
เรื่องลับๆ ของเจมส์
ถ้าเราเกิดชื่นชอบใครสักคน เรื่องราวที่เกี่ยวกับตัวเขาทั้งหมด คงเป็นเรื่องราวที่เราอยากจะรู้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องกิน เรื่องนอน ก็คงไม่อยากจะพลาด แต่ถ้าเป็นเรื่องของความลับ แน่นอนเราคงอยากรู้เป็นพิเศษ แต่นั่นก็เป็นสิ่งที่ เขาอยากจะปิดเรามากเป็นพิเศษเหมือนกัน แต่ในวันนี้ นายเจมส์ เรืองศักดิ์ ลอยชูศักดิ์ เขาพร้อมที่จะมาเปิดใจ เผยความลับของเขาให้เราทราบกัน กว่าจะเจาะลึกมาได้ขนาดนี้ ยากพอดู แต่เพื่อน้องๆ ที่รักเจมส์แล้ว เรื่องแค่นี้ไม่ยากไปกว่าการพยายาม
แมลงสาบ สัตว์อันตราย
"อาจจะฟังดูแปลกๆ นะครับ ที่ผู้ชายตัวโตอย่างผมกลัวแมลงสาบ แต่ว่าผมกลัวจริงๆ นะ กลัวมากเลยครับ คือประมาณเจอะเจอหน้ากันไม่ได้เลย เจมส์เดินที่ไหน ที่นั่นต้องไม่มีแมลงสาบ หรือว่ามีแมลงสาบที่ไหน ที่นั่นก็ต้องไม่มีเจมส์เช่นกัน จริงๆ คือไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมถึงได้กลัวขนาดนั้น แต่ว่ามันกลัวจริงๆ ใครอย่าได้เอามันมาเข้าใกล้เจมส์เลย ร้องจ๊ากแน่ๆ
เริ่มแรกที่กลัวแมลงสาบก็คือได้ดูหนังฝรั่งเรื่องหนึ่งที่แมลงสาบมันบุกเมือง แบบมีแมลงสาบตามบ้านคนเยอะๆ เลย เห็นแล้วแบบขยะแขยงมากแล้วตอนนั้นเจมส์อายุประมาณ 3 ขวบได้หลังจากที่ดูหนังเรื่องนั้นแล้ว อยู่มาวันหนึ่ง ไปเปิดท่อหลังบ้านทำอะไรไม่รู้ พอเปิดฝาท่อขึ้นมาปุ๊บ ปรากฏว่าเจอแมลงสาบเยอะมาก เยอะแบบแดงเถือกไปทั้งท่อเลยนะ เยอะจริงๆ เห็นแล้วรับไม่ได้เลย เท่านั้นยังไม่พอนะครับ ไอ้แมลงสาบพวกนั้นมันยังบินเข้าชนหน้าผมอีกด้วย ตั้งแต่วันนั้นเลยเป็นอะไรที่ฝังใจมาตลอด ลืมไม่ลงเลย เป็นภาพที่ติดตาติดใจมาก มันเหมือนเป็นภาพหลอนเลยนะ น่ากลัวจริงๆ
แต่ว่าวันนี้ผมเลิกกลัวแล้วนะครับ เพื่อนๆ อยากรู้ใช่ม้าว่าผมเลิกกลัวได้ยังไง ผมจะบอกความลับให้ ผมมีวิธีจัดการกับความกลัวอันนี้ คือผมรู้สึกว่าแมลงสาบมันตัวเล็กกว่าเราตั้งเยอะ เราจะไปกลัวมันทำไมนะ อยากจะเลิกกลัวมัน แต่ตอนแรกก็ไม่รู้จะทำยังไงดี เพราะว่าเรากลัวไปแล้ว ก็พยายามคิดหาวิธีที่จะทำให้เลิกกลัว อยู่มาวันหนึ่ง ผมเห็นแมลงสาบตัวอย่างใหญ่เลยนะครับ ตัวมันใหญ่มากกำลังเดินอยู่อย่างสบายใจ ผมก็เดินเข้าไปหาเลย และเอามือผมนี่แหละหยิบมันขึ้นมาแล้วบีบอย่างแรง จนมันตายคามือ ขี้แตกเลย (หัวเราะ) บีบด้วยมือเปล่าเลยนะ ความรู้สึกตอนนั้นสุดยอดจริงๆ แต่ผมก็ต้องกัดฟัน เพราะว่าถ้าผมทำอย่างนั้นไม่ได้ ทุกวันนี้ผมก็คงยังกลัวมันอยู่ แต่ว่าพอผ่านวันนั้นมาได้ ทุกวันนี้ผมก็เลยเลิกกลัวมันแล้ว เ พื่อนๆ ที่กลัวแมลงสาบ ลองเอาวิธีของผมไปใช้ดูก็ได้นะครับ จะได้เลิกกลัว"
อาชีพเจมส์ที่คนไม่เคยรู้
"ก็คงจะเป็นอาชีพค้าขายนะครับ เพราะว่าครอบครัวของผมเป็นครอบครัวพ่อค้าขายของกันมาตลอด ผมก็เลยช่วยงานทางบ้านมาตลอดตั้งแต่เด็กๆ แล้ว ผมขายมาหมดแล้ว ท ั้งข้าว ก๋วยเตี๋ยว ขนม น้ำแข็ง โจ๊ก ขายมาหมดแล้ว อาชีพที่ผมทำมาเยอะสุดก็พ่อค้านี่แหละครับ
แล้วก็มีอีกอาชีพที่หาเงินเองตอนสมัยเรียนก็คือ อาชีพรับขัดหัวเข็มขัดที่โรงเรียน คือตอนนั้นผมเป็นหัวหน้าหมู่อยู่ที่โรงเรียน แล้วโรงเรียนของผมจะเข้มงวดมากเรื่องหัวเข็มขัดจะต้องมันเงา ผมก็ใช้โอกาสตรงนั้นแหละหาเงิน ผมก็ซื้อยาขัดมากระป๋องละประมาณ 12 บาทได้ แต่ว่า 12 บาทนี่ขัดได้เยอะมากนะ ขัดได้เป็นร้อยๆ หัว พอถึงวัน ใ ครที่หัวเข็มขัดดำก็มาหาเจมส์ได้เลย ช่วงนั้นก็หาเงินได้เยอะเหมือนกัน เพราะว่าเพื่อนๆ เขาขี้เกียจขัดกัน ก็เอามาจ้างเจมส์ขัด ขัดจนเป็นมืออาชีพ"
ความผิดเมื่อ 10 ปีก่อน
"ตอนนั้นคือยังเด็กอยู่มากๆ เลย แล้วผมกับเพื่อนๆ แถวบ้านก็หารายได้พิเศษกัน ด้วยการเดินเก็บเศษเหล็กไปขาย วันนั้นเราก็ไปเดินหาเศษเหล็กกันแถวๆ สถานที่ก่อสร้าง ก็หากันไปประมาณหนึ่ง ทีนี้เราก็เอาไปขายให้ร้านที่เขารับซื้อ คือร้านเขาจะใหญ่มาก เราก็เป็นคนเอาไปชั่งกิโลกันเอง พอเอาของที่เราหามาได้ชั่งเนี่ย น้ำหนักมันไม่มากหนักแค่นิดเดียว เงินก็จะได้แค่นิดเดียวเรากับเพื่อนก็เลยมองซ้ายมองขวาไม่มีคนสนใจ เราก็หยิบเศษเหล็กที่วางอยู่หน้าร้านเขานั่นแหละ ใส่รวมชั่งไปด้วย คือเป็นเหล็กของร้านเขานั่นแหละนะ พอเขาออกมาก็มาดูกิโลแล้วก็บอกว่าได้ 12 บาท แล้วเขาก็ให้เงินมา พวกเราพอได้เงินปุ๊บก็โกยเลย คือเขาไม่รู้ว่าเราเอาเหล็กของเขานั่นแหละขายให้เขา
แต่ว่าการทำอย่างนี้ก็ไม่ใช่สิ่งที่ดีนะครับ แต่ว่าตอนนั้นคือยังเด็กๆ อยู่เลย ประมาณเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้วมั้ง ก็รู้สึกผิดเหมือนกันนะที่ทำอย่างนั้น แต่ผมว่าเขาคงไม่ว่าแล้วแหละเรื่องมันผ่านมาตั้งนานแล้ว แต่ถ้าจะฝากเรื่องถึงเขาได้ก็อยากจะบอกว่า ขอโทษนะครับ"
ฝาแฝดของเจมส์
"คงไม่มีใครรู้สินะ ว่าผมเองก็มีฝาแฝดกับเขาเหมือนกัน ฝาแฝดของผมคนนี้ เขาชื่อ "ชินจัง"เจ้าตัวการ์ตูนที่คิ้วหนาๆ นิสัยกวนๆ นั่นแหละใช่เลย คนใกล้ตัวผม แล้วก็เพื่อนๆ ส่วนมากเขาจะลงมติกันว่าชินจังนี่แหละ เป็นฝาแฝดของผมเลย เหมือนกันจริงๆ แต่ว่าผมไปดูตั้งหลายครั้งแล้วนะ ก็ไม่เห็นว่าจะมีความเหมือนตรงไหนเลย แต่เขาก็ยังยืนยันกันว่าเหมือนจริงๆ น้องๆ ว่าเหมือนไหมครับ ผมว่าที่เขาบอกว่าเหมือน คงจะเป็นเพราะว่าคิ้วหนาเหมือนกันมั้ง ตัวการ์ตูนตัวไหนที่คิ้วหนาๆ เขาก็คงจะหาว่าเหมือนผมกันหมดแหละ แต่เพื่อนๆ เขาก็ยังบอกอีกว่าไม่ใช่อย่างนั้น ที่ว่าเหมือนกันเนี่ย เหมือนทั้งหน้าตาแล้วก็นิสัยด้วย"
คลั่งสุดๆ แล้วตอนนี้
"ตอนนี้ผมชื่นชอบพี่โจอี้ บาซูครับ ผมเคยร่วมงานกับพี่เขาด้วยนะครับ เลยประทับใจเขามากๆ พี่โจอี้เขาไม่เหมือนคนผิวดำทั่วๆ ไปนะครับ ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นพวกหวงวิชา แต่สำหรับพี่โจอี้ไม่เคยหวงวิชาเลย พี่โจอี้เขาจะเป็นที่มีความรู้เยอะ แล้วเขาก็ไม่เคยหวงวิชา อยากรู้อะไรให้ถาม เขาจะสอนให้หมดเลยไม่เคยหวงเลยจริงๆ แล้วพี่โจอี้ก็จะคอยเล่าประสบการณ์ต่างๆ ในชีวิตของพี่เขาให้ฟัง คือ พี่เขาเคยเจออะไรมาเยอะแยะ พี่เขาก็จะเอาประสบการณ์ต่างๆ มาสอนเรา พี่โจอี้เคยบอกกับผมว่าฝรั่งเก่งกว่าคนไทยน่ะ จริงๆ แล้วไม่ต่างกันที่สมองหรอกนะ ฝรั่งต่างจากคนไทยที่การขยันเท่านั้นเอง จริงๆ แล้วสมองก็มีเท่าๆ กันแหละ"
อาการบ้า หลุดโลกของเจมส์
"ที่บ้าๆ ในชีวิตผม ไม่ใช่เรื่องในอดีตนะครับ ทุกๆ วันนี้ผมก็ยังเป็นอยู่ ผมจะชอบไปเดินเที่ยวสวนจตุจักร แล้วที่ว่าบ้าก็คือผมชอบแต่งตัวบ้าๆ ผมจะใส่เสื้อกล้ามตัวหนึ่ง แล้วก็นุ่งผ้าบาติกแบบที่เป็นกระโปรงที่ผู้หญิงเขานุ่งกันนั่นแหละ ผมจะใส่แค่นั้น มันก็ดูบ้าๆ นะ ใครเห็นเขาก็มอง เพราะว่าคนรู้จักเราก็เยอะ แต่ว่าอารมณ์นั้น ผมมีความรู้สึกว่าจตุจักรมันเป็นสถานที่ที่ฟรีสไตล์ที่สุดแล้วของแต่ละคน เวลาที่ผมจะไปเดิน ผมก็อยากจะฟรีสไตล์เหมือนกัน ก็อยากจะแต่งแบบไหนก็แต่ง คือน้องๆ เจอก็สามารถเข้ามาทักทายพูดคุยกันได้"
เป็นอย่างไรกันบ้าง รู้ความลับของนายเจมส์กันแล้ว ก็ช่วยๆ กันเก็บไว้เป็นความลับต่อไปนะจ๊ะ อย่าเอาไปเปิดเผยที่ไหนต่อนะ นายเจมส์เขาฝากไว้ว่า จุ๊ จุ๊ อย่าบอกใครนะ
ขอขอบคุณ : นิตยสาร วัยน่ารัก SUPER HITS THE X-VENTURE หน้า 30-32