ABbCcDdEeFfGgHhIiJjKkLlMmNnOoPpQqRrSsTtUuVvWwXxYyZ

เรียน กับ ครู เพ็ญ

________________________________

I in English I ประวัติครูเพ็ญ I สมัครเป็นสมาชิก I สมุดเยี่ยม I บอร์ดช่วยกันคิด I ปรึกษา/สอบถาม I

ระบบการศึกษาของรร. ในเมืองไทยและสิ่งที่เด็กได้รับจากการศึกษา

เก็บมาฝากเป็นข้อคิดค่ะ และต้องขอบคุณคุณแม่ท่านนึงที่นำมาฝากค่ะ ที่นำมาเล่าสู่กันฟังถึงการดำเนินงาน ผลการเรียนของเด็กและการสอนของครูที่เมืองไทย
คลิ๊กไปอ่านก่อนนะคะ
แล้วค่อยมาลงความเห็นกันที่ บอร์ดช่วยกันคิด

http://www.gotomanager.com/news/details.aspx?id=28371

ความเห็นของครูเพ็ญ:

เพ็ญขออนุญาตออกความเห็นหน่อยนะคะ ในฐานะที่เพ็ญเคยเรียนโรงเรียนระดับเบื้องต้นที่เมืองไทย แล้วมาได้รับการศึกษาระดับมัธยมที่ประเทศอเมริกาจนถึงระดับมหาวิทยาลัย

เท่าที่เพ็ญได้ศึกษาและค้นคว้าความแตกต่างของระบบการให้การศึกษาเด็กโดยจากประสพการณ์ที่สอนเด็กที่อเมริกาและเด็กที่เมืองไทยก็มีอยู่ว่า

ก่อนอื่นเราควรจะมาคุยถึงสิ่งที่เด็กจะต้องเผชิญทุกวันกับความเป็นอยู่ในบ้านและระบบการสอนและวิธีการสอนของครู ผู้ช่วยครูและพี่เลี้ยงของเด็กที่จบการศึกษาและอบรมในเมืองไทย (ที่เจาะจงประเทศเพราะเรากำลังบ่งบอกถึงการศึกษาในประเทศไทย เพ็ญอยากจะเปรียบเทียบระบบการเรียนการศึกษาของครู ก่อนที่เด็กจะได้รับการศึกษาจากครูนั้นๆนะคะ)

1.
ความคาดหวังในตัวเด็กเกี่ยวกับระบบวิชาการจะสูงมากเกินกว่าที่เด็กควรจะรับได้ตามความสามารถของตัวเด็กเองครูอาจจะใช้ระบบขู่บังคับให้เด็กเรียน มากกว่าการให้การสนับสนุนการสร้างความสนใจและการให้กำลังใจแก่เด็กในการที่จะเรียนรู้ เช่น บังคับให้เขียนหรือพูด ถ้าไม่เขียนก็จะถูกลงโทษหรือตัดคะแนนต่างๆนานา

เพราะถ้าเด็กไม่ทำ ผลงานของเด็กก็จะไม่มีออกมาให้ผู้ปกครองและครูได้เห็น ตามที่คาดหวังเอาไว้ในตัวเด็ก ครูก็จะเสียใจและกำลังใจที่จะสอน
ผู้ปกครองก็จะโทษครูที่ไม่ช่วยให้เด็กได้มีผลงานการเรียน เด็กก็จะถูกดุด่าหาว่าไม่ตั้งใจเรียนเท่าที่ควร

2. ทำไมความสนใจที่จะตั้งใจเรียนของเด็กมีน้อยมาก ซึ่งจริงๆแล้วอาจจะมีมากกว่าที่คิด ก็ต้องเริ่มจากที่บ้านก่อนเลยค่ะ เหตุจากค่าใช้จ่ายใเมืองไทยสูงมากและการจราจรแออัด จนทำให้คุณพ่อคุณแม่ต้องไปทำงานแต่เช้าและกลับบ้านจนดึกมาก ปล่อยให้เด็กไม่ได้รับความสนใจและไมได้รับคำปรึกษาในยามที่เด็กต้องการ ไม่ว่าจะเรื่องเรียน อ่านหนังสือให้เด็กฟัง การคบเพื่อน สังคมของเด็ก สุขภาพความคิดความสนใจในสิ่งต่างๆที่เด็กอยากจะถามจะบอกหรือจะเล่าให้ฟัง "คุณพ่อคุณแม่หายไปไหนหมดคะ"

เด็กๆจะอยู่บ้านเฉยๆ ไม่ได้ไปไหน ไม่มีกิจกรรมอะไรให้ทำ หรือการเล่นออกกำลังกายไม่รู้จะทำอะไร หรือร่วมทำกิจกรรมอะไรดีกับใคร ผลสุดท้ายอะไรล่ะคะ ได้แต่ดูทีวีผ่อนครายความเบื่อหน่ายที่จะอยู่บ้านเฉยๆ สิ่งที่เด็กได้รับคืออะไรคะ ความสนใจไม่ค่อยจะมี อาจจะพูดน้อย
การพัฒนาด้านความคิดสร้างสรรค์ การแสดงออกทางด้านจิตใจ อารมณ์ การเข้าสังคม การเรียนรู้สิ่งต่างๆรอบตัวเด็ก และการเสริมสร้างสุขภาพส่วน
ต่างๆของร่างกายแทบจะไม่ค่อยมี

ซึ่งอันนี้ก็น่าเห็นใจและเข้าใจทั้งคุณพ่อคุณแม่นะคะ แต่เพ็ญอยากขอความกรุณาให้คิดนะคะว่า "ถ้าเราเป็นอะไรไปวันนี้ ยังไงๆก็มีคนมาทำงานแทนตำแหน่งของเรา แต่...ถ้าลูกของเราเป็นอะไรไป ใครล่ะ..ใครที่
จะมาอยู่ตำแหน่งเดียวกับลูกของเราคนนี้คนเดียว ไม่มีใครจะสำคัญเท่ากับชีวิตคนในครอบครัวของเรา โดยเฉพาะเลือดเนื้อเชื้อไขของเราเองค่ะ"
เพ็ญอยากจะขอฝากข้อคิดอันนี้กับคุณพ่อคุณแ่ม่เอาไว้ด้วยนะคะ

ยังไม่หมดแค่นี้นะคะ เพ็ญยังไม่ได้เขียนถึงผลที่เด็กได้รับและประสพการณ์ที่เพ็ญได้พบเห็นในห้องเรียนของ เด็กในเมืองไทยและอื่นๆเกี่ยวกับระบบของในประเทศอเมริกา ซึ่งมีทั้งข้อดีและข้อเสียเช่นกัน

เดี๋ยวต้องขอตัวไปอยู่กับสามีและลูกๆก่อนนะคะ

 

กลับไปที่หน้าแรก

Copyright © 2005 Learn with Kroo Pen All rights reserved.

Hosted by www.Geocities.ws

1