ขอความรักไว้พักหัวใจ
Love Mode Fan Fiction by Lantis
ยามเช้าของวันหนึ่งในฤดูร้อน แต่ถึงกระนั้นก็ยังสดชื่นเหมาะแก่การเริ่มต้นวันอันแสนสุขของคู่รักแสนหวาน
"ว่ายังไงน้า!! รับปากจะไปเที่ยวกับเจ้านั่นไว้เหรอ?!" เสียงออดอ้อนของคู่รักคู่หนึ่งที่เกิดขึ้นเป็นปกติเกือบทุกเช้า
"ก็เห็นว่าอิซุมิปิดเทอมหน้าร้อนแล้วน่าจะไปพักผ่อนตากอากาศบ้าง ไม่ได้ไปไหนไกลๆ กันนานแล้วนี่" ชายหนุ่มรูปหล่อผู้แย้มยิ้มอยู่เสมอ กำลังพยายามชักแม่น้ำทั้งห้าหลอกล่อ อ๊ะไม่ใช่..กำลังชักชวนคนรักวัยรุ่นด้วยท่าทางน่าเอ็นดูอยู่
"แล้วทำไมคุณทากามิยะต้องไปกับเจ้านั่นด้วย" เด็กหนุ่มไม่ยอมลดละ หงุดหงิดที่จู่ๆ ชายหนุ่มมาบอกกระทันหัน แถมต้องไปกับคนไม่ชอบหน้าอีก
"ก็พอดีหมอนั่นจะพานาโอยะคุงที่ปิดเทอมหน้าร้อนไปพักผ่อนเหมือนกันน่ะสิ" ชายหนุ่มยังคงอธิบายด้วยรอยยิ้มละไมเหมือนเดิม
"อ๊ะ..นาโอยะคุงไปด้วยเหรอ" อิซุมิคุงพอได้ยินชื่อเพื่อนร่วมสถาบันเดียวกัน (???) ก็เริ่มสนใจ
"ใช่แล้ว น่าสนุกดีออกนะ..ไปเถอะ กลางคืนจะได้ทำบาบีคิวกินกันด้วยไง อิซุมิชอบกินไม่ใช่เหรอ" ทากามิยะพยายามหาเหตุโดยเอาเรื่องกินมาล่อเพราะรู้จุดอ่อนเด็กหนุ่มดี
"ขอคิดดูก่อนแล้วกัน" อิซุมิคุงยังไม่ไว้ใจว่านอกจากไปเที่ยวแล้ว ชายหนุ่มมีอะไรแอบแฝงอยู่อีกหรือเปล่า
"ทำไมล่ะ อิซุมิยังไม่หายโกรธอาโอเอะอีกเหรอ เรื่องมันนานมาแล้วนะ"
"ถึงจะนานมาแล้วแต่ผมก็ไม่มีวันลืมหรอกว่าเจ้านั่นทำให้ผมต้องเจอกับเรื่องบ้าๆ อะไรบ้าง" อิซุมิคุงเสียงดังใส่ชายหนุ่มโดยไม่ตั้งใจ
"อิซุมิคิดว่าการที่เจอกับฉันเป็นเรื่องบ้าๆ อย่างนั้นเหรอ ที่ผ่านมาฉันไม่มีความหมายต่ออิซุมิเลยอย่างนั้นสินะ ฉันมันหน้าด้านตื๊อเธอเองใช่มั้ย" ทากามิยะตีหน้าเศร้า น้ำเสียงที่พูดบอกความน้อยใจสุดๆ เขาหันหลังให้เด็กหนุ่มทำท่าจะเดินจากไป
"ดะ..เดี๋ยวฮะ ผมไม่ได้หมายความอย่างนั้นนะฮะ ที่จริงผมก็ไม่ได้ติดใจอะไรมากเท่าไหร่ ผมขอโทษฮะที่พูดไม่ดีออกไป" อิซุมิคุงเป็นฝ่ายเข้าไปสวมกอดด้านหลังของชายหนุ่มเพราะรู้ตัวว่าพูดสิ่งทำร้ายจิตใจคนรัก
"งั้นจะไปเที่ยวด้วยกันกับฉันมั้ย" ทากามิยะแอบยิ้มปลื้มหน้าบานอยู่นานแล้ว และรู้ว่าเด็กหนุ่มไม่มีทางปฏิเสธ
"ตกลงฮะ ผมจะไปกับคุณทากามิยะ" อิซุมิพูดจบ ทากามิยะก็หันขวับกลับมาจูบเด็กหนุ่มแบบไม่ให้ตั้งตัวแถมยังดูดดื่มจนอิซุมิคุงต้องรีบผลักออกมา
"อ๋า..นะ..นะ..นี่คุณแกล้งทำซึมเหรอ ไม่ปงไม่ไปมันแล้ว "
.เปรี้ยง!!
ความสุขของคู่รักแสนหวานยังเพิ่งจะเริ่มต้น
***************************
อากาศดีๆ อย่างนี้คู่รักคู่อื่นจะหวานขนาดไหนลองติดตามดูนะ
"อาราชิ! นี่เธอจะไปพักผ่อน หรือจะไปแข่งรถกันเนี่ย?!" เสียงใสๆ ของหนุ่มสวย อดีตหมายเลขหนึ่งของ B&B ดังขึ้นเมื่อเห็นคนรักอ่อนวัยกว่าขับมอเตอร์ไซด์เข้ามาจอดหน้าร้านกาแฟเล็กๆ ที่ดูอบอุ่นน่ารัก
"ก็ไปเที่ยวพักผ่อนน่ะสิ แต่ผมจะพาอิซุมิไปโดยใช้เจ้านี่" เด็กหนุ่มผมทองเจ้าของหัวใจของอิซุมิ ตอบคนรักด้วยรอยยิ้มแจ่มใส
"ขี่มอเตอร์ไซด์ไปนี่นะ" อิซุมิทำหน้าอ่อนอกอ่อนใจอยู่ข้างๆ คนรักที่ยังนั่งอยู่บนมอเตอร์ไซด์
"ทำไมล่ะ อิซุมิไม่อยากนั่งเจ้านี่เหรอ กลัวหรือว่ารังเกียจ" อาราชิตั้งคำถามเอากับคนสวยตรงหน้า
"เด็กบ้า ก็รู้นี่ว่าไม่ใช่อย่างนั้น ฉันแค่ไม่อยากให้อาราชิต้องเหนื่อย นั่งรถไฟไปสบายกว่า"
"แต่ผมอยากขับเจ้านี่ไปกับอิซุมิ อยากให้อิซุมิกอดเอวผมไว้แน่นๆ ให้หลังของผมแนบกับอกของอิซุมิไปตลอดทาง ให้สายลมโอบไล้เราสองคน ให้แสงแดดอาบผิวกายจนเป็นสีแทน ผมอยากเห็นใบหน้ายิ้มแย้มและได้ยินเสียงหัวเราะอย่างเป็นสุขของอิซุมิ" อาราชิพูดจริงจังจนอิซุมิเขินหน้าแดงไม่กล้าสบตาเด็กหนุ่ม แต่ภายในใจปลาบปลื้มกับคำพูดเหล่านั้น
"นี่เราไปเที่ยวป่ากันนะ ไม่ได้ไปทะเลสักหน่อย..แล้วแดดหน้าร้อนมันร้อนจะตายไป เดี๋ยวผิวไหม้หมด"
"โธ่ๆๆ เสียบรรยากาศโรแมนติคหมดเลยอิซุมิอ้ะ" อาราชิโวยวายแต่ก็ดึงอิซุมิเข้ามานั่งบนเบาะข้างหน้า แล้วโอบแขนไปรอบร่างบางที่น่าทะนุถนอมนั้น
"ผมชอบหน้าร้อน เพราะทำให้ผมได้พบกับความสุข และพบสิ่งล้ำค่าที่หาอะไรมาแทนไม่ได้ ผมอยากให้หน้าร้อนเป็นหน้าร้อนที่วิเศษสุดสำหรับเราสองคนตลอดไป" อาราชิก้มลงจูบริมฝีปากบางอย่างรักใคร่ อิซุมิเผยอริมฝีปากรับอย่างเต็มใจเนิ่นนานเสียจนต้องเป็นฝ่ายถอนออกก่อน เอ่ยแก้เขินด้วยการแซวคนรักแทน
"พูดเป็นคนแก่เลยเชียว สงสัยจะติดมาจากคุณตามารุยาม่าแน่ๆ"
"หึ..เห็นเงียบๆ อย่างนี้ อิซุมิก็ปากร้ายเหมือนกันนะ แต่ว่า..หวานอย่าบอกใครเลยล่ะ" แล้วอาราชิก็เก็บเกี่ยวความหวานที่ไม่มีวันหมดจากคนรักที่แสนสวยคนนี้
***************************
อีกมุมหนึ่งที่คิดว่าคงจะมีคู่รักที่หวานไม่แพ้คู่อื่นอยู่บ้างเหมือนกันนะ
"นาโอยะ..."
"นาโอยะ...จะไปเที่ยวหรือเปล่า" โอนเนอร์หนุ่มมาดเข้มแห่ง B&B นั่งลงข้างๆ คนรักเยาว์วัยที่กำลังหลับสบายบนเตียง
"ถ้าจะนอนต่อล่ะก็ฉันจะนอนด้วยนะ" เพียงได้ยินแว่วๆ แค่นั้นเด็กหนุ่มบนเตียงก็ตะเกียกตะกายลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็ว
"อ๋า..! ตื่นแล้วครับ ไปเที่ยวครับ..." นาโอยะงัวเงียๆ มองคนข้างๆ ด้วยท่าทางเขินๆ เรจิมองเด็กหนุ่มที่ตื่นนอนใหม่ๆ รู้สึกเหมือนลูกแมวขึ้เซาน่าดูเอ็น อ๊ะไม่ใช่..น่าเอ็นดูดีเหมือนกัน
"เมื่อคืนหนักไปเหรอ เธอถึงตื่นไม่ไหว" นาโอยะหน้าแดงนึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืนที่ผ่านมา
"กะ..ก็ดึกมากแล้วคุณอาโอเอะยังไม่กลับมาเสียที คุณหมอเลยไม่ยอมกลับบ้านใหญ่ ชวนผมดื่มเป็นเพื่อนจนเกือบสว่าง" นาโอยะตอบอึกอักเพราะเมื่อคืนคุณหมอคิอิจิ พี่ชายผู้แสนน่ารัก (???) ของเรจิมาเยี่ยมเยียนน้องชายและคนรัก แต่ที่จริงมาสอดแนมชีวิตรักของคนทั้งคู่ว่ายังราบรื่นดีหรือไม่ต่างหาก
"แล้วเธอเป็นยังไงบ้าง เวียนหัวหรือเปล่า" เรจิไล้แก้มนาโอยะเบาๆ 'เจ้าคิอิจิตัวดี เห็นที่จะต้องจัดการเรื่องชอบแกล้งนาโอยะเสียแล้ว'
"ไม่เป็นไรฮะ แค่ไวน์นิดหน่อยเอง แต่ว่าคุณอาโอเอะเพิ่งกลับมายังไม่ได้นอนเลยไม่ใช่หรือฮะ เรื่องไปเที่ยว ' สีหน้านาโอยะบอกความห่วงใยชายหนุ่มเต็มเปี่ยมจนเรจิอดจะขยี้ผมนุ่มเบาๆ อย่างเอ็นดูไม่ได้
"ไม่ต้องห่วงฉันหรอก ฉันชินแล้ว ลุกขึ้นไปอาบน้ำเถอะจะได้เดินทางกันเสียที"
"ฮะ" นาโอยะรับคำ แค่การสัมผัสเพียงเล็กน้อย แต่ก็ให้ความอบอุ่นที่แสนอ่อนโยนแก่หัวใจเด็กหนุ่มอย่างล้นเหลือ
***************************
ณ บ้านพักตากอากาศสุดหรูของเรจิ แขกที่ได้รับเชิญก็มาพร้อมกันในตอนเที่ยง
"ไงอาโอเอะไม่เจอกันนานดูนายมีน้ำมีนวลขึ้นนะ" ทากามิยะทักทายเรจิที่หน้าตาเฉยเมยเหมือนเคย แต่ไม่มีร่องรอยของความเคร่งเครียดอย่างที่แล้วมานับตั้งแต่การสูญเสียสิ่งสำคัญในคราวนั้น
"จะบ้าเหรอไง แกเห็นฉันเป็นอะไรวะ" เรจิฮึดฮัดยกเบียร์ขึ้นดื่ม หันไปมองนาโอยะที่กำลังคุยอยู่กับอิซุมิอีกทางหนึ่ง
"ก็เห็นนายกำลังมีความสุขอยู่น่ะสิ ท่าทางลูกแมวที่เลี้ยงไว้คงจะทำให้นายมีความสุขได้จริงๆ สินะ" ทากามิยะรู้ดีว่าคนที่ทำให้หัวใจที่เฉยชาของเพื่อนอบอุ่นขึ้นได้อย่างนี้คือใคร เรจิไม่โต้ตอบว่าอะไรกลัวจะเผยไต๋ให้เพื่อนรู้มากไปกว่านี้
เสียงมอเตอร์ไซด์ดังแว่วมา พาให้ทุกคนหันไปตามเสียงก็เห็นมอเตอร์ไซด์คันใหญ่เลี้ยวเข้ามาจอดลานกว้างด้านหน้า อิซุมิก้าวลงยืน โบกมือทักทายสองหนุ่มที่นั่งอยู่บนระเบียง
"สวัสดีครับโอนเนอร์ คุณทากามิยะ นี่เพื่อนผมชื่ออิเคทานิ อาราชิฮะ" อิซุมิเดินเข้ามาพร้อมเด็กหนุ่มผมทองที่ดูเฮี้ยวๆ แต่สีหน้าท่าทางกลับเปี่ยมไปด้วยความร่าเริง
"สวัสดีครับ ยินดีที่ได้รู้จัก ผมขอรบกวนด้วยคนนะครับ" อาราชิทักทายด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม จากนั้นก็ขอตัวไปสมทบกับนาโอยะและอิซุมิคุงที่กำลังสนใจรถมอเตอร์ไซด์กันอยู่
"ไม่เจอกันตั้งนาน สบายดีหรือเปล่าครับโอนเนอร์" อิซุมิร่วมวงสนทนากับชายหนุ่มทั้งสอง
"เธอไม่ได้ทำงานที่ B&B แล้วนะ ดังนั้นฉันไม่ใช่โอนเนอร์ของเธอแล้ว"
"จริงสิครับ..งั้นขอผมเรียกคุณอาโอเอะนะฮะ" ชายหนุ่มไม่ว่าอะไรอิซุมิจึงหันไปทางทากามิยะ
"เรื่องคราวก่อนได้คุณทากามิยะช่วยไว้ต้องขอบคุณมากครับ"
"เรื่องมันผ่านมาตั้งนานอย่าใส่ใจเลย เธอหายเป็นปกติก็ดีแล้ว เห็นอาโอเอะบอกว่าเธอเปิดร้านกาแฟอยู่เหรอ"
"ครับ เป็นแค่ร้านเล็กๆ แต่ผมก็ภูมิใจกับมัน"
"แถมยังมีผู้ช่วยท่าทางแข็งขันอยู่ข้างๆ ด้วยใช่มั้ย"
"ฮ่ะ..ฮ่ะ คงอย่างนั้นมั้งครับ" รอยยิ้มสดใสบนใบหน้าสวย บอกให้รู้ว่าตอนนี้อิซุมิมีความสุขมากมายแค่ไหนเคียงข้างคนรัก "อ๊ะ..คุณหมอไม่มาด้วยหรือครับ"
"คิอิจิติดงานด่วนอยู่ คงตามมาทีหลังหรืออาจจะไม่มาเลยก็ได้" แต่สำหรับเรจิอยากให้เจ้าตัวแสบอยู่เฝ้าโรงพยาบาลไม่ต้องมา สร้างความปวดหัวน่ะดีแล้ว
"เหรอฮะ น่าเสียดายจัง นานๆ จะได้มาเจอกันพร้อมหน้าพร้อมตาสักครั้งหนึ่ง"
"ว่าแต่เรามีโปรแกรมอะไรบ้างล่ะเนี่ย" ทากามิยะถามถึงโปรแกรมการเที่ยวช่วงพักร้อน
"ขี้ม้า ตกปลา ตั้งแคมป์ หรือถ้านายอยากจะจู๋จี๋ท่ามกลางธรรมชาติกันสองคนกับเจ้าหนูนั่น ก็มีบ่อน้ำแร่อยู่แต่ต้องเข้าไปในป่าลึกหน่อย แต่บรรยากาศดีใช้ได้ไม่มีคนยุ่มย่าม"
"เยี่ยมไปเลย รู้งี้มาคราวก่อนน่าจะชวนอิซุมิคุงไปแช่ซะก็ดี" ทากามิยะทำท่าทางดีใจเสียจนเรจิอดคิดไม่ได้ว่าเจ้านี่ยังไม่ยอมเข็ดสักทีโดนเจ้าเด็กนั่นอัดตั้งไม่รู้กี่ครั้งเพราะความทะลึ่งแท้ๆ
"แต่คืนนี้เรามาทำบาบีคิวกินกันก่อนดีมั้ย" ทากามิยะเสนอความเห็น ซึ่งทุกคนก็ตกลงโดยเรจิ ทากามิยะ และอาราชิ เป็นฝ่ายไปซื้อของสดในเมือง
***************************
"นาโอยะคุงสบายดีสินะ" อิซุมิเดิมมาทักทายเด็กหนุ่มที่ครั้งหนึ่งเขาเคยอิจฉาในความโชคดีที่ได้ความห่วงใยจากเรจิอย่างมากมายเช่นนั้น
"ครับ คุณอิซุมิก็ท่าทางสบายดีนะฮะ"
"ใช่..ส่วนเธอคงเป็นอิซุมิคุงอีกคนหนึ่งใช่มั้ย ต้องขอโทษเป็นเพราะฉันทำให้เกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นตอนนั้น" ชายหนุ่มหันมาทางอิซุมิคุงอีกคนที่โดนเข้าใจผิดจนกลายมาเป็นคนรักของทากามิยะจนถึงตอนนี้
"ไม่หรอกครับ ไม่เกี่ยวกับคุณหรอก เพราะเจ้าคนทะลึ่งนั่นต่างหาก" อิซุมิคุงรู้สึกดีใจนิดหน่อยที่ทากามิยะมาชอบเขาที่เป็นแค่เด็ก ม.ปลายธรรมดาๆ แทนที่จะเป็นอิซุมิที่รูปร่างหน้าตาสวยคนนี้
"แล้วพวกคุณอาโอเอะล่ะฮะ"
"สามคนนั่นออกไปซื้อของสดมาทำบาบีคิวคืนนี้น่ะ"
"ยะฮู้!! ในระหว่างนี้เราก็ว่างสินะ นาโอยะคุงไปดูทางชายป่าทางโน้นกันเถอะ มาคราวก่อนฉันยังไม่มีโอกาสได้สำรวจอะไรเลย" ก็แน่ล่ะ 'เจ้าคนทะลึ่ง' ที่ว่าไม่ยอมปล่อยให้อยู่คนเดียวหร๊อก
"ก็ได้ แต่ต้องรีบกลับให้ทันคุณอาโอเอะกลับมานะ" นาโอยะไม่อยากปฏิเสธอิซุมิคุง แต่ก็เป็นกังวลกลัวว่าเรจิจะเป็นห่วง
"เออน่าๆ ไปไม่นานหรอก คุณอิซุมิไปด้วยกันมั้ยฮะ"
"ไม่ล่ะ ฉันขออยู่จัดการทางนี้ดีกว่า เธอสองคนไปเถอะ ระวังๆ ตัวนะ"
สองหนุ่มออกเดินไปแล้วอิซุมิจึงกลับเข้าไปในบ้านเพื่อเตรียมทำบาบีคิวคืนนี้
ทั้งหมดยังไม่รู้ว่า เรื่องร้ายแรงอะไรกำลังรอพวกเขาอยู่ .
***************************
"นี่ทากามิยะ นายจะซื้อไปเลี้ยงคนสักกี่คนกันเนี่ย" เรจิแบกของตามหลังทากามิยะ โดยมีอาราชิหิ้วส่วนอื่นๆ ตามมาติดๆ
"เอาน่าอาโอเอะ มีแต่เด็กกำลังกินกำลังนอนทั้งนั้นแค่นี้ยังไม่พอต่อการเจริญเติบโตของร่างกายด้วยซ้ำ หรือนายชอบให้นาโอยะคุงผอมบางอยู่อย่างนั้นเหรอ"
"พูดมากน่า จะซื้ออะไรก็รีบๆ ซื้อเข้า" เรจิไม่สบอารมณ์ เพราะชอบนาโอยะคุงที่เป็นอย่างนั้นจริงๆ แต่ถ้าจะมีเนื้อหนังกว่านี้อีกสักนิดก็คงไม่เลวเหมือนกัน
"โอเค อาราชิคุง อิซุมิของเธอชอบกินอะไรบ้างล่ะ"
"อิซุมิเหรอฮะ ก็พวกสลัด เนื้อย่าง อ้อ..ไอศกรีมด้วยครับ" อาราชิสาธยายของชอบของคนรัก
"ดีเลย อิซุมิคุงของฉันก็ชอบเหมือนกัน" ดูทั้งคู่จะเข้าขากันซะเหลือเกิน เรจิเดินตามอย่างเซ็งๆ ไม่น่าหลวมตัวมากับเจ้าพวกนี้เลย พลันสายตาก็เหลือบไปเห็นของชอบของนาโอยะ เรจิมองทากามิยะกับอาราชิแว่บหนึ่งก็แอบหลบเข้าไปซื้อกับเขาด้วย
***************************
ในขณะเดียวกัน ณ แมนชั่นน่าสบายห้องหนึ่ง คู่รักที่เพิ่งจะเริ่มหวานเมื่อไม่นาน แต่ก็มีทีท่าว่าจะหวานแซงหน้าคู่อื่นอยู่ตอนนี้กำลัง..เอ่อ..หวานกันอยู่ (???)
"อือ..อ..อย่าน่าโทมะซัง...พะ..พอเถอะ ผมเหนื่อย.." เสียงเลขาหน้าหวานของ B&B ดังประสานกับเสียงทีวีที่เปิดค้างไว้โดยไม่มีใครสนใจจะดู
"แต่ผมไม่นี่ อืม..ม..หอมจัง " มาสเตอร์หนุ่มคนรักหมาดๆ ที่กว่าจะฝ่าด่านอย่างคิอิจิมาได้ก็เกือบจะกลายเป็นโรคความดันโลหิตสูง ตอนนี้ก็กำลังฉลองความสำเร็จอย่างดื่มด่ำกับรางวัลที่แสนหอมหวานอยู่..เอ..หรือว่าไม่ใช่
"หอมเหิมอะไรกัน เหม็นเหงื่อจะตาย พอได้แล้วครับผมจะไปอาบน้ำ...เอ๊ะ.." ในขณะที่โทมะยังไม่ยอมเลิก ข่าวในโทรทัศน์ก็สะดุดหูจนเลขาหนุ่มต้องรีบลุกขึ้นตั้งใจฟัง
" ..นักโทษที่หนีออกจากเรือนจำเขตจังหวัด A ซึ่งขณะนี้ยังตามจับตัวไม่ได้อีก 2 คนนั้น ตำรวจสันนิฐานว่าคงจะหนีเข้าไปแถวเขต N ที่มีแต่ป่าและบ้านพักตากอากาศของผู้มีอันจะกินซึ่งมีอยู่ไม่กี่หลัง และในขณะนี้ได้ระดมกำลังค้นหาอย่างเร่งด่วน .ประวัติของนักโทษที่หลบหนีถูกจับกุมด้วยคดีปล้นธนาคาร...."
"แถวนั้นมันบ้านพักตากอากาศของโอนเนอร์นี่...แย่ละสิ.." คาชิม่าลุกพรวดไปคว้าโทรศัพท์โทรหาเรจิทันทีกระสับกระส่ายที่ปลายทางไม่มีคนรับสาย โทมะมองคนรักที่กระตือรือร้นในหน้าที่แม้กระทั่งเวลาแบบนี้ ชายหนุ่มลุกขึ้นหยิบเสื้อเชิ้ตคลุมไหล่บางๆ นั้นให้
"อ๊ะ..ขอบใจ" คาชิม่าเหลียวมองคนที่โอบอยู่ด้านหลัง
"ใจเย็นๆ ก่อน พวกนั้นคงไม่เป็นอะไรหรอก สถานที่ก็ยังไม่ระบุแน่ชัด เดี๋ยวรอสักพักค่อยโทรใหม่" คาชิม่าค่อยคลายความกังวลด้วยอ้อมกอดอบอุ่นของคนรัก
***************************
อิซุมิกำลังวุ่นกับการเตรียมของต่างๆ อยู่ในครัวต้องหยุดชะงักเมื่อได้ยินข่าวจากวิทยุที่เปิดไว้เรื่องนักโทษที่กำลังหลบหนี
"เอ๊ะ! มันแถวนี้นี่นา ทำยังไงดี พวกคุณอาโอเอะก็ยังไม่กลับมา..อ๊ะ..สองคนนั่น!!" อิซุมิเป็นห่วงสองหนุ่มน้อยที่เข้าไปในป่านานพอสมควรแล้ว เขาตัดสินใจออกไปตามเพราะไม่รู้ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่า ฝ่ายคนที่พูดถึงกำลังเดินลึกเข้าไปในป่าเรื่อยๆ
"ซาคาชิตะจะเดินไปถึงไหนน่ะ เรามานานมากแล้วนะ เดี๋ยวคุณอิซุมิจะเป็นห่วง"
"ปัดโธ่นาโอยะ นานๆ จะได้มาออกกำลังเสียที ไม่มีเจ้าพวกตัวยุ่งมาจุกจิก อ๊ะ ทางนั้นมีบ่อน้ำแร่ด้วย ไปเร็วนาโอยะ" อิซุมิคุงวิ่งปร๋อนำหน้าไป นาโอยะต้องเดินตามอย่างช่วยไม่ได้
***************************
อิซุมิเดินลึกเข้าไปในป่ามุ่งตรงไปยังแถวบ่อน้ำแร่ จำได้คลับคล้ายคลับคลาว่าจะมีทางลัดจากบ้านพักไปถึงบ่อน้ำแร่ได้ แต่หนทางไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่ มีต้นไม้รกทึบขึ้นอยู่หนาตา อิซุมิตัดสินใจไปทางลัดจะได้ไปถึงที่หมายได้เร็วขึ้นในขณะที่กำลังจดจ่อกับทางอิซุมิไม่รู้เลยว่ามีสายตามาดร้ายกำลังจ้องเขาอยู่ และเมื่ออิซุมิเดินมาจนใกล้บริเวณบ่อน้ำแร่ก็เริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติ แต่ไม่ทันเสียแล้ว เขาถูกฉุดกระชากเข้าไปปะทะกับร่างบึกบึนของใครบางคน มือที่อ้อมมาด้านหน้าปิดปากเขาไว้ แขนอีกข้างรัดร่างเขาเอาไว้อย่างแน่นหนา ความกลัวแล่นริ้วขึ้นมาจับหัวใจ
"ถ้ายังไม่อยากตายล่ะก็ อย่าเอะอะนะโว้ย..อยู่เฉยๆ เข้าไว้!!" ความรู้สึกแรกที่อิซุมิรับรู้คือกลิ่นสาบที่ออกมาจากตัวคนที่รัดเขาอยู่ อิซุมิมองดูชายอีกคนที่อยู่ตรงหน้า เมื่อเห็นชุดที่ใส่ก็เข่าแทบทรุดเพราะมันคือนักโทษที่หนีออกมาที่ตำรวจกำลังตามล่าอยู่นั่นเอง อิซุมิเริ่มดิ้นรนจะให้หลุดพ้นจากการกอดรัดจนปากเป็นอิสระก็ร้องตะโกน
"พวกแก..ปล่อยนะ จะทำอะไร ช่วยด้.ว อุ้ก!!" พวกมันเห็นท่าไม่ดีเลยชกเข้าที่ท้องของอิซุมิจนสลบพับไป
"เฮ้ย เอายังไงดีวะ" คนที่หิ้วร่างไร้สติของอิซุมิถามขึ้น
"ลากมันไปหาที่หลบแถวโน้นก่อน มันคงเป็นนักท่องเที่ยวอาจจะมีลู่ทางอะไรให้เราใช้หนีก็ได้" พวกมันลากอิซุมิไปทางบ่อน้ำแร่ที่ในขณะนั้นนาโอยะกับอิซุมิคุงกำลังเพลิดเพลินกับทิวทัศน์รอบๆ อยู่ แต่ทั้งสองคนก็ได้ยินเสียงแว่วๆ ของอิซุมิ ต่างหันมามองหน้ากันและรีบรุดไปดูต้นเสียง ภาพที่เห็นทำให้อิซุมิคุงแทบตะโกนออกมา แต่นาโอยะปิดปากไว้ได้ทัน
"ฉิบเป๋งแล้ว นาโอยะ ทำยังไงดี คุณอิซุมิ กับไอ้พวกนั้นมัน เหมือนนักโทษเลยนี่หว่า มาได้ยังไงเนี่ย" อิซุมิคุงค่อยกระซิบกับนาโอยะ
"สงสัยพวกมันคงแหกคุกหนีออกมา อืม..ถ้าอย่างนั้น " นาโอยะใช้ความคิดแก้ไขสถานะการณ์
"นายไปตามคนมาช่วย ฉันจะคอยดูพวกมันเอง"
"ตะ..แต่ว่านาโอยะ ." อิซุมิคุงลังเล
"ไปสิ ไม่ต้องห่วงฉัน ฝากด้วยนะ"
"อื้อ! ฉันจะรีบไปหาคนมาช่วยให้เร็วที่สุด นายอย่าผลีผลามทำอะไรโง่ๆ ไปก่อนล่ะ" อิซุมิคุงออกวิ่งไป ส่วนนาโอยะจับตามองการกระทำทุกอย่างและเตรียมพร้อมที่จะเข้าไปช่วยเหลือทันทีถ้ามีอะไรเกิดขึ้นกับอิซุมิ
***************************
ระหว่างนั้นขบวนของเรจิก็กลับมาถึงที่พัก แต่บรรยากาศมันดูแปลกๆ เงียบจนทุกคนรู้สึก เรจิเดินเข้าไปในบ้านไม่พบใครเลย อาราชิกับทากามิยะก็ไม่เจอใครเช่นกัน ชักจะรู้สึกว่าเริ่มได้กลิ่นไม่ดีเสียแล้ว
"คงจะออกไปเดินเล่นแถวนี้มั้ง" ทากามิยะยังมองโลกในแง่ดีอยู่
"แต่นี่มันเย็นมากแล้วนะฮะ แล้วดูเหมือนของที่เตรียมเอาไว้ในครัวจะถูกทิ้งไปกลางคันด้วย" อาราชิเริ่มมีสีหน้าวิตกกังวล
"ไปเที่ยวเล่นที่ไหนนะเจ้าเด็กบ้า" เรจิเริ่มหงุดหงิด เสียงโทรศัพท์มือถือดังแทรกความเงียบเหมือนเป็นสัญญาณบอกเหตุยังไงยังงั้น
"ฉันเอง คาชิม่าเหรอ ว่าไงนะ..ติดต่อตำรวจท้องที่ทันทีบอกให้มาด่วนที่สุด" เรจิกระชากเสียง สีหน้าเครียดทันตาเห็น
"เกิดอะไรขึ้นเหรออาโอเอะ" ทากามิยะพลอยตื่นเต้นตามไปด้วย
"มีนักโทษแหกคุกมาหลบอยู่แถวๆ นี้ เราต้องรีบหาทุกคนให้เจอก่อนที่จะเป็นอันตราย" เสียงเรจิเข้มจนฟังดูน่ากลัว
"อิซุมิ!!" อาราชิวิ่งออกประตูไปแทบจะทันที เรจิรีบเรียกเอาไว้
"เดี๋ยวก่อน อย่าไปแบบสะเปะสะปะ ถ้าพวกนั้นจะไปเดินเล่น คงไปแถวบ่อน้ำแร่ ไปดูที่นั่นก่อนแล้วกัน ถ้าไม่เจอแล้วค่อยแยกกันไปหาที่ป่าอีกด้านหนึ่ง"
ทั้งหมดตกลงตามนั้น ในใจเป็นห่วงคนรักของตัวเองอย่างที่สุด
***************************
อิซุมิถูกจับมัดข้อมือด้วยเข็มขัดของตัวเอง และโดนลากมาอยู่ตรงต้นไม้ห่างจากบ่อน้ำแร่ไม่ไกลนัก
"ข้าว่าให้เจ้านี่พาเราไปที่พักมันดีกว่า เผื่อจะเจออะไรที่ใช้หนีได้" หนึ่งในพวกมันออกความเห็นเรื่องหนี
"จะบ้าเหรอวะ ขืนเข้าไปตอนนี้อาจจะโดนจับก็ได้ ไม่รู้มันมากับใครบ้าง"
"งั้นก็ปลุกมันขึ้นมาถามสิ" เจ้าคนที่เสนอความคิดลุกขึ้นเดินมาที่อิซุมินอนสลบอยู่ มันใช้เท้าเขี่ยไปที่ร่างของอิซุมิซึ่งเริ่มขยับตัว มันคงรำคาญที่ชายหนุ่มไม่มีทีท่าลุกขึ้นมาเสียที ทำให้เท้าที่ใช้เขี่ยกำลังง้างที่จะเตะไปยังร่างบอบบางนั้น นาโอยะที่เฝ้าจับตาดูอยู่ทนไม่ได้ กระโดดออกจากที่ซ่อนพุ่งตัวเข้ากระแทกนักโทษคนนั้นอย่างเต็มแรงจนล้มไปทางหนึ่งพร้อมกับปล่อยหมัดอัปเปอร์คัทเข้าปลายคางเจ้านักโทษคนนั้น นักโทษอีกคนได้สติมันก็กระโจนเข้าใส่นาโอยะทันที อิซุมินั้นเริ่มรู้สึกตัวฟื้นขึ้นมาเห็นนาโอยะกำลังโดนเล่นงานอยู่
"นาโอยะ!!!"
ด้วยขนาดร่างกายที่ผิดกันในที่สุดนาโอยะก็โดนจับมัดมือไขว้หลัง และโดนเหวี่ยงไปกองที่เดียวกับอิซุมิ เนื้อตัวหน้าตาสะบักสะบอมทีเดียว
"นาโอยะ เป็นยังไงบ้าง เจ็บมากมั้ย" อิซุมิมองดูใบหน้าเล็กๆ ที่เริ่มช้ำ
"ไม่เป็นไรฮะ ไม่เจ็บเท่าไหร่" อิซุมิรู้สึกสงสารเด็กหนุ่มจับใจ ตัวเล็กผอมบางออกอย่างนี้แต่หัวใจช่างเข้มแข็งเหลือเกิน คงเป็นเพราะได้เรียนรู้มาจากผู้ชายที่แสนแกร่งคนนั้น
"แสบนักนะไอ้เด็กเวร เห็นตัวแค่นี้หมัดหนักเอาเรื่องทำฉันปากแตกได้" นักโทษคนที่จะทำร้ายอิซุมิคลำคางป้อยๆ ยังมึนหมัดไม่หาย ส่วนอีกคนหนึ่งหันไปตะคอกถามทั้งสองคน
"พวกแกพักอยู่ที่ไหน แล้วมากันกี่คน" ทั้งคู่ไม่ตอบมันจึงเล่นไม้ใหม่
"ถ้าไม่บอกล่ะก็จะอัดให้น่วมยิ่งกว่านี้อีก" ว่าแล้วก็กระชากคอเสื้อนาโอยะ
"อย่านะ!!..ถึงยังไงพวกแกก็ไม่มีทางหนีรอดไปได้หรอก ข่าวของพวกแกดังไปทั่วแล้ว ป่านนี้ตำรวจคงออกค้นหาทั่วป่านี้แล้วก็ได้" อิซุมิขู่พวกมันเผื่อจะกลัวจนทิ้งเขาไว้แล้วรีบหนีไป
"หุบปาก!! ฉันมีแกสองคนเป็นตัวประกันอยู่ ตำรวจที่ไหนมันจะกล้าวะ" มันเงื้อมือจะตบอิซุมิแต่นาโอยะเอาตัวขวางไว้
"อย่าแตะต้องเขานะ เรามากันแค่สองคน อยู่บ้านพักห่างจากป่านี่ไปไม่ไกลมากเท่าไหร่"
"แล้วมีรถมาหรือเปล่า"
"มี"
"ดี! รอให้มืดก่อนแล้วค่อยไปเอารถ ข้าไม่อยากอยู่ที่นี่นานนักหรอก ป่านนี้ตำรวจคงแห่กันมาเต็มแถวนี้แล้ว"
***************************
เวลาผ่านล่วงเลยไปจนแสงแดดจัดๆ ตอนบ่ายเลื่อนหายไป อากาศเริ่มคลายความร้อนลงบ้าง แต่ช่วงเวลาที่น่าอึดอัดยังดำเนินอยู่และมันช่างเนิ่นนานในความรู้สึกของทั้งคู่ อิซุมิพิงต้นไม้ใหญ่ มีนาโอยะนั่งอยู่ข้างๆ ชายหนุ่มมองใบหน้าของนาโอยะที่มีรอยฟกช้ำชัดขึ้น มุมปากที่แตกมีเลือดซึม เขายกมือที่ถูกมัดอยู่ขึ้นเช็ครอยเลือดให้อย่างเบามือ การกระทำทุกอย่างตกอยู่ในสายตาของเจ้านักโทษสองคนนั้น
"ขอโทษนะเป็นเพราะฉันทำให้นาโอยะคุงต้องเจ็บตัวแบบนี้"
"ไม่ต้องขอโทษหรอกครับ คุณอิซุมิเป็นเพื่อนคนสำคัญของทั้งคุณอาโอเอะ คุณหมอ แล้วก็ผม รวมถึงทุกๆ คนด้วย เรื่องแค่นี้สบายมาก" นาโอยะพูดด้วยใบหน้ายิ้มที่ช่างอ่อนโยน
"ขอบใจนะ ฉันนี่ใช้ไม่ได้เลยที่เมื่อก่อนเคยอิจฉาเธอที่คุณอาโอเอะให้ความสำคัญอย่างมาก" อิซุมิยิ้มอ่อนโยนให้นาโอยะ รู้สึกซึ้งในมิตรภาพความห่วงใยที่เด็กหนุ่มมีให้
"เฮ้ย!! พวกแกจะหุบปากเงียบๆ ได้มั้ยน่ารำคาญโว้ย มาพร่ำพรอดอะไรกันอยู่ได้" หนึ่งในพวกมันที่นั่งอยู่อีกฟากหนึ่งโวยขึ้นด้วยความรำคาญ แต่อีกคนหนึ่งยังคงจับจ้องอิซุมิอยู่ไม่วางตา
"โอ๊ย..เบื่อโว้ย รออยู่อย่างนี้เมื่อไหร่จะได้หนีไปให้พ้นไอ้ป่าบ้าๆ นี่เสียทีวะเสียเวลาชะมัด"
"ข้ารู้ว่าจะฆ่าเวลาได้ยังไง ดูๆ ไปเจ้านั่นมันสวยเอาการทีเดียว ไม่ได้เจอของดีๆ อย่างนี้มานานแล้ว" มันจ้องอิซุมิอย่างพิจารณา ไม่อยากจะเชื่อว่าตอนแรกมันมองข้ามไปได้อย่างไร
"เฮ้ยเอาอย่างงั้นเหรอ เดี๋ยวเสียเรื่องนะโว้ย" นักโทษคนที่ปากแตกยังกังวลเรื่องโดนติดตามอยู่
"งั้นแกคอยดูเฉยๆ แล้วกัน" มันลุกขึ้นเดินตรงไปที่อิซุมิ
"เรื่องอะไรจะปล่อยให้แกสนุกคนเดียววะ ข้าเอาไอ้เด็กนั่นแล้วกัน จะได้เล่นมันคืนที่ทำปากแตก ฮ่า..ฮ่า..ฮ่า.." ว่าแล้วมันก็ย่างสามขุมไปที่นาโอยะ
"อย่านะ..อย่ายุ่งกับเด็กคนนั้น ถ้าพวกแกจะสนุกล่ะก็ สนุกกับฉันคนเดียวก็พอ ฉันเคยเรื่องอย่างนี้มาแล้ว ทำให้พวกแกขึ้นสวรรค์ได้ไม่ยากหรอก แต่อย่ายุ่งกับเขา ขอร้อง" อิซุมิคิดว่าถึงเวลาที่เขาจะได้เป็นฝ่ายปกป้องเด็กหนุ่มบ้าง
"ถึงว่าสิ รูปร่างหน้าตาอย่างนี้ถึงเป็นผู้ชายใครจะไปทนไหววะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า" มันกระชากอิซุมิปลิวห่างออกมา
"คุณอิซุมิ " นาโอยะผวาจะขัดขวาง แต่ถูกนักโทษที่ปากแตกหยุดเอาไว้ด้วยหมัดลุ่นๆ ที่ท้องจนจุกตัวงอ อิซุมิหันไปมองนาโอยะด้วยแววตาไร้ความรู้สึก
"ไม่เป็นไรหรอกนาโอยะ ฉันเจอเรื่องอย่างนี้เสมออยู่แล้ว ถึงจะเจออีกสักครั้งก็ไม่เป็นไร ไม่เป็นไรจริงๆ " จิตใจอิซุมิเจ็บร้าวนี่เขาจะหนีไม่พ้นเรื่องอย่างนี้ไปตลอดชีวิตเลยหรือไร จะไม่มีวันมีความสุขอย่างคนธรรมดาทั่วไปอย่างนั้นหรือ
***************************
ในระหว่างนั้นอิซุมิคุงใส่เกียร์ห้าวิ่งอย่างสุดชีวิตไม่ลืมหูลืมตาจนสะดุดก้อนหินล้มกระแทกพื้น ในขณะที่กำลังงงๆ ก็เห็นเท้าคนอยู่ตรงหน้า เด็กหนุ่มเงยหน้าขึ้นมอง
"คุณ "
ข้างฝ่ายนาโอยะพยายามรวบรวมสติ เรียกกำลังที่เหลืออยู่ทั้งหมดขึ้นมา เขาไม่ปล่อยให้อิซุมิต้องเผชิญเรื่องเลวร้ายแบบนี้ต่อหน้าต่อตาโดยไม่ได้ทำอะไร เด็กหนุ่มพยายามบิดข้อมือให้หลุดจากเข็มขัดที่รัดอยู่ ซึ่งก็เป็นโชคดีที่มันไม่ได้มัดแน่นเท่าไหร่ ออกแรงขยับบิดไม่นานก็ลื่นหลุด เด็กหนุ่มกระโดดเข้าเตะคนอยู่ด้านบนที่กำลังบังคับให้อิซุมิเปิดปากรับของมันจนกลิ้งไปแล้วหันไปซัดอีกคนที่กำลังอยู่ด้านล่างของอิซุมิแบบสุดแรงเกิดเพื่อจะได้มีโอกาสตั้งตัวถึงจะนิดหน่อยก็ยังดี นาโอยะดึงอิซุมิขึ้นมา
"ไม่เป็นไรได้ยังไงฮะ ไม่ว่าใครก็ตาม ถ้านอกจากคนที่ตัวเองรักแล้วล่ะก็ ไม่อยากให้คนอื่นมาแตะต้องหรอก!" อิซุมิมองหน้าจริงจังของนาโอยะ
"ถึงจะรู้ว่าไม่มีทาง ถึงจะต้องพ่ายแพ้ แต่ก็ดีกว่าไม่ได้ลุกขึ้นสู้" นาโอยะให้กำลังใจและความกล้าแก่อิซุมิทำให้ชายหนุ่มนึกถึงใบหน้าของอาราชิและเกิดความรู้สึกที่อยากปกป้องตัวเองขึ้นมา เขาพร้อมที่จะสู้จนสุดกำลังไม่ว่าผลจะออกมาเป็นเช่นไร
"ไอ้เด็กเวร!!..อย่าอยู่เลย..." พวกมันหายมึนงงลุกขึ้นมาเตรียมจะเข้ารุมนาโอยะแต่ก็ต้องชะงักงันด้วยเสียงขึ้นไกปืนหลายกระบอก
"หยุด!!! นี่เจ้าหน้าที่ตำรวจ หยุดอยู่ตรงนั้น" ในที่สุดอิซุมิคุงก็ไปพบตำรวจชุดไล่ล่านักโทษเข้าพอดี ทำให้มาทันเวลาก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ร้ายแรงไปกว่านี้
"นาโอยะ! คุณอิซุมิ! เป็นอะไรหรือเปล่าฮะ" อิซุมิคุงค่อยๆ เขยกๆ มาหาทั้งคู่เพราะขาเจ็บจากการหกล้ม ทั้งคู่ยังไม่ทันจะตอบว่าอะไร พวกเขาก็ได้ยินเสียงแว่วๆ
"อิซุมิ!!" เสียงตะโกนแว่วๆ ของอาราชิดังใกล้เข้ามา "อ๊ะ เจอแล้วครับคุณอาโอเอะ คุณทากามิยะ" เด็กหนุ่มมองเห็นตำรวจมากมาย และเห็นคนรักยืนอยู่ตรงนั้น
"อิซุมิ!!" อาราชินั้นวิ่งนำพรวดเดียวก็เข้าไปสวมกอดอิซุมิไว้ทั้งตัว จนชายหนุ่มแทบจะล้มทั้งยืนเซถอยหลังไปสองสามก้าวกอดตอบอ้อมแขนแข็งแรงคู่นั้นที่กำลังสั่นเทา
"อิซุมิ..อิซุมิ..รู้มั้ยผมเป็นห่วงอิซุมิแค่ไหน เป็นอะไรบ้างมั้ย เจ็บตรงไหนหรือเปล่า" เด็กหนุ่มลูบหน้าลูบตาสำรวจเนื้อตัวของคนรัก
"อือ..ขอโทษ ฉันไม่เป็นไร ไม่เป็นอะไรเลย อาราชิ.." อิซุมิยิ้มอ่อนหวานแนบแก้มลงกับไหล่กว้าง ที่ที่เขาสามารถพักพิงหัวใจให้อบอุ่นได้เสมอ
ส่วนอิซุมิคุงที่ขาเจ็บแต่พอเห็นหน้าทากามิยะก็กระโจนพรวดเดียวเข้าสู่อ้อมแขนที่กางออกรอรับไว้อยู่แล้ว
"คุณทากามิยะ!!" อิซุมิคุงโอบแขนไปรอบคอ ขาก็เกี่ยวกระหวัดเอวทากามิยะไว้ ไม่รู้สึกอายอย่างที่เคยเป็น
"อิซุมิของฉัน ปลอดภัยใช่มั้ย หัวเหอเป็นอะไรบ้างหรือเปล่าเนี่ย?" อิซุมิคุงนึกจะบอกว่าขาต่างหากที่เป็น แต่ความอบอุ่นจากอ้อมกอดที่ได้รับทำให้ไม่อยากต่อล้อต่อเถียง อ้อมกอดอุ่นๆ เหมือนที่ปลอดภัยให้ไว้วางใจได้ทุกเมื่อ
"ไม่ฮะ ผมโอเค..แค่กลัวว่าจะช่วยพวกนั้นไม่ได้ กลัวจะไม่ได้เจอคุณอีก..ผม.."
"อืม..ไม่ต้องกลัวแล้วนะ เธอทำได้ เธอทำสำเร็จคนดี และฉันอยู่ตรงนี้แล้วเห็นมั้ย" ทากามิยะลูบหัวเด็กหนุ่มอย่างรักใคร่
ฮะ อิซุมิคุงยังคงกอดชายหนุ่มนิ่งนานอยู่อย่างนั้น
ข้างฝ่ายนาโอยะก็ค่อยๆ เดินมาสมทบ ซึ่งสภาพที่เห็นดูแย่กว่าคนอื่น หน้าตาท่าทางเรจิที่เดินเข้าไปหาบอกชัดแจ้งว่าโกรธ
"เจ้าเด็กบ้า!! บอกกี่ครั้งกี่หนแล้ว ยังหาเรื่องเจ็บตัวอยู่เรื่อย" เรจิตวาดนาโอยะที่ก้มหน้ารับฟังเสียงดุ
"คิดจะทำให้ฉันอายุสั้นหรือไง" เรจิแตะแก้มนาโอยะที่มีทั้งรอยช้ำ และรอยปากแตกมีเลือดซึมออกมานิดหน่อย ชายหนุ่มก้มลงเลียรอยแผลนั้นอย่างอ่อนโยนจนคนดูรอบข้าง (เฉพาะพรรคพวกกันเอง) อดยิ้มกับภาพที่เห็นไม่ได้ แต่ทั้งหมดก็ต้องตาค้าง (ยกเว้นพรรคพวกกันเองที่ได้แต่มองตาปริบๆ แฝงแววอิจฉาเล็กๆ) เพราะเรจิไม่แค่เลียแผลอย่างเดียว แต่จูบนาโอยะต่อหน้าธารกำนัลที่ยืนกันหน้าสลอนและที่เดินกันขวักไขว่เฉยเลย นาโอยะก็ไม่ขัดขืนแถมยังโอบรอบคอจูบตอบความห่วงใยที่ชายหนุ่มมีให้ ทำให้หัวใจเล็กๆ ดวงนั้นมีกำลังฟื้นคืน เต็มตื้นด้วยความอบอุ่นอยู่ข้างใน
***************************
และแล้วเรื่องทุกอย่างก็ลงเอยด้วยดี พักร้อนที่แสนหวานก็ยังคงดำเนินต่อไป เพราะไม่ว่าใครก็ตามที่มีความรัก ย่อมมีที่ให้พักหัวใจให้อบอุ่นอยู่เสมอถึงแม้จะเจอเรื่องสุขหรือทุกข์เช่นไร
The End
แถมจ้ะ
"อาโอเอะนายนี่ชอบแย่งบทเด่น (บทโรแมนซ์) ตอนจบไปครองทุกทีเลยนะ" ทากามิยะอดแซวเพื่อนรักไม่ได้ (เพราะตัวเองทำแล้วโดนอัดปิดท้ายทุกครั้งนะสิ)
"ช่วยไม่ได้ ก็คู่ฉันมันเป็นคู่เอกของเรื่องนี่" เรจิยักไหล่ โอบนาโอยะที่อุ้มลูกแมว (เอามาจากไหน ???) มาชิดตัว
"เฮ้..แต่ฉันกับอิซุมิเป็นคู่เปิดตัวนะ แถมยังได้ xxx ก่อนนายซะอีก..นะจ๊ะอิซุมิคนดี" ว่าแล้วก็ดึงอิซุมิคุงมากอดบ้าง แต่หารู้ไม่ว่านรกกำลังรออยู่ข้างหน้า
"เจ้าบ้าทากามิย๊า!! เรื่องอย่างนี้ยังมีหน้าไปอวดคนอื่นอีกเหรอ" เปรี้ยง!! เสียงคุ้นหูที่ได้ยินทุกครั้งเมื่อคู่นี้เขาจู๋จี๋กัน
"อ๊ะ..เดี๋ยวก่อนครับคู่ผมต่างหากที่ใครๆ ต้องอิจฉา ก็อิซุมิของผมเป็นถึงหมายเลขหนึ่งของ B&B สวยที่สุดให้เรื่องนะครับ"
อาราชิอดจะอวดอิซุมิไม่ได้เหมือนกัน
"นี่ๆ อาราชินายออกแค่ตอนเดียวนะ มีสิทธิ์ไปยุ่งกับเขาได้ยังไง"
"ถึงจะตอนเดียว แต่ผมก็ชนะใจอิซุมิใช่มั้ยล่ะ" ว่าแล้วก็โอบตัวอิซุมิยกขึ้นกอด
"ปล่อยนะเด็กบ้านี่ " อิซุมิได้แต่ทุบเบาๆ ลงไปที่ไหล่เด็กหนุ่มด้วยท่าทางเขินๆ
"หยุดเลยทุกคน!! ฉันต่างหากราชินีแสนสวย ผู้ที่ทุกคนต้องยอมสยบ มีใครสงสัยหรือมีอะไรโต้แย้งมั้ย" คิอิจิโผล่มากลางวง โดยมีพ่อบ้านคู่ใจยืนเหงื่อตกอยู่ข้างหลังเป็นแบ๊คกราวน์เสมอ ทุกคนหันมามองอย่างหวาดๆ
"ทากามิยะ นายว่าจะไปแช่น้ำแร่ไม่ใช่เหรอ ฉันไปด้วยจะได้พานาโอยะไปล้างตัว" เรจิพานาโอยะเดินลิ่วออกไปพร้อมทากามิยะกับอิซุมิคุง
"ผมก็จะพาอิซุมิไปเดินเล่นฮะ" อาราชิที่อุ้มอิซุมิค้างไว้ก็เดินเลี่ยงไปทั้งอย่างนั้น
"เฮ้พวกนายนี่.. ชิ คิดว่าหนีคิอิจิคนนี้พ้นหรือไง หึ..เจ้าเรจิรีบชิ่งหลบเชียวนะ สงสัยมีชนักติดหลังเรื่องโชว์เลิฟซีนต่อหน้าประชาชนล่ะสิ แต่แหมเสียดายชะมัดมาไม่ทันไม่งั้นจะได้ถ่ายรูปไว้ยั่วเล่นเสียหน่อย ฮ่า..าาาา" เสียงหัวเราะดังกึกก้องไปทั่วบริเวณพาให้คนได้ยินรู้สึกขนลุกขนพอง สังหรณ์ว่าอาจจะเจอเรื่องร้ายแรงยิ่งกว่าที่เจอมาแล้วก็ได้
จบแล้วจ้ะ