Let's me die in
your embrace
By...T&C
คำเตือน: เรื่องนี้ไม่เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่นิยมความรุนแรง
++++++++++++
Part1
แสงเทียนที่ปฏิบัติหน้าที่ของมันอย่างซื่อตรงส่องสว่าง มันเป็นต้นกำเนิดแสงเล็กๆเพียงหนึ่งเดียวในห้องอันแสนจะวังเวงเงียบสนิทแห่งนี้ ร่างที่นั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้เหมือนกับจะเป็นส่วนหนึ่งของบรรยากาศอันเงียบเหงาในห้องแห่งนี้ มีเพียงสายตาคมกริบซึ่งไล่ไปตามอักษรเท่านั้นที่แสดงให้รับรู้ได้ว่าอย่างน้อยก็ยังมีสิ่งมีชีวิตสถิต ณ.ห้องแห่งนี้
แสงเทียนที่สะบัดวูบไปตามแรงลมที่พัดเข้ามาทำท่าจวนจะดับลงหลายครั้ง ดั่งผู้ที่ตะเกียดตะกายว่ายน้ำข้ามฝั่ง จวนจะจมแหล่มิจมแหล่ ทำให้เงาของสิ่งที่อยู่ในห้องพลอยวูบวาบสะบัดไปด้วย เหมือนหนึ่งวิญญาณร้ายที่คอยหลอนกัดกร่อนจิตใจ
นิ้วเรียวสีซีดเผือดกรีดหน้าหนังสือ ก่อนที่จะพลิกเพื่อที่จะอ่านในหน้าต่อไป แต่นัยน์ตาสีดำสนิทเฉกเช่นเดียวกับรัตติกาลภายนอกนั้นตวัดไปเบื้องหลัง หรี่ลงอย่างไม่ไว้ใจตามนิสัยหวาดระแวงของตน ก่อนที่จะหันมาสนใจกับหนังสืออย่างเดิม
แต่แล้วหนังสือก็ถูกปิดลงอย่างรุนแรงและกระแทกลงกับโต๊ะที่ตั้งอยู่ด้านข้าง ออกมานะ แบล๊ก ฉันรู้ว่าแกอยู่ในห้องนี้เสียงตวาดอย่างเกรี้ยวกราดดังออกมาจากร่างที่ผอมบาง ดวงตาสีดำสนิทที่ตัดกับผิวซีดเซียวเป็นประกายกร้าว จะซ่อนตัวไปทำไม ในเมื่อแกบังอาจเข้ามาท้าทายฉันถึงในห้องอย่างนี้
ร่างที่อยู่ในชุดคลุมยาวก้าวออกมาจากมุมมืดของตู้ที่ตั้งติดอยู่ที่มุมห้อง ใบหน้าที่เคยหล่อเหลาประดุจมนต์มายาสะกดนั้นดูโทรมและซีดเซียวไปกว่าอดีตกาล แต่ยังคงเค้ารูปหน้าที่ดูดีเช่นเดิม สเนป เขากล่าวชื่อของอีกฝ่ายเบาๆ น้ำเสียงเจือไปด้วยความเกลียดชังอย่างเห็นได้ชัด
ดวงตาสีดำสนิทของ เสนป เซเวอร์รัส จ้องร่างของศัตรูผู้ที่ไม่ได้รับเชิญ ราวกับว่าเมื่อเขาละสายตาแล้วร่างนั้นอาจจะหายไปหรือไม่ก็จู่โจมเข้าทำร้ายเขา
ถ้าไม่ติดว่าท่านอาจารย์ใหญ่สั่งให้ฉันร่วมมือกับแกแล้วล่ะก็ ป่านนี้แกได้กลับไปอยู่อัซคาบันอีกรอบแล้วสเนปหัวเราะเย็นเยือกชนิดฟังแล้วเหมือนเจ้าของเสียงเป็นภูเขาน้ำแข็งที่ไม่มีวันละลาย
น้ำเสียงเย้ยเยาะและการหัวเราะที่เย็นชาทำให้ความจงเกลียดจงชังที่เคยมาจนแทบล้นทะลักยิ่งเพิ่มเท่าทวีคูณยิ่งขึ้นไปอีก เหมือนกับมหาสมุทรแห่งความโกรธเกลียดจะไร้ซึ่งเบื้องลึก และไม่สามารถจะหยั่งได้ และดูเหมือนกับว่าอีกฝ่ายจะรู้สึกเช่นนี้เหมือนกัน
อย่ามาทำปากดีไปหน่อยเลย สเนป ทั้งๆที่ตัวเองมี -ตรามาร- อยู่กับตัวซิริอัส แบล็ก ย้ำคำที่อีกฝ่ายไม่อยากจะได้ยินให้ชัดเจนและหนักแน่น ประสงค์จะใช้แทนมีดที่แสนคมกรีดลงไปในเบื้องลึกแห่งหัวใจ
ตาสีราตรีมืดสนิทของสเนปวาวโรจน์ด้วยความโกรธที่ประดุจหนึ่งน้ำกรดร้อนระอุสาด เอื้อมมือไปบีบข้อมืออีกข้างอย่างรุนแรง ราวกับรอยแผลนั้นถูกไฟลวก
แบล๊ก ออกไปจากห้องฉันเดี๋ยวนี้!!เสียงนั้นตวาดอย่างหงุดหงิด เหมือนหนึ่งอารมณ์ที่สะกดกลั้นไว้จะทะลายออกมา ไปทำงานที่ได้รับ ถ้าจะให้ดีก็ไปพบจุดจบอันน่าสมเพชเหมือนกับเจ้าพอตเตอร์ด้วย!!
ถึงแม้ว่าซิริอัสจะพยายามคงสติให้มั่นคงเพียงใด แต่ในเวลานี้เขาก็ไม่อาจจะทำได้แล้ว เมื่อเจ้าศัตรูคู่แค้นของเขาเอ่ยพาดพิงถึงเพื่อนสนิทที่ลาลับ ชั่วพริบตาเดียว ร่างของซิริอัสก็ปราดเข้าไปชิดกับร่างผอมบางพอดี ท่อนแขนแข็งแรงกดเข้าไปที่ซอกคอและดันร่างของสเนปไปชิดติดกับกำแพง ดวงตาสีดำวาวและร้อนระอุไปด้วยเปลวแห่งความโกรธ
ถอนคำพูดของแกเดี๋ยวนี้ สเนป ไม่งั้นมีเรื่องแน่เสียงเกรี้ยวกราดของซิริอัสตะคอกใส่สเนป แต่คนโดนตะคอกใส่ดูจะไม่ยี่หระต่อท่าทีของอีกฝ่ายเลย
แล้วไง จะมีอะไรเหรอน้ำเสียงหยันๆของสเนปกระซิบเหมือนกับจะยั่วอารมณ์ของอีกฝ่ายให้โกรธเกรี้ยวยิ่งขึ้นไปอีก แกกับเจ้าพอตเตอร์นั่นก็เหมือนๆกันน่ะแหล่ะ มีอะไรที่ฉันจะต้องถอนคำพูดด้วยล่ะ..
และสเนป เซเวอร์รัสก็พูดได้เพียงเท่านั้นเมื่อเจอหมัดลุ่นๆของซิริอัสซัดเต็มแรงเข้าไปเต็มแก้ม ทำเอาร่างบางๆนั้นปลิวกระแทกกับผนังหินเย็นเฉียบ และครูดตัวไปตามแรงจนหยุดลงที่ขอบเตียง
สเนปถึงกับไอสำลักออกมาเป็นเลือดเนื่องจากไปกัดเฉี่ยวๆที่ลิ้น และเลือดก็ไหลลงลำคอ กรามของเขาเหมือนกับจะร้าวไปหมด สติมึนงงไม่สามารถลุกขึ้นมาได้ แต่ก็ยังมีพอสำหรับชักไม้กายสิทธิ์ขึ้นมาและเตรียมจะร่ายมนต์
แต่ซิริอัสก็เหมือนนกรู้ ปราดเข้ามาอย่างรวดเร็วใช้ปลายเท้าเตะที่มือของสเนป จนไม้กายสิทธิ์หลุดออกจากมือเจ้าของที่ไถลลื่นไป
น่าสมเพช สเนป เซเวอร์รัส ไร้ไม้กายสิทธิ์ก็เหมือนเช่นไร้ซึ่งแขนขา หึเขาหัวเราะเย็นๆ จ้องร่างที่พยายามหาทางหนีของผู้อยู่เบื้องหน้า กระชากคอเสื้อคลุมยกขึ้นจนร่างบางๆลอยเท้าไม่แตะพื้น ก่อนที่จะเหวี่ยงลงไปกระแทกกับเตียง
ซิริอัสก้าวขึ้นไปบนเตียง ก่อนที่จะตวัดขาคร่อมร่างของสเนปเอาไว้ มือทั้งสองข้างรวบที่คอเรียว ค่อยๆออกแรงบีบขึ้นเรื่อยๆ จะทำอะไรก่อนดีนะ ทำให้นายหายใจไม่ออกทรมานซะดีมั๊ยเสียงที่เย็นเยียบแผ่วเบาประดุจฝีเท้าของพญามารสะกดร่างของสเนปให้แข็งค้างประดุจก้อนหิน และเย็นวาบถึงสันหลัง!
++++++++++++
ลมหายใจของสเนป เซเวอร์รัสขาดห้วง!
ไม่ใช่เพราะแรงกดจากมือคู่ใหญ่ แต่เป็นเพราะดวงตาคู่นั้นที่เย็นเยียบยิ่งกว่าลอร์ดโวลเดอร์มอร์ !!
สเนปอ้าปาก ถึงแม้ว่าเขาอยากจะพูดอะไรก็ตามเถอะ แต่ว่าเสียงมันไม่ยอมลอดออกจากลำคอ ภายในดวงตาสีดำสนิทเช่นเขา มีทั้งความโกรธ เกลียดชัง แค้น ปนเปกันไปหมด ร่างของเขาเหมือนกับจะหายไปเมื่อมองเข้าไปดวงตาคู่นั้น แต่เขาก็ไม่สามารถหลบตาศัตรูคู่แค้น ซิริอัส แบล๊ค ได้เลย
"เอาสิ อยากจะพูดอะไรก็พูดมาเลย"น้ำเสียงเย้ยหยันของซิริอัสดังก้องห้อง หัวเราะอย่างเยือกเย็น "เป็นอะไรไป สเนป พูดไม่ออกแล้วรึ"ซิริอัสกระตุกยิ้มนิดนึง ก่อนที่จะล้วงเข้าไปหยิบไม้กายสิทธิ์ใต้ผ้าคลุมเก่าๆ รวบข้อมือของสเนปขึ้น แตะลงแล้วพึมพัมคาถา
พลันนั้น! สเนปรู้ได้ว่าเขาโดนคาถาผูกรัดที่ข้อมือ ถึงแม้ภายนอกจะเหมือนกับไม่มีอะไรเลย แต่ข้อมือทั้งสองข้างของเขาเหมือนกับเชือกเส้นโตรัดและตรึงไว้กับหัวเตียง
ฉับพลัน เมื่อซิริอัสสะบัดไม้กายสิทธิ์ ร่างของสเนปก็พลิกกับ หน้าลงไปซุกลงบนเตียง จากนั้นซิริอัสก็โยนไม้กายสิทธิ์ทิ้งอย่างไม่ใส่ใจ มือเอื้อมไปฉีกกระชากเสื้อคลุมรวมถึงเสื้อตัวในหลุดขาดออกมาอย่างแรง เผยให้เห็นแผ่นหลังที่ขาวนวล
ซิริอัสยิ้มเหี้ยมๆ ก่อนที่จะล้วงเข้าไปในเสื้อคลุมอีกครั้ง และหยิบมีดพับออกมา "สเนป เซเวอร์รัสที่น่าสมเพช ฉันอยากจะเห็นเลือดแกจริงๆ ว่าตอนนี้มันสีอะไร"และเขาก็จรดปลายมีดที่เย็นเฉียบลงบนแผ่นหลังขาวๆ ค่อยๆกดมีดและกรีดตามความยาวของสันหลัง เลือดที่ทะลักซึมออกมาตามรอยแนวกรีดเป็นสีแดงสด "อึ๊ก!"สเนปกัดฟันสะกดกั้นความเจ็บ ตัวเขาในตอนนี้น่าสมเพชยิ่งนัก
"หึ อย่างน้อยเลือดของแกก็ยังสีเหมือนคน"ซิริอัสใช้ปลายลิ้นเลียเลือดบนมีด ก่อนที่จะกรีดตามแนวขวางจนเป็นรูปไม้กางเขน สเนปกัดฟันกรอดๆ พึมพัมสบถอยู่ในใจ
"กรีดร้องออกมาสิ"ซิริอัสตะโกน "หรือว่าแผลแค่นี้มันยังไม่สะเทือนพวกเลือดเย็นอย่างแก"เสียงหัวเราะที่คล้ายดั่งเสียงโหยหวนของยมทูตกรีดเข้าไปในเบื้องลึกของสเนป และเจ็บถึงตรามารที่ประทับไว้บนท้องแขนของเขา
สเนปได้ยินเสียงฝีเท้าเดินไป แต่แล้วร่างนั้นก็วกเข้ามาอีก แล้วเขาก็ต้องสะดุ้งสุดตัวเมื่อความร้อนกระทบบนแผลสด ดั่งเพลิงนรกโลกันต์แผดเผา เสียงตะโกนของเขาหายกลับไปในลำคอเหมือนมีมือลึกลับมาปิดปากเอาไว้
ซิริอัสยิ้มหยันนิดๆ ถือแท่งเทียนเหนือแผลกางเขนของสเนป เพื่อที่จะให้น้ำตาเทียนหยดลงบนแผลพอดี
สเนปถึงกับดิ้นพราด ร่างสูงจึงขึ้นไปนั่งคร่อมทับช่วงสะโพกเอาไว้ น้ำหนักตัวที่กดลงมาทำให้ร่างบางๆของสเนปไม่สามารถกระดุกกระดิกได้อีก
"เป็นไง อวดดีไม่ออกแล้วเหรอ น่าแปลก ที่แกรู้จักเจ็บรู้จักปวดเหมือนคนอื่น หึ สัตว์เลือดเย็นอย่างแกน่ะ ฉันรู้ ถึงโดนแค่นี้ก็ไม่เป็นไรหรอก"น้ำตาเทียนที่หยดลงบนแผลเป็นรูปไม้กางเขน ยึดแน่นราวกับจะใช้ปิดแผลเอาไว้
น้ำตาของสเนป เซเวอร์รัสอาบแก้มขาวซีดของเขา ความเจ็บที่ยิ่งกว่าตกนรกและที่เจ็บยิ่งกว่าคือ เจ็บใจตนเอง ที่ไม่มีกำลังอะไรเลย ไม่สามารถจะช่วยตัวเองได้เลย เขาอยากจะหมดสติหนีจากเวลานี้ไปให้เร็วที่สุด!
มือของซิริอัสตวัดไปจิกผมของสเนป และกระชากขึ้นมาเต็มแรง
"อึ๊ก!"สเนปหน้าหงายตามแรงฉุดกระชาก
"เป็นอะไรไปล่ะ เซเวอร์รัส"ซิริอัสเปลี่ยนสรรพนามมาเรียกชื่อของสเนป ยิ่งตอกย้ำความอ่อนแอในขณะนี้ของเขาขึ้นไปอีก "ทำไมเงียบไป ไม่ผรุสวาทหรือเชือดฉันด้วยคำคมๆเหมือนที่แกเคยทำเลยนี่"
สเนปกัดริมฝีปากจนห้อเลือด ตวัดดวงตาที่ชุ่มด้วยน้ำตามองไปยังร่างสูง
มืออีกข้างของซิริอัสบีบคางที่ปวดร้าวของอีกฝ่ายอย่างแรง ราวกับอยากให้มันแหลกคามือ "เอาสิ ขอร้องฉันสิ อ้อนวอนฉัน เอาสิ สเนป ถ้าแกยอมเลียเท้าฉัน ฉันจะปล่อยแก"ซิริอัสหัวเราะอย่างบ้าคลั่งราวกับคนเสียสติ
"บาสตาร์ด!!!ฟัคยูแดมน์!!"สเนปด่าออกมาอย่างโกรธแค้น "ให้ฉันตายดีกว่าจะต้องทำอย่างนั้น Shit!!"
ดวงตาของซิริอัสวาวโรจน์ขึ้นมาอีกครั้งด้วยความโกรธ "ได้!!อยากได้อย่างนั้นใช่มั๊ย"เขาตวาดอย่างเกรี้ยวกราด "ถ้าชอบเล่นแรงๆก็ดีแล้ว!!"
ซิริอัสตะปบกงเล็บที่แหลมคมลงบนหลังของสเนป แผ่นน้ำตาเทียนที่จับเป็นแถบหลุดออกมาแรง รอยกงเล็บยาวเป็นรอย 4 แถบ ทาบทับรอยที่กรีดอยู่แล้ว
สเนปกรีดร้องออกมาอย่างสะกดกลั้นไม่ไหว เสียงหัวเราะอย่างพึงพอใจของซิริอัสทำให้ความเจ็บแล่นขึ้นเป็นริ้วๆพาดพิงทั่วลำตัว กงเล็บดั่งเคียวพญายมที่ฟันกระหน่ำลงมาอย่างไม่ปราณี
"เอ้า ร้องเข้าไป กรีดร้องเข้าไปให้สุดเสียง!!!!!!!"ซิริอัสใช้นิ้วกรีดแหวกเข้าไปตามร่องแผล เลียเลือดจากปลายนิ้วประดุจหนึ่งแวมไพร์ที่ดื่มเลือดเหยื่ออย่างหิวกระหาย เสียงหัวเราะกึกก้องไม่ขาดสาย
+++++++++++++++
เลือดสีแดงสดนองไปทั่วแผ่นหลังขาวซีดก่อนที่จะหยดลงมาซึมกับผ้าปูที่นอนเป็นรอยแดงวงกว้าว ร่างผอมบางพยายามดิ้นให้หลุดจากอุ้งมือของเพชฆาตที่ดุร้ายป่าเถื่อน แต่จะเกิดผลอะไรเล่า เมื่อร่างของอีกฝ่ายที่กดทับทั้งสูงใหญ่และมีพละกำลังมากกว่าเขานัก
"ม่ายยยยย อ๊ากกกกกกกกกก!!!!!!!!!!!"สเนปกรีดร้องสุดเสียงดั่งสัตว์ที่ถูกเชือด ก่อนที่จะฟุบลงอย่างหมดแรงเพราะการดิ้นและกรีดร้องเมื่อซิริอัสดึงนิ้วออกจากร่องแผลและลุกออกไปยืนข้างเตียง สเนปหอบตัวโยน ใบหน้าและร่างกายพราวไปด้วยหยาดเหงื่อ
แม้ว่าร่างข้างหน้าจะเจ็บช้ำจนแทบเจียนตาย แต่เขาก็หาได้ใส่ใจไม่ วิญญาณของสัตว์ร้ายของเขากระหายหิวกลิ่นคาวเลือดและเสียงกรีดร้องอย่างทรมานเป็นที่สุด
มือคู่ใหญ่ปลดเข็มขัดออกตนออก ก่อนที่จะเลื่อนมือขวาไปจับที่หัวเข็มขัด และหวดลงไปที่แผลบนหลังอย่างแรง!!
ร่างของสเนปถึงกับสะดุ้งเฮือก! สายหนังกระหน่ำลงมาอีกครั้ง สเนปพยายามบิดกายพลิกตัวเพื่อหลบจากสายหนัง แต่ถูกเท้าของซิริอัสเหยียบกดลงมาที่ต้นขาและขยี้อย่างไม่ปราณี ผ้าบางๆไม่สามารถจะกันพื้นรองเท้าที่หยาบกระด้างและแข็งได้เลย เนื้ออ่อนบริเวณโคนขาถูกขยี้จนเจ้าของร่างร้องลั่น
สายหนังที่ตวัดลงมาบนหลังที่เจ็บช้ำครั้งแล้วครั้งเล่าไม่หยุดหย่อนเรียกเสียงกรีดร้องได้ไม่ขาดสาย ดั่งตกขุมนรกโลกันต์ เลือดสีแดงสดไหลออกมาไม่ขาดสายจากปากแผลและยิ่งฉีกขาดลึกยิ่งขึ้นเมื่อเจ้าของร่างพลิกตัวไปมาด้วยความเจ็บปวด เลือดซิบๆที่เกิดจากการหวดซ้ำแล้วซ้ำเล่าบนแผ่นหลังเล็กซึมออกมาทั่วทั้งหลังราวกับทะเลเลือด ซิริอัสจงใจที่จะไม่กรีดแผลกางเขนตรงกลางหลังพอดี เพราะมันจะไปตรงกับกระดูกสันหลังของเหยื่อ เพื่อที่จะไม่ให้เหยื่อ 'ตาย' ง่ายเกินไป
คำสบถผรุสวาทในหัวของสเนปหายไปหมด เหลือเพียงแต่ความเจ็บปวดเพียงตาย เขาคิดว่าแม้ตายก็คงจะไม่เจ็บเพียงนี้ ทั่วทั้งตัวปวดร้าวเหมือนกับจะไม่ใช่ร่างกายของตน แต่ความเจ็บเพียงประการเดียวที่ยังคงเตือนสติไว้อยู่ และสิ่งสุดท้ายที่เหลืออยู่ในหัวก็คือ เขาจะไม่ยอมสยบให้แก่มันแน่ๆ!
"แก "สเนปกัดฟันพูด "ไอ้ ส..สัตว์นรก ไปตายซะเถอะ!!!!!"
เส้นหนังสีดำสนิทที่อาบไปด้วยเลือดหยุดลงทันที ซิริอัสไม่คิดว่าเหยื่อของเขายังคงกำแหงจองหองได้อีก ดวงตาสีดำเย็นชาและคมกริบยิ่งกว่าครั้งใดๆ "ดี"เขาพูดช้าๆเต็มไปด้วยความเย็นชา "ถ้าแกยังมีแรงด่าฉันได้ ก็คงอีกนานที่จะตายสินะ" ร่างสูงหัวเราะหึๆในลำคอ ก่อนที่จะเอื้อมมือไปกระชากดึงเข็มขัดของร่างที่อยู่บนเตียงออก ดึงทั้งกางเกงชั้นนอกและในกระชากออกมาพ้นขาทั้งสองข้าง
ดวงตาของสเนปที่นอนพลิกคว่ำอยู่เบิกโพลงด้วยความตกใจระคนสงสัย ร่างของซิริอัสขึ้นมาบนเตียงอย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะดึงสะโพกของสเนปขึ้นและสอดอวัยวะที่แข็งขืนไปด้วยแรงโทสะ โมหะ และเจือด้วยราคะ เข้าไปในร่างของสเนปอย่างรวดเร็ว รุนแรง ไร้ความปราณีใดๆทั้งสิ้น
สเนปถึงกับตาเบิกโพลง ทั้งจุกและเจ็บจนหัวสมองตื้อและหูอื้อไปหมด แล้วก็ต้องกรีดตะโกนอีกครั้งเมื่อร่างสูงกระแทกกระทั้นสอดใส่อย่างรุนแรง
ดวงตาสีดำสนิทลอยคว้างด้วยความเจ็บอย่างสุดขั้วนรก บัดนี้ร่างของสเนปเขยื้อนขยับไปตามแรงกระแทกของซิริอัสเท่านั้น ดั่งตุ๊กตาที่ไร้ความรู้สึกเพราะเจ้าของร่างได้หมดสติไปแล้ว
เมื่อซิริอัสปลดปล่อยเรียบร้อยแล้ว เขาก็ดึงอวัยวะที่ได้รับการปลดปล่อยออกมา พร้อมกับน้ำสีขาวขุ่นและเลือดที่ค่อยๆไหล่ลู่ลงมาตามเรียวขา ดวงตาสีดำจ้องมองร่างที่ไร้สติอย่างไม่ใยดี
ร่างของซิริอัสค่อยเปลี่ยนเป็นร่างของสุนัขสีดำตัวใหญ่ วิ่งไปคาบไม้กายสิทธิ์ของตนและวิ่งออกไปจากห้องอย่างรวดเร็วราวกับภูตแห่งสายลม
++++++++++++++++
ชั่วโมงปรุงยาเป็นชั่วโมงสุดท้ายของคาบเรียนในวันนี้ แฮร์รี่ รอน และเฮอร์ไมนี่วิ่งตื๋อมายังห้องเพราะว่าพวกเขาสายมากแล้ว ซึ่งเป็นที่แน่นอนว่าจะต้องโดนหักคะแนนอีกแน่ๆ
ทั้ง 3 วิ่งมาหยุดอยู่ที่หน้าประตู หายใจหอบแรงๆ มองหน้ากันก่อนที่จะผลักประตูเข้าไป
สายตาของแฮร์รี่พุ่งตรงไปยังหน้าชั้นเรียน แล้วเขาก็ต้องอ้าปากค้าง
ไม่มีสเนป!
รอนกับเฮอร์ไมนี่มองหน้ากันอย่างงงๆ ก่อนที่ทั้ง 3 จะเดินมานั่งที่ประจำ
"แปลก?"แฮร์รี่ขมวดคิ้ว "สเนปเข้าสายเรอะ"
รอนมองไปยังมัลฟอยที่ทำหน้าสงสัยไม่แพ้พวกเขา "ใช่ แปลกจริงๆ แล้วฉันก็เดาได้ว่ามัลฟอยก็ไม่รู้ว่าทำไมสเนปถึงมาสาย"
"นี่มันเกินเวลาเข้าไปเกือบครึ่งคาบแล้วนะ"เฮอร์ไมนี่เบ้ปาก "บทต่อไปยังไม่ขึ้นเลย ต้องเรียนไม่ทันแหงๆ"
"ฉันว่า.."ก่อนที่รอนจะพูดอะไรอีก ประตูก็เปิดออก แต่ร่างที่ก้าวเข้ามาไม่ใช่ร่างของสเนป เซเวอร์รัส แต่เป็น ศจ.มักกอนนากัล หล่อนไปอย่างรวดเร็วไปหน้าชั้นเรียน ก่อนที่จะประกาศเสียงดัง
"วันนี้ ศจ.สเนปมีธุระด่วนต้องทำ จึงมาสอนพวกเธอไม่ได้ เอาล่ะ พวกเธอนั่งเงียบๆ แล้วทบทวนบทเรียนไป"แล้วก่อนที่เดินออกจากห้องก็หันมาขู่ "ถ้าใครออกจากห้องแล้วไปก่อเรื่องล่ะก็ เธอต้องได้รับโทษพร้อมกับการบ้านกองโตที่เธอคาดไม่ถึงเชียวล่ะ"
แต่แฮร์รี่ไม่คิดว่าศจ.มักกอนนากัลจะขู่แน่ๆ เพราะว่าคำพูดของเธอมักจะจริงเสมอ
"สเนปไม่มา มีธุระด่วน"รอนพึมพัม
"แปลก ตั้งแต่เรียนมาฉันยังไม่เคยเห็นสเนปพลาดการสอนเลยนี่นา"
"อื๋อ?"รอนขมวดคิ้วอย่างใช้ความคิด "นายจำเมื่อตอนกลางวันได้มั๊ย ที่เฟร็ดกับจอร์จบอกว่าวันนี้จะเกิดเรื่องอัศจรรย์ขึ้น"
"นี่มันยิ่งกว่าอัศจรรย์อีก"เฮอร์ไมนี่บอก สายตาไล่ไปยังตัวหนังสือในบทเรียน
แฮร์รี่โคลงหัว "อย่าไปคิดเลย คิดไปก็ปวดหัวเปล่าๆ" แล้วแฮร์รี่กับรอนก็เปิดกระเป๋านำการบ้านวิชาพยากรณ์ศาสตร์มาทำให้เสร็จ
+++++++++++++++
วันหยุดสุดสัปดาห์ครั้งนี้แฮร์รี่ไม่ได้ไปฮอกมี๊ดเพราะเขามีซ้อมควิชดิชและยังคงมีการบ้านเหลืออีกมากมาย
"เฮ้อ! เหนื่อยเป็นบ้า"แฮร์รี่ถือไฟร์โบลต์คู่ใจของเขาเดินไปตามทางเดิน คิดถึงบัตเตอร์เบียร์และขนมที่รอนกับเฮอร์ไมนี่จะขนมาฝาก จนกระทั่งมองเห็นชายเสื้อคลุมสีดำ
สายตาของแฮร์รี่ไล่ขึ้นไปเรื่อยๆจนจรดไปหน้าซูบซีด แฮร์รี่คิดว่าเขาไม่ควรเดินมาทางนี้เลย
ใบหน้าของสเนปดูทมึนๆผิดปกติ ออร่าหงุดหงิดแผ่กระจายไปทั่วบริเวณจนแฮร์รี่ถึงกับผงะ
"พอตเตอร์!"เขาตะคอกเสียงเบาจนแทบเป็นกระซิบ แต่กับแฮร์รี่นั้นมันดังยิ่งกว่าเสียงพากย์ควิชดิชของลี จอร์ดัน ซะอีก "เธอมาทำอะไรที่นี่"
'ก็เห็นอยู่ว่าจะทำอะไร ประสาท'แฮร์รี่แอบด่าอยู่ในใจ "มาเก็บไม้กวาดฮะ
แต่แล้วเขาก็ต้องสะดุ้งเพราะสเนปมองอย่างไม่พอใจเหมือนกับอ่านใจเขาได้ "ไปซะ"เขาตะคอกเสียงแผ่วใส่แฮร์รี่
"ฮะ"แฮร์รี่ก้าวถอยหลังก่อนที่จะออกเดิน แต่แล้ว
ร่างของสเนป เซเวอร์รัสก็ล้มพับใส่เขา ซึ่งแฮร์รี่ก็รับไว้ได้ทันพอดี (อย่างไม่ได้ตั้งใจเพราะมันมาอยู๋ในรัศมี) แฮร์รี่ตะลึง อ้าปากกว้างแหกปากลั่น "เฮ๊ย!!!!!!!!!"แต่มันก็ดังแค่ในลำคอของเขาเท่านั้น
แฮร์รี่อ้าปากเหมือนจะพูดอะไรแล้วก็ปิดปาก แล้วก็อ้าปากอีก ทำเหมือนปลาทองฮุบน้ำ "ไม่จริง ไม่เอานะ"แฮร์รี่เหล่มองร่างสเนปราวกับว่าหางของหางหนามมาพาดอยู่บนบ่าของเขา
ระหว่าที่แฮร์รี่กำลังทำอะไรไม่ถูกนั้น จิตใจสองฝ่ายของเขาก็เถียงกันอยู่
มืด/โยนทิ้งไปเลย
สว่าง/จะบ้าเหรอ ถ้าเขาเป็นอะไรขึ้นมาล่ะ
มืด/นี่นายห่วงสเนปเรอะ
สว่าง/ยังไงๆเขาก็เป็นอ.นะ
มืด/เป็นอ.แล้วไง
สว่าง/จะปล่อยให้เขาอยู่ตรงนี้ได้ไง เผื่อว่าเขาเป็นอะไรขึ้นมาล่ะ
มืด/ดีจะตาย ไม่ต้องมาสอนอีกแหล่ะสิดี
สว่าง/นายคิดจะล้อเล่นกับชีวิตคนอย่างงั้นเหรอ
มืด/แล้วไง คนอย่างงี้เนี่ยนะ
สว่าง/อย่างน้อย เขาก็เคยรู้จักกับพ่อ ถึงแม้ว่าจะเป็นศัตรูกันก็เถอะ แต่เขาก็เคยช่วยไว้นะ จำไม่ได้เหรอ ตอนควีนเรลล์ไง
แฮร์รี่สะบัดหน้า ตัดสินใจจะทำตามประสงค์ของด้านสว่างของตน แต่ว่าตัวของสเนปก็หนักเกินไป ห้องพยาบาลก็ไม่เปิด จะให้นอนตรงนี้ก็กระไรอยู่ จะให้พาไปหอนอนก็ไม่ได้
ห้องนอนของสเนป!! ใช่แล้ว แต่เขาจะแบกไปยังไงดีล่ะ และแล้วแฮร์รี่ก็แลไปเห็นไม้กวาดในมือของเขา แฮร์รี่ตวัดขาขึ้นไฟร์โบลต์ทันที ร่างของสเนปเอนกับบ่าของเขา แฮร์รี่ใช้มือหนึ่งกดหลังของสเนปเพื่อที่จะไม่ให้ตกระหว่างของบนไม้กวาด อีกมือหนึ่งจับด้ามของไฟร์โบลต์
"ไปเลย"
++++++++++++++
เมื่อแฮร์รี่เข้ามาในห้อง เขาก็ต้องสะดุ้งกับสภาพของห้อง
รอยเลือดที่อยู่บนเตียงเป็นรอยกว้างมากและผ้าปูเตียงก็ยับยู่ยี่เหมือนมีอะไรไปดิ้นอยู่ข้างบน เชิงเทียนและเทียนตกอยู่ข้างเตียง
แฮร์รี่กระพริบตาปริบๆ 'เลือดอะไร ของใครกันนะ? ทำไมมาอยู่ในห้องของสเนปได้'เขาครุ่นคิดก่อนที่จะวางสเนปลงบนเตียงเปื้อนเลือดอย่างช่วยไม่ได้
แต่แล้วเขาก็ต้องเบิกตาโพลงอีก เมื่อมือข้างที่กดหลังของสเนปนั้นชุ่มไปด้วยเลือด เขารีบปราดเข้าไปตรวจลมหายใจของสเนป พบว่ามันแผ่วเบาเกินกว่าที่ควร
แฮร์รี่ถลกเสื้อคลุมของสเนปขึ้น ดึงเสื้อตัวในที่ชุ่มไปด้วยเลือดขึ้นเหมือนกัน แล้วเขาก็ต้องผงะ
แผ่นหลังของสเนปเต็มไปด้วยรอยแผลยิ่งกว่ากลับจากสงคราม ริ้วบางๆมีทั่วแผ่นหลัง บนหลังมีรอยเป็นรูปกางเขนและมีรอยกงเล็บปาดทับ นั่นเป็นแหล่งที่เลือดไหลออกมา
แฮร์รี่ถึงกับล้มลงนั่งกับพื้นทั้งยืน เขาไม่เคยเห็นอะไรน่าสยดสยองขนาดนี้เลย แฮร์รี่ค่อยๆเอื้อมมือไปแตะแผ่นหลังของสเนป แล้วเขาก็ต้องช๊อคเป็นที่สุดเมื่อสเนปพึมพัมอะไรบางอย่าง
"ไม่..ไม่นะ แบล๊ค แก ไอ้สารเลว"ใบหน้าของสเนปซีดยิ่งกว่าเดิม
"แบล๊ค"แฮร์รี่ทวนคำ "ไม่นะ หรือว่าคนที่ "
++++++++++++++++
ดวงตาสีเขียวเบิกกว้างอย่างตกตะลึง
"ไม่จริงน่า...ต้องไม่ใช่..."เอาพึมพำเหมือนคนละเมอ
"ต้องไม่ใช่อยู่แล้ว"
แฮร์รี่เช็ดมือที่เปื้อนเลือดกับผ้าคลุม
สีดำสนิทของผ้าคลุมกลบรอยเลือดจนแทบไม่เห็น
เขารีบสาวเท้าเดินออกมา
ในหัวครุ่นคิดเรื่องต่าง
แต่สิ่งแรกที่เขาต้องทำคือ
ต้องหายา!
มาดามพอมฟรีย์ลาหยุด 1
สัปดาห์เพื่อไปร่วมงานแต่งงานของน้องสาว
ห้องพยาบาลจึงปิด
ซึ่งน.ร.ที่บาดเจ็บหรือไม่สบายก็จะไปหาอ.ประจำบ้านของตัวเอง
แฮร์รี่พยายามหาเรื่องโกหกเพื่อขอยารักษาแผล
เขาเดินคิดมาเรื่อยๆจนกระทั่งมารู้สึกตัวเมื่อ...
"มีธุระอะไรงั้นหรือ
มิสเตอร์พอตเตอร์"เสียงเรียบเฉียบของศจ.มักกอนนากัลดังขึ้น
แฮร์รี่สะดุ้งเฮือก
"อ๊ะ คือว่าผม..."แฮร์รี่อึกอัก
"ผมจะมาขอยารักษาแผลน่ะครับ"
ศจ.มักกอนนากัลหรี่ตาลง
"เธอบาดเจ็บตรงไหนงั้นหรือ
พอตเตอร์"
แฮร์รี่กระพริบตาปริบๆ
"อ่า...ผม..."สมองของเขาพัลวัลไปหมด
"คือว่า
รอน..เค้าบาดเจ็บที่ขาน่ะครับ
เดินมาเองไม่ได้
ผมเลยมาขอยาอ."เขาตอบอย่างรวดเร็ว
ศจ.มักกอนนากัลมองเขม็งมา
เขาไม่รู้ว่าหล่อนเห็นพิรุธในตัวเขาหรือเปล่า
แต่ก็ต้องโล่งใจเมื่อหล่อนยิ้มให้น้อยๆ
"พวกเธอเป็นเพื่อนที่ดี
คอยช่วยเหลือกันและกัน"หล่อนหยิบขวดยาสีน้ำเงีนใสจากชั้น
"ทาที่แผล ไม่กี่วันก็หาย"
แฮร์รี่รับขวดยามาอย่างงงๆ
ตอนแรกเขาคิดว่าศจ.มักกอนนากัลจะต้องถามยาวแน่ๆ
"ขอบคุณฮะ"จากนั้นแฮร์รี่ก็เดินออกไปอย่างรวดเร็ว
เขากลับมาที่ห้องของสเนปอีกครั้ง
ร่างของชายหนุ่มนอนสลบไสลอยู่บนเตียง
บนหลังมีแผลเหวอะน่ากลัวจนแฮร์รี่แทบไม่อยากมอง
แผ่นหลังของสเนปอาบไปด้วยเลือดสีแดง
แฮร์รี่คิดว่าเป็นการไม่ดีแน่
ถ้าเขาทายาทับเลือด
เด็กหนุ่มเหลียวซ้ายแลขวาจะหาผ้าเช็ด
ผ้าคลุมของสเนปงั้นหรือ
ผ้าคลุมกับเสื้อก็ไม่ได้
เพราะผ้าคลุมนั้นเปื้อนเลือดไปแล้ว
ส่วนเสื้อน่ะหรือ ลืมไปได้เลย
เหมือนกับเอาลงไปแช่ในทะเลเลือด
ผ้าปูที่นอนที่เปียกชุ่มไปด้วยเลือด
(แวบนึงแฮร์รี่คิดว่าสเนปคงตายแน่ๆ
ไม่ใช่เพราะบาดแผลนั่นหรอก
แต่เป็นเพราะเลือดออกมากต่างหาก)
แฮร์รี่พยายามหาอะไรมาเช็ด
แต่เขาก็ไม่พบเลย
หีบเสื้อผ้าของสเนปลึกลับกว่าที่คิด
สุดท้ายแล้วเขาก็ต้องตัดใจ
ถอดเสื้อคลุมสีดำสนิทของเขาออก
ก่อนที่จะใช้มันซับบนแผ่นหลังที่เปื้อนไปด้วยเลือด
แต่แผ่นหลังนั่นก็ยังคงมีรอยแห้งกรังของเลือดติดอยู่
เขาจึงตรงไปที่เหยือกน้ำ
เทน้ำใส่ปลายเสื้อคลุมที่ยังไม่เปื้อนเล็กน้อย
ก่อนที่จะมาเช็ดแผ่นหลังนั่นจนสะอาด
เขาเทน้ำยาสีน้ำเงินใสลงบนแผ่นหลังของสเนป
ก่อนที่จะใช้มือลูบทาไปทั่วบริเวณหลัง
แต่แล้วความคิดอีกหนึ่งความคิดก็ผลุบขึ้นมาในหัว
'ที่อื่นมีแผลด้วยรึเปล่านะ'
แต่แล้วเขาก็ต้องสะบัดหัวไล่ความคิดบ้าๆ
เพราะเขาจะไม่มีทางถอดกางเกงของสเนปแน่ๆ
เขาไม่พิศวาสกับการดูร่างเปลือยของสเนป
ขืนทำอย่างงั้นคงนอนไม่หลับไปหลายวัน
(ทำไม?)
น้ำยาสีน้ำเงินใสค่อยๆซึมเข้าไปในผิวหนังอย่างรวดเร็ว
เลือดหยุดไหลแล้ว
แฮร์รี่จึงถอนหายใจ
โยนเสื้อคลุมที่โชกเลือดและเปียกของตัวเองทิ้ง
ล้างมือในเหยือกน้ำเมื่อครู่
เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยดีแล้ว
สมองของแฮร์รี่ก็เริ่มครุ่นคิดอีก
เขาขมวดคิ้ว
ยังไงๆเขาก็ยังไว้ใจและเชื่อใจในตัวของซิริอัสอยู่ดี
แฮร์รี่ออกจากห้องของสเนป
ขึ้นไปบนหอนอนเพื่อที่จะเอาเสื้อคลุมตัวใหม่
'ดีแฮะ
ที่ซื้อเสื้อคลุมมาเพิ่ม'เขาคิดในใจ
ก่อนที่จะวิ่งลงไปที่โรงอาหารอย่างรวดเร็ว
++++++++++++++
แฮร์รี่ตัดสินใจไม่บอกเรื่องที่เขาเจอมา
เขาไม่ต้องการให้เฮอร์ไมนี่ว่าเขาว่าคิดอะไรประหลาด
และไม่อยากให้คนทั้งคู่คิดถึงซิริอัสในแง่ที่ไม่ดีนัก
ในใจของแฮร์รี่สับสนไปหมด
จริงอยู่ ที่เขาเกลียดสเนป
แต่เขาคิดว่าคนที่ทำอย่างนั้นกับสเนปโหดร้ายเกินไป
แฮร์รี่นิ่วหน้า
คงไม่ใช่พ่อทูนหัวที่แสนดีของเขาคนนั้นแน่ๆ
แฮร์รี่จิ้มเนื้อหมูทอดด้วยส้อมอย่างแรงจนแตงกวาที่อยู่ข้างๆกระเด็นออกนอกจาน
"เอ็นอะไอ
แออี่"รอนเคี้ยวไส้กรอกอบซอสอย่างรวดเร็ว
ก่อนที่จะกลืนลงคอ
"นายดูไม่ค่อยปกติเลย"
แฮร์รี่สะบัดหน้า
"เปล่า..."เขาตอบ
พลางหยิบเอามีดจะขึ้นมาหั่นเนื้อ
แต่ก็ต้องวางลงเมื่อในหัวผุดภาพแผ่นหลังของสเนปขึ้นมา
"ฉันไม่หิว กินแค่ซุปก็พอ"
แฮร์รี่เลื่อนจานหมูทอดออกไป
"ฉันไม่อยากกิน
ถ้านายหิวก็กินได้นะ"
แล้วก็ตักซุปขึ้นมากินแทน
"แฮร์รี่...มีเรื่องอะไรไม่สบายใจทำให้ต้องคิดมากรึเปล่า"เฮอร์ไมนี่ถาม
หล่อนมักจะตีเรื่องออกก่อนใครๆ
"ไม่...ฉันแค่คิดว่า..การซ้อมควิชดิชในวันนี้แย่กว่าปกติน่ะ"เขาลุกขึ้น
"ไปก่อนนะ"
"เฮ้ เดี๋ยว"รอนเรียก
แต่แฮร์รี่ไม่หันกลับมา
ทั้งสองมองชามซุปที่แทบจะไม่พร่องไปเลย
"แปลก...."รอนกับเฮอร์ไมนี่พูดพร้อมกัน
ก่อนที่จะหันมาจ้องหน้ากัน
"ฉันว่าเราควร..."
"ควร..."รอนกวาดมองไปในโรงอาหาร
แต่แล้วเขาก็ต้องสะดุดตากับเก้าอี้ตัวหนึ่งที่ว่างเปล่า
"สเนปยุ่งขนาดไม่มากินข้าวเลยเหรอ"รอนทำหน้ายุ่ง
"สงสัยคงออกไปข้างนอก
หรือไม่ก็หมกตัวอยู่ในห้องมั๊ง"เฮอร์ไมนี่โคลงหัว
"อือ...เดี๋ยวฉันจะไปถามเรื่องงานกับศจ.มักกอนนากัล
จะไปถามด้วยละกัน"
รอนพยักหน้า
เฮอร์ไมนี่ลุกขึ้นจากโต๊ะ
เดินตรงไปยังโต๊ะอาหารของศจ.มักกอนนากัล
"ขอโทษนะคะ ศจ.มักกอนนากัล
คือหนูมีเรื่องเกี่ยวกับการบ้านน่ะค่ะ
หนูอยากจะทราบว่าจะต้องเขียนลงในการบ้านด้วยรึเปล่าคะ
ว่าตัวเฟเร็ตที่อาจารย์ให้แปลงจะต้องเขียนลงไปด้วยรึเปล่าคะ
ว่าลำตัวมีขนสีอะไร
แล้วก็คล้ายกับเฟเร็ตสายพันธุ์อะไรน่ะค่ะ"
"ไม่เป็นไร มิสเกรนเจอร์
เธอมาถามก็ดีแล้ว
เธอจะต้องเขียนลงไปด้วยว่าขนสีอะไร
แต่ไม่ต้องเขียนหรอกว่าคล้ายกับเฟเร็ตพันธุ์อะไร"ศจ.มักกอนนากัลบอก
หล่อนพึงพอใจมากที่มีนักเรียนขยันเรียนอย่างเกรนเจอร์
"ค่ะ
ขอบคุณค่ะ"เฮอร์ไมนี่แสร้งมองไปยังโต๊ะที่ว่างเปล่า
"ศจ.สเนปไม่มาร่วมรับประทานอาหารด้วยงั้นหรือคะ
หนูมีการบ้านที่จะต้องถามเหมือนกันค่ะ"
"ศจ.สเนปอาจจะยุ่งมากเพราะวันนี้ส่งใบลาหยุด
บางที...เขาอาจจะไม่สบาย
หน้าซีดมาก"แต่แล้วศจ.มักกอนนากัลก็คิดได้ว่าพูดออกไปมากเกินจำเป็น
(เกินนิสัยของหล่อน)
"ไว้เธอค่อยถามวันหลังก็แล้วกัน
สงสัยศจ.สเนปจะยุ่งมากจนไม่มีเวลาหรอก"
เฮอร์ไมนี่พยักหน้า
ก่อนที่จะเดินไป
แต่ศจ.มักกอนนากัลจับแขนเอาไว้ก่อน
"มิสเตอร์วีสลีย์เป็นยังไงบ้าง?"
"รอน?
วีสลีย์หรือคะ??"เฮอร์ไมนี่ทำหน้าสงสัย
"เมื่อตอนเย็นมิสเตอร์พอตเตอร์มาขอยารักษาแผลไป
บอกว่ามิสเตอร์วีสลีย์เจ็บจนเดินมาขอเองไม่ได้"
เฮอร์ไมนี่ขมวดคิ้ว
'ทำไมเราไม่รู้เรื่องนะ'
"เฮ้อ ป๊อปปี้นะป๊อปปี้
เธอไม่อยู่ซะคนเดียววุ่นไปหมดเลย"ศจ.มักกอนนากัลพึมพัมเบาๆเหมือนพูดกับตัวเอง
"งั้นขอตัวก่อนนะคะ"เฮอร์ไมนี่เดินไปที่โต๊ะ
นั่งลงข้างๆรอน
"เป็นไงบ้าง"รอนถามอย่างกระตือรือล้น
"เธอเป็นอะไรหรือ
เจ็บมากรึเปล่า"เฮอร์ไมนี่ถามอย่างห่วงใย
พลางส่องสายตาสำรวจร่างของรอน
"เป็นอะไร?
เจ็บ???"รอนกระพริบตาปริบๆ
"ไม่นี่"
เฮอร์ไมนี่ยิ่งงงๆขึ้นไปอีก
"ศจ.มักกอนนากัลบอกฉันว่าแฮร์รี่ไปขอยามาให้เธอ"
"หา?"รอนอุทานอย่างงงๆ
"ฉันยังไม่เห็นยาซักหยดเลยนะ"
เฮอร์ไมนี่เล่าเรื่องที่หล่อนคุยกับศจ.ให้รอนฟัง
รอนทำหน้างงๆ
ขมวดคิ้วอย่างสงสัย
"ทำไมวันนี้มันแปลกๆ
แปร่งๆยังไงชอบกล"
++++++++++++
แฮร์รี่นั่งเหม่ออยู่ริมหน้าต่างในห้องนอน
พระจันทร์ทำให้เขาคิดถึงลูปิน
และ..ซิริอัส
เขาอยากเจอซิริอัสมากเหลือเกิน
เขาอยากจะถาม ทุกเรื่องที่สงสัย
แต่แล้วแฮร์รี่ก็ต้องเบิกตาโต
เงาร่างของบางสิ่งพุ่งตรงเข้ามาใกล้
นกฮูกหิมะสแกนดิเนเวียถลาลงขอบหน้าต่าง
พร้อมกับจดหมาย
แฮร์รี่ลูบหัวเฮ็ดวิก
ก่อนที่จะเอาจดหมายมาดู
หัวใจของเขาเต้นแรง
เมื่อมองลายมือที่จ่าหน้าที่จดหมาย
มันเป็นลายมือของซิริอัส!!
![]()
To B ContinuE
เรื่องนี้ออกจะSMอ่านะคะ ใครไม่ชอบก็ไม่ต้องอ่านละกันนะ แนะนำติชมได้ที่ [email protected] หรือ [email protected] นะคะ