One sweet moment
Love Mode Fan Fiction by Lantis
ณ ที่ทำการ B&B ชั้นสูงสุด บรรยากาศยังคงเป็นไปอย่างปกติ
ก๊อกๆๆ ขออนุญาติครับ เสียงเคาะประตูห้องทำงานของ เรจิ อาโอเอะ โอนเนอร์หนุ่มหล่อแห่ง B&B ดังขึ้นติดๆ กัน
เชิญครับ เสียงใสกังวานของคาชิม่าเลขาหนุ่มหน้าสวย ดังอนุญาติแทนเจ้าของห้อง ประตูเปิดออกโดยมีผู้จัดการของ B&B ที่เป็นหนุ่มใหญ่ท่าทางสุภาพก้าวเข้ามายืนโค้งคำนับเจ้าของห้องที่นั่งงามสง่าอยู่ที่โต๊ะทำงาน
ขอประทานโทษครับโอนเนอร์ มีแขกวีไอพีเข้ามาด่วน ตอนนี้กำลังออกจากสนามบินไปที่โรงแรมฮิลตันแล้วครับ ไม่ทราบว่าจะให้ใครไปต้อนรับดีครับ
จินล่ะ น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความมีอำนาจในที ส่วนใบหน้าคมเข้มก็ยังคงเฉยเมยติจะบึ้งๆ ด้วยซ้ำไป ซึ่งเป็นปกติวิสัยของโอนเนอร์หนุ่มอยู่แล้ว
คุณจินยังอยู่ทิ่อิตาลีเลยครับ เห็นว่าลูกค้าจะขอต่อสัญญาอีกสองอาทิตย์ คาชิม่าตอบแทนผู้จัดการหนุ่มใหญ่
งั้นเหรอ แล้วเซอิจิล่ะ
เอ..คุณเซอิจิวันนี้ไม่มีงานนะครับ
ลองติดต่อเซอิจิดูก่อนว่าว่างหรือเปล่า เสียงทุ้มๆ สั่งการ
คาชิม่าต่อโทรศัพท์ไปที่ห้องพักของเซอิจิ แต่ไม่มีใครรับสาย จึงเปลี่ยนเป็นโทรเข้ามือถือ แต่ก็เป็นสัญญาณไม่มีคนตอบรับเช่นกัน
ไม่อยู่ที่ห้องพักครับ มือถือก็ติดต่อไม่ได้ด้วย
ให้ใครไปดูแถวๆ นี้ก่อนแล้วกัน ถ้าไม่เจอยังไงค่อยให้คนอื่นไปแทน คิ้วเข้มๆ ขมวดยุ่งยิ่งกว่าเดิม
เดี๋ยวผมไปดูเองครับ อาจจะอยู่ที่สระน้ำ หรือไม่ก็ที่ห้องพักผ่อน เสียงใสพูดจบก็หันหลังกำลังจะก้าวออกเดินก็ถูกเรจิเรียกไว้
เดี๋ยวก่อน นายเป็นอะไรหรือเปล่า สีหน้าไม่ค่อยดี เรจิสังเกตเห็นใบหน้าสวยของคาชิม่าค่อนข้างซีดไม่เหมือนปกติ
เอ่อ ไม่เป็นไรครับ ผมแค่รู้สึกเหมือนเป็นไข้นิดหน่อยเอง ขอบคุณที่เป็นห่วงครับ คาชิม่ายิ้มอ่อนโยนตามแบบฉบับของเขา
ถึงเจอหรือไม่เจอเซอิจินายก็กลับบ้านไปได้เลย เดี๋ยวทางนี้ฉันให้คนอื่นจัดการเอง
ครับ โอนเนอร์ คาชิม่าโค้งคำนับ และหมุนตัวกำลังจะเดินออกไปก็รู้สึกว่าตัวเองหน้ามืดขึ้นมา แต่ก็พยายามฝืนทรงตัว และก้าวออกจากห้องไป เขาแวะดูที่สระว่ายน้ำและห้องพักผ่อนแต่ก็ไม่มีวี่แววของเซอิจิ
อืม ถ้าคุณเซอิจิอาจจะอยู่ที่นั่นก็ได้
**********************
สวัสดีครับคุณโทมะ คาชิม่าเดินมาหยุดอยู่ที่เคาน์เตอร์บาร์ ทักทายมาสเตอร์หนุ่มหล่อของคลับในเครือ B&B ที่เซอิจิมักจะชอบมานั่งดื่มอยู่เสมอ
อ๊ะ สวัสดีครับคุณคาชิม่า ลมอะไรหอบมาถึงนี่ครับ โทมะทักทายตอบชายหนุ่มด้วยความยินดี เขาไม่ค่อยได้เจอกับชายหนุ่มบ่อยนัก แต่เมื่อเจอกันทีไรก็รู้สึกสบายใจที่ได้มองเห็นใบหน้าสวยๆ และรอยยิ้มที่ดูอบอุ่นอ่อนโยนนี้
เอ่อ มาตามหาคุณเซอิจิน่ะครับ พอดีมีงานด่วนเข้ามา หาทั่ว B&B ก็แล้ว ไม่รู้ไปอยู่ไหน ติดต่อก็ไม่ได้ ไม่ทราบว่ามาที่นี่บ้างหรือเปล่าครับ คาชิม่ามองซ้ายมองขวาหาคนที่กล่าวถึง
เมื่อตอนหัวค่ำแวะมาเหมือนกัน แต่กลับไปนานแล้วล่ะ โทมะตอบคำถามและจ้องหน้าสวยของคาชิม่าที่ดูเหมือนจะซีดเซียวยิ่งกว่าตอนที่จะออกมาจาก B&B
งั้นเหรอ เอ ไปไหนนะคุณเซอิจิ หรือว่า คาชิม่าพยายามนึกถึงสถานที่ที่เซอิจิน่าจะไป แล้วก็นึกถึงที่ที่หนึ่งขึ้นมาได้
เอ่อ งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ ไว้เจอกันใหม่ คาชิม่ายิ้มให้ชายหนุ่ม และหมุนตัวกลับกำลังจะสาวเท้าออกไปก็รู้สึกหน้ามืดขึ้นมาอีกครั้งจนทรงตัวไม่อยู่ แต่ก่อนที่ทรุดลงไป โทมะก็กระโดดออกมาจากเคาน์เตอร์ รับร่างบอบบางนั้นไว้ได้ทัน
เฮ้ คุณคาชิม่า เป็นอะไรหรือเปล่า คุณตัวร้อนจังเลย โทมะโอบประคองร่างของชายหนุ่ม รู้สึกถึงความร้อนที่แผ่ออกมาจากร่างในอ้อมแขน
อืม เวียนหัวนิดหน่อยเท่านั้น.. คาชิม่าพยายามประคองตัว ยกมือกุมขมับตัวเอง ส่วนโทมะยังไม่ยอมคลายอ้อมแขนออก ยังคงรัดร่างบางนั้นไว้กลัวว่าจะทรุดลงไปอีก
ไม่เท่านั้นล่ะมั้ง หน้าคุณขาวยังกับกระดาษ มานั่งพักก่อนเถอะ ชายหนุ่มกึ่งลากกึ่งประคองชายหนุ่มไปที่โต๊ะด้านหนึ่ง แต่คาชิม่าขืนตัวไว้ก่อนจะโดนลากไปถึง
ไม่ได้หรอก ต้องตามคุณเซอิจิให้เจอก่อน ถ้าไปตอนนี้ยังพอทันเวลา คาชิม่ายังฝืนยืนยันที่จะไปตามหาเซอิจิให้ได้
โทรไปให้คนอื่นจัดการก็ได้นี่ โทมะมองหน้าสวยนั้นอย่างเป็นห่วง
ไม่ได้หรอก ผมอยากจะเป็นคนบอกเขาเอง น้ำเสียงที่เปล่งออกมา บอกอารมณ์ของคนพูดว่าห่วงใยและใส่ใจแค่ไหนจนโทมะไม่อาจทัดทานได้อีก
ก็ได้ งั้นผมจะไปเป็นเพื่อนคุณด้วย
คุณโทมะรู้เหรอว่าคุณเซอิจิจะไปที่ไหน คาชิม่าหันมองชายหนุ่มด้วยแววตาตั้งคำถาม
ก็ที่เดียวกับที่คุณคิดนั่นแหละ ทั้งคู่แน่ใจแล้วว่า ในขณะนี้เซอิจิกำลังอยู่ที่ไหน
********************
เป็นอย่างที่คาชิม่าและโทมะคิด พวกเขามาเจอเซอิจิที่หลุมศพของโทโมกิ เด็กหนุ่มที่เป็นอดีตคนรักของเซอิจิ ชายหนุ่มเพียงแต่นั่งลงที่หน้าหลุมศพและทอดสายตามองอย่างอ่อนโยนแต่ก็เหมือนจะเศร้าสร้อยไปพร้อมกัน
ผมขอโทษที่มารบกวนเวลาของคุณ แต่มีงานด่วนเข้ามาครับ คาชิม่าก้าวเข้าไปยืนด้านหลังของชายหนุ่ม เอ่ยน้ำเสียงใสที่เจือด้วยความอ่อนโยนอย่างที่คนฟังรู้สึกได้ รู้สึกผิดที่เข้ามาแทรกในเวลาที่เงียบสงบของชายหนุ่ม
ไม่เป็นไรครับ แค่คุณคาชิม่ามาตามด้วยตัวเองผมก็เกรงใจจะแย่แล้ว ชายหนุ่มหันมองใบหน้าสวย และยิ้มให้อย่างอ่อนโยนเช่นกัน
ไม่หรอก ผมต่างหากที่ต้องขอโทษทั้งๆ ที่วันนี้เป็นวันหยุดของคุณแท้ๆ หน้าสวยหมองลงไป เซอิจิมองดูใบหน้าที่เริ่มจะแดงเพราะไข้ที่เริ่มสูงขึ้นก็รู้ทันทีว่าชายหนุ่มกำลังไม่สบาย
ผมไม่เป็นไรหรอกครับคุณคาชิม่า คุณต่างหากทั้งๆ ที่ไม่สบายก็ยังออกมาตามผม นายน่ะดูแลส่งคุณคาชิม่าให้ถึงบ้านนะ อย่าพาไปแวะที่ไหนล่ะ ท้ายประโยคหันมาตะโกนสั่งโทมะที่ยืนอยู่ห่างออกไปอีกทาง
เออน่า ฉันรู้แล้ว ไม่พาออกนอกทางไปไหนหรอก โทมะตะโกนตอบเซอิจิด้วยสีหน้ายุ่งๆ รู้สึกเหมือนโดนจี้ถูกจุด
คุณโทมะ คาชิม่าหน้าแดงเพราะไข้อยู่แล้ว แต่ก็ยิ่งแดงขึ้นไปอีกเมื่อถูกสองหนุ่มแซว
**********************
หลังจากแยกกับเซอิจิแล้ว โทมะก็พาคาชิม่ากลับมาที่รถ โดยประคองไม่ยอมห่างแม้ชายหนุ่มจะบอกว่าเดินเองได้ก็ตาม เขารู้ดีว่าตอนนี้ไข้กำลังขึ้นสูง แทบจะประคองตัวยืนไม่ไหวอยู่แล้ว นี่ถ้าไม่ติดว่าชายหนุ่มยืนกรานหนักแน่นว่าเดินไหว เขาคงได้อุ้มมาที่รถให้รู้แล้วรู้รอดไปเสียเลย
ไหวมั้ยครับ ทนอีกนิดนะ เดี๋ยวก็ถึงบ้านแล้ว หรือว่าจะไปโรงพยาบาลดี โทมะเอ่ยถามคนป่วยข้างๆ น้ำเสียงบอกความเป็นห่วงกังวลจนคาชิม่าอดยิ้มไม่ได้
ไม่ต้องหรอกครับ ผมไม่ได้ป่วยขนาดนั้นเสียหน่อย กลับไปพักที่บ้านก็พอ คุณคิอิจิก็อยู่
เออ จริงซินะหมอนี่อยู่บ้านเดียวกับเจ้าหมอซาดิตส์นั่น โทมะนึกถึงคิอิจิที่เป็นหมอ และเป็นคุณหนูของตระกูลอาโอเอะที่คาชิม่าทำงานให้อยู่ และอาศัยอยู่บ้านเดียวกันกับพี่ชายที่เป็นพ่อบ้านอีกคน
คุณหลับไปก่อนก็ได้ เดี๋ยวถึงบ้านแล้วผมจะปลุก เขาหันมามองหน้าสวยที่แดงเรื่อเพราะพิษไข้
คาชิม่านั่งเงียบสักครู่ ก็ผล็อยหลับไป โทมะมองใบหน้าด้านข้างของชายหนุ่ม เขาเองเพิ่งจะมีโอกาสสังเกตใกล้ๆ ขนาดนี้ ปกติก็เห็นว่าเป็นคนสวยอยู่แล้ว แต่พอมาดูใกล้ๆ แบบนี้ยิ่งดูน่ามอง ผมสีอ่อน ตามกลมโต ปากบางได้รูป แล้วยังรูปร่างที่เพรียวบาง นิสัยก็แสนจะอ่อนโยน นุ่มนวล ทำไมนะเขาถึงเพิ่งจะมารู้สึกตัวเอาตอนนี้ อยากจะเอื้อมมือไปสัมผัส แต่ก็กลัวจะทำให้ตื่น กลัวว่าตัวเองจะเกินเลยเช่นกัน
คาชิม่ากระสับกระส่าย พึมพำบางอย่าง และกอดอกตัวเองแน่น โทมะเปิดแอร์เบาที่สุดแล้ว แต่ดูเหมือนชายหนุ่มยังคงหนาวสะท้านด้วยพิษไข้อยู่ดี เขาจึงตัดสินใจดึงร่างที่สั่นนิดๆ นั้นมาโอบไว้แนบกายข้างๆ ทันทีที่คาชิม่าซบกับไหล่กว้างของโทมะก็เบียดตัวกอดตอบเพื่อหาความอุ่นที่ร่างกายนั้นส่งผ่านมาให้ หัวใจของโทมะเต้นแรง รู้สึกว่าตัวของเขาเองก็ชักจะเริ่มร้อนขึ้นมาบ้างไม่รู้ว่าเป็นเพราะความร้อนจากร่างที่แนบข้างอยู่หรือจากภายในตัวเองกันแน่
************************
รถแล่นมาจอดลงตรงหน้าบ้านของตระกูลอาโอเอะ คาชิม่ายังไม่รู้สึกตัว ทำให้โทมะต้องค่อยๆ สอดมือดึงชายหนุ่มออกมาจากรถและอุ้มไปที่ประตู เขาคิดว่าคงไม่มีใครอยู่ เพราะบ้านทั้งหลังเงียบและค่อนข้างมืด เขาถือวิสาสะ เปิดประตูใหญ่เข้าไปข้างใน ถึงแม้จะไม่เคยมาที่นี่ แต่ก็พอจะรู้จักอยู่บ้างก็ออกจะเป็นตระกูลที่ใหญ่โตขนาดนี้ แต่ปัญหามันอยู่ต่อจากนี้ต่างหาก ห้องของคาชิม่าไปทางไหนกันล่ะ ที่นี่ก็แสนจะกว้างเหลือเกิน โทมะตัดสินใจเลือกห้องที่ดูเหมือนจะเป็นห้องพักผ่อน ที่มีโต๊ะเตี้ยๆ กับเบาะรองนั่งหลายใบวางอยู่ และอีกมุมหนึ่งมีเก้าอี้นวมตั้งโดดเดี่ยวอยู่ตัวเดียว เขาวางชายหนุ่มลงที่เก้าอี้นวม และเดินไปเรียงเบาะรองนั่งให้ต่อกัน และกลับมาอุ้มชายหนุ่มมาวางลงบนเบาะอย่างเบามือ เขาเอื้อมแตะแก้มนวลนั้นเบาๆ รู้สึกถึงความร้อนที่มือได้อย่างชัดเจน
อืม ต้องลดไข้ก่อนสินะ เขาเดินหายออกไปและกลับมาพร้อมอ่างน้ำใบเล็กๆ และผ้าขนหนู กว่าจะเดินหาห้องน้ำเจอก็ใช้เวลาหลายนาทีเหมือนกัน
เมื่อความเย็นกระทบใบหน้าทำให้คาชิม่ารู้สึกตัว ชายหนุ่มค่อยๆ ขยับกาย รู้สึกมึนงง ในตอนแรกเขายังไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ที่ไหน แต่พอกระพริบตาถี่ๆ ก็เจอกับใบหน้าคมเข้มที่จ้องมองอยู่ก่อนแล้ว
คุณ ทะ..โทมะ ทำไม ผม คาชิม่าหน้าตาเลิ่กลั่ก มองโทมะที่ยังคงท่าทางเฉยๆ
คุณไม่สบายมากจนหลับมาในรถ ผมเลยไม่กล้าปลุก แล้วก็ไม่อยากปล่อยคุณไว้คนเดียว
พี่กับคุณคิอิจิล่ะครับ
ไม่มีใครอยู่สักคน ผมเลยถือวิสาสะเข้ามา แต่ไม่รู้ห้องคุณอยู่ไหน ก็เลยพามาห้องนี้แทน โทมะอธิบายให้ชายหนุ่มเข้าใจ ระหว่างนั้นเขาก็ไม่ละมือในการเช็คใบหน้าของชายหนุ่ม หนำซ้ำยังเลยมาที่ลำคอระหงอีกด้วย
เอ่อ พอแล้วล่ะครับ.. คาชิม่าเอ่ยเสียงเบาขัดขึ้น รู้สึกเขินกับการปฏิบัติของชายหนุ่ม แต่โทมะก็ไม่หยุด กลับวางผ้าขนหนู แล้วเริ่มลงมือแกะกระดุมเสื้อเชิ้ตของชายหนุ่ม
จะ..จะทำอะไรครับ คาชิม่าละล่ำละลักถามเมื่อเห็นกระดุมถูกแกะไปทีละเม็ด
ผมก็กำลังจะเช็คตัวให้คุณไง คุณตัวร้อนมากต้องทำให้ความร้อนลดลงก่อน โทมะยังคงพูดไปเรื่อย มือก็แกะกระดุมไปจนเกือบหมด
เอ่อ ไม่ต้องครับ ผมทำเอง คาชิม่าพยายามดึงเสื้อเอาไว้ แต่โทมะก็ไม่ยอมปล่อย
เอาน่า นอนเฉยๆ เถอะ อย่าดื้อเลย โทมะลงมือเช็คแผ่นอกอย่างเบามือ คาชิม่ารับรู้ถึงแรงกดที่นุ่มนวล รู้สึกผ่อนคลาย
เลยปล่อยให้ชายหนุ่มเช็คไปเรื่อยๆ ไม่มีทีท่าขัดขืนอีก
ทำงานไม่ได้หยุดพักเลยล่ะสิ โอนเนอร์ใช้งานหนักมากเลยเหรอ เสียงทุ้มๆ เอ่ยถาม
ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกครับ เพียงแต่พักนี้มีเรื่องยุ่งๆ เกิดขึ้นบ่อย โอนเนอร์ก็เลยต้องทำงานหนักตา.ม อ๊ะ.. คาชิม่ากระตุกวาบขึ้นมาเพราะโทมะเล่นเช็คเลยลงมาถึงหน้าท้องแบนเรียบ
พะ..พอเถอะครับ ผมรู้สึกดีขึ้นแล้ว คาชิม่าเงยหน้าขึ้นสบตาคมเข้มของชายหนุ่ม
แน่ใจเหรอ..ข้างล่างยังไม่ได้เช็คเลย เดี๋ยวไข้จะขึ้นหนักกว่าเดิมนะถ้าไม่เช็คให้ทั่วถึง คาชิม่าหน้าแดงจับมือชายหนุ่มไว้ไม่ให้เช็คต่อ
นะ แน่ใจครับ แล้วก็รู้สึกว่าไข้จะลดลงแล้ว ก่อนหน้าที่จะไปตามหาเซอิจิที่สุสาน โทมะให้คาชิม่ากินยาแก้ไข้มาก่อนแล้ว แต่ดูจะไม่ค่อยได้ผลเท่าไหร่นัก
อืม
อย่างนี้คงต้องวัดไข้ก่อนว่าลดจริงหรือเปล่า
พูดจบโทมะก็ก้มลงจูบริมฝีปากบางอย่างรวดเร็วแต่ทว่าอ่อนโยน
ลึกซึ้ง จนคาชิม่าไม่อาจขัดขืน
และเริ่มที่จะโอนอ่อนตามอารมณ์ของชายหนุ่ม
..
อะไรกัน โทมะ
นายมอมเหล้าคาชิม่ามาเหรอไง!!
เสียงขี้เล่นของคิอิจิดังขัดจังหวะ
ทำให้ชายหนุ่มถอนริมฝีปากออกมองผู้ที่ก้าวเข้ามา
คาชิม่านั้นผุดลุกขึ้นนั่งด้วยความตกใจ
หน้าตาเลิ่กลั่กที่ถูกทั้งคิอิจิและพี่ชายเห็นเข้าพอดี
แต่ทั้งสองคนไม่รู้หรอกว่า
คิอิจิกับฮารุโอมิมาถึงตั้งนานแล้ว
แต่รอจะเข้ามาตอนเวลานี้พอดีต่างหาก
คุณคาชิม่าไม่สบาย ผมเลยพามาส่งแล้วก็ดูแลเช็คตัวเรียบร้อย นี่กำลังวัดไข้อยู่ โทมะตอบหน้าตาเฉย ไม่รู้สึกอายหรือกระดากที่ถูกเห็น ผิดกับคาชิม่าที่ตอนนี้ทำหน้าปั้นยากที่สุดอยู่
อ๋อ เดี๋ยวนี้มีวิธีวัดไข้แบบใหม่แล้วเหรอ ทำไมฉันไม่เห็นจะรู้เลยล่ะ คิอิจิทำหน้าตาเจ้าเล่ห์ และเริ่มคิดเรื่องสนุกๆ ขึ้นมาได้แล้ว ส่วนฮารุโอมิที่เดินตามหลังมาก็ทำหน้าเฉย แต่ก็ไม่วายสังหรณ์แปลกๆ ขึ้นมาเหมือนกัน
เอ่อ คุณคิอิจิ คือ ผม.. คาชิมายังพูดไม่ทันจบ คิอิจิก็ขัดขึ้น
นายไม่ต้องพูดอะไรหรอก นายเป็นคนป่วย เพราะฉะนั้นอยู่เฉยๆ เถอะ ฮารุโอมิหันมองคิอิจิ รู้สึกเหมือนเห็นเขากับหางปีศาจกำลังโผล่ออกมาจากตัวคิอิจิจนต้องขยี้ตามองอยู่หลายครั้ง
พวกคุณกลับมาก็ดีแล้ว งั้นผมขอตัวกลับก่อนแล้วกัน โทมะตัดบทเพราะเริ่มรู้สึกถึงสายตาเจ้าเล่ห์ของเจ้าของบ้าน เขาหันมาทางคาชิม่าที่ยังนั่งเขินอยู่ข้างๆ
ผมกลับก่อนนะ ดูแลตัวเองด้วย พูดเสร็จทำท่าจะลุกขึ้น
เฮ้..เดี๋ยวก่อนสิโทมะ นายจะกลับได้ยังไง นายพามาส่งอุตสาห์ดูแลเช็คตัววัดไข้ให้ขนาดนี้แล้ว ต้องรับผิดชอบต่อสิ จะให้คาชิม่านอนหนาวอยู่ตรงนี้หรือไง ท่าทางคิอิจกำลังสนุกกับเรื่องนี้จริงๆ
เอ่อ ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมกลับห้องเองได้ คาชิม่าเอ่ยแก้ไขสถานะการณ์น่าอึดอัด
ไม่ได้ๆ นายเป็นคนป่วยนะ ห้องอยู่ตั้งไกลเดินไม่ไหวหรอก
งั้นให้พี่พาไปก็ได้
ฮารุโอมิไม่ว่างหรอก ต้องไปถูหลังให้ฉัน ใช่มั้ย คิอิจิหันมาทางฮารุโอมิที่ยืนทำหน้าระอาๆ ที่มักจะเป็นอยู่บ่อยๆ เวลาที่คิอิจิ เล่นสนุก อยู่
ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมพาคุณคาชิม่าไปที่ห้องเอง โทมะเอ่ยอาสา เพราะรู้ดีว่าเจ้าหมอตัวแสบกำลังแกล้งเขาอยู่
ถ้าอย่างนั้นฝากด้วยแล้วกันนะ โทมะซัง ว่าแต่นายทิ้งร้านมาอย่างนี้ ถ้าเจ้าเรจิรู้เข้ามิแย่เหรอ โทมะหยุดชะงักมือที่กำลังจะช้อนอุ้มคาชิม่า พยามยามนับหนึ่งสองสามในใจ
คงไม่เป็นไรหรอกครับ ผมสั่งเด็กให้ดูแลแทนแล้ว พอไปส่งคุณคาชิม่าเสร็จก็จะกลับเลย โทมะเริ่มขมวดคิ้วย่น เอายังไงแน่ฟะเจ้าหมอโรคจิต
อืม..อย่างนั้นก็ดี งั้นขอตัวก่อนนะ คิอิจิยิ้มเจ้าเล่ห์ทิ้งท้ายแล้วเดินแยกออกไปพร้อมฮารุโอมิ ส่วนโทมะก็อุ้มคาชิม่าไปที่ส่งที่ห้อง
**********************
เอ่อ ขอโทษนะครับ คุณหมอก็เป็นแบบนี้แหละ เสียงใสเอ่ยขึ้นหลังจากที่ถูกวางลงบนเตียง ชายหนุ่มดึงผ้ามาห่มให้อย่างเรียบร้อย เขานั่งลงข้างๆ ยังไม่มีทีท่าว่าจะกลับอย่างที่บอกคิอิจิไว้ตอนแรก
เมื่อกี๊โกรธหรือเปล่าที่ผมจูบคุณ ชายหนุ่มเขี่ยเส้นผมบนหน้าสวยอย่างนุ่มนวล
เอ่อ..ทำไมต้องโกรธล่ะครับ ก็คุณเพียงแต่จะวัดไข้ไม่ใช่เหรอ คาชิม่าหลุบตาต่ำไม่อยากมองสายตาคมเข้มของคนข้างๆ
เปล่า ผมตั้งใจจูบคุณต่างหาก น้ำเสียงจริงจังของโทมะทำให้คาชิม่าต้องเงยหน้าสบตาคมคู่นั้น
เอาไว้คุณหายดีเมื่อไหร่ เราไปเที่ยวทะเลกันนะ
ผม..เอ่อ.. คาชิม่าอึกอัก ไม่นึกว่าชายหนุ่มจะชวนเที่ยวดื้อๆ อย่างนี้มันก็เหมือนการออกเดทน่ะสิ
คุณยังไม่ต้องตอบตอนนี้ก็ได้ ค่อยๆ คิดจนกว่าคุณจะหาย แต่ว่าผมจริงจังนะ แล้วก็มองคุณมานานแล้ว เพียงแต่ยังไม่แน่ใจว่าคุณจะคิดยังไงกับผม ชายหนุ่มจ้องมองอย่างจริงจัง
คือ ..ผม..ไม่รู้เหมือนกัน มันกระทันหัน คุณไม่เคย..ระ..
รุกคุณน่ะหรือ โทมะหัวเราะ รู้ว่าชายหนุ่มจะพูดอะไร
ที่จริงก็อยากจะรุกตั้งนานแล้ว แต่ว่าโอกาสเจอกับคุณมันมีไม่บ่อย แต่วันนี้เป็นโอกาสดีนะที่เราได้คุยกันจริงๆ จังๆ เสียที
ผม..คงยังบอกอะไรคุณตอนนี้ไม่ได้ เพราะผมเองยังไม่แน่ใจตัวเองว่าคิดยังไงกับคุณ คาชิม่าตอบตามความจริง
ไม่เป็นไร ขอเพียงแต่นี้ไป ให้โอกาสผมได้พิสูจน์ตัวเองว่าเป็นผู้ชายที่คุณสามารถจริงจังได้หรือเปล่าเท่านั้น น้ำเสียงทุ้มๆ ที่เอ่ยทำให้คาชิม่ารู้สึกอบอุ่นขึ้นมาอย่างประหลาด ทั้งคู่สบตากันอย่างหวานซึ้ง โทมะก้มลงจูบหน้าผากแผ่วเบา ค่อยๆ ระเรื่อยทั่วใบหน้านวล และเกือบจะจบลงที่ริมฝีปาก แต่ว่า
เอ่อ โทษทีที่มาขัดจังหวะ นึกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้ดูอาการคาชิม่าเลยว่าเป็นยังไงบ้าง จู่ๆ คิอิจิก็เปิดประตูพรวดเข้ามาด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ในมือถือกระเป๋าเครื่องมือแพทย์มาพร้อม
คะ..คุณคิอิจิ คาชิม่าหน้าแดงเป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วไม่รู้สำหรับวันนี้ และทำท่าว่าไข้จะขึ้นสูงอีกรอบหนึ่งด้วย
โทมะทำหน้าเซ็งสุดชีวิต ถอนหายใจเฮือกใหญ่ สงสัยว่าถ้าเขาจะจีบเลขาหนุ่มคนนี้ คงต้องเจอศึกหนักจากเจ้าหมอซาดิตส์คนนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้แน่ๆ
แถมท้าย
ในเวลาเดียวกันอีกฝากหนึ่ง ณ อ่างอาบน้ำแบบธรรมชาติราคาหนึ่งล้านเยน ฮารุโอมิถูกทิ้งให้แช่อยู่ในนั้นเพียงคนเดียว
เฮ้อ สงสัยคิอิจิมีของเล่นชิ้นใหม่มาให้เล่นแทนนาโอยะคุงแล้วงานนี้
จบแล้วจ้ะ