ชมรมดูนกโคราช : Korat Birdwatching Club

การใช้คู่มือดูนก

               คู่มือดูนก เป็นสิ่งสำคัญสำหรับนักดูนกเช่นเดียวกับกล้องส่องทางไกล เพราะจะช่วยให้เราทราบว่า นกที่พบเห็นนั้น เป็นเช่นใด มีลักษณะรายละเอียดต่างๆ อย่างไรโดยในคู่มือดูนกจะแยกแยะ และให้รายละเอียดของนกชนิด ต่างๆ ไว้อย่าง ชัดเจนพร้อมทั้งมีภาพวาดหรือภาพถ่ายของนก ซึ่งสามารถพบได้ในถิ่นที่อยู่นั้นๆ ประกอบไว้ด้วย
               คู่มือดูนกในประเทศไทย ที่ใช้ในปัจจุบันได้แก่ A guide to the Birds of Thailand ของ
นายแพทย์บุญส่ง เลขะกุล และ ฟิลลิป  ดี ราวด์ เป็นคู่มือดูนกในเมืองไทยที่ดีที่สุดและได้รับความนิยมแพร่หลาย เพราะเป็นคู่มือที่มี รายละเอียด พร้อมทั้งภาพประกอบของนกที่พบในเมืองไทยทั้งหมด (พ.ศ.2534) ที่ค่อนข้างสมบูรณ์ที่สุด จึงเหมาะสำหรับ ใช้ประกอบการดูนกในบ้านเรามากที่สุด
               สำหรับคู่มือดูนกในเมืองไทยเล่นนี้ ในช่วงต้นก่อนเริ่มเข้าสู่ บทการจำแนกชนิด ยังให้ข้อมูลเกี่ยวกับการดูนก ลักษณะภูมิศาสตร์และสภาพ ธรรมชาติของประเทศไทย วิธีการดูนก กรอนุรักษ์นก และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พื้นที่อนุรักษ์ แหล่งดูนกที่น่าสนใจ รวมทั้งวิธีการใช้คู่มือเล่มนี้ ส่วนท้ายเล่ม มีคำอธิบายศัพท์เฉพาะที่ใช้ในเล่มเอกสารอ้างอิง รายชื่อนก ที่พบใหม่ และนกที่อาจพบได้ ตลอดจนดัชนีชื่อนกภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และชื่อวิทยาศาสตร์ ซึ่งมีประโยชน์ในการเปิด ค้นหารายละเอียด หากเราทราบเพียงชื่อของนกชนิดนั้น
               สิ่งที่ขาดไม่ได้เช่นเดียวกับคู่มือดูนกทั่วไปคือ มีภาพประกอบรูปนก ที่บอกถึงรูปพรรณ สัณฐาน และตำแหน่ง อวัยวะต่างๆ บนตัวนก เช่น หัว ลำตัว ปีก ฯลฯ ซึ่งจะมีคำเรียกตำแหน่งอวัยวะดังกล่าว กำกับไว้ด้วย เพื่อให้นักดูนกใช้เรียก และสังเกตได้ถูกต้องในเวลาที่จำแนกหรือ บันทึก
              
การใช้คู่มือดูนกในเมือไทย มีวิธีการใช้ง่ายๆ ดังนี้
               1.เมื่อพลิกหนังสือไปที่หน้าแรก เราจะพบภาพของนกชนิดต่างๆ อยู่เต็มทั้งสองหน้า โดยนกแต่ละชนิดที่ปรากฏ อยู่นั้น จะเป็นตัวแทนของ กลุ่มนกที่พบได้ในประเทศไทย ใต้ภาพจะมีหมายเลขกำกับเอาไว้ ซึ่งหมายถึง เลขหน้าที่ในวงศ์ หรือกลุ่มนั้นปรากฏอยู่ ภาพนกและหมายเลขนี้ จะช่วยทำให้ง่ายในการเปิดหานกที่พบและจำแนกชนิดนก นอกจากนี้มุมบน ด้านขวาของหน้ายังแสดงสัญลักษณ์และอักษรย่อ ที่บอกรายละเอียดบางอย่างเกี่ยวกับนกเอาไว้อีกด้วย
               2.เมื่อออกไปดูนกแล้วพบนกชนิดหนึ่ง ซึ่งสามารถจดจำรายละเอียดได้ ก็ให้เปิดหนังสือคู่มือตามข้อ 1 ว่ามีรูปไหน คล้ายกับนกที่เราเห็น แล้วเปิดไปตามหมายเลขหน้าที่กำกับไว้ทางด้านล่างของนก เช่น หากเราไปดูนกตามป่าอย่างเขาใหญ่ หรือแก่งกระจาน แล้วพบนกตะขาบทุ่ง (Indian Roller) ซึ่งเราพบเห็นบ่อยตามสายไฟหรือท้องทุ่งโล่งริมถนนก็ให้หารูป นกตะขาบทุ่งที่หน้าแรกของคู่มือ และดูหมายเลขใต้ภาพซึ่งระบุไว้ว่า 197 จากนั้นจึงพลิกไปที่หน้า 197 ซึ่งเป็นวงศ์ของนก ตะขาบ (Coraciidae)
               3.เมื่อเปิดไปที่หน้า 197 จะพบว่า มีรูปนกตะขาบอยู่ 2 ชนิด ได้แก่ นกตะขาบทุ่ง ที่เรารู้จักดี กัอีกชนิดหนึ่ง มีลักษณะปากสีแดงสด และมีสีสันลำตัว ออกฟ้าแกมเขียวคล้ำ ซึ่งเป็นลักษณะที่ตรงกับนก ที่เราพบในป่า มีชื่อกำกับไว้ เป็นภาษาอังกฤษว่า Dollarbird ซึ่งเป็นชื่อของนกตัวนั้นพร้อมทั้งหมายเลข 364 กำกับอยู่หน้าชื่อ รวมทั้งยังมีขีดสีดำชี้ไป ที่ปาก อันเป็นเครื่องหมายบ่งให้เรา สังเกตลักษณะเด่น ของนกแต่ละตัว ซึ่งจะช่วยทำให้เราพิจารณาข้อสังเกตนั้นกับนก ที่เราพบได้ง่ายขึ้น และสามารถจำแนกนกได้ถูกต้อง
               4.จากหมายเลข 364 ก็นำไปสู่คำอธิบายรายละเอียดทั้งหมด เกี่ยวกับ นกตัวนั้น ซึ่งจะบอก ชื่อนกเป็นภาษา อังกฤษ Dollarbird ตามด้วยชื่อวิทยาศาสตร์ว่า
Eurystomus oreientalis  แล้วเป็นขนาด s:30 ซึ่งหมายถึง นกตัวนี้ มีความยาวจากปลายปากถึงหาง 30 เซนติเมตร ต่อจากนั้น ที่มุมขวา จะมีชื่อภาษาไทยบอกไว้ว่า นกตะขาบดง อันเป็นชื่อ ของนกตัวนั้น บรรทัดต่อมาจะเป็นรายละเอียดเกี่ยวกับลักษณะของนก สีขน เพศ เสียงร้อง อาหาร แหล่งอาศัย สถานภาพ ฯลฯ ซึ่งนอกจากรายละเอียด ของนกชนิดต่างๆ แล้ว ยังมีรายละเอียดของวงศ์หรือสกุลของนกในแต่ละวงศ์ บอกเอาไว้ ก่อนหน้านั้นแล้ว ในหนังสือเล่มนี้การอธิบายเขียนเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด มีภาษาไทยบอกไว้แต่เฉพาะชื่อนกเท่านั้น
               5.นอกจากให้รายละเอียดของนกแต่ละชนิดแล้ว ในส่วนดังกล่าวยังมีแผนที่ประเทศไทยกำกับเอาไว้ เพื่อบอกถึง แหล่งการกระจายพันธุ์ ที่สามารถพบนกชนิดนั้นได้ พร้อมทั้งบอกสถานภาพความยากง่าย ตลอดจนให้รายละเอียดด้วยว่า เป็นนกประจำถิ่นหรือนกย้ายถิ่น ซึ่งจะต่างไปตามสีที่ กำกับ โดยได้กำหนดสีไว้ 4 สี ดังนี้
              
-สีชมพู        หมายถึง   นกประจำถิ่น
               -สีฟ้า           หมายถึง   นกที่ย้ายถิ่นเข้ามาในช่วงฤดูหนาว หรือเข้ามา แต่ไม่ได้ผสมพันธุ์
               -สีเขียว        หมายถึง   นกที่ย้ายถิ่นผ่านไป
               -สีเหลือง      หมายถึง   นกที่ย้ายถิ่นเข้ามาเพื่อผสมพันธุ์
               -วงกลมสีฟ้า หมายถึง   พบนกชนิดนั้นย้ายถิ่นเข้ามาน้อยกว่า 5 ครั้ง
               -ดาวสีชมพู   หมายถึง   คาดว่านกชนิดนั้นสูญพันธุ์ไปจากแหล่งอาศัย
แล้ว
              
6.นกบางชนิดที่มีสีขนเปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาล หรือช่วงอายุต่างๆ มากกว่า 1 แบบใน คู่มือจะแสดงภาพขน ที่เปลี่ยนไปเอาไว้ พร้อมกับคำอธิบาย ลักษณะของขนกำกับไว้ด้วย เพื่อให้สามารถ สังเกตเห็นถึง ความเปลี่ยนแปลง อันเป็น ประโยชน์ในการจำแนกรวมทั้งยังบอกลักษณะเด่นในการบิน หรือการกระดกหางของนกบางชนิดไว้ด้วยภาพประกอบ อีกด้วย
                สิ่งต่างๆ ที่บรรจุอยู่ในคู่มือดูนกเป็นข้อมูลที่ให้ประโยชน์สำหรับการดูนกในพื้นที่ที่หนังสือ คู่มือแต่ละเล่มกำหนด เอาไว้ ซึ่งจะมีรายละเอียดมากน้อยต่างกันไป แล้วแต่ผู้จัดทำต้องการให้มีมากแค่ไหน หากเราอ่านดู รายละเอียดก็สามารถ นำข้อมูลไปใช้ประกอบการดูนกได้เป็นอย่างดี แต่หากมี ความใส่ใจต้องการทราบรายละเอียดเกี่ยวกับนกชนิดต่างๆ มากขึ้น ไปอีก ก็สามารถค้นคว้าเพิ่มเติมได้จากคู่มือ หรือตำราเกี่ยวกับนกเล่มอื่นๆ ซึ่งมีตีพิมพ์ออกมามากมาย ไม่ว่าจะเป็น ลักษณะคู่มือดูนกทั่วไปของประเทศต่างๆ หรือศึกษาเฉพาะนกกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง เช่น นกเป็ดน้ำ หรือนกล่าเหยื่อหนังสือ เหล่านี้ มีทั้งที่พิมพ์เป็นเล่มวารสาร จดหมายข่าว ประกอบด้วยภาพถ่ายและภาพวาดที่สวยงามทำให้ เกิดความเพลิดเพลิน และเสริมความรู้ความเข้าใจ เกี่ยวกับนก ต่างๆ มากยิ่งขึ้น

             

ข้อมูล : คู่มือดูนกเบื้องต้น สมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติแห่งประเทศไทย

Hosted by www.Geocities.ws

1