| ปืนบุกคว่ำผีคารังซิวดับเบิ้ลแชมป์หนสาม |
| ปืนบุกคว่ำผีคารังซิวดับเบิ้ลแชมป์หนสาม อาร์แซน เวนเกอร์ กุนซือชาวฝรั่งเศส พาอาร์เซน่อลครองดับเบิ้ลแชมป์ได้เป็นครั้งที่สองนับตั้งแต่เข้ามาอยู่ในถิ่นไฮบิวรี่ได้สำเร็จ และยังเป็นการคว้าดับเบิ้ลแชมป์ครั้งที่สามในประวัติศาสตร์ของทีมปืนใหญ่อีกด้วย หลังจากที่ลูกทีมของเขาบุกไปเอาชนะแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดได้ถึงโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด 1-0 ในเกมพรีเมียร์ชิพเมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา อาร์เซน่อลบุกมาเยือนถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด โดยต้องการเพียงแค่แต้มเดียวก็จะคว้าแชมป์พรีเมียร์ชิพฤดูกาลนี้ไปครองได้สำเร็จ และจะยังเป็นการคว้าดับเบิ้ลแชมป์ได้สำเร็จอีกด้วย หลังจากที่เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา พวกเขาเพิ่งจะเป็นแชมป์เอฟเอคัพ ด้วยการเอาชนะเชลซีไปได้ 2-0 และเกมนี้ลูกทีมของอาร์แซน เวนเกอร์กลับทำได้มากกว่าที่ต้องการ โดยบุกมายัดเยียดความปราชัยให้กับทีมปีศาจแดงได้ถึงถิ่น 1-0 ทำให้พวกเขาสร้างสถิติคว้าดับเบิ้ลแชมป์เป็นสมัยที่สามของสโมสรได้สำเร็จ และยังเป็นครั้งที่สองภายใต้การคุมทีมของอาร์แซน เวนเกอร์ด้วย ประตูชัยของทีมปืนใหญ่ในนัดนี้ได้มาในนาทีที่ 55 จากจังหวะที่เฟรดริก ลุงเบิร์ก แตะหลบโลร็องต์ บล็องก์เข้าไปซัดด้วยขวา ฟาเบียง บาร์กเตซ ยังปัดเอาไว้ได้ แต่บอลไปเข้าทางของซิลแว็ง วิลตอร์ ที่วิ่งตามมาซ้ำโล่ง ๆ เข้าประตูไป เป็นประตูชัยให้ทีมคว้าดับเบิ้ลแชมป์ไปครองได้สำเร็จ สำหรับการอาร์เซน่อลนั้น ครั้งนี้เป็นครั้งที่สามที่พวกเขาเป็นดับเบิ้ลแชมป์ของลีกเมืองผู้ดี โดยในสมัยแรกนั้นเป็นในปี 1971 ก่อนที่อาร์แซน เวนเกอร์ จะมาพาทีมรวบสองแชมป์ได้อีกครั้งเมื่อปี 1998 และครั้งนี้ก็เป็นครั้งล่าสุดที่พวกเขาคว้าแชมป์ลีกและแชมป์เอฟเอคัพมาครองในฤดูกาลเดียวกันได้ สำหรับผลการแข่งขันอีกคู่ในคืนเดียวกัน ลิเวอร์พูลเปิดรังแอนฟิลด์เฉือนเอาชนะแบล็คเบิร์น โรเวอร์สไปได้อย่างสุดมัน 4 ประตูต่อ 3 แซงหน้าแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดขึ้นไปอยู่ในอันดับที่สองของตารางแล้ว โดยทีมหงส์แดงได้ประตูจาก แดนนี่ เมอร์ฟี่ นาทีที่ 23, นิโกล่าส์ อเนลก้า นาทีที่ 39, ซามี่ ฮูเปีย นาทีที่ 52 และ เอมิล เฮสกี้ นาทีที่ 86 ส่วนทางแบล็คเบิร์นเองได้ประตูจากเดเมี่ยน ดัฟฟ์ นาทีที่ 28, แอนดี้ โคล นาทีที่ 49 และ แม็ตต์ เจนเซ่น นาทีที่ 80 |
| ม้าขาวเชือดโบโร่หวิว ยังมีลุ้นรอดตกชั้น |
| "ม้าขาว" อิปสวิช ทาวน์ ยังคงมีลุ้นที่จะอยู่รอดในพรีเมียร์ชิพต่อไปในฤดูกาลหน้า หลังจากที่เปิดรังปอร์ทแมน โร้ด ของตัวเองเฉือนเอาชนะมิดเดิ้ลสโบรซ์ไปได้อย่างหวุดหวิด 1 ประตูต่อ 0 ในเกมพรีเมียร์ชิพคืนวันพุธ อิปสวิชนั้นอยู่ในอันดับ 18 ของตารางคะแนน และถ้าหากนัดนี้พวกเขาไม่สามารถเก็บสามคะแนนได้ ก็มีสิทธิร่วงไปเล่นในดิวิชั่นหนึ่งฤดูกาลหน้าตามเลสเตอร์ ซิตี้ และดาร์บี้ เคาน์ดี้ทันที แต่ทีมของกุนซือจอร์จ เบอร์ลีย์ ก็ยังโชคดีที่มาได้ ดาเรน เบนท์ มาทำประตูชัยให้กับทีมได้ จากการซัดลูกเตะมุมที่เจมี่ แคล็ปแฮม เปิดมาให้เข้าประตูไปในนาทีที่ 58 ทำให้ทีมม้าขาวเฉือนเอาชนะมิดเดิ้ลสโบรซ์ไปได้อย่างหวุดหวิด 1 ประตูต่อ 0 ทำให้มี 36 แต้มจาก 36 นัด ตามหลังซันเดอร์แลนด์ซึ่งอยู่ในอันดับ 17 อยู่ 2 คะแนน ต้องลุ้นให้ทีมแมวดำแพ้สองนัดแล้วพวกเขาชนะหนึ่งนัดแพ้หนึ่งนัด ก็จะอยู่รอดต่อไปในพรีเมียร์ชิพ หรือถ้าหากพวกเขาชนะรวดสองนัดแล้วทีมแมวดำพลาดท่าเสมอหรือแพ้หนึ่งนัด ทีมแมวดำก็จะเป็นฝ่ายตกชั้นไปแทนทันทีแต่โอกาสที่จะเป็นไปได้นั้นก็น้อยมาก เพราะสองเกมที่เหลือของพวกเขาก็คือการพบกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และลิเวอร์พูล |
| ผีน่าเป็นห่วง เล่นในบ้านนำก่อนสองหนสุดท้ายได้แค่เจ๊า |
| ความหวังของทีม"ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่จะผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศในรายการยูฟ่าแชมเปี้ยนสลีกฤดูกาลนี้ชักจะมีปัญหาเสียแล้ว เมื่อลงเล่นในเกมรอบรองชนะเลิศนัดแรก กับไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ดของตัวเอง และทำได้แค่เสมอกับทีมเยือนไป 2 ประตูต่อ 2 เท่านั้น ทั้ง ๆ ที่เป็นฝ่ายออกนำไปก่อนสองครั้งสองครา ทำให้ต้องเจอกับงานหนักในการออกไปเยือนทีมห้างขายยาในสัปดาห์หน้า เกมนัดนี้ รอย คีน มิดฟิลด์กัปตันทีมของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หายเจ็บกลับมาและมีชื่อเป็นตัวสำรอง ทั้งสองทีมต่างก็ขนผู้เล่นชุดใหญ่ลงสนามอย่างครบครับ ในขณะที่เลเวอร์คูเซ่นก็ส่งมิดฟิลด์ลงสนามพร้อมกันถึงห้าคน และให้ติมิทาร์ เบอร์บาตอฟ ยืนห้อยเป็นหัวหอกตัวเดียว นาทีที่ 11 โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ได้จังหวะซัดกลางประตู แต่บอลก็เหินข้ามคานออกไปนิดเดียว เล่นเอาบรรดาสาวกปีศาจแดงครางกันฮือ นาทีที่ 18 แกรี่ เนวิลล์ ได้รับบาดเจ็บจนเล่นต่อไม่ไหว จึงต้องเปลี่ยนให้ฟิล เนวิลล์ผู้เป็นน้องชายลงมาเล่นแทน และหลังจากลงสนามมาได้แค่ 4 นาที เนวิลล์ผู้น้องก็รับมใบเหลืองไปเป็นคนแรกของเกม เมื่อไปอัดเซ โรแบร์โต้อย่างน่าเกลียด หลังจากที่รออยู่นาน แฟนบอลเจ้าถิ่นก็ได้เฮกันลั่นเมื่อเข็มนาฬิกาขยับมาถึงนาทีที่ 29 เมื่อรุด ฟาน นิสเตลรอย เปิดเรียดจากกราบขวาเข้ามาหน้าประตูให้โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ซัดเต็ม ๆ บอลแฉลบตัวบอริส ซิฟโควิช นักเตะทีมเยือนเปลี่ยนทางเสียบเสาซ้ายมือของฮันส์-ยอร์ก บุทท์เข้าประตูไปง่าย ๆ ให้ทีมปีศาจแดงออกนำไปก่อน 1 ประตูต่อ 0 |
| ค้อนเซ็ง"กานูเต้"ยิงเข้าเปาไม่ให้ ปืนทุบกลับสองเม็ดจ่อแชมป์ |
| "ปืนใหญ่" อาร์เซน่อล ขยับเข้าใกล้ตำแหน่งแชมป์พรีเมียร์ชิพฤดูกาลนี้เข้าไปทุกทีแล้ว เมื่อมาได้สองประตูในช่วงท้ายเกม ทำให้เอาชนะเวสต์แฮม ยูไนเต็ดไปได้ในเกมลอนดอนดาร์บี้แมตช์ที่ไฮบิวรี่ และเกมนัดนี้คงต้องเป็นเรื่องให้ถกกันไปอีกหลายวัย เมื่อลูกยิงของเฟรดริก กานูเต้ในครึ่งแรกที่หลุดเลยเส้นประตูไปแล้วก่อนที่จะถูกแอชลีย์ โคล เคลียร์ออกมา ถูกผู้ตัดสินปฏิเสธไม่ให้เป็นประตู อาร์เซน่อลนั้นเป็นฝ่ายครองเกมได้เหนือกว่าทีมขุนค้อนผู้มาเยือนตั้งแต่ต้นเกม แต่พวกเขาก็ยังหาจังหวะส่องประตูทีมเยือนจะจะไม่ได้สักที ในขณะที่เวสต์แฮมเองก็เล่นเกมรับได้อย่างเหนียวแน่น และใช้ความเร็วของเฟรดริก กานูเต้ ในการสวนกลับได้อย่างน่ากลัว นาทีที่ 38 เหตุการณ์ปัญหาของเกมนัดนี้ก็เกิดขึ้น เมื่อกานูเต้ ได้บอลในจังหวะสวนกลับ กระชากหลบโทนี่ อดัมส์ ก่อนที่จะเลี้ยงหลบเดวิด ซีแมนไปได้ และปาดด้วยซ้ายเข้ามายังกรอบประตูที่ว่างเปล่า แอชลีย์ โคล แบ็คซ้ายของทีมปืนใหญ่พุ่งตัวสไลด์ออกมาได้ และผู้ตัดสินสตีฟ ดันน์ ก็โบกมือให้เล่นต่อไป ขณะที่กานูเต้เองก็ทำหน้างง ๆ เพราะมั่นใจว่าลูกยิงของเขาข้ามเส้นไปแล้ว และเมื่อดูจากภาพช้าก็เห็นได้อย่างชัดเจนว่าเป็นความผิดพลาดของผู้ตัดสินที่ไม่ให้ลูกนี้เป็นประตูกับเวสต์แฮม เพราะบอลหลุดข้ามเส้นไปทั้งลูกก่อนที่จะถูกแอชลีย์ โคล เคลียร์ออกมาแล้ว ทำให้ทีมขุนค้อนต้องพลาดโอกาสได้ประตูขึ้นนำไปอย่างน่าเสียดาย และครึ่งแรกก็จบไปโดยทั้งสองฝ่ายเสมอกันอยู่ 0 ประตูต่อ 0 เกมในครึ่งหลัง อาร์เซน่อลก็ยังคงเป็นฝ่ายครองเกมได้เหนือกว่า แต่ยังหาทางเจาะแนวรับของทีมเยือนเข้าไปทำประตูไม่ได้เสียที และเวลาก็กำลังผ่านไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งนาทีที่ 77 ของการแข่งขัน เฟรดริก ลุงเบิร์ก ที่เพิ่งจะเหมาคนเดียวสองประตูให้ทีมปืนใหญ่เอาชนะอิปสวิชมาได้เมื่อคืนวันอาทิตย์ ก็มารับบทฮีโร่ของทีมอีกครั้ง เมื่อได้บอลจากการจ่ายอย่างสวยงามของเดนนิส เบิร์กแคมป์ หลุดเดี่ยวเข้าไปซัดผ่าน เดวิด เจมส์เข้าประตูไป ทำให้อาร์เซน่อลได้ประตูขึ้นนำไปเป็น 1 ประตูต่อ 0 จนได้ หลังจากนั้นแค่สามนาที เอ็นวานโก้ คานู นักเตะทีมชาติไนจีเรีย ได้โอกาสซัดจ่อ ๆ เข้าไปอีกลูก ทำให้จบ 90 นาทีอาร์เซน่อลจึงเป็นฝ่ายเอาชนะเวสต์แฮม ยูไนเต็ดไปได้ 2 ประตูต่อ 0 ทำแต้มทิ้งห่างทีมอันดับสองอย่างลิเวอร์พูลไปเป็นสี่แต้มแล้ว โดยที่ลงสนามไป 35 นัดเท่ากัน โดยที่เกมการแข่งขันในฤดูกาลนี้เหลืออยู่อีกสองนัดเท่านั้น และโอกาสคว้าแชมป์พรีเมียร์ชิพของพวกเขาก็สดใสมากทีเดียว เพราะต้องการอีกแค่หกแต้มจากสามเกมสุดท้ายเท่านั้น ก็จะเป็นแชมป์ทันที |
| "อองรี" บอดโทษ ปืนพ่ายจู๊ฟร่วง |
| อาร์เซน่อล มีอันต้องกระเด็นตกรอบยูฟ่าแชมเปี้ยนสลีกฤดูกาลนี้ไปเสียแล้ว หลังจากที่ออกไปเยือนยูเวนตุสในเกมนีดสุดท้ายของกลุ่มดี และเป็นฝ่ายพ่ายเจ้าถิ่นไป 1 ประตูต่อ 0 โดยในนัดนี้เธียร์รี่ อองรี กองหน้าทีมชาติฝรั่งเศสสังหารจุดโทษพลาดด้วย เกมเริ่มต้นขึ้นด้วยความระมัดระวังทั้งสองฝ่าย โดยทางเจ้าถิ่นนั้นส่งผู้เล่นสำรองลงสนามเพียบ ในนาทีที่ 22 เฟรดริก ลุงเบิร์ก บรรจงเปิดบอลให้เธียร์รี่ อองรี หลุดเข้าไปดวลเดี่ยวกับนายทวารเจ้าถิ่น แต่กองหน้าทีมชาติฝรั่งเศสดันซัดหลุดกรอบออกไปอย่างน่าเสียดาย ทำให้สกอร์ยังคงเป็น 0 ประตูต่อ 0 นาทีสุดท้ายของครึ่งแรก อาร์เซน่อลก็พลาดโอกาสที่จะได้ประตูขึ้นนำไปอีกครั้ง เมื่อโรแบร์ ปิแรส ได้ซัดเหน่ง ๆ ในเขตโทษ แต่บอลก็ยังหลุดกรอบออกไปอีก ทำให้ครึ่งแรกจบลงด้วยการเสมอกันไปแบบไม่มีสกอร์ ครึ่งหลังเล่นไปได้แค่ 5 นาที ทีมปืนใหญ่ได้ลูกโทษที่จุดโทษจากจังหวะที่เซโนนี่ ไปเกี่ยวเธียร์รี่ อองรี ล้มลงในเขตโทษ และอองรีก็ลุกขึ้นมาทำหน้าที่สังหารด้วยตัวเอง แต่คารินี่ นายทวารของยูเวนตุสปัดไปชนเสาเด้งออกมาก่อนที่กองหลังจะเคลียร์บอลทิ้งไปได้ ทำให้อาร์เซน่อลต้องพลาดโอกาสได้ประตูขึ้นนำไปแบบน่าเสียดายสุด ๆ เมื่อมีโอกาสแล้วทำไม่ได้ หายนะของทีมปืนใหญ่ก็มาถึงในนาทีที่ 76 เมื่อยูเวนตุสได้ลูกเตะมุม และซาลาเยต้า กองหลังชาวอุรุกวัยของทีมม้ายลายหนุนขึ้นสูงมาโขกเต็ม ๆ เข้าประตูไปชนิดที่เดวิด ซีแมนได้แต่ป้องกันด้วยสายตา ทำให้ยูเวนตุสออกนำไป 1 ประตูต่อ 0 ในขณะที่อีกคู่หนึ่งนั้น ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น บุกไปนำเดปอร์ติโว่ ลา คอรุนญ่าอยู่ 2 ประตูต่อ 1 และถ้าสกอร์จบลงตรงนี้อาร์เซน่อลจะต้องตกรอบไปทันที ในช่วง 10 นาทีสุดท้าย อาร์เซน่อลเป็นฝ่ายโหมบุกอย่างหนักเพื่อหวังจะตีเสมอให้ได้ แต่ก็ทำไม่สำเร็จ และยังหวิดที่จะเสียประตูที่สองให้กับเจ้าถิ่นไปอีกด้วย แต่ยังดีที่เดวิด ซีแมน ยังเซฟลูกยิงของเอ็ดการ์ ดาวิดส์เอาไว้ได้ และเกมก็จบลงด้วยชัยชนะของยูเวนตุสเหนืออาร์เซน่อลด้วยสกอร์ 1 ประตูต่อ 0 ส่งผลให้ทีมปืนใหญ่ต้องกระเด็นตกรอบยูฟ่าแชมเปี้ยนสลีกฤดูกาลนี้ไป เพราะอีกคู่หนึ่งนั้น ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น บุกไปเอาชนะเดปอร์ติโว่ ลา คอรุนญ่าได้ถึงถิ่น 3 ประตูต่อ 1 ผ่านเข้ารอบไปโดยเป็นอันดับหนึ่งของกลุ่ม และทีมจากสเปนตามเข้ารอบไปเป็นอันดับสอง |
| "คิงโคล" ชู "กุหลาบ" แชมป์ ลีก คัพ หนแรก |
| 25 กุมภาพันธ์ 2545 :: แอนดี โคล ยิงประตูชัยให้ "กุหลาบไฟ" แบลคเบิร์น โรเวอร์ส คว้าแชมป์ฟุตบอล เวิร์ทธิง ตัน ลีก คัพ 2001-2002 มาครองได้สำเร็จ และเป็นครั้งแรกของสโมสรด้วย โดยเอาชนะ สเปอร์ส 2-1 ทั้งที่สภาพทีมเป็นรองพอสมควร ฟุตบอล เวิร์ทธิงตัน ลีก คัพ 2001-2002 รอบชิงชนะเลิศ ที่สนาม มิลเลนเนียม สเตเดียม สเปอร์ส เข้ามาชิงกับ แบลคเบิร์น โดย สเปอร์ส ส่ง เท็ดดี เชอริงแฮม ลงเป็นกองหน้าคู่กับ เลส เฟอร์ดินานด์ ส่วน แบลคเบิร์น ส่ง แอนดี โคล ที่หายเจ็บท้องลงล่าประตูคู่กับ แม็ตต์ เจนเซน ทั้งสองทีมเปิดฉากด้วยการแลกเกมรุกเข้าห้ำหั่นกันทันที แต่กองหลังของทั้งคู่ยังไม่พลาด ผ่าน 10 นาทีแรกสกอร์ยังอยู่ที่ 0-0 โดย สเปอร์ส ครองบอลมากกว่าเล็กน้อย จากนั้นเป็น แบลคเบิร์น ที่ยึดเกมแดนกลางได้แต่แล้วนาทีที่ 20 แบลคเบิร์น หวิดเสียประตูไปก่อนเมื่อปล่อยให้ เฟอร์ดินานด์ หลุดกับดักล้ำหน้า เข้าไปเดี่ยวกับ แบรด ฟรีเดล แต่นายทวารแยงกีโชว์ซุปเปอร์เซฟล้มตัวปัดบอลจากเท้า เฟอร์ดินานด์ จังหวะล๊อคหลบจนกระทั่งนาทีที่ 25 หลังจาก บุกอยู่นาน แบลคเบิร์น มาได้ประตูขึ้นนำจนได้เมื่อ เจนเซน ต่อบอลขึ้นมากับ คีธ กิลเลสพี ก่อน กิลเลสพี จะได้โอกาสยิงอัดเข้าไปในเขตโทษ บอลไปติดขา เจนเซน กลายเป็นการพักบอลก่อน เจนเซน จะกลับตัวหวดบอลผ่านแสกหน้า นีล ซัลลิแวน นายทวาร สเปอร์ส เข้าประตู แบลคเบิร์น นำ 1-0 แต่ทั้งคู่ก็ยังเปิดเกมรุกแลกกันอย่างต่อเนื่องจนถึงนาทีที่ 32 สเปอร์ส ก็มาตีเสมอ 1-1 ในจังหวะที่ กุสตาโว โปเยต์ แทงบอลให้ เฟอร์ดินานด์ ลากหลบกองหลัง แบลคเบิร์น 2 คนก่อนหลุดไปถึงเขตโทษ แล้วเปิดเรียดไปทางเสาสอง คริสเตียน ซีเก้ สอดขึ้นมาแปง่าย ๆ เข้าประตู สเปอร์ส ตีเสมอ 1-1 ก่อนหมดคครึ่งแรก ด้วยสกอร์นี้ ครึ่งหลังทั้งสองทีม ยังบุกอย่างไหลลื่นเหมือนเดิม นาทีที่ 60 สเปอร์ส พลาดโอกาสทองอีกครั้ง คราวนี้เป็น โปเยต์ ที่ได้หลุดเดี่ยวเข้าไปในเขตโทษก่อนปั่นบอลโค้งหนี ฟรีเดล ที่ออกมาปิดมุม แต่ลูกแรงไปนิด ก่อนชนสามเหลี่ยมเข้าอย่างจังและอีก 9 นาทีต่อมาเป็น แบลคเบิร์น ที่ได้ประตูที่สองจากจังหวะผิดพลาดของ กองหลัง สเปอร์ส ที่สกัดบอลมาเข้าทาง โคล ก่อนหัวหอกผิวสีจะดีดบอลผ่านมือ ซัลลิแวน สู่ก้นตาข่าย แบลคเบิร์น ขึ้นนำอีกครั้ง 2-1 จากนั้น สเปอร์ส โหมบุกเพิ่อหวังตีเสมอแต่จังหวะสุดท้าย ยิงไปติดซุปเปอร์เซฟของ พรีเดล หมด จบเกม แบลคเบิร์น ชนะ สเปอร์ส 2-1 คว้าแชมป์ ลีก คัพ ปีนี้ไปครองและเป็นครั้งแรกของสโมสร |
| ปู่บ๊อบชู"ดายเออร์"โครตวิเศษหลังหายเจ็บกลับมา |
| บ๊อบบี้ ร็อบสัน ผู้จัดการทีมของสาลิกาดง นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ได้ออกมากล่าวชม คีรอน ดายเออร์ ลูกทีมของเขาว่าเป็นสุดยอดนักเตะตัวจริงเลยทีเดียว หลังจากที่ดายเออร์โชว์ฟอร์มได้สะเด่าทรวง ช่วยให้ทีมสาลิกาดง เอาชนะโบโร่ไปได้ 3-0 ในเกมดาร์บี้แมตช์บ๊อกซิ่งเดย์ เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา ร๊อบสันกล่าวว่า"เราทราบดีว่าเขาเป็นสุดยอดนักเตะและการที่ทีมต้องขาดเขาไปเมื่อปีที่แล้วส่งผลกระทบกับฟอร์มของทีมอย่างเห็นได้ชัด แต่เมื่อคุณได้เห็นฟอร์มการเล่นของเขาทั้งๆที่เขาต้องห่างหายจากสนามไปร่วม 10 เดือน เกือบทุกคนต้องพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า เขามหัศจรรย์จริงๆ" "เขาต้องเข้ารับการรักษาตัวอยู่นานมาก แต่มันไม่ได้ส่งผลต่อฝีเท้าของเขาเลยแม้แต่น้อย เมื่อเขากลับมา เขาก็ช่วยให้เราผงาดขึ้นไปอยู่แถวบนสุดของตารางอันดับพรีเมียร์ลีกได้ทันที และนี่ก็คือความสุดยอดของดายเออร์" "เขาเล่นได้รวดเร็ว และยากที่ใครจะขวางเขาอยู่ และเมื่อเขาได้เลี้ยงบอลเมื่อไหร่ เขาจะควบมันไปเหมือนไม่รู้จักคำว่าเหน็ดเหนื่อย และพวกเราทุกคนต่างก็พอใจกับฟอร์มของเขาเป็นอย่างยิ่ง" |
| สิงห์แดงเขี่ยผีตกรอบสี่เอฟเอคัพ |
| "สิงห์แดง" มิดเดิ้ลสโบรซ์ เปิดบ้านตัวเองต้อนรับการมาเยือนของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดในเกมเอฟเอคัพรอบที่สี่ และเป็นฝ่ายพลิกล็อคเอาชนะทีมปีศาจแดงไปได้ 2 ประตูต่อ 0 เขี่ยลูกทีมของเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน กระเด็นตกรอบไป เกมในครึ่งแรกนั้นเป็นไปอย่างสูสี และแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็ต้องพลาดโอกาสได้ประตูขึ้นนำไปอย่างน่าเสียดาย เมื่อรอนนี้ วอลล์เวิร์ค ได้จังหวะโขกลูกเตะมุมเต็ม ๆ แต่ร็อบบี้ มัสโท ก็โขกสกัดออกมาจากเส้นได้ ทำให้จบครึ่งแรกสกอร์ยังเป็น 0 ประตูต่อ 0 ครึ่งหลังโบโร่เล่นได้ดีขึ้น และมีโอกาสส่องไกลสองสามครั้งในช่วงห้านาทีแรก แต่ก็ยังติดมือฟาเบียง บาร์กเตซ แต่เมื่อเกมผ่านมาจนถึงนาทีที่ 85 หายนะก็มาเยือนทีมปีศาจแดงจนได้ เมื่อมาร์ค ครอสลีย์ นายทวารเจ้าบ้านหวดฟรีคิกยาวขึ้นมา และก็เป็นโลร็องต์ บล็องก์ ที่ไม่ยอมเล่นลูก ทำให้โนเอล วีแลน วิ่งตามเข้าไปจิ้มบอลผ่านมือฟาเบียง บาร์กเตซเข้าประตูไปให้โบโร่ขึ้นนำไปก่อน 1-0 จากนั้นอีกสามนาที โบโร่ก็มาได้ประตูที่สองไปอีก จากจังหวะโต้กลับเร็ว และก็เป็นโนเอล วีแลนที่เปิดจากกราบขวาเข้ามาให้แอนดี้ แคมป์เบลล์ โหม่งพังประตูแรกของตัวเองในฤดูกาลนี้ได้สำเร็จ และทำให้มิดเดิ้ลสโบรซ์ เป็นฝ่ายเอาชนะแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดไปได้ในที่สุด 2 ประตูต่อ 0 ผ่านเข้าไปเล่นในรอบที่ห้าได้สำเร็จ |
| กุหลาบพร้อมอ้าแขนรับ"โคล" หากผีลอยแพ |
| ทีมกุหลาบไฟ แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส รีบเสนอตัวที่จะเป็นเจ้าของ แอนดี้ โคล ดาวยิงผิวหมึกทีมชาติอังกฤษในทันทีหลังจากที่ ล่าสุดมีข่าวว่าเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ผู้จัดการทีมแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดได้ขึ้นบัญชีขายดาวยิงจอมถลุงโอกาสรายนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ล่าสุดในแมตช์บ๊อกซิ่งเดย์ที่แมนฯยูฯเอาชนะเอฟเวอรืตันได้ 2-0 โคลนั้นไม่มีชื่ออยู่แม้กระทั่งในกลุ่มผู้เล่นสำรอง ทำให้เป็นที่แน่นอนแล้วว่าอนาคตในถิ่นโอลด์แทร็ฟฟอร์ดของศูนย์หน้าทีมชาติอังกฤษรายนี้คงจะดับวูบลง ทำให้แบล็คเบิร์นที่กำลังมองหาศูนย์หน้าที่ไว้ใจได้เพื่อมาช่วยทำประตูให้กับทีมได้มากขึ้น รีบแสดงความต้องการตัวเขาไปร่วมทีมทันที และโคลเองก็หวังที่จะได้ลงสนามอย่างสม่ำเสมอเพื่อโอกาสที่จะได้กลับไปติดทีมชาติอังกฤษลุยศึกฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายในปีหน้านั่นเอง |
| "หงส์" หมดสภาพ"ฟาวเลอร์"เปิดซิงซัดเบิ้ล ลีดส์เฉือนท็อฟฟี่ขึ้นที่สาม |
| ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ ประเดิมประตูให้กับลีดส์ ยูไนเต็ดได้แล้ว และทำไปสองประตูในเกมเดียวช่วยให้ทีมยูงทองเฉือนเอาชนะเอฟเวอร์ตันไปได้อย่างหวุดหวิด 3 ประตูต่อ 2 ขยับขึ้นไปอยู่ในอันดับที่สามของตารางพรีเมียร์ชิพเรียบร้อยแล้ว มาร์ค วิดูก้า ซัดให้ลีดส์ ออกนำเอฟเวอร์ตันผู้มาเยือนไปก่อนในนาทีที่ 19 จากนั้นร็อบบี้ ฟาวเลอร์ ก็มาทำประตูแรกของตัวเองในสีเสื้อของทีมยูงทองได้สำเร็จในนาทีที่ 26 และครึ่งแรกก็จบลงโดยที่ลีดส์ ยูไนเต็ดนำเอฟเวอร์ตันอยู่ 2 ประตูต่อ 0 ครึ่งหลังเล่นไปถึงนาทีที่ 71 ฟาวเลอร์ก็มาทำประตูที่สองของตัวเองในนัดนี้ได้อีก และช่วยให้ลีดส์หนีห่างออกไปเป็น 3 ประตูต่อ 0 แต่โจ แม็กซ์ มัวร์ ก็มาซัดตีไข่แตกให้เอฟเวอร์ตันไล่ตามมาเป็น 1-3 ได้ในนาทีที่ 84 และในช่วงทดเวลาเจ็บ เดวิด เวียร์ แผงหลังของเอฟเวอร์ตันดันขึ้นสูงมาทำประตูให้ทีมไล่ตามเจ้าบ้านมาเป็น 3-2 ได้สำเร็จ แต่ก็ไล่ไม่ทัน จบ 90 นาที ลีดส์ ยูไนเต็ด จึงเป็นฝ่ายเฉือนเอาชนะเอฟเวอร์ตันไปได้อย่างหวุดหวิด 3 ประตูต่อ 2 มี 32 แต้มจาก 17 นัดขยับขึ้นไปอยู่ในอันดับที่สามของตารางคะแนนแล้ว บัลลัคนั้นมีสัญญาอยู่กับทางเลเวอร์คูเซ่นอยู่จนถึงปี 2003 แต่มีเงื่อนไขพิเศษในการย้ายทีมระบุเอาไว้ในสัญญา ทำให้ทางเสือใต้นั้นต้องเร่งขยับเรื่องการซื้อตัวของเขาล่วงหน้า ก่อนที่จะถูกทีมอื่นตัดหน้าไป |
| เชียเรอร์ลั่นสาลิกาไม่ดีพอสำหรับแชมป์พรีเมียร์ชิพ |
| อลัน เชียเรอร์ อดีตหัวหอกทีมชาติอังกฤษของนิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ออกมาทุบเปรี้ยงว่าต้นสังกัดหมดสิทธิลุ้นแชมป์พรีเมียร์ชิพแม้ว่าล่าสุดพวกเขาจะสามารถผงาดขึ้นมารั้งตำแหน่งจ่าฝูงของลีกได้แล้วก็ตามหลังจากโชว์ฟอร์มสวยไล่อัดอาร์เซน่อลไปด้วยสกอร์ 3-1 คาไฮบิวรี่ โดยในนัดดังกล่าวเชียเรอร์ซัดประตูในไฮบิวรี่ได้เป็นประตูแรกในการค้าแข้งจากลูกจุดโทษด้วย แต่เขาก็ออกมาชี้ว่ามองไปยาว ๆ แล้วนิวคาสเซิ่ลนั้นไม่มีโอกาสจะได้แชมป์พรีเมียร์ลีกเป็นครั้งแรกในรอบ 75 ปีแน่นอน โดยเชียเรอร์ชี้ว่าการที่นิวคาสเซิ่ลชนะอาร์เซน่อลได้นั้นเป็นเพราะเกรแฮม โพลล์ไล่เรย์ พาร์เลอร์ของอาร์เซน่อลออกไปในครึ่งแรกก่อนที่จะมาไล่เคร็ก เบลามี่ของทีมสาลิกาดงออกในครึ่งหลัง "ถ้าเล่นกัน 11 คนเท่ากันโอกาสที่เราจะชนะพวกเขาได้ก็ยากมากกว่านี้เยอะ แต่ผู้ตัดสินก็ไม่ควรถูกตำหนิ เพราะเกมนั้นกดดันมากจริงๆ ผมดีใจที่เราชนะและขึ้นมานำลีกได้ แต่มองกันแล้วผมเชื่อว่าโอกาสที่เราจะได้แชมป์นั้นน้อยมาก แต่เราจะเป็นทีมที่กดดันทีมที่จะลุ้นแชมป์ได้เช่นกัน" |
| เกมเดือดสองแดงสาลิกาบุกทุบปืน 3-1 ขึ้นนำฝูง |
| "สาลิกาดง" นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ผงาดขึ้นเป็นจ่าฝูงของพรีเมียร์ชิพได้สำเร็จ เมื่อบุกมาเอาชนะอาร์เซน่อลได้ถึงถิ่นไฮบิวรี่ 3 ประตูต่อ 1 และในเกมนี้มีผู้เล่นของทั้งสองทีมโดนไล่ออกไปฝ่ายละคนด้วย เริ่มเกมมาเป็นอาร์เซน่อลที่ครองเกมได้เหนือกว่าโดยตลอด และได้ประตูขึ้นนำไปก่อนในนาทีที่ 20 จากจังหวะที่แอชลีย์ โคล เปิดจากกรอบเขตโทษด้านซ้ายมาให้โรแบร์ ปิแรสแปเข้าไปง่าย ๆ อาร์เซน่อล 1 นิวคาสเซิ่ล 0 หลังจากที่ได้ประตูขึ้นนำเกมของทีมปืนใหญ่ก็ยังคงเหนือกว่าทีมเยือน แต่พวกเขาก็ยังไม่สามารถทำประตูเพิ่มได้ และกลับต้องมาเป็นฝ่ายเหลือผู้เล่นในสนามเพียงแค่ 10 คนเมื่อเรย์ พาร์เลอร์ มาโดนใบเหลืองใบที่สองจากการทำฟาล์วอลัน เชียเรอ์ ทำให้ต้องกลายเป็นใบแดงโดนไล่ออกจากสนามไป และครึ่งแรกก็จบลงด้วยการที่อาร์เซน่อลยังคงเป็นฝ่ายนำอยู่ 1 ประตูต่อ 0 ครึ่งหลังนิวคาสเซิ่ลอาศัยความได้เปรียบที่มีตัวผู้เล่นมากกว่า โหมบุกเข้าใส่อาร์เซน่อลอย่างหนัก และมาตีเสมอได้สำเร็จในนาทีที่ 60 จากแอนดี้ โอไบรอัน ผู้เล่นกองหลังที่ดันขึ้นสูงมาโขกลูกเตะมุมเข้าไปตรงเสาแรก สกอร์กลับมาเสมอกันที่ 1 ประตูต่อ 1 หลังจากนั้นเกมก็ยังคงตกเป็นของนิวคาสเซิ่ลโดยตลอด แต่ในนาทีที่ 71 พวกเขาก็ต้องมาเหลือผู้เล่นในสนาม 10 คนเท่ากับอาร์เซน่อล เมื่อเคร็ก เบลลามี่ มาโดนใบแดงไล่ออกไป ทำให้เกมกลับมาสูสีอีกครั้ง และเป็นอาร์เซน่อลที่กลับมาครองเกมบุกเข้าใส่ทีมเยือนได้มากขึ้นเรื่อย ๆ จากจังหวะที่ผู้เล่นอาร์เซน่อลกำลังบุกอยู่เพลิน ๆ นั้นก็ต้องมาพลาดท่าเสียประตูให้กับทีมเยือนจนได้ในนาทีที่ 83 เมื่อ นิวคาสเซิ่ล อาศัยจังหวะโต้กลับเร็ว โลร็องต์ โรแบร์ได้บอลหลุดเดี่ยวเข้าไปในเขตโทษ และถูกโซล แคมป์เบลล์ เสียบล้มลง ผู้ตัดสินเกรแฮม โพลล์ เป่าให้เป็นลูกโทษที่จุดโทษทันที และเป็นอลัน เชียเรอร์ ที่รับหน้าที่สังหารเข้าไปให้นิวคาสเซิ่ลออกนำอาร์เซน่อลไปเป็น 2 ประตูต่อ 1 ในช่วงทดเวลาเจ็บออกไปนั้น นิวคาสเซิ่ล ก็อาศัยจังหวะที่อาร์เซน่อลโหมบุกอย่างหนักหวัวตีเสมอ ใช้จังหวะโต้กลับเร็ว และโลร็องต์ โรแบร์ ก็ได้บอลหลุดเดี่ยวเข้าไปซัดผ่านมือสจ๊วร์ต เทย์เลอร์เข้าไปอีกจนได้ ทำให้หมดเวลาการแข่งขัน นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ดบุกมาเอาชนะอาร์เซน่อลได้ถึงถิ่นไฮบิวรี่ 3 ประตูต่อ 1 มี 33 แต้มเท่ากับลิเวอร์พูล แต่ประตูได้เสียดีกว่าจึงผงาดขึ้นเป็นจ่าฝูงพรีเมียร์ชิพได้สำเร็จ |
| "สโคลส์"รับฟอร์มรูดเอง ไม่เกี่ยวกับแผนใหม่ของเฟอร์กี้ !!! |
| พอล สโคลส์ กองกลางผมแดงทีมชาติอังกฤษของทีมแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ได้ออกมาพูดถึงฟอร์มการเล่นที่กำลังย่ำแย่ตัวเองในวันนี้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเขานั้นเป็นเพราะว่าตัวเองเล่นได้ไม่ดีเอง ไม่ได้เป็นเพราะแท็กติกใหม่ที่ท่านเซอร์เฟอร์กี้นำมาใช้กับทีมแต่ อย่างใด ในฤดูกาลนี้ สโคลส์ ต้องรับบทบาทเป็นศูนย์หน้าตัวต่ำตามแท๊กติคที่ทางเฟอร์กูสันนำมาใช้กับทีม แต่เขาก็ยังไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับหน้าที่ใหม่ทีได้รับมอบหมายได้ โดยเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา เขาต้องถูกปรับเงินค่าเหนื่อยเป็นเวลา 1 สัปดาห์ หลังจากปฏิเสธที่จะลงเล่นในเกมเวิร์ธริตัน คัพอีกด้วย สโคลส์ มีปัญหามาโดยตลอดหลังจากที่ถูกจับให้ยืนอยู่หลัง รุด ฟาน นิสเตอรอย หัวหอกตัวเป้าของทีม ซึ่งทำให้ฤดูกาลนี้สโคลส์ ไม่อาจรักษาฟอร์มการเล่นอันยอดเยี่ยมของตัวเองเอาไว้ได้เหมือนอย่างฤดูกาลอื่นที่ผ่านมา แต่อย่างไรก็ตาม ล่าสุด สโคลส์ ก็ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ยอมรับความจริงว่าเขากำลังอยู่ในช่วงที่ลำบากในฤดูกาลนี้ พร้อมทั้งยังปกป้องเฟอร์กี้ที่ถูกโจมตีอย่างหนักในเรื่องการปรับเปลี่ยนแผนการเล่นของทีมเช่นกัน โดยกล่าวว่า "มันเป็นเรื่องที่ทำใจลำบากมากจริงๆ คนส่วนมากมักจะคิดว่าการที่ฟอร์มการเล่นของผมไม่เหมือนเดิมนั้นเนื่องมาจาก แท๊กติกการเล่นของทีมที่ผู้จัดการได้กำหนดเอาไว้ แต่ผมนั้นรู้ตัวดีว่า ระยะนี้ผมไม่สามารถรักษาฟอร์มมาตรฐานของผมเอาไว้ได้เอง ซึ่งจริงๆ แล้วมันก็ไม่ได้เป็นเพราะแท็กติกอย่างที่หลายคนเข้าใจกัน แต่มันเป็นเพราะตัวของผมเอง หากจะว่าไปแล้วแท็กติกใหม่นั้นไม่ได้แตกต่างไปจากของเดิมมากมายนัก ดังนั้นผมจึงจำเป็นต้องออกมาแสดงความรับผิดชอบในเรื่องนี้ด้วยตัวเอง" |