ผ้าซิ่นตีนจก
ของลับแลสืบทอดมาจากบรรพบุรุษซึ่งเป็น
ชาวไทยอพยพมาจากเมืองเชียงแสน
ในสมัยอยุธยาตอนปลาย
จากการบอกเล่าของผู้เฒ่าผู้แก่ได้ความว่าอพยพมาตั้งหลักแหล่งครั้งแรกที่หมู่บ้านเชียงแสน
ต.ฝายหลวง อำเภอลับแล
จังหวัดอุตรดิตถ์
แบ่งออกเป็นสองพวก
อีกพวกหนึ่งไปอยู่ที่หมู่บ้านน้ำอ่าง
อำเภอตรอน
จังหวัดอุตรดิตถ์ ไม่ว่าชาวลับแลจะย้ายไปอยู่ที่ใดก็ยังมีการรักษาวัฒนธรรม
การแต่งกายด้วยผ้าซิ่นตีนจก
สืบมาจนถึงปัจจุบัน
ผ้าซิ่นตีนจกของลับแล
แบ่งออกเป็น 3
ยุคด้วยกันคือ
ยุคแรก
จะเป็นซิ่นดอกเคี๊ยะ
ซิ่นกาฝากเขียว
ซิ่นกาฝากแดง
ยุคกลาง จะเป็นซิ่นตีนจกที่มีหลายสี
เป็นสีเขียว สีเหลือง
สีดำ สีม่วง สีคราม สีแสด
สีครีม
ยุคปลาย
หรือยุคหลังจะเป็นซิ่นตีนจก
2 สี
คือมีสีเชียวกับสีเหลือง
หรืออาจจะมีสีดำ
ปนอยู่บ้าง
ลวดลายต่างๆของยุคแรกจะมีลายดอกหงส์ใหญ่
หงส์ขัง, หงส์ทะลาม(หงส์กลาง),
แปดขอ, งูเหลือม, ดาวดึงส์,
เก็ดทะหวา, ดาวเสด็จ,
เป็นต้น แต่ลายประกอบ
ไม่นิยมใส่มากนักจะเป็นลายห่างๆ
เช่น ขออึ่ง, ขอผักกูด,
ดอกมะโอ, ดอกแตง,
ดอกก้ามกุ้ง,
ขอไล่ข้าวเดียว, นาก,
ขอก้ามปู
ส่วนยุคกลางจะเพิ่มลายประกอบขึ้นมาอีกเช่น
ลายนกสร้อย นกเตียว(นกไล่ก้อย)
ขอคว่ำ, ขอหงาย,
สร้อยดอกหมาก, ฟันปลา,
กาบสร้อยดอกพร้าว
ยุคหลัง นิยมใช้สีเขียวกับ
สีเหลือง
และนิยมใช้ลายประกอบ
เป็นขอคว่ำ ขอหงาย นกสร้อย,
นกเตียว, นกอุ้ม, นกกินน้ำ,
ร่วมต้น, ขอไล่ท้าเดียว,
ดอกประจำยาม, ขอก้ามปู
เป็นต้น
แต่ในปัจจุบันนั้น
ชาวลับแลนิยมใส่
ลายหงส์ใหญ่, ลายแปดขอ
เพราะลวดลายสวยงามปราณีต
แต่ลักษณะของลวดลายต่างๆนั้นก็มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวสวยงาม
แตกต่างกันไป
ซึ่งแล้วแต่บุคคลว่าจะชอบลวดลายแบบไปสไตล์ไหน
ซึ่งสามารถหาซื้อหาเป็นของฝากได้
ทั่วไปในอำเภอลับแล
หรือหากสนใจอยากได้ลายละเอียดของผ้าซิ่นตีนจก
สามารถติดต่อสอบถามได้ที่
กลุ่มแม่บ้านอำเภอลับแล |
|
เอื้อเฟื้อข้อมูลโดย
นายจงจรูญ มะโนคำ
|
|
รวมภาพผ้าซิ่นนานาๆแบบ
|
|
|

ลายดอกหงส์ใหญ่

ลายหงษ์เล็ก

ลายหงษ์เล็ก
|