
ฝึกให้ลูกมีความคิดสร้างสรรค์
การฝึกให้ลูกมีความคิดสร้างสรรค์นั้นสามารถทำได้ตั้งแต่เด็กยังเล็ก วัยเด็กตอนต้น 2-5 ขวบ จึงเป็นวัยที่เป็นโอกาสของเด็กที่พ่อแม่จะละเลย หรือไม่ควรที่จะให้เขาพลาดจากการฝึกสมองในเรื่องความคิดสร้างสรรค์ การฝึกตั้งแต่เด็กจะทำให้เขาได้ใช้สมองและมีทักษะในการใช้ความคิด เช่น
1.ฝึกลูกให้มีความคิดริเริ่ม(Originality Thinking) หมายถึง ความคิดที่แปลกใหม่ที่ไม่เคยมี หรือไม่ซ้ำกับคนอื่น ไม่เคยมีใครนึกถึงมาก่อน เช่น เล่านิทานแล้วให้ลูกเล่าเรื่องต่อให้จบ ให้ลูกดูภาพแล้วให้ลูกเล่าว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป ฯลฯ
2.การฝึกให้เด็กมีความคิดคล่องตัว(Fluency Thinking) ความคิดคล่องตัว หมายถึงให้เด็กได้รู้จักคิดในปริมาณมาก ๆ หรือคิดให้ได้หลาย ๆความคิด เช่น ไหนลูกลองบอกแม่ซิว่ามีดอกไม้อะไรบ้างที่มีสีแดง มีสัตว์อะไรบ้างที่มี 4 ขา บอกสิ่งของที่อยู่ในครัวเรามาให้มากที่สุด ฯลฯ
3.ฝึกให้ลูกมีความคิดยืดหยุ่น(Flexible Thinking) หมายถึงให้เด็กได้รู้จักคิดให้หลากหลาย คิดให้มากที่สุด ไม่ยึดติดกับมุมมองหรือคำตอบเพียงคำตอบเดียว ยิ่งมีหลายแนวทาง หลายประเภทยิ่งดี เช่น ถามเด็กว่า กระดาษทำอะไรได้บ้างนอกจากเขียนหนังสือ ฯลฯ
4.การฝึกให้ลูกมีความคิดละเอียดลออ(Elaboration Thinking) หมายถึงความคิดในรายละเอียดที่นำมาตกแต่งความคิดครั้งแรก เป็นความคิดที่ใส่ใจในรายละเอียดของสิ่งต่าง ๆ ให้ได้ความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น เช่น ให้เด็กต่อเติมเส้นให้เป็นภาพ ให้บรรยายภาพ ต่อเติมรูปทรงต่าง ๆเป็นภาพ ต่อไม้บล็อกเป็นรูปทรงต่าง ๆ ฯลฯ
5. ความคิดจินตนาการ(Imagination) ความคิดจินตนาการเป็นสิ่งที่สำคัญในการทำให้คนเราเกิดความคิดสร้างสรรค์ มีวิธีการฝึกลูกได้หลายแบบ เช่น ให้เด็กสมมติว่าตัวเองเป็นดอกไม้ ให้เด็กเล่าว่าจะเป็นอย่างตามจินตนาการของตนเอง ให้เด็กทำของเล่นจากจินตนาการของตน หรือให้เด็กช่วยต่อเติมเรื่องเล่าต่อจากเรื่องเล่าเคยฟังกันมาให้แตกต่างออกไป เช่น เรื่องเจ้าหญิงนิทราในมุมมองของน้องเพลิน เป็นต้น
ก็เป็นแนวทางที่นำมาฝากเริ่มต้น คุณพ่อคุณแม่สามารถพลิกแพลงหาไอเดียแปลกๆใหม่มาใช้กับลูกได้มากมายนะคะ
------------------------------------------
ขอขอบคุณ 