Full Moon Party
By...Dark <Shochan>

Love Mode Fanfiction

ตอนที่ 1

"โอนเนอร์ครับ! เอกสารตรงนี้เสร็จแล้วใช่มั้ยครับ"เลขาหนุ่มหน้าหวานถามเจ้านายเสียงใส

“อืม!เสร็จหมดแล้วล่ะ ยกเอาไปไว้ได้เลย" โอนเนอร์หนุ่มมาดเข้มเอ่ยพลางจุดไฟแช็คสูบบุหนี่ นั่งไขว่ห้างพักผ่อน หลังจากที่วุ่นวายกับงานทั้งหมดมาหลายวัน

“จริงสิ! คาชิม่า เรื่องนั้น เรียบร้อยแล้วใช่มั้ย”เรจิเอ่ยถาม

“ครับ!! จัดการทุกอย่างให้หมดแล้วล่ะครับ”ชูเฮตอบขณะที่กำลังตรวจสอบเอกสารทั้งหมดที่กองไว้อย่างขนัดแน่น

“แล้วโอนเนอร์ตั้งใจจะไปกี่วันล่ะครับ”ชูเฮถามเมื่อนึกขึ้น

“สัก 2-3 วันก็คงกลับแล้วล่ะ นาโอยะติดเรียนหนังสือให้หยุดบ่อยๆไม่ไหวหรอก” เรจิตอบพลางนึกถึงสีหน้าที่แสดงความดีอกดีใจของลูกแมวน้อยที่น่ารักของเขาที่นานๆ จะได้พาไปเที่ยวไหนกับเขาบ้าง ติดก็อยู่ที่ว่า คงไม่มีมารไปผจญหรอกนะ

“พักร้อนคราวนี้หวังว่าคงสนุกนะครับ”ชูเฮอวยพร

“คงสนุกแน่….. ถ้าหากไม่มีใครตามไปก่อกวน”เรจิเริ่มเซ็งๆขึ้นมาเนือยๆ เมื่อต้องคิดถึงคนที่ไม่อยากจะคิดถึง

“จริงสิ! พวกเพื่อนๆของโอนเนอร์ก็ไปด้วยใช่มั้ยครับ”

“หมายถึง เจ้าทากามิยะน่ะหรือ ป่านนี้คงกำลังเตรียมจัดของอยู่มั้ง”เรจินึกขึ้นได้ว่าเพื่อนหนุ่มอารมณ์ดีของเขาก็ไปด้วย จะจัดของเสร็จรึยังนะ แล้วเจ้าหนูนั่นจะโวยวายอะไรอีก ถ้ารู้ว่าเขาเองเป็นคนชวนไป

“แต่นานๆจะได้หยุดสักที ทำไมถึงไม่ไปกับนาโอยะคุงสองคนล่ะครับ”ชูเฮสงสัย

“หือ!! แค่อยากให้เจ้าทากามิยะได้พักผ่อนสบายใจมั่ง อีกอย่างเป็นสองคนนั่น ก็ไม่มีปัญหาอะไรมาก ”แล้วเรจิก็เริ่มทำหน้าซังกะตาย เมื่อต้องคิดถึงพี่ชายตัวดี

“ถ้าเป็นเจ้านั่นไปด้วยล่ะมีหวังแย่แน่!!!”เรจิบ่นพึมพรำด้วยความเหนื่อยอ่อนใจ

ชูเฮเข้าใจความหมายโดยอัตโนมัติ ว่าคนที่กล่าวถึงนั้นหมายถึงใคร

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

“อิซุมิ จัดของเสร็จหรือยัง?”ชายหนุ่มผู้มองโลกในแง่ดี เอ่ยถามคนรักตัวน้อยที่กำลังง่วนกับการจัดเสื้อผ้าเตรียมเดินทางไปอยู่

“อีกนิดก็เสร็จแล้วฮะคุณทากามิยะ”หนุ่มน้อยว่าพลางจัดเสื้อให้เข้าล็อคกระเป๋าอยู่

“พรุ่งนี้ออกเดินทางประมาณ 10 โมงนะ หวังว่าคงไม่ขาดเหลืออะไรที่จะเตรียมไปพรุ่งนี้นะ”

“ฮะ ว่าแต่คุณให้จัดของนี่ เราจะไปไหนกันล่ะ”หนุ่มน้อยถามด้วยความสงสัย เอ!ตัวเขาก็ยังไม่รู้นี่นาว่ากำลังจะไปไหน อยู่ๆทากามิยะก็มาบอกให้เตรียมตัวจัดของด่วนเลย สงสัยว่าจะไปเที่ยวที่ใกล้ๆไม่ไกลจากบ้านเท่าไรหรอกมั้ง

“อืม! จะบอกดีมั้ยนะ?”ทากามิยะแกล้งทำงุบงิบให้หนุ่มน้อยเซอร์ไพรส์เล่น

“อ้าว! อย่าแกล้งไม่บอกแบบนั้นสิ ”หนุ่มน้อยโอดครวญ

“แหม! ยิ่งทำหน้าอย่างนั้นก็ยิ่งไม่อยากบอกใหญ่”

“เห!! แล้วทำยังไงคุณถึงจะยอมบอกล่ะ บอกใบ้หน่อยก็ยังดีนะ นะ ”หนุ่มน้อยออดอ้อน เพราะอยากรู้จริงๆว่าทากามิยะเกิดนึกอะไรที่จะพาเขาไปเที่ยวกัน

“งั้นก็หลับตาก่อนสิ”

“อ่ะ! ก็ได้ฮะ” หนุ่มน้อยยอมทำตามว่าง่าย

ชายหนุ่มบรรจงช้อนหน้าร่างบางขึ้นมาก่อนที่จะแนบจูบที่วาบหวานลงบนใบหน้าน้อยๆ

อิซุมิตกใจที่ชายหนุ่มแกล้งจูบไม่ให้รู้ตัว มือเขาเกือบจะพลาดเผลอไปชกเข้าให้ แต่ร่างกายก็กลับโอนผ่อนไปตามปลายลิ้นร้อนผ่าวที่ชอนไชเข้ามา จูบตอบร้อนแรง แขนที่เพรียวบางโอบกอดรัดน้าวคอลงมา

ทากามิยะถอนจูบก่อนที่กระซิบหวานหูให้ร่างบาง

“ฉันจะพาเธอไปอังกฤษ…….อิซุมิ”

“เหรอฮะ “ หนุ่มน้อยเคลิ้มไปกับการจูบจนรู้สึกตัวช้า แต่เอ๊ะ!!! เมื่อกี้ทากามิยะว่าอะไรนะ

“ไปอังกฤษนี่นะ???”หนุ่มน้อยตะโกนออกมาด้วยความเซอร์ไพรส์สุดๆ

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ขณะเดียวกันทางบ้านใหญ่ตระกูลอาโอเอะ

คิอิจิกำลังโทรศัพท์ถึงอะไรบางอย่าง ฮารุโอมิเดินเข้ามาเห็นพอดี

“ทำอะไรอยู่น่ะ คิอิจิ!!”ชายหนุ่มร่างสูงถามด้วยความสงสัย วันนี้คิอิจิคงหาเรื่องอะไรมาแกล้งชาวบ้านชาวเมืองอีกแล้วสิ

“อ้าว! ฮารุโอมิน่ะเอง”คิอิจิวางหูพอดี ทำให้ชายหนุ่มคนรักยิ่งสงสัยหนักเข้าไปใหญ่

“เมื่อกี้นี้นายโทรศัพท์หาใครน่ะ”

“ไม่สำคัญเท่าไรหรอกน่ะ ว่าแต่นายรู้หรือยังที่พวกเรจิจะไปอังกฤษ”คิอิจิบ่ายเบี่ยงเลี่ยงคำถาม พลางเขยิบเข้ามานั่งบนตักของชายหนุ่มร่างสูง

“เรื่องนั้นน่ะรู้แล้ว แต่แปลกนะที่คราวนี้นายไม่ไปตามแกล้งนาโอยะคุงกับเรจิเขาน่ะ”ฮารุโอมิยังสงสัยไม่เลิก มีหรือที่คิอิจิจะไม่ยอมไปยุ่งเกี่ยวกับชาวบ้านเขา โดยเฉพาะถ้าเป็นเรื่องที่ทำให้เรจิคลั่งได้ง่ายๆ

“แกล้ง!?? เปล่านะ ฉันก็แค่ให้ของขวัญอะไรให้ประหลาดใจนิดหน่อย เท่านั่นเอง”

“เอ๊ะ!! ของขวัญนี่นะ”ฮารุโอมิทำหน้าสงสัยหนักกว่าเดิม เขาเปิดดูเบอร์โทรศัพท์ที่คิอิจิเพิ่งจะโทรไป

“อ๊ะ!!! นี่นาย.....โทรไปที่สายการบินนานานชาติเหรอ??”ฮารุโอมิตกใจ เมื่อโทรศัพท์โชว์เบอร์ขึ้นมา

“อื้ม! ก็แค่ไปเปลี่ยนแปลงกำหนดการเดินทางของพวกเรจินิดหน่อย….. นายน่ะไม่ต้องคิดมากแทนก็ได้”คิอิจิยิ้มหวานให้คนรักที่เริ่มเป็นกังวัลแทนพวกเรจิ

“อย่าบอกนะว่านาย.........”ฮารุโอมิหน้าซีด เขาหวังว่าคงไม่เกิดเรื่องอะไรแย่ๆ

“แหม! ฉันก็แค่โทรไปเปลี่ยนแปลงสายการบินที่จะไปอังกฤษเท่านั้น”

“นี่นายจะบ้าเหรอ อุ๊บ!!!”ไม่ทันที่ฮารุโอมิจะพูดอะไรได้มากไปกว่านี้ คิอิจิก็จัดการหุบริมฝีปากของร่างสูง

“เอาน่า!! เป็นของขวัญให้พวกนั้นละกัน ไม่ต้องห่วงหรอก ฉันส่งไปประเทศใกล้ๆญี่ปุ่น”

เฮ้อ!!! หวังว่าคงไม่มีปัญหาอะไรเกิดขึ้นหรอกนะ ฮารุโอมิอดเป็นห่วงพวกนาโอยะไม่ได้จริงๆ

+++++++++++++++++++++++++++++

“ไง!! มาช้าเหมือนเดิมนะ ทากามิยะ”เรจิเอ่ยปากทักเพื่อนของเขาที่กระวีกระวาดขนของเข้ามาในสนามบินพร้อมคนรักของเขา

“ขอโทษที พอดีเพิ่งจัดการของกันเสร็จน่ะ”ทากามิยะเอ่ยปากขอโทษ

“มานานหรือยังล่ะ”

“ก็ไม่นานเท่าไร สัก 10 นาทีประมาณนั้น”เรจิตอบพลางช่วยถือของเข้าเครื่องขนส่งกระเป๋า

“ไงให้ช่วยมั้ย เจ้าหนู”เรจิถามคู่กัดที่ไม่ถูกชะตามาแต่ไหนแต่ไร

“ไม่ต้อง ยุ่งน่ะ ฉันช่วยตัวเอง ขอบใจ”อิซุมิว่าพลางยกสัมภาระที่หนักอึ้ง เขายกไม่ขึ้นจริงๆล่ะ

ทากามิยะทำท่าจะช่วย แต่เรจิก็ช่วยยกขึ้นไปก่อนด้วยมือเดียวอย่างสบาย

“เฮอะ ไม่พบกันตั้งนาน ยังปากดีเหมือนเดิมเลยนะ

อิซุมิรู้สึกเสียหน้าเล็กน้อย ที่ศัตรูมาช่วยขนของให้แต่ก็ทำได้แค่บุ้ยหน้าอารมณ์เสียเล็กน้อย

“อ๊ะ! สวัสดีครับ คุณทากามิยะ”นาโอยะก้มโค้งมาทักทายหลังจากที่เดินไปสอบถามพนักงานเรื่องเวลาที่เครื่องออกบิน

“สวัสดี นาโอยะคุง ไม่เจอกันนานนะ”ทากามิยะทักตอบ

“ไง!! นาโอยะหวัดดี” อิซุมิเริ่มอารมณ์ดีขึ้น ที่เห็นเพื่อนร่วมรุ่นอายุเดียวกันก็มาด้วยกัน

“อืม! หวัดดีอิซุมิ”นาโอยะทักทาย ด้วยรอยยิ้มที่ดูดีกว่าเมื่อก่อนตอนที่พวกเขาเพิ่งพบกันเมื่อนานมาแล้ว

แต่ยังไม่ที่ทั้งหมดจะพูดคุยกัน เสียงประกาศของพนักงานที่บอกเตือนให้เตรียมตัวนั่งเครื่องถัดไปก็ดังเสียก่อน

“ท่านผู้โดยสารที่กำลังจะขึ้นเครื่องบินหมายเลข 1146 ประตูที่ 13 ขณะนี้ได้เวลาที่เครื่องบินกำลังจะออกแล้วค่ะ”

“อ้าว!!นั่นเขาประกาศแล้วนี่ เตรียมตัวไปกันเถอะ”เรจิเอ่ยปากให้ทุกคนเตรียมตัว

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

“เอ่อ!! คุณอาโอเอะเราจะไปอังกฤษจริงๆเหรอฮะ”นาโอยะเอ่ยถาม เป็นครั้งแรกที่เขาเคยนั่งเครื่องบินไปต่างประเทศในชีวิต จนรู้สึกตื่นเต้นนิดๆ

เรจิจองที่นั่งชั้นเฟริส์คลาสเอาไว้หมดทั้งลำ ชั้นนี้จึงไม่มีใครนอกจาพวกเขาทั้งหมด 4 คน

“ตื่นเต้นหรือไง”เรจิถามออกเสียงเอ็นดูเมื่อเห็นท่าทางที่ตื่นตาตื่นใจไปหมดของร่างบอบบาง

“ครั้งแรกนี่ครับที่ผมนั่งเครื่องบิน”นาโอยะว่าด้วยเสียงที่บอกถึงความตื่นเต้นในใจไม่ถูก

“แล้วอังกฤษจะสวยมากแค่ไหนนะครับ”

“ไปถึงแล้ว ก็รู้เองล่ะ ว่าอังกฤษทั้งสวยงามทั้งน่าประทับใจไปหมดทุกอย่าง”เรจิว่าพลางนึกถึงอดีตครั้งวัยรุ่นที่สวยงามตราตรึงในใจเสมอ เขาตั้งใจไว้สักวันก็จะพานาโอยะไปอังกฤษสักวัน

ชายหนุ่มมองหน้าคนรักที่แสนจะบอบบางแต่ก็เต็มไปด้วยใจเข้มแข็ง เมื่อเห็นแววตาชวนน่าเอ็นดูแบบนั้น เขาอดที่จะประทับแนบจุมพิตบนหน้าผากร่างบอบบางเบาๆไม่ได้

“อ๊ะ!! คุณอาโอเอะ เดี๋ยวก็มีคนเห็นหรอกนะครับ”นาโอยะเอ่ยห้าม

“ใครอยากมองก็ช่างสิ"

ส่วนอีกคู่หนึ่งที่นั่งอยู่ที่ถัดไปก็สวีทจี๋จ๋าไม่แพ้กัน

“นี่ อิซุมิ ไม่ต้องเกร็งขนาดนั้นก็ได้นะ”ทากามิยะปลอบใจหนุ่มน้อยที่ตัวสั่นริกๆเล็กน้อยด้วยความเกร็ง

“ก็.......คนเขานั่งเครื่องบินครั้งแรกนี่นา”อิซุมิว่าด้วยความเกร็งกลัวการนั่งเครื่องบินครั้งแรก

“ทำใจสบายเถอะ! เครื่องบินไม่มีอะไรน่ากลัวสักหน่อยนะ”

“ก็.....ก็....มัน”อิซุมิยิ่งกลัวหนัก เมื่อคิดถึงตอนที่บิน

จู่ๆแอร์โฮตเตสก็เปิดกริ่งประกาศใส่ไมคค์

อิซุมตกใจจนสะดุ้งกระโดโผกอดทากามิยะด้วยตัวสั่นเทา

“อ๊ะ!!....ทากามิยะ”

ถึงตอนนี้ทากามิยะก็อดแสดงความเอ็นดูที่อิซุมิทำท่าทางกลัวน่ารักๆแบบนั้น

ชายหนุ่มโอบกอดตอบพลางลูบเบาๆหัวให้อิซุมิใจเย็นลง

“ไม่มีอะไรต้องกลัวน่า อิซุมิ มีฉันอยู่ข้างๆเธอทั้งคน”

ทั้งสองคู่ต่างก็เต็มไปด้วยบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความหวาน

ทั้งๆที่บรรยากาศน่าจะไปได้ด้วยดี แต่ทว่าเสียงประกาศที่โผล่ออกจากไมค์กลับทำให้เรื่องพลิกผันไปหมด

“ท่านผู้โดยสารกรุณาเตรียมตัวรัดเข็มขัด เพราะขณะนี้สายการบินของเรากำลังเตรียมตัวที่เดินทางจากโตเกียว ญี่ปุ่นไปถึงจุดมุ่งหมายคือ......

“กรุงเทพ ประเทศไทยค่ะ ”

“เราจะใช้เวลาในการบินประมาณ

เรจิสะดุ้งโหยงด้วยความตกใจแทบสิ้นสติ อะไรนะ แอร์โฮสเตสประกาศอะไรผิดหรือเปล่า หรือว่าเป็นเขาที่เข้าใจผิดอะไรรึไง

“เดี๋ยวสิ!”เรจิสะกิดเรียกแอร์โฮสเตสสาวที่อยู่กำลังเตรียมเข้าประจำที่

“เอ่อ! เครื่องบินลำนี้ ไม่ได้ไปที่อังกฤษหรือไง”ชายหนุ่มเริ่มหัวเสียหน้าซีด

“ไม่นี่คะ เครื่องบินลำนี้มีจุดหมายที่จะไปกรุงเทพค่ะ แต่ฉันว่าคุณน่าจะเตรียมตัวรัดเข็มขัดเข้าที่ได้แล้วนะคะ อีกไม่ที่นาที กัปตันก็ออกเครื่องแล้วล่ะค่ะ ไม่ต้องรีบร้อนอะไรก็ได้ สายการบินของเรารับประกันเรื่องเวลาเสมอค่ะ”ว่าแล้วแอร์โฮสเตสเสียงหวานก็กุลีกุจอจากไปทิ้งให้ชายหนุ่มอึ้งกิน

แล้วเขาก็นึกขึ้นได้ว่าเรื่องนี้เป็นฝีมือของใคร

หลังจากที่ไม่อีกกี่นาทีเครื่งบินก็จะเริ่มออกเดินทาง เรจิโทรศัพท์ไปหาพี่ชายตัวแสบทันที

“คิอิจิ นายเป็นคนเปลี่ยนตั๋วเดินใช่มั้ยฟะ”เรจิกระแทกเสียงเข้าไปในโทรศัพท์

“ท่าทางจะอารมณ์เสียนะ เรจิ เอาน่าที่นั่งสบายมั้ย “คิอิจิถามเสียงหวานหู

“ไม่ต้องมาเปลี่ยนเรื่องคุยเลยนะ ใครใช้ให้นายมาเปลี่ยนแปลงการเดินทางตามชอบใจฟะ”

“เอาน่า!! เอาน่า!! ฉันเตรียมที่พักกับไกค์นำเที่ยวไว้แล้วล่ะ ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก จัดการไว้หมดแล้ว ถ้ามีอะไรก็โทรมาทีหลังละกัน บายนะ”คิอิจิตัดสาย

ยิ่งทำให้เรจิอึ้งพูดอะไรไม่ถูก

“นาย!!!! เจ้าคิอิจิ”เรจิคำรามในคออย่างโกรธแค้น สุดท้ายก็โดนแกล้งเอาจนได้!!!!!!

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

“อะไรกัน!! กำหนดการเดินทางเปลี่ยนแปลงแล้วเหรอ???”หนุ่มน้อยชักงงๆ ยังไงกัน! เมื่อวานก็บอกว่าจะไปอังกฤษอยู่มาวันนี้ก็มาโผล่ที่ประเทศไทยเฉยเลย

“ก็เจ้าอาโอเอะเพิ่งมาบอกตะกี้….ตอนนี้เราคงเปลี่ยนให้ไปที่อังกฤษไม่ได้แล้วสิ เครื่องบินก็ใกล้จะออกแล้วด้วยสิ ”ชายหนุ่มออกจะรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย เพราะเขาอุตส่าห์ดีใจมากแท้ๆที่คิดว่าจะมีโอกาศได้พาอิซุมิไปอังกฤษสักที

“ขอโทษนะ อิซุมิ ไม่เป็นอะไรใช่มั้ย ถ้าหากไม่ได้ไปอังกฤษน่ะ”ทากามิยะว่าด้วยน้ำเสียงที่แสดงออกถึงความผิดหวัง

หนุ่มน้อยเข้าใจความรู้สึกของชายหนุ่มดี เห็นแบบนี้แล้วไม่ทำอะไรคงไม่ได้แฮะ อิซุมิยิ้มให้กำลังใจชายหนุ่มผู้เป็นสุดที่รักของเขาว่าไม่เป็นอะไรหรอก เขาต่างหากที่ไม่อยากเห็นทากามิยะแสดงท่าทางจ๋อยๆแบบนั้น

“ไม่เป็นไรหรอกฮะ ถ้าได้ไปกับทากามิยะล่ะก็ ที่ไหนผมก็ยอมไปด้วยไปด้วยทั้งนั้น”

รอยยิ้มที่เปล่งประกายของอิซุมินั้นสร้างความสดใสให้กับชีวิตของเขาเสมอ

ทากามิยะกอดหนุ่มน้อยเข้าด้วยความรู้สึกดีอกดีใจที่ได้เห็นรอยยิ้มที่น่าชื่นใจนั่น

“อา! อิซุมิเนี่ยน่ารักเสมอเลย”ชายหนุ่มกระซิบบอกเด็กหนุ่มทุกครั้ง

ทัง้ที่อิซุมิฟังบ่อยจนเป็นเรื่องปกติธรรมดาสำหรับคู่เขาไปแล้ว แต่ว่า

พลั่ก !!!

“อย่าโผกอดแบบนั้นสิ ใครเห็นเข้ามันน่าอายนะเฟ้ย!! ทากามิยะ”หนุ่มน้อยอายหน้าแดงฉ่า

“ ไม่ได้ตั้งใจน่ะ อย่างอนสิ ก็อิซุมิน่ารักออกจะตาย เป็นใครจะอดใจไหวล่ะ”ทากามิยะกอดง้องอนหนุ่มน้อย

“บ้า!! ใครเขาทำแบบนี้กันมั่งฟะ”หนุ่มน้อยต่อว่าพร้อมกับบุ้ยหน้าหนีไปทางหน้าต่าง แต่ความจริงแล้วในใจเขาก็อดดีใจไม่ได้ที่ทุกครั้งทากามิยะเฝ้าพร่ำบอกกับเขาเสมอมา

แต่คนมันอายนี่!!! ใครจะไปแสดงอาการให้เขารู้ว่าชอบที่สุดได้ไงล่ะ

ทากามิยะพยายามโอบกอดง้อหนุ่มน้อยให้หายงอน พลางกระซิบบอกขอโทษที่ทำให้โกรธไม่หยุด

ถึงจะปากแข็งแค่ไหนแต่หนุ่มน้อยก็ยอมให้กอดแต่โดยดีเสมอ กว่าจะรู้ตัวอีกทีเขาก็เริ่มเพลีย นอนหลับไปในเจ้าของอ้อมอกแข็งแกร่งนั่นแล้วไม่รู้ตัว

ทากามิยะเห็นหนุ่มน้อยฟุบหลับไปก็อมยิ้ม

“ท่าทางจะเหนื่อยมากนะ อิซุมิ เมื่อคืนคงตื่นเต้นจนไม่หลับล่ะสิ”ชายหนุ่มว่าพลางเอื้อมไปจูบที่ริมฝีปากเบาๆ

“รักนะ อิซุมิ รักที่สุด”

ก่อนที่จะกอดร่างบางด้วยความรักใคร่ แล้วหลับตาพริ้มอย่างสุขใจ ความรักที่เต็มไปด้วยความหวานอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

ส่วนทางเรจิเองก็กำลังบอกกับลูกแมวผู้น่ารักของเขาว่าสถานที่การเดินทางถูกเปลี่ยนไปอีกแล้ว เพราะเจ้าพี่ชายตัวยุ่งนั่นแท้ๆ ชายหนุ่มนึกเจ็บใจตัวเอง

สังหรณ์ใจไว้ไม่ผิด จะมีสักครั้งหรือเปล่าที่คิอิจิจะไม่เข้าไปก้าวก่ายวุ่นวายกับชีวิตเขาคนอื่นน่ะ

“ไม่เป็นไร ใช่มั้ยนาโอยะ หวังว่าฉันคงไม่ทำให้เธอเสียอารมณ์หรอกนะ”

“ไม่หรอกฮะ คุณอาโอเอะ ขอแค่มีคุณอยู่ ผมก็ไม่ต้องการอะไรมากไปกว่านี้”นาโอยะยิ้มปลอบใจ เพราะรู้ว่าคนรักของเขาอารมณ์เสียแค่ไหน อย่างน้อยๆเขาก็อยากให้คุณอาโอเอะที่รักอารมณ์ดีไปกับการเดินทางบ้างสักนิดก็ยังดี

“นาโอยะ.... ขอบใจนะ”เรจิลูบหัวลูกแมวน้อยด้วยความเอ็นดู แล้วก็ดึงตัวเข้ามากอดซบที่ไหล่ของเขา

“อ๊ะ.... คุณอาโอเอะ”ลูกแมวน้อยเหม่อลอยไปกับไออุ่นของร่างกายหนุ่มใหญ่ กลิ่นตัวของคุณอาโอเอะ คนที่เขาเคยเฝ้าฝันอยากจะเป็นแบบนั้นบ้าง คนที่ทำให้เขาหลงใหล แต่วันนี้เขาได้เป็นที่รักของชายคนนี้ คนที่เฝ้ารอ คนที่เขารักที่สุด

นาโอยะเอียงตัวเข้าซบร่างสูงให้แนบชิดกันกว่าเดิม ไออุ่นที่เขาสัมผัสได้

“ขออยู่อย่างนี้สักพักนะ นาโอยะ”อาโอเอะเอ่ยกระซิบเบาๆ

“ตามใจสิฮะ คุณอาโอเอะ”แล้วในไม่ช้าทั้งคู่ก็หลับไปในไออุ่นของกันและกัน

พวกแอร์โฮสเตสสาวทั้งหลายที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ในเครื่องบินต่างก็พากันมาที่ชั้นเฟริสคลาสกันขนัดแน่น เพื่อได้ยลโฉมหนุ่มๆทั้งหลายแหล่

“ตายแล้ว! หล่อๆกันทั้งนั้นเลย อย่างที่เธอว่าจริงๆด้วย “แอร์สาวคนหนึ่งพูดชมไม่หยุดปาก

“แหม!!เธอ นึกว่าชาตินี้จะไม่มีโอกาสได้ยลโฉมหนุ่มหล่อขนาดนี้แล้วสิ”

“คนที่ผมดำ ตัวสูงๆนั่น หล่อชะมัดเนอะตัวเอง”

“ฉันชอบหนุ่มน้อยสองคนที่อยู่ในอ้อมกอดมากกว่าย่ะ”คนนึงแสดงความโลลิค่อนออกมาให้เห็นเชียว

“โอ๊ย! หนุ่มหน้าลูกครึ่งคนนั้นสเป็คชั้นซะด้วยสิ ไม่น่าเป็นเกย์เลย เสียดายจัง”อีกคนบ่นพึมพรำ

“ เอาไว้ตื่นกันเมื่อไร ฉันจะไปบริการให้สุดชีวิตเชียวคอยดูนะ หล่อน”

“เฮ้ย!! แย่งหน้าที่ฉันได้ยังไง ฉันเป็นคนดูแลชั้นเฟริสคลาสนะยะ”

เอาล่ะตอนนี้พวกสาวๆต่างพากันรุมยื้อแย่งที่จะทำงานซะแล้ว ต่างคนต่างก็จะอยู่ที่ชั้นนี้

อาโอเอะ เรจิซึ่งได้ยินเสียงกรี๊ดกร๊าดดังออกมาจนนอนไม่หลับ ชักจะเริ่มรำคาญ

อะไรฟะ!! คนเขากำลังสวีทสุดๆกัน ทำไมต้องมีมารคอหอยเสมอเลย

ชายหนุ่มขยับตัวเบาๆเพื่อระวังไม่ให้ร่างบางที่กำลังหลับปุ๋ยอย่างน่าเอ็นดูต้องตื่น เพียงเพราะความรำคาญ

สักพักเขาก็เดินไปที่ห้องกัปตัน

พวกสาวๆต่างก็สงสัยว่าชายหนุ่มรูปหล่อสุดปลื้มของพวกเธอ ออกไปไหนกันหนอ

และแล้วเสียงประกาศของกับตันก็ดังขึ้นมาทันที

“กลุ่มพนักงานสาวๆทั้งหลาย ขณะนี้ขอความกรุณาช่วยลงไปดูแลผู้โดยสารที่อยู่ชั้นกลางด้วย เพราะขณะนี้สายการบินของเราไม่มีใครคอยบริการลูกค้า หากมิฉะนั้นแล้วทางสายการบินอาจถูกฟ้องร้องในด้านการบริการได้ และขอความกรุณาอย่าไปยุ่งเกี่ยวกับท่านผู้โดยสารชั้นเฟริสคลาสโดยเด็ดขาด จนกว่าจะมีคำสั่งเรียกพนักงานบริการของเราเอง”

พวกพนักงานสาวต่างโอดครวญเล็กน้อย แต่ก็จำใจไปปฏิบัติหน้าที่ของตน แม้จะเสียดายที่ได้เห็นอาหารตาเพียงแวบเดียว ขืนไม่งั้นก็อาจโดนแบนออกจากงานเป็นได้

ในขณะที่เรจิเดินออกมาจากห้องนักบินด้วยความรู้สึกกระหยิ่มใจที่กำจัดพวกตัวก่อกวนออกไปได้ ไม่ว่าอะไรการพักร้อนคราวนี้เขาจะไม่ยอมให้มีก.ข.ค.มาจุ้นจ้านระหว่างเขากับลูกแมวน้อยหรอก

ชายหนุ่มเดินไปที่นั่งของตัวเองก่อนที่จะเอียงตัวหลับไปพร้อมกับลูกแมวที่นอนหลับสบายโดยไม่รู้เรื่องอะไรเลย

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

แล้วการเดินทางอันยาวนานก็สิ้นสุดลงเมื่อเครื่องบินลงจอดที่ท่าอากาศยานดอนเมือง กรุงเทพฯ ประเทศไทย

ผู้โดยสารที่เดินทางขาเข้าวันนี้ยังไม่ค่อยเยอะเท่าไร แต่คนเมืองกรุงก็ต่างมารอคอยต้อนรับลูกหลานเป็นการใหญ่ จนสนามบินมักจะเต็มไปด้วยพวกญาติๆที่มักจะมารอรับผู้โดยสารกันเสียมากกว่า

“โอ้โห! คนเยอะไปหมดเลยฮะ คุณทากามิยะ”อิซุมิตื่นตาตื่นใจกับบรรยากาศการที่ได้ออกมาเที่ยวเมืองนอกประเทศของตัวเองเป็นครั้ง

“อ๊ะ! ขอผมไปดูพวกของทางโน้น หน่อยนะ”อิซุมิว่าเมื่อเห็นพวกซุ้มขายของที่ระลึกจากเมืองไทย ว่าแล้วก็จูงมือนาโอยะออกไปเป็นเพื่อน

“ใจเย็นๆสิ อิซุมิ”นาโอยะร้องเตือนให้เพื่อนใจเย็นลงหน่อย ตัวเขาเองก็อดตื่นเต้นไม่ได้เหมือนกัน

“เฮ้! ระวังหลงทางกันนะ”เรจิร้องเตือนทั้งคู่หลังจากที่มองดูพวกหนุ่มน้อยสนุกสนานกับการมองดูเลือกของพวกของแปลกๆต่างๆที่อยู่ในเมืองไทย

ขณะที่เขากับทากามิยะกำลังเช็คของและติดต่อคนที่คิอิจิจัดเตรียมไว้ให้

“ได้เรื่องมั้ย! ทากามิยะ”ชายหนุ่มถามเพื่อนรักที่พูดคุยติดต่อกับประชาสัมพันธ์ของบริษัทท่องเที่ยวที่จัดเตรียมเอาไว้

“อืม! เขาบอกว่าเดี๋ยวจะส่งคนมารับน่ะ”ทากามิยะว่าหลังจากที่ปิดมือถือ

“งั้นก็ปล่อยให้พวกเขาดูของจนพอใจก่อนละกัน”เรจิพูดพลางหันไปมองที่ภาพพวกหนุ่มน้อยดูมีความสุขดีกับการที่เลือกดูสิ่งแปลกๆต่างๆ

ความจริงการมาเที่ยวที่เมืองไทยมันก็ไม่ได้แย่อะไรมากมายหรอกนะ

เรจิชักเริ่มนึกขอบคุณคิอิจิในใจ

ก็แค่ขอบคุณนิดหน่อยเท่านั่นนะ

แล้วชีวิตการท่องเที่ยวในต่างแดนต่อจากนี้จะเจอเรื่องราวอะไรอีกบ้างนะ

หวังว่าคงไม่มีอะไรยุ่งยากลำบากตามาหรอก

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

“คริส!! ยังไม่เตรียมตัวไปรับแขกที่มาอีกหรือไง เดี๋ยวก็โดนด่าเอาหรอก”เพื่อนสาวสุดสวยของชายหนุ่มไกค์นำเที่ยวในบริษัททัวร์ชั้นนำของเมืองไทยเอ่ยเตือนเพื่อนหนุ่มลูกครึ่งหน้าตาดี ที่มัวแต่เอ้อระเหยกับการนั่งตรวจสอบรายชื่อแขกที่เขาเป็นไกค์ให้

คริสหรือชื่อจริงของชายหนุ่มคือชาคริต เป็นชายหนุ่มที่จัดว่าค่อนข้างสูงทีเดียวถ้าเทียบกับมาตรฐานของคนไทยทั่วๆไป ทั้งนี้เพราะเชื้อชาติอเมริกันครึ่งหนึ่งในสายเลือดของเขา ผมสีบอร์นทอง นัยต์ตาสีฟ้าเข้ม รูปร่างสมส่วน หน้าตาก็จัดได้ว่าเป็นไกค์หนุ่มที่รูปหล่อคนหนึ่งมากทีเดียว เพียงแต่ปัญหาอย่างนึงที่ทำให้สาวน้อยสาวใหญ่ต้องโดนหักออกดังเป๊าะมาแล้วนับต่อนับ

เหตุผลเดียวที่คริสยังไม่มีแฟนสาวเหมือนชายหนุ่มคนอื่นๆในที่ทำงานเขา

เพราะว่าเขาเป็นเกย์!!!!! ซึ่งเรื่องนี้เพื่อนสาวเขาก็ยอมรับได้มาตั้งนานนม แต่ก็แอบเสียดายใจ ตอนที่รับรู้ความจริง ช่างเหอะ! ก็หนุ่มหล่อไม่ได้มีอยู่ตัวคนเดียวในโลกสักกะหน่อย

ชายหนุ่มกำลังนั่งตรวจสอบเอกสารเอ่ยปรามเพื่อนสาวขาเม๊าท์ประจำออฟฟิสอย่างสบายใจ

“เอาน่า!! ยัยแก้วขาบ่น มีเวลาอีกตั้งครึ่งชั่วโมงไม่ใช่หรือไง เนี่ย! ดูดิ ยังอีกตั้งนานไม่เห็นต้องรีบร้อนอะไรเลย”ชายหนุ่มตอบอย่างสบายอารมณ์

“เอาเถอะ! พ่อคนจอมสายประจำเดี๋ยวลูกค้าก็ด่าเอา โดนตัดเงินเดือน ฉันไม่รับผิดชอบด้วยนะ จะบอก!”เพื่อนสาวแกล้งแหย่

“ว่าแต่คราวนี้ลูกค้าเป็นคนชาติไหนล่ะ อังกฤษ อเมริกัน หรือว่าอะไร?”เพื่อนสาวเอ่ยถามด้วความใคร่รู้

“รู้สึกว่าจะเป็นพวกญี่ปุ่นน่ะ เห็นว่าโทรมาจองจากที่โน่นแน่ะ รู้สึกว่าจะเป็นพวกลูกค้า V.I.P“

“เฮ้ย! แล้วหล่ออ๊ะเปล่า” เธอแกล้งถามหน้าตาย แต่ชายหนุ่มรู้ทันว่าใจจริงน่ะคงสนใจเอามากๆ

“ไม่รู้ดิ เขาส่งแต่ข้อมูลไม่ได้ส่งภาพถ่ายมาให้เลย ซักกะใบ”ชายหนุ่มเอ่ยเซ็ง หวังว่าคงไม่เจอลูกค้าที่รับมือลำบากอีกนะ ถึงจะเป็นลูกค้า V.I.P.ก็เถอะ แต่อย่างคราวที่แล้วก็ครอบครัวชาวจีนที่ดูแลยากจิ๊บเป๋งทั้งเอาแต่ใจ บริการแย่นิดหน่อยก็ด่าเอา แถมยังสุดๆจะบรรยาย ทำอาชีพที่ต้องคอยบริการคนอื่นเขาก็งี้ล่ะ แต่เงินดีเป็นเครื่องแลกเปลี่ยน กับประสบการณ์ใหม่ๆที่ได้เจอะเจอบุคคลต่างๆมากมาย

“ว้า~ ถ้ามีรูปก็ดีดิ เผื่อหล่อจะได้แลกหน้าที่กัน”

”เฮ้ยๆ! หล่อไม่หล่อก็หน้าที่ชั้นเฟ้ย! ยัยนี่เห็นคนหล่อเป็นไม่ได้ ต้องเด็กๆน่ารักต่างหากสิ ถึงจะสนใจ”คริสว่าพลางจิตนาการเด็กหนุ่มวัยรุ่นหน้าตาน่ารักน่ากอด

“เออ! ลืมไปว่าแกมันพวกเกย์โลลิค่อน ชอบหนุ่มหน้าตาจิ้มลิ้มนี่หว่า”

“ของแบบนี้ เธอจะไปเข้าใจอะไรฟะ พวกเด็กหนุ่มๆ ออกจะน่ารักไร้เดียงสา”

“แบบนี้ล่ะ! ถึงไม่มีแฟนกับคนอื่นเขาสักที เป็นเกย์นี่มันมีอะไรดีตรงไหนนะ“

“เฮ้ๆ! เป็นเกย์มีอะไรดีกว่าที่เธอคิดอีก”คริสสวนขึ้นมาทันควันอย่างไม่พอใจนิดๆ เกิดเป็นเกย์มันผิดตรงไหนล่ะ ไม่ได้ทำให้ใครหนักหัวสักหน่อย

แต่ก่อนที่คริสจะมีโอกาศได้ต่อล้อต่อเถียงกับเพื่อนสาวร่วมงานมากไปกว่านี้ เสียงโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น

ชายหนุ่มร่างสูงที่จัดว่าหน้านั้นหล่อไม่เป็นรองใครรับโทรศัพท์

น้ำเสียงกระแทกแดกดันเพื่อนสาวก็เปลี่ยนเป็นเสียงสุภาพนอบน้อมต่อลูกค้าหรือเจ้านายทันที

“สวัสดีครับ มีอะไรให้รับใช้ครับ ผู้จัดการน่ะเอง อะไรนะ? เอ๋? ครับ! ครับ! จะไปเดี๋ยวนี้ล่ะ”ชายหนุ่มรีบวางหูทันที หน้าตาดูซึดเซียวเหงื่อแตกพลั่ก

“เฮ้ย! มีอะไรเหรอ คริส”หญิงสาวถาม

“ซวยแล้วอ่ะ ลูกค้าเลื่อนกำหนดการอีกแล้วฟ่ะ”ชายหนุ่มกระวีกระวาดจัดของแต่งตัวให้เนี๊ยบที่สุดเพื่อเตรียมที่จะเริ่มทำงาน

“อ้าว! ลูกค้าเปลี่ยนกำหนดการก็ดีแล้วนี่ จะได้ไม่ต้องรีบร้อน”เพื่อนสาวว่าทำหน้าแปลก

“เออ! มันคงดีถ้าหากเขาเปลี่ยนว่ามาตามกำหนดช้าลง??”ชายหนุ่มเอื้อมตัวไปมองนาฬิกาพลางผูกไทค์ให้เข้าที่

“ตัยโหง! ซวยจริงๆเลยฟ่ะ เลทมาตั้งชั่วโมงกว่าๆ”

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

“นานแล้วนะ ทำไมยังไม่มาสักที”เรจิเริ่มเกิดอาการหงุดหงิดซึ่งก็เป็นธรรมดาของคนขี้ใจร้อนอย่างเขา

“เดี๋ยวก็คงมาเองล่ะมั้ง บางทีรถมันอาจจะติดก็ได้”ทากามิยะพยายามมองโลกในแง่ดีไว้ก่อน

“ติดบ้า ติดบออ่ะดิ” นี่มันเลทมาตั้งชั่วโมงนึงแล้วนะฟะ คนที่นี่ไม่รู้จักรักษาเวลามั่งหรือไงวะ”

ทากามิยะลืมไปว่าเพื่อนรักของเขาเป็นคนรักษาเวลามากแค่ไหน ธรรมดาของนักธุรกิจที่เวลาเป็นเงินเป็นทองทุกนาทีมีค่าเสมอ ยิ่งเป็นพวกเลือดร้อนแบบพวกเรจิคงเกิดอารมณ์พาลหงุดหงิดง่ายกว่าคนทั่วไป

ทางเดียวกันไกค์หนุ่มก็กระหืดกระหอบมาเตรียมรับลูกค้าของเขา

“ตายล่ะ ป่านนี้จะเป็นยังไงมั่ง??” ชายหนุ่มวิ่งเข้ามาบริเวณประตู ผู้โดยสารขาเข้า พลางมองหาพวกเรจิให้วุ่น

จนสังเกตุเห็นบริเวรที่เรจินั่งรออยู่ แค่เห็นสีหน้าบอกบุญไม่รับก็รู้เลยว่าคนงี้แหงซะ คนข้างๆนี่คงเป็นเพื่อนล่ะมั้ง

คริสรีบเดินเข้าไปทักทายทันที

“เอ่อ! คุณอาโอเอะ เรจิใช่มั้ยครับ”เขาทักทายด้วยภาษาญี่ปุ่นสำเนียงไม่ผิดเพี้ยนแม้แต่น้อย

“เออ!!!!!! ไม่ทราบว่าคุณทำอะไรอยู่ ช้ามากรู้มั้ย ไม่ว่าทราบการบริการของคนที่นี่ มันห่วยแตกมากเลยรึไง”เรจิโวยใส่เขาลั่นด้วยความหงุดหงิดเต็มที่

ทากามิยะพยายามปลอบเพื่อนให้ใจสงบลง

“ใจเย็นหน่อย! อาโอเอะ ไหนๆเขาก็อุตส่าห์มาแล้วนะ”

“ขอโทษจริงๆครับ ”คริสว่าด้วยน้ำเสียงที่สำนึกผิดอย่างเต็มที่ ทำให้โกรธจริงๆด้วยแฮะ ไกค์หนุ่มกะแล้วว่าต้องโดนแบบนี้แหงซะ แต่ยังดีนะที่ไม่โดนด่า ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นสบตาเรจิ

พอได้มองสีหน้าที่โกรธจัดเต็มตา เขาเกิดตกใจกลัวกับใบหน้าที่ดุแบบนั้น เฮ้ย!! เกิดมาไม่เคยเห็นใครหน้าดุยังกับเสือมาก่อน

ชายหนุ่มพยายามยิ้มสู้ ถึงเขาเคยเจอเรื่องการมาชักช้าแบบนี้จนเคยชิน แต่ว่าไม่เคยเจอลูกค้าที่ไหนหน้าตาน่ากลัวขนาดชายหนุ่มมาดเข้มแบบนี้มาก่อนเฮะ ผิดกับชายหนุ่มหน้าตาใจดีที่อยู่ข้างๆลิบลับ

“งั้น ผมจะนำทางไปที่พักให้นะครับ”คริสบอกเสียงสั่นเลิกลั่ก เขาหน้าจ๋อยเพราะการทำงานที่เริ่มมาก็ผิดพลาดซะแล้ว ยังงั้นคงต้องพยายามทำให้ลูกค้าอารมณ์ดีไว้ก่อน บริการสุดชีวิตแม้จะตายก็ยอมเป็นคติประจำใจตลอกชีวิตการเป็นไกค์ของเขามาตลอด

“เดี๋ยวๆ รอพวกเขาก่อนได้มั้ยครับ”ทากามิยะเอ่ยรั้งไว้ก่อน เพราะพวกอิซุมิยังไม่มาถึง สงสัยว่าจะสนอกสนใจกับทัศนีย์ภาพใหม่ๆในต่างแดนกันเพลินล่ะมั้ง ขนาดแค่ในสนามบินยังรู้สีกว่าสนุกกัน แล้วพรุ่งนี้จะเป็นยังไงมั่งนะ นึกถึงภาพพวกอิซุมิแบบนั้นแล้วอดรู้สึกดีไปด้วย

“เดี๋ยวฉันไปตามให้เองละกัน”เรจิออกตัวไปตามหา

ชายหนุ่มเดินดุ่มๆจากไปรวดเร็ว หน้าตาบูดบึ้งอยากเข้าที่พักเร็วๆเต็มที่

ปล่อยให้ทั้งสองคนรออยู่ก่อน

“เอ่อ...... เขาเป็นงี้บ่อยมั้ยฮะ คุณ....เอ่อ”ชายหนุ่มตาฟ้าหันไปถาม ทากามิยะ เขายังไม่รู้จักคนอื่นๆในกรุ๊ปนี้นอกจากคนที่ชื่อ อาโอเอะ เรจิ

“ทากามิยะ คัตซึระครับ เป็นเพื่อนเขา ปกติอาโอเอะก็เป็นแบบนี้ประจำล่ะ คุณไม่ต้องคิดมากก็ได้ แล้วคุณชื่อ”

“คริสครับ ผมชาคริต ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ คุณทากามิยะ”ชายหนุ่มจับมือแนะนำตัวเอง อย่

“ ครับ! จากนี้อีก 2 วันก็ฝากตัวด้วยละกัน”ทากามิยะว่าอย่างเป็นมิตรและอบอุ่น

“ไม่ต้องสุภาพนักก็ได้นะ ไหนๆก็คนกันเองอยู่แล้ว”ทากามิยะยิ้มอย่างยินดี

“ครับ งั้นก็ฝากตัวด้วยนะครับ”

ไกค์หนุ่มค่อยยังช่วย โล่งใจมานิด ได้คนใจดีเป็นกันเองแบบนี้ก็ดีขึ้นเยอะ เมื่อต้องคิดถึงสีหน้าเย็นชาแสนน่ากลัวดเยือกเย็นหนาวจับเข้าขั้วหัวใจของอีกคนหนึ่งแล้ว......

ไม่เอาๆ!! เขาเป็นลูกค้านะเฟ้ย! อย่าคิดอะไรในทางแง่ลบงั้นสิ

ว่าแต่.......ลูกค้าคราวนี้อ่ะดิ

ชายหนุ่มมองที่ทากามิยะ พลางถอนหายใจเล็กน้อย ทากามิยะทำหน้างงนิดๆว่าไกค์ของเขาถอนหายใจอะไรแต่ก็ไม่ได้สนใจมากนัก

ไกค์หนุ่มถอนใจเนือยๆ ลูกค้าคราวนี้ของเขาหล่อมากทีเดียวทั้งสองคนดูยังไงก็ไม่มีที่ติ ไม่ว่าจะหน้าตา รูปร่าง ทำเอาเขาดูธรรมดาไปเลยถ้าเทียบกัน ทั้งที่เป็นคนมั่นใจในหน้าตารูปร่างของตนเองมาก แต่คราวนี้รู้สึกยอมแพ้ไปเลยเฮะ

ว่าแต่........ทำไมน้า~ ช่วงนี้ไม่ค่อยมีเด็กหนุ่มเอ๊าะๆ หน้าตาจิ้มลิ้มน่ารักน่ากดมาให้เชยชมมั่งฟะ

อย่างน้อยถ้ามีเด็กหนุ่มรุ่นๆสัก........คน.......

ขณะที่กำลังรู้สึกว่าโลกเริ่มน่าเบื่อเมื่อไร้สีสัน

และแล้ว ตอนที่เขาหันไปนั้นเอง

ชายหนุ่มก็ได้เห็นสองหนุ่มน้อยกำลังเดินตรงเข้ามาพอดี พร้อมกับเรจิที่ยังคงหน้าบึ้งตึงอยู่

คริสยืนนิ่งตะลึงค้าง

“น่ารักชะมัด” ชายหนุ่มนึกในใจ นี่เหรอ! เด็กที่จะไปกับเขาด้วย น่ารักสุดๆทั้งคู่เลย

อิซุมิเดินหอบขนมมาเต็มไม้เต็มมือ หน้าตามีความสุขเต็มเปี่ยม

“นี่ๆ ทากามิยะที่นี่น่ะ มีแต่ของน่าสนใจเยอะแยะเลยล่ะ ”อิซุมิเล่าให้ทากามิยะฟังอย่างตื่นเต้นเหมือนเด็กเล็กๆที่ดีใจกับสิ่งต่างๆแปลกตา และขนม

ทากามิยะที่เห็นท่าทางร่าเริงแบบนั้นก็อดดีใจด้วยไม่ได้

ชายหนุ่มลูบหัวเด็กหนุ่มอย่างอ่อนโยนแล้วก็ยิ้มไปด้วย

“จ้า~ แล้วเป็นไงมั่ง เลือกซื้อของสนุกมั้ย”

“อื้ม! ขนาดแค่ดูของยังสนุกมากๆ พรุ่งนี้คงมีอะไรดีๆกว่านี้เยอะใช่มั้ยฮะ

“ไม่รู้สิก็รอถึงวันพรุ่งนี้ก่อนนะ”

“ แล้ววันกลับจะมาซื้ออีกมั้ยล่ะฮะ”

“อยู่แล้ว ถ้าอิซุมิ อยากมา!!”

“ดีจัง!!!!” หนุ่มน้อยร้องดีใจมากๆ รอยยิ้มร่าจนคนข้างๆอดรู้สึกดีใจตามไปด้วย

เรจิเห็นเพื่อนรักสวีทกันหวานจ๋อย รู้สึกหมั่นไส้นิดๆ แต่ก็ค่อนขอดอะไรไม่ได้มากนัก

“แล้วล่ะ เธอล่ะ นาโอยะไม่มีอะไรที่อยากได้มั่งเหรอ?”เรจิถาม เมื่อเห็นว่าลูกแมวน้อยไม่ได้ของอะไรมาสักอย่าง

“ไม่ล่ะฮะ ผมเกรงใจคุณอาโอเอะ”

“เถอะน่า!! ไม่ต้องเกรงใจอะไรหรอก!! มีอะไรที่อยากได้ก็บอกละกัน”เรจินึกรำคาญนิดๆ ถ้าอยากได้อะไรก็บอกมาสิ เพื่อคนที่เขาแคร์แล้วไม่ว่าอะไรก็ให้ได้ทุกอย่างเสมอ

“แต่...... ไม่ต้องหรอกครับ แค่มีคุณอาโอเอะ ก็พอ.....”ลูกแมวน้อยทำท่าเอียงอาย ชวนให้น่าเอ็นดู

“เฮ้อ! เธอเนี่ยนะ คราวหลังต้องพูดล่ะ ต้องบอกตรงๆห้ามอ้อมค้อม เข้าใจนะ ”เรจิก้มลงไปลูบผมเบาๆ

“ฮะ คุณอาโอเอะ......”

บรรยากาศของสองคู่ชู้ชื่น หวานแหววจนไกค์หนุ่มอดรู้สึกหึงไม่ได้

“ อะแฮ่ม เอ่อ...... ขอโทษนะครับ ไม่ทราบว่าจะไปที่พักกันเลยมั้ยครับ” ไกค์หนุ่มพยายามขัดบรรยากาศสวีท

“อ๊ะ! โทษทีลืมคุณไปเลย”

“เออ! งั้นก็ไปเข้าที่พักกันก่อนก็ได้”

“งั้นเดี๋ยวกระเป๋าเราจะส่งไปให้ที่โรงแรมทีหลังละกันครับ”ไกค์หนุ่มว่าพลางเรียกบริกรสองคนมารับกระเป๋าไปจัดส่ง อิซุมิและนาโอยะเพิ่งเห็นไกค์หนุ่มก็อดสงสัยไม่ได้ว่าใครกัน

“เอ๋!? คนนี้ใครกันเหรอ “อิซุมิถามทากามิยะ

“เขาเป็นไกค์ไลน์ให้เราน่ะ เจ้าหนู”เรจิสวนตอบแทนขึ้นมาทันควัน

“ไม่ได้ถามซะหน่อย!!”หนุ่มน้อยไม่ชอบที่มักถูกขัดคอและโดนเรียกแบบนั้น

“เอาล่ะ! จัดของให้เสร็จสับแล้วนะครับ เดี๋ยวผมจะนำทางไปโรงแรมให้เลยละกัน ส่วนรายละเอียดอื่นๆเอาไว้ว่ากันในรถ.....”

“เอ๊ะ.... แล้วไม่ทราบว่าหนุ่มน้อยสองคนนี้......เป็นใครกันครับ”คริสทำท่าทางเหมือนเพิ่งมองเห็นหนุ่มน้อยทั้งคู่ พลางยิ้มเหมือนให้ความสนอกสนใจในตัวทั้งสองคนเอามาก

“ เขาเป็นเด็กที่ตามมากับผม ชื่อ ชิราคาว่า นาโอยะ “เรจิแนะนำตัวลูกแมวน้อยของเขา

“ส่วนเจ้าหนูนี่ก็เด็กของเจ้านี่มัน ซากาชิตะ อิซุมิ”

“ยินดีที่ได้รู้จักครับ”สองคนแนะนำตัว อิซุมิยิ้มหวานให้แบบเด็กน้อยร่าเริง ส่วนนาโอยะนั้นยิ้มเรียบๆตามแบบฉบับของเขา แต่ก็แฝงความน่ารักไว้ใต้ใบหน้าที่เต็มไปด้วยยิ้มนั้น

คริสรู้สึกว่าหัวใจเหมือนฉุดลงไปอยู่ใต้ตาตุ่ม พลางถูกศรหรืออะไรบางอย่างเสียบฉึกเข้าที่หัวใจ

“ น่าร๊ากกกกก!!! ทั้งคู่เลย!” เลือดโลลิแทบกระฉูดออก

เขาอดใจไม่ไหวอีกแล้ว! ชายหนุ่มเผลอถลาไปกอดสองหนุ่มน้อยด้วยความรู้สึกที่ห้ามใจเอาไว้ไม่ไหว

“เอ๊ะ......คุณเป็นอะไรไปฮะ!!!”อิซุมิตกใจที่จู่ๆชายหนุ่มเข้ามาสวมกอด นาโอยะเองก็เช่นกัน

เรจิตาลุกประกายเป็นเพลิงไฟ

“หนอย!! เจ้าหมอนี่บังอาจมาสวมกอดลูกแมวน้อยสุดรักสุดหวงของตูได้ไงฟะ เขาเกือบจะรั้งตัวเองเอาไว้ไม่ให้ไปฆ่าคนที่เริ่มตั้งต้นเป็นศัตรูกับเขา

“ลูกแมวของตู ใครจะยอมให้เต๊ะอั๋งได้ฟะ!!!!!!!!!” ขณะที่กำลังจะเตรียมกำปั้นล้างโลก

“อ๊ะ.....”ไกค์หนุ่มเพิ่งรู้สึกตัว เมื่อเจอสายตายขุ่นเขียวที่เริ่มจะลุกเป็นไฟของเรจิ ตายล่ะ เผลอทำชีกอกับลูกค้าอีกแล้ว

“ขอโทษทีครับ!! คือว่า จะพูดยังไงดี แบบว่าเป็นการทักทายของคนไทยเขาน่ะครับ”ชายหนุ่มแก้ตัวขุ่นๆ ไปเรื่อย

“ก็อย่างเวลาที่เราเจอเด็กๆ ก็ต้องกอดให้อบอุ่นใจเข้าไว้ เป็นเรื่องมารยาทอย่างนึงของเรา”โม้แหลกเข้าไปหวังว่าหนุ่มๆพวกนี้ คงไม่รู้เรื่องวัฒนธรรมอะไรมากนักนะ

“เอ๋! แล้วถ้าเจอผู้ใหญ่นี่จะทักทายเหมือนกันไหมครับ”นาโอยะถามด้วยท่าทีสงสัย

“อ๋อ! ถ้าเราเจอผู้ใหญ่ก็แค่ ยกมือแบบนี้แล้วก็ก้มหัวครับ อย่างนี้เราเรียกว่าการไหว้”ชายหนุ่มยิ่งโม้ไปเรื่อยให้เข้ากับวัฒนธรรมต้นแบบจริงๆ

“โห! วัฒนธรรมที่นี่น่าสนใจดีนะฮะ”อิซุมิว่าด้วยความใสซื่อ

“งั้นเอาไว้พรุ่งนี้ผมจะพาเที่ยวให้ทั่วกรุงเทพเลยละกันนะ โอเคมั้ย หรือจะวันนี้ดีเอ่ย”ไกค์หนุ่มถามด้วยน้ำเสียงที่แสดงอาการชีกอ

“ถ้างั้น! ไม่ทราบว่าเราจะได้เข้าที่พักเมื่อไรล่ะ”เรจิถามเสียงขุ่นเขียว

โอนเนอร์ของเราเริ่มจับได้แล้วว่าไอ้หมอนี่คงกำลังถูกใจใครบางคนในหนุ่มน้อยสองคน เสียงของชายหนุ่มแฝงความไม่พอใจมากขึ้น ยิ่งเรื่องตะกี้ก็เกือบทำให้เขาฆ่าคนได้

ในขณะที่ไกค์หนุ่มกลับคิดว่า ชายหนุ่มหน้าดุกำลังโกรธเรื่องที่เขามาชักช้าทำให้เสียเวลาในการเดินทาง

“สงสัยเพราะว่ายังอยากไปที่พักเร็วๆอยู่แหง ”ชายหนุ่มไม่สงสัยท่าทีของเรจินัก เพราะคิดว่านาโอยะเป็นแค่เพื่อนร่วมเดินเฉยๆ ไม่ก็เป็นเพื่อนน้องชายของเขาล่ะมั้ง(เห็นว่าอิซุมิผมดำเหมือนกัน เลยทึกทักเอาเอง)

ไม่ได้ๆ ต้องรักษาคุณภาพการบริการเอาไว้ก่อนเอาไว้ก่อน ชายหนุ่มนึกขึ้นได้ การบริการต้องมาอันดับหนึ่ง

อย่าเพิ่งไปทำหัวงูกับลูกค้าก่อนเลย เรื่องนั้นเอาไว้ทีหลังก่อนก็ได้ ชายหนุ่มนึกยิ้มกระหยิ่ม

แต่พอเห็นใบหน้าของลูกแมวน้อยทั้งสอง ใจก็แทบจะขาดตาย

แค่เห็นใบหน้าน่ารักๆก็จะคลั่งแทบแย่

ในขณะที่เรจิยิ่งไม่พอใจหนักเข้าไปใหญ่ เขารู้สึกว่าไอ้ไกค์นี่มันชักจะทะแม่งๆฟะ

สายตาที่มองเหมือนจะแทะโลมลูกแมวน้อยที่น่ารักของเขายังไงไม่รู้

ความรู้สึกไม่ไว้ใจเพิ่มขึ้นทุกขณะ ทุกเสี้ยววินาที

“งั้นเราก็ไปกันก่อนเลยก็ได้ครับ เอาล่ะทุกคนตามาทางนี้เลยครับ”คริสให้ทุกคนเดินตามไป

ไกค์หนุ่มพาอิซุมิกับนาโอยะเดินไปที่รถก่อนโดยที่พวกเรจิเดินตามมาทีหลัง

ระหว่างที่กำลังจะเดินออกจากสนามบิน เรจิก็เดินมาพูดกระซิบกับทากามิยะเบาๆด้วยท่าทางไม่สบอารมณ์ไกค์หนุ่มคนนี้เอามาก

ไกค์หนุ่มพาอิซุมิกับนาโอยะเดินไปที่รถก่อนโดยที่พวกเรจิเดินตามมาทีหลัง

“ทากามิยะ ฉันว่าเจ้านี่มันส่อท่าทีแปลกมากเลยว่ะ นายว่างั้นมั้ย”เรจิถามความเห็นเพื่อนรัก

แต่ทากามิยะไม่ตอบแม้แต่น้อย

“เฮ้ย!! ทากามิยะเป็นอะไรไป”เรจิสะกิดไหล่ชายหนุ่มอารมณ์ดี แต่เมื่อเห็นใบหน้าของทากามิยะเขาก็ตกใจ

ชายหนุ่มผมทองกำลังซ่อนความโกรธแบบสุดๆไว้ในใบหน้าเรียบเฉย แต่เปล่งรัศมีความอำมหิตเงียบเอาไว้ข้างใต้ จนเรจิมาเห็นอดเสียวสันหลังวาบไม่ได้

เขารู้ว่าเพื่อนรักพยายามฝืนยิ้มมากแค่ไหน แต่ในใจไม่ได้ยิ้มแย้มแจ่มใสเหมือนใบหน้าที่ปรากฏนั่น

“อาโอเอะ! เมื่อกี้เห็นใช่มั้ย มันบังอาจมากอดอิซุมิของฉัน”น้ำเสียงของทากมิยะเปลี่ยนไปเป็นคนละคน

“นายว่าฉันจะปล่อยมันเอาแบบนี้ดีหรือเปล่า หรือว่าจะเริ่มฆ่ามันดี……..”น้ำเสียงแสดงความโกรธสุดๆ ซ่อนไว้ภายให้เสียงราบเรียบที่เปล่งออกมาทุกถ้อยคำ

ตนเรจิเริ่มจะหน้าซีด ความหึงของทากามิยะทำให้เขาหมดอารมณ์หึงไปได้พริบตา

“เอ่อ! ทากามิยะ ใจเย็นๆ มันก็แค่กอด กอดเท่านั้นเองนะ” ตายล่ะ จะว่าไปตั้งแต่เป็นเพื่อนกับทากามิยะมาก็ไม่เคยเห็นมันหึงเลยนี่หว่า

“แค่กอด.....กอดงั้นรึ”ทากามิยะหันควับมาด้วยสายตาชวนขนลุก เรจิยิ่งเห็นยิ่งเหงื่อแตกแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

“ถ้ามันทำแบบนี้อีกครั้ง !!! ฉันจะไม่ปล่อยมันเอาไว้แน่” ชายหนุ่มบอกกับเพื่อนรักด้วยน้ำเสียงราบเย็นแต่เหี้ยมเงียบ เหมือนมีดโกนอาบน้ำผึ้ง เรจิชักจะเริ่มกลัวเพื่อนของเขาในสภาพสยองขวัญมากขึ้นทุกที ชายหนุ่มอึ้งในความหึงสุดๆ แค่เจ้าหนูโดนกอดทำให้เพื่อนเขาเป็นถึงขนาดนี้ นี่ถ้าโดนทำมากกว่านี้ ไม่ได้ส่งคนไปลงนรกแล้วเรอะ

ระหว่างที่เรจิเป็นฝ่ายปลอบเพื่อนเขาให้เย็นลง แทนที่จะถูกปลอบให้เขาเย็นลงเองมากกว่า

นาโอยะกำลังขึ้นไปบนรถรีมูซีนสุดหรูที่มารับพวกเขาไว้ อิซุมิก็เรียกทากามิยะให้เร่งเดินพอดี

“นี่!! ทากามิยะ ทำอะไรอยู่!! เดี๋ยวรถจะออกแล้วนะ”หนุ่มน้อยตะโกนเรียก โดนไม่รู้ว่าคนรักของเขานั้นโกรธสุดๆมากแค่ไหน

“เออ! รู้แล้วน่า”เรจิตะโกนตอบแทน ขืนให้เห็นสีหน้าของทากามิยะตอนนี้ จะเกิดอะไรขึ้นไม่รู้

แต่พอหันกลับไปดูอีกที

“เฮ้ย!! ทากามิยะ หายโกรธแล้วหรือฟะ”เรจิแปลกใจ เขาเห็นทากามิยะเปลี่ยนมาเป็นยิ้มอย่างเก่า ให้หนุ่มน้อยที่คอยยืนดูอยู่

“เอ๋! นายพูดอะไร?ฉันโกรธอะไรเหรอ!!” ทากามิยะกลับมาทำหน้าสงสัยว่าเพื่อนของตนกำลังพูดเรื่องอะไร

“เอ่อ! เปล่า! ไม่มีอะไร”เรจิตอบ เอ๊ะ เมื่อกี้นี้เขาคิดไปเองหรือไง ที่เห็นทากามิยะโกรธเพราะหึง

ท่าทางหึงที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

ชายหนุ่มแปลกใจ พลางคิดว่าเขาคงฝันไป

ทั้งสองคนรีบเดินเข้าไปในรถที่จอดรอรับ

ระหว่างที่กำลังก้าวขึ้นรถนั้นเอง โอนเนอร์หนุ่มก็ได้รู้ว่าเขาไม่ได้ฝันไป

“นี่!! อาโอเอะ..... ถ้าฆ่าคนนอกประเทศจะผิดกฏหมายแค่ไหนฟะ”ชายหนุ่มผมทองกระซิบกับเขาเบาๆ

จนเรจิสะดุ้งโหยง เพื่อนเกิดคุ้มดีคุ้มร้ายอะไรอีกล่ะ เขาก็หันไปเห็นว่าท่าทางอิซุมิกำลังคุยกับคริสอย่างถูกปากถูกคอ พลางยิ้มให้กันและกัน

มิน่าล่ะ!!!

ตลอดทางที่นั่งไปโรงแรม

เรจิคิดในใจพลางหลบรังสีอำมหิตที่นั่งข้างๆเขาตลอดเวลา โดนที่มีลูกแมวน้อยทั้งสองที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกำลังคุยกับไกค์หนุ่มอย่างออกรส

เขารู้สึกไม่ค่อยจะหึงลูกแมวน้อยนาโอยะเท่าไร เพราะเขาไว้ใจในตัวของคนรัก

แต่เจ้าหนูนั่นน่ะสิ เมื่อไรจะหยุดพล่ามกะเจ้าบ้านั่นสักที

เขาสารภาพตรงๆนะ

“ว่ากลัวคนที่นั่งข้างๆมากกว่าอะไรในตอนนี้”

catndog.gif (3077 bytes)

โปรดติดตามตอนต่อไป

แนะนำติชมได้ที่ E-mail : [email protected]

Hosted by www.Geocities.ws

1