|
เรื่องของเปียโน
การที่จะสร้างเปียโนขึ้นมาแต่ละตัวนั้นจะต้องมีส่วนประกอบ (anatomy)
ซึ่งจะนำมาประกอบกันให้ได้เปียโนที่มีเสียงอันไพเราะ
ส่วนประกอบของเปียโนนั้นมีนับร้อยชิ้น
แต่ที่พอจะแยกออกมาซึ่งนับว่าเป็นส่วนประกอบหลักๆนั้นพอสรุปได้มีดังต่อไปนี้
Keyboard หมายถึง
คีย์บอร์ดสำหรับกดลงเพื่อทำให้เกิดเสียงโน๊ตทางดนตรี
เปียโนสมัยใหม่เกือบทุกตัวจะมี 88
คีย์ (มากกว่า 7 Octave เล็กน้อย เรียงลำดับตั้งแต่
A0 ถึง C8)
เปียโนรุ่นเก่าหลายตัวมีเพียง 85 คีย์ (ตั้งแต่
A0 ถึง A7)
ผู้ผลิตบางรายก็อาจจะเพิ่มปริมาณคีย์ให้มากกว่านั้น
โดยบ้างก็เพิ่มเพียงฝั่งเดียวก็เพิ่มทั้งสองฝั่ง
บางรุ่นอาจจะซ่อนคีย์พิเศษที่เพิ่มขึ้นมานี้ไว้ใต้ฝาปิดเล็กๆ
ซึ่งสามารถปิดคีย์เอาไว้ได้เพื่อป้องกันไม่ให้นักเปียโนที่คุ้นกับเปียโนปกติเห็นแล้วเกิดความสับสนกับคีย์พิเศษที่เพิ่มขึ้นมา
บางตัวก็อาจจะสลับสีคีย์พิเศษที่เพิ่มขึ้นมาเหล่านี้ (สลับดำเป็นขาว
ขาวเป็นดำ) ด้วยเหตุผลเดียวกันนั่นเอง
คีย์ที่เพิ่มขึ้นมานั้นโดยมากแล้วก็มีไว้เพื่อสร้างเสียงสะท้อน (resonance)
ได้มากขึ้น
ซึ่งก็คือมันจะสั่นไปพร้อมกับสายเปียโนเส้นอื่นๆ
เมื่อใดก็ตามที่เหยียบคันเหยียบ ซึ่งก็จะให้เสียงได้เต็มกว่า
มีเพลงที่แต่งขึ้นมาสำหรับเปียโนไม่กี่เพลงนักที่จะใช้คีย์พิเศษเหล่านี้
Strings หมายถึง สายเปียโน
สายของเปียโนมากกว่า 200
เส้นได้ถูกขึงผ่านเฟรมเหล็กที่เรียกว่าเพลท (plate)
ด้านหนึ่งของทุกๆสายถูกยึดติดไว้กับหมุด ส่วนอีกด้านผูกม้วนไว้กับหลักหมุด
ช่างเทคนิคของเปียโนสามารถจูนเสียงโดยการหมุนหลักหมุด
และปรับแต่งความตึงของสายในแต่ละด้าน เปียโนที่ให้เสียงคุณภาพดีนั้น
สายจะยึดติดกับเหล็กคุณภาพดีซึ่งแข็งแรง และครอบด้วยทองแดง
เปียโนคุณภาพดีจะต้องมีแผ่นเฟรมที่มีลักษณะเป็นเพลทเสมอ
Pedal หมายถึง คันเหยียบ
เปียโนมีการใช้คันเหยียบหรืออุปกรณ์ที่มีลักษณะใกล้มาตั้งแต่ยุคต้นๆ
(ในศตวรรษที่ 18
เปียโนบางตัวใช้แท่นแทนคันเหยียบ โดยให้ผู้เล่นใช้เข่าดันขึ้น
คันเหยียบสามประเภทซึ่งได้กลายมาเป็นมาตรฐานในเปียโนปัจจุบัน
ได้แก่คันเหยียบ damper pedal(บ้างก็เรียก
sustain pedal หรือ loud pedal)
มักจะถูกเรียกว่า "the pedal"
เฉยๆเพราะว่าเป็นคันเหยียบที่ถูกใช้งานมากที่สุด
ซึ่งเป็นคันเหยียบที่อยู่ทางขวาสุด
Hammer หมายถึง ค้อน
ไม้หุ้มสักหลาดใช้สำหรับตีกระทบสายเพื่อให้เกิดตัวโน๊ตทางดนตรีเมื่อคีย์ถูกกด
ลองจินตนาการตาม
คุณภาพของเสียงดนตรีกำเนิดมาจากการตีของค้อน(hammer)
บริษัทที่ผลิตเปียโนต่างๆนั้นจะมีรูปแบบค้อนตามที่ตนเองต้องการ เช่น
บริษัทของอเมริกัน ยุโรป หรือ ญี่ปุ่น
ลักษณะที่แตกต่างกันออกไปของการทำให้เกิดเสียงของเปียโนนั้นจะไม่เหมือนกับของฮาร์พซิคอร์ด
หรือกีตาร์ ซึ่งเป็นในลักษณะการดึง
การทำให้เกิดเสียงของเปียโนจะใช้การตีที่สายคล้ายกับการตีของกลองดรัม
Damper หมายถึง แด็มเพอร์
มีลักษณะเป็นลิ้นไม้ที่ยื่นต่อออกมาจากสาย
บางครั้งจะหุ้มด้วยสักหลาด มีลักษณะที่คล้ายกับค้อน
โดยใช้ในการตีสาย จากนั้นจะเด้งกลับมาเพื่อลดเสียงลง
และทำให้ทอดเสียงให้นานขึ้น
คุณสมบัติของการลดกำลังเสียงลงนี้จะไม่ทำให้เสียงดังคล้ายกริ่งหลังจากที่เด้งกลับมา
สักหลาดของแด็มเพอร์ที่เก่าอาจก่อให้เกิดเสียงคล้ายกริ่งได้
และเสียงดังหึ่งอาจเกิดขึ้นถ้าสายแด็มเพอร์ใกล้หรือชิดกับสายเกิดไป
Action หมายถึง
กระบวนการซับซ้อนระหว่างแต่ละคีย์ของสายซึ่งถูกกระทำโดยค้อนและแด็มเพอร์
กระบวนการอันซับซ้อนที่ก่อให้เกิดเสียงนั้นยากที่จะอธิบายออกมาเป็นข้อความ
เสียงที่ออกมาจะให้ความรู้สึกหนัก หรือ เบา ต่อผู้ฟังระดับทั่วไป
เสียงหนักหมายถึง
การที่เสียงที่ได้เกิดจากแรงจำนวนมากที่ผลิตเสียงออกมาแรงและดัง
ส่วนเสียงเบานั้น อาจตีความหมายได้เป็นเสียงซึ่งดีหรือเสียงเลวก็ได้
ซึ่งเกิดจากแรงจำนวนน้อยที่ผลิตเสียงออกมา
เปียโนที่ส่วนประกอบในการทำให้เกิดเสียงมีสภาพเก่าจะให้เสียงที่เบาเนื่องจากความต้านทานต่อการสัมผัสตลอดกระบวนการน้อยกว่า
เปียโนซึ่งออกใหม่หรือเพิ่งถูกซ่อมแซมมาใหม่จะรู้สึกว่าให้เสียงที่หนักกว่า
เนื่องจากมีค้อนที่ใหม่กว่า นอกจากนี้ยังจะให้เสียงทีใสกว่าอีกด้วย
Sound Board หมายถึง โดมไม้ตื้น ปกติเป็นไม้สน
ซึ่งใช้ขยายเสียงของสายเปียโน
ส่วนที่สำคัญ เป็นหัวใจของเปียโนเลยก็ว่าได้
soundboard
จะมีโครงเป็นซี่อยู่ด้านล่างทำให้ดูเหมือนว่ามันเป็นชิ้นเดียวกัน
โดยแท้ที่จริงแล้ว soundboard
ประกอบด้วยแถบเล็กๆของต้นสนซึ่งมีขนาดกว้างประมาณ 8 12
นิ้ว ถูกทากาวแนบติดกันอยู่
และโดยทั่วไปแล้วเมื่อมันมีอายุได้พอสมควรจะเกิดการแตกร้าวเป็นช่องโหว่ยาวตามเนื้อไม้
เกิดขึ้นเนื่องมาจากหลายสาเหตุ เช่น การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ ความชื้น
และอื่นๆ ปกติแล้วเราสามารถซ่อมแซม soundboard
ที่แตกร้าวด้วยการแซมไม้สนขนาดเล็กเท่าช่องโหว่ลงไปโดยการยึดด้วยกาว
สิ่งสำคัญที่ทำให้เปียโนผลิตเสียงต่ำได้ดีนั้น soundboard
จะต้องยึดเป็นแผ่นเดียวกันอย่างต่อเนื่องคล้ายแผ่นกลอง
Case หมายถึง โครงของเปียโน
ส่วนประกอบส่วนนอกสุดของเปียโน
ส่วนประกอบที่มีลักษณะคล้ายไม้อัด เช่น ไม้ตะโก มะฮอกกานี
ไม้ฮ่อ และไม้อื่นๆ ที่นิยมใช้เป็นส่วนประกอบ
ไม้ที่จะนำมาใช้ประกอบทำเป็นโครงต่างๆนั้น
ส่วนมากจะไม่กระทบต่อคุณภาพของเสียงแต่อย่างใด
และในที่นี้ยังรวมถึงของขอบเปียโนด้วย
Bridges หมายถึง สะพานระหว่างสายและ
soundboard
เพื่อส่งอาการสั่นของเสียงจากที่หนึ่งไปยังที่หนึ่ง
สะพานด้านที่ทำให้เกิดเสียงสูงของเปียโนจะมีลักษณะยาว
โค้งมน ส่วนด้านที่ทำให้เกิดเสียงต่ำจะสั้นกว่า
ปัญหาที่มักจะเกิดกับเปียโนเก่าคือ สะพานมักจะหลวมเนื่องจากหมุดยึดไม่แน่น
หรือมีการแตกของสะพาน นอกจากนี้ถ้าหมุดหลุดไป
หรือเนื้อไม้รอบๆหมุดแตกหลุดไปจะก่อให้เกิดอาการที่เรียกว่า dead
string โดยเสียงที่ได้จะไม่มีคุณภาพ กังวานน้อย
เสียงสูงแย่ หรือเสียงต่ำไม่ดี
Pinblock
ประกอบด้วยหมุดปรับแต่งเสียงซึ่งถูกประกอบกับแผ่นทองแดง
หมุดนี้จะถูกผนวกเข้ากับแผ่นไม้กระดานแข็งเคลือบที่เรียกว่า
pinblock เนื่องจาก pinblock
ถูกประกอบเข้าด้านล่าง
จึงไม่สามารถมองเห็นได้ง่ายเมื่อมันถูกประกอบเรียบร้อยแล้ว อย่างไรก็ตาม
pinblock
ที่มีคุณภาพจะเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้เสียงมีความไพเราะเวลามีการปรับแต่งเสียง
และเนื่องจากสาย หรือ strings จะต้องมีแรงดึงถึง
20 ตัน pinblock
ที่มีคุณภาพจึงจำเป็นและช่วยลดความต้องการในการบำรุงรักษาในตลอดอายุการใช้งาน
บริษัทผลิตเปียโนชั้นนำมักใช้ pinblock
ที่มีคุณภาพและราคาแพง
Plate คือ แผ่นเฟรมทองแดงสำหรับให้สายเปียโนยึด
และสามารถรองรับกำลังดึงมหาศาลของสายได้ โดยเปียโนส่วนใหญ่ หมุด
tuning pin จะออกจาก pinblock
ทะลุผ่าน plate ขณะที่ plate
จะมีหลุมสำหรับแต่ละ tuning pin
สำหรับในเปียโนบางรุ่น tuning pin
จะไม่ถูกยึดติดกับ plate โดย plate
จะวางอยู่เหนือ pinblock |