สัมพันธภาพที่จำเป็นระหว่างพ่อแม่กับลูกวัยรุ่น
ในบรรดาความสัมพันธ์ระหว่างพ่อแม่กับลูกวัยต่างๆ นั้น ความสัมพันธ์ระหว่างพ่อแม่กับลูกวัยรุ่นเป็นความสัมพันธ์ที่ทำให้ราบรื่นได้ค่อนข้างยาก เพราะลูกเติบโตขึ้นมากเริ่มมีความคิด ความอ่านเป็นของตัวเอง โต้เถียงพ่อแม่ตามเหตุผลหรือประสบการณ์ของเขาเอง และไม่ค่อยเชื่อฟัง ทำให้พ่อแม่ต้องใช้มาตรการกดดัน เช่น ตัดสิทธิ ไม่พูดด้วย หรือหมดหนทางก็คิดว่าปล่อยเขาไป เขาโตแล้ว ทำให้เสียสัมพันธภาพระหว่างพ่อแม่กับลูกวัยรุ่น และลูกเองก็รู้สึกขาดที่พึ่งพา แต่สัมพันธภาพระหว่างพ่อแม่กับลูกวัยรุ่นเป็นสิ่งจำเป็น เพราะนอกจากจะทำให้ลูกได้ รับความรักความอบอุ่นและรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่าซึ่งเป็นเกราะป้องกันปัญหาต่างๆแล้ว สัมพันธภาพที่ดีระหว่างพ่อแม่กับลูกวัยรุ่นยังเป็นช่องทางสำคัญสำหรับพ่อแม่ที่จะอบรมสั่งสอน ตักเตือน ปรับพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมและป้องกันปัญหาต่างๆ ซึ่งเป็นความกังวลของพ่อแม่ได้ด้วย หากพ่อแม่มีแนวทางที่จะรักษาสัมพันธภาพที่ดีระหว่างพ่อแม่กับลูกวัยรุ่นไว้ ก็จะช่วยให้ลูกได้ผ่านพ้นช่วงวัยหัวเลี้ยวหัวต่อนี้ไปได้ดี
พ่อแม่ส่วนใหญ่เข้าใจธรรมชาติของวัยรุ่นเป็นอย่างดี เพราะผ่านพ้นมาก่อน แต่การปฏิบัติตนของพ่อแม่อาจจะต้องเปลี่ยนไปบ้างตามยุคสมัยที่ให้สิทธิลูกในการพูดคุยแสดงความรู้สึกและคิดเห็น หลักการสำคัญที่พ่อแม่ควรใช้กับลูกวัยรุ่นในยุคสมัยนี้คือ
1. การยืดหยุ่นและให้อภัย บางครั้งวัยรุ่นอาจจะมีท่าทีเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายกับพ่อแม่ ตามอารมณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป นอกจากนี้ กระแสสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปทำให้ลูกวัยรุ่นทำทุกอย่างที่พ่อแม่ต้องการได้ค่อนข้างยาก บางครั้งวัยรุ่นเองก็มีเหตุผลที่เหมาะสม การตัดสินใจโดยอาศัยความยืดหยุ่นและให้อภัยในธรรมชาติของวัยรุ่นจะช่วยรักษาสัมพันธภาพระหว่างพ่อแม่กับวัยรุ่นได้ดี
2. วัยรุ่นสมัยนี้ร่างกายใหญ่โต แต่จิตใจยังมีบางส่วนที่เป็นเด็กอยู่ ดังนั้นพ่อแม่ไม่ควรคาดหวังว่าวัยรุ่นจะทำอะไรได้สมบูรณ์แบบเหมือนผู้ใหญ่
3. สัมพันธภาพที่ดีระหว่างพ่อกับแม่ จะทำให้บรรยากาศในบ้านเป็นสุข และทำให้สัมพันธภาพที่ดีระหว่างพ่อแม่กับลุกวัยรุ่นเกิดขึ้นได้ง่าย
องค์ประกอบที่จำเป็นของสัมพันธภาพระหว่างพ่อแม่กับวัยรุ่นมีดังนี้
1.ความรัก วัยรุ่นต้องการความรักเช่นเดียวกับลูกวัยอื่นๆ วัยรุ่นที่ขาดความรักจะรู้สึกเหงา ว้าเหว่ แสวงหาความรักจากที่อื่น เช่น เพื่อน เพศตรงข้าม ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทดแทนความรักที่พ่อแม่ไม่ได้ ความรักที่วัยรุ่นต้องการคือความรักที่ไม่มีเงื่อนไข รักและให้อภัยลูกได้ รักเพราะเป็นลูก
พ่อแม่ที่คิดว่าลูกโตแล้วฝากความหวังและเงื่อนไขความสำเร็จไว้กับลูก ควรเป็นความหวังที่เป็นจริงตามความสามารถของวัยรุ่น ความหวังในระดับนี้จะเป็นตัวกระตุ้นที่ดีที่ทำให้วัยรุ่นพัฒนาตนเองให้เกิดความสำเร็จได้
การแสดงความรักต่อวัยรุ่นยังเป็นสิ่งจำเป็นเหมือนลูกวัยอื่นๆ เพียงแต่ควรเป็นไปในลักษณะที่เหมาะสมกับวัย เช่น ลูบศรีษะ ตบบ่า และมีความเป็นรูปธรรมมากขึ้น เช่น ไปเที่ยวตามสถานที่ท่องเที่ยวด้วยกัน ให้ของที่อยากได้ในราคาที่เหมาะสม เป็นต้น
การทำตัวให้ใกล้ชิดวัยรุ่นก็เป็นสิ่งจำเป็น แต่ควรรักษาขอบเขตของความเป็นพ่อแม่เพื่อคงความเคารพนับถือไว้ วัยรุ่นจะใกล้ชิดกับคนที่เขาไว้เนื้อเชื่อใจ ดังนั้นในเริ่มแรกพ่อแม่ควรสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจโดยรับฟังลูกให้มาก สนใจเรื่องที่ลูกพูดคุย รับรู้ความรู้สึกที่แท้จริงของเขาและไม่ด่วนตำหนิหรือมีท่าทีตกใจในความสวิงสวายของลูก ลูกจะไม่กล้าพูดคุยด้วย และความคิดความรู้สึกบางอย่างที่ไม่เหมาะสมของวัยรุ่นอาจจะต้องอาศัยความไว้วางใจและเวลาในการพูดคุยปรับเปลี่ยนความคิด
หากต้องการให้เกิดความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างพ่อแม่กับวัยรุ่น พ่อแม่ต้องพร้อมและมีความจริงใจที่จะให้เวลาในการพูดคุย ทำความเข้าใจให้เกิดความสนิทสนม นอกจากนี้พ่อแม่ควรมีความสมดุลในการปฎิบัติตัวต่อลูก ไม่ปกป้องห่วงใยลูกมากจนลูกรู้สึกว่าตัวเองไม่มีความสามารถและไม่ทอดทิ้งให้ลูกแก้ปัญหาเองทุกอย่างจนลูกรู้สึกขาดความรักความอบอุ่น2. การพุดคุยกับลูกวัยรุ่น วัยรุ่นจะเบื่อหน่ายและไม่อยากพูดคุยกับพ่อแม่ถ้าการพูดคุยทุกครั้งเป็นการอบรม สั่งสอน หรือย้ำเตือนถึงอันตรายในสิ่งที่พ่อแม่วิตกกังวล การพูดคุยเช่นนี้ทำให้วัยรุ่นรู้สึกว่าพ่อแม่มีทัศนคติที่ไม่ดีต่อตนเอง เป็นคนที่ไม่น่าไว้วางใจ เอาตัวไม่รอด และวัยรุ่นจะมองพ่อแม่ว่ามองโลกในแง่ร้าย ไม่ทันสมัย เทคนิคที่พ่อแม่อาจจะนำไปใช้ในการพูดคุยกับลูกได้แก่
- การเปิดโอกาสให้ลูกพูดคุยถึงประสบการณ์ในแต่ละวัน ในส่วนประสบการณ์ที่น่าสนใจพ่อแม่อาจจะตั้งคำถามให้ลูกได้เรียนรู้จากประสบการณ์เหล่านั้น
- ยกเหตุการณ์ในสังคม ตั้งประเด็นคำถามเปิดโอกาสให้ลูกแสดงความคิดเห็นและให้เหตุผล ทั้งนี้บรรยากาศในการพูดคุยควรเป็นกันเอง สนุกสนาน ไม่เคร่งเครียด พ่อแม่เองก็อาจจะแสดงความคิดเห็นของตนเองร่วมด้วย เหตุผลของพ่อแม่ควรความชัดเจน ยืนหยัดในส่วนที่ถูกต้องมีคุณธรรม หากลูกซักถามเพิ่มเติมพ่อแม่จะได้มีคำตอบที่ดีสำหรับลูก ในการพูดคุยบางครั้งอาจจะไม่ได้ข้อยุติที่ดี หรือลูกไม่ยอมรับเหตุผลของพ่อแม่ พ่อแม่ไม่ควรด่วนโกรธเคืองว่าลูกไม่เชื่อถือพ่อแม่ที่อาบน้ำร้อนมาก่อน เพราะสังคมปัจจุบันนี้มีเรื่องที่ไม่ชัดเจนเกิดขึ้นเสมอ ส่วนหนึ่งวัยรุ่นเองก็มักจะเชื่อถือประสบการณ์ของตนเอง ดังนั้นเป็นเรื่องที่ต้องให้เวลาและอาศัยความใจเย็นของพ่อแม่ค่อยพูดค่อยคุยกับลูก หากความคิดของลูกเหมาะสมพ่อแม่ไม่ควรลืมที่จะให้ความมั่นใจด้วยการชมเชย หรือชื่นชมความคิดของลูก การพูดคุยเรื่องเหล่านี้เป็นสิ่งที่มีความสำคัญต่อการเสริมสร้างทัศนคติที่ดี ทักษะการตัดสินใจและการดำเนินชีวิตของวัยรุ่นในอนาคต ซึ่งนอกจากนี้พ่อแม่จะได้พบข้อเท็จจริงว่าลูกเป็นคนอย่างไร คิดอะไร อะไรคือจุดเด่นจุดด้อยของลูกด้วย
- พ่อแม่อาจจะพูดคุยแลกเปลี่ยนเล่าถึงประสบการณ์การเป็นวัยรุ่นในอดีต โดยเฉพาะส่วนที่คล้ายคลึงกับวัยรุ่นสมัยนี้ เช่น การแต่งตัวที่แหวกแนวจากคนทั่วไป คลั่งไคล้ดารานักร้อง จะทำให้ลูกเข้าใจได้ว่าสิ่งเหล่านี้เป็นธรรมชาติของวัยรุ่น และรู้สึกว่าพ่อแม่เข้าใจเรื่องของวัยรุ่น
ในการพูดคุยกับลูกวัยรุ่นบางเรื่องที่เป็นเรื่องส่วนตัว เช่น เรื่องความรัก ความขัดแย้งกับเพื่อน พ่อแม่ควรถือเป็นมารยาทที่จะไม่นำไปเล่าต่อ หรือพูดเป็นเรื่องตลกขบขันให้วัยรุ่นอับอาย เพราะลูกจะไม่ไว้วางใจและไม่เล่าให้พ่อแม่ฟังอีก
3. การจัดการกับความโกรธ การพูดคุยสื่อสารกันย่อมมีความขัดแย้งกันเป็นธรรมดา
การจัดการกับความโกรธโดยการเผชิญหน้ากันขณะที่ทั้งสองฝ่ายมีอารมณ์จะทำให้เสียสัมพันธภาพที่ดี ในส่วนของพ่อแม่ควรพยายามสงบความโกรธให้ลดลงบ้าง และกลับมาพูดคุยกับลูกใหม่เมื่อทั้งสองฝ่ายพร้อม
ในส่วนของวัยรุ่น พ่อแม่ส่วนใหญ่พยายามสอนลูกให้เก็บกดความโกรธด้วยวิธีการต่างๆ เช่น ดุด่าไม่ให้แสดงกิริยาท่าทางโกรธต่อผู้ใหญ่ ห้ามไม่ให้ชี้แจงเพราะถือว่าเป็นการเถียงหรือแก้ตัว ไล่ไปให้พ้นๆ หน้า เป็นต้น ทั้งนี้เพราะวัฒนธรรมไทยไม่ค่อยยอมรับการแสดงอารมณ์ที่ไม่ดี แต่พ่อแม่ไม่ได้สอนว่าการแสดงอารมณ์โกรธอย่างเหมาะสมควรทำอย่างไร วัยรุ่นเองก็มีอารมณ์รุนแรงอยู่แล้ว การเก็บกดบ่อยๆ อาจจะทำให้แสดงอารมณ์รุนแรงออกมาเป็นครั้งคราว หรือเก็บความคับแค้นอยู่ในใจ เป็นผลเสียต่อสัมพันธภาพระหว่างพ่อแม่กับลูก
การเปิดโอกาสให้ลูกแสดงความโกรธออกมาเป็นจุดเริ่มต้นของการสอนวิธีการแสดงความโกรธที่เหมาะสม โดยให้โอกาสลูกชี้แจงเหตุผลและตั้งใจรับฟังเหตุผลของลูก ลูกอาจจะแสดงท่าทางหรือใช้คำพูดที่ไม่เหมาะสมพ่อแม่ต้องคอยเตือนให้ลูกปฎิบัติตัวอยู่ในขอบเขต หลังจากนั้นค่อยๆ สอนให้วัยรุ่นรู้ว่าการพูดขณะที่มีอารมณ์จะมีแต่ผลเสีย การพูดคุยควรทำขณะที่อารมณ์สงบแล้วจะหาทางออกหรือตกลงกันได้ดีกว่า ลูกก็จะมีวิธีการที่ดีในการแสดงความโกรธ
สิ่งสำคัญคือพ่อแม่ต้องเป็นตัวอย่างที่ดีแก่ลูกในเรื่องของความโกรธ ทำอย่างที่พ่อแม่สอนลูก จะทำให้ง่ายสำหรับลูกที่จะรับฟังและทำตาม ซึ่งผลดีที่ตามมาคือ ความเข้าใจและความเคารพนับถือที่ลูกวัยรุ่นจะมีต่อพ่อแม่มากขึ้น
บางครั้งพ่อแม่อาจจะไม่พอใจพฤติกรรมของวัยรุ่นและหาทางจะปรับปรุงด้วยวิธีการต่างๆ นาๆ การเตือนด้วยความหวังดีเป็นวิธีการที่ลูกวัยรุ่นยอมรับได้ดี แต่พ่อแม่ควรมีวิธีการเตือน รวบรวมเหตุผลที่ดีที่ลูกยอมรับได้ หาเวลาที่พ่อแม่พร้อมที่จะพูดและลูกพร้อมที่จะฟัง พูดกันให้เป็นที่เข้าใจ พ่อแม่อย่าพูดวันละนิดวันละหน่อยให้ลูกไปปะติดปะต่อเอาเอง ลูกจะคิดว่าพ่อแม่บ่นให้ฟัง ทั้งๆ ที่ในความคิดของพ่อแม่นั้นพ่อแม่ได้เตือนแล้ว
สำหรับพ่อแม่ที่เคยเข้มงวดกับลูกมาก่อน การกำหนดกฎระเบียบที่เคร่งครัดก็อาจจะช่วยปรับพฤติกรรมลูกได้บ้าง แต่สำหรับวัยรุ่นที่พ่อแม่ไม่เคยทำเช่นนี้มาก่อน หากตั้งกฏเกณฑ์หรือกำหนดการตัดสิทธิขึ้นมาลูกอาจจะไม่ทำตาม พ่อแม่ควรพูดคุยหาทางตกลงกับวัยรุ่นในกฏเกณฑ์ที่วัยรุ่นสามารถปฏิบัติตามได้ การปรับพฤติกรรมจึงจะได้ผล
ในสังคมไทย การอบรมเลี้ยงดูลูกมักจะเป็นไปในลักษณะของการโอบอุ้ม ซึ่งพ่อแม่จะให้ความใส่ใจโดยเฉพาะเมื่อลูกยังเล็ก พอเข้าสู่วัยรุ่นพ่อแม่ก็มักจะปล่อยให้ลูกดูแลตัวเอง พ่อแม่สนับสนุนด้านการศึกษาและเงินทองเป็นหลัก ขณะเดียวกันพ่อแม่ก็เป็นกังวลกับลูกวัยรุ่นที่จะต้องเผชิญกับปัญหาสังคมภายนอกครอบครัว การสร้างสัมพันธภาพที่ดีระหว่างพ่อแม่กับลูกวัยรุ่นเป็นวิธีการหนึ่งที่พ่อแม่จำเป็นต้องใช้ นอกเหนือจากการสนับสนุนด้านการศึกษาและเงินทองหรือปล่อยให้ลูกดูแลตัวเอง
ขอขอบคุณ
