เมื่อหลายวันก่อน
มีเคส refer มาจากรพ.
แห่งหนึ่ง
ผู้ป่วยมาด้วยอาการปวดหลัง
ขาอ่อนแรง
Dx. cord compression T2 R/O TB Spine
ค่ะrefer มาเพื่อ Investigation
ต่อค่ะ
ผู้ป่วย Admit เวรพี่พอดี
สิ่งที่พี่ได้เจอก็คือ
ผู้ป่วยใส่ pampurs มานะคะ
พี่ก็แกะเอา pampurs
คนไข้รายนี้ออก...(
ใส่ไว้นานๆ ก็หมักหมม
อับชื้นใช่มั้ยคะน้องๆ
ยิ่งเดินทางหลายชั่วโมงด้วย)
พอเปิดมาก็พบว่า
คนไข้รายนี้ Bladder full
สุดๆโป่งตึงไปหมด
จนดูเหมือนว่าคนไข้มี mass
ที่หน้าท้องเลยล่ะ หมอมี
order ให้ Retained foley's cath with bag.
พี่เตรียม set ทันที
ยังไม่ซักประวัติอะไรคนไข้ทั้งนั้นเพราะสภาพ
Bladder full ขนาดนั้น
รอไม่ได้แล้วค่ะ
ระหว่างที่ Retained foley'cath.
ให้คนไข้
พี่ก็ซักประวัติคนไข้ไปด้วย
ได้ความว่า
คนไข้รายนี้อยาก void แต่ void
ไม่ออก
พยาบาลก็ไม่สวนให้
บอกว่ากลัวจะติดเชื้อ
เป็นเวลาเกือบๆ
2 วัน คนไข้จะ void
เฉพาะเวลาไอเท่านั้น
ญาติก็เลยใส่ pampurs ให้
เพราะไม่รู้ว่าคนไข้จะไอเมื่อไหร่...
ก็เลยอยากจะฝากน้องๆที่ได้อ่านกระทู้นี้นะคะไว้เป็นประสบการณ์เวลาทำงาน
กรณีคนไข้มีปัญหาของ
spine รึว่า spinal cord
สิ่งที่จำเป็นอย่างนึงที่ไม่ควรมองข้ามก็คือ
การประเมินว่าคนไข้เราปัสสาวะได้รึเปล่า
แล้วลักษณะการปัสสาวะนั้นเป็นอย่างไร
กระเพาะปัสสาวะคนไข้เป็นอย่างไร
เพราะคนไข้มีปัญหาของ spinal
cord
ส่วนที่ควบคุมการทำงานของกระเพาะปัสสาวะแล้วล่ะก็
คนไข้รายนั้นจะปัสสาวะเองไม่ได้ค่ะ
เราจะสังเกตได้จาก...คนไข้มักจะมีขาอ่อนแรง
กระดกข้อเท้าไม่ได้หรือได้น้อย...
(
น้องๆอาจจะไปทบทวนการตรวจกำลังกล้ามเนื้อประกอบด้วยก็ได้ค่ะ
)
อันนี้จากประสบการณ์พี่นะคะ
ถ้าเจอแบบนี้ล่ะก็95
เปอร์เซ็นต์ปัสสาวะเองไม่ได้เพราะว่า
spinal cord injury ไปแล้ว
แรกๆคนไข้จะมี urinary retention
ก่อน สังเกตได้จาก
คนไข้จะปัสสาวะทีละน้อยๆแต่
Bladder full อยู่
บางคนปัสสาวะบ่อยมาก
แต่ออกทีละไม่เกิน 50 cc.ถ้าเจอแบบนี้ให้
Check bladder เลยค่ะ
บางคนก็ปัสสาวะเวลาที่ร่างกายเรามี
pressure มากๆ เช่น
ออกแรงเบ่งมากๆ
รึไม่ก็เวลาไอ
หรือว่าจาม
เหมือนเคสนี้เลย
จริงอยู่นะคะน้องๆที่ว่า
ทุกๆครั้งที่เราสวนปัสสาวะให้คนไข้นั้นจะมีโอกาสทำให้คนไข้ติดเชื้อได้
ข้อนี้ถูกต้องค่ะ
แต่ว่าเราต้องดูพยาธิสภาพของโรคที่คนไข้เป็นด้วยประเมินอาการคนไข้ประกอบด้วยค่ะ
รายนี้พี่ Retained foley's cath.
ให้คนไข้ทันที ได้ urine 1600 cc.
สีชาเข้ม
( ลองกลับไปทบทวนดูนะคะว่ากระเพาะปัสสาวะคนเราปกติแล้ว
มีความจุประมาณเท่าไหร่
และเมื่อมีปัสสาวะอยู่ในกระเพาะปัสสาวะเท่าไหร่เราถึงจะรู้สึกว่าปวดปัสสาวะ
)
คนไข้รายนี้โชคดีที่มาถึงเวลาประมาณ
6 โมงเย็นค่ะ ถ้ามาถึงซัก 3
ทุ่ม คงแย่แล้ว....คนไข้อาจจะมี
Bladder rupture
ได้ซึ่งน้องๆคงจะนึกออกนะคะว่าคนไข้รายนี้จะ
bleed ในท้องแค่ไหนแล้ว urine
คนไข้ก็จะอยู่ในช่องท้องเต็มไปหมด
จะเกิดอะไรขึ้นกับคนไข้รายนี้ต่อไปบ้าง....ให้ลองจินตนาการเอาเองนะคะ
เหมือนอย่างที่อาจารย์พร่ำสอนพวกเรามา
การประเมินคนไข้เป็นสิ่งสำคัญ
และไม่ควรมองข้าม
เรื่องหลายๆเรื่อง
ในบทบาทของเรา
เราสามารถป้องกันสิ่งไม่พึงประสงค์ที่อาจจะเกิดขึ้นกับคนไข้ได้
แต่ถ้าเมื่อไหร่เราไม่ป้องกันแล้วล่ะก็...การแก้ไขมันยากกว่านั้นหลายเท่า
หลายๆเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันหมายถึงชีวิตของคนไข้ที่ทั้งเค้าและญาติๆก็ฝากไว้กับการดูแลของพวกเรา
เอามาเล่าให้ฟังเป็นประสบการณ์ให้กับน้องๆนะคะอย่าพึ่งเบื่อที่พี่เล่ายาวล่ะ
แหะ แหะ
พอดีพี่เจอเคสแบบนี้หลายรายแล้วแต่รายนี้
severe สุดๆ
ทำงานมาหลายปีไม่เคยสวนปัสสาวะได้มากขนาดนี้มาก่อน
ขนลุกเลยล่ะ
นึกหงุดหงิดคนบางคนมาตะหงิดๆเลย
แหะ แหะ
อ้อ... เกือบลืมไป
กรณีสวนปัสสาวะในคนไข้ที่
Bladder full นะคะน้องๆ
ห้ามเอามือกดรึว่าทำให้มี
pressure ที่ bladder เด็ดขาด
เพราะจะทำให้เกิด rupture
bladder ได้เช่นกัน
ขอฝากไว้เท่านี้ค่ะ
ขอให้น้องๆทุกๆคนมีความสุขนะคะ
ถ้าวันไหนว่างๆเหมือนวันนี้
พี่จะแวะมาเยี่ยมอีกค่ะ
|