All Night Long
By...Bluesboy

ชินจูกุ ย่านการค้ายามราตรีของโตเกียว ผู้คนต่างมากันเต็มท้องถนน ทั้งเที่ยว ทั้งดื่มกิน ธุระกิจบันเทิงผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด รวมทั้งธุระกิจใต้ดินที่เกิดตามขึ้นมาเช่นกัน สถานบันเทิงกลายเป็นแหล่งมั่วสุมไปโดยปริยาย ตำรวจไม่สามารถควบคุมได้ทั่งถึง จึงเป็นโอกาสที่มิจฉาชีพที่จะกอบโกยหาผลประโยชน์ต่างๆ มากมาย ทั้งยา ผู้หญิง และอาชญากรรม

“ โอเค…ตามไปอย่าให้คลาดสายตานะ คราวนี้ต้องจับพวกมันให้ได้ ” ชายหนุ่มในชุดลำลองในมุมมืดของซอกตึก สั่งลูกน้องผ่านวิทยุมือถือ เขาตามจับตาพวกแก๊งค์ค้ายา กลุ่มทาเทวากิ มาหกเดือนเต็มๆ เขาไม่ยอมให้หลุดมือไปแน่นอน

ชายร่างผอมสูง ในมือถือกระเป๋าขนาดย่อมหากไม่ยอมให้ห่างกาย เดินผ่านซอกตึกที่คนพลุกพล่าน จนมาทะลุถนนย่านที่คนน้อยบางตา ไม่รู้ตัวว่ากำลังตกเป็นเป้าสายตา เดินต่อไปอีกซักพักกลางซอยที่สองฝั่งเป็นผับเล็กๆ หลายร้าน ชายชุดดำสองคน เดินมาหยุดคุยกันสองสามคำ กระเป๋าในมือถูกเปลี่ยนไปอยู่ในมือของแต่ละฝ่าย

“ จังหวะนี้แหละ จัดการเลย อย่าให้หนีไปได้นะ ” ชายหนุ่มที่สะกดรอยตามมาสั่งลูกน้องที่ซุ่มรออยู่ ต่างก็กรูกันเข้าไปที่กลุ่มชายชุดดำ แต่ทั้งสามคนกับไหวตัวทันออกวิ่งไปคนละทางสองทาง ชายหนุ่มหัวหน้าวิ่งไล่ตามชายคนแรกไปติดๆ แค่ยื่นมือออกไปก็คว้าตัวได้อยู่แล้ว

“ หยุด…อย่าหนี…. ” เสียงชายหนุ่มตะโกนไล่หลังมาติดๆ ทำให้คนที่วิ่งนำหน้าเพิ่มสปีดสุดชีวิต แต่สำหรับคนที่วิ่งจับคนร้ายมาอย่างโชกโชน มันเป็นเรื่องธรรมดา อีกนิดเดียวเท่านั้น ชายหนุ่มเพิ่มฝีเท้าให้เร็วขึ้น แต่

…..โครม…..

…..โอ้ย……

เขากลับชนกับใครคนหนึ่ง

“ บ้าชิบ…เดินอย่างไงไม่ดูตาม้าตาเรือ…บ้าเอ้ย!!… ” ชายหนุ่มสบถอย่างหัวเสีย เจ็บทั้งตัว แถมยังปล่อยให้คนที่เขาต้องการตัววิ่งหนีหายไปอีกต่างหาก ใครกันวะ…มาขัดจังหวะ…ที่แรกตั้งใจว่าจะเสยกลับไปซักมัดให้หายแค้น แต่สายตาเขาสะดุดอยู่กับผมสีทองจางที่ยาวปกวงหน้า ของร่างเล็กๆ ที่คร่อมทับร่างของเขาอยู่…ผู้หญิงนี่หว่า…ตัวเบาจังแฮะ!…

“ ข…ขอโทษฮะ… ” แต่เสียงเล็กๆ ทำให้ชายหนุ่มอึ้งอีกครั้ง

“ ….ผู้ชาย…. ”

ชายหนุ่มเห็นหน้าคนที่ล้มทับชัดๆ เมื่อร่างของคนตัวเล็กลุกขึ้นยืน เด็กหนุ่มในชุดยีนส์เก่าซีด ผมที่ยาวปกบ่าลงไปเล็กน้อยดูจากลักษณะท่าทางคงเป็นเด็กแถวนี้ ชายหนุ่มลุกขึ้นปัดฝุ่นออกจากกางเกง อารมณ์หงุดหงิดกลับมาอีกครั้งเมื่อนึกขึ้นได้ว่าผู้ร้ายหนีไปแล้ว เขาตวาดออกไปทันที

“ บ้าที่สุด อุตส่าห์ตามมาตั้งครึ่งปี…เหลว…ล้มไม่เป็นท่าเลย เพราะนายคนเดียว ” ชายหนุ่มชี้หน้าคนที่กำลังตกเป็นเครื่องระบายอารมณ์ ซึ่งตอนนี้หน้าเหลือสองนิ้ว ลูกทีมของเขาสามคนวิ่งเข้ามาสมทบ การรายงานผลยิ่งทำให้ชายกนุ่มหัวเสียนักเข้าไปใหญ่ เขาตั้งใจจะด่าคนที่ทำลายแผนการของเขาให้หายแค้นแต่ร่างนั้นกับอันตรธานไปจากตรงนั้นเรียบร้อยแล้ว

“ บัดซบ…หนีไปจนได้…. ” พร้อมกับกองกระดาษเก่าที่ลอยคว้างกระจุยกระจาย เหล่าลูกทีมผู้รู้หน้าที่พากันถอยหลังระยะ 200 เมตรทันที เพราะต่างรู้ซึ้งถึงนิสัยของหัวหน้าตนเป็นอย่างดี

***********************************************************

ส่วนอีกด้านหนึ่งชายหนุ่มร่างผอมสูงที่วิ่งไม่คิดชีวิตนั้น บัดนี้มาหยุดอยู่ที่ตึกร้างแห่งหนึ่งที่อยู่อีกฝากของย่านการค้า ช่องทางที่คดเคี้ยวนำเขาเข้าสู่ห้องโถงกว้างซึ่งภายในสว่างไสว คนกลุ่มหนึ่งอยู่ในท่าเตรียมพร้อม แต่เมื่อเห็นว่าเป็นใคร อาการนั้นเปลี่ยนเป็นปรกติ ชายคนหนึ่งในกลุ่มที่น่าจะเรียกว่า บอร์ดี้การด์รายงานกับชายวัยกลางคนที่นั่งเคียงคู่กับสาวงามที่คลอเคลียไม่ห่าง

“ ลูกพี่ครับ มัตสึ มันมาแล้วครับ ”

“ โอ้ย…งานนี้เหนื่อยเป็นบ้าเลย ” เสียงคนที่เพิ่งเข้ามาใหม่บ่น

“ เป็นไง มัตสึ เรียบร้อยดีใช่ไหม ? ” เสียงที่ราบเรียบหากแฝงความน่าสะพรึงกลัว แต่สำหรับคนที่ทำงานนี้มานานอย่างเขา เห็นว่าเป็นน้ำเสียงธรรมดามาก

“ ก็เกือบไปเหมือนกัน ดีแต่ว่าเจ้าหนูนั่นมันเข้ามาช่วยไว้ทันพอดี ”

“ เจ้าหนูมากินะหรือ….ดี งั้นให้รางวัลมันไปก้อนหนึ่ง กับ..ของ..อีกนิดหน่อย แกจัดการด้วยละ ”

“ ครับลูกพี่ ” มัตสึรับคำสั่ง พอดีกับร่างของคนที่ถูกพูดถึงก็เดินเข้ามาพอดี

“ เฮ้ย มากิ มานี่… ” มัตสึเรียกคนที่มาใหม่ให้เข้ามาหา พร้อมกับแนะนำให้รู้จักกับลูกพี่ใหญ่

“ มากิ นี่ลูกพี่ทาคาชิ เป็นลูกพี่ใหญ่ของที่นี่ รู้จักไว้ซะ ” พร้อมกับมือที่กดหัวของอีกฝ่ายให้โค้งคำนับลง

“ ครับ ผมมากิ ยินดีที่ได้รู้จัก ขอความกรุณาด้วยครับ ”

“ ดี รู้จักอ่อนน้อม อย่างนี้ค่อยร่วมงานกันได้หน่อย เอาละ..คราวนี้แกช่วยให้ฉันไม่ต้องเสียของฉันจะตบรางวัลให้แก ต่อไปมีอะไรฉันจะให้แกมีส่วนร่วม ตอนนี้แกหลบอยู่เฉยๆ สักพักให้เรื่องตำรวจเงียบลงก่อนแล้วฉันจะติดต่อกลับมาอีกที ” เงินบึกหนึ่งถูกโยนไว้บนโต๊ะ

“ ขอบคุณครับ ” เสียงตอบรับพร้อมกัน

ทาคาชิพยักหน้าเป็นสัญญาณให้การ์ดรับกระเป๋าจากมัตสึ และออกจากห้องนั้นไป ทิ้งให้สองคนอยู่กันตามลำพัง มัตสึ สังเกตเห็นอาการสั่นน้อยๆ ของมากิ จึงเดินไปเปิดเอาของบางอย่างจากห้องด้านในออกมายัดใส่มือของมากิ น้ำสีขาวขุ่นในหลอดเล็กๆ สามหลอดกับเงินอีกจำนวนหนึ่ง

“ ฉันว่านายอย่าใช้มันดีกว่า ถ้าเลิกได้ก็เลิกซะนายนะอายุยังน้อย เดี่ยวก็ตายเพราะมันหรอก ขอบใจที่ช่วยฉันวันนี้ ”

“ ขะ…ขอบใจ…ฉัน..ไปละ… ”

มัตสึมองตามร่างเล็กที่ลับหายไปอย่างเสียดาย แต่เมื่อนึกย้อนกลับไปถึงเรื่องราวต่างๆ เขาก็ต้องทำใจ แม้ว่าเขาไม่อยากให้มากิเข้ามายุ่งเกี่ยวกับเรื่องผิดกฎหมาย แต่ตอนนี้มันก็สายไปแล้ว

***********************************************************

สถานีตำรวจสืบสวนกลาง

ผู้กำกับสถานีสึทาบะ นั่งหน้าบอกบุญไม่รับ เมื่อรับรายงานจากหัวหน้าทีม ส่วนลูกน้องพากันยืนหลบไม่กล้าสบสายตา

“ เสียเวลาเปล่าไหมละ?..ผู้กองสึซาโอกะ..ความผิดพลาดครั้งนี้ใครจะเป็นคนรับผิดชอบ…หา!!…เราอุตส่าห์ตามไอ้แกงค์นี้มาตั้งนาน เหลวไม่มีชิ้นดี แถมยังจับใครไม่ได้อีก ” เสียงตะโกนดังออกมานอกห้องทำเอาคนที่อยู่ด้านนอกพากันเงียบไปตามๆ กัน เพราะต่างก็รู้อยู่แก่ใจว่าผู้กำกับคนนี้เหี้ยมขนาดไหน ไม่ไว้หน้าใครทั้งนั้น

“ ครับ ผมขอรับผิดทั้งหมด ” ชายหนุ่มผู้เป็นหัวหน้ายอมรับ เพราะเขาเป็นคนผิดจริง

“ เอาละๆ คราวนี้ถือว่าเป็นบทเรียน แต่คราวหน้าผมไม่ให้อภัยแน่…ทุกคนออกไปพักได้ ยกเว้นคุณ..ผู้กอง ”

ทุกคนทะยอยออกไปจากห้อง ร่างท้วมนั่งลงบนเก้าอี้ในท่าที่ผ่อนคลายกว่าเดิม

“ นั่งสิ อากิระ ”

“ ครับ ” ชายหนุ่มนั่งลงตามคำเชิญ

“ ทำไมถึงเป็นแบบนี้ไปได้น้า เธอไม่เคยพลาดเลยนี่นา อากิระ ” เสียงพูดปนห่วงใยเล็กน้อย

“ โถ่…ลุง ผมก็ไม่ได้อยากให้มันพลาดนี่นา ก็ไอ้พวกนั้นมันดันรู้ตัวซะก่อน แล้วอีกอย่างพอผมไล่กวดมัน ใกล้จะจับได้อยู่แล้ว ดันวิ่งชนกับเด็กที่โผล่มาจากไหนก็ไม่รู้ มันเลยหนีไปจนได้ เจ็บใจชะมัด นี่ถ้าเจอหน้าเจ้าเด็กนั่นอีกครั้ง จะจับเขกกะโหลกซะให้เข็ด ”

อากัปกิริยามีน้ำโหของอีกฝ่ายทำเอาผู้สูงวัยกว่าส่ายหน้าอย่างระอา กับความมุทะลุไม่เลิก

“ เอาเถอะๆ ต่อไปก็ระวังละ คราวนี้ต้องจับตาดูพวกแกงค์ค้ายานี้อีกพักใหญ่มันคงไม่มีการเคลื่อนไหวในตอนนี้แน่ ” ผู้กำกับออกความเห็น

“ ผมก็คิดอย่างนั้นเหมือนกันครับลุง แต่ไม่ต้องห่วงนะครับ ผมไม่ยอมวางมือเรื่องนี้ง่ายๆ แน่ ”

“ เออ…เป็นได้อย่างงั้นก็ดี แต่ว่าฉันว่าตอนนี้แกกลับบ้านไปพักผ่อนดีกว่านะ แล้วเมื่อตอนบ่ายแม่แกโทรมา ต่อว่าฉันใหญ่ ว่าฉันใช้งานแกหนัก ไม่ยอมให้แกกลับบ้านกลับช่อง ฉันงี้หูชาเลย ”

อากิระ โทโมนาอิ ยิ้มเจื่อนเมื่อโดนเอ่ยถึงบุคคลที่สาม

“ ครับ แล้วผมจะกลับก็แล้วกัน ผมขอตัวนะครับ ” อากิระตั้งท่าจะเดินออกจากห้อง หากก็ต้องชะงัก

“ ระวังตัวไว้บ้างก็ดีนะ อากิระ ฉันเป็นห่วง ”

“ ขอบคุณครับลุง ” แววตาของอากิระอ่อนลงจนเห็นได้ชัด ซึ่งน้อยคนนักจะได้เห็น

ประตูถูกปิดลง หากความคิดของคนที่อยู่ภายในห้องไม่ได้ปิดตาม ความจริงแล้วเขาไม่ค่อยเต็มใจนักที่อากิระ หลานชายของเขาที่เกิดจากน้องชายของครอบครัวเข้ามาเป็นตำรวจ สาเหตุเพราะพ่อของอากิระถูกผู้ร้ายค้ายายิงเสียชีวิต เพราะไม่ยอมเข้าร่วมธุระกิจผิดกฎหมาย มันจึงเป็นความแค้นที่ฝังอยู่ในหัวของหลายชายเขา นิสัยที่มุทะลุ ไม่ยอมแพ้กับสิ่งใดง่ายๆ ทำให้คดีต่างๆ สำเร็จจับคนร้ายก็หลายครั้ง แต่ก็เพราะนิสัยนี้นี่แหละ อากิระถึงได้น่าเป็นห่วง

“ หวังว่าคงไม่มีเรื่องร้ายๆ เกิดขึ้นหรอกนะ ”

***********************************************************

หลังจากเหตุการณ์นั้นผ่านมาเดือนเต็มแล้วที่เขาพยายามสืบหาข่าวพวกแกงค์ค้ายา แต่ก็เหมือนกับทุกอย่างหายเข้ากลีบเมฆ ไม่ร่องรอยอะไรให้ค้นหาทั้งนั้น ชายหนุ่มเริ่มหงุดหงิด วันนี้เขาจึงชวนลูกกน้องในทีมไปหาอะไรดื่มแก้เซ็ง แน่นอนเสียงโฮ่ร้องดีใจกันดังลั่น สน. มือที่จับปากกากับปืน เปลี่ยนเป็นจับไมค์ ทุกคนสนุกสนานกันเต็มที่หลังจากเครียดกันมานาน เหล้วขวดแล้วขวดเหล่าถูกรินส่งให้จนเริ่มมึน

“ เดี๋ยว ฉาน มา ขอตัว ปาย ยิง กระต่าาาย ก่อนนะ…เอิ้ก… ”

ชายหนุ่มออกจากห้องน้ำ เดินไม่ตรงทางเพราะเหล้าที่กินเข้าไป ผู้คนในร้านเริ่มมากขึ้นกว่าเมื่อตอนหัวค่ำที่เข้ามา หากสายตาของเขากับไปสะดุดกับร่างๆ หนึ่งที่เขาจำได้ไม่เคยลืม ร่างเล็กของเด็กหนุ่มคนที่เคยวิ่งชนกันตอนนั้น ที่กำลังง่วนอยู่กับการผสมเหล้าอยู่ตรงบาร์อย่างคล่องแคล้ว ผมสีจางถูกรวบไว้ด้านหลังอย่างลวกๆ เสื้อเชิ้ตแขนยาวพับล่นขึ้นมาไว้ที่ข้อศอก ควันบุหรี่ลอยคุ้งทั่วเคาน์เตอร์ แต่ภาพที่ชายหนุ่มเห็นมันเหมือนกับว่าเด็กหนุ่มกำลังเลือนหายไปพร้อมกับควัน หากแต่ชายหนุ่มกลับเอื้อมมือคว้าไว้

“ อะ….อะไรกัน… ” มากิตกใจจนทำกระป๋องเช๊คหล่นจากมือ หน้าขาวซีดลงทันทีเมื่อมองเห็นว่าคนที่เข้ามาคว้าข้อมือของเขาไว้เป็นใคร

“ คุณ…. ”

“ ใช่…ฉันเองยังจำได้หรือ ดีเลยฉันมีเรื่องจะถามอะไรหน่อย มากับฉัน… ” อาการเมาของอากิระหายเป็นปลิดทิ้งแล้วตอนนี้ ไม่ฟังเสียงของอีกฝ่ายเขาลากเอาร่างเล็กออกจากบาร์ไปทางหลังร้านทันที

หลังร้านที่ไร้ผู้คน ข้อมือเล็กสะบัดเต็มแรงให้พ้นจากมือที่เกาะกุม

“ เจ็บชิบ…จะบ้าหรือไง ผมกำลังทำงาน คุณลากผมออกมาแบบนี้ ถ้าโดนไล่ออกใครจะรับผิดชอบ หา!!…ถามหน่อยซิ…บ้าเอ้ย… ”

“ พูดพอหรือยัง ฉันจะได้ถามบ้าง ” ชายหนุ่มชักรำคาญกับท่าทางกวนประสาทของอีกฝ่าย

“ ถามอะไร ผมไม่มีอะไรจะบอกทั้งนั้น กรุณาหลีกทางผมต้องกลับเข้าไปทำงานแล้ว ”

“ เดี๋ยว…ฉันแค่อยากถามว่า คืนนั้นเธอไปทำอะไรแถวนั้นก็เท่านั้นเอง ”

เอาละซิที่นี้ มากิเริ่มเหงื่อซึม ก็ไม่ทันคิดมุกไว้ก่อนจู่ๆ ดันเจอกหน้ากันกระทันแบบไม่ได้ตั้งตัวอย่างนี้ เอาวะ…

“ ก็ไปหาเพื่อน เอ๊ะ…แล้วคุณเป็นใคร ถามอย่างกับตัวเองเป็นตำรวจอย่างนั้นแหละ ” มากิถามออกไปทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่า นายคนที่ยืนกอดอกอยู่ต่อหน้าเขาตอนนี้นะเป็น…ตำรวจ…แถมท่าทางเอาเรื่องซะด้วย

“ ก็ประมาณนั้น…แต่แปลกนะ นายทำงานอยู่ที่นี่ แต่ไปหาเพื่อนตั้งไกล แถมจำเพาะเจาะจงเป็นเวลานั้นซะด้วย…ที่แผนฉันล้มเหลว ฉันเริ่มสงสัยแล้วว่าอาจเป็นเพราะนายที่ช่วยเหลือคนร้าย ใช่ไหม? ”

ไอ้การเดาซุ่มบวกกับเรื่องที่แต่งเติมนิดหน่อยของอากิระ ทำเอาเด็กหนุ่มเริ่มหน้าซีดจริงแล้วซิทีนี้ มากิแก้ตัวตะกุกตะกักส่อพิรุธให้ชายหนุ่มเห็นชัดขึ้นไปอีก

“ ไม่…ไม่นะ…ผม..ผมไปหาเพื่อนจริงๆ…ตะ..แต่ไม่เจอ ก็เลยกลับ แต่ก็ดันไปชน…กัน…ก่อน ”

“ แล้วทำไมต้องรีบทำตัวล่องหนขนาดนั้น หรือกลัวอะไร… ”

กลัวถูกจับไงเล่า…ใครจะอยู่ให้โง่ แต่เขาจะตอบแบบที่คิดไม่ได้ แล้วจะตอบว่าอะไรละทีนี้…แต่ระฆังช่วยชีวิตมากิก็ดังขึ้น

“ มากิ…มาทำอะไรตรงนี้วะ มาสเตอร์เรียกหานายอยู่แนะ ท่าทางอารมณ์จะเสียด้วยนะโว้ย ”

โอสึกะเพื่อนที่ทำงานด้วยกัน เดินออกมาตามเพราะเห็นว่า มากิหายไปนาน มาสเตอร์เริ่มโมโหที่อยู่ๆ บาร์เทนเดอร์หาตัวไป ปล่อยให้ลูกค้านั่งรออยู่หน้าเคาน์เตอร์สะลอน

“ โอสึกะ…ขอบใจนะ ฉันกำลังจะไปเดี๋ยวนี้แหละ ” คราวนี้ร่างเล็กๆ ไม่อยู่รอให้โจทย์มีโอกาสรั้งเขาไว้ได้อีก ชายหนุ่มจำต้องปล่อยให้เด็กหนุ่มกลับเข้าไปในร้านอย่างขัดใจ แต่ความคิดบางอย่างแวบขึ้นมาในสมองอันปราดเปรื่องของเขาทันที รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปากของชายหนุ่ม ก่อนที่เขาจะเดินกลับเข้าไปในร้าน

………………

“ เกือบไปแล้วไหมละเรา… ”

มากิพูดกับตัวเอง แล้วรีบกลับเข้าไปทำหน้าที่บาร์เทนเดอร์ต่อไป เขาตั้งใจว่าเลิกงานแล้วเขาต้องหลบออกจากร้านให้เร็วที่สุด เพราะเขาเริ่มรู้สึกถึงเรื่องยุ่งยากที่กำลังจะเกิดขึ้นกับเขาแน่ หากเขายังเจอหน้ากับตำรวจคนนั้น

***********************************************************

ถนนเส้นที่เคยตื่นตอนนี้กลายเป็นหลับไหล เพราะร้านค้าต่างๆ พากันปิดลงตามเวลาที่ราชการกำหนด ( ต๊าย…เหมือนเมืองไทยยังไงก็ไม่รู้…เนอะ…) คนส่วนน้อยที่ยังอยู่ก็เพื่อเก็บกวาดหน้าร้าน กับคนเมาที่ไปไหนไม่ไหว มากิเห็นภาพพวกนี้จนชินตา เด็กหนุ่มรั้งคอเสื้อให้กระชับขึ้นเร่งจังหวะฝีเท้าเพื่อที่จะได้กลับถึงอาพาร์ทเมนไว ตอนนี้เขารู้สึกง่วงสุดๆ

“ โฮ….ตีสามแล้วเหรอเนี้ย…” มากิเดินขึ้นบรรไดเก่าที่จะพาเข้าไปยังห้องพัก แต่เมื่อเขามาถึงหน้าห้องที่เคยพัก เขากลับต้องร้องออกมาอย่างหัวเสีย ประตูห้องถูกล็อคด้วยกุญแจดอกเขื่อง ของส่วนตัวของเขาถูกคนมากองรวมกันไว้ข้างนอกห้อง แต่มันก็แค่ไม่กี่ชิ้นหรอก

“ เฮ้ย…อะไรกันวะเนี้ย แล้วคืนนี้เราจะไปนอนทีไหนวะ…กะอีแค่ข้างค่าเช่าเดือนสองเดือนแค่นี้ก็ต้องไล่กันด้วย…โธ่โว้ย ”

มากิ บ่นอย่างหัวเสีย หาทางอยู่พักใหญ่ว่าจะทำอย่างไงดีสำหรับคืนนี้ ถ้าจะกลับไปที่ร้านป่านนี้มาสเตอร์คงกลับไปแล้ว เขาไม่มีกุญแจซะด้วยซิ อากาศก็ดูเหมือนจะเย็นลงอีก…

‘ ทำไมวันนี้ถึงเจอแต่เรื่องดีๆ ทั้งนั้น …..อูย….หนาวชะมัด ’

“ ไง….ให้ฉันช่วยไหม ” เสียงของคนที่เขาไม่อยากเจอที่สุด…ทำไม๊…ทำไม…ถึงซวยซับซวยซ้อนอย่างนี้ก็ไม่รู้ เฮ้อ…ไม่ยุ่งด้วยดีที่สุด มากิคิด

“ ไม่ต้องเลยคุณ ไปไกลๆ เลย… ” เด็กหนุ่มใส่อารมณ์เต็มที่ เขาหวังว่าคนฟังคงเข้าใจว่าเขาไม่ต้องการให้มายุ่งด้วย แต่….

“ เหอะ…ทำเป็นพูดดี คืนนี้จะไปนอนที่ไหนยังไม่รู้เลย ” เสียงหัวเราะในลำคอยิ่งทำให้มากิโมโห อารมณ์ค้างจากเจ้าของห้องหวนกลับมาทันที อาการ วีน เริ่มขึ้น

“ จะนอนที่ไหนมันก็ไม่เกี่ยวกับนาย…นี่อย่ายุ่งกับของของฉันนะ ”

มากิคว้ากระเป๋าเสื้อผ้าใบย่อมจากมือของชายหนุ่ม พร้อมกับทำท่าแยกเขี้ยวให้อีกฝ่าย แสดงให้เห็นความเป็นปรปักเต็มที่ ชายหนุ่มกลับเห็นว่าหน้าเล็กๆ ที่กำลังเข่นเขี้ยวใส่เขานั้นหน้ามอง แต่ในใจเขากำลังหาทางที่จะได้เด็กคนนี้ไว้ใกล้ตัว ลางสังหรบางอย่างบอกกับเขาว่าเขาน่าจะหา ข่าว หรือความเคลื่อนไหวของพวกแกงค์ค้ายาได้จากเด็กคนนี้ได้ไม่มากก็น้อย

เหมือนพระเจ้าเป็นใจที่เขาตามเด็กหนุ่มออกมาจากร้าน และเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โอกาสเป็นของเขาอย่างที่คิด

“ ก็ไม่ได้อยากจะยุ่งนักหรอก…ก็เห็นว่าไม่มีที่ไปไม่ใช่หรือไง ตอนนี้มันก็ดึกมากแล้วด้วย อีกอย่างห้องพักของฉัน…เออ..กับเพื่อนนะ มันก็อยู่ใกล้แค่ 10 นาที ”

“ นายตามฉันมาใช่ไหม ?…” มากิยิงคำถามที่ทำให้ชายหนุ่มสะดุดกึ๊ก…เอาละซิทีนี้…อากิระเหงื่อซึม นายตำรวจอย่างเขาถูกเด็กจับได้ซะแล้วซิ แต่เพราะความที่มีประสบการณ์มากกว่าทางรอดของเขาย่อมมีเสมอ

“ จะว่าอย่างงั้นก็…ใช่… ”

“ นายต้องการอะไร ? ” มากิเริ่มระวังตัว ตอนนี้เขาเริ่มมีอาการผิดปรกติบางอย่าง เหงื่อเริ่มผุดตามใบหน้า มือเล็กเริ่มสั่นจนหยุดไม่ได้ หากแต่เขาก็พยายามข่มอาการนั้น มากิภาวนาว่าให้คนๆ นี้ไปสักที แต่ก็ไม่มีทีท่าว่าจะขยับ ชายหนุ่มยังคงยืนสองมือล้วงกระเป๋ากางเกงท่าทางสบายใจซะเหลือเกิน

“ ก็…ไม่ต้องการอะไร…”

“ ไม่ต้องการอะไรก็ไปสักทีซิ…ยืนทำบื้ออยู่ได้ ”

อากิระพูดไม่ทันจบก็โดนตะวาดกลับมา จนนึกแปลกใจที่อยู่ๆ เด็กหนุ่มก็แสดงอาการหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด คราวนี้เขาเริ่มสังเกตเห็นอาการสั่นน้อย เด็กหนุ่มเริ่มหาวปล่อยครั้งขึ้น รุกรี้รุกรนผิดสังเกต

“ ฉ…ฉันต้องไปแล้วบ้านเพื่อนฉันอยู่แถวนี้ ” เด็กหนุ่มหลบตาเขา หันหลังเดินออกไปอีกทางแต่อากิระคว้าแขนไว้ก่อน

“ นายเป็นอะไรหรือเปล่า ” เขาถามเพราะเริ่มสงสัยบางอย่างแต่ยังไม่แน่ใจ

“ ไม่…ไม่เป็นไร ปล่อยแขนฉันสักที… ” มากิเริ่มดิ้นรน

“ ฉันว่าเธอไปกับฉันดีกว่า…ลืมแล้วหรือ ฉันมีเรื่องถามเธอหน่อย ”

“ เฮ้ย…ฉันไม่ไปกับนายหรอกนะ ปล่อยซิวะ…”

ชายหนุ่มไม่ฟังเสียงที่ต่อต้านเขา ร่างเล็กๆ ถูกรากไปตามแรงดึง มากิพยายามแกะมือของเขาออกแต่ก็สำเร็จ อีกมือก็หอบเอากระเป๋าเสื้อผ้าไปด้วย

ไม่นานการฉุดกระชากรากถูก็ยุติลง เมื่อมาถึงห้องพักของชายหนุ่ม ห้องชุดบนชั้นสิบเอ็ดของตึกห้องกว้างตบแต่งไว้อย่างเป็นระเบียบ ประตูกระจกบานใหญ่ที่มองออกไปเห็นระเบียงด้านนอกทำเอาอาการต่อต้านหยุดลงได้

“ สวยจัง เห็นดาวด้วย…เจ๋ง… ”

มากิเดินไปที่ประตูกระจกบานใหญ่ มองออกไปด้านนอกอย่างสนใจ เขาไม่เคยมีห้องแบบนี้ไม่เคยมองดูดวงดาวได้ชัดเจนขนาดนี้มาก่อน อากิระแอบถอนหายใจ ยกมือขึ้นเสยผมรวกๆ มองดูคนที่เขาเพิ่งจะบังคับขู่เค็ญให้มากับเขาอยู่เมื่อครู่ ตอนนี้กลับกลายเป็นอีกคนที่ดูแตกต่างกับลิบลับ เห็นตัวเล็กๆ แต่ฤทธิ์มากจนเขาเองยังเหนื่อย

“ ฉันว่านายไปอาบน้ำดีกว่า ดึกแล้วนะ ” อากิระเดินเข้าไปในห้องหยิบผ้าขนหนูออกมายื่นให้เด็กหนุ่มที่กลับเข้ามาข้างใน

“ เออ…ขอบใจนะ ” มากิรีบรับผ้าขนหนูจากมือชายหนุ่ม หายเข้าห้องน้ำไปพักใหญ่ถึงได้ออกมา เสื้อเชิ้ตตัวโขล่งกระดุมติดไม่ถึงอก กับกางเกงขาสั้น ผมที่เปียกน้ำลู่ไปกับแก้มที่ออกจะเป็นสีแดงเพราะน้ำอุ่นที่อาบ ทำเอาอากิระถึงกับอึ้ง ตาค้าง กาแฟหกจากปากใหลเป็นทางเขารีบเช็ดแทบไม่ทัน หาเรื่องอื่นคุยแก้เก้อ

“ ฉันยังไม่รู้ชื่อเธอเลย ฉันอากิระ….สึซาโอกะ อากิระ…จะเรียกอากิระเฉยก็ได้ ”

“ ผม…เนคาวา มากิ… ” มากิรู้สึกว่าคนๆ นี้แปลก ที่ทำเหมือนเป็นเรื่องธรรมดาทั้งๆ ที่เขาเป็นเพียงคนที่เพิ่งรู้จักกันแท้ๆ กับให้ความช่วยเหลือเขา แน่นอนว่าเขาไม่ค่อยเชื่อใจเท่าไร แต่ตอนนี้ไม่มีที่ไปก็ขอรับความหวังดีแบบแอบแฝงนี้ไว้ก่อนก็แล้วกันนะ…

“ ผมจะนอนที่ไหนละ ง่วงจะตายอยู่แล้ว…. ” พร้อมกับหาวปากกว้าง เหมือนเด็กที่กำลังง่วงจัดทำเอาชายหนุ่มอมยิ้ม

“ ในห้องนอนซิ อยู่ด้านโน้น ” อากิระชี้มือไปที่ประตูห้องที่อยู่ด้านในสุด มากิลุกจากโซฟาตรงไปที่ห้องนั้นทันที ไม่สนใจคนที่อยู่ด้วยกันสักนิด มากิทิ้งตัวลงบนที่นอนก็หลับทันที ไม่ใช่เพราะอาการง่วงจัดอย่างที่ปากว่าหรอก แต่เพราะอีกอย่างต่างหาก….

………………………….…………

“ ….อืม….. ” มากิรู้สึกว่าที่นอนยวบลง ผ้าห่มผืนหนาถูกดึงขึ้นมาห่มร่างเล็กที่กำลังนอนขดอยู่ เด็กหนุ่มพลิกตัวกลับมาลืมตามองดูแล้วต้องร้องออกมาด้วยความตกใจ

“ ว๊ากกกก….นายจะทำอะไร….. ”

“ อ้าว!!…ก็นอนไง ฉันก็ชักง่วงเหมือนกัน ” อากิระนอนลงข้างๆ เด็กหนุ่มที่ตอนนี้ดีดตัวลุกขึ้นมานั่งตาค้าง ก็มันแบบว่า….ไม่เคยนอนกับใครนี่นา….

“ ทะ…ทำไม ไม่ไปนอนที่อื่นละ… ”

“ ก็ห้องนอนมันมีแค่ห้องเดียว และก็เตียงเดียว แล้วตอนนี้ฉันก็ง่วง นอนๆ ไปเถอะน่า”

อากิระทำเป็นไม่สนใจคนข้างที่นั่งทำหน้าเหมือนปลาสำลักน้ำ…ไม่…เขาไม่อยากนอนกับใครทั้งนั้น…มากิลุกออกจากเตียง ออกไปที่ห้องรับแขกซึ่งตอนนี้มีเพียงแสงสลัวจากดวงจันทร์ที่ส่องเข้ามาพอให้มองเห็นลางๆ เท่านั้น….‘ ไม่เป็นไร…เขานอนที่โซฟาก็ได้ ’ แขนเล็กโดนกระชากไว้ซะก่อน

“ ออกมาทำไม ทำไมไม่นอนข้างใน ” ชายหนุ่มแปลกใจที่อยู่มากิก็ลุกออกมาจากที่นอน แถมยังตั้งท่าว่าจะนอนที่โซฟาซะอีก

“ ไม่…ผมนอนที่นี่ดีกว่า ”

หากในห้องตอนนี้มีแสงสว่างเพียงพอ ชายหนุ่มคงมองเห็นแววตาหวาดกลัวบางอย่างของร่างเล็กๆ ที่ยังยืนยันว่าต้องการนอนที่นี่ แต่ชายหนุ่มกลับเข้าใจว่าคงเพราะความเคยชินส่วนตัวของเด็กหนุ่ม

“ โอเคๆ…เธอกลับไปนอนในห้อง เดี๋ยวฉันนอนที่นี่เอง ”

“ ผมเป็นแขก…คงไม่ดีถ้า…. ”

“ จะไปหรือไม่ไป ” มากิถอยหลังกรูด…ก็อยู่อากิระก็เข้ามาประชิดตัวจนแทบชิด

“ งั้น…ราตรีสวัสดิ์ ”

คืนนี้เลยกลายเป็นอย่างที่เห็นต่างคนต่างนอน มากินอนหลับสบายในห้องบนเตียงนุ่มๆ ของอากิระ แต่เจ้าของเตียงกลับนอนกระสับกระส่ายพลิกไปพลิกมาเพราะนอนไม่หลับ ไม่รู้ว่าทำไมภาพของเด็กหนุ่มที่นอนหลับอยู่ในห้องถึงได้ผุดขึ้นมาทุกครั้งที่หลับตาลง อากิระยังอดแปลกใจตัวเองไม่ได้ เขาไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน น้อยครั้งนักที่เขาจะติดใจคิดถึงใคร หรือสิ่งใดได้มากมายขนาดนี้ หนักๆ เข้า เขาเลยลุกออกไปที่ระเบียง พระอาทิตย์ใกล้ขึ้นอีกครั้ง วันใหม่กำลังจะมา อีกเรื่องที่ชายหนุ่มกำลังใช้ความคิดคือเรื่อง ล้วงความลับ ไม่สิ….ต้องเรียกว่าหาเบาะแสถึงจะถูก จะมีวิธีไหนที่จะทำให้เด็กหนุ่มอยู่ใกล้สายตาเขามากที่สุด ไม่ให้คลาดสายตาเลยก็ว่าได้

***********************************************************

เวลาล่วงเข้าช่วงบ่าย มากิถึงตื่นขึ้นมา เขามองไปรอบห้องด้วยความแปลกตาในตอนแรก แล้วก็นึกขึ้นได้ว่า เขาอยู่ในห้องพักของอากิระ คนที่เจอกันเมื่อคืนนี้…เขาเดินออกจากห้องหลังจากที่อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่เรียบร้อย นอกห้องที่ว่างเปล่าไม่มีเงาของคนที่คิดว่าจะได้เจอ มีแค่กระดาษโน๊ตใบเล็กบนโต๊ะ

…..ฉันไปทำงาน บ่ายๆ จะกลับ

…..ถ้าหิวก็อุ่นอาหารในตู้เย็นทานนะ…...

อ่านจบท้องก็ทำหน้าที่เตือนขึ้นมาทันที มากิตรงเข้าไปในครัวเปิดดูอาหารที่ว่า ในตู้เย็นมีแต่เบียร์แล้วก็เบียร์ กับอาหารกล่องสำเร็จรูปสองสามอย่าง เขาเลือกหนึ่งในนั้น แล้วจับยัดใส่ไมโครเวฟ ตั้งเวลา และ…รอ…

“ เฮอะ…มีแต่เบียร์เต็มตู้ไปหมด นี่คิดจะกินแทนน้ำเลยหรือไง ”

มากิบ่นหลังจากทานอาหารเสร็จ เขามองหาน้ำในตู้เย็นแต่ก็ไม่พบ ดีแต่ว่ามีเครื่อกรองน้ำอยู่ เขาออกมาที่ระเบียงยืนคิดอะไรเรื่อยเปื่อยฆ่าเวลา รอให้อากิระกลับมา ตอนนี้เรื่องที่หนักใจคือเขาจะไปอยู่ที่ไหน เงินติดตัวอยู่ก็แค่นิดเดียวเอง เพื่อนที่พอจะพึ่งพาได้ก็แทบไม่มี มัตสึก็อยู่กับแฟนไมอยากไปรบกวน เขาไม่เคยสุงสิงกับใคร ไม่ได้เรียนหนังสือเหมือนเด็กในวัยเดียวกัน เพราะความจำเป็นบางอย่างที่เขาไม่อยากนึกถึง ซึ่งบ่อยครั้งที่เขายังคงฝันถึงมันทั้งๆ ที่อยากจะลืม แต่ภาพเหตุการณ์นั้นมันยังคงวนเวียนหลอกหลอนเขาจนเขาต้องหันไปพึ่งยา…มันช่วยเขาได้มากทีเดียว เสียงเปิดประตูดึงความคิดของมากิให้กลับมา

…..แกร๊ก…….

“ ไง….ตื่นนานแล้วหรือ ? ” ชายหนุ่มเอ่ยถามทั้งที่ง่วนกับการเก็บของบางอย่างใส่ตูเย็น แต่ของส่วนใหญ่ที่มากิเห็นก็จะเป็นเบียร์ซะมากกว่า

“ นายนี่ดื่มเบียร์แทนน้ำเลยนะ ” มากิเข้ามามองดูห่างๆ เบียร์กระป๋องหนึ่งถูกเปิดกระดกเข้าปากชายหนุ่มอย่างกระหาย หยดเบียร์ที่ไหลลงมาจากมุมปาก อากิระแลบลิ้นเลียมัน ก่อนที่จะหันมาทางเด็กหนุ่มที่กำลังหน้าแดงที่เห็นภาพเมื่อครู่ อากิระเป็นคนที่สูง รูปร่างสมส่วนจากที่มองเห็น เค้าหน้าที่ได้รูปเรียกได้ว่าหล่อมัดใจสาวเชียวแหละ…แต่ทีน่าแปลกคือสมองของมากินี่ซิ ที่จินตนาการภาพ ตอนที่เขาเลียเบียร์นั่น….มันดู…เซ็กซี่…ดูมันยั่วยวนชอบกล นี่ขนาดเขาเป็นผู้ชายแท้ยังคิดแบบนี้ได้

“ เป็นอะไรหรือเปล่า….หน้าแดงๆ หรือว่าจะไม่สบาย ”

อากิระทำท่าจะวัดไข้ให้เด็กหนุ่มแต่เขากลับถอยหลังหนีทันที

“ เออ…ไม่…ไม่เป็นอะไร ฉันสบายดี ” มากิพยายามทำตัวให้เป็นปรกติ แต่อาการแบบนั้นไม่รอดสายตาของอากิระไปได้ แต่ชายหนุ่มเก็บเอาความสงสัยไว้

“ เอาบ้างมั้ย…แต่ชั้นว่าเด็กอย่างนายดื่มน้ำผลไม้ หรือไม่ก็นมน่าจะดีกว่านะ ”

“ เชอะ…อย่างกะตัวเองดีตายแหละ ดื่มเหล้าแทนน้ำอย่างนี้นะ…อีกอย่างฉันนะทำงานอยู่กับเหล้านะ แค่เบียร์นะจิ๊บจ้อยเกินไป อย่างฉันมันต้อง TAKIRA หรือไม่ก็ BLUE POISION มันถึงจะสะใจ ”

“ โอ้โฮ…น่ากลัวจังเลย ” อากิระทำท่าล้อเลียนอีกฝ่าย แล้วก็หัวเราะออกมาเพราะไม่เชื่อว่าเด็กหนุ่มตัวเล็กอย่างนี้จะดื่มเหล้าแรงๆ แบบนั้นได้ ขนาดผู้ชายตัวใหญ่เจอเข้าไปซักสองสามแก้วก็ร่วงแล้ว ส่วนมากิถูกหัวเราะเยาะก็หน้าตึงขึ้นมาทันที ทำเอาอากิระกลั้นหัวเราะแทบไม่ทัน

“ โอเคๆ…แล้วนี่เราต้องไปทำงานกี่โมง ”

“ หกโมงครึ่ง ”

“ งั้นตอนนี้ก็ว่างซิ ”

“ ใช่…ก็กะว่าจะออกไปหาห้องใหม่ ให้ได้ก่อนค่ำ ไม่อยากรบกวนนาย ” อากิระที่กำลังอร่อยกับเบียร์ที่เหลือ ถึงกับสำลัก

“ แค่กๆๆ…เดี๋ยวก่อน เธอจะไปหาห้องทำไม ”

“ อ้าว…นายนี่แปลกนะ ฉันก็ต้องหาที่อยู่ซิ หรือว่านายจะให้ฉันอยู่ที่นี่…ห๊า ” มากิชักเริ่มรำคาญคนแปลกๆ คนนี้ แต่คำตอบที่ชายหนุ่มบอก ทำให้เด็กหนุ่มอึ้งรับประทาน

“ ก็ใช่…เธอจะอยู่ที่นี่ก็ได้ จะไปหาห้องให้เปลืองเงินทำไม…. ”

“ จะ…บ้าหรือไง เราเพิ่งเจอกันแค่สองหนเอง นายจะไว้ใจฉันได้ไง ” มากิถามด้วยความแปลกใจ

“ ก็…จะพูดอย่างไงดี…เออ…. ”

คราวนี้ถึงคราวที่อากิระต้องหาเหตุผลเพื่อที่จะรั้งตัวมากิไว้ แต่ตำรวจอย่างเขาที่เคยแต่จับผู้ร้ายกลับต้องมากลายเป็นจำเลยชั่วคราวไปซะแล้ว แล้วที่นี้จะหาข้ออ้างอะไรละเนี่ย…

“ เออ…คือว่า…เธอ….” อากิระยิ่งอึกอัก

“ คืออะไรละ คุณตำรวจ….อย่าบอกนะว่าหน้าผมนะเหมือนน้องชายที่ตายไปแล้ว ” จริงๆ แล้วมันก็แค่คำพูดประชดที่พูดออกอย่างงั้นเอง แต่มันเหมือนกับทางออกให้ชายหนุ่มที่กำลังจนหนทาง ในเมื่อเขาเองก็นึกเหตุผลอะไรไม่ได้ ก็เอามันข้อนี้ จากที่เขามองดูแล้วเด็กคนนี้เล่นด้วยไม่อยาก แค่งัดเอาวิชาจิตวิทยามาใช้นิดหน่อยเท่านั้น

“ ใช่….เหมือนมาก ” แถมด้วยวิชาการละครที่ยืมดารามาใช้อีกนิดหน่อย อากิระทำหน้าเศร้าลงแต่สายตายังคงจับอยู่ที่หน้าของมากิ เพื่อดูปฏิกิริยา แล้วมันก็ได้ผลดูท่าทางมากิจะตกใจเล็กน้อยกับคำตอบที่ได้รับ

“ บ้าแล้ว…จะบังเอิญอะไรขนาดนั้น…ล้อเล่นใช่ไหม?…แล้วเขาอยู่ไหนละ… ”

“ เขาตายแล้ว อุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อสองปีก่อน ” น่าน….ไปโลดเลยแฮะเรา อากิระนึกในใจ แต่หน้ายังคงแสดงถึงความเศร้า

“ เสียใจด้วย…. ” มากิหน้าเศร้าลงอย่างเห็นได้ชัด เขาเห็นใจเสมอกับคนที่สูญเสียเช่นกันกับเขา

“ ฉันอยากให้เธออยู่ที่นี่ ถ้าไม่รังเกียจ…ฉันไม่อยากให้เธอออกไปเร่ร่อนหาที่อยู่ให้ลำบาก อีกอย่างฉันก็อยู่คนเดียวด้วย…แต่ฉันไม่ได้ให้เธออยู่เฉยๆ หรอกนะ ก็ช่วยทำงานบ้านบ้างเล็กน้อย ”

“ เอ๋…เมื่อคืนนายบอกว่าอยู่กับเพื่อนไง… ” มากิมองอย่างคาดคั้น ก็เขาจำได้

ซวยละสิ….ดันเผลอพูดไป…อากิระต้องหาคำตอบในสถานะการณ์ขับขันแบบนี้อีกแล้ว

“ ก็…คือ…มัน…ใช่…มันบอกเมื่อเช้าว่ามันย้ายออกแล้ว ของมันก็ขนไปแล้วเหมือนกัน…แฮะๆ ”

อากิระตอบหน้าเจื่อน ภาวนาในใจ ขอให้เชื่อที่เถอะ

“ คุณนี่ตลกดีนะ….ก็ได้ แต่ผมคงไม่อยู่ตลอดไปหรอกนะ อย่างน้อยก็แค่ช่วงนี้เท่านั้น พอผมมีเงินพอเช่าห้องใหม่ผมก็จะย้ายออก ”

“ เยี่ยมเลย ” ชายหนุ่มยิ้มแก้มแทบปลิ เล่นเอามากิตลึงกับรอยยิ้มที่ฉาบบนใบหน้านั้น

“ แต่…เรื่องที่นอน ผมขอนอนคนเดียวเหมือนเดิม…จะได้ไหม? ” มากิถามออกไปอย่างไม่แน่ใจ

“ โอเค ไม่มีปัญหา ฉันมีที่นอนสำรองไม่ต้องห่วง ”

“ งั้นผมต้องเตรียมตัวไปทำงานแล้ว…อ้อ…อย่าหวังมากเรื่องงานบ้านเพราะผมก็ไม่เคยทำเหมือนกัน แต่ก็จะทำเท่าที่ทำได้ก็แล้วกัน ” เด็กหนุ่มหันหน้ามาพูดก่อนที่จะหายเข้าไปในห้อง อากิระได้แต่ทำหน้า เอ๋อ อยู่พักใหญ่ ก่อนที่จะระเบิดเสียงหัวเราะออกมา ส่วนมากิพอเข้ามาในห้องก็ขำเพราะหน้าของคนทำ เอ๋อ มันตลกเหมือนกัน

***********************************************************

“ มากิ….” เสียงเรียกของมัตสึ ทำให้เด็กหนุ่มหันไปมองอย่างแปลกใจ

“ มัตสึ…วันนี้ทำไมมาหาฉันได้ละ ” ปรกติเขาเองซะอีกที่เป็นฝ่ายไปหา ช่วงนี้เขาเองก็ไปหามากิบ่อยขึ้นกว่าเดิมด้วยซ้ำ เพราะอาการอยากยาที่พักนี้มันถี่ขึ้นทุกที

“ มากิ เมื่อวานฉันไปหานายที่ห้อง แต่เจ้าของบอกว่านายโดนไล่ออกตั้งแต่สองอาทิตย์ก่อน แล้วตอนนี้นายไปอยู่ที่ไหน อยู่กับใคร แล้วย้ายออกทำไมไม่บอกฉันเลยละ ” มัตสึยิงคำถามเป็นชุดจนมากิอดขำไม่ได้ ก็คงจะมีแต่มัตสึคนเดียวเท่านั้นที่คอยห่วง แต่เขาจะบอกได้ยังไงละว่าตอนนี้เขาพักอยู่กับตำรวจคนที่วิ่งไล่จับกันวันนั้น….ขอโทษนะมัตสึที่ต้องโกหก แต่ฉันไม่อยากให้นายเข้าใกล้พวกตำรวจ

“ ฉันพักอยู่แถวๆ นี้แหละ แต่นายไม่ต้องเป็นห่วงหรอก ฉันดูแลตัวเองได้ ” มากิพูดไปพร้อมกับผสมค๊อกเทลสูตรพิเศษที่มัตสึชอบส่งให้

“ แน่ใจนะ ว่าไม่อยากให้ฉันช่วย ”

“ อืม…แค่นี้ฉันก็ไม่รู้จะขอบคุณยังไงแล้วละ จะให้ฉันรบกวนนายอีกฉันทำไม่ได้หรอก ”

“ โอเค งั้นฉันก็หายห่วง แต่ถ้ามีอะไรให้ช่วยก็บอกได้เลยนะ ฉันไปละ ”

“ อ๊ะ…เดี๋ยว มัตสึ…. ” มากิมองหน้าของมัตสึ ซึ่งเขาก็เข้าใจว่าเด็กหนุ่มต้องการอะไร เขาล้วงเอาของบางอย่างออกมาส่งให้ มากิเองก็ควักเงินจากกระเป๋ากางเกงส่งให้อย่างลับ

“ มากิ นายคงติดมันจริงๆ แล้วซิ ” มัตสึมองเพื่อนตัวน้อยที่เคยวิ่งเล่นด้วยกันอย่างเวทนา

“ ฉัน…พยายามแล้วมัตสึ แต่…ไม่ไหว…ทุกครั้งที่หลับตา…มันไม่เคยหายไป ฉันทนไม่ได้…ไม่ได้จริงๆ…. ” ดวงตาสวยๆ ปริ่มด้วยน้ำตาหากแต่เจ้าของกลับลบเลือนมาให้หายไปในที่สุด

“ ชีวิตนายยังมีค่านะ มากิ ฉันหวังว่าสักวันมันจะดีขึ้น…ฉันไปละ ”

ต่างคนต่างแยกย้ายกันไปคนละทาง มากิกลับเข้าร้าน มัตสึเดินกลับเข้าไปในซอยที่มืดสนิท หากในหัวยังคงคิดถึงมากิ เพื่อนรุ่นน้องที่เคยอยู่บ้านติดกัน แต่ไม่มีใครรู้ว่าเหตุการณ์ในอนาคตจะเป็นอย่างไร เขายังจำวันนั้นได้ดี เหมือนกับมันเพิ่งเกิดขึ้นไม่นานมานี้เอง

******************************************************

วันนั้นที่เด็กทั้งสองคนกลับจากโรงเรียน ต่างคนต่างแยกกันเข้าบ้านเพื่อที่จะได้เก็บสัมภาระ แต่แน่นอนว่าเขาเตรียมออกจากบ้านไปยังบ้านของเพื่อนรุ่นน้องคือ มากิ แต่แม่ของเขาเรียกไว้ก่อนที่จะออกจากบ้าน เพื่อที่จะให้ช่วยเก็บของ เวลาผ่านไปจนใกล้ค่ำเขากับแม่ถึงได้เก็บของเสร็จ มัตสึตรงไปบ้านอีกหลังที่อยู่ติดกันทันที แต่ก็นึกเอะใจว่าทำไมไม่เปิดไฟ ไม่มีเสียงคนในบ้าน แต่ความเคยชินทำให้เขาไม่รอช้าที่จะเปิดประตูเข้าไปข้างใน แต่ภาพที่เขาเห็นมันกลับทำให้เขาตัวสั่น

มากินอนอยู่บนพื้น ตามร่างกายมีรอยถูกทำร้ายไปทั่ว รอยเลือดที่แห้งกรังและคราบน้ำสีขาวขุ่นที่ไหลลงตามขา เขาวิ่งออกจากบ้านไปหาแม่ เพื่อที่แจ้งตำรวจ มากิถูกพาตัวส่งโรงพยาบาล ซ้ำร้ายคืนนั้นมากิต้องได้รับข่าวที่มันทำให้เขาช๊อคนักเข้าไปอีก พ่อกับแม่ของมากิกลับมาจากงานเลี้ยงเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์เสียชีวิตทันที ตั้งแต่นั้นชีวิตของมากิก็เปลี่ยนไปจากเด็กที่เคยร่าเริง กลับเงียบขรึม เก็บกด และหวาดผวา หนี้สินที่พ่อของมากิกู้ซื้อบ้านก็ตามมา ธนาคารยึดบ้านของมากิ ทำให้เขาไม่มีที่อยู่ ไม่ได้ไปโรงเรียนอีกต่อไป แม่ของมัตสึก็พยายามให้ความช่วยเหลืออยู่บ้างเพราะฐานะก็ไม่ได้ร่ำรวยอะไร แล้วชะตากรรมก็หันมาเล่นตลกกับเขาบ้าง แม่ป่วยเป็นโรคมะเร็งไม่นานก็เสียชีวิต บ้านของเขาก็ต้องถูกยึด คราวนี้เขากับมากิก็เลยต้องกลายเด็กกำพร้าทั้งคู่ ไม่มีญาติที่ไหนมารับเลี้ยง สองคนต้องปากกัดตีนถีบกันเอง จนเขามาเจอกับแกงค์ทาเทวากิ เขาได้เข้าทำงานกับแกงค์ไม่ว่าจะผิดหรือถูกแต่มันก็ทำให้เขาไม่อดตาย แรกมากิเองก็ไม่เคยแตะต้องยาพวกนั้น แต่เพราะเหตุการณ์นั้นมันยงคงหลอกหลอนทำให้มากิหันมาพึ่งมัน ซึ่งเขาเป็นคนส่งให้เองกับมือเพราะทนไม่ได้ที่วันไหนอาการหวาดผวานั้นมันเกิดขึ้นอีกมากิจะเหมือนคนคุ้มคั่ง หวาดกลัว ยาทำให้เขาสงบลงได้ เขาเองก็เสียใจที่มีส่วนทำให้มากิติดยา แต่ถ้ามันทำให้มากิไม่เจ็บปวดเขาจะทำ

catndog.gif (3077 bytes)

โปรดติดตามตอนต่อไป

 

Hosted by www.Geocities.ws

1