหว

มาสะอุ้มไคขึ้นด้วยวงแขนที่แข็งแรง และตอนนี้เขาต้องการไปที่เตียง แต่ยังพรมจูบไปทั่วใบหน้าของเด็กหนุ่ม

เขาวางไคไว้ที่ฟูก อีกครั้งไคยึดริมฝีปากของชายหนุ่มอย่างเจ้าข้าวเข้าของด้วยริมฝีปากของตนเอง และฉุดดึงมาสะลงมา

เด็กหนุ่มพยายามถอดไทของชายหนุ่มออก ด้วยความงุ่มง่ามยิ่ง

“ช้าๆ ไค ช้าๆ…..” มาสะกระซิบบอกเด็กหนุ่มพร้อมรอยยิ้ม และแล้วเสื้อแจ็คเก็ตและเสื้อยืดของไคก็ถูกถอดออก ผิวกายนุ่มนวลดั่งแพรไหมทำให้มาสะถอนหายใจ ไคลุกขึ้นนั่งและยกแขนโอบรอบคอมาสะ

เด็กหนุ่มเลียนแบบมาสะทันที โดยช่วยปลดกระดุมเสื้อเชิ๊ตและถอดออก ก่อนที่จะหยุดมองความแข็งแรงของกล้ามเนื้อมาสะ เขาพร้อมแล้วแต่อะไรที่จะต้องทำต่อไปล่ะ

มาสะจูบไคอีกครั้งและเคลื่อนมือลงต่ำและปลดกางเกงของไคออก เขาถอดกางเกงตัวยาวออกจนเหลือเพียงกางเกงชั้นใน

ชายหนุ่มเริ่มต้นกิจกรรมแล้ว แต่ ไคหยุดเขา เด็กหนุ่มต้องการถอดเสื้อผ้าให้เขาด้วยตนเอง

เวลาเพียงเล็กน้อย การรอทำให้เขาแทบบ้า เสื้อผ้าเกือบทั้งหมดถูกถอดวางกองกันอยู่ใกล้ๆ ฟูก


--Continuous—

เรื่องแรกค่ะ พอแปลเสร็จ ก็เข้าใจเลยว่าสำนวนห่วยมาก เพราะเคยแปลแต่หนังสือคอมฯ ทนๆ อ่านกันหน่อยนะคะ รู้ตัวว่ามีข้อผิดพลาดเยอะ จะพยายามมากกว่านี้ มีคำแนะนำติชมและอยากให้แปลเรื่องอะไรบอกได้ที่ [email protected]

 

 

Hosted by www.Geocities.ws

1