เทคโนโลยี จอ ภาพ แสดง ผล
จอ ภาพ LCD และ CRT
เทคโนโลยีสาร สนเทศ ได้ เข้า มา มี บท บาท ต่อ ชีวิต ประจำ วัน อย่าง มาก การ ใช้เครื่องมือ ต่าง ๆ ใน ชีวิต ประจำ วัน เกี่ยว ข้องกับการ แสดง ผล เพื่อ ที่ จะ ให้ ข้อ มูล ข่าว สาร ปรากฎ แก่ สาย ตา ของ ผู้ ใช้ พัฒนา การ ของ จอ ภาพ จึง ต้อง พัฒนา ตาม อย่าง ต่อ เนื่อง
![]()
คอมพิวเตอร์
เป็น เทคโนโลยี ที่ ขึ้นกับการ แสดง ผล ผู้ ใช้ คอมพิวเตอร์ ต้อง ติด ต่อกับเครื่องผ่าน ทางเป้นพิมพ์ และ แสดง ผล ออก มา ทางจอ ภาพ และ การ แสดง ผล นั้น ก็ ได้ รับ การ พัฒนา จาก หลอด ภาพ CRT และ แผง แสดง LCD
CRT มีการ ใช้ กัน อย่าง กว้าง ขวาง เพราะ เป็น เทคโนโลยี ที่ ได้ รับ การ พัฒนา มา นาน CRT เป็น จอ ภาพ ที่ ใช้กับโทร ทัศน์ และ พัฒนา ต่อ ให้ ใช้กับจอ ภาพ ของ คอมพิวเตอร์ ปัจจุบัน ได้ มี การ ผลิต จอ ภาพ หลาย สิบ ล้านเครื่องต่อ ปี หาก พิจารณา ที่เเทคโนโลยี การ แสดง ผล โดย พิจารณา หลัก การ ของ การ ใช้ แสง เพื่อ สร้าง งาน เรา สามารถ แบ่ง แยก หลัก การ ออก เป็น 2 ประเภท :-
- การ
ให้ แหล่ง กำเนิด แสง แสดง ภาพ และ ตัว อักษรดยตรง
หลักการ นี้ ใช้ ใน จอ ภาพ CRT ซึ่ง อาศัย ลำ อิเล็กตรอน กระ ทบกับสาร เรือง แสง ที่ ติด อยู่กับจอ ภาพ สาร เรือง แสง จะ เปล่ง แสง ออก มาใมห้ตา มอง เห็น - การ
ใช้ แสง ที่ มี อยู่ แล้ว ให้เกืดคุณ ค่า
โดยการ ใช้ หลัก การ สะท้าน หรือ สร้าง สิ่ง แวดว้อม ให้ ส่อง ทะลุ กล่าว คือ ปิด เปิด ลำ แสง ที่ มี อยู่ แล้ว ด้วย การ ให้ ส่องทะลบุ ผ่าน หรือ กั้น ไว้ หรือ สะท้อน เป็น ลักษณะ ของ เทคโนโลยี LCD ( Liquid Crystal ) แผง แสดง ผลึก เหลว
อย่างไร ก็ ดี การ แสดง ผล บน จอ ภาพ ส่วน ใหญ่ ใช้ เทคโนโลยี CRT เพราะ CRT มี ราคา ถูก กว่า มี การ พัฒนา มา นาน มี การ ผลิต ใน ขั้น อุตสาหกรรม มาก มี ความ ทน ทาน เชื่อ ถือ ได้ CRT จึง เป็น เทคโนโลยี ที่ อยู่ คู่ คอมพิวเตอร์ โดย เฉพาะ ไมโคร คอมพิวเตอร์ ตั้ง แต่ เริ่ม ต้น
สำหรับ LCD นั้นได้ เริ่ม นำ มา ใช้ ใน จอ แสดง ผล ในเครื่องคอมพิวเตอร์ แบบ แลปท็อ ป แบบโน๊ตบุ้ค แบบ พาล์มท็อป การ แสดง ผล ของ LCD มี ลักษณะ แบบ แบน ราบ น้ำ หนัก เบา กิน ไฟ น้อย พัฒนา
การ ของ LCD
LCD มีการ พัฒนา ก้าว หน้า ขึ้น อย่าง รวด เร็ว เริ่ม จาก การ พัฒนา ขึ้น เพื่อ ใช้กับเครื่องคิด เลข และ นาฬิกาดิจิตอ ล หลัง จาก นั้น ก็ พัฒนา ต่อ เนื่อง เพื่อ รอง รับ ความ ต้อง การ ที่ มี มาก ขึ้น เทคโนโลยี LCD เป็น เทคโนโลยี ที่ มี ยุค สมัย และ แบ่ง ยุค ได้ ตาม การ พัฒนา เป็น ขั้นๆเหมือน ยุค ของ คอมพิวเตอร์
- ยุค
แรก สร้าง ฐาน ของ เทคโนโลยี
ในยุค นี้ เป็น ยุค ที่ เริ่ม ต้น ของ การ พัฒนา LCD เทคนิค วิธี การ ที่ ใช้ เป็น แบบ DMS ( Dynamic Seattering Method )และ TN ( Twisted Nematic ) ข้อ เด่น ของ เทคโนโลยี นี้ คือ ใช้ กำลัง งาน ไฟ ฟ้า ต่ำ ใช้ แรง ดัน ต่ำ เหมาะ สม ที่ จะ ใช้ งานกับเทคโนโลยี CMOS จึง นำ มา ประยุกต์ ใช้ ในเครื่องคิด เลข นาฬิกา ฯลฯ - ยุค
ที่ สอง ยุค ขยาย ฐาน
การประยุกต์ ใช้ งาน LCD เริ่ม กว้าง ขวาง มาก ขึ้น เทคโนโลยี ที่ ใช้ ส่วน ใหญ่ เป็น แบบ TNโดย พัฒนา ให้ แผง แสดง มี ลักษณะ บาง และ กระ ทัด รัด และ เริ่ม ใช้ ตัว สะท้อน ให้ มี สี การ ประยุกต์ ใช้ งาน ส่วน ใหญ่ ยัง คง เป็น เรื่อง ของเครื่องคิด เลข นาฬิกา ฯลฯ - ยุค
ที่ สาม ยุค กระจาย
ในยุค นี้ มี การ ผลิต แพร่ หลาย มี การ ตั้ง โรง งาน การ ผลิต LCD กระจาย ขึ้น ทั่ว โลก เทคโนโลยี ที่ ใช้ เป็น แบบ TN และ GH ( Guest Host ) ข้อ เด่น ที่ ได้ ใน ยุค นี้ ก็ คือ LCD มี ความ เชื่อ ถือ สูง มี ความ คง ทน มี ความ เข้ม คม ชัด ีความ เร็ว ใน การ ตอบ สนอง ต่อ สัญญาณ ไฟ ฟ้า ได้ เร็ว การ ขยาย การ ใช้ งาน จึง กว้าง ขวาง ขึ้น มาก มี การ ประ ยุค ใช้ ใน กล้อง ถ่าย รูป รถ ยนต์ แผง แสดง ของ จอ คอมพิวเตอร์ เกม และ อุปกรณ์ สำนัก งาน ต่างๆ การ ก้าว เข้า สู่ รถ ยนต์ ก็ เพราะ ว่า สามารถ ลด อุปกรณ์ การ วัด ที่ ต้อง อาศัย กล ไก มา เป็นอิเล็ก ทรอ นิกส ์ ได้ มาก การ แสดง ผล เป็น แบบ พาส ซีฟจึง ไม่ สามารถ สร้าง ความ เครียด ให้กับสาย ตา - ยุค
ที่ สี่ ยุค ท้า ทาย ที่ จะ แทน CRT
การใช้ งาน กว้าง ขวาง และ มี ตลาด รอง รับ อยู่ มาก เทคโนโลยี ที่ ก้าว เข้า มา ใน ยุค นี้ คือ การ ใช้ TFT หรือ Thin Film Transistor เพื่อ สร้าง จอ ภาพ แสดง ผล แบบ แอคตีฟ ข้อ ดี คือ สามารถมัลติ เพล็กซ์สัญญาณ การ แสดง ผล ได้ เร็ว ทำ ให้ จอ ภาพ มี ขนาด ใหญ่ ขึ้น ราคา ถูก ลง แสดง สี ได้ เหมือนนนธรรม ชาติ การ ประยุกต์ ใช้ งาน จึง เน้น จำพวก โทร ทัศน์ จอ แบน จอ คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์เครื่องมือ วัด เกม ฯลฯ
ความแตก ต่าง ระหว่าง LCD กับ CRT
LCD เป็นแผง แสดง ผล ที่ แตก ต่าง จาก CRT ตรง ที่ ตัว LCD ไม่ ได้ เปล่ง แสง ออก มา แต่ ใช้ หลัก การ ควบ คุม แสง จึง มี ข้อ เด่น มาก มาย เมื่อ เปรียบ เทียบกับ CRT
จุดเด่น ของ LCD จึง แสดง ผล ได้ แม้ ใน สิ่ง แวด ล้อม ที่ มี แสง จ้า หรือ กลาง แจ้ง การ มอง เห็น ทำ ได้ อย่าง ชัด เจน ไม่ จาง เหมือน อุปกรณ์ ที่ กำเนิด แสง เช่น CRT หรือ LED LCE ใช้ กำลัง ไฟ ฟ้า ต่ำ มาก โดย ทั่ว ไป ใช้ กำลัง ไฟ ฟ้า เพียง 1 -10 MicroWatt per Cm ใช้ แรง ดัน ไฟ ฟ้า ขับ ที่ แรง ดัน ต่ำ จึง ใช้ วง จร CMOS ที่ ทำ งาน เพียง 3 Volt ก็ สามารถ ขับ LCD ได้ จึง ใช้ ใน วง จรรคอมพิวเตอร์ หรือ วง จรดิจิตอลทั่ว ไป ได้ แหล่ง จ่าย ไฟ สำหรับ LCD ใช้ แหล่ง เดียวและะแรง ดัน ไฟ ฟ้า ระดับ เดียว จึง ไม่ ยุ่ง ยาก ซับ ซ้อน ใน การ ใช้ งาน
การ ![]()
แสดง ผล ของ LCD มี ความ คม ชัด ไม่ มี การก ระ พริบ หรือ ภาพ สั่น ไหวไม่ สร้าง สัญญาณ เสียง รบ กวน มี ขนาดกกะ ทัด รัด น้ำ หนัก เบา แบน ราบ ขนาด แสดง ผล มี ขนาด เหมาะ สมกับการ ประยุกต์ เข้ากับอุปกรณ์ ต่าง ๆ ผู้ ออก แบบ การ แสดง ผล ทำ ได้ ตาม ต้อง การ ด้วย เทคโนโลยี LCD แสดง ผล ใน ลักษณะ หลาย สี เหมือน จอ CRT ได้ การ เชื่อม ต่อ ไม่ ต้อง มี กล ไก จึง ทำ ให้ ออก แบบ ประยุกต์ ได้ ง่าย หลัก
การ เบื้อง ต้น ของ LCD
สารผลึก เหลว ที่ ใช้ ใน LCD นั้น เป็น สาร สังเคราะห์ ที่ จัด ได้ ว่า เป็น สาร ใหม่ ที่ พัฒนา กัน มา เมื่อ ไม่ นาน นี้ คำ ว่า ผลึก เหลว ( Liquid Crystal ) หมาย ถึง สาร ที่ อยู่ ระหว่าง ของ แข็งกับของ เหลว ปกติ สาร ทั่ว ไป เมื่อ เป็น ของ แข็ง ที่ อุณหภูมิ หนึ่ง ครั้น ได้ รับ อุณหภูมิ สูง ขึ้น ก็ จะ หลอ มล ะลาย เป็น ของ เหลว แต่ สำหรับ ผลึก เหลว นี้ มี คุณสมบัติ พิเศษ คือ มี ช่วง อุณหภูมิ ที่ กว้าง สำหรับ สถานะ ที่ อยู่ ระหว่าง ของ แข็งกับของ เหลว
ผลึกเหลว จึง แตก ต่าง จาก วัสดุ ทั่ว ไป ที่ มี จุด หลอม เหลว ที่ เปลี่ยน สถานะ จาก ของ แข็ง เป็น ของ เหลว หรือ แม้ แต่ พลาสติก ก็ จะ เริ่ม อ่อน ตัว เมื่อ ได้ รับ ความ ร้อน จน หลอม ละ ลาย แต่ สำหรับ ผลึก เหลว มี ลักษณะ พิเศษ ชนิด ของ ผลึก เหลว แยก ตาม โครง สร้าง โมเลกุล เช่น แบบเนมา ติก ( nematic ) แบบสเมติ ก ( smetic ) แบบ คอเลสเตริก
สำหรับหลัก การ ทำ งาน ของ มัน นั้น ปรากฏการณ์ ของ ผลึก เหลว เป็นปรากฏการณ์ ที่ มี ลักษณะ พิเศษ สาร อื่น ๆ ใน สถานะ ปกติ เมื่อ ยัง ไม่ มี แรง ดัน ไฟ ฟ้า ป้อน ให้ โมเลกุล ของ ผลึก เหลว วาง ตัว เป็น เกลียว ใน แนว คอลัมน ์ แต่เมื่อ้อน แรง ดัน ไฟ ฟ้า ให้กับผลึก เหลว โครง สร้าง โมเลกุล จะ กระ จัก กระจาย อย่าง สุ่ม ดัง ภาพ
![]()
โครง
สร้าง ผลึก ที่ จัด ตัว เป็น เกลียว จะ ทำ ให้ แสง ผ่าน ทะลุ ลง ไป ได้ แต่ เมื่อ มีสนาม ไฟ ฟ้า ผลึก จะ กระ จัด กระจาย แสง จึง ผ่าน ไป ไม่ ได้ ลักษณะ เช่น นี้ ทำ ให้ เกิด ลักษณะ การ แสดง ผล เป็น แบบ ขาว ดำ