ซุ่นจื้อ

 

ประวัติของซุนจื้อ


มีชื่อจริงว่า ขวง เป็นชาวแคว้นเจา อยู่ทางทิศใต้ของเมืองโฮเป้ยและชานสีในปัจจุบัน ปีเกิดและตายไม่แน่ชัด
สันนิษฐานว่าซุ่นจื้อคงจะมีชีวิตช่วงระหว่างพ.ศ.๒๔๕ถึง๓๐๕เมื่ออายุได้๕๐ปีได้รับเชิญจากพระเจ้าเสียงแห่งแคว้นฉี่ให้ไปทำงานที่แคว้นของตน เมื่อซุ่นจื้อไปรับราชการก็ได้แสดงความสามารถจนบรรดาขุนนางผู้ใหญ่พากันริษยาจึงใส่ความให้ร้ายซุ่นจื้อ ซุ่นจื้อจึงลาออกจากตำแหน่งแล้วมารับราชการที่แคว้นฉู่ต่อมาได้ลาออกมาเป็นอาจารย์สอนศิลปะศาสตร์โดยมีศิษย์คนสำคัญ ๒ คนคือ หลีซื่อ และฮั่นเฟ่ยจื้อ

 

ปรัชญาของซุ่นจื้อ


ซุ่นจื้อเคารพนับถือขงจื้อมากและถือเอาขงจื้อเป็นแบบอย่างที่ดีงามเพราะฉะนั้นจึงเห็นว่าจารีตประเพณี ดนตรี และ คุณธรรมมีความสำคัญ แต่ก็มีความเห็นตรงกันข้ามกับม่อจื้อนักปรัชญาสำนักเดียวกันโดยซุ่นจื้อมองว่าธรรมชาติของมนุษย์นั้นมีแต่ความเลวทรามจำต้องได้รับการอบรมจึงจะดีขึ้นได้

 

ทฤษฎีแห่งความรู้


ซุ่นจื้อกล่าวว่าความเป็นไปของสิ่งต่างๆในโลกมีอยู่สองระดับคือระดับปรากฏการณ์และระดับความจริง ปรากฏการณ์เป็นเพียงการแสดงออกภายนอก เป็นภาพลวงตาไม่จริงแท้ เป็นมายา ส่วนความจริงเป็นสภาวะที่อยู่เบื้องหลังปรากฏการณ์ ซุ่นจื้อกล่าวว่าความรู้จะเกิดขึ้นต้องอาศัยปัจจัย ๒ ประการคือ ประสาทสัมผัสและจิตใจโดยความสามารถของจิตใจในการให้ความหมายของสิ่งที่รับรู้จากประสาทสัมผัสนั้นจะได้มาภายหลังและสามารถเพิ่มพูนขึ้นได้ตามประสบการณ์

 

ปรัชญาชีวิต


ซุ่นจื้อกล่าวว่าธรรมชาติสันดานของคนนั้นชั่วร้ายจำต้องได้รับการขัดเกลาจากวิทยา๖ประการของขงจื้ออันได้แก ประวัติศาสตร์(ชุนชิว)รัฐศาสตร์(เสียงจือ)ธรรมชาติวิทยา(เอี๊ยะ)นิติธรรมเนียม(โล้ยเก็ง)โคลง(ซีเก็ง)และดนตรี(หวาว)  ซุ่นจื้อถือว่าจารีตประเพณี รวมทั้งกฎหมาย ศีลธรรมจะคอยควบคุมกิเลสตัณหาและขัดเกลาความประพฤติส่วนดนตรีมีหน้าที่คอยกล่อมเกลากิเลสตัณหาและปลูกฝังความรู้สึกที่ดีงามให้เกิดขึ้นในจิตใจของคน

 

ปรัชญาเศรษฐกิจ


ซุ่นจื้อเชื่อว่าการทำให้บ้านเมืองสงบสุขแล้วนอกจากผู้ปกครองที่ดียังต้องมีอาหารที่อุดมสมบูรณ์โดยสนับสนุนให้ประชาชนยึดอาชีพการเกษตรเป็นหลักโดยให้เหตุผลว่ายิ่งรัฐใดมีเกษตรกรมากรัฐนั้นก็ยิ่งอุดมสมบูรณ์ผิดกับอาชีพอื่นๆที่ยิ่งมีมากรัฐก็ยิ่งยากจนลง

 

ปรัชญาสังคมและการเมือง


ซุ่นจื้อสนับสนุนระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์แต่กษัตริย์ต้องมีคุณธรรมและความสามารถสมกับการเป็นผู้ปกครองจึงจะได้ความเคารพนับถือและการสรรเสริญจากประชาชน  นอกจากนี้ซุ่นจื้อยังกล่าวว่าต้องให้ผู้นำมีความประพฤติเฉกเช่นเดียวกับนโยบายของตนและสนับสนุนให้ใช้พระคุณปกครองคนมากกว่าพระเดช

 

สรุปปรัชญาซุ่นจื้อ


ซุ่นจื้อเห็นว่าธรรมชาติของคนมีแต่ความชั่วร้ายต้องมีกฎและการศึกษามาคอยกล่อมเกลาผู้คนอีกทั้งยังให้ความสำคัญกับผู้นำในการปกครอง

 

Hosted by www.Geocities.ws

1