Immaculate
of Prayer
By...Cho 11
ตอน 3
สิ้นเสียงตะโกนดังจากหน้าห้อง หนุ่มน้อยก็ได้สติผลักร่างใหญ่ให้ออกจากตัวทันที คราวนี้ร่างสูงยินยอมผละออกแต่โดยดี ใบหน้าละมุนแดงก่ำ หันหลังให้พลางคิดทบทวนเมื่อครู่
เกือบไปแล้ว ! เกือบไป ! ถ้าช้ากว่านี้อีกนิด ถึงตรงนี้แฮรี่ก็ไม่กล้าคิดต่อ ร่างสูงในชุดดำคลุมจรดปลายเท้ามองเด็กหนุ่มอยู่นาน เมื่อเห็นว่าพร้อมแล้วจึงเปล่งเสียงเรียกผู้มาเยือน เชิญ น้ำเสียงคงที่ เย็นชา ฟังแล้วเย็นวาบที่สันหลังอย่างปกติ ต่างจากเมื่อครู่โดยสิ้นเชิง
เมื่อเสียงเย็นเฉียบดังผ่านประตูออกมาเตือนทั้งคู่ให้หันไปสนใจห้องนั้นอีกครั้ง มือที่จับกันไว้เมื่อครู่รีบแยกออก เขินกันคนละนิดหน่อยแล้วจึงผลักประตูเข้าไป
เสียงบานประตูหนาหนักเลื่อนเปิดช้าๆ แม้จะพยายามให้เบาที่สุดแต่ท่ามกลางความเงียบสนิทเช่นนั้น เสียงไม้ครูดกับพื้นหินก็ดังพอที่จะทำเอาผู้มาใหม่สะท้าน
พวกเรามารับพอตเตอร์ครับ เสียงรอนดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ ทั้งสองคนพยายามมองร่างสูงที่อยู่ตรงหน้าตามมารยาทในการสนทนาที่เคยเรียนมา จึงไม่สังเกตเห็นท่าทางของเพื่อนที่ยืนสั่นนิดๆอยู่เยื้องทางด้านหลัง ใบหน้ายังคงสีชมพูเข้ม รวบรวมสติที่เริ่มกลับมาพูดออกไป
งั้นผมขออนุญาตินะครับ พูดพลางเดินออกนอกประตูไปอย่างไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น รอนและเฮอร์ไมโอนี่มองตามอย่างแปลกใจแล้วรีบลาออกมาจากห้องที่แสนน่าอึดอัดตามเพื่อนทันที เมื่อบานประตูไม้โอ๊คแท้ปิดลง ร่างที่เหยียดตรงเมื่อครู่ก็เอนลงกับพนักเก้าอี้ ทอดศีรษะลง ใบหน้าบอกทั้งครุ่นคิดและเสียดาย
ปกติช่วงเวลาที่ว่าง ทั้งสามคนจะไปนั่งรวมกันอยู่ที่ห้องนั่งเล่นรวมเพื่อเล่นหมาก รุกพ่อมด ทำการบ้าน หรือพูดกันถึงเรื่องปัญหาที่พวกเขามักจะมีอยู่เสมอๆ ไม่เคยมีครั้งไหนเลยที่บรรยากาศจะเงียบเท่าครั้งนี้ รอนและเฮอร์ไมโอนี่พยายามถามถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นในห้องปรุงยา แฮรี่ก็เล่าแต่เพียงเขาต้องบดเหล็กในบิลลี่วิกจนหมดคาบเท่านั้น ไม่ว่าทั้งคู่จะเพียรพยายามเท่าไหร่ก็คงได้แต่คำว่า ไม่มีอะไร
กับความเงียบกลับมา ทั้งสองคนเริ่มหน่ายที่จะถามเพราะรู้ดีแก่ใจว่าเพื่อนคนนี้ลองไม่บอกอะไรแล้ว ถามไปก็เท่านั้น จึงเปลี่ยนมาเป็นนั่งปรึกษากันอยู่สองคนเงียบๆ ทิ้งให้หนุ่มหน้าสวยนั่งนิ่งอยู่มุมห้อง แววตาเหม่อลอยไปไกล ( ความจริงน่าจะลอยไปห้องปรุงยาน่ะ )ณ . อีกสถานที่แห่งหนึ่ง ไม่อาจบอกได้ว่าเป็นที่แห่งใด บอกได้ชัดเพียงว่าที่นี่มืดนัก มืดแม้ในเวลากลางวัน และเงียบ เงียบเกือบสนิทก็ว่าได้ เพราะยังคงมีเสียงแหบพร่าจากใต้เสื้อคลุมสีดำที่คอยบงการผู้เป็นดังทาสซึ่งผลัดเปลี่ยนกันมาเฝ้านายดังขึ้นเป็นพักๆ ใบหน้าที่ซ่อนอยู่ใต้ผ้าสีดำนั้นไม่อาจบอกได้ว่าน่าเกลียดน่ากลัวเพียงใด เพราะมิมีผู้ใดอาจหาญพอที่จะเผชิญใบหน้านั้นตรงๆสักครั้ง การฟื้นคืนชีพขึ้นมาไม่ได้หมายความว่าพลังร่างกายจะสมบูรณ์เต็มร้อยทันที เพียงแต่ฟื้นพลังในส่วนมากเท่านั้น อำนาจชั่วร้ายที่มหาศาลก่อนหน้านี้ยังคืนมาไม่ครบ เพียงแต่ อีกไม่นาน ไม่นานเท่านั้น
กริ่งหลังเลิกเรียนดังขึ้น ตามมาด้วยเสียงวิ่งบนทางเดินและเสียงพูดคุยดังเข้ามาในห้องเรียนวิชาแปลร่างที่บ้านฮัฟเพิลพัฟกำลังเรียนร่วมอยู่กับกริฟฟินดอร์ ศาสตราจารย์มักกอลนากัลทำหน้าไม่พอใจที่เธอไม่สามารถสอนให้เปลี่ยนหนูเป็นลูกแอปเปิ้ลได้จบแต่ก็ต้องสั่งเลิก แฮรี่ต้องทำใจอีกครั้ง เขาไม่เคยอยากเรียนวิชาไหนมากเท่าวิชาที่จบไปแล้วนี้มาก่อนเลย แต่ความที่เป็นคนรับต่อเหตุการณ์ทุกอย่างได้ดีมาตั้งแต่เด็ก เพียงชั่วครู่มือเรียวก็คว้ากระเป๋าลุกเดินไปยังห้องปรุงยา โดยมีสายตาสองคู่คอยมองตามอย่างเป็นห่วง
ขออนุญาติครับ เสียงที่พยายามบังคับให้เป็นปกติดังขึ้น เว้นระยะเพียงเล็กน้อยเสียงคนภายในก็ตอบรับอย่างรวดเร็ว มือเล็กจึงผลักบานประตูเข้าไป เห็นร่างใหญ่นั่งอยู่หลังโต๊ะที่มีกองเอกสารเล็กๆกองอยู่เต็ม
สงสัยพึ่งรื้อ ตอนเที่ยงยังไม่มีเลยนี่ ก่อนเอ่ยปายถามเสียงเรียบ ผมต้องทำอะไรบ้างครับ ร่างสูงไม่ได้ตอบคำถามแต่กลับเดินไปที่ชั้นวางสมุนไพร แล้วหันมาเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม
สมุนไพรที่เมื่อเที่ยงเธอบอกฉันว่าจะทำรายงาน ต้นไหน ??
เอ่อ เอ่อ ร่างเล็กตะกุกตะกักเพราะไม่คิดมาก่อนว่าเสนปจะถามอะไรแบบนี้ มองซ้ายมองขวาอยู่หลายรอบก็ยังไม่เจอซักที ทำไมชั้นมันเหมือนกันหมดแบบนี้นะ แฮรี่พึมพำกับตัวเองเบาๆ แต่ก็ไม่พ้นคนหูไวที่ได้ยินอีกจนได้ งั้นเธอไปหาก่อน เจอเมื่อไหร่มาบอกชั้นนะ อ่อ ! ถ้าจะดูชั้นบนละก็ เก้าอี้อยู่นั่น ระวังหน่อยนะ สมุนไพรชั้นนั้นมันแพง ร่างสูงพูดจ้อยๆอย่างผิดนิสัย แล้วเดินไปนั่งทำงานที่โต๊ะ ทิ้งหนุ่มน้อยอีกคนให้ไปเดินหาสิ่งที่ต้องการเอาเอง
หลังจากผ่านการเดิน ก้ม มุด ขุด คุ้ยตามชั้นต่างๆที่คิดว่าน่าจะใช่แล้ว เด็กหนุ่มก็ปีนเก้าอี้อีกครั้ง เป็นครั้งที่เท่าไหร่ก็จำไม่ได้ ดวงตามุมานะหลังแว่นยังคงไล่สมุนไพรนานาชนิดต่ออย่างไม่ลดละ แล้วสวรรค์ก็ไม่ทอดทิ้ง สมุนไพรใบสีม่วงลายขาว ลักษณะเป็นไม้เลื้อยได้ ดอกเล็กจิ๋วสีม่วงขึ้นเป็นพุ่มๆแซมอยู่แต่ไม่มากนัก นัยน์ตาสีเขียวเป็นประกายยินดีอย่างเห็นได้ชัด ประคองเรียงความของเขาไว้ในมือพลางยิ้มแล้วหันหลังกลับมาส่งเสียงเรียกเจ้าของห้อง แต่ทันทีที่พลิกตัวกลับมานั้นเอง ขาที่ยึดกับบันไดไว้ก็เสียหลัก มือขยับจะคว้าแต่นึกได้ก่อนว่ามีสมุนไพรราคาแพงอยู่กับตัวจึงตัดใจกอดไว้แน่น ตะโกนเรียกร่างสูงก้องแล้วหลับตา หันแผ่นหลังลงสู่ด้านล่างเพื่อกันใบสีม่วงขาวน้อยๆเหล่านั้นบอบช้ำ
กึงงงง ..
เสียงบันไดเหล็กล้มลงกระแทกกับพื้นหินดังลั่นทั่วห้อง หนุ่มน้อยหลับตาปี๋เตรียมตัวช้ำในเต็มที่ รอแล้วรอเล่า ก็ยังไม่รู้สึกเจ็บสักทีจึงค่อยๆเปิดเปลือกตาขึ้นมาช้าๆ พลันตาเขียวใสก็สบกับตาเข้มสีน้ำตาลดำที่จ้องอยู่นานแล้วทันที สายตาสองคู่ประสานกันอยู่นานจนร่างเล็กต้องหลบอีกครั้ง พร้อมกับได้สติขึ้นมาว่าตัวเองลอยอยู่เหนือพื้นห้อง อยู่ในอ้อมแขนที่ไม่สามารถโกหกตัวเองได้ว่า อบอุ่น
ทำไมไม่จับบันไดเอาไว้ เสียงดุดังกว่าทุกครั้งที่เคยได้ยิน คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน ตาจ้องร่างเล็กในวงแขนอย่างเป็นห่วงสุดแสนและไม่พอใจระคนกัน
ก็ ก็ถ้าผมทำแบบนั้น ต้นไม้อาจารย์ก็พังหมดซิครับ เมื่อนึกขึ้นได้จึงมองไปที่สมุนไพรในมือ ใบเล็กๆนั้นยังชูก้านแข็งแรงไม่ได้บอบช้ำใดๆ ร่างเล็กยิ้มด้วยความโล่งใจตรงข้ามกับร่างใหญ่ที่ยิ่งทำหน้าดุหนักเข้าไปอีก นัยน์คาสีชามองร่างของผู้อยู่ตรงหน้าแล้วก็โกรธไม่ลงแต่ยังไม่วายโมโหอยู่ดี เสียงเข้มจึงหลุดปาก
เธอคิดว่าต้นไม้นั่นสำคัญกับฉันมากกว่าเธอรึไง !?
เงียบ
ทั้งคนพูดที่หลุดปากออกไปอย่างไม่ทันคิด และคนฟังที่กำลังตั้งใจฟังเทศน์อยู่เต็มที่ ต่างคนก็ต่างเงียบ หน้านวลรีบก้มหน้าให้ต่ำเพื่อปิดใบหน้าที่แดงจัดและเสียงหัวใจที่เต้นผิดปกติ ดวงตาสีมรกตกระพริบถี่ๆอย่างไม่เชื่อสิ่งที่ได้ยิน สองมือนุ่มแทบจะปล่อยสมุนไพรล้ำค่าตกลงพื้นไปแล้วถ้าไม่เป็นเพราะร่างสูงวางเขาลงเสียก่อน
เนฟฟ์ เสียงของร่างใหญ่เอ่ยขึ้นอย่างขรึมๆ เป็นสมุนไพรที่ขึ้นอยู่ทางตอนเหนือในที่ที่เย็นจัด สามารถใช้แทนยาได้หลายชนิด มีราคาแพงมากในตลาดสมุนไพร รายละเอียดอยู่บนโต๊ะนั่นน่ะ ไปหาดูละกัน วันนี้ฉันจัดข้อมูลใหม่พอดี พูดจบก็เดินดุ่มๆไปเก็บบันได จัดชั้นวางของห่างออกไป ร่างเล็กแม้ยังงงๆอยู่กับเหตุการณ์เมื่อกี้ แต่ก็เดินไปหาข้อมูลที่โต๊ะโดยดี
ที่โต๊ะไม้ขนาดใหญ่ แม้จะไม่มากแต่ก็พอที่จะบรรจุเอกสารที่แยกหมวดไว้อย่างเรียบร้อยเป็นตั้งๆได้มากมาย เมื่อเจอสิ่งที่ต้องการแล้วมือน้อยๆก็ดึงออกมาอ่านทันที ร่างเล็กพยายามที่จะจำให้ได้ทั้งหมดแต่เมื่อเห็นจำนวนของแผ่นกระดาษแล้วก็ต้องส่ายหน้าอย่างหมดหวัง หันไปถามผู้ที่ง่วนอยู่กับชั้นยา
เอ่อ อาจารย์จะให้ผมยืมกระดาษม้วนนี้สักวันนึงได้มั้ยครับ พรุ่งนี้ผมจะเอามาคืน เสียงเล็กขออนุญาตอย่างสุภาพ แต่ร่างใหญ่ก็ตอบกลับมาทันที
ไม่ได้
หน้าสวยต้องซีดลงอีกครั้ง นี่เขาจะต้องท่องหมดนี่เลยงั้นหรือ?!? เหมือนกับรู้ เสียงเดิมก็พูดต่อ
เธอต้องมาทำในห้องนี้ ฉันไม่ชอบให้ใครเอาของในห้องนี้ออกไปนักหรอก พลางหันมายิ้มให้ร่างเล็กอย่างเจ้าเล่ห์ บุรุษร่างน้อยไม่มีทางเลือก แม้ไม่เต็มใจเท่าไหร่แต่ก็ ไม่ได้รังเกียจอะไร หนุ่มน้อยจึงตกปากรับคำไปอย่างง่ายดาย
![]()
โปรดติดตามตอนต่อไป
ตอนที่สามแล้ว ! ขอบคุณทุกๆท่านที่ยังทนอ่านมาจนถึงตอนนี้นะคะ
[email protected] = ^_^ =