บิลล์ แชงค์ลี่ย์ (Bill Shankly)


ธันวาคม 1959 มีความหมายมากกว่าเดือนส่งท้ายปียุค 50 เพราะ นี่คือหน้าประวัติศาสตร์ที่ต้องจารึกเอาไว้ว่า ผู้จัดการคนใหม่ของ ลิเวอร์พูล ....บิลล์ แชงค์ลี่ย์ คือบุคคลที่เข้ามาพลิกโฉมหน้าประวัติศาสตร์ สโมสรแห่งนี้และวงการฟุตบอล สหราชอาณาจักรโดยสิ้นเชิง... จากสโมสรที่ไม่มีใครรู้จัก ลิเวอร์พูลก้าวเข้ามายืนแถวหน้าในฐานะ ยอดทีมของอังกฤษ, ยุโรป และโลก... คำกล่าวนี้ยังคงศักดิ์สิทธิ์ ไม่มีใครที่เคยอยู่ก่อนหรือเข้าใหม่จะเป็นความสำคัญเช่นเขา ลิเวอร์พูลจะเป็นทีมของบิลล์แชงค์ลี่ย์ ไปตลอดกาล....

เมื่อวันที่ 1 ธ.ค. 1959 บอร์ดบริหารของลิเวอร์พูล ซึ่งขณะนั้นยังคงเป็นเพียงแค่ทีม
ในดิวิชั่น 2 ประกาศข่าวให้สาธารณชนได้รับรู้ว่า... "ทางบอร์ดบริหารได้ใคร่ครวญดีแล้วกับการตัดสินใจครั้งนี้ พวกเรากำลังพิจารณาหาผู้จัดการทีมคนใหม่"
"แต่ด้วยตัวเลือกไม่มากนัก ทำให้พวกเราได้ตัดสินใจสอบถามเรื่องนี้ไปถึงมีสเตอร์แชงค์ลี่ย์ ซึ่งขณะนี้กำลังทำงานอยู่กับฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์ สโมสรมีความต้องการอยากเสนอตำแหน่ง ผู้จัดการทีมให้กับเขารับเอาไว้พิจารณา
นับจากจุดนั้น อนาคตของวงการฟุตบอลอังกฤษต้องถูกจารึกเอาไว้ด้วยสีแดง-ขาว ของลิเวอร์พูล
"แชงค์ลี่ย์แตกต่างจากคนอื่น ๆ เขาเป็นหนึ่งในผู้จัดการทีมรุ่นใหม่คนแรก ๆ คนที่มีประวัติส่วนตัวหรูหรา แพ็ทท์ บัสบี้ เป็นผู้จัดการที่ยอดเยี่ยม แต่เขามีบุคลิกต่างจากแชงค์ลี่ย์ แชงค์ลี่ย์มีความสนุกสนานมากกว่า" ความสนุกของแชงค์ลี่ย์เป็นที่ประจักษ์ในวันที่เขาได้รับแต่งตั้งเป็นผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล และในงานแถลงข่าว ก็เริ่มเห็นว่าแชงค์ลี่ย์แตกต่างจากคนอื่นจริง ๆ "ผู้จัดการทีมคนใหม่มีความมั่นใจมาก ไม่มีใครอยู่กับเขาเกิน 2-3 นาที โดยไม่รู้สึกถึงแรงจูงใจที่มากมายเหลือเชื่อของเขา" พวกผู้เล่นมักพบว่าเขาแฟร์ มีความเป็นมิตรและพร้อมที่จะช่วยเหลือแนะนำอยู่เสมอ แต่กลับกัน เขาก็เรียกร้องสูงมาก ขนาดที่ว่าพลังงานเสี้ยวหนึ่งที่เหลืออยู่ของร่างกายก็ต้องให้กับทีม แชงค์ลี่ย์ มีบุคลิกลักษณะที่ทำให้เป็นที่ชื่นชอบของแฟน ๆ ,ผู้เล่น และผู้บริหารที่พวกเขาไม่เคยเห็นมาก่อน ในปี 1964 ลิเวอร์พูลคว้าแชมป์ดิวิชั่น 1 ได้สำเร็จหลังจากขึ้นมาจากดิวิชั่น 2 เพียง 2 ปีเท่านั้น แถมปีต่อมา ทีม "หงส์แดง" ยังคว้าถ้วยเอฟเอคัพเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสร และปี 1966 พวกเขาก็เข้าถึงรอบ ชิงคัพ วินเนอร์ส คัพ ได้อีกต่างหาก แต่พ่ายดอร์ทมุนด์ในแมตช์นั้น แชงค์ลี่ย์เปลี่ยนทีม "หงส์แดง" จากระดับดิวิชั่น 2 ไปสู่ความเป็นยอดทีมของทั้งอังกฤษและยุโรป ผลงานของแชงค์ทำให้เด็ก ๆที่เกิดในเมืองลิเวอร์พูลหลายคนอยากเล่นให้ทีมบ้านเกิดตัวเอง ดังเช่น ฟิล ธอมป์สัน ผู้ช่วยผู้จัดการทีมคนปัจจุบัน แชงค์ลี่ย์มีความรู้สึกว่า เขาและสโมสรสามารถจะทำอะไรพิเศษได้ในอีกหลายปีต่อมา เขาคิดย้อนหลังไปถึงความประทับใจครั้งแรกต่อทีมลิเวอร์พูลว่า พวกเขามีแฟนบอลที่ดีที่สุดในยุค 1950 พวกเขาชอบส่งเสียงดังมากบนอัฒจันทร์ เสียงดังเอามาก ๆ พวกเขาให้กำลังใจทีมดีมาก ถ้าเราให้ความสำเร็จกับพวกเขาได้ละก็ พวกเขาจะเข้าสนามอย่างคับคั่งเลยแหละ และเขาก็ทำได้ ! โดยทำร่วมกับ"บูทรูม บอยส์" อย่งาบ๊อบ เพสลี่ย์, รูเบน เบนเนตต์ , รอนนี่ มอแรน และโจ เฟแกน แชงค์ สร้างทีมที่สุดยอด 2 ทีม , คว้าแชมป์เอฟเอคัพ 2 สมัย ยูฟ่าคัพ และแชมป์ดิวิชั่น 1 อีก 3 สมัย บางทีสิ่งที่สำคัญที่สุดอาจเป็นการที่แชงค์ลี่ย์ปรับสโมสรให้ทันสมัย โดยนำความคิดใหม่ ๆ ในการฝึกซ้อม มาใช้รวมทั้งการทานอาหาร, วิถีการดำเนินชีวิต , ทัศนคติ และสภาพความฟิต เขาเป็นผู้จัดการทีมคนแรกที่เลือกผู้เล่น ด้วยตนเอง โดยแต่ก่อนเป็นผู้อำนวยการที่ทำหน้าที่นี้ แชงคืนำระบบการเล่นแบบยุโรปมาใช้กับลิเวอร์พูล และสร้างรากฐานให้ บ๊อบ เพสลี่ย์ นำทีมต่อไปจนประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์วงการฟุตบอลอังกฤษ

ประวัติศาสตร์ลูกกลม ๆ


เดือน ธันวาคม เมื่อ 8 ปีที่แล้ว
7 ธ.ค. 1991 : เจมี่ เร้ดแน็ปป์ ทำประตู
ในการประเดิมสนามนัดแรกที่เสมอกับ
เซาแธมป์ตัน 1-1

เมื่อ 15 ปีที่แล้ว
9 ธ.ค. 1984 : ลิเวอร์พูลแพ้อินดิเพนเดียนเต้
ของอาร์เจนตินา 0-1 ในศึกชิงแชมป์
สโมสรโลกที่กรุงโตเกียว

เมื่อ 35 ปีที่แล้ว
16 ธ.ค. 1964 : ประตูชัยของโรเจอร์ ฮันท์
ใน นาทีที่ 90 ช่วยให้ลิเวอร์พูลเอาชนะ
อันเดอร์เลทช์ 1-0 ในเกมยูโรเปี้ยน คัพ
รอบสอง นัดสอง

เมื่อ 45 ปีที่แล้ว
11 ธ.ค. 1954 : ลิเวอร์พูลแพ้สูงสุดใน
ประวัติศาสตร์สโมสร โดยแพ้ในเกมลีก
ให้กับเบอร์มิ่งแฮม 1-9


Hosted by www.Geocities.ws

1