บ้านสาวสาม
สารินและแอนเป็นเพื่อนสนิทกัน และเป็นเพื่อนกับพิซังมาตั้งแต่อยู่ธรรมศาสตร์ ทั้งสองหลงคารมพิซังให้มาเรียนด้วยกันที่นี่ ข้าพเจ้ากับสองสาวนี้มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งเกินคาดเดา ใครจะรู้อนาคตว่าเราสามเกี่ยวดองได้อย่างไร ก็มีแต่กาลเวลาที่บอกเราได้
หลังจากที่พิซังกลับเมืองไทยไป ข้าพเจ้าก็ได้รับความกรุณาอันหามิได้ (ออกหนังจีนไปซักนิด แต่ตอนนั้น หนังจีนกำลังอินมาก) เราสามคนตกลงจะไปหาที่อยู่ด้วยกัน เป็นRoommate กันน่ะ ช่วงระยะเวลาในการหา apartment นั้น เป็นไปอย่างวุ่นวายมาก เพราะเราต้องการสามห้องนอน สามห้องนอนเพราะเราต่างคนต่างไม่ไว้ใจกัน
ข้าพเจ้านั้นเวลานอน ชอบปล้ำชาวบ้าน สารินนอนละเมอ ส่วนแอนต้องมีโทรศัพท์ตอนเช้าเสมอ เพราะฉะนั้นเรานอนด้วยกัน หรือใครคู่หนึ่งต้องนอนด้วยกันก็ไม่ได้ ทั้งสามเรื่องมากพอกันคือต้องการห้องส่วนตัว
แล้วเราก็ได้ห้องนอนสามห้องที่ราคาถูกมาก ดีทีเดียว เอาละสิ มีห้องใหญ่อยู่ห้องเดียว เพื่อความยุติธรรม โตโตกันแล้ว เราก็ต้องเป่ายิ้งฉุบ เจ็บใจนัก คนสมบัติน้อยที่สุดแต่ท้ายสุดก็เต็มห้องจนได้, แอน, ได้ห้องใหญ่ไป แต่จริงๆแล้ว ข้าพเจ้าเสียสละตั้งแต่ต้นแล้วน่ะว่าจะไม่เอาห้องใหญ่ เอ๊ะหรือว่าไง
เราอยู่ด้วยกันด้วยความสงบ บ้านของเราก็คล้ายๆกับที่ข้าพเจ้าเคยอยู่กับพิซัง คือเป็นศูนย์รวมคนไทยเวลาจะมีงานหรือมีกินเลี้ยงอะไรเล็กๆน้อยๆน่ะ แต่ที่แตกต่างก็คือ ไม่มีเครื่องซักผ้าในบ้าน ฝนตก หิมะตก หรืออะไรก็แล้วแต่ถ้าเสื้อผ้าหมด (ใส่วนและซ้ำจนหมดและทนต่อไปไม่ไหวแล้ว) เราก็ต้องทนออกมาซักที่center มีอยู่ช่วงหนึ่งcenter ปิดซ่อม เราก็ต้องขับรถไปวนซักที่อื่นจนได้ ลำบากกว่าบ้านเก่าตรงนี้เอง
เราสามคนมีอะไรหลายอย่างที่เหมือนกันและแตกต่าง ซึ่งก็ไม่แปลก ก็ไม่ได้อยู่ด้วยกันมาตั้งแต่เกิด นิสัยใจคอก็ต้องแตกต่างกันอยู่แล้ว แต่สำหรับข้าพเจ้าที่แปลกก็คือ สารินกับแอนไม่ค่อยชอบทานข้าว สารินชอบกินก๋วยเตี๊ยว แอนชอบกินของจุบจิบ แตข้าพเจ้าชอบกินอาหารตามมื้อ
ในสามคน ข้าพเจ้าเป็นคนรู้อยู่ที่สุด คืออยู่บ้านมากที่สุด เพราะฉะนั้นเวลามีโทรศัพท์หนุ่มๆมาจีบใคร เสร็จข้าพเจ้าหมด ซึ่งก็ไม่เคยมีซะที แต่โทรศัทพ์จะเป็นอะไรที่ทำให้เราสามได้เจอหน้ากันมากที่สุด ก็ตอนเวลาบิลค่าโทรศัพท์มาและต้องมาclear ค่าโทรศัพท์กันนั้นล่ะ เนื่องจากแอนเป็นคนที่เพิ่งมาอยู่ใหม่ในขณะนั้น เราจึงให้แอนเป็น คนจัดการเรื่องนี้
มีอยู่ครั้งหนึ่ง เราสามคนเจอบิลค่าโทรศัพท์ 700กว่าดอลลาร์ shock กันหมดทั้งสามสาว จากสาวงามก็ง่อมในวันนั้นล่ะ ปรากฎว่า ทางMCI คิดราคาให้เราผิดก็ให้แอนโวยวายเค้า แอนโวยวายได้ผู้ดีมาก สะใจเต่ามากเพราะเร็วกว่าเต่านิดนึง แต่ก็ทำให้แอนรู้ว่าอย่าไว้ใจฝรั่ง มันชอบมั่ว อย่าคิดว่าฝรั่งมันโกงไม่เป็น โธ่มันโกงเก่งกว่าเราอีก
แขกประจำบ้านเราคนหนึ่งก็คือ โจ้ โจ้เป็นเพื่อนธรรมศาสตร์ของทั้งสาริน, พิซัง, และแอน แต่มารู้จักกันตอนแอนทำงานอยู่bank นี่เด็กbank เก่าน่ะค่ะเนี่ย โจ้กับแอนเป็นเพื่อนสนิทกัน เห็นโจ้ที่ไหนก็เห็นแอนที่นั่น จะตามหาโจ้ มาตามได้ที่นี่ โจ้เป็นคนทำกับข้าวอร่อยมาก มากจริงๆ ขนาดที่ว่า แกงส้มกับต้มยำกุ้งหรือไก่ก็เถอะเหมือนเมืองไทยไม่มีผิดเพี้ยนเลย วันงาน culturefest โจ้ก็เป็นคนแสดงฝีมือทำต้มยำขายโดยมีพี่นิดเป็นผู้กำกับรสชาติ แต่แกงส้มและต้มยำ ข้าพเจ้ายกให้เขาเป็นหนึ่งจริงๆ
สารินกับข้าพเจ้ามีอะไรหลายอย่างเหมือนกันคือติด sitcom เรื่องfriends, seinfield, etc มาก แต่สารินจะติด ER ด้วย แต่สารินมักจะน่าสงสาร เวลาเรียนมักจะตรงเวลากับเวลาหนังเสมอ ขนาดจัดตารางแล้วน่ะ sitcom มันยังเปลี่ยนเวลาให้มาตรงกับเวลาเรียนของสารินเสมอ สารินจะเป็นที่รักของคนไทยในUmaine มาก สารินอาจไม่รู้ตัว แต่เวลาใครมีปัญหาต้องปรึกษาสารินก่อนเสมอ ข้าพเจ้าเป็นคนหนึ่งที่ใช้บริการของสารินอยู่เป็นประจำ ข้าพเจ้าชอบไปนอนห้องของสารินซึ่งสะอาดกว่าห้องของข้าพเจ้ามากนัก ข้าพเจ้ามักจะไปนอนบนเตียงสาริน แล้วก็บ่นหรือระบายความในใจให้สารินฟังเป็นประจำเสมอ ถ้าถามข้าพเจ้าว่า ในโลกนี้ใครรู้ปัญหาของข้าพเจ้าเยอะที่สุด ก็คงต้องตอบว่าสาริน และจนทุกวันนี้ ข้าพเจ้าก็ยังตอบคำถามนั้นด้วยคำตอบเดิม
| [Biography] | [Articles] | [Photo Album] | [Email Address] | [Favorite Links] |