ข้าวมันไก่เจมส์" สู่ร้าน"JCR ไก่ทอดคาวาอี"

แจ้งเกิดจาก"ดารา" โตแบบ"เถ้าแก่"

        เติบโตอย่างรวดเร็วเกินคาด  สำหรับกิจการเล็กๆ ของนักร้องวัยรุ่นชื่อดัง  "เจมส์ - เรืองศักดิ์   ลอยชูศักดิ์"  ซึ่งพลิกบทบาทจากนักร้องมาสู่เจ้าของกิจการแฟรนไชส์ "ข้าวมันไก่เจมส์" ได้อย่างน่าสนใจ ด้วยเวลาเพียง 8 เดือน สามารถขยายสมาชิกแฟรนไชส์ร้านข้าวมันไก่เจมส์ ทั่วกรุงเทพฯ ได้แล้วกว่า 100 สาขา และต่างจังหวัดอีก 40 สาขา ในรูปแบบคีออสก์ (รถเคลื่อนที่)

บุกหนักสู่เป้าแฟรนไชส์ 700 แห่งปี'47

        การตอบรับที่ดีของตลาด   ทำให้ "เรืองศักดิ์  ลอยชูศักดิ์"  ฐานะประธานกรรมการ  บริษัท   เจมส์ชิ๊คเก้นไลซ์  จำกัด กล่าวอย่างมั่นใจว่า ภายในปีนี้ต่อเนื่องถึงปี 2547 "เจมส์ชิ๊คเก้น" จะสามารถขยายแฟรนไชส์  "ข้าวมันไก่เจมส์"  ได้ครบ 700  แห่งทั่วประเทศ โดยจะเป็นสาขาในกรุงเทพฯ 200 แห่ง ท ี่เหลือเป็นต่างจังหวัด โดยต่างจังหวัดเขาวางไว้ว่า  จะขยายลักษณะซับเอเย่นต์  ใช้สมาชิกหลักช่วยกระจายสาขาให้อีกทอดหนึ่ง

         "ยอมรับว่า ความเป็นดารานักร้อง มีส่วนทำให้ธุรกิจนี้เติบโตได้เร็ว แต่ก็ไม่ใช่เหตุผลทั้งหมด ความสำเร็จที่เกิดขึ้น ได้มาจากภาพลักษณ์ที่ดีของธุรกิจแฟรนไชส์ กับมาตรฐานคุณภาพและการบริการ" เจมส์ กล่าวพร้อมแจกแจงต่อไปว่า แผนขยายสาขาในส่วนของแฟรนไชส์ เขาจะยังคงเน้นรูปแบบคีออสก์ โดยเฉพาะในต่างจังหวัด  ซึ่งขณะนี้มีสาขาที่ จ.ภูเก็ต ชลบุรี  และระยอง โดยในชลบุรี มีประมาณ 20 สาขา เช่นเดียวกับภูเก็ต

        ปัจจุบันมีผู้สนใจเปิดสาขาเพิ่มเข้ามาตลอด เพราะมีการควบคุมเรื่องคุณภาพ และยอดขายที่ค่อนข้างดี เฉลี่ยต่อวันในบางพื้นที่มียอดขาย 2 ชุดครึ่งต่อวัน (1 ชุด 75 จาน) บางสาขาเช่น ที่วัดสามง่าม เจริญผลขายได้ถึง 500 จานต่อวัน

        เจมส์ ย้ำว่า ผู้ที่สนใจแฟรนไชน์ข้าวมันไก่เจมส์  สามารถสมัครเข้ามาได้ต่อเนื่อง  แต่บริษัทจะคัดเลือกผู้ที่มีความสนใจจริงๆ มีความชอบในเรื่องของการบริการ โดยเฉพาะเรื่องของอาหาร และต้องลงทุนค่าแฟรนไชน์ 4 หมื่นบาท ค่าประกันสินค้า 5 พันบาท ไม่มีการเรียกเก็บรอยัลตี้ฟี

ระบบซับเอเย่นต์ช่วยคุมคุณภาพ

        ทำธุรกิจอาหาร คุณภาพ รสชาติ เป็นสิ่งสำคัญยิ่งมีแผน  จะขยายสาขาออกสู่ต่างจังหวัด  ระยะทางที่ค่อนข้างไกล อาจเป็นปัญหาในการดูแลสมาชิกแฟรนไชส์ เจมส์ เผยว่าแนวคิดของเขา จะใช้ระบบ "ซับเอเย่นต์"  ซึ่งเป็นสมาชิกคนกลาง ที่ช่วยขยายแฟรนไชส์สู่ต่างจังหวัด   เป็นผู้คุมมาตรฐานด้วยอีกแรง เช่น ในภูเก็ต  เอเย่นต์จะดูแลสาขาของตัวเอง และครอบคลุมพื้นที่อีก 4 จังหวัด คือ หาดใหญ่ พังงา ตรัง สุราษฎร์ธานี

        "การตั้งซับเอเย่นต์  ช่วยให้การขยายสาขาได้เร็วขึ้น แต่ทั้งนี้ บริษัทก็ไม่ได้ลืมในการควบคุมคุณภาพ  และยอมรับว่าที่ผ่านมา มีบางสาขาปิดตัวไปประมาณ 10 แห่ง  สาเหตุต่างกันไป  เช่น บางรายต้องเดินทางไปต่างประเทศ บางร้านขายดีแต่เจ้าของพื้นที่ไม่ต่อสัญญา จำเป็นต้องยกเลิก"

        เจมส์ ยอมรับว่าช่วง 3 เดือนแรกที่เริ่มธุรกิจพบปัญหาโดยเฉพาะเรื่องของกำลังคนที่ไม่เพียงพอ บริษัทจึงได้ตั้งแผนกดูแล และควบคุมคุณภาพของสินค้าขึ้น  เพื่อให้ร้านค้ามีคุณภาพและมาตรฐานเดียวกัน   มีการวัดผลโดยออกไปตรวจเยี่ยม  แบบไม่มีการบอกล่วงหน้า

ยุคที่สองโฉมใหม่เปิดร้าน"ไก่ทอดคาวาอี"

        นอกจากการขยายสาขาในรูปแบบคีออสก์แล้ว ล่าสุด เจมส์ชิ๊คเก้น  มีโครงการจะขยายธุรกิจ  จากรถเข็นมาสู่รูปแบบของร้านในชื่อ JCR พร้อมส่งสินค้าใหม่ "ไก่ทอดคาวาอี" (Kawai)  ลงตลาดด้วยรสชาติเข้มข้นสูตรพิเศษ  ปลอดสารพิษ  สาขาแรกจะเปิดที่ซอยวัชรพลในเดือนต.ค.นี้ และมีโครงการจะขยายร้านข้าวมันไก่ในรูปแบบร้านเพิ่มเติม

        ในปี 2547 คาดว่าจะเปิดให้ครบ 20 สาขา เป็นการลงทุนเองทั้งหมดยังไม่เปิดรับแฟรนไชน์ แต่ละสาขาลงทุนไม่ต่ำกว่า 4 ล้านบาท มี 2 ช่องทางคือ เป็นแบบสแตนอโลน ใช้ขนาดอาคารพาณิชย์3 คูหา

        อีกช่องทาง จะเปิดในห้างสรรพสินค้า พื้นที่ประมาณ 80-100 ตร.ม. จำนวน 150 ที่นั่ง ขณะนี้ได้ติดต่อ เดอะมอลล์และเซ็นทรัล ไว้แล้ว

        "ทำเลของการเปิดร้านอาหารแบบเรสเตอรองท์ จะเน้นไปที่แหล่งชุมชน รูปแบบร้านไม่หรูหราเพราะต้องการให้คนระดับล่างถึงปานกลาง สามารถเข้าไปรับประทานได้ สำหรับจุดประสงค์ในการเปิดร้านรูปแบบเรสเตอรองท์ ก็เพื่อต้องการให้ผู้บริโภค รับประทานอาหารได้ โดยมีที่นั่งรับประทานได้อย่างสะดวกสบาย"

        เจมส์ เผยว่า เมนูอาหารในร้าน JCR จะเพิ่มขึ้นจากร้าน คีออสก์ โดยจะมีทั้งหมด 6 เมนู มีไก่ทอด ไก่ย่าง และนึ่ง ไก่คาราเกะ ไก่ไร้กระดูก รวมถึงซุบตุ๋นหมูและไก่ และหมูสเต๊ะ โดยราคาจำหน่ายจะถูกกว่าร้านทั่วไป

        ร้าน JCR ในแบบสแตนอโลน นอกจากมีเมนูใหม่ๆ แล้วจะมีจุดเด่นในเรื่องของดิลิเวอรี่ซึ่งบริษัทจะมีการส่งถึงบ้านโดยกำหนดรัศมีไว้ 10 กก. ต้องสั่งอย่างน้อย 100 บาท ขึ้นไป รวมถึงการทำพื้นที่ให้ขับรถเข้ามาซื้อได้ หรือแบบ ไดรฟ์ทรู  ซื้อโดยไม่ต้องลงจากรถ

        เพื่อรองรับแผนขยายดังกล่าว ล่าสุดบริษัทฯได้เพิ่มกำลังการผลิตของโรงงาน ซึ่งปัจจุบันตั้งอยู่ที่จังหวัดปทุมธานี ผลิตไก่ได้วันละ 10 ตันต่อวัน และข้าวหุงสำเร็จ 30 ตันต่อวัน เป็นการผลิตไก่ 400-500 กก. ต่อวัน ในช่วง 2-3 เดือนหลังนี้  กำลังการได้เพิ่มขึ้นเป็น 2,500 กก.ต่อวัน

        บริษัทมีโครงการที่จะขยายกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นเป็น 15 ตันต่อวัน พร้อมมีการจัดส่งสินค้าให้เร็วขึ้นโดยล่าสุดบริษัทได้มีการจัดส่งทางเครื่องบิน ซึ่งแม้ต้องใช้งบประมาณสูง แต่ก็มีผลดีในเรื่องของอาหารสดใหม่ โดยเฉพาะในต่างจังหวัด

แผนรุก 5 ปีหวัง"โกอินเตอร์"

        เจมส์ กล่าวด้วยว่า นอกจากการขยายที่ทำอยู่นี้ เขายังมองถึงแผนในระยะ 5 ปีว่า บริษัทมีโครงการจะบุกตลาดต่างประเทศ โดยล่าสุดที่ได้ไปสำรวจตลาดที่ อเมริกา พบว่าคนต่างประเทศ ยังมีความต้องการอาหารไทยอีกมาก  เราสามารถเข้าไปเจาะช่องว่างของตลาดได้ โดยเฉพาะอาหารสำเร็จรูป

        "ผมยอมรับว่า การทำตลาดในประเทศความเป็นดารา สามารถเข้ามาอุดหนุนการทำธุรกิจได้ เพราะชื่อเสียงของเรา แต่การไปต่างประเทศ จะเป็นการพิสูจน์ฝีมืออย่างแท้จริง  ซึ่งการบุกตลาดต่างประเทศ   คาดว่าจะเป็นปีที่ 3-4 ส่วน 2 ปีแรก  ผมต้องการสร้างรากฐานให้องค์กรแข็งแกร่งก่อน"

board_d_back.gif

 

Hosted by www.Geocities.ws

1