แล้วผลการวิจัยก็สรุปออกมาว่า....
แม้คนทั่วไปจะจิตนาการว่า ถ้าเขามีเงินมากๆ จะได้ทำเรื่องสนุกมากขึ้น ซึ่งจะทำให้ชีวิตเขามีความสุขมากขึ้น
แต่ข้อเท็จจริงจากการสำรวจกลับพบว่า คนที่มีรายได้สูงมีแนวโน้มที่จะมีชีวิตที่ "เครียด" มากขึ้น และใช้เวลาน้อยลง ในการทำกิจกรรม "ที่สร้างความสุขอย่างง่ายๆ" ในชีวิตประจำวัน
....... การสำรวจนี้ทำโดยนักเศรษฐศาสตร์จากมหาวิยทยาลัยปริ้นซตัน
ผลการสำรวจพบว่า ผู้ที่มีรายได้มากกว่า 100,000 เหรียญต่อปี จะใช้เวลาว่างเพียงร้อยละ 19.9 ในกิจกรรมที่ผ่อนคลายง่ายๆ เช่น การดูโทรทัศน์ การออกงานสังคม
ในขณะที่คนมีรายได้ต่ำกว่าปีละ 20,000 เหรียญ กลับใช้เวลาว่างถึงร้อยละ 34 ในกิจกรรมเหล่านี้
การสำรวจของมหาวิทยาลัยปริ้นซตันนี้ สอดคล้องกับการศึกษาของนักวิจัยในมหาวิทยาลัยชื่อดังของอังกฤษ ลอนดอน สกูล ออฟ อีโคโมนิค ซึ่งศึกษาความมั่งคั่งของคนในช่วง 10 ปีพบว่า
ผู้ที่มีรายได้เกิน 12,000 เหรียญต่อปี แม้จะมีเงินมากขึ้น แต่ก็ไม่ช่วยให้มีความสุขในชีวิตเพิ่มขึ้น โดยยกตัวอย่างคนญี่ปุ่น ในช่วง 10 ปี คนญี่ปุ่นมีรายได้เพิ่มขึ้น 5 เท่า แต่ผลการวิจัยกลับพบว่า คนญี่ปุ่นไม่ได้มีความสุขเพิ่มขึ้นเลย
ผู้คนอาจจะรู้สึกว่าตัวเองรวยขึ้น เมื่อเปรียบเทียบกับคนอื่น แต่เมื่อรายได้ของประชากรทั้งประเทศเพิ่มขึ้นด้วย ฐานะของสังคมจึงไม่เปลี่ยนแปลง
การบริจาคเงินก้อนโตกว่า 37,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพื่อทำบุญช่วยคนยากจนในเรื่องสุขภาพ ความหิวโหย และการศึกษาของ "นายวอร์เรน บัฟเฟทท์" ก็เป็นอีกหัวข้อการศึกษาที่นักวิจัยพูดถึง... ความสุขของคนรวย ....
มีคนวิจารณ์ว่า นายบัฟเฟทท์ บริจาคเงินทำบุญก้อนโต เพราะเขาคงจะเริ่มคิดได้ว่า เส้นทางสู่สวรรค์นั้น มีอยู่หลายเส้นทางแต่ทางที่ "นายวอร์เรน บัฟเฟทท์" เลือกเดินนั้น ถือเป็นเส้นทางที่ใหญ่ที่สุดแล้ว
|