กู๊ดเยียร์มั่นใจยางโออีสดใส
Wednesday, June 05,
2002
โดย MGR ONLINE
 |
|
ยอดขายรถยนต์ในประเทศพุ่ง
ขณะที่ส่งออกกลับติดลบ
ส่งผลให้ตลาดยางโออีปีนี้ไม่ดีดตัวมากนัก
กุ๊ดเยียร์ฟันธงอย่างเก่งเท่ากับปีที่ผ่่านมา
แต่มั่นใจปีหน้ายอดขายจะพุ่งพรวด
เหตุมีรถใหม่เปิดตัวหลายรุ่น
ล่าสุดคว้าออเดอร์ยางติดรถเก๋งฮอนด้ารุ่นใหม่
ที่จะแนะนำสู่ตลาดปลายปีนี้ และต้นปี 46
ลุ้นค่ายยักษ์ใหญ่อีกราย
หากเป็นไปตามคาดมั่นใจตัวเลขสดใสแน่
ตลาดรถยนต์ไทยในช่วง 4 เดือนที่ผ่านมา
มีอัตราการเติบโตขึ้นถึง 34%
ธุรกิจยางรถยนต์หนึ่งในสินค้าเกี่ยวเนื่อง
ก็ย่อมเป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยเฉพาะยางโออี
(Original Equi-pment)
หรือยางติดรถยนต์จากโรงงานประกอบ
ย่อมต้องมีตัวเลขเติบโตไปในทิศทางเดียวกัน
ทั้งนี้หากดูตัวเลขตลาดยางโออีในปี 2544
ที่ผ่านมา จะเห็นว่าเพิ่มขึ้นถึง 11% โดยเพิ่มสูง
สุดคือยางรถเก๋ง 28.0%
อันเป็นผลมาจากการแนะนำรถใหม่หลายรุ่น ออกสู่ตลาด
และมีการส่งออกไปยังต่างประเทศมากขึ้น
ซึ่งปีนี้อัตราการ
เติบโตก็ไม่น่าจะแตกต่างกันมากนัก อย่างไรก็
ตามเรื่องนี้กู๊ดเยียร์เห็นว่าไม่น่าจะเป็นเช่นนั้น
"ตลาดยางรถยนต์โออีปีนี้คงจะไม่เติบโตสูงมากไปกว่าปีที่ผ่านมา
เนื่องจากตัวเลขส่งออก
รถยนต์ปีนี้ไม่ได้สูงเหมือนปีที่ผ่านมา เพราะยอด
การส่งออกรถยนต์เชฟโรเล็ตของจีเอ็มลดลงเยอะมาก
แต่ด้วยตลาดรถยนต์ในประเทศสูงขึ้น มาก
จึงทำให้อัตราการเติบโตของยางโออีสามารถ
รักษาระดับไว้ใกล้เคียงกับปีที่แล้ว
เช่ือว่าในปีหน้า เป็นต้นไป
ยางโออีจะเติบโตอย่างมาก
เพราะจะมีการเปิดตัวรถรุ่นใหม่ๆ
ออกสู่ตลาดหลายรุ่น"
บี เค ฮาน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท
กู๊ดเยียร์(ประเทศไทย) จำกัด
(มหาชน) กล่าวถึง สถานการณ์ตลาดยางโออีโดยรวม
และกล่าวต่อว่า ในส่วนยางโออีของกู๊ด
เยียร์ปีนี้ก็จะเป็นไปในทิศทางเดียวกัน
โดยคาดว่าในปีหน้าเป็น ต้นไป
จึงจะมีอัตราการเติบโตสูงขึ้นมาก
เพราะจะส่งยางติดรถให้กับเก๋งฮอนด้ารุ่นใหม่ปลายปีนี้
และในต้นปีหน้าอาจจะส่งให้กับรถยนต์ยี่ห้อยักษ์ใหญ่อีกราย
ขณะนี้กำลังเจรจาขั้นสุดท้ายอยู่
ซึ่งก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร
สำหรับกู๊ดเยียร์ในปีที่ผ่านมา
ในส่วนของยอดขายตลาดโออีโตขึ้น 24%
อันเป็นผลมาจากการส่งยาง Eagle NCT5
ให้กับรถฮอนด้า ซีวิค ใหม่
ซึ่งถ้ารวมกับตลาดยางทดแทนเข้าด้วยกันแล้ว
กู๊ดเยียร์มียอดขายโตขึ้นประมาณ
1.2% เมื่อเทียบกับปี 2543
โดยปีนี้คาดว่ากู๊ดเยียร์จะมียอดขายรวมทั้งสองตลาดโตขึ้นประมาณ
2 เท่าของตลาดยางโดยรวม
แน่นอนว่าการที่จะเติบโตได้เช่นนั้น กู๊ด
เยียร์จะต้องมีการจัดการและกลยุทธ์ที่ชัดเจน
เพราะตลาดยางรถยนต์โดยรวมไม่สดใสเหมือนตลาดรถยนต์
โดยปีที่ผ่านมาหดตัวลงประมาณ 1.3%
ปีนี้จึงคาดว่าจะโตขึ้นแค่ 1% เท่านั้น
ภายใต้ตลาดที่ไม่ค่อยหวือหวานัก แต่ความต้องการ
ของลูกค้ากลับมีความหลากหลายมากขึ้น จึงทำ ให้กู๊ด
เยียร์ต้องปรับโครงสร้างการบริหารงานใหม่
โดยเมื่อเดือนที่ผ่านมากู๊ดเยียร์ทั่วโลกได้มีการกำหนดนโยบายใหม่
โดยแยกฝ่ายขายและตลาดออกจากกัน
ซึ่งเดิมทั้งสองฝ่ายจะอยู่ รวมกัน
แต่เพื่อให้สอดคล้องกับสภาวะการแข่งขันที่รุนแรง
และลูกค้าที่มีความต้องการหลากหลายมากยิ่งขึ้น
ประเทศไทยก็เป็นเช่นเดียวกัน
จึงจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนเพื่อให้สอดคล้อง
ทั้งนี้กู๊ดเยียร์ประเทศไทยได้แต่งตั้ง
ยูอิชิ โยชิซาวา
อดีตผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดยางโออี-เอเชีย บริษัท
นิปปอน กู๊ดเยียร์ ประเทศญี่ปุ่น
เข้ามารับตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดในไทย
ตามโครงสร้างการบริหารงานแบบใหม่ของกู๊ดเยียร์
จากเดิมที่ตำแหน่งนี้จะดูแลโดย ไพศาล สินธุวลี
ที่ดูแลควบกับฝ่ายขายก่อนจะ
ลาออกเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา
"งานที่รับผิดชอบงานการตลาด ได้วางเป้า
หมายในระยะสั้นคือ
สานต่อพัฒนาร้านค้าปลีกสมัยใหม่อีเกิ้ลสโตร์อย่างต่อเนื่อง
พร้อมกับเร่งทำยอดขายให้ได้ตามเป้าที่วางไว้
ส่วนในระยะยาว
จะมีการแนะนำผลิตภัณฑ์ยางนวัตกรรมใหม่ๆ
ออกสู่ตลาดมากขึ้น
พร้อมกับผลักดันยอดขายให้เติบโตอย่างมั่นคง
รวมถึงการสร้างความพึงพอใจสูงสุดแก่ลูกค้าด้วย"
โยชิซาวากล่าว
พร้อมกันนี้เพืื่อสนองตอบความต้องการลูกค้า
ที่ต้องการยางรถยนต์คุณภาพสูง
กู๊ดเยียร์ได้แนะนำยางรถยนต์นั่งใหม่
อีเกิ้ล NCT5 ซึ่งใน
เมืองไทยได้มีการทำตลาดมาพักหนึ่งแล้ว แต่เน้น
ไปที่ยางโออีมากกว่า โดยป้อนให้กับผู้ผลิตรถยนต์
หลายยี่ห้อในภูมิภาคอาเซียน ไม่ว่าจะเป็นโตโยต้า
โคโรลล่า, นิสสัน เซฟิโร่, วอลโว่ เอส/วี40,
เมอร์เซเดส-เบนซ์ เอส280
รวมทั้งในไทยเป็นยางติดรถของฮอนด้า ซีวิค
ซึ่งเปิดตัวในตลาดทดแทน
ครั้งนี้ลูกค้าจึงมั่นใจได้เป็นอย่างดีในประสิทธิภาพ
ของยางรถยนต์รุ่นนี้
|
|
| |