กลุ่มเรารักษ์ป่า : Conservation Of Wildlife Group

โครงการทำโป่งเทียม เพื่อเป็นอาหารสัตว์/ดูนก
21-22 มิถุนายน 2546
ณ หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติทับลานที่ 11(ไทยสามัคคี) อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา

 
ผู้เข้าร่วมกิจกรรมถ่ายรูปเป็นที่ระลึกหน้าหน่วยฯ ไทยสามัคคี
    
"โครงการทำโป่งเทียม เพื่อเป็นอาหารสัตว์" เป็นอีกกิจกรรมหนึ่งของ "กลุ่มเรารักษ์ป่า" ในเดือนมิถุนายน 2546 นี้ ได้กำหนดสถานที่ คือ หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติทับลานที่ 11(ไทยสามัคคี) อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา แลตรงกับวันเสาร์-อาทิตย์ที่ 21-22 มิถุนายน 2546 และ "ชมรมดูนกโคราช" ก็เป็นส่วนหนึ่งของ "กลุ่มเรารักษ์ป่า" ที่ร่วมเดินทางด้วย

การเดินทางเริ่มต้นเมื่อเวลา 09.00 น.โดยมีรถยนต์จำนวน 3 คัน นำโดยรถของ HS3GJ, HS3EQY และรถของสมาชิกใหม่ พร้อมสมาชิกรวม 12 คน ได้เดินทางล่วงหน้าไปก่อน ส่วนช่วงเวลาเย็นออกเดินทางเมื่อเวลา 21.00 น.เป็นรถของ HS3LEN พร้อมสมาชิกจำนวน 6 คน ซึ่งมีกระผม HS3JMO  ร่วมเดินทางไปด้วย พร้อมเสบียงอาหารที่แวะซื้อที่ตลาดย่าโมอย่างเต็มพิกัด ถึงหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติทับลานที่ 11(ไทยสามัคคี) หรือที่พวกเราเรียกสั้นๆ ว่า "หน่วยฯ ไทยสามัคคี" หรือ "หน่วยฯ ทล.11" เวลาประมาณ 22.30 น. ปรากฏว่าไม่พบสมาชิกท่านใดเลย จะถามเจ้าหน้าที่ก็ปิดไฟกันหมด (ไม่มีไฟฟ้า มีเพียงไฟปั่น) ความสงสัยเริ่มถามหาว่า กลุ่มที่ล่างหน้ามาก่อนตั้งแต่เช้าไปนอนที่ในมูล หรือที่บ้านหรือสวนของผู้ใด (มีหลายรายที่สามารถไปนอนได้)  ระหว่างนั้นมีกระต่ายป่า กระโดดมาเล่นไฟหน้ารถและมีนกเค้าแมว 2 ตัว บินมาจับกิ่งไม้บริเวณหน้าหน่วยฯ ให้ได้ใช้อุปกรณ์ดูนกมาส่องดู 

สำหรับวิทยุสื่อสาร ติดต่อผู้ใดไม่ได้เลย ระหว่างนั้นสงสัยว่า HS3IQ จะรับสัญญาณได้ในบางช่วงตอบมาว่า พักอยู่ในมูล (หมายถึงลำมูลในป่า) บริเวณหอดูช้าง สมาชิกพักอยู่ด้านในป่ากันหมดแล้ว จึงถามว่าทางดีไหม ได้รับคำตอบแบบไม่ตรงประเด็นว่า ขนาดรถเอ็นวีเข้ามาได้ จึงเดินทางเข้าไปในป่า ถนนค่อนข้างเป็นหลุมเป็นบ่อมาก เนื่องจากฝนตกเซาะเป็นร่อง ต้องใช้ฝีมือพอสมควร แต่ยังดีที่ดินพื้นล่างยังแข็ง แต่บางจุดต้องลงไปดูก่อนว่าผ่านได้หรือไม่ ถึงตอนนี้เริ่มไม่แน่ใจคำตอบเมื่อสักครู่แล้ว สัญญาณวิทยุสื่อสารก็ไม่ค่อยดี รับได้เพียงระดับ 1-2 พอจับใจความได้


จุดแรก "โป่งช้าง" ทุกคนช่วยกันคึกคัก....

การเดินทางจึงมุ่งหน้าเข้าไปที่ "มูลหลง" ซึ่งเคยมาทำกิจกรรมทำโป่งเทียมเมื่อปี 2544 บริเวณดังกล่าว มีหอดูช้างและกระทิงอยู่บนยอดไผ่ ซึ่งหลายคนประทับใจมาก และด้านล่างยังมีศาลาให้พักผ่อนหรือรับประทานอาหารอีกด้วย


จุดทำโป่งเทียมอีกแห่ง อยู่ข้างๆ โป่งช้าง

ปรากฏว่า จุดสิ้นสุดเส้นทางที่มูลหลง จะมีคลองน้ำให้ข้ามไปอีกด้านซึ่งสะพานมักจะขาดอยู่เป็นประจำ มีลักษณะเป็นหุบลึกและชัน เมื่อลงไปปรากฏว่าไม่มีรอยรถยนต์วิ่งผ่านมาเลย สะพานก็เป็นไม้ท่อนมาเรียงให้ข้ามประกอบกับเคยมีฝนตกทำให้ถนนค่อนข้างลื่น จะข้ามก็ไปไม่ได้ ระหว่างนั้นสามารถวิทยุติดต่อ HS3IQ และ HS3GJ ได้ และบอกจุดพิกัดไป จึงทราบว่าผิดจุด บริเวณที่สมาชิกส่วนหนึ่งพักแรมอยู่นั้น เป็นหอดูช้างอีกแห่ง(แห่งใหม่) ซึ่ง HS3IQ คิดว่ารู้จัก จึงจำเป็นต้องกลับรถในที่ชันๆ แต่ปัญหาคือ ถนนลื่น มีดินเหนียวติดล้อรถหนาปานรถบิ๊กฟู๊ด จึงต้องออกแรงเข็นกลับรถ เล่นเอาได้เหงื่อเหมือนกัน


ถ่ายรูปเป็นที่ระลึก ภายหลังจากทำโป่งเทียมจุดแรกเสร็จเรียบร้อย

พอขึ้นมาได้ HS3IQ ก็บอกให้เลี้ยวขวา ก็แปลกใจเหมือนกันเพราะทราบว่าเป็นทางตัน หรืออาจจะทำถนนใหม่ เนื่องจากไม่ได้มา 1 ปีแล้ว ประกอบกับมีร่องรอยรถวิ่งเข้าไปด้วย จึงตัดสินใจเข้าไปก็เป็นทางตันเหมือนเดิม จึงกลับออกมาตั้งต้นใหม่ที่จุดสิ้นสุดทาง แล้วติดต่อทางวิทยุสื่อสารอีกครั้ง ส่วนโทรศัพท์ไม่ต้องเอ่ยถึง..ไม่มีสัญญาณเลย เมื่อติดต่อได้จึงขอทราบจุดพิกัดและจุดสังเกตใหม่ จึงทราบว่า พักกันอยู่ที่ ที่ทำการชั่วคราว FPT12/2 ซึ่งเลยมาแล้ว (มองเห็นป้ายว่าผ่านมาแล้ว) ไกลพอสมควร และ เพื่อความชัวร์จึงให้สมาชิกนำรถออกมารอที่ปากทางเข้า จากนั้นจึงเดินทางลุยโคลน ลุยน้ำจนถึงปากทางเข้า มองเห็นรถ เพื่อนสมาชิกจอดรออยู่พอดี จึงขับตามกันไปประมาณ 700-800 เมตรก็ถึงจุดหมาย ขณะนั้นเวลาประมาณ 23.30 น. จึงจัดการกางเต้นท์ที่พัก ส่วนฝ่ายหญิงจัดการเรื่องอาหารการกิน


จุดที่ 2 เป็นโป่งช้าง อยู่ในหุบทางเข้าสำนักงานแปลงปลูกป่า FPT12/2 เดิม

สำหรับสมาชิกที่มาถึงแล้วประกอบด้วย HS3GJ, HS3IQ, HS3EQY และสมาชิกรวม 12 คน มี "ลุงหม่อง" สงวน  ตุ่นสระน้อย เจ้าหน้าที่สายตรวจอุทยานฯ ร่วมพักอยู่ด้วย

ในช่วงเวลานี้ ไม่ทราบเลยว่าสภาพป่ารอบๆ เป็นอย่างไรบ้าง รู้เพียงว่าเป็นลานดิน มีกอไผ่และลำคลองอยู่ข้างๆ มีหอดูสัตว์มีลักษณะเป็นกระท่อม อยู่บนยอดไผ่ 1 หลัง ซึ่งกะว่าในตอนเช้าจึงจะสำรวจสภาพพื้นที่ ภายหลังจากรับประทานอาหารแล้ว นั่งสนทนาเรื่องราวต่างๆ ข้างๆ กองไฟ (แต่ไม่ค่อยมีผู้ใดอยู่ใกล้ เพราะอากาศค่อนข้างร้อนอบอ้าว) ประมาณเที่ยงคืนหลายคนเริ่มทยอยเข้านอนพักผ่อน จนเวลาประมาณ 01.30 น.จึงเข้านอนเป็นคนสุดท้าย


อีกกลุ่มจะหล่อรอยตีนสัตว์ด้วยปูนปลาสเตอร์ เพื่อเก็บไว้หลักฐาน

เช้าตรู่ของวันอาทิตย์ที่ 22 มิถุนายน 2546 ได้ยินเสียงนกชนิดต่างๆ ส่งเสียงร้องตั้งแต่ประมาณตีห้าเศษ แต่สภาพอากาศยังมืดพอสลัวๆ มองดูนกคงเห็นไม่ชัดเจน จึงได้แต่นอนฟังเสียงนกอยู่ในเต้นท์ จนกระทั่งเกือบหกโมงเช้า จึงลุกขึ้นล้างหน้าตา จัดเตรียมอุปกรณ์ออกไปดูนก ไม่นานเฮียอู๊ดและน้องบาสก็ตามมาสมทบ พวกเราดูนกเฉพาะบริเวณทางเข้า ด้านหน้าที่พักเท่านั้น เนื่องจากจะต้องเตรียมตัวออกไปทำกิจกรรมโป่งเทียมตามกำหนดการอีก  


รอยตีนสัตว์ป่าที่หล่อด้วยปูนปลาสเตอร์ ยังไม่ได้ทำความสะอาด

สำหรับนกที่พบทั้งหมดในการเดินทางครั้งนี้พบทั้งสิ้น 20 ชนิด ได้แก่
1.นกเค้าแมว 2.นกกระปูดใหญ่ 3.นกหัวขวานเขียวป่าไผ่ 4.นกหัวขวานสามนิ้วหลังทอง 5.นกแขกเต้า 6.นกขุนทอง 7.นกปรอดหัวโขน 8.นกบั้งรอกใหญ่ 9.นกแซงแซวหางบ่วงใหญ่ 10.อีกา 11.เหยี่ยวกิ่งก่าสีดำ 12.นกหกเล็กปากแดง 13.นกปรอดเหลืองหัวจุก 14.นกตะขาบดง 15.นกเอี้ยงหงอน 16.นกกกหรือนกกาฮัง 4 ตัว 17.นกแอ่นพง 18.นกเขาใหญ่ 19.นกแซงแซวหางปลา 20.นกกระจิบหญ้าสีเรียบ

            
ดูนก ด้านหน้าที่พัก ด้านหลังเป็นหอดูช้างบนยอดไผ่                                           ด้านบนหอดูช้าง บนยอดไผ่

สำหรับสถานที่พัก จากการสังเกตภายหลังจากแจ้งสว่างแล้ว ปรากฏว่า ด้านหน้าทางเข้ามาจะเป็นป่ากำลังฟื้นตัว มีการปลูกเสริม ไม้พื้นล่างถูกถางให้โล่งเตียน ส่วนด้านหลังเป็นคลองน้ำ บริเวณกอไผ่มีการสร้างกระท่องอยู่บนยอดไผ่ 1 หลัง สูงประมาณ 20 เมตร สร้างด้วยไม้ไผ่ทั้งหมด ใช้วัสดุที่มีอยู่ยึดติดกันไว้ ซึ่งเมื่อคืนนี้ก็มีสมาชิกหลายท่านขึ้นไปนอนอยู่


แม่ครัว พ่อครัว กำลังปรุงอาหารมื้อเช้าอย่างขะมักเขม้น

ภายหลังจากรับประทานอาหารเช้า (บางคนก็เป็นกาแฟ ขนมปัง ไข่ดาว หรือเป็นข้าว ก็มี) เวลาประมาณ 08.30 น.จึงออกไปทำโป่งเทียม จุดแรกเป็น "โป้งช้าง" อยู่ห่างจากถนนหลักเข้าไปประมาณ 300 เมตร ห่างจากที่ทำการชั่วคราว FPT12/2 ประมาณ 1 กม.สภาพพื้นที่เป็นทุ่งหญ้าพง มีน้ำซับ มีรอยช้างและขี้ช้าง รอยเก้ง, กวาง, ชะมด, หมาไน, หมีขอและสัตว์ขนาดเล็กอื่นๆ 

ก่อนจะทำกิจกรรม เนื่องจากมีสมาชิกใหม่ที่เพิ่งเข้ามาร่วมกิจกรรมนี้ครั้งแรก HS3JMO จึงได้บรรยายสรุปให้ความรู้เกี่ยวกับดินโป่ง และการทำโป่งเทียม จากนั้นจึงลงมือทำโป่งเทียม โดยขุดพรวนดินก่อน จากนั้นจึงนำเกลือใส่และคลุกให้เข้ากัน ก็เป็นอันเรียบร้อย ไม่จำเป็นต้องใช้น้ำรดอีก น้ำค้างที่มีค่อนข้างหนาในยามค่ำคืนจะช่วยผสมให้ดินและเกลือเข้ากันเอง 

สมาชิกอีกส่วนหนึ่ง ใช้ปูนปลาสเตอร์หล่อรอยตีนสัตว์ป่า ที่ปรากฏอยู่บริเวณทำโป่ง ข้างๆ โป่งพบห้างส่องสัตว์ 1 แห่ง อยู่บนต้นไม้ตาย สภาพค่อนข้างเก่าและร้าง จึงถ่ายรูปเก็บไว้ ก่อนกลับถ่ายรูปรวมไว้เป็นที่ระลึกแล้วจึงเดินทางไปจุดใหม่


นกตะขาบดง ซึ่งพบมากเป็นพิเศษในวันนี้

จากนั้นเดินทางย้อนกลับมาบริเวณที่ทำการแปลงปลูกป่า FPT12/2 จุดเก่า เมื่อครั้งเริ่มโครงการปลูกป่าฯ ซึ่งเป็นจุดที่ 2 ของการทำโป่งเทียมในครั้งนี้ สถานที่เป็น "โป่งช้าง" สภาพป่าค่อนข้างรก มีหญ้าพงขึ้นยาวเกือบท่วมหัว จุดนี้เคยมาทำแล้ว 2 ปีติดต่อกัน ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 บริเวณโป่งพบร่องรอยช้างป่าลงมากินดินโป่ง นอกจากนั้นยังมีรอยเก้ง กวาง กระทิง หมาไน ปรากฏให้เห็น และเป็นร่อยรอยที่ผ่านมาเพียงไม่กี่วัน

      
จุดที่ 4 โป่งช้าง                                                   "งาช้าง" ที่หักทิ้งไว้ที่โป่งแห่งนี้

จากนั้น เดินทางต่อไปยังจุดที่ 3 ระหว่างทางพบร่องรอยกวาง, ช้าง, กระทิง เดินตามถนนเกือบตลอดทาง มีทั้งร่องรอยเก่าและใหม่ ส่วนรอยกวาง คาดว่าจะเป็นผ่านมาเมื่อคืนนี้ จึงจัดการนำปูนปลาสเตอร์หล่อรอยเก็บไว้ แล้วจึงเดินทางต่อจนถึงจุดที่ 3 อยู่ข้างทางด้านซ้ายมือ พบรอยเก้ง กวางจำนวนมาก บริเวณถนนพบรอยกระทิงขนาดใหญ่ และคิดว่าคงจะผ่านมาไม่เกิน 3-4 วันนี้ จึงจัดการหล่อรอยตีนกระทิงอีกอัน ส่วนโป่งเทียมสมาชิกที่เดินทางล่วงหน้ามาก่อนจัดการทำไว้เรียบร้อย (สงสัยหิวข้าว เลยรีบทำก่อน) จึงได้แต่ถ่ายรูปเก็บหลักฐานไว้ทั้งบริเวณโป่งเทียม และร่อยรอยสัตว์ที่ปรากฏให้เห็น 


HS3JMO และ HS3IQ โชว์ลีลาเก็บพุงได้อย่างแนบเนียน..มาดเหลือรับประทานทั้งคู่..

จากนั้น เดินทางต่อไปยังจุดที่ 4 อยู่ด้านขวามือของถนน ก่อนถึงหน่วยฯ ไทยสามัคคี ประมาณ 2 กม. สภาพพื้นที่อยู่ข้างๆ แอ่งน้ำ มีรอยและขี้ข้างอยู่เต็มไปหมด สันนิษฐานว่าเป็น "โป่งช้าง" แต่ก็มีรอยสัตว์กีบชนิดอื่นๆ ลงมากินเช่นเดียวกัน จุดนี้ HS3GJ พบ "งาช้าง" ชิ้นเล็กๆ หักทิ้งไว้ 1 อัน เป็นท่อนปลาย (สงสัยช้างป่า ฝากไว้เป็นที่ระลึก) จากนั้นจึงเดินทางกลับไปยังหน่วยฯ ไทยสามัคคี และรับประทานอาหารกลางวัน เสร็จแล้วถ่ายรูปเป็นที่ระลึกหน้าป้ายหน่วยฯ ไทยสามัคคี ก่อนต้องรีบเดินทางกลับในช่วงเวลา 14.00 น. เนื่องจากมีเค้าฝนจะมา ท้องฟ้าเริ่มมืดครึ้มมาแต่ไกลๆ ซึ่งถ้าหากฝนตกแล้วจะทำให้ออกมาลำบากแน่นอน เนื่องจากถนนไม่ค่อยดีและเคยมีประสบการตรง ณ พื้นที่แห่งนี้มาแล้ว พวกเราเดินทางกลับและพบฝนภายหลังจากลงจากเขาแล้ว ก่อนกลับถึงโคราช....โดยสวัสดิภาพ....

             

Hosted by www.Geocities.ws

1