|
แหล่งที่อยู่อาศัยของนก
ประเทศไทยของเรา
ตั้งอยู่ในเขตที่เป็นแหล่งรวมของนกจากเชิงเทือกเขาหิมาลัย
พม่าตอนใต้ของอินโดจีน
และนกที่พบทางคาบสมุทรมลายู
จึงมีทั้งนกประจำถิ่น และนกย้ายถิ่น เป็นจำนวนกว่า 925
ชนิด ซึ่งนับว่ามีจำนวนมาก
เมื่อเทียบขนาดกับพื้นที่ของประเทศ
และยิ่งมีความสำคัญมากขึ้น
เมื่อนกหายากหลายชนิดใช้ประเทศไทยเป็นเส้นทาง
ในการอพยพย้ายถิ่น
ในฤดูหนาวก่อนที่จะทราบถึงแหล่งดูนกในประเทศไทย
เราควรทราบ
ถึงถิ่นที่อยู่อาศัยของนก
เสียก่อนว่ามี
แบบใดบ้างถิ่นที่อยู่อาศัยและ
แหล่งหากินของนกในประเทศไทย แบ่งออกเป็น 12
ประเภท ได้ดังนี้
1.
ป่าเขาสูงหรือป่าดิบเขา(Hill
Evergreen Forest) โดยทั่วไป
เรามักยึดหลักกันว่าป่าที่เรียกว่า ป่าดิบเขา
จะต้องมีความสูงจากระดับน้ำทะเลไม่ต่ำกว่า1,000
เมตรพบได้ทั่วไปทุกภาค
แต่พบได้มากในภาคเหนือ
สภาพป่า
มักเป็นป่าทึบต้นไม้ไม่สูงมากนัก
ในป่าที่สูงมากๆ เช่น ตามยอดดอยต่าง ๆ มักมีมอสและเฟิร์นขึ้น แสดงถึง
ความชื้นในป่านั้นมีสูง
นกที่พบในป่าเขาสูงมีหลายชนิดส่วนใหญ่จะพบได้เฉพาะในป่าประเภทนี้เท่านั้น เช่น
นกศิวะ หางสีตาล (Chestnut-tailed
Minla) นกกินปลีหางยาวเขียว
(Green-tailed Sunbird) และนกโพระดกคางเหลือง (Golden- throated Barbet) เป็นต้น
2. ป่าดงดิบ (Evergreen Forest)
ป่าดงดิบแบ่งออกได้เป็นหลายแบบ
แล้วแต่ใครจะแบ่ง เช่น
ป่าดิบแล้ง ป่าดิบชื้น
ป่าดิบฝนในที่นี้ป่าดิบหมายถึง
ป่าดงดิบที่อยู่ระดับความสูงตั้งแต่
200เมตร จากระดับน้ำทะเลขึ้นไปจนถึง 1,000 เมตร พรรณไม้จะมีหลากหลายแตกต่างกันไป
ตามสภาพของดินภูมิศาสตร์ของป่าดิบนั้นๆ
นกป่าส่วนใหญ่
อาศัยอยู่ในประเภทนี้เช่น
นกกก (Great Hornbill) นกพญาไฟใหญ่ (Scalet
Minivet)
นกเขียวก้านตองปีกสีฟ้า
(Blue-winged Leafbird) และนกเขียวคราม (Asian
Fairy- bluebird) เป็นต้น
3. ป่าเบญจพรรณ (Mixed Deciduous Forest)
ป่าประเภทนี้
เป็นป่าที่มีความสำคัญ
แก่นก และสัตว์ป่า มาก
เนื่องจากมีความหลากหลายของพรรณไม้ทำให้มีอาหารหลายอย่างให้สัตว์ได้เลือก
มีนกที่น่าสนใจ เช่น พวก
ไก่ฟ้า (Pheasants)นกขุนแผนอกสีส้ม
(Orange-breasted Trogon) นกโพระดกหูเขียว
(Green-eared Barbet) เป็นต้น
4. ป่าเต็งรัง (Dry Dipterocarp Forest)
ป่าเต็งรังเป็นป่าไม้ที่ขึ้นในบริเวณที่ดินที่ไม่
อุดมสมบูรณ์นัก
มีพรรณไม้เด่น เช่น ไม้เต็ง
ไม้รัง ไม้ทุ่งฟ้า
ส้านนกที่พบประจำในป่าเต็งรังคือ
พวกนกหัวขวาน (Woodpeckers) เช่น
นกหัวขวานเขียวตะโพกแดง
(Black-Woodpecker) นกหัวขวานใหญ่สีดำ(White-bellied Woodpecker)
และนกป่าอื่นๆ
เช่นนกไต่ไม้ท้องสีเม็ดมะขาม
(Chestnut-bellied Nuthatch) และนกปีกลายสก๊อต (Eurasian Jay)
เป็นต้น
5. ป่าในที่ราบต่ำ (Lowland Evergreen Forest) ป่าที่อยู่จากระดับน้ำทะเล
ไปจนถึง ที่ระดับความสูง 200เมตร
จากระดับน้ำทะเล
เป็นป่าที่มีความสมบูรณ์และมี
เหลืออยู่น้อยในบ้านเรา
นกที่พบมีที่น่าสนใจ เช่น
นกแต้วแล้วท้องดำ (Gurney's Pitta)
นกเงือกดำ(Black Hornbill)
นกโพระดกหลากสี (Red-crowned Barbet) และ
นกขุนแผนตะโพกสีน้ำตาล (Cinnamon-
rumped Trogon) เป็นต้น
6. ป่าลุ่มแม่น้ำ ป่าลุ่มแม่น้ำกำลังจะหมดไปพร้อม
ๆกับการเข้ามาแทนที่ของ
ความเจริญ แม่น้ำหลายสาย
ก็ถูกดัดแปลง
ให้เป็นเขื่อนทำให้นกหลายชนิดต้องเดือดร้อน
เช่น พวกนกกระเต็น (Kingfishers)นกยูง
(Green Peafowl) และพวกนกพญาปากกว้าง
(Broadbills)ที่ชอบทำรังใกล้ ๆ น้ำ
เช่น นกพญาปากกว้างท้องแดง
(Black and Red Broadbill) เป็นต้น
7. ป่าชายเลนหรือป่าโกงกาง
(Mangrove Forest) ป่าชายเลนและป่าโกงกาง
เป็นป่าที่กำลังจะหมดไป
จากประเทศไทยเนื่องจากการพัฒนา
ชายฝั่งทะเลให้เป็นแหล่งเลี้ยงกุ้งเพื่อส่งออกไปขายยังต่างประเทศเป็นหลัก
ทำให้พื้นที่ป่าชายเลน
ซึ่งมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งต่อความอุดมสมบูรณ์ของสัตว์น้ำในท้องทะเลต้องหมดไป
นก หลายชนิด
ก็ได้รับผลกระทบด้วย เช่น
นกกระเต็นใหญ่ ปีกสีน้ำตาล
(Brown-winged Kingfisher) นกฟินฟุท (Marshes-Finfoot)
และนกกระสาคอดำ(Black-necked Stork)
ซึ่งกำลังจะสูญพันธุ์ไปจากประเทศไทยในไม่ช้านี้
8. ทุ่ง-ทุ่งนา (Marshes-Paddyfields) ทุ่งหญ้าที่มีน้ำขัง
พื้นที่ชุ่มน้ำหรือเรียกว่าท้องทุ่ง (Marsh) และ
ทุ่งนา (Paddyfields)
เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยและแหล่งหากินของนกหลายชนิดทั้งนกประจำถิ่นและนกย้ายถิ่น
เช่น พวกนกเด้าลม (Wagtails) และพวกนกจาบปีกอ่อน (Buntings)
นกประจำถิ่นที่สำคัญก็เช่นพวกนกกระสาแดง
(Purple Heron)
นกบางชนิดก็สูญพันธุ์ไปแล้ว
เช่น นกกระเรียน (Sarus Crane)
เป็นต้น ท้องทุ่งเป็นสภาพที่กำลัง คุกคาม
จากการพัฒนาเช่นเดียวกับแหล่งที่อยู่อาศัยของนกแบบอื่น
ๆ
9. หนอง บึง ทะเลสาบ
และแม่น้ำใหญ่ นกน้ำได้อาศัยแล่งน้ำในการหากิน
สร้างรัง วางไข่
มีนกทั้งที่เป็นนก
ประจำถิ่นและย้ายถิ่นเข้ามาในฤดูหนาว
เช่นนกเป็ดแดง (Lesser Whistling Duck)
นกอีลุ้ม (Common Morhen) และนกอีแจ้ว
(Pheasant- tailedJacana) เป็นต้น เนื่องจากมีประชากรมากขึ้น
และมีการพัฒนาอุตสาหกรรม
โดย ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่
ซึ่งมีผลกระทบโดยตรงกับสภาพ
และคุณภาพของสิ่งแวดล้อมหนอง
บึง และทะเลสาปก็เปลี่ยน
ไป
ทำให้นกหลายชนิดอยู่ในสภาพน่าเป็นห่วงว่าจะสูญพันธุ์ไปในไม่ช้า
10.
หาดทรายและหาดโคลน (Beach and Mudflat) หาดทรายและหาดโคลนตามชายฝั่ง ทะเล
เป็นพื้นที่
ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งยวดสำหรับนกชายเลน
(Maders) นกหลายชนิดกำลังจะหมด
ไป
เช่น นกหัวโตมลายู (Malaysian Plover)
นกที่ย้ายถิ่นมา ในฤดูหนาว
เช่น นกซ่อมทะเลอกแดง (Asian
Dowicher) นกหัวโตกินปู (Crab Plover)
เป็นต้น นากุ้ง
บ่อเลี้ยงปลาและการพัฒนา
หาดทราย
ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว
เป็นเหตุให้ นกที่หากิน
อยู่ตามหาดทรายและหาดโคลนต้อง
เดือดร้อนกันอย่างแสนสาหัส
11. ป่าเกาะและทะเล ป่าเกาะหมายถึงป่าบนเกาะในทะเล
ซึ่งเป็นแหล่งพักพิงที่อยู่อาศัยและแหล่งสร้างรัง
ของพวกนกทะเลหรือนกที่ย้ายถิ่นข้ามทะเลหรือข้ามทวีป
เช่น พวกนกโจรสลัด (Frigatebirds)
นกนางนวล (Gulls and Tems)
และนกประจำถิ่น เช่น
นกชาปีไหน (Nicobar Pigeon) เป็นต้น
12. สวนสาธารณะ
สวนผลไม้ในเมือง และเมือง
เราคงไม่ลืมว่า
เราเป็นและรู้จักนกกระจอกบ้าน (Tree Sparrow)ก่อนนกชนิดใดๆ เนื่องจากเป็นนกที่ทำรังใต้ซอกหลังคาบ้านเรา
และพบเห็นได้ทั่วไปในเมือง
นกในเมือง
ก็ใช้ความเป็นเมืองในการดำรงชีวิต
ไม่ว่าจะเป็นแหล่งอาหาร
แหล่งที่อยู่อาศัย
และแหล่งที่สร้างรังวางไข่
ตัวอย่าง เช่น นกพิราบ
นกตีทอง (Coppersmith Barbet)
นกสีชมพูสวน (Scarlet-backed Flowerpecker)
และนกเอี้ยงสาริกา (Common Myna)
เป็นต้น สภาพป่าที่น่าสนใจอีกสภาพหนึ่งก็คือ ป่าสน
ซึ่งมีจำนวนไม่มาก
จึงไม่ได้นำมากล่าวไว้ใน
ที่นี้
ป่าโคก ป่าละเมาะ
ป่าชั้นรองและทุ่งหญ้าในป่าก็มิได้นำมากล่าวไว้ในที่นี้เช่นกัน
เนื่องจากเป็นส่วนของป่าชนิด
อื่นๆ
ดังที่กล่าวมาแล้ว
รวบรวมโดย
ชมรมดูนกโคราช (Korat Birdwatching Club)

|