| การจดบันทึก
การจดบันทึกเป็นสิ่งสำคัญที่สำหรับการดูนกมากอีกประการหนึ่งควบคู่ไปกับ
การใช้กล้องส่องทางไกลและ
คู่มือดูนก
เพราะจะช่วยให้เราเก็บข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับนก จากการสังเกตเห็นของตัวเอง
(ซึ่งอาจจะมีทั้ง เทคนิค
การสังเกตหรือจำแนกชนิด
นกของตัวเองและที่ได้ศึกษามา)
ไว้ได้ อย่างชัดเจน
เพื่อนำไปใช้เป็นข้อมูลหรือประโยชน์
ในการค้นคว้าทบทวน และ
ศึกษาเพิ่มเติม เช่น
เราพบนกที่ไหน
บ่อยครั้งหรือไม่ จุดสังเกตคืออะไร
รวมทั้งรายละเอียด
เกี่ยวกับพฤติกรรมต่างๆ
ของนกที่เราสังเกตเห็น
เนื่องจากการจดจำแต่เพียงอย่างเดียวอาจคลาดเคลื่อน
หรืออาจจำ ไม่ได้หมด
หรืออาจลืมได้ในที่สุด
อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มรายละเอียดความรู้เกี่ยวกับนก
พฤติกรรม อาหาร แหล่งอาศัย
และ สภาพแวดล้อมอื่นๆ
อีกด้วย
ดังนั้นการจดบันทึกจึงเป็นสิ่งที่ช่วยส่งเสริมให้เราเป็นนักดูนกที่ดี
อีกทั้งยังเป็นข้อมูลส่วนตัว
เก็บไว้ศึกษา
ในภายภาคหน้าอีกด้วย
นักดูนกส่วนใหญ่มักจะจดรายละเอียดอย่างคร่าวๆ เกี่ยวกับนกที่พบเห็นในเวลาที่ออกไปดู
และ
นำกลับมาบันทึกเป็นข้อมูล
ที่ละเอียดอย่างเป็นระบบในสมุดบันทึก
ถาวรอีกครั้ง
จุดมุ่งหมายในการบันทึก
นอกจากจะเป็นข้อมูลและประโยชน์สำหรับการศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติม
ในภายหลัง แล้ว
ยังช่วยให้เกิดความรู้สึกเพลิดเพลินเมื่อนำกลับมาเปิดดูในวันหลัง และได้ระลึกถึงช่วงวัน
เวลาที่สนุกสนานหรือ
เหตุการณ์ในวันนั้น
อีกทั้ง
ข้อมูลเหล่านี้อาจจะถูกนำกลับมาใช้เป็นประโยชน์ในการศึกษาและหลักฐานในการอนุรักษ์นก
ในภายภาคหน้าก็ได้
อุปกรณ์ที่ใช้ในการจดบันทึก
1.สมุดพกติดตัว
(field notebook)
สำหรับนำติดตัวไปในเวลา
ที่ออกดูนกนอกสถานที่
เพื่อใช้จดบันทึก
สิ่งต่างๆ
เกี่ยวกับนกที่พบเห็น ควรมีขนาดเล็ก
พกพาสะดวก
ปกแข็งและไม่มีเส้นบนกระดาษบนกระดาษ
2.สมุดบันทึกถาวร
ควรมีขนาดใหญ่กว่าสมุดพกติดตัว
ใช้บันทึกคัดลอกจาก
สมุดบันทึกติดตัวมีข้อมูล
รายละเอียดต่างๆ มากขึ้น
สำหรับใช้เก็บเป็นข้อมูลถาวร
3.ดินสอ
ปากกา ยางลบ
และมีดหรือกบเหลาดินสอ
4.สี
อาจเป็นดินสอสี
สีเทียนหรือสีน้ำก็ได้
วิธีการจดบันทึก
เมื่อเราพบเห็นนกตัวใดตัวหนึ่ง
เราต้องสังเกตรายละเอียดของนกให้ได้มากที่สุด
แล้วบันทึกรายละเอียด
เอาไว้ให้มากที่สุดเท่าที่จะจำได้
โดยเน้นที่จุดเด่น
จุดสังเกตที่ทำให้เราสามารถจำแนกชนิดนกได้
พร้อมทั้งพฤติกรรม
และสภาพแวดล้อมต่างๆ
ดังนี้
1.ชื่อนกที่พบ
(ในกรณีที่ทราบแล้วว่าเป็นนกชนิดใด
ถ้ายังไม่ทราบชื่อนกก็ให้เว้นไว้
เมื่อทราบชื่อนกแล้ว
จึงมาเขียนเพิ่มเติมในภายหลัง)
ขนาดของนก ซึ่งหากไม่รู้จักนกชนิดนั้น
ควรเปรียบเทียบขนาดกับนกที่เคยพบเห็นทั่วๆ ไป
หรือที่เรารู้จักดี เช่น
ใหญ่หรือเล็กกว่านกเอี้ยง
หรือใหญ่หรือ เล็กกว่านกกระจอกบ้าน
โดยให้พิจารณาว่า
ใกล้เคียง กับนกชนิดใด
2.รูปร่างลักษณะ
เช่น
นกที่พบมีลักษณะรูปร่างลำตัวผอมยาว
หรือป้อมสั้น
ปากโค้งแหลมหรือตรงยาว
ทั้งพยายามหาจุดสังเกตที่เด่นชัดของนก
แต่ละตัวว่าอยู่ที่ส่วนใด
เช่น
มีคิ้วสีขาวที่เหนือตา
หรือมีสีขาวที่ปลายปีก
นกบางชนิดอาจมีสีขนที่เปลี่ยนไปตามอายุหรือช่วงฤดู เช่น
นกชายเลน เหยี่ยว
ดังนั้นจึงต้องพยายามสังเกตและจด บันทึก
การเปลี่ยนแปลงนั้น เช่น
สีขน แถบที่ปีก เป็นต้น
3.พฤติกรรม
ให้สังเกตถึงลักษณะท่าทางที่นกชอบกระทำบ่อยๆ
เช่น การเกาะว่าอยู่ในท่า
ตัวตรงหรือขนาน กับกิ่งไม้
การบินเป็นแนวเส้นตรงอย่าง
นกกิ่งโครง หรือบินขึ้นๆ
ลงๆ อย่างนกหัวขวาน
ชอบกระดกหางหรือแพนหาง
รวมทั้งพฤติกรรมในการทำรังว่ามีลักษณะอย่างไร
ใช้อุปกรณ์อะไร และทำรังบริเวณใด เช่น
ทำรังในโพรงไม้หรือตาม
โพรงดิน เป็นต้น
4.เสียงร้องและเสียงร้องเพลง
นกจะส่งเสียงร้องเมื่อต้องการแสดงอารมณ์ต่างๆ มีทั้งเสียง
ร้องตกใจ (Alarm call)เสียงร้องขู่ขวัญ
ในการบันทึกให้บันทึกเสียงร้องปกติที่ได้ยินบ่อยๆ
หรือเสียงร้อง
ซึ่งนกมักร้องเมื่อมีอารมณ์ดี
เช่น หลังอาหารหรือ
ขณะเกี้ยวพาราสี
ว่ามีลักษณะอย่างไร แหบ
แหลม หรือเบานุ่ม
แล้วถ่ายทอดออกมาเป็นตัวอักษร
เสียงร้องของนกมีความจำเพาะ
หากจำได้จะช่วยให้เราจำแนกชนิดนกได้ง่ายขึ้น
และมีนกบางชนิดที่เราไม่อาจจำแนก
จากลักษณะภายนอกได้เลย
ต้องอาศัยเสียงร้องที่มีความแตกต่างกันช่วย
การจดจำเสียงร้องของนกอาจใช้เครื่องบันทึก
เสียงช่วย
จะช่วยให้จดจำรายละเอียดของเสียงร้องได้ดีขึ้น
5.แหล่งที่อยู่อาศัย
เป็นรายละเอียดเกี่ยวกับบริเวณที่พบนกว่า
มีสภาพอย่างไร เป็นป่าแบบไหน มีลักษณะเด่น
อย่างไร เช่น
เป็นป่าดิบ มีต้นไทร
ออกลูกสุก (ต้นไทรจะออกดอกผลไม่พร้อมกัน
ควรบันทึกด้วยว่า
ต้นไทรต้นไหน
ออกดอกผลช่วงใดด้วยจะเป็นข้อมูลในการเข้าไปดูนกในบริเวณนั้น ได้ดีมาก)
หรือเป็นป่าไผ่ใกล้ลำธาร
หรือเป็นป่า เต็งรัง
ซึ่งควรบันทึกรายละเอียดของสภาพแวดล้อมโดยทั่วไปของบริเวณนั้นให้มากที่สุด
6.วันเดือนปี
เวลา และสถานที่
เป็นสิ่งสำคัญสำหรับนักดูนก
ที่จะต้อง ทราบว่า
พบนกชนิดนั้น ที่ไหน
เมื่อใด ในช่วงเวลาใด
เพราะจะทำให้รทราบว่า
นกชนิดนั้นพบยากหรือพบง่าย จะทำให้เราทราบสถานภาพของนก
รวมทั้งช่วง เวลาที่พบนก
ทำให้ทราบว่า
นกชนิดนั้นเป็นนกประจำถิ่น
หรือนกอพยพ
รวมทั้งการบันทึกจำนวนนกที่พบในแต่ละครั้ง
7.สภาพแวดล้อมและลักษณะอากาศ
เป็นส่วนประกอบที่ทำให้
การบันทึกรายละเอียดเกี่ยวกับนกสมบูรณ์
ยิ่งขึ้น
เช่น นกบางชนิดชอบปรากฏตัว
เมื่ออากาศมืดครึ้ม
ส่วนเหยี่ยวและนกกาบบัวชอบร่อนขึ้นสูงในวันแดดจ้า
ซึ่งมี อากาศร้อน (thermal) ช่วยยกตัวมันขึ้น
นกหายากบางชนิดอาจพบเห็นตัวได้
หลังจากมีพายุไต้ฝุ่นหรือดีเปรสชั่น พัดหลงมา
ในการบันทึกเราควรวาดภาพร่างคร่าวๆ
ของนกที่พบเพิ่มขึ้น เพื่อจะช่วยให้เราเก็บรายละเอียดและทำความ
เข้าใจเกี่ยวกับนกชนิดนั้นๆ
ได้ง่ายยิ่งขึ้น
ทั้งท่าทางของพฤติกรรมที่นกแสดงออก
เช่น การเกี้ยวพาราสี
การข่มขู่ การหาอาหาร
รวมทั้งลักษณะของสิ่งแวดล้อม
ทั้งนี้การวาดภาพร่างจะสวยงามเพียงใด
คงต้องขึ้นอยู่กับความชำนาญ
ส่วนตัวและการฝึกฝน
แต่ทุกคนสามารถที่จะวาดภาพร่างคร่าวๆ
ได้เพียงให้ตัวเองสามารถจดจำและเข้าใจ
รายละเอียด ต่างๆ ได้ดีขึ้นทั้งยัง
อาจนำภาพร่างที่เราพบ
แต่บอกชื่อไม่ได้ไปถามผู้รู้ให้ช่วย
จำแนกชนิดได้ในภายหลัง
ส่วนการบันทึก ความรู้สึก
เป็นสิ่งสำคัญไม่น้อย
ไปกว่าข้อมูลทางวิทยาศาสตร์
เราอาจถ่ายทอดให้ผู้อื่นได้ตื่นเต้น
ดีใจ ประทับใจ ไปกับเรา
ตรงกันข้ามเมื่อเราไปดูนกแล้วพบการดักจับล่านก
การทำลายป่าอันเป็นบ้านของนก
เราอาจรู้สึกเศร้าสลด
หรือโกรธแค้น ความรู้สึกเหล่านี้ควรได้รับการจดบันทึก
เพราะจะเป็นพลังในการสื่อสารถึงคนอื่นได้อย่างดี
การบันทึก แผนที่ ทางเดินเส้นทางดูนก
เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้เรารู้จัก
สภาพแวดล้อมหรือพื้นที่ดีขึ้นและเป็นประโยชน์แก่ผู้อื่นด้วย
เช่นกัน.

|