เม่งจื้อ

 

ประวัติเม่งจื้อ


เกิอที่เมืองโซ่ว ปัจจุบันเรียกมณฑลซานตุงเมื่อ พ.ศ. ๑๗๑ ถึง ๑๗๒ สิ้นชีพเมื่อ พ.ศ. ๒๕๔ เมื่อเจริญวัยเม่งจื้อได้มีโอกาสเข้าศึกษาในวิทยาลัยขงจื้อกับจื้อสือหลานของขงจื้อ  เม่งจื้อให้ความเคารพขงจื้อมากและอีกยังยังมีความสามารถในการพูดทำให้ปรัชญาขงจื้อเผยแพร่ไปได้อย่างกว้างขวาง

 

ปรัชญาของเม่งจื้อ


เม่งจื้อกล่าวว่าธรรมชาติของคนดั้งเดิมนั้นปกติใฝ่ความดีไม่ชอบความชั่วแต่ที่ต้องทำชั่วก็เพราะสภาพแวดล้อมบังคับ

 

ปรัชญาชีวิต


เชื่อว่าคนทุกคนเป็นดีแต่ที่ต้องทำชั่วเพราะมีสิ่งภายนอกมาบังคับและกล่าวว่าธรรมชาติของจิตใจคนมี๔อย่างคือ
๑ ยิ้น คือ ความเมตตา
๒ หงี คือ หิริโอตัปปะ ความละอายและเกรงกลัวต่อความชั่ว
๓ โล้ย คือ ความอ่อนน้อมถ่อมตน
๔ ตี่ คือ ความรู้สึกเหตุผลในความผิดชอบชั่วดี

 

ปรัชญาเศรษฐกิจ


๑ ยกเลิกภาษี
๒ กำหนดราคาสนค้า
๓ จัดสรรที่ดินโดย ๑ ลี้แบ่งเป็น ๙ ส่วนส่วนละ ๑๐๐ ไร่ให้มีนาของประชาชน๘๐๐ไร่และมีนาหลวง๑๐๐ไร่ตรงกลางโดยประชาชนจะต้องมาช่วยกันทำนาหลวงส่งผลผลิตแก่รัฐ
๔ ห้ามให้มีการเกณฑ์แรงงานช่วงหน้าเก็บเกี่ยว
๕ สงวนพันธุ์สัตว์น้ำและสัตว์บกอีทั้งยังมีการสงวนพื้นที่ป่า
๖ ส่งเสริมให้ทุกครัวเรือนทำสวนครัว
๗ สร้างโรงเรียนอบรมสั่งสอนจริยธรรม

 

ปรัชญาการเมือง


กำหนดหน้าที่สำคัญของผู้ปกครอง ๒ อย่างคือ
๑ ทำให้ประชาชนมีความสุขจากการกินดีอยู่ดี มี ความปลอดภัย
๒ ให้การศึกษาแก่ประชาชน

 

สรุปปรัชญาเม่งจื้อ


ธรรมชาติของคนดั้งเดิมนั้นปกติใฝ่ความดีไม่ชอบความชั่วแต่ที่ต้องทำชั่วก็เพราะสภาพแวดล้อมบังคับและเพื่อป้องกันสภาพแวดล้อมดังกล่าวจึงให้มีการแก้ปัญหาเรื่องปากท้องก่อนเป็นอันดับแรกโดยเชื่อว่าเมื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้เรื่องศีลธรรมต่างๆก็จะตามมา

 

Hosted by www.Geocities.ws

1