ข้อจำกัดของ PDH
เนื่องจากความต้องการใช้บริการต่าง ๆ
ที่มีหลายหลายมากขึ้นในปัจจุบัน มีทั้งบริการสื่อสารของเสียง
(voice), ข้อมูล (data) และวีดีโอ (video) ทำให้การมัลติเพล็กซ์แบบ PDH แต่เดิมนั้นไม่สามารถตอบ
สนองความต้องการทางด้านคุณภาพการส่งที่ดีขึ้นได้ การให้ใช้สอยบริหารที่มากกว่า
และความยืดหยุ่น
คล่องตัวในการดึงใช้ช่องสัญญาณ
ปัญหาของการขาดความยืดหยุ่นคล่องตัวในโครงข่าย
PDH อาจพิจารณาจากกรณีที่ต้องการ
ดึงช่องสัญญาณ 2 เมกะบิตต่อวินาที ออกจากสัญญาณที่มีอัตราบิตสูงกว่าการใช้justification
bits
ที่แต่ละระดับใน PDH ทำให้ไม่สามารถบ่งบอกตำแหน่งที่แน่นอนของเฟรมสัญญาณ 2 เมกะบิตต่อวินาที
ออกจากสัญญาณ 140 เมกะบิตต่อวินาที จะต้องดีมัลติเพล็กซ์สัญญาณ 140 เมกะบิตต่อวินาที
ออกเป็น
34 และ 8 เมกะบิตต่อวินาที ตามลำดับก่อน และเมื่อได้สัญญาณ 2 เมกะบิตต่อวินาทีตามที่ต้องการแล้ว
ช่องสัญญาณที่เหลือจะต้องถูกมัลติเพล็กซ์กลับไปยัง 140 เมกะบิตต่อวินาที อีก ปัญหาในการดึงออก
และใส่เข้า (drop and insert)ของช่องสัญญาณดังที่กล่าวมาทำให้ขาดความคล่องตัวในการเชื่อมต่อใช้งาน
และก่อให้เกิดการสิ้นเปลืองอุปกรณ์มัลติเพล็กซ์จำนวนมากอีกด้วย
ข้อจำกัดอีกอย่างหนึ่งของ PDHคือขาดความสามารถในการเฝ้าตรวจสมรรถนะของการส่งข้อมูลเช่น
ความผิดพลาดของการส่งข้อมูล รวมทั้งไม่มีฟังก์ชันที่เพียงพอสำหรับการบริหารจัดการโครงข่ายภาย
ในฟอร์แมตของเฟรม PDH ข้อจำกัดหลัก ๆ 2 ประการดังที่กล่าวมาก (คือการไม่สามารถบ่งบอกตำแหน่ง
ช่องสัญญาณที่แน่นอนในสัญญาณที่มีอัตราบิตสูงกว่า และโครงสร้างเฟรมที่ไม่มีฟังก์ชันเพียงพอสำหรับ
การส่งผ่านข้อมูลการบริหารจัดการโครงข่าย) ยังไม่มีผลสำคัญในโครงข่ายที่ให้บริการโทรศัพท์อย่างเดียว
เท่านั้น แต่จะเริ่มปรากฏให้เห็นเมื่อบริการใหม่ ๆ มีอัตราการเติบโตมาก